Vol 27

********************

“พี่....” เสียงร้องเรียกดังขึ้นที่โรงรถ ขณะที่ซาโตชิก้าวออกมาจากรถ ชายหนุ่มมองไปตามเสียงเรียกนั้น พ่อน้องชายรูปหล่อกำลังยืนทำตาปริบๆ รอเขาอยู่
“มีอะไรหือจิน?” เขาถาม จินจึงก้าวเข้ามาใกล้
“เรื่องแฟนผมง่ะ ได้เรื่องไงมั่งง่ะ เงียบเลยนะ นานแล้วด้วย”
“ฉันก็กำลังตามให้อยู่นี่ไง คนของฉันบอกว่า จุนโนะไม่ได้อยู่ที่คานายะหรอกนะ แถบใกล้เคียงนี่ก็ไม่มี แต่ก็พอจะเข้าเค้าว่า มีคนเห็นจุนโนะไปเยี่ยมเพื่อนที่ใกล้เคียงกัน แต่ว่ายังไม่รู้ว่าจะไปไหนต่อ” พี่ชายบอกขณะชวนน้องชายเดินจะเข้าบ้าน แต่เห็นรถของจินจอดอยู่หน้าตึกไว้แล้ว ซาโตชิหันมาเลิกคิ้ว
“จะไปข้างนอกเหรอ?”
“อือ....ไปคอนโดฯ หน่อย เผื่อจะได้เรื่องอะไรบ้าง และจะเลยไปหาคาเมะ เพื่อนของจุนโนะด้วย” จินขอตัว ช่วงนี้เขาสอบเสร็จแล้ว กำลังปิดเทอมพอดี คาเมะก็กำลังจะเข้าเรียนต่อในมหา’ ลัย คงกำลังวุ่นๆ แต่ว่าเด็กที่เพิ่งจบ ม.ปลายนี่ซิ คงจะกำลังตื่นเต้น และยิ่งคาเมะได้เรียนที่เดียวกับยูอิจิและจินด้วยแล้ว คงจะดีใจน่าดู จะมีก็แต่คนเดียวนี่แหล่ะที่พลาดไปหมด ไม่ว่าจะม. ปลายหรือ มหา’ลัย

...จุนโนะสุเกะ

...............

ที่คอนโดฯ ยังเหมือนเดิม เงียบเชียบ เศร้าและอ้างว้าง ของที่จุนโนะเคยใช้ประจำยังวางอยู่ที่เดิม จินได้แต่ลูบคลำเพื่อหวนคิดถึงความหลังที่ยังหวานชื่น สมบัติต่างๆ ที่เขาซื้อหาให้จุนโนะ จินก็ยังเก็บเอาไว้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร จินจะคงรักษาเอาไว้อยู่เช่นนั้น เพื่อรอวันที่เจ้าของจะกลับมาใช้มันเหมือนเดิม

ชายหนุ่มไปหาคาเมะที่บ้าน แต่ก็ไม่พบ คุณตาเจ้าของบ้านบอกว่า ยูอิจิรับไปซื้อของใช้สำหรับการเป็นน้องใหม่ของสถาบัน จินจึงตัดสินใจไปหาแม่ของจุนโนะที่บ้านนากามารุ แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่อยากต้อนรับเขาสักเท่าไรนัก แต่จินก็หมดหนทางจะไปไหนได้อีก
หน้าบ้านหลังเล็ก มีพืชพรรณร่มครึ้ม โมบายไม้ไผ่กระทบกันดังกรุ๋งกริ๋งเพราะแรงลม ในยามบ่ายจัดเช่นนี้ แม่ของจุนโนะคงจะอยู่ที่บ้านใหญ่ บ้านนี้ถึงได้เงียบเชียบจริงๆ จินตะโกนเรียก แต่ก็เงียบฉี่ ไม่มีเสียงตอบกลับ นอกจากเสียงนกร้องอยู่เหนือศีรษะ เขาเดินไปที่ประตูไม้ บิดลูกบิดประตู มันก็เปิดออกได้อย่างง่ายดาย

....บ้านไม่ได้ปิดแบบนี้ และเจ้าของบ้านก็ไม่อยู่ เขาควรจะเข้าไปภายในดีมั้ย เผื่อจะได้เบาะแสเรื่องจุนโนะบ้าง...

เท้าไวเท่าความคิด จินก้าวเข้าสู่ห้องรับแขกเล็กๆ แต่สะอาดอ้านแห่งนั้น เขากวาดตาดูรอบๆ เครื่องเรือนยังเหมือนเดิมแบบที่เขาเคยเห็น โต๊ะตัวเตี้ยหน้าทีวีเรียบเป็นระเบียบ ไม่มีของวางรกเกะกะ จินไม่เห็นสิ่งใดที่จะเป็นเบาะแสได้เลย นอกจากห้องสองห้องที่อยู่ทางด้านหลัง ห้องหนึ่งเป็นห้องของจุนโนะ อีกห้องก็เป็นของแม่
จินลองผลักประตูเข้าไป โชคดีที่มันไม่ได้ล็อค ห้องนั้นเป็นห้องแบบวัยรุ่น แบบเด็กผู้ชาย มีของกระจุกกระจิกที่เป็นของจุนโนะเคยใช้ แขวนอยู่ตามหน้าต่างห้อง ทั้งห้องมีเครื่องเรือนไม่กี่ชิ้น เตียงกว้างถูกคลุมด้วยผ้าเนื้อหนา เหนือเสาเตียงมีโมเดลเกาะอยู่หลายตัวเลยล่ะ จินลูบคลำดูแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะว่าจุนโนะจะชอบโมเดลด้วย ถ้ารู้ก็จะซื้อหามาให้เล่นแล้วล่ะ บนโต๊ะเขียนหนังสือมีการ์ตูนอยู่หลายเล่ม อันนี้เขาก็ไม่เคยรู้อีกนั่นแหล่ะ เวลาอยู่ด้วยกันก็ไม่เคยเห็นจุนโนะซื้อการ์ตูนมาอ่านนี่นะ ... แล้วตอนย้ายไปคอนโดฯ จุนโนะก็ไม่ได้หอบหิ้วเอาหนังสือพวกนี้ไปด้วยเลย ทางด้านริมโต๊ะมีกรอบรูปตั้งอยู่ จินหยิบขึ้นมาดู หนูน้อยวัยเด็ก ยืนยิ้มตาหยีอยู่ในนั้น ผมหน้าม้าสีดำขลับรับกับดวงหน้ากลมป้อมของเด็กน้อยหน้าตาน่ารัก จินยิ้มกว้าง เขาแกะรูปนั้นออกมาสอดไว้ในกระเป๋าเสื้อ ขโมยซะงั้นแหล่ะ ไม่ได้ตัวเอาแต่รูปก็ได้...
ชายหนุ่มกวาดสายตาต่อไป มีเรื่องราวของจุนโนะมากมายที่อยู่ในห้องนั้น มีหลายเรื่องที่เขาไม่เคยรู้ว่าจุนโนะสนใจ จริงสินะ อยู่ด้วยกันทีไรเขาก็มักจะหาโอกาสนัวเนียกับจุนโนะอยู่ร่ำไป จนลืมใส่ใจว่าคนรักสนใจในเรื่องไหนบ้าง
ในลิ้นชักที่จินเปิดออกดู ก็ไม่มีอะไรเลย ไม่มีสมุดบันทึกหรือจดหมายอะไรสักอย่างเดียว

เขาออกไปจากห้องนั้น และจะเข้าไปในห้องของแม่จุนโนะ จินชะงักอยู่หน้าประตู ...เขาเข้ามาในห้องที่ไม่ได้รับเชิญ เรียกว่าบุกรุกจะได้มั้ยเนี่ย...จินเริ่มลังเล เขาหันกลับไปมองนอกหน้าต่าง ทุกอย่างยังเงียบเชียบ เจ้าของบ้านยังไม่กลับ แต่เขาก็ไม่อาจคาดคะเนได้ว่า แม่จุนโนะจะกลับมาเมื่อไร
จินตัดสินใจก้าวเข้าไปในห้องนั้น เขาสำรวจไปทั่วห้อง ทุกอย่างคล้ายคลึงกับห้องของจุนโนะ จะต่างกันตรงที่ห้องนี้มีของบนโต๊ะมากกว่าและน่าสนใจทั้งนั้นด้วย จินพบซองจดหมายจ่าหน้าถึงแม่ของจุนโนะ เขากลั้นลมหายใจ จดหมายนั้นตีตราประทับต้นทางที่คานายะและวันที่นั้นก็เมื่ออาทิตย์ก่อนนี้เอง

.......จะเป็นไรมั้ยนะถ้าเขาจะถือวิสาสะ....

จินปิดจดหมายด้วยมือที่สั่นเทา เป็นจดหมายของคุณเคนอิจิที่เขียนถึงน้องสาว ในนั้นพูดถึงเรื่องทั่วๆ ไป ไม่มีอะไรผิดสังเกต ไม่พูดถึงจุนโนะเลยสักนิด ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือก นี่เขาจะคว้าน้ำเหลวอย่างนั้นหรือ
จินพับจดหมายสอดไว้ในซองอย่างเดิม กำลังจะค้นหาจดหมายที่ส่งมาก่อนหน้านี้ แต่แล้วก็ต้องหยุดกึก ใจหายวาบ เมื่อได้ยินเสียงเปิดและปิดประตูบ้านด้านนอก เขาหันรีหันขวาง ถ้าแม่จุนโนะเห็นเขาอยู่ในนี้ตามลำพังและไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาด้วยแบบนี้ จะทำยังไงดีนะ เขาซุกตัวแอบอยู่ใต้โต๊ะเขียนหนังสือนั่น ขอภาวนา อย่าให้เธอเข้ามาในห้องนี้เลย

.....ให้ตายซิ เขาช้าไปจริงๆ ความจริงน่าจะสำรวจบ้านหลังนี้ให้เร็วกว่านี้ ไม่งั้นก็จะได้กลับออกไปได้แล้ว......

จินได้ยินเสียงกุกกักทางด้านนอก เสียงปิดเปิดประตูดังสลับกันไปมา สักพักก็ได้ยินเสียงน้ำไหล และเสียงชามกระทบกัน กลิ่นหอมของอาหารลอยมาเข้าจมูก แต่แล้วเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมาหยุดอยู่หน้าห้อง จินกลั้นลมหายใจ แต่ก็ต้องผ่อนออกมา เมื่อฝีเท้านั้นเดินห่างออกไป แม่ของจุนโนะยังไม่ออกไปไหน และกำลังทำอาหารอยู่ในครัวแน่นอน นี่ถ้าเธอกลับมาแล้วไม่ออกไปไหนอีก เขาจะทำอย่างไรดี จินนึกไปถึงรถยนต์ของเขา โชคดีแค่ไหนที่เขาจอดเอาไว้นอกรั้วบ้านนากามารุ ไม่ได้ขับมาจอดข้างใน ไม่งั้นความแตกแน่ๆ
ระหว่างนั้นจินก็นึกตำหนิตัวเอง ความผิดยังมีอยู่ติดตัว ยังจะหาเรื่องใส่ตัวอีก บางทีแม่ของจุนโนะอาจจะไม่รู้ว่าลูกตัวเองอยู่ที่ไหนก็เป็นได้ หรืออาจจะไม่มีการติดต่อกันทางจดหมายนอกจากโทรศัพท์คุยกัน แต่ว่าลุงเคนอิจิก็ยังเขียนจดหมายมานี่นะ ...เอ....แต่ว่า.....

จินใจกระตุกวูบเมื่อนึกไปถึงข้อความในจดหมายที่ลุงเคนอิจิเขียนถึงน้องสาว ในนั้นไม่ได้พูดถึงชื่อจุนโนะเลยนี่นา ทำไมกัน?...ทั้งๆ ที่เคนอิจิก็รู้ว่าจุนโนะหายไปแท้ๆ ทำไมสองคนนี้ถึงไม่ได้พูดถึงเลย...มันน่าสงสัยนี่นะ

......น่าจะมีอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่แน่ๆ

ในที่สุดการรอคอยของจินก็จบลงเมื่อเขาได้ยินเสียงแม่ของจุนโนะเปิดประตูบ้านออกไปอีกครั้ง จินมุดออกมาดูที่หน้าต่างด้านนอก ร่างโปร่งบางนั้นกำลังเดินกลับไปที่บ้านหลังใหญ่
“เฮ้อ....” จินถอนหายใจยาวเหยียด เขาเปิดลิ้นชักอีกครั้งเพื่อที่จะค้นหาความจริงจากจดหมายฉบับอื่น
เขาเริ่มค้นหาจดหมายฉบับก่อน ถ้าลุงเคนอิจิจะเขียนมาก่อนหน้าฉบับนี้ล่ะ ....
ซองสีเหลืองอ่อนของจดหมายอีกฉบับหนึ่งถูกซ่อนอยู่ใต้หนังสืองานครัวเล่มเล็ก เขาหยิบขึ้นมาดู เป็นจดหมายฉบับของลุงเคนอิจิจริงๆ เสียด้วยซิ ในนั้นก็ไม่ได้พูดถึงจุนโนะอีกเช่นเคย จินขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจอะไรเลย แต่ตอนที่เขากำลังจะสอดจดหมายกลับคืนเข้าไปในซองนี่ซิ เขาพบว่า ยังมีกระดาษบางๆ อีกใบหนึ่งถูกพับอยู่ในซองนั้นอีกฉบับหนึ่ง เมื่อดึงออกมาดู
จินก็ต้องเบิกตากว้าง........เพราะจดหมายบางเฉียบนั้น มีตัวอักษรเขียนไว้ว่า

......ฝากส่งให้แม่ด้วยครับ.....

“จุนโนะ..ะ...ะ..” จินครางออกมา เขารีบเปิดกระดาษแผ่นนั้นออกอ่านจนมือสั่น

ลายมือเรียงสวยเป็นระเบียบตามสไตล์แบบที่จินคุ้นตา ลายมือของจุนโนะนั้นแน่นอน

...........แม่ครับ.............


คำขึ้นต้นนั้นทำให้คนอ่านใจเต้น อยากรู้ข้อความต่อไป ...
จุนโนะบอกว่า กำลังท่องเที่ยวไปตามวิถีชีวิตของเขา แม่ไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนเรื่องที่อยู่นั้น ในจดหมายไม่ได้บอกไว้ ...และเขาสบายดี ค่อนข้างจะหนาวแต่ก็ไม่ได้ป่วยไข้อะไร...บอกไว้เพียงเท่านั้น ไม่มีที่อยู่ ไม่ได้บอกว่าอยู่ที่ไหน ...

จินถอนหายใจด้วยความละเหี่ย นี่แสดงว่าจุนโนะไม่ยอมบอกให้ใครรู้ นอกจากลุงของเขางั้นหรือ ส่งจดหมายมาให้ลุงที่คานายะและฝากให้ลุงช่วยส่งต่อให้แม่อีกที

...เพราะฉะนั้นลุงเคนอิจินั่นแหล่ะย่อมรู้ดีที่สุดว่าจุนโนะอยู่ที่ไหน


จินแอบหยิบเอาทั้งซองและจดหมายฉบับนั้นไปกับเขาด้วย

...บางทีสิ่งนี้อาจจะเป็นเบาะแสให้คนของซาโตชิค้นหาจุนโนะเจอก็อาจเป็นได้ ถ้าจะให้ยูอิจิไปคาดคั้นถามเอากับแม่ของจุนโนะน่ะหรือ สงสัยจุนโนะคงจะเตลิดเปิดเปิงกู่ไม่กลับเป็นแน่

*****************************

คณะลูกค้าจากโตเกียวต่างทะยอยกันออกจากเรียวคังเมื่อสิ้นสุดวันสุดสัปดาห์ติดกัน ช่วงนี้อากาศเริ่มอบอ้าวขึ้น แต่ในสถานที่ที่อยู่สูงขึ้นมาเช่นนี้ จะมีอากาศต่ำกว่าเบื้องล่างประมาณ 10 องศา และมันยังคงความเย็นชื้นของบรรยากาศแห่งขุนเขาไว้มากทีเดียว เมื่อจุนโนะและพนักงานโค้งตัวต่ำส่งแขกแล้ว ก็เริ่มการทำความสะอาดครั้งใหญ่ทีเดียว เพราะกว่าจะมีคนมาพักก็อีกราวๆ สองสามวัน และระหว่างนี้ก็เป็นการเปิดโอกาสให้ทางเรียวคังได้เตรียมความพร้อมเอาไว้สำหรับต้อนรับแขกชุดต่อไป
“จะมีพวกผู้บริหารมาจากโตเกียวอีกสิบกว่าคน มาประชุมกันด้วยและมาพักผ่อนในตัว เร่งมือกันหน่อยนะพวกเรา” ฮายามิตบมือให้กำลังใจลูกน้อง และก็เริ่มยิ้มแผ่มาถึงหนุ่มน้อยหน้าหวานที่ยืนตัวตรงแน๋วอยู่ปลายแถว
“สำหรับจุนโนะมากับฉันหน่อยนึงซิ มีเรื่องให้ช่วย” เขาพยักหน้ากับจุนโนะ ซึ่งเป็นเรื่องอะไรนั้นคนถูกเรียกตัวไม่อาจรู้ได้ จึงเดินตามเจ้านายรูปหล่อไปยังเซ็งๆ

“จุนโนะเรียนพวกบัญชีหรือเปล่า ฉันมีตัวเลขเยอะแยะเลย ช่วยๆ กันหน่อยนะ” ฮายามิยื่นสมุดปกแข็งมาวางไว้ตรงหน้า คนตรงกันข้ามผงกรับคำ
“พอได้ครับ”
“ดีเลย งั้นมานั่งตรงนี้...” ร่างสูงขยับตัวมาด้านใน ปล่อยที่ว่างอันน้อยนิดให้จุนโนะสุเกะเข้าไปนั่ง
ระหว่างทำงาน ซึ่งส่วนมากจะเป็นจุนโนะเป็นฝ่ายทำเสียละมาก และมีฮายามิคอยนั่งเท้าคางมองอยู่
“อืมมม...คล่องนี่นา” ชายหนุ่มเอ่ยชม เขาวางปากกาลง คราวนี้ก็เลยนั่งมองหน้าจุนโนะเพลิน
จุนโนะเหลือบตามองเป็นระยะๆ พอหันมาทีไรก็เจอกับสายตากรุ้มกริ่มนั้นทุกที
“เรื่องที่เราคุยกันเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนนั้นน่ะ จุนโนะลองเอาไปทบทวนดูหรือเปล่า?” เขาพยายามชวนพูดเมื่อเห็นจุนโนะนั่งเงียบไม่พูดไม่จา
“เรื่องอะไรครับ?”
“เรื่องที่ฉันชอบนาย...” ตอบหน้าตาเฉย ทำให้ใบหน้าที่ก้มต่ำอยู่เหนือกระดาษนั้นระเรื่อขึ้นเล็กน้อย จุนโนะส่ายหน้าตอบยิ้มๆ ว่า
“ไม่อยู่ในหัวสมองเลย...โอย...ตาย...โทษที ผมอาจจะพูดตรงเกินไป แต่ว่ารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ผมนับถือคุณนะครับ ฮายามิคุง เราเป็นนายจ้าง ลูกจ้างที่ดีต่อกันดีกว่า”
“ไม่เอาล่ะ ฉันจะคอยจนกว่านายจะเห็นใจละกัน อย่าใจแข็งให้นานนักล่ะ แฟนก็ไม่ได้เจอกัน จะตีวงล้อมกันไว้ได้สักเท่าไรกันเชียว” ว่าแล้วก็กระแซะเข้ามาอีกจนพวกลูกน้องคนอื่นมองเขม็ง โดยเฉพาะนายท็อตซึที่ยอมตัวเป็นลูกน้องของจุนโนะอีกที
“อะแฮ้ม...”
เสียงกระแอมดังมาจากร่างเล็กที่กำลังเช็ดถูทำความสะอาดบริเวณนั้น
“ตรงนี้ทำเสร็จแล้วคร้าบบ...จะเข้าครัวได้ยัง?”
“บ้าหรือเปล่าเจ้าท็อตซึ แขกไปกันหมดแล้ว จะเข้าครัวหาอะไรฟะ?” ฮายามิทำตาดุใส่
“แหม...ฮายามิคุง จะไม่รับประทานอาหารเช้าหรือไงกันครับ?” เสียงกวนอารมณ์จากลูกน้องยังดังอยู่ แถมเจ้าตัวยังเดินมาเกาะเคาน์เตอร์มองหน้าเอาตรงๆ ซะอีกแน่ะ จุนโนะอดหัวเราะไม่ได้ เพราะเมื่อหันไปดูหน้านายจ้างก็เห็นคิ้วหนาขมวดจนหน้าผากย่น พอตาสบกัน คิ้วที่ผูกโบว์ไว้นั้นก็คลายลง ร่างใหญ่ขยับเข้ามาใกล้จนลมหายใจระรวยรดต้นคอจุนโนะ

 

“หิวเว้ย....” ท็อตซึพูดกับตัวเอง แต่ดังเสียจนจุนโนะต้องวางปากกา เขาหันมาทำตาดุใส่ฮายามิ
“ผมทำเองก็ได้มัง ฮายามิคุงไปทำอย่างอื่นเถอะ นั่งเบียดกันแบบนี้ ทำไม่ถนัด” จุนโนะพยายามกางศอกออกปกป้องสวัสดิภาพตัวเอง ฮายามิก็เลยปล่อยเสียงดัง ฮึ! แล้วยอมลุกออกไปแต่โดยดี แต่กระนั้นก็ไม่วายบ่นให้ได้ยินว่า
“แค่นี้ทำหวงตัวไปได้...ไอ้ท็อตซึนี่ก็อีกคน เห็นฉันเป็นลูกน้องหรือไงวะ....ไม่ได้เรื่องสักคน”

จุนโนะส่ายหน้าหัวเราะเมื่อลับร่างของฮายามิคุงไปแล้ว ...ร่างสูงของนายจ้างเดินลงส้นเข้าไปในครัว มีท็อตซึกับลูกน้องอีกคนตามไปด้วย เขาได้ยินเสียงโล้งเล้งของฮายามิดังลั่นครัว โดยมีเสียงของลูกน้องสองคนเถียงกลับอย่างไม่ลดละ....
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้ม บางทีคนเหล่านี้ก็ทำให้เขารู้สึกสุขใจในยามนี้...นี่ถ้าไม่ติดเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโตเกียวล่ะก็ เขาอาจจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ตลอดไปก็เป็นได้ ทำงานที่นี่ ไม่ต้องกลับไปเผชิญหน้ากับคนหลายคน แต่....ไม่ได้เรียนหนังสือต่อ...
จริงสิ เรียนต่อ...ป่านนี้คาเมะคงจะได้เข้าเรียนในมหา’ ลัยที่หวังไว้ และจะเป็นห่วงเขามากมายเพียงไหนนะ...คงจะกระวนกระวายน่าดู....ร่างบางหยิบมือถือขึ้นมาพิจารณา เขากดไปที่เบอร์ของคาเมะ... ไล้นิ้วเข้ากับปุ่มต่อสาย ดวงตาเหม่อลอยจนแทบมองไม่เห็นหน้าจอ เขาควรจะโทร. หาคาเมะดีมั้ย...

บอกว่าเขาสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง

แค่คาเมะเท่านั้น....ที่จุนโนะกังวลใจ....

***********************

“ให้ตายซิ จุนโนะสุเกะ อย่าเพิ่งวางหูนะ!” เสียงเล็กๆ ตะโกนลั่นใส่โทรศัพท์ เมื่อไม่ได้ดังใจเขาก็แทบจะร้องไห้ออกมา
“จุนโนะนายอยู่ไหนกันแน่นะ???”
เสียงดัง....ตรู๊ด..... และขาดหายไป เป็นเสียงว่างธรรมดา
คาเมะอยากจะปามือถือใส่บ่อปลาจริงๆ
“โธ่เว้ย!!”
“อะไรกันคาเมะ?” เสียงห้าวบ่งบอกถึงความชราของคุณปู่ดังอยู่บนเรือน เมื่อเห็นหลานชายทำท่าฮึดฮัดใส่โทรศัพท์
“คุณปู่....จุนโนะโทร. มาหาครับ จุนโนะที่ว่าหายตัวไปไงครับ” คาเมะทำเสียงตื่นเต้น แล้วก็รีบต่อโทร. กลับไป แต่ปลายสายไม่ยอมรับโทรศัพท์ซะงั้นล่ะ
“โธ่ว้อย...” ร่างบางสบถอีกครั้ง คราวนี้รีบต่อหายูอิจิทันที โต้ตอบกันสักพักก็วางหู แล้วหันมายิ้มเรี่ยราดประจบคุณปู่
“บางทีผมต้องไปต่างจังหวัดหลายวันนะครับคุณปู่...ไม่ต้องเป็นห่วงนะฮะ..”
“นี่คือคำบอกใช่มั้ย ไม่ใช่คำขออนุญาต คาเมะของปู่น่ะ เดี๋ยวนี้นึกจะไปไหนก็ไป แค่บอกว่าจะไป แต่ไม่ยอมให้ปู่อนุญาตเสียก่อน”

โดนผู้เป็นปู่เอ็ดเอาแบบนี้ คาเมะก็หน้าจ๋อย แก้ตัวไม่ถูกเพราะมันเป็นอย่างนี้จริงๆ เขาจึงยืนก้มหน้านิ่ง ไม่ตอบโต้สักคำ จนร่างชราเดินไปนั่งห้อยขา จิบน้ำชาที่นอกชาน คาเมะก็เดินไปนวดแข้งนวดขาด้วย
“จะไปไหนกันอีกล่ะหือ?” ในที่สุดปู่ก็ถามขึ้น เล่นเอาหลานชายยิ้มแป้น
“ไปตามหาจุนโนะครับ?”
“ไปกับพวกนั้นอีกหรือ คุณยูอิจิน่ะ หมู่นี้มาแทบทุกวัน วันนี้ยังไม่มา แต่อีกเดี๋ยวก็คงจะมา....ปู่ถามจริงๆ เถอะ กับเขาน่ะ มันยังไงกันแน่?”
คาเมะสะดุ้งเฮือก คุณปู่ถามมาแบบนี้ จะหมายความว่ายังไงล่ะ หรือว่าเขาสองคนทำตัวประเจิดประเจ้อกันมากเกินไป .... ทั้งๆ ที่ระวังตัวเมื่ออยู่ในบ้านแล้วเชียวนะ คุณปู่ยังตาไวจนได้
“ผมกับคุณยูอิจิเป็นเพื่อนกันน่ะครับ อ้อ...ตอนนี้ขยับตัวมาเป็นรุ่นพี่กับรุ่นน้องแล้วล่ะ” ร่างบางตอบอ้อมค้อม พลางรินชาเพิ่มให้อย่างประจบ คนเป็นปู่พิจารณาร่างเล็กที่นั่งเอี้ยมเฟี้ยมตรงหน้า คาเมะวันนี้ดูเป็นหนุ่มขึ้นมาก ผิวขาวผ่องอมชมพู ทอประกายสดใส ผุดผาดกว่าเดิม ดวงหน้าเรียวขาวที่รวบผมมาไว้ที่ท้ายทอยนั้นก็ดูอ่อนเยาว์ น่ารักหนักหนา


....เหมือนคนกำลังมีความรัก...และอย่างมากมายเสียด้วย


ชายชราถอนหายใจยาว ถ้าคาเมะจะมีความรักก็คงจะไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก ไอ้หนุ่มลูกเศรษฐีคนนั้นนั่นแหล่ะ เพราะเท่าที่ลอบสังเกตดู สายตาที่มีให้กันนั้น มันผิดแผกไปจากเพื่อนธรรมดาจริงๆ
“คาเมะ...”
“ครับคุณปู่...”
“คนรักน่ะ...มีใช่มั้ย?” คุณปู่ลองกลั้นใจถาม หลานชายทำหน้าเหรอ แล้วรีบก้มหน้างุด ถ้วยชาที่ประคองถือไว้นั้นถูกกระดกดื่มรวดเดียวจนหมด
“เฮือก!! มะ...ไม่มี ...ยังไม่มีฮะ” ตอบเสียงสั่น
หน้าตาตื่นเลิ่กลั่กแบบนั้นหรือจะรอดพ้นสายตาของชายสูงวัยได้
“ไม่มีก็ดีแล้ว...ถ้ามีแล้วมันจะยุ่งเอานา...ปู่ว่า...ส่วนเรื่องจะไปตามหาเพื่อนน่ะ ก็ตามใจนะ รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีด้วย เราน่ะยังเด็กนัก จะไปก๋ากั่นกับพวกลูกเศรษฐีได้ไง ...จะคิด จะทำอะไรก็ดูความเป็นจริงบ้างนะหลาน...” คุณปู่พูดเพียงเท่านั้นก็ฉวยกรรไกรริดกิ่งไม้มาถือไว้ เป็นอันตัดบทสนทนา ปล่อยให้คาเมะนั่งหน้าซีดเผือดอยู่ตรงนั้นนั่นเอง...
“เฮ้อ....คุณปู่...” ปากบางบ่นงึมงำ ใจเต้นโครมครามยังไม่จางหาย ดูเหมือนคุณปู่จะรู้แล้ว...ถ้าไม่งั้นคงไม่ถามเช่นนั้นแน่ๆ

...แล้วนี่ถ้าคุณปู่รู้ว่า เขาเป็นของยูอิจิแล้วล่ะ อะไรจะเกิดขึ้น ...


...จะดุ ด่า ว่า กล่าวอะไรเขามากน้อยเพียงไหนกันนะ... หรือว่าจะเป็นลม สลบไปเลย
คาเมะสลัดศีรษะไล่ความคิดออกไป ยามนี้จะมามัวคิดถึงแต่เรื่องของตัวเองได้อย่างไร เขาต้องไปหาจุนโนะนี่นะ ถึงจะไม่ได้หลักแหล่งแน่ชัด แต่ความหวังนั้นยังมีอยู่

******************************

ส่วนทางด้านจินนั้น เขาตีปีกตื่นเต้นเมื่อพี่ชายบอกเบาะแสมาได้ใจความดีทีเดียว
“อยู่ทางเหนือแน่ๆ มีคนส่งจดหมายมาทางไปรษณีย์ที่คานายะ คนของฉันสืบไปทางที่ทำการบอกว่า ต้นทางมาจากอาโอะโมริโน่น”
“อาโอะโมริเหรอ? โห...คงไม่ได้ไปทำที่ออนเซ็นนะ มีออนเซ็นหลายร้อยเลยล่ะเนี่ย” จินครางด้วยความเพลียใจ แต่พี่ชายตบไหล่เป็นการให้กำลังใจ
“ไม่หรอกเพราะที่ๆ คาดว่าแฟนนายจะอยู่น่ะ อยู่แถวสถานี โคนัน คุโรอิชิ ฉันว่าเราไปตั้งหลักสืบกันที่นั่นก่อน ว่าไงไอ้จิน จะไปเลยมั้ย ฉันจะจัดการให้ จะให้พี่ไปด้วยหรือเปล่า?”
“ผมจะไปเอง พี่ไม่ต้องหรอกครับ อยู่เป็นเพื่อนแม่ที่นี่เหอะ ผมก่อเรื่องเอง ผมก็ต้องรับผิดชอบ พี่น่ะช่วยผมมามากแล้ว มากๆ เลยด้วย พี่ซาโตชิ... ถ้าตามจุนโนะกลับมาได้ ผมสัญญานะว่าจะเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงช่วยพี่ทำงาน จะตั้งใจเรียนให้ดี และจะเป็นน้องที่เชื่อฟังพี่ทุกอย่างเลยด้วย” จินจับมือซาโตชิมาบีบเบาๆ ชายหนุ่มมองตาซึ่งกันและกัน และจินก็ได้เห็นแววตาของความเอื้อเอ็นดูปรากฏอยู่เต็มเปี่ยมในดวงตาของพี่ชายคนเดียวของเขา
“โชคดีไอ้น้องชาย”
“ครับ...ผมคงไม่ผิดหวังนานนัก ผมสังหรณ์ว่าจะได้เจอสิ่งดีๆ บ้างนะฮะ...” จินยิ้มออก

เขารีบไปหายูอิจิและคาเมะทันที น้ำเสียงของคาเมะออกจะตื่นเต้นเมื่อจินบอกว่าจะออกเดินทางวันพรุ่งนี้เช้ามืด
“ผมไปด้วยนะฮะ” คาเมะรบเร้า แต่จินส่ายหน้าบอกแต่เพียงว่า
“อย่าเลย...ขอฉันไปคนเดียวก่อน ถ้าไปกันเยอะเดี๋ยวจุนโนะจะไหวทัน หากเจอตัวแล้วจะรีบบอกให้รู้ แล้วพวกนายค่อยตามไปกันทีหลังนะ”
“อือ....แต่ว่า......”
“คาเมะ...จินเขาพูดถูกนะ มากคนก็มากความ ปล่อยให้จินเขาไปก่อนเถอะ แอบย่องไปก็ดีเหมือนกัน โอกาสเจอน่ะมีแน่ พวกเราอยู่ทางนี้ก็เตรียมตัวให้พร้อมก็แล้วกัน” ยูอิจิสรุปมาแบบนี้ คาเมะก็เลยจำยอมเพราะจะดื้อดึงไปก็ไม่เป็นผลดี ถึงจะอยากพบเพื่อนรักมากเพียงใด แต่ถ้าให้จินแอบไปก่อนย่อมจะดีกว่า
“อีกอย่าง...ฉันก็ไม่รู้ว่าจุนโนะจะอยู่ที่นั่นแน่นอนหรือเปล่าด้วยล่ะ” จินบอก แต่ทั้งยูอิจิและคาเมะส่ายหน้า ลงความเห็นว่า
“ฉันว่าอยู่...ชัวร์ป้าบ!!”
จินหัวเราะออกมา เขายิ้มให้เพื่อนทั้งสอง โบกมือให้เป็นการอำลา
“หวังว่าคงเป็นเช่นนั้น ไปล่ะ เตรียมรอฟังข่าวดีได้เลย...”

**********************************

จากสถานีโคนัน คุโรอิชิ จินเข้าไปสอบถามในที่ทำการไปรษณีย์ เขาถามถึงคนที่เคยมาส่งจดหมายไปคานายะ พูดถึงรูปร่างของหนุ่มที่มาส่งจดหมายและเจ้าหน้าที่บอกรูปร่างของจุนโนะได้อย่างถูกต้อง จินยิ้มแป้นเพราะได้ความคืบหน้ามาอีกขั้นหนึ่ง แต่แล้วก็ใจฝ่อเมื่อเจ้าหน้าที่บอกว่า
“หนุ่มนั่นน่ะ ทำงานที่ออนเซ็นบนเขานะ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าอยู่ออนเซ็นไหน มีเป็นสิบเป็นร้อยเลยล่ะมัง รู้ชื่อออนเซ็นนั้นมั้ยล่ะคุณ”
เมื่อจินส่ายหน้า ชายวัยกลางคนก็ส่ายหน้าตาม แล้วบอกว่า จนปัญญาจริงๆ และจินก็คงต้องหาเอาเองล่ะ และเมื่อชายหนุ่มเตรียมจะกลับออกไปนอกที่ทำการ เจ้าหน้าที่คนเดิมก็หยุดเขาเอาไว้
“เดี๋ยวคู้นนน.....หยุดก่อน...”
“ครับ??” จินเลิกคิ้วถาม เห็นชายคนนั้นชี้มือออกไปนอกหน้าต่างที่กรุกระจก จินมองตามออกไป ข้างนอกนั้นไม่เห็นมีอะไรน่าผิดสังเกต นอกจากคนที่เดินกันอยู่บางตา และก็ไม่มีอะไรที่น่าสนใจด้วย
“อะไรครับ?” จินถามซ้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ตบไหล่จินแล้วชี้ไปที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่หิ้วถุงใส่ผ้าขนาดใหญ่สองถุงเดินดุ่มๆ ไปที่รถบัสซึ่งจอดอยู่หน้าสถานี
“เจ้าหนูคนนั้นน่ะ..เห็นมั้ย?”
“เห็นครับ ทำไมหรือฮะ?” จินหันมาถาม
“นั่นน่ะ เขาเคยมากับเด็กหนุ่มที่ชอบมาส่งจดหมาย มาด้วยกันบ่อยๆ ถ้าไม่ผิดล่ะก็ คงทำงานที่ออนเซ็นเดียวกัน คุณลองไปถามดูก็แล้วกัน...เร็วเข้า เขาจะขึ้นรถไปแล้ว”
“ครับ...ขอบคุณมากครับ” จินรีบวิ่งไปที่รถบัสอย่างรวดเร็ว พอใกล้จะถึงตัวเด็กคนนั้น เขาก็ชะลอฝีเท้าลง เป็นเดินตามไปเงียบๆ สองจิตสองใจว่าจะเข้าไปถามเอาตรงๆ ดีมั้ย หรือว่าจะแอบตามไปเงียบๆ ดี

ในที่สุด จินก็ต้องทิ้งรถไว้ที่สถานีรถไฟ เขานั่งรถบัสคันเดียวกับเด็กวัยรุ่นคนนั้น โดยนั่งเยื้องไปทางด้านหลัง คอยจับตามองอยู่ตลอดเวลา เมื่อรถวิ่งไปได้ระยะหนึ่ง ถนนก็เริ่มชันขึ้น สองข้างทางมีใบไม้ผลิแตกใบออกสีเขียวอ่อนเต็มลำต้น ทำให้อากาศดูเย็นฉ่ำและสดชื่น รถวิ่งไปประมาณ 45 นาที ก็ถึงที่หมายซึ่งเป็นเนินเขาและมีหมู่บ้านค่อนข้างเล็กแต่สะอาดสะอ้าน
จินคาดว่าที่ๆ เด็กคนนั้นจะไปคงจะอยู่แถวๆ นี้ แต่เขาก็เดาผิดเพราะเจ้าหนูนั่นแบกถุงใส่ผ้าไว้บนบ่า และเดินดุ่มไปทางบันไดธรรมชาติซึ่งเป็นขั้นดินที่อัดตัวกันจนแข็ง ทอดยาวไปตามความสูงของภูเขา ซึ่งเป็นแนวเขาที่ทอดยาวไปไกล แต่ไม่สูงมากนัก แต่จะเป็นลักษณะที่แผ่กว้างและในท่ามกลางดงไม้ที่ปลูกเหนือยอดเขานั้น จินสามารถเห็นควันบางๆ พวยพุ่งออกมาจากลำธารที่ไหลลงมาจากเขาเป็นหย่อมๆ นั่นแสดงว่าตลอดเส้นทางของการเดินเขานี้ มีออนเซ็นขึ้นอยู่มากมายนั่นเอง

จินหยุดยืนดูหนุ่มน้อยคนนั้นเดินขึ้นเขาไปอย่างชำนาญทาง ชั่วขณะหนึ่ง เขาก็เริ่มออกเดินตาม พลางเหลียวมองไปรอบกาย ไม่มีคนเดินขึ้นเขาเลย นอกจากชายหนุ่มและเด็กคนนั้น
กลิ่นกำมะถันอ่อนๆ โชยมาเข้าจมูก พร้อมกับได้ยินเสียงน้ำไหล จินเริ่มรู้สึกถึงไออุ่นของฤดูกาลิ มองเห็นตาน้ำที่ไหลรินออกมาเป็นแห่งๆ มันไหลมารวมตัวกันเป็นลำธารสายหนึ่งที่ทอดตัวลงไปตามหุบเขา น้ำที่ใสสะอาดกลายเป็นลำธารและไหลมารวมตัวกันเป็นแม่น้ำ จินเห็นบ่อน้ำพุร้อนตั้งเรียงรายเป็นระยะๆ แต่ไม่ใช่จุดหมายที่เขาจะไป เพราะจินยังไม่เห็นว่าเด็กที่เดินนำอยู่ด้านหน้าจะหยุดลง ณ ที่แห่งใดเลย นอกจากเดินขึ้นเนินไปเรื่อยๆ

เมื่อเดินผ่านป่าไผ่ ก็จะเห็นสิ่งปลูกสร้างทำด้วยไม้ซีดาร์ปรากฏแก่สายตา มีป้ายชื่อขนาดไม่ใหญ่นักแขวนเอาไว้ว่า

...เรียวคังอะโอนิ...

จินเดินผ่านซุ้มประตูไม้สีน้ำตาลเข้าไป และที่ซุ้มประตูนั่นเอง เด็กคนนั้นหยุดเดิน แล้วหันขวับมามองจิน แล้วถามว่า
“คุณจะมาพักที่เรียวคังของเราหรือครับ เห็นเดินตามผมมาตลอดเลย?”
“เอ้อ...ใช่...ใช่...” จินตอบอึกอัก เด็กหนุ่มคนถามฉีกยิ้มกว้าง แล้วก็ก้มศีรษะให้ เขาขอตัวเอาของไปเก็บสักครู่ และเดินตัวปลิวออกมาหิ้วสัมภาระของจินเข้าไปด้านใน
“ช่วงนี้มีแขกจากโตเกียวมาพัก ค่อนข้างจะเอะอะหน่อยนะครับ หลายท่านทีเดียว ถ้าคุณชอบความเป็นส่วนตัวผมจะจองห้องริมลำธารให้” เด็กหนุ่มยิ้มแป้น รอยยิ้มสดใส นั้นบอกถึงความเป็นร่าเริงเป็นนิจ
จินมองรอบตัว เขาเห็นคนอื่นใส่ชุดยูกะตะสีเดียวกันและลายเหมือนกันสองสามคน คงจะเป็นพนักงานของที่นี่ แต่ไหนล่ะ คนที่อยากเจอ...ไม่มีเลย...

“เชิญทางนี้ครับคุณ...” เสียงเรียกดังขึ้นจากเคาน์เตอร์ จินเหลียวมอง เห็นเด็กที่ยิ้มปากกว้างคนนั้นยืนถือปากกาอยู่ตรงนั้น
“เซ็นชื่อตรงนี้ครับ” เขาชี้ให้จินลงชื่อเข้าที่พัก จากนั้นร่างเล็กก็เดินหิ้วกระเป๋าของจินไปตามทางเดินที่ทำด้วยไม้ทอดยาวตามความโค้งของสายน้ำ เสียงของน้ำไหลทำให้ลืมความวุ่นวายทั้งปวงในเมือง ระหว่างทางจินก็มองไปรอบๆ ...ยังไม่เห็นจุนโนะเลยล่ะ หรือว่าเขาจะเข้าใจผิด...จุนโนะอาจจะอยู่ที่ออนเซ็นอื่นก็เป็นได้
จินทำท่าจะร้องถามเด็กนำทางให้รู้แน่ แต่เขาก็ต้องเงียบไว้ก่อน ...ถามตอนนี้คงไม่เป็นผลดีแน่ๆ รอให้แน่ใจก่อนว่าจุนโนะไม่ได้ทำงานอยู่ที่นี่ ค่อยย้ายไปพักที่ต่อไป

“ที่นี่นะฮะ เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่ผุดขึ้นมาจากตาน้ำ ใช้เวลาในการแปรสภาพเป็นน้ำพุร้อน ต้องใช้เวลาถึง 60 ปีทีเดียวเชียวล่ะ มีกำมะถันปนอยู่ คุณจะได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากมัน ไม่ฉุนนะฮะ และแก้โรค ไขข้อ เบาหวาน แช่แล้วสบายเนื้อสบายตัว หายเหนื่อย และแก้โรคประสาทด้วยอีกนะครับ ยิ่งกว่าอาบอบนวดอีกนะฮะ” เด็กหนุ่มยังพูดแจ๋วๆ เขาเดินนำมาสิ้นสุดที่ปลายสุดของทางเดิน และเลื่อนประตูห้องพักเข้าไป จินเห็นความเก่าแก่ของศิลปะในการตกแต่งอยู่ในนั้นเต็มเปี่ยม มันยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศของสมัยก่อน เครื่องเรือนทุกชิ้นทำด้วยไม้ เป็นห้องญี่ปุ่นที่ได้รับการดูแลอย่างดี....
“ชอบมั้ยครับ?” เสียงถามดังใกล้ตัว จินเห็นเจ้าของสถานที่ยืนยิ้มแป้น
“ชอบ...เอ้อ...เธอชื่ออะไร” จินถาม เด็กชายหัวเราะจนตาหยี ยิ้มปากกว้างแล้วบอกว่า
“ผมชื่อ ท็อตซึครับ”
“ท็อตซึ...อืมม...ขอบใจนะท็อตซึ ..เอ้อ..เธอ..รู้จัก...เอ้อ..คือ ฉันจะถามว่า ที่นี่มีพนักงานเยอะมั้ย?” จินเริ่มตั้งคำถาม
ท็อตซึเอียงคอมอง แล้วก็ชูนิ้วขึ้นเจ็ดนิ้ว
“เจ็ดครับ มีลูกชายเจ้าของเรียวคังที่นี่ แล้วก็พนักงานอีกหก... น้อยไปนิดแต่ก็บริการประทับใจนะครับ คือแขกมาพักไม่มากนัก เพราะมันมีออนเซ็นที่อื่นช่วยแบ่งเบาลูกค้าให้อีก”
“อืมมม....เหรอ...แล้ว...” จินกำลังจะถามว่าในจำนวนพนักงานนั้นน่ะ มีคนชื่อจุนโนะรวมด้วยหรือเปล่า แต่เขาก็ต้องหยุดเมื่อ ท็อตซึโค้งตัวให้ แล้วบอกว่า
“ผมขอตัวก่อนนะครับ เชิญคุณพักตามสบาย อาหารเย็นพร้อมเวลาหนึ่งทุ่มนะครับ แผนที่ของเรียวคังเราวางอยู่บนโต๊ะ ยูกะตะจะมาเปลี่ยนให้ทุกวันนะครับ ขอให้สนุกนะฮะ”
“เอ้อ......อืมมมม...” จินพยักหน้า มองตามร่างคล่องแคล่วออกไป
“เฮ้อ......นึกจะพูดก็พูด นึกจะไปก็ไป แล้วจะได้เรื่องมั้ยเนี่ยฉัน...” จินนอนแผ่หรากลางห้องที่ปูด้วยเสื่อ อย่างไงซะ วันนี้ต้องรู้ให้ได้ว่าจะได้พบจุนโนะหรือไม่.....

*************************

จินเดินมาตามทางเดินไม้ที่ถูกยกสูงเหนือริมลำธาร ที่แห่งนี้มีบ่อน้ำสามบ่ออยู่ริมลำน้ำ มีต้นไม้อยู่เบื้องหน้าได้ยินเสียงน้ำไหลทางเบื้องล่างไปด้วย ทำให้จินรู้สึกดีขึ้นอย่างมาก แม้จะยังไม่พบกับจุนโนะก็ตาม ความสบายใจที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้เขายิ้มไม่หุบ

บ่อแช่น้ำพุร้อนที่เขาเข้าไปเป็นบ่อในร่ม แต่กระนั้นก็มีแสงอาทิตย์ส่องลอดลำไผ่มาจากช่องลมโปร่ง ทางด้านข้างก่อด้วยหินเป็นก้อน ขัดจนมัน แต่ทว่าอุ่นจัด จินมองไม่เห็นใครมาแช่ในบ่อนอกจากตัวเขาเอง หลับตาพิงผนัง สายตามองลอดช่องลมเห็นปลายใบไผ่ส่ายไหวล้อลมแห่งขุนเขาเล่น กำลังคิดว่า เสร็จจากแช่น้ำแร่แล้ว เขาจะแอบย่องไปสืบหาจุนโนะดูให้รู้แน่

“เฮ้อ...ใกล้เข้ามาแล้วนะ” จินรำพึง ยิ้มอย่างสุขใจ ลางบอกเหตุมันเวียนมาบอกว่า ความหวังใกล้จะเป็นจริงแล้ว
...น่าแปลกที่เขาทุรนทุรายอยู่หลายเดือนที่จุนโนะหนีไป แต่พอมาถึงวันนี้ และยามนี้ เขาดูจะใจเย็นในการตามหาคนรักเสียเหลือเกิน อาจจะค่อนข้างแน่ใจว่าคงจะได้พบกันในอีกไม่ช้า.....

จินแช่น้ำอุ่นเพลินๆ จนเริ่มจะเคลิ้มง่วง แต่แล้วเขาก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงคนขออนุญาตเข้าไปในห้องแช่น้ำ และเสียงเลื่อนประตูดังครืด
มีคนก้าวเข้ามาพร้อมกับเสียงร้องบอกจากขอบบ่อ

“ขอโทษครับ...ผมเอาผ้าขนหนูมาให้ จะวางไว้ข้างบ่อนะครับ” เสียงนั้นทำให้จินรีบหันไปมอง

เขาเห็นร่างสูงเด่นในชุดยูกะตะยืนถือผ้าขนหนูอยู่ริมบ่อ คงจะเป็นพนักงานในเรียวคัง แต่พอเลื่อนสายตามาที่ใบหน้าของร่างสูงนั่น จินก็ขนลุกซู่ เพราะดวงหน้าที่เจนตาเจนใจไม่ว่ายามหลับหรือยามตื่นนั้นจะเป็นของใครไปไม่ได้ นอกจาก...

จินใจเต้นแรง หัวใจแทบออกมาลิงโลดอยู่นอกทรวง ดวงตาเบิกกว้างขณะลืมตัวทะลึ่งตัวพรวดขึ้นยืน
“จุนโนะ!!”
คนถูกเรียกชื่อยืนขาแข็งอยู่กับที่ ผ้าขนหนูร่วงจากมือลงสู่พื้น ดวงตาเรียวรีของเด็กหนุ่มเบิกกว้าง แทบไม่เชื่อสายตา
แขกที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้านี้...

ริมฝีปากหยักสวย เผยอค้างขณะอุทานออกมาดังคนละเมอ

“...จิน!!.....”

****************************

to be con

comment ที่นี่จ้า

Hosted by www.Geocities.ws

1