Vol 29

********************


ระหว่างที่สองหนุ่มยังยืนจ้องตาประเมินท่าทีกันอยู่นั้น เสียงตะโกนโหวกเหวกของท็อตซึก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างของเด็กหนุ่มที่วิ่งกระหืดกระหอบลงเนินมา พอมาถึงที่จุนโนะและจินยืนอยู่ เขาก็หยุดก้มหอบจนตัวโยน เท้าแขนกับหัวเข่า
“เกิดเรื่องแล้ว!! เกิดเรื่องแล้วพี่จุนโนะ!!!” ท็อตซึรายงาน
“มีอะไรท็อตซึ?”
“ลูกของแขกที่มาพักน่ะซิ หายไปจากที่พัก ตอนนี้พวกเรากำลังตามหากันอยู่ เขาว่าหายไปตั้งแต่เช้ามืดแน่ะ พ่อเด็กเขาตื่นสายเพราะอยู่กินเหล้าดึก เช้ามาลูกสาวเลยหายไปไหนก็ไม่รู้” ท็อตซึพูดถึงเด็กผู้หญิงวัยเจ็ดขวบที่แขกจากโตเกียวหอบหิ้วเอามาสัมมนาด้วย และก็เป็นเด็กคนเดียวที่มาพักอยู่ที่นี่
ท็อตซึรีบเดินนำสองหนุ่มกลับที่พักและบอกว่า ฮายามิสั่งให้พนักงานทุกคนช่วยกันออกตามหา และตำรวจก็กำลังจะขึ้นมาแล้วด้วย
จุนโนะเปลี่ยนชุดและกำลังจะออกตามหา พบกับจินยืนดักไว้อยู่แล้ว
“ฉันจะช่วยด้วยอีกแรง” จินว่า
“อย่าเลย..คุณเป็นแขกมาพัก อย่าลำบากเลย” ฮายามิที่ยืนอยู่แถวนั้นรีบพูดขึ้นมาเสียก่อน แต่อีกฝ่ายกลับส่ายหน้า เขามองจุนโนะเขม็งขณะบอกว่า
“ไม่เป็นไร ฉันจะช่วย...”
จุนโนะพยักหน้าให้จิน และบอกว่า
“ถ้างั้นก็แยกกันตามหาจะดีกว่านะครับ...จินไม่ชำนาญทาง ให้ท็อตซึไปด้วยก็แล้วกัน ส่วนผมจะไปดูที่ริมแม่น้ำ ยังไงก็โทร. ถึงกันนะครับ...”

ทั้งหมดแยกย้ายกันค้นหา จินมองตามหลังจุนโนะไปอย่างเป็นห่วง เด็กหนุ่มวิ่งลงไปด้านล่าง เขาเห็นพวกตำรวจเริ่มมากันแล้ว ท็อตซึก็กระตุกแขนเขาแล้วบอกว่า จะออกขึ้นเนินไปอีก เผื่อเด็กนั่นจะขึ้นไปเล่นบนเขา
“สูงขึ้นไปอีกหน่อยจะมีบ่อน้ำพุร้อนของเรียวคังอีกแห่งหนึ่ง คุณพ่อของฮายามิคุงกำลังสร้างใหม่น่ะครับ แต่ว่าตอนนี้ไม่มีใครอยู่ เปลี่ยวด้วย ผมกลัวว่าคุณหนูคนนั้นจะไปเล่นซุกซนที่นั่น เราไปดูกันเถอะครับ...”
จินกับท็อตซึออกเดินขึ้นเนิน ซึ่งเป็นคนละทางกับที่จุนโนะไป จินเหลียวหลังมอง ไม่เห็นตัวจุนโนะแล้ว ดังนั้นเขาจึงเดินตามท็อตซึไป

**************************

สายมากขึ้น พระอาทิตย์ส่องแสงแรงกล้า คณะตามหาเด็กผู้หญิงยังตามหากันอย่างไม่ลดละ จุนโนะปาดเหงื่อที่ไหลย้อยมาตามปลายคาง ความเหนื่อยทำให้เหงื่อไหลลามจนชุ่มแผ่นหลัง เขานึกถึงจิน ป่านนี้จินกับท็อตซึจะเป็นอย่างไรบ้างนะ ไม่ชำนาญเขาแบบนั้น จะทำให้คนอื่นเขาเป็นห่วงเปล่าๆ
“พักก่อนดีมั้ย? จุนโนะ” เสียงฮายามิตะโกนบอกอยู่ริมตลิ่งอีกด้านหนึ่ง จุนโนะพยักหน้า และไต่เนินขึ้นไปยืนเช็ดเหงื่ออยู่ข้างทาง โดยมีฮายามิเลาะมาอีกด้านหนึ่ง สีหน้าของชายหนุ่มกังวลใจมาก มีเด็กหายไปจากเรียวคังของเขาแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กเลย ถ้าเกิดเหตุร้ายแรงกับแขกที่มาพัก เจ้าของเรียวคังก็ต้องรับผิดชอบด้วย
“จุนโนะคงจะห่วงแฟนซินะ?” ฮายามิถาม เพราะเขาเห็นจุนโนะชะเง้อมองไปตามทางเดินขึ้นเขาบ่อยๆ พอเด็กหนุ่มหันหน้ามา ฮายามิก็พบกับแววตากลัดกลุ้มของจุนโนะมองตอบมา
“เขาไม่ชำนาญทาง...กลัวว่าจะพลอยหายไปอีกคน...” จุนโนะพูดแล้วหัวเราะ แต่มันก็ขื่นๆ ชอบกล
“จะไปหาทางโน้นด้วยมั้ยล่ะ ทางนี้มีตำรวจกระจายกันหาแล้ว ฉันว่าเราขึ้นเขาไปทางเรียวคังใหม่กันดีกว่า เผื่อจะได้ช่วยกัน” ฮายามิเสนอ และจุนโนะก็เห็นดีด้วย เพราะในใจนั้นก็อยากไปอยู่แล้ว...

********************

ทั้งสองเดินขึ้นเนินไปได้สักพัก ก็เห็นท็อตซึวิ่งกระหืดกระหอบลงมา พลางตะโกนโหวกเหวก กวักไม้กวักมือเรียก
“เร็วเข้าฮะ...เจอแล้วครับ...เจอแล้ว...”
“ว่าไงเจอแล้วเรอะ?” ฮายามิถามขึ้น แต่ท็อตซึรีบฉุดแขนนายจ้างข้างหนึ่งและจุนโนะอีกข้างหนึ่งให้วิ่งตามไป
“คุณจินเป็นคนเจอครับ แต่ว่าเร็วๆ เข้านะฮะ เด็กนั่นตกลงไปในหุบเขาข้างแม่น้ำ แต่ว่าคุณจินน่ะซิฮะ...โอย....” ท็อตซึหยุดหอบ จนจุนโนะต้องคว้าแขนเด็กหนุ่มและเร่งให้พูดโดยเร็ว
“จินทำไมหา?”
“คุณจินเขาเห็นเด็กนั่นนอนร้องไห้จ้าอยู่ข้างล่างก็รีบไต่เนินลงไป แต่ว่าก้าวพลาดน่ะฮะ ลื่น...กลิ้งลงไปนอนนิ่งอยู่ข้างล่างโน่น...ผมกำลังจะลงไปช่วย แต่พอดีเห็นพวกฮายามิคุงเสียก่อน.....อ้าวพี่จุนโนะ...” เด็กหนุ่มชะงักเมื่อจุนโนะสะบัดแขนหลุด แล้ววิ่งห้อไปตามที่ท็อตซึบอก
เขาหยุดอยู่ตรงริมเนิน มองลงไปยังเบื้องล่าง ...เป็นหุบที่ลึกพอสมควร ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้อยู่เบื้องล่าง ร่างเล็กกระจ้อยร่อยนั่งเหยียดขามอมแมมอยู่ริมตลิ่ง แต่ที่ทำให้จุนโนะใจหายวาบก็คือ ร่างที่นอนนิ่งไม่ไหวติงของจินนั่นต่างหากที่เรียกให้เขาไถลตัวกับพื้นแฉะของต้นไม้ที่ขึ้นเรี่ยเขา ในใจไม่นึกห่วงอะไรเท่ากับร่างที่นอนเหยียดยาวที่เบื้องล่างนั่น


“จิ้น...น...น...น.....!!!” จุนโนะตะโกนออกมาสุดเสียง ใจสั่นระรัวไปหมดแล้ว

หูแว่วได้ยินเสียงฮายามิคุงและท็อตซึส่งเสียงอยู่ด้านบน
“ระวังจุนโนะ...ค่อยๆ ไป!! มันลื่น.....”

จุนโนะไม่ฟังเสียง เขาแทบจะกลิ้งลงไปกองกับพื้นเบื้องล่าง ดีที่มือฉวยได้กิ่งไม้ที่ระพื้นอยู่ตามทางเป็นเครื่องช่วยพยุงกายจนลงมาหาจินด้วยเนื้อตัวที่ถลอกปอกเปิก
“จิน!!”
ร่างบางคุกเข่าที่พื้นข้างกายของชายหนุ่ม ใจหายวาบเมื่อเห็นเลือดสีแดงไหลออกมาจากข้างขมับของจิน
“จินอย่าเป็นอะไรนะ.....จิน......” น้ำตาอุ่นจัดไหลอาบแก้ม จุนโนะเอื้อมมือสั่นเทาสำรวจเนื้อตัวจินอย่างแผ่วเบา ค่อยใจชื้นขึ้นเมื่อรับรู้ว่าจินยังมีลมหายใจอยู่
“จิน......” เสียงครางออกมาจากปากบาง จุนโนะเห็นฮายามิตามลงมาแล้ว จึงบอกให้นายจ้างไปดูเด็กผู้หญิงที่เอาแต่นั่งร้องไห้ข้างๆ
“ให้ตายซิ ...แฟนนายเป็นอะไรมากหรือเปล่า จุนโนะ...?” ร่างสูงถาม เห็นน้ำตาของจุนโนะแล้วเขาก็ใจหาย เมื่ออีกฝ่ายส่ายหน้า ฮายามิก็มองขึ้นไปด้านบน
“ท็อตซึกำลังไปตามคนมาช่วย ใจเย็นๆ ล่ะ เด็กคนนี้ไม่เป็นอะไรนอกจากตกใจ แต่แฟนนายน่ะ...” ฮายามิขยับเข้าใกล้จิน แตะเบาๆ ที่ข้างขมับ แต่ไม่กล้าขยับส่วนอื่นของร่างกาย เพราะไม่รู้ว่าจินตกลงไปกระแทกอะไรบ้าง มีอยู่ทางเดียวก็คือรอให้ตำรวจมาช่วย
“สงสัยโดนแง่หิน เลือดถึงได้ออกขนาดนี้” ทั้งสองช่วยกันห้ามเลือดจากบาดแผล นอกจากที่ข้างขมับแล้ว ยังมีรอยแผลถลอกที่แขนและขาด้วย
“ทำไมเขานิ่งไปล่ะฮะ...ทำไมไม่ได้สติเลย” จุนโนะสะอื้นเบาๆ อยากเขย่าเรียกจินให้ฟื้นแต่ก็มิอาจทำได้ น้ำตายังคงไหลริน จนคนมองต้องลอบถอนหายใจ....

...รักมากซินะ...ถึงได้ร้องไห้ขนาดนี้น่ะ

ฮายามิมองร่างบางที่นั่งแหมะกับพื้นเฉอะแฉะ หลังมือก็เช็ดน้ำตาป้อยๆ มือสองข้างสัมผัสเนื้อตัวของคนรักอย่างทะนุถนอม ปากที่สั่นระริกนั้นเอ่ยถ้อยคำแผ่วเบาออกมา

“จินอย่าตายนะ.......จิน.....”

...................................

*********************

ร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บของจินถูกนำส่งโรงพยาบาลในตัวเมืองเบื้องล่าง รวมทั้งเด็กผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุและจุนโนะด้วย ทั้งสองได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพราะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากนักนอกจากแผลที่ครูดไปกับเนินหญ้า แต่จินนี่ซิ ได้รับการบอกว่า ศีรษะกระแทกกับแง่หินที่อยู่แถวนั้นขณะกลิ้งลงมาอย่างเร็ว และตอนนี้ก็ยังไม่ได้สติเลย
จุนโนะทำแผลแล้วก็ขออยู่ดูอาการของจินที่โรงพยาบาล แม้ว่าฮายามิจะขอร้องให้กลับไปพักผ่อนที่เรียวคังก่อนก็ตาม พอจินฟื้นถึงค่อยมา แต่จุนโนะเอาแต่ส่ายหน้าอย่างเดียว
“ผมขออยู่กับเขานะครับ ขอร้อง...” จุนโนะก้มหัวให้ฮายามิ ซึ่งฝ่ายนั้นก็ต้องจำใจอนุญาต ชายหนุ่มจึงต้องปล่อยจุนโนะไว้ที่โรงพยาบาล ส่วนตัวเองต้องไปให้การกับตำรวจที่สถานีตำรวจ...

จุนโนะนั่งอยู่หน้าเตียงคนไข้ตลอดเวลา จินนอนนิ่งไม่ไหวติง แขนข้างหนึ่งมีผ้าพันแผลพันไว้ ส่วนขาข้างซ้ายก็มีผ้าพันไว้อยู่เช่นกัน ที่หนักที่สุดก็เห็นจะเป็นบริเวณศีรษะที่ถูกเย็บถึงสิบเข็มเพราะโดนแง่หินกระแทกเป็นแผลแตกและช้ำเล็กน้อย อาการไม่อันตรายอะไร แต่จินก็ยังไม่ได้สติ
เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปลูบไล้โครงหน้าของคนนอนหลับอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกผิดเกิดขึ้น นี่เขางอนมากเกินไปหรือเปล่านะ คำพูดที่โต้ตอบกันเรื่องที่จะให้จินโดดลงไปยังเนินเขาเบื้องล่างนั้น เหมือนกับจะเป็นลางบอกเหตุ นี่ถ้าจุนโนะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า เขาจะไม่มีวันพูดท้าให้จินโดดลงไปเลย แม้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นอุบัติเหตุแต่ก็เหมือนกับจินจะทำในสิ่งที่ได้ท้าทายกันไว้

จุนโนะนิ่งคิดอยู่ชั่วครู่ ประตูห้องก็ถูกเคาะสองสามครั้ง และเปิดผัวะออกพร้อมกับร่างของคนสามคนเดินเข้ามา
“จุนโนะ...” เสียงเรียกเบาๆ นั้นทำให้คนเฝ้าไข้หันขวับมา เมื่อเห็นร่างเล็กของเจ้าของเสียง จุนโนะก็เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจที่เห็นเพื่อนรักมาอยู่ณ ที่นี้
“คาเมะ..ะ...ะ..” ร่างบางลุกพรวดขึ้น จุนโนะยื่นมือออกมาข้างหน้า เห็นคาเมะน้ำตาคลอเบ้า ร่างเล็กตรงรี่โอบกอดร่างสูงของจุนโนะไว้
“จุนโนะ...ในที่สุด...เราก็พบนาย..จุนโนะทีหลังอย่าทำแบบนี้นะรู้มั้ย” คาเมะเงยหน้าทำคิ้วขมวดเหมือนผู้ใหญ่ดุเด็ก แต่แล้วก็กลับมากอดร่างสูงอีกครั้ง
“พวกเราเที่ยวตามหานายทุกที่เลยรู้มั้ย...?”
จุนโนะพยักหน้าและพึมพำคำขอโทษเบาๆ หน้าเศร้าหมองเบือนไปมองคนนอนบนเตียง คาเมะมองตามแล้วบอกว่า
“เมื่อกี้เจอหมอ เขาบอกว่าไม่เป็นอะไรมาก แค่รอให้ฟื้นขึ้นมาเท่านั้นเอง...”
“ถ้า...ถ้าเขาไม่ฟื้นล่ะคาเมะ” จุนโนะอดสะอื้นไม่ได้ ริมฝีปากสั่นระริก จนร่างเล็กของเพื่อนรักต้องโอบกอดเขาเอาไว้อีก
“พวกเรามาได้เวลาพอดี พอขึ้นมาถึงบ้านพักก็รู้เรื่องจินได้รับอุบัติเหตุ” เป็นเสียงดังมาจากร่างเพรียวอีกคนที่ยืนอยู่ปลายเตียงของจิน จุนโนะก้มหัวให้คนพูด
“คุณก็มาด้วย คุณยามะพี ดีใจครับที่ได้พบกันอีก”
“จริงเร้อ?? นึกว่านายอยากจะตั๊นหน้าฉันซะอีก” ยามะพีพูดติดตลก แต่จุนโนะไม่ตลกด้วย เขาส่ายหน้าแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะเที่ยวโกรธเคืองใครอีก
“....พวกเรามารับนายกลับบ้านนะจุนโนะ อย่าได้โกรธจินอีกเลยนะ หมอนั่นน่ะทุกข์ใจมาพอแล้ว ละทิฐิซะเถอะ ไหนๆ ก็รักกันถึงขนาดนี้” ยูอิจิบุ้ยปากไปที่คนนอนบนเตียง จินไม่ได้สติและก็ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนถึงจะฟื้น แต่ดูท่าทางของจุนโนะแล้ว ยูอิจิก็ลงความเห็นว่า โอกาสเป็นของจินแน่ ไม่รู้ว่าจะสงสารหรือดีใจไปกับจินดี

“วันนี้พวกเราคงต้องค้างที่นี่ล่ะ กระเป๋าก็อยู่หน้าเรียวคังข้างบนโน่น ยังไม่ได้เช็คอินเลย ยังไงๆ ซะ ระยะนี้คงยังกลับไม่ได้ เรายังไม่อยากเคลื่อนย้ายจินไปไหน จะว่าอะไรมั้ยถ้าพวกเราจะเช็คอินที่เรียวคังที่จุนโนะทำงานอยู่?” ยูอิจิถาม จุนโนะกลืนน้ำลายแต่ก็ต้องพยักหน้า
“เชิญครับ..คุณหนู”
“เอางี้ ฉันจะไปเช็คอินให้ก่อนละกัน พวกนายอยู่ที่นี่ก่อน ไว้เย็นค่อยขึ้นไปพักผ่อนกันที่โน่น นายล่ะจุนโนะ...จะกลับไปด้วยกันมั้ย?” ยามะพีเสนอตัว เขารุนหลังยูอิจิให้อยู่กับคาเมะเพื่อเป็นเพื่อนจุนโนะก่อน และตอนนั้นเองที่ฮายามิได้กลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้ง แต่พอเห็นจุนโนะอยู่กับแขกแปลกหน้าเขาก็ชะงัก
“เพื่อนผมน่ะครับ...นี่ยามะพีเพื่อนของจิน คาเมะเพื่อนผม และก็คุณยูอิจิเจ้านายผมครับ ฮายามิคุงเป็นเจ้าของเรียวคังที่ผมทำงานอยู่น่ะครับ” จุนโนะแนะนำ ซึ่งร่างสูงก็ก้มรับคำทักทายนั้น
“ฉันจะกลับขึ้นไปก่อนนะจุนโนะ ถ้าอยากอยู่ที่นี่ก็ไม่ต้องขึ้นไปหรอก จะให้คนเอาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน ...” ฮายามิบอก จุนโนะมองยามะพีแล้วก็เลยฝากฝังให้หนุ่มน้อยตาโตขึ้นเขาไปกับฮายามิ
“พวกเขาจะพักที่เรียวคังด้วยครับ ฝากเพื่อนผมด้วยนะครับ”
“อ๋อ...ได้ซิ เรียวคังอะโอนิยินดีต้อนรับครับ” ฮายามิโค้งให้ แล้วเงยขึ้นมายิ้มจนเห็นเขี้ยวเสน่ห์ เล่นเอาหนุ่มน้อยยามะพีมองตาค้างไปแล้ว...

...สูง...หล่อ ...คมเข้ม...แถมผิวคล้ำอีกต่างหาก...

...โอย....จะตาย.....

พิจารณาคร่าวๆ แล้วก็สรุปว่า ดวงตาดำคมกับเส้นผมสีน้ำตาลเข้มนั่นคือสาเหตุทำให้ยามะพีใจเต้นจนเผลอพูดออกมาว่า
“เนี่ยเหรอเจ้าของเรียวคัง...”
“ทำไมหรือครับ?” ฮายามิขมวดคิ้ว ตาดุเข้มตวัดมองหน้าคนพูด เห็นรอยยิ้มแห้งๆ ของยามะพีก็มองเอา มองเอาจนอีกฝ่ายหัวเราะแก้เขิน
“ก็นึกว่าจะเป็นคุณลุงแก่ๆ ซะอีก”
“ลุงแก่ๆ น่ะพ่อผม ส่วนผมก็...แก่หรือเปล่าล่ะครับ”
“โอ๊ย..ตายล่ะ...” ยามะพีหัวเราะคิก แล้วกวาดตามองฮายามิจนทั่วตัว

...สงสัยการมาที่เรียวคังหนนี้ จะได้ความรู้สึกที่ดีกลับไปด้วยแน่ๆ เลยเนี่ย...

......................................................

“สงสัยมาคราวนี้จะได้คู่แน่ๆ เลยยามะพีเอ๋ย” ยูอิจิอดหัวเราะไม่ได้ เมื่อประตูห้องพยาบาลปิดสนิทลง
“ปล่อยไปกันสองต่อสองจะดีเร้อ” คาเมะพูดยิ้มๆ ทำให้จุนโนะต้องถามออกมา
“ทำไมเหรอ คาเมะ?”
“ก็กลัวยามะพีจะงาบฮายามิคุงซะกลางทางน่ะซิ ไม่เห็นหรือไง มองกันตาฉ่ำเยิ้ม เหมือนที่เคยมองยูอิจิเมื่อก่อนไม่มีผิดเลยเชียว”
“อ๋อ...ที่พูดนี่โล่งใจใช่มั้ย? ที่ยามะพีจะหันไปงาบคนอื่นแทน” ยูอิจิยีเส้นผมอ่อนนุ่มของคาเมะเล่น
“แต่ก็น่าเป็นห่วงนี่นา...”
“ห่วงฮายามิคุงเหรอ?” จุนโนะยิ้มมุมปาก นึกอย่างเดียวกับคาเมะเหมือนกัน การมาของยามะพีครั้งนี้จะทำให้ฮายามิหันเหความสนใจไปจากเขาบ้างสักนิดก็ยังดี
“บางทีคุณยามะพีอาจจะกำลังมีความรักอีกครั้งก็ได้...” จุนโนะพูดเหมือนรำพึง เขาเดินกลับไปยืนข้างเตียงของจิน จับมือจินมากุมไว้ แล้วบอกว่า

“ตื่นเร็วๆ นะครับจิน.....”
ดูเหมือนร่างที่นอนนิ่งบนเตียงจะรู้ตัว จินส่ายศีรษะบนหมอน ริมฝีปากส่งเสียงครางแผ่วเบา จนแทบจับใจความอะไรไม่ได้ ทั้งสามหนุ่มขยับตัวเข้ามาใกล้เตียง จุนโนะและคาเมะก้มหัวลงไปฟังสิ่งที่จินพึมพำพร้อมกัน
“ยก...ยกโทษ...ให้...ฉันด้วย...”
ทั้งคาเมะและจุนโนะหันมามองหน้ากันและกัน ดวงตาหม่นแสงของจุนโนะเป็นประกาย ไม่ว่าจินจะพูดถ้อยคำใดออกมา นั่นก็เท่ากับเป็นสัญญาณบ่งบอกให้รู้ว่า...จินกำลังจะฟื้นคืนสติ....

จุนโนะมองใบหน้าที่ยังหลับใหลของจินด้วยสายตาที่พร่าเลือนด้วยหยาดน้ำตา เขายกมือจินขึ้นจรดริมฝีปาก ...ได้ยินเสียงคาเมะเอ่ยออกมาอีกฟากหนึ่งของเตียงว่า
“จุนโนะ...ยกโทษให้คุณจินเถอะนะ..ลืมเรื่องในอดีตให้หมดได้มั้ย...ไม่มีใครจะรักนายเท่ากับเขาอีกแล้วนะ จุนโนะ” คาเมะจับไหล่เพื่อนรักเขย่าเป็นเชิงเตือน ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้า และยิ้มออกมา จุนโนะก้มลงกระซิบที่ข้างหูของจินว่า
“การที่ได้รัก ทำให้คนเรารู้สึกดีแบบนี้นี่เอง...ผมรักคุณนะครับจิน...ฟื้นเร็วๆ นะฮะ แล้วผมจะยกโทษให้จินหมดเลย...”

**************************
...........................

“ยังไม่ถึงอีกเหรอ....โอย...” เสียงโอดครวญดังอยู่เบื้องหลัง ทำให้ร่างสูงของฮายามิหันขวับมาทำตาดุใส่
“อีกไกลมั้ยอ่ะ?” ยามะพีถามอีก ยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดเหงื่อ บรรยากาศเริ่มขมุกขมัวเพราะใกล้ค่ำ
“รีบเดินหน่อยครับ เดี๋ยวก็ถึง เย็นมากแล้ว” ฮายามิบอก และยังคงเดินนำลิ่ว จะหันมาดูแขกคนใหม่ของเรียวคังสักนิดก็ไม่มี
.....หมับ!!....

มือเหนียวหนึบเกาะหมับที่หลังของฮายามิ ร่างสูงสะดุ้ง แล้วชะงักฝีเท้า
“อะไรครับ?”
“เหนื่อย...” ยามะพีบ่นพลางหอบแฮ่กๆ
“เหนื่อยแล้วจะให้ทำไง...ใครที่ขึ้นมาเที่ยวเรียวคังที่อยู่บนเขา ก็ต้องเดินหอบมาทั้งนั้นแหล่ะ ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังนี่ครับ จะได้มีรถกระเช้าไว้สอยเกี่ยวให้ขึ้นไปสบายๆ น่ะ”
“โอ้ย...ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย แค่บอกว่าเหนื่อยหน่อยเดียวเองง่ะ...ดุไปได้นี่...เป็นเจ้าของที่ใช้ไม่ได้เลย แหม..หล่อซะเปล่า แต่ดุชิบเป๋งเลย...”
“เฮ้อ........” ฮายามิถอนหายใจ เขาจับมือเรียวนั้นไว้ ฉุดขึ้นเดินลิ่วๆ จนยามะพีตัวแทบปลิว แต่ก็ค่อยยังชั่วหน่อย เมื่อมีแรงส่งแบบนี้ ขึ้นเขาสะดวกดี....
ร่างบางแอบอมยิ้มคนเดียว มองตามแผ่นหลังที่เดินล้ำหน้าเขาอยู่ในขณะนี้...
เจ้าหมอนี่ร่างสูงใหญ่ใช้ได้ เขาว่าจินกับจุนโนะสูงแล้วนะ แต่พอเทียบกับฮายามิแล้วล่ะก็ ...ชิดซ้าย....
เอ......อยู่ๆ ใจก็เต้นแรงขึ้นมาอีกแล้ว ...หรือว่าแทบจะตลอดเวลาก็ว่าได้นับตั้งแต่พบหน้ากับชายหนุ่มแห่งขุนเขาคนนี้....
ยามะพีอมยิ้มแก้มป่อง เดินลิ่วๆ ตามร่างสูงไปอย่างไม่มีบ่นอีกเลย...จนมาถึงเรียวคังก็พบว่า กระเป๋าของเขาและยูอิจิกับคาเมะถูกนำมาวางไว้หลังเคาน์เตอร์แล้ว
ฮายามิเข้าไปยืนประจำการที่หลังเคาน์เตอร์ เปิดสมุดลงทะเบียนแล้วก้มมองหนุ่มน้อยจากโตเกียวที่กำลังเอาคางเกยเคาน์เตอร์ ทำตาแป๋วอยู่ตรงหน้า
“ขอชื่อที่อยู่ของคุณกับเพื่อนด้วย...”
“ยามะชิตะ โทโมะฮิสะ นากามารุ ยูอิจิ แล้วก็...คาเมะ...เอ...คาเมะอะไรก็ไม่รู้ จำไม่ได้ เขาเป็นแฟนกับยูอิจิให้อยู่ห้องเดียวกันก็ได้ ส่วนผมยังซิงๆ อยู่ ขออยู่คนเดียวกับห้องโรแมนติก แยกจากคนอื่นด้วย หรือไม่ก็อยู่ติดกับห้องของฮายามิคุงก็ย่อมได้...อ๊ะ??...คิก...คิก..ล้อเล่น...ล้อเล่น...” ร่างบางปล่อยเสียงหัวเราะทะเล้นออกมา แต่เจ้าของสถานที่กลับตีหน้าตาย คิ้วเข้มขมวดนิดหนึ่งและคลายออกอย่างรวดเร็ว ฮายามิเหลือบมองดวงตากลมโตแว่บหนึ่ง แล้วต้องเมินหน้าไปทางอื่น

....เห็นทีว่า เค้าแห่งความยุ่งยากกำลังก่อตัวขึ้นแล้วละมัง...

หนุ่มน้อยร่างเพรียวคนนี้ สวยงาม น่ารัก เฉกเช่นเดียวกับจุนโนะสุเกะ แต่ว่ารายนั้นน่ะ บอบบางเหมือนดอกซากุระสีอ่อนที่พลิ้วไหว ...แต่ทว่า ยามะชิตะคนนี้ กลับเปรี้ยวจนเข็ดฟันเหมือนกับดอกฟูจิสีม่วงที่ห้อยตัวเป็นพวงระย้า แกว่งไกวไปตามกระแสลม ไม่ว่าจะลมแรงสักเท่าไร ก็ยังไหวเอนไปได้

...........เอ....แล้วทำไมคนอย่างฮายามิต้องมาคิดอะไรบ้าๆ แบบนี้ด้วยนะ..

ก็เจ้าหมอนี่ตีรวนเขาอย่างเห็นได้ชัด และอีกอย่างยามะชิตะก็เป็นแค่แขกที่มาพัก....จะมัวมาคิดมากทำไมกัน...

*************************

ตกดึกคืนนั้น ยามะพีนอนหลับเป็นตายและลืมไปเลยว่า ยูอิจิและคาเมะไม่ได้ขึ้นมานอนที่เรียวคัง เพราะดึกมากและไม่มีคนนำทางนั่นเอง
ในเวลาเดียวกัน จุนโนะนอนหลับไหลข้างเตียงของจิน ส่วนโซฟาที่มีอยู่ตัวเดียวในห้องก็มีร่างของยูอิจิกอดกับคาเมะหลับสนิทอยู่ด้วยกัน

จุนโนะนอนไม่ค่อยหลับ ตลอดเวลาที่จินนอนอยู่นั้น จะส่งเสียงครางเบาๆ สองสามครั้ง และขยับตัวเพียงครั้งเดียว
แสงจันทร์ส่องลอดม่านหน้าต่างเข้ามา ทำให้เห็นร่างของคนนอนหลับภายในห้องได้ แม้แต่ไม่ชัดนัก แต่จุนโนะก็เฝ้ามองใบหน้าของจินอยู่เช่นนั้น ลมหายใจของจินสม่ำเสมอ มือประสานกันไว้เหนือทรวงอกที่สะท้อนขึ้นลง
ใบหน้าเศร้าของจุนโนะแนบกับที่นอนข้างไหล่ของจิน มือเรียวไล้วนบนหลังมือของคนเจ็บ เสียงครางแผ่วเบาของจุนโนะดังออกมาว่า
“พรุ่งนี้ต้องตื่นมาเจอกันนะครับ....จิน...”

จุนโนะนอนฟุบอยู่ท่านั้น จนหนังตาเริ่มหนักอึ้ง ขณะนั้นเป็นเวลาเกือบสี่นาฬิกาของวันใหม่แล้ว ร่างบางจึงค่อยๆ หลับตาลงอย่างอ่อนล้า หลับสนิทในเวลาใกล้รุ่งนั่นเอง

.............................................

ตอนสายวันรุ่งขึ้น
จินลืมตามองดูเพดานห้องด้วยสายตาที่ยังพร่าเลือน เขาได้ยินเสียงคนคุยกันเบาๆ อยู่ข้างกาย เป็นเสียงที่ฟังดูคุ้นหูเหลือเกิน เขากะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่ภาพเบลอๆ นั้นออกไป เพดานขาวที่เห็นอยู่เบื้องบนนั้นไม่คุ้นตาเลย เขากำลังสงสัยว่าเขาอยู่ที่ไหนกันแน่.....
“อ๊ะ?? จินฟื้นแล้ว...” จินได้ยินเสียงอุทานของใครบางคน เขาเบือนหน้าไปมอง เห็นคนหลายคนถลันมายังเตียงที่เขานอนอยู่
“จิน......” เสียงย้ำถึงความดีใจนั้น ทำให้จินยิ้มออกมา
“จุนโนะ...ะ....”
“จินฟื้นแล้ว...” ดวงหน้าของคนพูดก้มต่ำจนแทบจะชิดหน้าของคนเจ็บ จินเห็นชัดแล้วล่ะ ใบหน้างดงาม หวานซึ้งของคนที่รักนั่นเอง จุนโนะจับมือของเขาเอาไว้ แนบหน้ากับหลังมืออย่างอ่อนโยน

ใช่สิ...เขาก้าวพลาดตกลงจากเนินเขาริมตลิ่งเพื่อจะช่วยเด็กผู้หญิงที่กำลังตามหากันอยู่ และเขาก็จำอะไรไม่ได้เลย
ไม่คิดด้วยซ้ำว่าตัวเองจะกลายเป็นคนเจ็บอยู่ในโรงพยาบาล

“จุนโนะจริงๆ ด้วย...” จินคราง
“ครับ...ผมเอง...”
“นายก็อยู่กับฉันด้วยหรือ...” จินถามออกมาด้วยความดีใจ จุนโนะกระชับมือซ้อนมือของจิน บีบหลวมๆ แต่อะไรก็ไม่ทำให้จินดีใจเท่ากับใบหน้าเปื้อนยิ้มที่เปรอะไปด้วยคราบน้ำตานั่นหรอก

...จุนโนะร้องไห้เพื่อเขา...

“ครับ...ผมอยู่เคียงข้างจิน และจะอยู่ตลอดไป...”

คำพูดนั้น......ทำให้จินใจเต้นแรง ...นี่หมายความว่า จุนโนะหายโกรธเขาแล้วใช่มั้ย....

“จุนโนะ...นายพูดจริงเหรอ?” จินถาม พยายามยกแขนขึ้นแต่ก็รู้สึกเจ็บแปล๊บที่แขนข้างหนึ่ง พอผงกหัวมองก็พบกับผ้าพันแผลสีขาวพันแขนของเขาเอาไว้
“จินอย่าเพิ่งขยับตัวเลย...ฟกช้ำไปหมดแล้ว” จุนโนะยิ้มแป้น น้ำตาคลอจนกลั้นหยาดน้ำใสๆ นั้นไม่อยู่ ปล่อยให้น้ำตาไหลต้องมือของจิน
“ฉันไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองใช่มั้ย นายบอกฉันอีกทีซิว่า เราจะกลับมาเหมือนเดิม...”
“ฮะ...ผมยกโทษให้จิน...จะไม่มีวันที่เลวร้ายสำหรับผมอีกต่อไปแล้ว” จุนโนะจุมพิตปลายนิ้วของจินและกุมเอาไว้พร้อมกับรอยยิ้ม จินยิ้มกว้าง น้ำตาคลอ เขาพยักหน้าช้าๆ มองหน้าหวานนิ่งนาน
“ฉันอยากกอดนาย...” จินกระซิบ พลางขยับตัวจะลุกขึ้น แต่จุนโนะกดไหล่เขาเอาไว้ จุนโนะทำหน้าอายๆ และเป็นฝ่ายโอบตัวจินหลวมๆ
“จินยังเจ็บอยู่นะครับ เจ็บหลายที่เลยล่ะ นอนเฉยๆ เถอะ” เด็กหนุ่มจุ๊ปาก จับตัวจินให้เอนราบกับที่นอน ห่มผ้าให้จนถึงอก

จนกระทั่งได้ยินเสียงกระแอมไอดังขึ้นทางปลายเท้า ยูอิจินั่นเอง ใบหน้ายิ้มกว้างของเพื่อนทำให้จินดีใจ
“หมดเคราะห์เสียทีนะไอ้จิน... แกนะแก จะมาตายที่ต่างเมืองเอานะเนี่ยแก...”
“ยูอิจิ...มาถึงตั้งแต่เมื่อไร?”
“มาเมื่อวานแล้วล่ะ นายน่ะนอนไม่รู้เรื่อง ปล่อยให้จุนโนะร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่นานเลยล่ะ”
“ช่วงนี้จุนโนะร้องไห้เก่ง” เป็นเสียงจากคาเมะ ร่างเล็กยืนยิ้มอยู่เคียงข้างยูอิจิ ...และเจ้าตัวน้อยคนนี้ยังบอกมาอีกว่า
“คุณยามะพีก็มานะครับ แต่พักอยู่ที่เรียวคังข้างบนโน่น เดี๋ยวก็คงมาหรอก”
“เจ้าตัวยุ่งนั่น...เฮ้อ...” จินถอนหายใจ จะส่ายหัวแต่ก็ทำหน้าเหย เพราะเจ็บหนึบจากแผลที่เย็บเอาไว้ข้างขมับ
“ไม่รู้จะหิ้วมาทำไม”
“ตอนแรกว่าจะมากันสองคนกับคาเมะ แต่พอดีเจอยามะพี เจ้านั่นอยากมาด้วย ถามซอกแซกจนฉันรำคาญต้องกระเตงเอามาด้วย แต่ดูท่าว่าจะมาเจอคู่แถวนี้ล่ะวะ” คนพูดพูดไปก็หัวเราะไปจนคาเมะต้องหยิบหมับเข้าให้
“อย่าทำเสียงดังซิครับ...”

เมื่อพยาบาลมาทำแผลและเช็ดตัวให้เสร็จแล้ว จินถึงมีโอกาสประคองตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง เขาเล่าให้ฟังว่า ....ได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงร้องอยู่เบื้องล่าง พอชะโงกออกไปดูก็เห็นเด็กคนนั้นนอนอยู่ริมตลิ่งพยายามจะลุกขึ้นนั่ง จินจึงจะลงไปช่วยแต่ว่าพื้นที่เหยียบมันค่อนข้างจะลื่นและชัน เขาเลยก้าวพราด กลิ้งลงไปเลย ระหว่างที่กลิ้งรู้สึกว่าศีรษะกระทบกับอะไรดังปึกแล้วจากนั้นเขาก็ไม่ได้สติอีก
“นึกว่าจะตายแล้วเสียอีกแน่ะ” จินว่า เงยหน้ามองจุนโนะ เห็นร่างโปร่งยืนชิดขอบเตียงก็จับมือนุ่มมากุมไว้แน่น
“ถ้าฉันตายก็คงจะดีซินะ จะได้ลบล้างความผิดที่ทำกับนาย”
“จิน......อย่าพูดอย่างนั้นซิฮะ....”

คนไข้หัวเราะเบาๆ ตบหลังมือจุนโนะแล้วบอกว่า
“นั่นซิ ฉันจะตายได้อย่างไร จะทิ้งจุนโนะให้ว้าเหว่ได้ไง”

จุนโนะอมยิ้มแล้วก็บอกว่า คนไข้คนนี้ชักจะพูดมากไปแล้ว...

“เมื่อไรจะออกจากโรงพยาบาลได้ล่ะ” จินถามออกมา
“นอนพักสักวันสองวันนะครับ เมื่อตอนเช้าผมไปคุยกับหมอแล้ว อาการของจินดีขึ้น เพียงแต่เจ็บที่ศีรษะหนักหน่อย นอกนั้นก็โอเคนะครับ เดินได้ แต่วิ่งไม่ได้”
“ไล่จับจุนโนะก็ไม่ได้น่ะซิ” จินว่าเข้านั่น อาการมึนหัวเริ่มจางหายเมื่ออารมณ์ดีขึ้น เขาก็อยากจะลุกมากอดร่างบางไว้เหลือเกิน ให้สมกับความดีใจที่เรื่องร้ายๆ ได้พ้นไปเสียที

*********************

ในเวลาต่อมา...ห้องคนเจ็บก็เกิดเสียงเฮฮาขึ้นเมื่อบรรดาก๊วนของยูอิจิพากันมาครบองค์ประชุม ทั้งโคกิ อุเอดะ โคยาม่าและชิเงะต่างก็มานั่งหัวเราะสนุกสนานอยู่ข้างเตียงจิน โดยมียามะพีที่กว่าจะลงมาจากเนินเขาได้ก็เล่นตัวอยู่นาน มานั่งเสนอหน้าอยู่ด้วย
“ฉันโทร. บอกพวกนี้เองแหล่ะ.. แต่ไม่ได้ชวนมานะ พวกนั้นพอรู้ว่าจินเจ็บก็ขอมาเยี่ยมเอง” ยามะพีรีบบอกพร้อมกับยกมือหราเมื่อจุนโนะแอบถามว่า ใครเป็นคนบอกให้พวกจอมเจี๊ยวจ๊าวมาเพ่นพ่านที่โรงพยาบาลนี้

เมื่อมีคนมากเช่นนี้ คาเมะกับจุนโนะจึงถือโอกาสกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เรียวคัง โดยปล่อยให้เพื่อนร่วมสถาบันสนุกสนานกันเต็มที่ แต่ก็ไม่วายมองจินอย่างเป็นห่วง
จินนั่งเอนๆ กับหัวเตียง อาการดีขึ้นมาก เพราะจุนโนะเห็นนั่งหัวเราะร่วน นานๆ ครั้งหรอกถึงจะคลำแผลที่เจ็บสักทีหนึ่ง
“ปล่อยเอาไว้นี่เหอะ ขึ้นเขาดีกว่าคาเมะ ไปแช่น้ำพุร้อนกัน” จุนโนะชวนและลากคาเมะไปจนได้....

คาเมะนอนกลางวันสักพักหนึ่งก็ต้องสะดุ้งตื่นเมื่อแก้มใสถูกจู่โจมจากใครคนหนึ่ง พอลืมตาตื่นขึ้นก็พบกับดวงหน้าเข้มของยูอิจิชะโงกอยู่เหนือกาย
“คุณยูอิจิ...มาตั้งแต่เมื่อไรครับ?”
“มาเมื่อเห็น”
“หนีเพื่อนมาหรือไง?”
“เปล่าหรอก พวกโคยาม่่าก็มาด้วย ให้ยามะพีเฝ้าเจ้าจินไว้ ขอนอนเอาแรงหน่อย เมื่อคืนไม่ค่อยได้นอน” ยูอิจิว่าแล้วก็ล้มตัวลงนอนบนฟูกเดียวกับคาเมะ กอดร่างเล็กไว้ในวงแขน ซุกใบหน้ากับซอกคอหอมกรุ่น
“เมื่อยหรือฮะ เมื่อคืนนอนเบียดกับผมบนโซฟาแคบๆ นั่น” คาเมะหลับตาถาม
“ไม่แคบหรอก กว้างไปต่างหากล่ะ”
“อื๊อ...ยู...”

*****************************

ในเวลาเดียวกันนั้น อีกห้องหนึ่ง โคยาม่าสะบัดยูกะตะที่ทางเรียวคังเตรียมไว้ให้ เตรียมพร้อมจะไปแช่น้ำพุร้อนกับพรรคพวกที่เหลือ
“ยามะพีน่ะน่ารักขึ้นทุกว้าน ทุกวันเนอะ แกว่าแมะ” เขาบอกกับชิเงะ ซึ่งก็ได้สีหน้าเซ็งๆ ของเพื่อนเลิฟส่งมาให้
“ยังไม่เลิกอีกนะเมิง...ไอ้หมอนั่นน่ะ จับไม่ติดหรอก ลื่นไปลื่นมา ฉันว่าแกไปลองของใหม่ที่อื่นดีกว่า ที่มหา’ ลัยก็มีตั้งเยอะแยะ ฉันว่ากับเจ้ายามะพีน่ะ ท่าจะยากส์ว่ะ แล้วแกไม่เห็นเหรอ ดูเหมือนหมอนั่นจะปิ๊งนายตัวสูงรูปหล่อเจ้าของที่นี่น้า...ฉันว่า...”
“ลองดูก่อนน่า...คืนนี้ว่าจะชวนก๊งเหล้าซะหน่อย ยังไงๆ ก็จะฟันซะ ไม่แน่นะเว้ย คืนนี้อาจได้แลกห้องกันนอนก็ด๊าย..ย..ย..” โคยาม่าพูดอย่างหมายมาด ซึ่งชิเงะฟังแล้วก็พยักหน้าช้าๆ แม้ว่าในใจจะแอบค้านอยู่ก็ตาม...
“ก็ตามใจนายนะ ถ้าโดนตึ๊บกลับมาอย่ามาให้ฉันเยียวยาล่ะกัน”
“เออน่า....” พ่อตาปรือหัวเราะร่วน กระชับสายคาดชุดยูกะตะ เดินออกไปจากห้อง โดยมีสายตาไม่ค่อยพอใจของชิเงะมองตาม โคยาม่าหยุดเดิน หันขวับมามองเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงนั่งกอดหมอนเฉยอยู่
“ไม่ไปหรือไงชิเงะ”
“นายก็ไปชวนยามะพีไปเด่ะ”
“ทำไมนายต้องทำเสียงไม่พอใจด้วยง่ะ ไอ้บ้า คิดอะไรอยู่ฟะ” โคยาม่าเดินกลับมายืนค้ำหัวเพื่อนเลิฟ เห็นชิเงะส่ายหน้าปฏิเสธ เขาก็หัวเราะหึๆ เดินล่วงหน้าไปก่อน ไม่ทันเห็นชิเงะเหวี่ยงหมอนตามหลังไป
“บ้าที่สุดเลย ทำไมเราต้องรู้สึกไม่พอใจด้วยนะครั้งนี้น่ะ” ชิเงะนอนก่ายหน้าผาก ถอนหายใจเฮือก ไม่เข้าใจในความรู้สึกของตัวเองเลย ว่าทำไมนะ ช่วงนี้ถึงไม่อยากได้ยินโคยาม่าพูดเรื่องไปป้อกับคนอื่นเลยล่ะ

************************

to be con

comment ที่นี่จ้า

Hosted by www.Geocities.ws

1