Vol 30 (The End)

********************

จุนโนะขอลางานอีกหนึ่งวันเพราะต้องลงไปดูแลจินที่โรงพยาบาลข้างล่าง ฮายามิพยักหน้าอนุญาตด้วยความขื่นขม มองตามแผ่นหลังบอบบางของลูกจ้างคนงามไปอย่างท้อแท้ เห็นทีชาตินี้คงต้องปล่อยให้จุนโนะหลุดลอยกลับไปหาเจ้าของเดิมแล้วล่ะซิ เขาได้แต่เฝ้ามองจุนโนะที่เดินลับเหลี่ยมมุมห้องโถงไปพร้อมกับการถอนหายใจอย่างปลงตก
“นี่นาย...ชอบจุนโนะล่ะซิถ้า?” เสียงทักนั้นทำให้ร่างสูงสะดุ้ง พอหันมามองว่าใครเป็นคนพูด ก็พบกับดวงหน้าสดใสของยามะพีลอยหน้าลอยตาอยู่ไม่ห่าง ตอนนี้ร่างเพรียวใส่ยูกะตะที่ทางร้านเตรียมไว้ให้ แต่แทนที่ยามะพีจะใช้โอบิพันรอบเอวแต่เขากลับใช้ผ้ายาวผืนนั้นรัดหน้าผากไว้ ไม่ให้ผมลงมาปรกหน้า ฮายามิก้มต่ำ เหล่มองบั้นเอวที่มีเชือกปอพันไว้แบบลวกๆ เห็นแล้วก็ต้องแอบอมยิ้ม เพราะคนตรงหน้าดูน่ารักไปอีกแบบ แต่แล้วเขาก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อหัวใจเกิดเต้นแรงขึ้นมาเพราะเพียงแค่มองหน้าหวานขี้เล่นเท่านั้นเอง
“ดูรู้หรอกน่าว่าฮายามิคุงชอบจุนโนะ...ทำไมน้า...ใครอยู่ใกล้หมอนั่นแล้วต้องหลงรักทุกคนเลยล่ะ ดูจินเป็นตัวอย่างซิ หัวปักหัวปำ กู่ไม่กลับเลย”
“ก็จุนโนะเขาเป็นคนน่ารักนี่ครับ...” ฮายามิพูดเอาตรงๆ จนคนฟังย่นจมูกใส่
“ยี้...ผลสุดท้ายนายก็ยอมรับล่ะว่าชอบจุนโนะ ..แต่ว่าอ่ะนะ เจ้าของเขามาตามถึงที่แล้วนี่ ส่วนนายล่ะ หาคนดามหัวใจได้ยัง?”
“ยัง...”
“ไม่มองคนแถวนี้บ้างเหรอ...ฉันก็แห้วจากจินมาแล้ว ตอนนี้รับดามหัวใจทั่วราชอาณาจักรนะคร้าบบบ..” ยามะพีพูดพลางหัวเราะ แล้วยกมือโบกขึ้นโบกลง
“ล้อเล่น...อ่ะ...ล้อเล่น..”
ฮายามิอดหัวเราะไม่ได้ ดูยามะพีเหมือนตุ๊กตาหน้าใสที่ใส่ชุดโบราณ แล้วยื่นแก้มยุ้ย ยิ้มแป้นแล้นใส่คนมอง
“คุณพูดเล่นหรือพูดจริงเนี่ย..คุณยามะชิตะ...” ฮายามิถาม ซึ่งก็ทำให้ยามะพีแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าทันที ทำเป็นพูดเฉไฉ
“ดูฟ้าซิ สีฟ้าจัดจริงๆ เลยเนอะ”
“ผมถามว่า คุณพูดจริงหรือเล่นเรื่องที่จะดามหัวใจผมน่ะ” เสียงถามซ้ำติดจะห้วนจัดจนยามะพีกลืนน้ำลายดังเอื๊อก
“ก็พูดจริงง่ะเด่ะ.....”
“งั้นก็...ไว้ก่อนละกัน ตอนนี้ผมยังไม่อยากหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัว คุณน่ะเป็นแขกที่มาพักนะ มาแล้วก็ต้องจากไป เพราะงั้นอย่าทำเป็นพูดเล่น” พูดเสร็จฮายามิก็เดินลากเกี๊ยะเข้าห้องเตรียมอาหารไป ทิ้งให้ยามะพีห่อปาก ทำตาโต แบบไม่เข้าใจเลยว่า ฮายามิเป็นคนอย่างไรกันแน่...
“บ้าชะมัดเลยนายคนนี้...เชอะ...ไปแช่น้ำกับพวกโคยาม่าก็ได้วะ” ยามะพีสะบัดหน้าหนี ก่อนจะเดินออกจากห้องโถง ก็ต้องเดินผ่านห้องครัว เขายังอุตส่าห์ได้ยินเสียงฮายามิเอ็ดตะโรใส่ลูกน้องดังออกมาจากห้องนั้น โดยมีลูกน้องแข่งกันเถียงนายจ้างอย่างไม่ยอมแพ้ จนท้ายสุดก็ได้ยินเสียงหัวเราะเฮฮาดังตามมาด้วย
“พิลึกคนจริงเลย...คนไรฟะ...” ยามะพีงึมงำ .....

********************************

ยามดึกจุนโนะคลี่ผ้าห่มให้จิน กล่าวราตรีสวัสดิ์ เตรียมจะหันไปนอนที่โซฟา แต่ปลายมือกลับถูกจินเกี่ยวหมับเอาไว้
“ครับ?” จุนโนะเลิกคิ้วสูง มองคนนอนยิ้มกริ่มบนเตียง สีหน้าของจินยามนี้ดูสดใส ไร้กังวล ไม่มีวี่แววของคนเจ็บเลย
“มานอนบนเตียงด้วยกันเถอะนะ” จินชวน แต่จุนโนะส่ายหน้าปฏิเสธ
“โอย...ไม่เอาล่ะครับ เดี๋ยวโดนข้างที่จินเจ็บ อีกอย่างเขาไม่ให้นอนเตียงคนไข้”
“ไม่มีใครรู้หรอก”
“อย่าเลยฮะ...” เด็กหนุ่มตอบยิ้มๆ ดึงมือคืน จินเลยเอานิ้วจิ้มแก้มของตัวเองยิกๆ
“งั้นจูบหน่อย”
“เฮ้อ....จิน......” จุนโนะส่ายหน้าระอาใจ เขาชะโงกหน้าจุมพิตหน้าผากของจิน แต่พอจะถอนหน้ากลับ จินก็รั้งต้นคอของเขาไว้ ดึงหน้าหวานให้แนบชิดกับเขา จุมพิตระหว่างคนป่วยกับคนเฝ้าไข้จึงเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
ริมฝีปากของทั้งคู่แนบสนิทกันอย่างโหยหา นานเท่าไรแล้วที่ทั้งสองร้างรากันมา... แต่ความหวานชื่นในรสจุมพิตนั้นยังมีอยู่เต็มเปี่ยม จุนโนะหลับตาพริ้มปล่อยให้ริมฝีปากและดวงหน้าถูกจินเชยชมอย่างไม่รู้เบื่อ....
“หวานจริง...เด็กดีของฉัน” จินกระซิบเสียงพร่า ขณะถอนจุมพิตออก เขาเชยคางจุนโนะขึ้น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้ม
“แม้ว่าจุนโนะจะยกโทษให้ฉันแล้ว แต่ว่าฉันขอสารภาพอย่างตรงๆ ว่า ในคืนที่ฉันทำร้ายนาย ถ้าคนนั้นไม่ใช่นาย...ไม่ใช่ใบหน้าและร่างกายนี้ ฉันก็คงไม่แตะต้องหรอก...ฉันอยากให้จุนโนะรู้เอาไว้ว่า สิ่งที่ฉันทำน่ะ นอกจากจะห้ามใจไม่ได้แล้ว ก็มีอีกอย่างหนึ่งคือ ฉันตกหลุมรักเด็กหนุ่มที่นอนเกือบเปลือยอยู่ริมทางรถไฟต่างหากล่ะ...” จินหยุดพูดเมื่อนิ้วชี้ของจุนโนะปิดปากจินไว้ ใบหน้าที่มีรอยยิ้มส่ายหน้าช้าๆ
“หมายความว่า ถ้าเป็นเด็กหนุ่มคนอื่นที่ทอดกายใต้ต้นซากุระนั่น จินก็จะไม่ทำอะไรใช่มั้ยครับ?”
“ใช่แล้วจุนโนะ...ที่ห้ามใจไม่ได้ก็เพราะหน้าหวานๆ นี่แหล่ะ” จินบีบแก้มจุนโนะเบาๆ ทำให้หน้าใสนั้นแดงระเรื่อ จุนโนะยิ้มและบอกว่า
“ผมไม่โกรธจินแล้วนะ ไม่อยากงอนแล้วด้วย มันทรมานนะฮะ ทุกข์ใจไม่แพ้จินเลยล่ะ ถ้าจินไม่ตามมาผมคงจะอยู่กับขุนเขาแบบนี้ไปจนตายเลยล่ะมัง”
“แล้วฮายามิคุงล่ะ ฉันกลัวว่า อยู่ไปอยู่มาจะใจอ่อนกับเจ้ารูปหล่อนั่นเอาล่ะไม่ว่า”
“อื๊อ...จิน...ผมไม่ใช่คนอย่างนั้นหรอกนะฮะ ..ผมรู้ว่าฮายามิคุง...เอ้อ...ชอบผม..แต่เราก็เคลียร์กันแล้วนะครับ เคลียร์ก่อนที่จินจะตามผมมาอีกซะอีก อยู่แต่ว่าฮายามิจะทำใจได้หรือยังแค่นั้น”
“อืมมม...จุนโนะ...เราอย่าพูดถึงเรื่องคนอื่นเลยนะ พูดแต่เรื่องของเราดีกว่า” จินขยับที่นอนให้จุนโนะ ซึ่งก็ทำให้เด็กหนุ่มไม่อาจปฏิเสธได้ จุนโนะดับไฟแล้วนอนเคียงข้างจิน ....คุยกันแผ่วเบาในความมืด...ถ้อยคำรักถูกยกมาพูดคุยด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข ....

...วันพรุ่งนี้จะเป็นวันที่จินจะออกจากโรงพยาบาล และจุนโนะเสนอให้จินมาพักผ่อนที่เรียวคังก่อนจะกลับโตเกียว....
คนเจ็บรีบตอบรับทันที แต่มีข้อแม้ว่า จุนโนะจะต้องย้ายมานอนห้องเดียวกับเขาด้วย ไม่งั้นจินไม่ยอม
“ก็ได้ครับ ... เฮ้อ...ใครกันนะที่ดื้อ...เป็นคนเจ็บที่ดื้อจริงๆ เลย”

**********************************

ที่เรียวคัง...
และในห้องหนึ่งซึ่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับห้องของยูอิจิและคาเมะ ...ได้เป็นที่รวมของบรรดาขาไพ่ทั้งหลายที่มานั่งล้อมวงกัน พอตกดึก หลายคนก็เริ่มตาหรี่ปรือ และเพราะพิษเหล้าสาเกที่ดื่มเข้าไป ชักจะทำให้สมาธิในการมองตัวเลข ตัวดอกผิดไปจากเดิม
“เลิกเล่นโว้ย!!” อุเอดะที่เป็นเจ้ามือร้องลั่น โยนไพ่ลงกับพื้นเสื่อ หน้างอง้ำ เขาคว้าจอกเหล้าไปดื่มอักๆ แล้วก็สะกิดโคกิยิกๆ
“จะไปนอนได้ยังหา? ง่วงแล้วนะ”
“แหมพอเสียล่ะซิ่งเลยนะ ยังถอนทุนคืนไม่ได้เลยจ้ะยาหยี” แฟนหนุ่มคีบไพ่ไว้ในมือกำลังร้องขอไพ่อีกใบ แต่อุเอะดะฉวยไพ่ในมือของโคกิโยนลงกับพื้น ทำเอาเพื่อนโห่กันระงม
“เลิก เลิก ดึกแล้วนะ”
“แพ้ชวนตีนี่หว่า อะไรฟะ ไพ่กำลังดีเลย” โคยาม่าเองก็เริ่มอ้อแอ้แล้วเหมือนกัน เขาเหลือบมองชิเงะ เพื่อนสุดที่รัก ก็เห็นลงไปนอนกลิ้งส่งเสียงเรอเอิกๆ เพราะฤทธิ์เหล้าก่อนใครเพื่อน เหลือแต่ร่างบางของยามะพีที่นั่งขัดสมาธิจนชายชุดยูกะตะร่นลงมากองที่หน้าตัก อวดลำขาขาวๆ ให้เห็น จนทำให้เลือดหนุ่มของโคยาม่าพลุ่งพล่าน
“ว่าไงยามะพี จะไปนอนได้ยัง?” อุเอดะถามร่างบาง ยามะพีเงยหน้าขึ้นยิ้ม พยักหน้างึกๆ เขาลุกขึ้น กำเงินไว้ในมือ
“แล้ววันหลังมาเล่นกันใหม่นะ แหมมาคราวนี้โชคดีเป็นบ้าเลย กินอยู่คนเดียว คิก..คิก...” ยามะพีเดินไปหัวเราะไป ก็เล่นได้อยู่คนเดียวนี่นา ทุกคนออกไปจากห้องกันหมด เหลือไว้แต่โคยาม่าที่นั่งตาละห้อยนึกถึงขาสวยๆ ของยามะพี ส่วนชิเงะก็กำลังลุกขึ้นนั่ง ชุดที่ใส่หลุดลุ่ยเพราะความมึนได้ที่ แต่ก็ยังเห็นว่าโคยาม่าทำหน้าผิดหวังที่เพื่อนๆ ไปกันหมด รวมทั้งตัวเป้าหมายที่โคยาม่าหมายตาเอาไว้ด้วย เดินกำเงินออกไปแล้ว
“เลิกเล่นซะแล้ว”
“เออ....โว้ย...นอกจากจะเสียไพ่แล้วยังอดได้แอ้มยามะพีอีก หมอนี่มันคอแข็งไม่เบาเลยโว้ย...”
“ดี..สมน้ำหน้า จะนอนแล้วปิดไฟด้วย” ชิเงะว่าแล้วก็ล้มตัวลงนอนต่อ แต่โคยาม่ายังนั่งซดเหล้าไม่เลิก เขาบอกว่าเหล้าพื้นเมืองอร่อยแบบนี้ ต้องขอซัดให้หมด ....
พอได้ที่แล้ว หนังตาก็ยังไม่หนัก เขาเหลียวมองรอบห้อง ไพ่ยังกระจายเต็มพื้น จอกใส่เหล้าก็กลิ้งอยู่เกลื่อนกลาด เขาเองยังไม่ง่วงเลยแต่เจ้าชิเงะดันนอนหลับสบาย แต่เอ....จะว่าสบายก็ไม่ถูกนัก ก็เพราะร่างที่นอนอยู่นั้นนอนดิ้นแบบคนมึนเมา ดิ้นไปดิ้นมาจนชายชุดยูกะตะเลิกขึ้นจนเห็นขาอ่อน
“เออเว้ย...ขาไอ้นี่สวยดีเหมือนกันนิ...ขาวจั๊วะเลยวุ้ย” โคยาม่าจิ๊ปากมองขาขาวของเพื่อนซี้เขม็ง
“โห้ย...ร้อนแม่งเลย” จู่ๆ ชิเงะก็สลึมสลือลุกขึ้นนั่ง เขาดึงยูกะตะออก แล้วสอดร่างเข้าไปใต้ผ้าห่ม เล่นเอาคนมองตาค้างเติ่ง

เลือดในวัยหนุ่มเดือดพล่าน อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์เหล้าที่ไม่คุ้นเคยด้วยละมัง โคยาม่าซัดสาเกหนักกว่าใครเพื่อน จนเห็นเพื่อนเลิฟเซ็กซี่เป็นบ้าในคืนนี้ โคยาม่าคลานเข้าไปใกล้ฟูกของชิเงะ แล้วกระชากผ้าห่มออก
“เฮ้ย..อะไรว้า........าา...า..” เสียงโวยวายดังขึ้นจากร่างเปลือยของชิเงะ
“ทนไม่ไหวแล้วเว้ยยย....” โคยาม่าผวาเข้ากอดเพื่อนรักทันที และมัวแต่จัดการกับอาการสลึมสลือของชิเงะอย่างมันเขี้ยวจนลืมดับไฟเสียสนิท ....

******************************

ยามะพีเดินแยกจากเพื่อนคนอื่นไปตามทางเดินไม้ที่ทอดยาวเป็นระเบียงยกพื้นเหนือริมแม่น้ำ ห้องของเขาอยู่ไกลจากคนอื่นเพราะเจ้าตัวเป็นคนบอกเองว่า ขอห้องโรแมนติกหน่อย... ก็เลยได้อยู่ห้องนั้นสมใจ เป็นห้องริมสุดทางเดิน ถัดจากนั้นก็จะเป็นป่าไผ่ที่กำลังเสียดสีใบกันจนดังเหมือนเสียงเพลง
วันนี้เขาจิบเหล้าไปหลายจอก แต่ก็แค่จิบแรก ส่วนที่เหลือนั้นคนอยู่ข้างๆ ก็คว้าจอกของเขาไปดื่มจนหมดแทบทุกครั้ง ยามะพีก็เลยไม่เมา ร่างบางแหงนมองดวงจันทร์กลมโตที่ส่องแสงเจิดจ้าอยู่เหนือยอดไผ่ อากาศเย็นสบายสดชื่นจริงๆ ถ้าได้ดูดวงจันทร์ร่วมกับคนถูกใจล่ะก็ คงจะดีไม่น้อยทีเดียวล่ะ

กำลังจะเลื่อนประตูเข้าห้องอยู่แล้วเชียว แต่ว่าเห็นร่างของชายคนหนึ่งในชุดยูกะตะสีครีมเดินทอดน่องอยู่ริมน้ำ ซึ่งอยู่ถัดจากห้องที่เขายืนอยู่เล็กน้อย ยามะพีเปลี่ยนใจไม่เปิดประตู แต่กลับเดินไปเกาะริมระเบียงเพ่งมองว่าใครกันนะที่ออกมาเดินเล่นในยามวิกาลแบบนี้

.....หรือว่าจะเป็น...ผ...สระ..อี

หนุ่มน้อยสะดุ้งเฮือก คงไม่ใช่หรอกน่ะ พยายามมองฝ่าแสงสลัวเลือนออกไปอีกครั้ง รูปร่างสูงโปร่ง ดูเหมือนจะสูงกว่าใครในสถานที่นี้ ... หัวทุย และท่าทางเท่ๆ นั่นก็อีก ... แปลกเหมือนกันที่เพียงแค่รู้จักกันไม่ถึงสองสามวัน แต่ยามะพีดูเหมือนจะจำร่างนั้นได้อย่างแม่นยำ

.....ฮายามิคุงนั่นเอง....

...................................

เสียงหล่นตุ้บ!! ดังอยู่ด้านหลังของร่างสูง ทำให้ฮายามิสะดุ้ง พอหันไปดูก็พบกับร่างบางของยามะพี ชายหนุ่มเหลือบมองระเบียงที่ยามะพีปีนลงมา แล้วก็นิ่วหน้า เสียงเดินของรองเท้ากระทบกับก้อนกรวดดังใกล้เข้ามา พร้อมกับเสียงผิวปากหวือจากริมฝีปากอวบอิ่มของหนุ่มตาโต
“คุณปีนลงมาได้ไงกัน สูงออกอย่างนั้น” ฮายามิเป็นฝ่ายเปิดฉากถามก่อน ยามะพียักไหล่แล้วบอกว่า
“ขี้เกียจเดินอ้อม... แล้วนายออกมาเดินทำไมค่ำๆ มืดๆ น้ำค้างก็ลง หนาวก็หนาว” คนถามห่อไหล่เข้าด้วยกัน
“ออกมาเดินเล่นน่ะซิ ผมชอบออกมาเดินตอนแขกนอนกันหมดแล้ว เดินตรวจพื้นที่ด้วย และอีกอย่างช่วงนี้มีเรื่องให้คิดมาก นอนไม่หลับ”
“งั้น....อยู่เป็นเพื่อนมั้ย?” ยามะพีว่า แล้วก็เดินไปที่ริมฝั่ง ขว้างก้อนหินลงไปในแม่น้ำดังจ๋อม น้ำแตกเป็นวงกว้างสะท้อนแสงจันทร์เป็นเกล็ดระยิบระยับ
“พรุ่งนี้จินกับจุนโนะจะมาพักฟื้นที่นี่” ยามะพีบอก หันหน้ามามองร่างสูง ก็พบว่าฝ่ายนั้นพยักหน้ารับทราบ
“อือ.....”
“สงสัยว่าจุนโนะคงจะย้ายมาอยู่ห้องเดียวกับจิน”
“อือ....” ฮายามิครางรับอีกครั้ง
“คนรักกันย่อมอยากอยู่ด้วยกันเป็นของธรรมดา” เสียงนั้นยังดังเจื้อยแจ้ว
“อือ....”
“ฮายามิคุงดูเหมือนจะทำใจได้แล้ว งั้นคงไม่ต้องการคนช่วยดามหัวใจแล้วซิ ท่าทางจะปลงแล้วนี่นะ”
“อย่าพูดเรื่องนี้ดีกว่า..ผมไม่อยากยุ่งกับแขกที่มาพักหรอก” ฮายามิกอดอกมองเหม่อไปยังผืนน้ำ หางตาเห็นยามะพีขยับเข้ามาใกล้เขาเล็กน้อย ใบหน้าสวยยื่นมาบอกเสียงเบา
“อย่าบอกนะว่า นายไม่สนใจฉัน ...ไม่เชื่อหรอก แค่มองตาฉันก็รู้แล้ว คนอย่างยามะพีน่ะมองคนออก แล้วฉันก็มองแล้วว่านายเองก็สนใจฉันเหมือนกัน”
“หึๆ มั่นใจจริงนะครับ...แต่เอ...เมื่อกี้คุณพูดว่า เหมือนกัน งั้นแสดงว่าคุณก็ชอบผมล่ะซิ” ร่างสูงหลิ่วตามอง เห็นอีกฝ่ายทำปากยื่นแก้มป่อง หันหน้าหนีไปทางอื่น
“ก็...เอ้อ....” ยามะพีทำท่าอึกอัก แก้มร้อนซู่ไปหมดแล้ว เขาหันหลังหนีคนรู้ทัน แต่อารามรีบทำให้เหยียบก้อนกรวดที่ลื่น ร่างบางผงะหงายเสียหลัก แต่ฮายามิถลันคว้าเอวไว้ได้ทัน ทำให้ยามะพีตกอยู่ในอ้อมแขนแข็งแกร่งนั้นโดยปริยาย
“อ๊ะ??” กลีบปากอิ่มของร่างบางเผยอออกเพราะความตกใจ เขาได้ยินเสียงหัวเราะหยันๆ หลุดมาจากปากของร่างสูง กลิ่นกำมะถันอ่อนๆ โชยมาจากกายของฮายามิ นั่นหมายความว่านายคนนี้เพิ่งจะอาบน้ำแร่มาสดๆ ร้อนๆ แต่ว่ากลิ่นกายของฮายามิกลับทำให้ยามะพีเคลิบเคลิ้มได้ไม่น้อยทีเดียว

หัวใจสั่นระรัว ทำให้มือที่ยื่นมาฉวยเสื้อยูกะตะของฮายามิสั่นเทา ยามะพีพยายามประคองตัวเองให้ยืนได้เอง เขากล่าวขอบคุณเบาๆ เมื่อฮายามิปล่อยอ้อมแขนออก ร่างเล็กก็ก้าวถอยหลังหนีสองสามก้าว ดวงตากลมโตฉายแววระยิบระยับไม่แพ้แสงจันทร์สะท้อนเหนือแม่น้ำ
“ที่คุณพูดเมื่อครู่ เป็นอันว่าผมจะรับไว้พิจารณาก็แล้วกัน....” ฮายามิเอ่ยขึ้น
“หา??...หมายความว่านายต้องการคนมาทำให้หัวใจชุ่มชื้นใช่มั้ย?” ยามะพีถามเสียงพร่า
เขาเห็นฮายามิแอบอมยิ้มแต่ไม่ได้ตอบว่าอะไร ร่างบางจึงเลิกคิ้วเพราะความสงสัยว่าร่างสูงคนนี้พูดจริงหรือเปล่า
แต่ฮายามิเพียงแต่ผายมือไปทางเรือนพักแล้วบอกว่า
“ดึกแล้ว เชิญคุณขึ้นไปนอนได้ ...ผมเองก็จะขึ้นเหมือนกัน”
“เจ้าของสถานที่อย่างนาย จะไม่ไปส่งแขกกลับห้องเลยหรือ?” ยามะพีพูดแล้ว รีบอุดปากตัวเอง อะไรบางอย่างทำให้กล้าหาญพูดประโยคนั้นออกมา

ฮายามิหัวเราะหึๆ หรี่ตามองเสี้ยวหน้าที่กระทบแสงจันทร์นวลผ่องนั่นอย่างขันๆ ยามะพีเป็นฝ่ายเสนอตัวถึงขนาดนี้เชียวหรือ...นี่เขาเรียกว่าทอดสะพานหรือเปล่านะ
“ไปซิ...เชิญครับ..”

ทั้งสองหนุ่มเดินมาถึงหน้าห้องของยามะพี ร่างเล็กหยุดรีรออยู่หน้าประตูบานเลื่อน เขาหมุนตัวมาเผชิญหน้ากับร่างสูง
“ขอบใจนะที่อุตส่าห์เดินมาส่ง” คนพูดยิ้มให้จนตาหยี แถมไม่พูดเปล่า เขย่งปลายเท้า ยื่นหน้ามาจุ๊บเบาๆ เป็นรางวัลกับความใจดีของฮายามิที่ปลายคาง ...และการกระทำนั้นก็ทำให้ฮายามิขนลุกซู่ ชายหนุ่มก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ขณะที่ยามะพีเอื้อมไปคว้าบานประตูจะเปิดออก แต่...

..........หมับ........

ร่างบางถูกมือหนาเกี่ยวเอวไว้ และจากนั้นอ้อมแขนของฮายามิก็มียามะพีผวามาซุกอก เสียงแหบต่ำของร่างสูงถามออกมา
“เมื่อกี้ทำอะไรผม?”
“ก็....จูบขอบใจ...ไง” ยามะพีตอบกระท่อนกระแท่น หลุบตากลมโตไว้ภายใต้ขนตายาว เขาจับสาบคอเสื้อยูกะตะของฮายามิคุงไว้แล้วกำแน่นเมื่อมือใหญ่รั้งเอวของเขาแน่นขึ้นเรื่อยๆ
“นาย...เอ้อ...ฮายามิคุงจะทำอะไร...”
“ก็จูบราตรีสวัสดิ์ไง”
ว่าแล้วริมฝีปากหยักสวยของฮายามิก็ประทับแนบแน่นกับกลีบปากเต็มตึงของยามะพี ....เป็นจูบที่คละเคล้ากับลมหายใจของราตรีกาลท่ามกลางสายลมและเสียงใบไผ่เสียดสี หวีดหวิว

....ลมจากระลอกน้ำพัดวูบเข้ามา ทำให้สองกายห่อสะท้าน และแนบจุมพิตให้นิ่งสนิท และเนิ่นนาน

ยามะพียกแขนขึ้นคล้องคอฮายามิ ยืดตัวขึ้นให้แผ่นอกจมหายไปกับอกกว้าง เสนอสนองในรสจูบนั้นอย่างไม่เกี่ยงงอน ตรงกันข้าม เขาค่อนข้างจะเต็มอกเต็มใจในมนต์จุมพิตนี่เสียด้วยซ้ำ
จนเมื่อเวลาผ่านไป ฮายามิถอนจูบออก ได้ยินเสียงลมหายใจของคนในอ้อมกอดระบายออกมายาวเหยียดปนหอบน้อยๆ เขาหัวเราะเบาๆ พลางถอยหลังไปหนึ่งก้าว
“ราตรีสวัสดิ์คนดามหัวใจของผม...” ฮายามิกล่าวสั้น เดินหันหลังจากไป ทิ้งให้ยามะพียืนระทดระทวยพิงบานประตูด้วยหัวใจที่เต้นระทึก

**************************

รุ่งเช้า...
จินได้ขึ้นมาพักฟื้นบนเรียวคัง โดยได้พนักงานของที่นี่ช่วยกันใช้เสลี่ยงมาอำนวยความสะดวกให้ ทั้งๆ ที่ยูอิจิเป็นคนเสนอให้จินกลับโตเกียวน่าจะดีกว่า แต่จินกลับมองผ่านมาทางจุนโนะ เมื่อจุนโนะบอกว่าเขาอยากอยู่ช่วยฮายามิคุงต่อ เพราะทางด้านเรียวคังแห่งใหม่ก็ยังไม่เรียบร้อย และช่วงนี้คงจะหาคนงานยากสักหน่อย
ในเมื่อจุนโนะยังไม่อยากกลับโตเกียว เขาเองก็จะขออยู่ที่นี่ต่อ...
“เมื่อไรเรียวคังใหม่จะเสร็จล่ะจุนโนะ?” จินถามขึ้นขณะทั้งสองมาอยู่ในห้องพักของจินที่เคยจองไว้ก่อนหน้านี้แล้ว จุนโนะบอกว่าคงอีกไม่กี่วัน ทำเอาจินหน้ามุ่ย
“งั้นฉันอยู่ด้วย ช่วงนี้มหา’ ลัยยังไม่เปิด”
“เอ๋?? อย่าดีกว่า...เกรงใจฮายามิคุงเขา” จุนโนะว่า
“ก็ฉันจ่ายเงินนี่นะ เป็นแขกมาพักต้องเกรงใจด้วยเหรอ?”
“แต่ว่าจินคงไม่ได้อยู่แบบแขกธรรมดาหรอก ถ้าไม่เที่ยวก่อเรื่องฟาดปากกับเจ้าของที่พักก็คงจะคอยป่วนการทำงานของผมแน่ๆ เลย”
“นายเห็นฉันเป็นตัวก่อกวนตั้งแต่เมื่อไรกันนะ จุนโนะ ที่ไม่อยากกลับก็เพราะฉันจะกลับไปก็ต่อเมื่อมีนายไปด้วยต่างหากล่ะ” จินว่าพลางมองร่างโปร่งที่ทรุดตัวนั่งคุกเข่า ตบหมอนหอมกลิ่นแดดให้เข้าที่ แล้ววางลงบนฟูก จุนโนะไม่ตอบว่าอะไรได้แต่ยิ้มอย่างเดียว เขาชี้มือไปที่ที่นอนแล้วบอก จินน่าจะนอนพักได้แล้ว
“นอนด้วยกันซิ” จินเชื้อเชิญ
“ไม่ล่ะครับ ผมมีงานต้องทำ เดี๋ยวเย็นๆ จะมาหาใหม่” จุนโนะว่าแล้วก็ลุกขึ้น แม้จินจะยึดชายยูกะตะไว้ เขาก็ถอยหลังออกอย่างสุภาพ
“ผมว่าจะไปคุยกับคาเมะซะหน่อย จินพักนะฮะ อย่าดื้อ ไม่งั้นผมหนีไปอีกด้วย” จุนโนะยื่นคำขาด จึงทำให้จินปล่อยมือจากยูกะตะของจุนโนะทันที ชายหนุ่มนอนลงบนฟูกอย่างว่าง่าย และนั่นก็ทำให้เด็กหนุ่มอมยิ้ม พยักหน้าหวานให้ และเดินออกไปนอกห้อง

พบกับโคยาม่าที่กำลังเดินหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่ตรงทางเดิน พอหันมาเจอจุนโนะเข้า เขาก็ตรงรี่เข้ามาทันที ทำเอาจุนโนะต้องถอยหลังกรูด พร้อมกับทำหน้าบึ้ง
“จะเข้ามาทำอะไรผม??!!”
“เดี๋ยวก่อนน้า...ฉันแค่จะมาถามว่า นายเห็นชิเงะบ้างมั้ยอ่ะ?” โคยาม่าเร่งร้อนถาม จุนโนะส่ายหน้า
“ไม่เห็นครับ...ทำไมหรือครับ ไม่ได้อยู่ด้วยกันหรอกหรือ?”
“เปล่า...ฉันตื่นมาก็ไม่เห็นเขาแล้วง่ะ เสื้อผ้าก็หายไปด้วย”
“เอ๋???... หมายความว่าคุณชิเงะตื่นแต่เช้าแล้วก็กลับโตเกียวแล้วหรือครับ?” จุนโนะย้อนถาม แต่ว่าท็อตซึเยี่ยมหน้ามาบอกเสียงแจ๋วว่า...
“คุณรูปหล่อเพื่อนคุณน่ะ เขาเพิ่งลงเขาไปไม่กี่นาทีนี้เองครับ วิ่งตามไปคงทันครับ?”
พอสิ้นเสียงบอกกล่าวนั้น โคยาม่าก็ผละจากจุนโนะวิ่งห้อไปตามทางลาดลงเขาไปเดี๋ยวนั้น...
“เอ...แปลกแฮะ..ทุกทีเห็นเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยนี่นะ ทำไมคุณชิเงะถึงได้รีบร้อนกลับโตเกียวนะ” จุนโนะเอียงคอสงสัย มองตามหลังโคยาม่าไป
“ทำตัวประหลาดอยู่เรื่อยเชียว....ไปหาคาเมะดีกว่า...”

......................

โคยาม่าวิ่งลงเนินมาโดยไม่หยุด จนเกือบจะถึงทางราบนั่นแหล่ะ เขาถึงได้เห็นหลังของชิเงะไวๆ กำลังสะพายกระเป๋าเป้ไว้ที่ไหล่เสียด้วยซิ นี่หมายความว่าชิเงะตั้งใจจะกลับโตเกียวจริงๆ
“ชิเงะ....ชิเงะรอด้วยซิ” โคยาม่าตะโกนอย่างเร่งร้อน ทำให้ชิเงะเหลียวมาดู พอเห็นเป็นใครก็กัดริมฝีปาก และเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
“ชิเงะ...”
โคยาม่าวิ่งตามมาจนทัน เขาฉวยแขนเพื่อนรักเอาไว้ แต่เมื่อชิเงะสะบัดตัวออก โคยาม่าก็หันมาคว้าสายกระเป๋าเอาไว้
“ปล่อยนะเว้ย!!” ชิเงะตะโกนใส่
“นายจะไปไหน?”
“เรื่องของฉัน ...ไอ้บ้า ...ไปไกลๆ เลยไป...”
“ถ้าเป็นเรื่องเมื่อคืนล่ะก็ฉันขอโทษ” โคยาม่าก้มหัวให้ ก็เลยโดนกระเป๋าฟาดลงมาพอดี
“โอ๊ย!!”
“ไปให้พ้นนะ ไอ้เพื่อนเฮงซวย ทำได้แม้กระทั่งฉัน ไอ้หน้ามืด!” ชิเงะตะโกนด่าอีกหลายคำ ใบหน้าแดงจัด ไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรืออายกันแน่
“ก็ขอโทษแล้วไงเล่า ชิเงะ เมื่อคืนฉันมึนไปหน่อย” โคยาม่าแก้ตัว
“ไม่หน่อยแล้วมัง...”
“เออวะ...จะให้ทำยังไงล่ะวะ...ก็ได้แกไปแล้วนี่หว่า แล้วอีกอย่างแกจะมาโมโหฉันทำไมฟะ ในเมื่อแกก็ไม่ได้ขัดขืนฉันจริงๆ จังๆ ซะกะหน่อย” โคยาม่าลอยหน้าลอยตาพูด แต่แล้วก็ต้องก้มหลบเพราะหมัดเปล่าๆ ของชิเงะปล่อยหวือเฉียดหัวเขาไปหวุดหวิด
“แกจะว่าฉันสมยอมงั้นเรอะ?”
“ก็เออเด่ะ...ชิเงะ...เป็นไรว้า.... ก็หมู่นี้แกเองก็ชอบมองฉันแปลกๆ อยู่แล้วนี่หว่า แล้วเมื่อคืนก็ไม่ได้ปัดป้องอะไรเลยนี่...”
“ไอ้....ไอ้...” ชิเงะชี้หน้าคนพูดมือไม้สั่น
“เออน่า...หยวน...หยวน ...แหม...แค่หนเดียว ไม่เป็นไรหรอกน่า” โคยาม่าโบกมือไปมา ไม่ทันมองว่าหน้าตาชิเงะเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่ ชายหนุ่มสะบัดหน้าไปอีกทาง ...ใครว่าหนเดียวฟะ...เขาก้มลงหยิบกระเป๋าที่นอนแอ้งแม้งกับพื้นมาพาดบ่า เตรียมจะเดินทางต่อ แต่โคยาม่าก็ฉวยเอาไว้อีก
“ชิเงะ..โกรธเหรอ?”
“ฉันจะเลิกคบกับแก ไอ้โคะ...” เสียงเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันดังมาจากร่างเพื่อนรัก ทำให้โคยาม่าเดินมาตรงหน้าชิเงะ ทันเห็นน้ำใสๆ ที่ดวงตาคู่นั้น ใบหน้าของเขาก็สลดลง
“นายร้องไห้....ให้ตายเหอะ...”
“ก็ใช่น่ะซิ โดนทำแบบนั้นน่ะ ใครจะไม่เสียใจ”
“ชิเงะ...”
“ถอยไปไอ้โคะ ฉันไม่รู้จะด่าว่าไงดีแล้ว...”
“แล้วแกจะให้ฉันทำไง รับผิดชอบไง้?” พ่อตาปรือถาม ชิเงะดันตัวโคยาม่าออกห่าง
“ไม่จำเป็น!!”
“จะให้รับผิดชอบก็ได้ว้า... ความจริงฉันเองก็ชักจะติดใจเหตุการณ์เมื่อคืนซะแล้วเด่ะ เรามาเป็นแฟนกันดีมั้ย ชิเงะ?” ว่าเข้านั่น
“หา??? ว่าไงนะ??” ชิเงะร้องเสียงลั่น ทำให้โคยาม่าขยับเท้าก้าวเข้ามาโดยไม่รู้ตัว กระเป๋าในมือของชิเงะถูกอีกฝ่ายดึงมาถือไว้
“ไป...กลับที่พักกัน ถ้านายไม่พอใจเรื่องเมื่อคืนล่ะก็ คราวหน้าฉันให้แกทำฉันคืนก็ได้”

.......พลั่ก.......

โคยาม่าหน้าเกือบคมำเมื่อเจอกำปั้นของชิเงะซัดเข้ากลางหลังอย่างแรง
“พูดมากนะเมิง...แค่นี้ทำฉันอายไม่พอหรือไงกัน ใครจะคบกับนายไม่ทราบ”
“ก็นายไง ...เอาวะ..ไหนๆ ก็ชวดหมดทุกคน เรามาคบหากันเองก็ไม่เสียหลาย ไหนๆ นายก็เป็นของฉันแล้วนี่เนาะ ต่อจากนี้ไป ฉันก็จะพยายามทำใจ เอาเพื่อนมาเป็นแฟนดีกว่า” โคยาม่าพูดพลางยกมือสาบาน บอกว่านับต่อจากนี้ต่อไป เขาจะมองชิเงะในแง่ใหม่ ซึ่งก็ทำเอาคนฟังหน้าร้อนซู่ หันมามองโคยาม่าเป็นเชิงถาม ทำให้คนตาปรือยิ้มกว้างจนตาหยี
“นะ...นะ...ตั้งต้นกันใหม่ เป็นแฟนกัน เป็นคนรัก”
“บ้าจริง... ฉันอายเพื่อนแย่เลยล่ะทีนี้ เจ้าพวกนั้นมันต้องหัวเราะเยาะเรากันแน่เลย” ชิเงะครวญอย่างยอมจำนน จะขัดขืนไปใย ก็หัวใจมันเริ่มมองโคยาม่าเกินกว่าเพื่อนมานานแค่ไหนแล้ว เขาเองก็ไม่อาจทราบได้ แต่ตอนนี้รู้แต่เพียงว่า ขาสองข้างของตัวเองได้เดินตามโคยาม่ากลับขึ้นเรียวคังไปแล้วล่ะ
“จะเป็นแฟนกันจริงๆ ง่ะเหรอ?” เสียงชิเงะถามมาจากเบื้องหลัง

คนเดินนำหยุดเดิน โคยาม่าหัวเราะแล้วหันมาคว้าไหล่เพื่อนรักกอดเอาไว้ข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างก็หิ้วกระเป๋าเดินไปด้วยกัน...การกระทำนี้คงเป็นคำตอบที่ดีให้กับชิเงะแล้วละมัง......

********************************

คาเมะเล่าเรื่องที่โรงเรียนให้จุนโนะฟัง และบอกอีกว่า จุนโนะมีชื่อติดบอร์ดนักเรียนที่เรียนไม่จบเพราะเวลาเรียนไม่พอ และไม่ได้สอบปลายภาค ถ้ากลับไปเรียนก็ต้องซ้ำชั้นหรืออย่างเก่งก็เรียนซ่อมอีกครึ่งปี คำบอกนั้นทำให้ร่างสูงพยักหน้าเศร้าๆ
“รู้อยู่แล้วล่ะว่า จะออกมาในรูปนี้”
“นายก็ไม่น่าหนีมาแบบนี้ มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย ยังไงซะคุณจินก็จะต้องตามหานายจนเจอให้ได้แหล่ะ” คาเมะว่า เขาทรุดตัวลงนั่งบนโขดหินข้างตลิ่ง ขว้างก้อนกรวดเล็กๆ ออกไป ร่างเล็กเงยหน้ายิ้มกับจุนโนะ เอื้อมมือมาตีสะโพกเพื่อนรักเบาๆ
“แล้วจะเอายังไงต่อไปกับชีวิต?”
“จากนี้ต่อไปก็คงเหมือนเดิม กับจินน่ะ เอ้อ...คงทิ้งไม่ได้หรอก...” จุนโนะว่า พลางนั่งยองๆ ข้างร่างบาง คาเมะก้มหน้ามา หัวเราะดังหึๆ เขาแตะไหล่เพื่อนและบอกว่า
“ในที่สุดก็ใจอ่อนจนได้ จุนโนะน่ะไม่ได้โกรธจินจริงๆ หรอกใช่มั้ยล่ะ ถ้าเขาไม่ตกเขา นายก็ยกโทษให้เขาอยู่ดีง่ะแหล่ะ ก็รักไปแล้วจนหมดใจแล้วนี่นะ ถึงคุณจินเขาจะทำร้ายนายมาก่อน แต่จุนโนะไม่คิดหรือว่านายเองก็คิดว่าสิ่งนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายจนเกินไป?”
“เอ๋?? หมายความว่าไงนะคาเมะ ...อะไรที่ไม่ถึงกับเลวร้าย ฉันไม่เข้าใจ?” จุนโนะถาม
“ก็ตอนจุนโนะโดนข่มขืนน่ะซิ ความจริงเท่าที่รู้มา คุณจินก็ไม่ถึงกับข่มขืนนายหรอกใช่มั้ย? แค่ห้ามใจตัวเองไม่ได้ และปล่อยไปตามครรลองของธรรมชาติ เขาไม่ได้ตบตีหรือทำอะไรให้นายได้รับบาดเจ็บซะหน่อย เพียงแต่เขาไม่อาจหยุดรักนายได้ต่างหากล่ะ นั่นน่ะเขาไม่เรียกว่าข่มขืนหรอกนะ ลองนึกดูให้ดี...คนที่ทำร้ายนายมาตลอดก็น่าจะเป็นคุณยูอิจิต่างหากล่ะ” คาเมะหยุดหายใจ เขามองจุนโนะที่ตอนนี้ลุกขึ้นยืนตัวตรงและกำลังมองหน้าเขาด้วยแววตาที่คาเมะต้องยิ้มออกมา ขณะกล่าวต่อไปอีกว่า
“นายเสียใจ ที่ถูกใครไม่รู้มามีสัมพันธ์สวาทด้วย และคนคนนั้นไม่ใช่คนที่นายรัก...เอ้อ...ฉันหมายถึงว่า นายเสียใจที่เสียตัวให้กับคนอื่นที่ไม่ใช่คุณหนูของนาย เพราะนายรักยูอิจินั่นเอง นายถึงได้ฝังใจเจ็บ ที่นายเจ็บ ไม่ใช่เพราะถูกคุณจินทำร้ายหรอก นายเจ็บใจที่ร่างกายของนายมีคนอื่นมาแตะต้องด้วยอีกต่างหากล่ะ....”

คาเมะพูดจบก็แหงนหน้ามองดูจุนโนะที่เดินไปยังริมน้ำ สายลมแรงพัดชายเสื้อปลิวไสว ร่างสูงของจุนโนะยืนกอดอกนิ่งอยู่เช่นนั้น คาเมะจึงเดินตามมาหยุดเบื้องหลัง เป็นครู่จุนโนะถึงได้หันหน้ามาหา ใบหน้ายิ้มน้อยๆ พยักหน้าให้คาเมะ
“คาเมะ... ทำไมนายถึงพูดอะไรเหมือนกับนายเป็นฉันล่ะ ฉันยังไม่ทันนึกถึงข้อนี้เลยนะ พอนายพูดขึ้นมา มันก็ทำให้ฉันได้คิด ...ว่า...ที่นายพูดมาน่ะ นายพูดถูกทุกอย่าง ที่ฉันโกรธและเจ็บแค้นก็คือการที่ได้รู้ว่า ร่างกายของฉันมีคนมาล่วงเกินซ้ำร้อยคุณยูอิจิต่างหากล่ะ ...แต่ว่าตอนนี้ง่ะนะ...คาเมะ ฉันสบายใจแล้ว เพราะคนคนนั้นก็ไม่ใช่อื่น เป็นจินต่างหากล่ะ”
“ถ้ารู้ว่าเป็นคนที่ชอบมาข่มเหง จุนโนะก็คงยอมตั้งแต่จนจบแล้วล่ะซิเนี่ย” คาเมะพูดพร้อมกลั้วหัวเราะ เล่นเอาคนฟังทุบไหล่ดังอักเพราะความเขิน จุนโนะหัวเราะออกมาได้อย่างเต็มเสียง เมื่อคาเมะพูดเรื่องนี้ขึ้นมา ทำให้เขาได้คิด
...คาเมะอ่านใจเขาออกทุกอย่าง มิเสียแรงที่เป็นเพื่อนกันมานาน...
และสิ่งที่คาเมะพูดก็ทำให้จุนโนะสบายใจขึ้น ความโกรธขึ้งในตัวจินจึงมลายไปอย่างง่ายดาย ....
หน้างามเบือนหน้ามายิ้มให้เพื่อนสุดที่รัก
“ขอบใจนะคาเมะ...ขอบใจมาก ...” จุนโนะโอบกอดคาเมะไว้แน่นและคลายออก เมื่อคาเมะบอกว่า ใช่ว่าจุนโนะจะมีเรื่องฝ่ายเดียว เขาเองก็มีเหมือนกัน
“เกิดอะไรขึ้นหรือคาเมะ?” จุนโนะถาม
“ปู่ของฉันน่ะซิ”
“ปู่ของนายทำไมหรือ?”
“ปู่...เอ้อ...รู้เรื่องของฉันกับคุณยูอิจิแล้วล่ะ ตอนแรกท่านโกรธมากเลย โกรธด้วยเสียใจด้วย แต่คุณยูอิจิไปคุกเข่าขอร้องว่า ..เอ้อ..รักฉันจริงๆ และยินดีจะรับผิดชอบทุกอย่างเลย คุณปู่มองลอดแว่นแล้วบอก คาเมะมันไม่ได้เป็นผู้หญิงซะหน่อย เขาไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ ขอให้นับแต่นี้ต่อไป คุณยูอิจิต้องไม่ทำให้ฉันเสียใจแม้สักนิดเดียว ถ้าทำได้ คุณปู่จะยอมทำเป็นไม่ใส่ใจ แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็จะยึดฉันคืน ไม่ให้คุณยูอิจิมาเหยียบที่บ้านอีกล่ะ...” คาเมะพูดพลางทำหน้ามุ่ย แต่ก็ยังมีแววตาที่เต้นระริกขณะพูดต่อ
“ฉันว่าคุณยูอิจิจะต้องดิ้นตายแน่ที่ต้องทนทำอะไรที่ตกเป็นเบี้ยล่างพวกของฉัน นายคิดดูซิจุนโนะ คนรวยอย่างเขาน่ะเคยถูกตามใจทุกอย่าง แล้วต่อจากนี้ต้องมาคอยแคร์ความรู้สึกของคนที่บ้านฉันน่ะ นายไม่คิดหรือว่าสักวันหนึ่งเขาจะเบื่อและ...และทิ้งฉันไปก็ได้”
“พูดอะไรอย่างนั้นนะคาเมะ คุณหนูเขารักนายจะตายไป ไม่เห็นหรือว่า เขายอมทำทุกอย่างเพื่อให้นายมีความสุข คุณหนูน่ะเปลี่ยนไปมากมายตั้งแต่เขารักนาย... เพราะงั้นเรื่องที่จะทิ้งเพื่อนตัวน้อยของฉันคนนี้น่ะ คงไม่มีทางแน่นอน” จุนโนะส่ายหน้า ยิ้มให้คาเมะอย่างอ่อนโยน
“อีกอย่าง คุณปู่ของนายก็คงจะชอบเขาบ้างล่ะน่า...ไม่งั้นคุณยูอิจิหัวแตกไปแล้วล่ะ”

คาเมะยิ้มให้กับคำพูดของจุนโนะสุเกะ ร่างเล็กพยักหน้าพลางนึกไปถึง วันที่ถูกคุณปู่จับได้ ก็คืนก่อนที่จะมาที่นี่นั่นแหล่ะ คืนนั้นยูอิจิมานอนค้างที่บ้าน และห้องเดียวกับคาเมะ
ใครเล่าจะอดใจได้เมื่อร่างบางนอนซุกแนบสนิทกับอกอุ่นกว้างของยูอิจิ คืนนั้นเขานอนกับยูอิจิอย่างเร่าร้อนและอ่อนละโหยจนลืมไปว่าทั้งสองอยู่ที่บ้านใคร
...รุ่งเช้าคุณปู่มาปลุกเพื่อให้ทั้งสองหนุ่มออกเดินทางมาอาโอะโมริ ห้องของคาเมะมีประตูที่เป็นบานเลื่อนและไม่ได้ล็อกประตูด้วย สิ่งแรกที่ชายชราเห็นก็คือ
...ร่างเปลือยเปล่าของหลานชายผู้บอบบางนอนระทดระทวยในอ้อมแขนของยูอิจิที่เปลือยเช่นกัน....
คุณปู่ยืนอ้าปากค้าง มือไม้สั่นขณะเอาหมอนข้างฟาดไปที่ร่างเปลือยของคนทั้งคู่ พร้องกับเอ็ดตะโรลั่น

ยูอิจิรีบใส่เสื้อผ้าและตามคุณปู่ออกมาสารภาพความในใจข้างนอก ท่ามกลางสีหน้าตกใจของคุณย่าและคุณป้าที่มารับรู้เรื่องทีหลัง

คุณปู่โกรธจนหน้าแดง และเรียกตัวคาเมะออกมาพร้อมกัน อยากจะตีหนุ่มน้อยหลานรักเสียนัก ...เพราะสิ่งที่เขาสงสัยมาตลอดนั้นเป็นความจริงจนได้
“เป็นอย่างนี้มานานเท่าไรแล้ว...?” คุณปู่ถามออกมา เมื่อยูอิจิบอกระยะเวลาของการคบกันให้ท่านทราบ คุณปู่ก็ถึงกับอึ้ง เพราะไม่คิดจริงๆ ว่า มันจะเนิ่นนานกว่าที่เขาคิดเสียอีก
“มิน่าล่ะถึงได้สนิทกันมากมายเพียงนี้” คุณป้าผู้เป็นลูกสาวคนโตของชายชราเอ่ยออกมา
“ผมยินดีรับผิดชอบครับ... คุณปู่ต้องการจะให้ผมทำอย่างไร ผมยอมทุกอย่าง ขอเพียงมีคาเมะอยู่กับผมเท่านั้น ผมรักหลานของคุณปู่นะครับ...” ยูอิจิพูดพร้อมกับคุกเข่า ก้มศีรษะโค้งจนแทบจรดพื้น และนั่นก็ทำให้คุณปู่ถึงกับอึ้ง เรียกหายาดมให้จ้าละหวั่น
“หลานฉันเป็นผู้ชายนะ...ผู้ชายน่ะ คุณเข้าใจมั้ย?” ท่านย้ำออกมาด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
“ทราบครับ... แต่ไม่ว่าเขาจะเป็นเพศอะไร ถ้าเขาคือคาเมะ ผมก็รักน่ะครับ และเผอิญคนที่ผมรักเป็นผู้ชายเสียด้วย อันนี้ผมห้ามใจไม่ได้ครับ คาเมะเองก็รักผม ....ผมสัญญาครับว่าจะดูแลเขาให้ดีที่สุด ขอให้คุณปู่วางใจ” ถ้อยคำสารภาพนั้นกัดกินใจคนแก่ในบ้านเหลือเกิน
คุณปู่พูดไม่ออก เมื่อชำเลืองไปทางตัวต้นเรื่องที่เอาแต่ก้มหน้าตลอด ร่างบางนั่งชิดกับยูอิจิ มือกำชายเสื้อของชายคนรักไว้แน่น ราวกับกลัวคุณปู่จะลงโทษอย่างนั้นล่ะ

.......................

“คุณปู่น้า....คุณปู่น่ารักเสมอ..” คาเมะครางออกมากับสายน้ำ ทำให้จุนโนะพยักหน้าเห็นด้วย
“เป็นคนอื่นนายก็ไม่ได้มานั่งยิ้มแบบนี้หรอก เพราะงั้น คาเมะต้องรักและดูแลคุณปู่ให้มากๆ น้า”
“ฮื่อ...” คาเมะพยักหน้า จากนั้นสองหนุ่มก็เดินกลับที่พัก พบกับยูอิจิคอยอยู่ในห้องโถง เมื่อเห็นคาเมะเดินกลับเข้ามา เขาก็ลุกขึ้นยิ้มให้ จูงทั้งคาเมะและจุนโนะมานั่งด้วยกัน
“เราจะอยู่เป็นเพื่อนนายกับจินที่นี่ก่อน และยามะพีก็ดูเหมือนว่าจะไม่อยากกลับแล้วล่ะ ขออยู่อีกสักอาทิตย์สองอาทิตย์” ยูอิจิว่า จุนโนะดีใจ หันมายิ้มกับคาเมะ
“ดีครับ ผมกับคาเมะจะได้อยู่คุยกันต่อ”
“อีกอย่างเอ้อ.....โคยาม่ากับชิเงะก็อยาก...เอ้อ...อยากถือโอกาสฮันนีมูนด้วยเลย”
“หา???” ทั้งคาเมะและจุนโนะร้องขึ้นอย่างแปลกใจ ใบหน้าหวานของคนทั้งสองมีแววสงสัยอย่างเต็มเปี่ยม ยูอิจิจึงเล่าให้ฟังทั้งหมด

“ไม่อยากเชื่อเลย...ว่าสองคนนั่นน่ะจะ...เอ้อ...จะชอบกัน” จุนโนะว่า
“เชื่อเถอะ ตอนนี้อาจจะไม่ลึกซึ้งแต่ก็นะ ความรักที่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นเพื่อนน่ะมันยั่งยืนนะจุนโนะ”
“ครับคุณหนู...ผมก็หวังว่าสองคนนั่นคงจะได้รับอะไรที่ดีขึ้น จิตใจจะได้ดีขึ้นด้วย ความรักนี่ยังไงๆ ซะก็ทำให้คนเราเปลี่ยนไปได้นะครับ จากที่ไม่ดีก็ดีซะจน.......”
“นี่นายหลอกว่าฉันทางอ้อมล่ะซิ จุนโนะ” ยูอิจิพูดขัดขึ้น ทำเอาจุนโนะหัวเราะเจื่อนๆ มองมายังคาเมะที่นั่งอยู่เคียงข้างเจ้านายหนุ่ม
“เปล่าหรอกครับ ผมแค่ดีใจที่คุณยูอิจิมีความสุขและรักเพื่อนของผมอย่างจริงใจ”
“ฉันรักคาเมะ...และจะรักตลอดไป” ยูอิจิพูดให้คำมั่นต่อหน้าจุนโนะและคาเมะ และนั่นก็ทำให้ร่างเล็กที่นั่งฟังมาตลอดถึงกับอายม้วน ทุบแขนยูอิจิเบาๆ ขณะพึมพำให้จุนโนะได้ยินว่า
“ฉันก็รักคุณหนูของนายมาก จุนโนะ...และจะพยายามไม่ดื้อ ถ้าไม่จำเป็น”
“อื้อ....คาเมะ..พูดแบบนี้ต้องให้รางวัลอย่างงามเลยล่ะ จะดื้อก็ไม่ว่านะ ฉันจะปราบนายเอง” ยูอิจิยิ้มใส่ดวงตาของคาเมะ จ้องหน้ากันอยู่เช่นนั้นเนิ่นนาน ...และนั่นก็ทำให้จุนโนะแอบลุกขึ้นอย่างเงียบกริบ ปล่อยให้คู่รักทั้งสองครองโลกสีชมพูนี้อยู่ด้วยกันสองต่อสอง ส่วนตัวเขาเองได้แอบไปดูแลจินที่ห้องพัก......

***********************

หลายวันต่อมา เรียวคังแห่งใหม่ได้เปิดตัวขึ้นอย่างเป็นทางการ ลักษณะการก่อสร้างคล้ายคลึงกับเรียวคังอะโอนิ พ่อของฮายามิเชิญทุกคนมาร่วมเป็นพยานในพิธีเปิด และในตอนนี้จินก็แข็งแรงเหมือนเดิมทุกอย่าง แถมยังสดใส ร่าเริง เพราะมีจุนโนะคอยดูแลไม่ห่าง แขกส่วนหนึ่งที่เคยมาพักที่เรียวคังอะโอนิก็ได้ลองมาใช้บริการของที่ใหม่ด้วย กิจการไปได้สวยจนเจ้าของยิ้มแก้มปริ
ฮายามิแหงนมองป้ายไม้ที่หน้าทางเข้า ลูบคลำด้วยความภูมิใจโดยมีร่างบางของยามะพียืนอยู่เคียงข้าง
“ขอแสดงความยินดีด้วยนะ ฮายามิคุง” ร่างบางยื่นหน้าบอก มือข้างหนึ่งเกี่ยวกับท่อนแขนของร่างสูงไว้ตลอดและฮายามิเองก็ดูเหมือนจะเต็มอกเต็มใจที่มียามะพียืนอยู่ตรงนี้
“พวกคุณจะกลับวันพรุ่งนี้ ที่นี่คงเหงาแย่เลย” ฮายามิพูดขึ้น ทำให้คนฟังใจหาย
“ฮื่อ...จะต้องกลับบ้านแล้วล่ะ”
“แล้วจะมาอีกมั้ย?”
“นายอยากให้ฉันมามั้ยล่ะ?” ยามะพีถามกลับ มือจิกท่อนแขนฮายามิแน่น ใบหน้างามแหงนมองหน้าหล่อคมของร่างสูงซึ่งกำลังก้มมองเขาอยู่เช่นกัน ริมฝีปากหยักของฮายามิแย้มเยือนขณะบอกว่า
“ผมไม่อยากให้คุณกลับโตเกียวเลย”

ยามะพียิ้ม ...สูดลมหายใจเข้าปอดและระบายออกมายาวเหยียดก่อนจะสารภาพออกมา
“ฉันชอบฮายามิคุง...”
หัวใจของคนฟังเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ฮายามินึกประหลาดใจเหลือเกินว่า การได้พบและพูดคุยกับยามะพีเพียงไม่กี่อาทิตย์ ทำให้เขาตกหลุมรักหนุ่มน้อยจากโตเกียวอย่างง่ายดายได้อย่างไรกันนะ...
เขาก้มมองดวงหน้าที่แหงนเงยอยู่ตรงหน้า เห็นแววตาเปิดเผยและจริงจังในดวงตาคู่นั้น

“ผมก็...เอ้อ...ผมก็ชอบคุณ” ฮายามิตอบรับ
เขาสอดแขนรอบเอวบาง ดึงยามะพีมาใกล้ ได้ยินเสียงต่ำพร่าของยามะพีดังมาว่า
“งั้นฉันอยู่ต่ออีกสักวันสองวันจะดีมั้ย?”
“ดีครับ...อยู่นานๆ ก็ได้”
“ไม่บอกก็จะทำอย่างนั้นอยู่แล้วล่ะ ไม่คิดว่าการมาครั้งนี้จะทำให้ชีวิตของฉันสุดยอดแบบนี้” ยามะพีพูดแล้วปิดปากหัวเราะ ชำเลืองมองมือสองมือที่เกาะกวัดกันอยู่ เมื่อฮายามิบีบมือเรียวของเขามั่น ยามะพีก็บีบมือของฮายามิตอบ
“ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าผมจะมาได้แฟนเอาแบบไม่คาดคิดมาก่อน ต้องขอบคุณเพื่อนๆ ของคุณนะครับที่ทำให้เรื่องมันดีอย่างนี้”
“นั่นซิ...ว่าแต่นายเถอะ...จะทนนิสัยฉันได้นานแค่ไหนกันนะ?” ยามะพีหยุดเดิน หันมาถามเอาตรงๆ
“แล้วคุณล่ะจะทนอารมณ์ผมได้นานหรือเปล่า?” ฮายามิจับปลายจมูกยามะพีบีบเบาๆ และกอดร่างบางแนบแน่น จากนั้นทั้งสองหนุ่มก็โพล่งออกมาพร้อมกันว่า
“ก็ต้องลองคบกันดูดีมั้ย?”
ทั้งสองมองหน้ากันและหัวเราะออกมา ฮายามิคุงคล้องแขนรอบไหล่ของยามะพีพากันเดินต่อไปเรื่อยๆ ตามเส้นทางที่จะนำไปสู่ที่พัก โดยมีสายตาของเพื่อนๆ มองมาอย่างลุ้นกันเต็มที่อยู่ด้านหลัง

“มาพนันกันมั้ยว่า คู่นั้นจะคบกันยืดมั้ย?” อุเอะดะพยักเพยิดไปทางคู่ของฮายามิและยามะพี
“สุดขั้วมาเจอกับสุดหล่อจอมดุ คงจะคบกันได้นานเลยล่ะ ยาหยี” โคกิเป็นคนตอบคำถาม เขารุนหลังอุเอะดะให้เดินตามกันไปอีกคู่หนึ่ง

********************************

ยามเย็นริมระเบียง
“พรุ่งนี้ก็ต้องกลับโตเกียวกันแล้วซินะ...จุนโนะจะคิดถึงทางนี้มั้ย?” จินถามขึ้นขณะยืนพิงระเบียงโดยมีจุนโนะสุเกะอยู่ในอ้อมแขน ทั้งสองมองไปยังท้องน้ำเบื้องล่างที่มีแสงสีทองของดวงอาทิตย์ใกล้ตกดินส่องประกายกระทบกับพื้นน้ำจนเกิดเส้นสายสวยสดงดงาม
เด็กหนุ่มแหงะหน้ามองคนที่ยืนกอดเขาจากด้านหลัง นิ้วชี้ถูกยกขึ้นมาจิ้มปลายจมูกของจินเบาๆ
“ถ้าหมายถึงสถานที่ล่ะก็คิดถึง แต่ถ้าหมายถึงคนล่ะก็คงจะคิดถึงมากที่สุด”
“เอ๋?? จุนโนะหมายถึงเจ้าของเรียวคังที่ชื่อฮายามิหรือเปล่าเอ่ย...ถ้าใช่ง่ะนะ ห้ามเด็ดขาดนะ ฉันหึง...” จินจับปลายนิ้วนั้นมากุมไว้ และจุมพิตหนักหน่วงที่กลางใจมือ
“คิดถึงทุกคนแหล่ะครับ ไม่เจาะจง แหมก็คนพวกนั้นน่ะอยู่ด้วยกันมาหลายเดือน เหมือนพี่เหมือนน้อง สำหรับฮายามิคุงน่ะคงไม่ต้องพูดถึงละมังครับ เพราะตอนนี้คุณยามะพีรับหน้าที่นัมเบอร์วันไปแล้วล่ะนะ”
“นั่นซิ...ฉันนึกเอาไว้เหมือนกันละ สังหรณ์อย่างไรชอบกลว่า ยามะพีจะทำให้ฮายามิคุงตัดใจจากจุนโนะได้ ไม่คิดเลยว่ามันจะรวดเร็วเกินคาด ยามะนี่ไวเหมือนกันนะ เขาเรียกว่ามีเซ้นต์ทางด้านความรักอย่างดีเยี่ยมเลย” จินพูดพลางหัวเราะออกมา เมื่อนึกไปถึงเมื่อสักครู่ที่ยามะพีมาบอกพร้อมกับสีหน้าเอียงอายว่า จะยังไม่กลับด้วย ขออยู่ต่ออีกสักอาทิตย์

จุนโนะขยับตัวยุกยิก และหันร่างมาเผชิญหน้ากับจิน ดวงหน้าหวานอยู่ในระดับเดียวกับคนรัก ดังนั้นจินจึงอดใจไม่ไหว จุมพิตที่ปลายจมูกโด่งงามไปหนึ่งที
“อื๊อ...จิน...”
“กลับไปนี่ ขอสัญญาว่าจะเป็นคนดีของจุนโนะ ฉันจะเป็นลูกแมวที่แสนเชื่องดีมั้ย?” จินว่า
“จินง่ะนะจะเป็นลูกแมว?”
จินหัวเราะ เมื่อจุนโนะถามเสียงสูงและพึมพำว่า ...ลูกแมวหรือลูกเสือกันแน่.......
“จริงน้า...จะยอมอยู่ในโอวาทของเจ้านายที่น่ารักคนนี้ เพราะกลัวว่าถ้าทำอะไรขัดใจจุนโนะแล้ว นายจะหนีฉันไปอีก ฉันทนไม่ได้หรอกนะ ชีวิตนี้จะขาดจุนโนะอีกไม่ได้แล้ว” จินยกมือสาบาน ซึ่งก็ทำให้ร่างโปร่งเป็นฝ่ายสอดแขนรอบเอวของเขาแทน หน้าหวานซุกกับอกกว้างขณะเผยอกลีบปากบอกด้วยน้ำเสียงสดใสว่า
“ผมก็ขาดจินไม่ได้เหมือนกัน....”
“นับต่อจากนี้ เราอย่าทะเลาะกันเลยนะจุนโนะนะ...” จินสูดกลิ่นหอมจากเรือนผมอ่อนสลวย
“ครับ...เราเข้าใจกันดีแบบนี้ มีความสุขจริงๆ นะครับ”
จุนโนะเอ่ยออกมา ในน้ำเสียงนั้นเจือด้วยความสุขอย่างที่บอก...
“ฉันรักนายจุนโนะสุเกะ”
“ผมก็รักคุณ อะกานิชิ จิน.....” เสียงสั่นเครือเจือสะอื้นของจุนโนะทำให้จินก้มมองใบหน้าที่ซบไหล่ของเขาอยู่ เห็นน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย
“จุนโนะร้องไห้ทำไมเหรอ...”
จุนโนะเงยหน้าขึ้นมา ใช้หลังมือปาดน้ำตาออก กล่าวทั้งที่น้ำตานองหน้าว่า
“ก็ผมกำลังมีความสุขนี่ครับ...”


จินยิ้ม เขาส่ายหน้าอย่างเอ็นดู นิ้วเรียวเช็ดน้ำตาออกไปจากดวงตาของจุนโนะสุเกะ และกอดร่างบางมาแนบอกอีกครั้ง

...ดีใจที่น้ำตาของจุนโนะคือ น้ำตาแห่งความรักที่มอบให้เขาเท่านั้น

เสียงใบไผ่หวีดหวิวอยู่เหนือลำน้ำที่ไหลเอื่อยลงไปยังหุบเขาเบื้องล่าง ร่างสองร่างยังคงยืนกอดกระชับในอ้อมแขนของกันและกัน ...

...นับแต่นี้ต่อไป...ชีวิตของเขาสองคนขอเดินเคียงข้างไปด้วยกัน


.....จะไม่มีน้ำตาแห่งความเสียใจอีกต่อไปแล้ว นอกจากหยาดน้ำจากความสุขเท่านั้นที่ไหลรินรดหัวใจของคนทั้งสอง

******************************


Happy Ending

comment ที่นี่จ้า

Hosted by www.Geocities.ws

1