
Vol 26
************************
เคนอิจิจับเนื้อตัวของจุนโนะสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของผิวกาย คงจะเพราะการเดินทางที่ฝ่าลมเย็นทางด้านนอก
เขามองหลานชายคนเดียวที่ไม่ได้พบกันมานาน หนุ่มน้อยหน้าตาอิดโรย เศร้าสร้อย แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความอ่อนหวานเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิดเพี้ยน
แม้ว่าจุนโนะจะโตเป็นหนุ่มแล้ว แต่ความรู้สึกที่ชายวัยกลางคนมีให้ไว้กับเด็กชายเล็กๆ
ก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ทำไมมาเอาจนป่านนี้หือ จุนโนะ? เคนอิจิถาม ดึงหลานชายคนเดียวเข้าไปคุยกันในห้องของเขา
จุนโนะวางกระเป๋าที่สะพายอยู่กับพื้นข้างผนังห้อง หันมานั่งขัดสมาธิหน้าโต๊ะเตี้ยๆ
ที่มีเครื่องทำความอุ่นอยู่ข้างใต้
ความจริงมาถึงชิสุโอกะตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วครับ แต่เผอิญเจอพวกโคอิจิที่ในเมืองเสียก่อน
เขาก็เลยพาไปหาญาติเขา เผื่อจะได้งานทำที่อื่นน่ะฮะ พอมาถึงสถานีรถไฟนี่ก็เย็นมากแล้ว
รถไฟก็หมด ผมเลยเดินไปทางที่ท่าเรือเซนซึ จ้างเรือเขามาฮะ... จุนโนะเล่าให้ฟังถึงโคอิจิเพื่อนสมัยเด็กๆ
ที่เคยเรียนด้วยกันเมื่อครั้งยังอยู่ที่นี่
มาเรือ!! คุณลุงอ้าปากค้าง หนทางไม่ใช่ใกล้ๆ เลย แต่จุนโนะบอกว่า
ทำไงได้ล่ะฮะ อยากให้มาถึงเร็วๆ
พอคุณลุงถามว่าทำไมถึงต้องลำบากลำบนถึงขนาดนี้ จุนโนะก็ก้มหน้านิ่ง กลืนน้ำลายดังเอื๊อกก่อนจะเงยหน้าขึ้นยิ้มแห้งๆ
...มีเรื่องที่โตเกียวน่ะฮะ ผมทะเลาะกับเพื่อน ก็เลยตัดสินใจออกต่างจังหวัดสักพัก
อีกอย่างผมก็มีเรื่องจะขอร้องคุณลุงด้วย
เรื่องอะไรล่ะหือ? เคนอิจิเห็นจุนโนะถอนหายใจ เด็กหนุ่มขยับร่างมาใกล้เขา สีหน้าแสดงความกลัดกลุ้มออกมาให้เห็น
ผมไม่อยากให้ใครรู้ว่าผมอยู่ที่ไหน คือว่า...........อ๊ะ.....?? จุนโนะหยุดพูดเมื่อผู้เป็นลุงกระดิกนิ้วแล้วงอเข้าหาตัวเป็นทำนองเรียกให้จุนโนะเข้ามาใกล้ๆ
เมื่อร่างบางขยับใกล้เข้ามา เขาก็บอกว่า
ตอนนี้เพื่อนจุนโนะมารอพบอยู่นะ มาด้วยกันหลายคนเลยล่ะ จากโตเกียวน่ะ มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่าหลาน?
หา...ว่าอะไรนะฮะ?? จุนโนะเบิกตากว้าง เขาเหลียวไปมองที่ประตูทันที ใบหน้าถอดสีขึ้นมา
จนเคนอิจิขมวดคิ้ว
จุนโนะสุเกะ?
เอ้อ...พวกนั้น มา...มาถึงแล้วเหรอ...ทำไมถึงเร็วแบบนี้นะ จุนโนะพูดเหมือนครางกับตัวเอง
เมื่อคุณลุงเล่าเรื่องให้ฟังทั้งหมดแล้ว จุนโนะก็นั่งน้ำตาคลอ เด็กหนุ่มได้แต่พยักหน้ารับทราบ
คิดอยู่เหมือนกันว่า สักวันหนึ่งจินและพรรคพวกคงจะมาตามหาเขา แต่ไม่คิดว่าจะมาถึงเร็วแบบนี้
เล่นเอาไม่ให้มีเวลาตั้งตัวเลย แต่ก็โชคดีที่เขาเตรียมหาทางหนีเอาไว้แล้ว แต่กระนั้นจุนโนะก็อดใจหายไม่ได้
จินรักเขาจริงๆ หรือว่าต้องการให้เขากลับไปร่วมเตียงด้วยกันแน่...
พวกนั้น คงจะหลับกันหมดแล้วสินะครับ? เขาเงยหน้าขึ้นถาม
อือ...หลับไปแล้วล่ะ พอมาเข้าพักก็เอาแต่ถามถึงจุนโนะว่ามาที่นี่หรือเปล่า ท่าทางดูร้อนรนมาก
โดยเฉพาะคนชื่อจินนั่นน่ะ ลุงก็คิดว่าน่าจะมีเรื่องไม่ชอบมาพากล...จุนโนะ...มันรุนแรงมากเลยหรือหลานจนถึงกับต้องปิดบังเรื่องที่อยู่
เพื่อนของจุนโนะคนนั้นนั่นน่ะ เขาบอกแค่ว่าเขามาตามหา ไม่รู้ว่าหลานตั้งใจจะหลบพวกเขาถึงขนาดนี้
ลุงเคนคงจะไม่บอกใครนะครับว่า ผมมาที่นี่
แล้วจุนโนะล่ะ จะหลบอยู่ที่นี่ดีมั้ยหือ? อยู่ในห้องนี่แหล่ะ เขาไม่เข้ามาหาหรอก
พรุ่งนี้ก็คงกลับกันไปหมดล่ะ
จุนโนะส่ายหน้า สีหน้าเศร้าสร้อย
ไม่ค้างหรอกครับเพราะผมบอกให้เขาเอาเรือมารับตอนตีสามน่ะครับ พวกเราจะรีบไปที่อื่นกัน
พวกเรา? พวกไหนกัน? ลุงเคนอิจิยิ่งซักก็ยิ่งไม่รู้เรื่อง จุนโนะท่าทางจะไปกันใหญ่
ญาติของโคอิจิเขาก็เปิดน้ำพุร้อนเหมือนกันฮะ แต่อยู่คนละจังหวัด ตอนนี้เขามาหาคนงานแถวบ้าน
ผมก็เลยสมัครไป ลุงเคนคงไม่ว่าอะไรนะฮะ ที่ผมไม่ได้กลับมาทำงานด้วย คือว่าผม.......เอ้อ.......ผมไม่อยากให้ใครรู้ว่าผมอยู่ที่ไหน
แล้วแม่ล่ะ?
แม่ไม่รู้ ถ้าแม่ถาม ลุงก็บอกว่าไม่รู้ก็แล้วกัน แล้วผมจะติดต่อแม่เอง ถ้าได้ที่อยู่แน่นอนแล้ว
เฮ้อ...จุนโนะ เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ? เคนอิจิมองหน้าหลานชายคนเดียวอย่างค้นคว้า
อยากรู้คำตอบ แต่จุนโนะได้แต่ส่ายหน้า สีหน้าเศร้าสลดวูบหนึ่ง
ไม่มีอะไรหรอกฮะ ลุงเคน ผมแค่มีเรื่องขัดแย้งกับเขาก็เท่านั้นเอง และอีกอย่างผมก็ไม่อยากอยู่โตเกียวแล้วด้วย
แล้วหนีเรียนมาด้วยหรือเปล่าล่ะ? ลุงถามขัดขึ้นมา ทำให้ร่างโปร่งทำหน้ามุ่ย
ไม่ได้หนีครับ ผมดร็อปไว้ก่อน ถ้าสบายใจก็ค่อยกลับไปเรียน
จุนโนะน่ะ ไม่คิดจะกลับไปคุยกับเพื่อนดีๆ หรือลูก....พวกนั้นน่ะ ลุงเห็นแล้วว่า
ตั้งใจมาหาจริงๆ
พูดไปก็เท่านั้น ขอให้ผมไปสงบจิตใจที่อื่นสักพักดีกว่าครับ...
เคนอิจิไม่ค่อยเห็นด้วยกับหลานชายสักเท่าไร จุนโนะก็ใกล้จะเรียนจบ ม.ปลายแล้ว เปิดเทอมคราวหน้าก็จะได้เข้ามหา
ลัย แต่หลานชายเลือกที่จะออกไปผจญภัยในโลกกว้าง ซึ่งผิดวิสัยเด็กม. ปลายจริงๆ แต่เมื่อจุนโนะยืนยันว่าจะไป
เขาเองก็ห้ามไม่ได้ เรื่องที่จะสอบถามถึงสาเหตุการทะเลาะกับเพื่อนๆ นั้น เขาเองก็อยากรู้ใจแทบขาด
แต่เมื่อร่างบางที่เอาแต่นั่งเงียบขรึมตรงหน้านี้ไม่ยอมปริปากบอกอะไรไปมากกว่านี้
เขาเองก็ต้องจำยอม
แล้วจะออกเดินทางเมื่อไรกัน? ชายสูงวัยถาม
ตีสามครับ
เฮ้อ....เอาเถอะ...จะไปก็ไป ว่าแต่บอกได้มั้ยว่าจะไปที่ไหน? เป็นคำถามที่คงจะได้คำตอบยากเอาการ
แต่จุนโนะเงยหน้าขึ้นยิ้มน้อยๆ ปัดเส้นผมที่รุ่ยร่ายหน้าผากออกเสยขึ้นไปด้านหลัง
เผยให้เห็นดวงหน้าอ่อนเยาว์
ที่อาโอะโมริครับ แต่ที่อยู่แน่นอนที่ผมจะไปอยู่นั้น ยังไม่ทราบเลยครับลุงเคน
ลุงบอกแม่นะครับว่าไม่ต้องห่วงผม แล้วห้ามบอกคนอื่น โดยเฉพาะพวกนั้น ลุงห้ามบอกเด็ดขาด
ผมเชื่อใจลุงนะครับ จุนโนะขยับตัวนั่งคุกเข่า ก้มศีรษะจรดพื้นเป็นการขอร้อง เคนอิจิลูบหัวหลานชายเบาๆ
เป็นการให้สัญญา...เขาควักเงินให้หลานชายจำนวนหนึ่ง ซึ่งทีแรกจุนโนะจะไม่ยอมรับแต่ก็ถูกลุงเคนอิจิขู่ว่าถ้าไม่รับ
จะไปบอกพวกเพื่อนๆ ของจุนโนะให้มารับตัวกลับโตเกียวทันที ทำให้จุนโนะต้องรีบรับอย่างไม่อาจขัดใจลุงได้
เด็กหนุ่มจัดการกับอาหารมื้อดึกที่เคนอิจิแอบออกไปทำให้ทาน เมื่อได้เวลา จุนโนะก็สะพายกระเป๋าเดินทางขึ้น
เขากับลุงย่องออกมาทางประตูด้านหลัง ระวังไม่ให้มีเสียงใดๆ เกิดขึ้น เคนอิจิเดินไปส่งจุนโนะที่ท่าน้ำซึ่งห่างจากเรียวคังไม่ไกลนัก
มีเรือลำเล็กๆ จอดรออยู่ริมตลิ่งอยู่แล้ว ลุงกับหลานกอดกันเมื่อถึงเวลาจาก
ถ้าไม่มีที่ไปก็กลับมาที่นี่นะจุนโนะ
ครับลุงเคน แล้วผมจะจดหมายมาหานะครับ อย่าลืมนะฮะลุง อย่าบอกใครว่าผมจะไปที่ไหน
เคนอิจิพยักหน้า มองหลานชายที่เพิ่งจะได้พบกันเมื่อสักครู่ลงเรือจากไปกับลำน้ำโออิ
เขามองฝ่าแสงจันทร์ออกไปยังท้องน้ำเบื้องหน้า มีแสงระยิบระยับที่ส่องกระทบน้ำเป็นเกล็ดแวววาว
เรือลำนั้นเคลื่อนห่างออกไปเรื่อยๆ จนลับเลี้ยวหายไป เขาถึงเดินฝ่าลมเย็นกลับเรียวคัง..........
******************************
ร่างบางนั่งห่อตัวกับเสื้อโค้ท มือเย็นๆ ถูกซุกไว้แนบทรวงอก เขาคลำหัวใจของตัวเอง มันเต้นโครมครามตลอดเวลาที่ลุงเคนมาส่งที่เรือ กลัวว่าจะมีใครคนใดคนหนึ่งในพวกของจินจะรู้ ส่วนอีกใจหนึ่งก็อดใจหายไม่ได้ เขาได้อยู่เรียวคังกับพวกนั้น แต่ว่าก็ไม่อาจทำใจให้ไปพบได้ ...และเมื่อเรือแล่นจนลับคุ้งน้ำ หัวใจของเขาก็ยังสั่นหวั่นไหวไม่เลิก
...จินมา...ทุกคนมาตามมาหาเขา จะด้วยเหตุอันใดก็แล้วแต่ มันทำให้เขาเกิดความรู้สึกอุ่นวาบเข้าสู่หัวใจ
อย่างน้อยผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้ละเลยเขา มาตามหาทันทีที่เขาหายตัวไป แต่ทว่า......มันยังไม่ถึงเวลาที่จะเผชิญหน้ากับจิน
ต้องไม่ใช่เวลานี้.....
น้ำตาที่ไหลลงมากระทบกับละอองความเย็นในอากาศ ถูกปาดทิ้งไปด้วยหลังมือ เสียงคนพายเรือส่งเสียงชวนคุยมาเป็นระยะ
จุนโนะตอบบ้างเงียบบ้างแล้วแต่จะจับใจความได้บ้างเป็นบางประโยค เมื่อคนชวนคุยเงียบเสียงไป
เด็กหนุ่มก็นั่งเอาคางเกยเข่า มองฝ่าแสงจันทร์สลัวซีดไปยังท้องน้ำเบื้องหน้า ในใจอดห่วงไม่ได้ว่า
จินจะรู้หรือไม่นะว่าเขาได้เข้ามาอยู่ในชายคาเดียวกันเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง ถ้าจินรู้จะทำยังไง
คงจะไม่ปล่อยให้เขาไปไหนเพราะ...เพราะรัก หรือเพราะต้องการตัวเขากลับไปร่วมเตียงด้วยกันแน่....
หนทางนับแต่นี้ไป ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงราวกับฤดูกาลที่เปลี่ยนผันคงจะเริ่มต้นขึ้นแล้วซินะ
การกลับมาหาลุงเคนในครั้งนี้ เขาแอบหวังเอาไว้เงียบๆ ว่า อาจจะมีคนจากโตเกียวคนใดคนหนึ่งมาตามมาหาเขาบ้าง
แต่ไม่คิดว่าจะยกโขยงกันมามากมายขนาดนี้ .....
เฮ้อ..นึกอยู่แล้วว่าต้องมา .. จุนโนะครางออกมาในความมืด
ว่าอะไรนะครับ? เสียงคนพายเรือตะโกนถามขึ้นมา
อ๋อ ...เปล่า...เปล่า...ผมพูดกับตัวเองน่ะ ร่างบางตอบกลับไป เสียงพายกระทบน้ำยังดังอยู่เบื้องหลัง
จุนโนะซบหน้ากับเข่าตัวเอง นัยน์ตาค้างแข็ง ไม่อาจงีบหลับลงได้ แม้ว่าคนด้านหลังจะบอกให้เขางีบได้ตามสบาย
จุนโนะสั่นหน้า แล้วหันมาหาคนพาย
เดี๋ยวก็ถึงแล้วนี่นะ ใกล้สว่างแล้วด้วย หวังว่าเราจะคงไปทันสว่างนะ
ครับ...แต่ตอนนี้จะงีบก็ได้นะ
ไม่ล่ะครับ ไม่ง่วง จุนโนะพูดยิ้มๆ หันหน้ากลับไปดูท้องน้ำอย่างเดิม ทิ้งความอาลัยอาวรณ์ไว้เบื้องหลัง
หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล ถ้าจะทิ้งอะไรสักอย่าง ก็ไม่ควรเก็บมาคิดให้เป็นกังวล
เมื่อถึงเวลา วันที่เขาทำใจได้ ...เขาคงจะกลับมาเอง และ...ถ้า ใครคนนั้นที่เขาทิ้งมา
ไม่เปลี่ยนใจและไม่เปลี่ยนแปลง เหตุการณ์ในวันข้างหน้าอาจจะดีขึ้นก็เป็นได้...
*************************
จินตื่นแต่เช้าตรู่ เขาออกมาเดินเล่นทั้งๆ ที่อากาศยังขมุกขมัวด้วยสายหมอก สองแขนกอดรัดอกของตัวเอง
ชายเสื้อยูกะตะเปียกชื้นด้วยน้ำจากยอดหญ้า ยังไม่มีใครออกมาเดินเล่นอย่างเขา ชายหนุ่มเดินสำรวจเส้นทางไปเรื่อยๆ
ดูสถานที่แห่งนี้เผื่อว่าจะมีที่หลบซ่อนที่ใดได้อีก เขาไม่อยากจะเชื่อว่าจุนโนะจะไม่มาที่นี่
......และถ้าเผื่อไม่ได้มาจริงๆ ล่ะ ...จุนโนะจะไปไหนได้ ...คิดๆ แล้วก็อยากจะฆ่าตัวเองเสียจริง
เพราะเขาคนเดียวที่ทำให้เรื่องมันยุ่งถึงขนาดนี้...
จินเดินไปถึงสะพานไม้โปร่งที่ถูกขึงด้วยเชือกขนาดใหญ่ เป็นสะพานแขวนพาดขวางแม่น้ำ
มันอยู่สูงเหนือจากผิวน้ำขึ้นไปมากพอสมควร มองออกไปเห็นคุ้งน้ำสีเขียวทอดยาวออกไปไกลสุดตา
สองฝั่งมีแมกไม้และโขดหินขึ้นอยู่ระเกะระกะ เขาสูดลมหายใจลึก มีลมหายใจของธรรมชาติอบอวลอยู่
ทำให้รู้สึกอบอุ่น แม่น้ำสีเขียวไหลเอื่อยๆ มีหมอกและควันลอยละล่องอยู่เหนือผิวน้ำนั้น
............
จินกำลังจะเดินไปบนสะพานแขวนอยู่แล้ว แต่ได้ยินเสียงยามะพีตะโกนเรียกโหวกเหวกอยู่หน้าทางเข้าเรียวคัง
เขาจึงล้มเลิกที่จะเดินต่อไป เดินกลับไปหาเพื่อนๆ ที่ออกมานั่งออกันอยู่ในห้องโถง
ไปแช่น้ำแร่กัน ยามะพีชวน พยักหน้าไปทางพวกพ้องซึ่งวันนี้ดูเหมือนจะร่วมใจกันตื่นแต่เช้ากันทุกคน
ไปซิ จินรับคำชวนนั้น
แล้วจะเอายังไงกันดีวันนี้...อยู่ต่ออีกวันมั้ย? ยูอิจิถามจิน ซึ่งก็ได้รับรอยยิ้มแห้งแล้งตอบกลับมา
ฉันว่าจะลองไปดูในหมู่บ้าน เผื่อ...เผื่อเอาไว้นะ ถ้าจุนโนะมาจริง เห็นพวกเราอยู่กันเยอะๆ
แบบนี้ เขาอาจจะหนีเตลิดไปไหนอีกก็ได้ จินให้ความเห็น ซึ่งก็ทำให้ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์อดสะดุ้งไม่ได้...
...เคนอิจิมองลอดแว่นมาทางเด็กหนุ่มๆ คนที่ชื่อจินเดาถูกทีเดียว ...และป่านนี้หลานชายของเขาคงจะไปไกลกว่าที่จินคิดเสียอีก....
....................................
*********************************
ในบางครั้งความรู้สึกท้อแท้ก็บังเกิดขึ้นโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ทั้งๆ ที่ตั้งใจเอาไว้ว่า
จะไม่ยอมให้ความรู้สึกเช่นนี้บังเกิดขึ้น แต่ทว่า หลังจากหมดเวลาหลายวันในการอยู่ที่คานายะ
พวกของจินก็ประสบกับความล้มเหลว ...ไม่ปรากฏวี่แววของจุนโนะสุเกะในที่ใดในหมู่บ้านแห่งนี้
อาจจะไม่ได้มา... เป็นฉัน ฉันคงไหวทัน ไม่มาให้เสียเวลาหรอก คงไปทื่อื่นมากกว่าว่ะ
ยามะพีพูดขึ้นระหว่างนั่งรถกลับบ้าน เพื่อไปตั้งหลักที่โตเกียวก่อน
จะไปไหนนะ จุนโนะ..ะ.. ทำไมไม่เห็นใจกันบ้าง ไม่รู้หรือว่า ฉันรักมากขนาดไหน
จินคร่ำครวญอยู่หลังรถ ทำให้คนที่นั่งคู่มากับยูอิจิตวัดตามองข้ามเบาะด้วยความขุ่นมัว
ก็เพราะใครล่ะ เป็นผมง่ะนะ ฆ่าตัวตายไปนานแล้ว
คาเมะ...พูดอะไรแบบนั้นนะ กล้าคิดเรื่องฆ่าตัวตายเชียวเหรอ? ยูอิจิเอ็ดเบาๆ
ทำไมล่ะครับ ถ้าถูกไอ้โฉดชั่วในเงามืดข่มขืน คุณจะยังมานั่งยิ้มหน้าระรื่นอีกเหรอ
พวกคุณง่ะนะ เอาแต่ใจจนเคยตัว คิดจะเอาอะไรก็ต้องเอาให้ได้ พวกคนรวยๆ นี่คบไม่ได้เลยนะ
นี่ถ้าจุนโนะไม่อยู่กับคุณจินมาหลายเดือนจนเหมือนเป็น...เอ้อ...เป็นคนคนเดียวกันล่ะก็นะ
ผมจะภาวนาให้จุนโนะหนีไปสุดขั้วโลกเลย ให้ตามหาไม่เจอดีมั้ย จะได้ลงแดงเวลาอยากได้อะไรแล้วไม่ได้น่ะ...จะได้รู้ซะมั่งว่ารสชาติของความผิดหวังน่ะ
มันเป็นยังไง คาเมะร่ายยาว เล่นเอาคนนั่งในรถเงียบกริบไปตามๆ กัน ยูอิจิต้องชำเลืองมองร่างเล็กที่นั่งจีบปากจีบคอพูดจ๋อยๆ
อย่างทึ่งจัด
ความจริงก็เป็นไปอย่างที่คาเมะพูดทีเดียว.... นี่พวกเขาโดนเด็กหนุ่มตัวเล็กๆ สั่งสอนเอาเข้าแล้วซิ
คาเมะคงได้ใจ เห็นคนอื่นพากันนิ่งเฉย ก็เลยหันขวับมาทางยูอิจิ
คุณยูอิจิสัญญากับผมแล้วนะครับว่าจะช่วยกันตามหาจุนโนะให้เจอ เพราะงั้นห้ามเบี้ยวด้วย
กลับโตเกียวครั้งนี้ ใช่ว่าจะเลิกล้มความตั้งใจเดิมนะครับ ต้องหาเพื่อนของผมให้เจอด้วย
ไม่งั้นผมไม่ยอม...
.....คาเมะเน้นคำว่า...ยอม...มากเป็นพิเศษ ทำไมยูอิจิถึงไม่รู้อยู่แก่ใจล่ะ ถ้าไม่ยอมเขาก็อดน่ะซิ รสรักอันซาบซึ้งเหนือบ่อน้ำพุร้อน หลายๆ คืนติดกันนั่นน่ะ ยังไม่ทำให้เขาแทบสำลักความสุขหรอกหรือ
คาเมะตัวน้อยดูไร้เดียงสา ความบอบบาง น่าทะนุถนอมทำให้ยูอิจิลุ่มหลง ยังการตอบสนองที่กลัวๆ กล้าๆ นั่นอีกล่ะ โอย......ถ้าคาเมะไม่ยอมเขาอีกต่อไป เขาคงจะลงไปนอนดิ้นเพราะความกระหายในตัวเด็กหนุ่มคนนี้แน่นอน....แล้วอย่างนี้จะให้เลิกตามหาตัวจุนโนะได้อย่างไร..
................................
พวกของจินมาถึงโตเกียว แล้วต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้านของตน ยามะพีอยู่เป็นเพื่อนจินสักพักหนึ่งก็ขอตัวกลับ
เหลือจินผู้เดียวดายอยู่ตามลำพัง เสียงเจื้อยแจ้วจากโทรทัศน์มีแต่ข่าวที่เขาเปิดทิ้งไว้
เผื่อจะได้เบาะแสอะไรบ้างเกี่ยวกับคนหาย .... แต่ว่าข่าวที่มาจากทีวีนั่นก็ใช่ว่าจะเป็นข่าวดีอยู่หรอกนะ
ดังนั้นเขาจึงลุกไปปิดมัน
ความหิวทำให้ท้องร้อง หิวแต่ไม่อยากกินอะไร กินไม่ลง .... ห้องครัวเย็นชืด มืดสนิท
และอ้างว้าง ส่วนห้องนอนยิ่งแล้วใหญ่ ความเหงามีอยู่ทั่วห้อง แปลกจริงๆ เมื่อก่อนเขาก็เคยอยู่ที่นี่
เมื่อครั้งที่ไม่มีจุนโนะ แต่ยามนี้เขากลับไม่คิดอยากจะอยู่
...ห้องที่ร้างคนรัก มันช่างให้ความรู้สึกเศร้าสร้อยเสียเหลือเกิน
จินขับรถไปบ้านของพี่ชาย ที่ที่นั่น มีแม่ของเขาอยู่ อย่างน้อยไปปรับทุกข์กับคนที่บ้านก็ยังดีกว่าจะทนนั่งๆ นอนๆ คิดถึงคนหน้าหวานแต่ใจแข็งคนนั้น
เรื่องราวต่างๆ ถูกถ่ายทอดออกมาจากปากให้แม่ฟัง ส่วนพี่ชายเพียงแต่ยืนกอดอกฟังเรื่องที่เคยฟังมาแล้วจากปากของน้องชายอย่างปลงอนิจจัง
.......จริงอย่างว่า ความลับไม่มีในโลก และความลับนั่นก็กำลังจะถมทับร่างของจินให้ได้รับทุกข์ทรมาน.....
เมื่อจินเล่าจบ คุณนายอะกานิชิ ก็ถึงกับยกมือทาบอก ดวงตาเบิกกว้าง อ้าปากค้าง
ไม่อยากจะเชื่อ ถ้าจินไม่ใช่คนเล่าด้วยตัวเอง เธอจะไม่เชื่อเด็ดขาดว่าลูกชายคนโปรดจะกระทำการอันน่ารังเกียจนี้ได้
แต่เมื่อจินเล่าด้วยอาการที่ขอความเห็นใจ เธอจึงได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่
จินต้องเข้าใจจุนโนะนะลูกนะ เป็นแม่ แม่ก็เสียใจ ถ้าลองทุ่มเทหัวใจให้ใครคนหนึ่งแล้ว
รักจนหมดใจ แต่มารู้ทีหลังว่าเขาเคยทำแบบนั้นกับตัวเอง แม่ก็คงต้องทำแบบเดียวกับจุนโนะนั่นแหล่ะ
ผมควรจะทำอย่างไรดีฮะแม่ ผมควรจะทำไงล่ะครับ? จินขอความเห็นใจ เขาซุกหน้ากับไหล่บอบบางของมารดา
ซึ่งก็ไม่รู้จะช่วยอะไรลูกชายได้ จนซาโตชิต้องเอ่ยปากออกมาว่าจะช่วยตามหาด้วยอีกแรง
ฉันจะจ้างนักสืบ ตามหาให้เจอ นายอยู่ทางนี้ เรียนหนังสือไปก่อน นี่ก็ขาดเรียนมาหลายวันแล้วไม่ใช่หรือ?
พี่ซาโตชิ...พี่จะช่วยหาจริงๆ นะครับ ประกายตาทอแสงแห่งความหวังขึ้นมาแล้ว จินผวาเข้าเขย่าแขนของพี่ชายเร่าๆ
ถ้าเป็นพี่ชายคนนี้ล่ะก็ รับรองต่อให้อยู่สุดหล้าแผ่นดินไหน ซาโตชิต้องให้คนของเขาหาจุนโนะได้แน่ๆ
จินรับปากพี่ชายกับแม่ว่า ช่วงนี้จะกลับไปเรียนหนังสือตามปกติ และขอย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านระยะหนึ่ง
โดยให้เหตุผลว่า
อยู่ไม่ได้หรอกครับที่คอนโดฯ นั่น ...คิดถึงเมีย...
ไอ้บ้า........จินเอ๊ย แก...นับวันก็บ้าขึ้นทุกวัน พี่ชายส่ายหน้า
ดังนั้นหลังจากวันนั้นแล้ว จินจึงย้ายตัวเองกลับมาอยู่บ้านไปพลางๆ ก่อน แต่กระนั้นก็ยังคงกระตือรือร้นในการตามหาจุนโนะ
อย่างไม่ย่อท้อ...
**********************************
การประกาศผลนักเรียนผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในการสอบเข้ามหา ลัยออกมาแล้ว มีชื่อทั้งของคาเมะและจุนโนะอยู่ด้วยกัน
คาเมะตื่นเต้น เหลือเพียงสอบเอาคะแนนเพื่อเลือกโควต้าเรียนในมหาลัยเท่านั้นเอง
เขาก็จะผ่านแล้ว แต่อีกใจหนึ่งเขากลับใจฝ่อ เพราะจนป่านนี้แล้ว ยังไม่ปรากฏว่าจุนโนะจะกลับมา
ใกล้จะเข้ามหาลัยแล้วนะ ทำไมจุนโนะไม่มาซะที เขาปรารภกับคนรักในคืนหนึ่งที่คาเมะมาค้างบ้านยูอิจิ
ร่างบางนอนหนุนอกกว้างของชายคนรัก หลังจากการร่วมอภิรมย์อันหวานชื่น เขาและยูอิจินอนคุยกันถึงเรื่องต่างๆ
แต่จุดหลักก็มาอยู่ที่เรื่องของจุนโนะ
หลายอาทิตย์แล้วซินะ หายเงียบไปเลย ไม่ยอมโทร. มาหาด้วย ใจดำจริงๆ เพื่อนผม
ได้ข่าวว่าจินให้พี่ชายจ้างนักสืบตามหาอยู่ ฉันเองก็ให้คนของพ่อช่วยสืบด้วยเหมือนกัน
แต่ว่า.....ยังไม่คืบหน้าเลย ยูอิจิสอดนิ้วเรียวไล้เส้นผมสลวยของคนนอนข้างกาย
จูบแผ่วเบาที่ขมับชื้นเหงื่อของคาเมะ
วางใจได้ คาเมะน้อย...ต้องเจอแน่นอน
เจอ...แต่เมื่อไรล่ะครับ ถ้าพลาดโอกาสเรียนต่อ ก็ต้องรอจนปีหน้า จุนโนะน้า...ทำเป็นเล่นไป
จะหมดสิทธิ์จบม.ปลายเสียด้วยซ้ำ
ยูอิจิมองกลุ่มผมสีเข้มที่ซุบซบแนบกับอกกว้างของเขา อยากจะบอกเหลือเกินว่า ถ้าลองหนีจนกู่ไม่กลับแบบนี้ล่ะก็
นั่นย่อมแสดงว่า จุนโนะทิ้งทุกอย่างในการเรียนไปแล้ว ชีวิตม.ปลายใกล้จบสิ้นลงอีกไม่กี่วันข้างหน้า
และชื่อของเด็กที่ไม่จบก็มีชื่อของจุนโนะติดหรารอท่าไว้แล้วด้วย
ถ้าจุนโนะไม่ยอมกลับมาล่ะ คาเมะจะกังวลจนไม่คิดจะเรียนหรือเปล่า? ยูอิจิอดถามไม่ได้
ศีรษะที่มีเส้นผมยาวสยายสั่นอยู่เหนืออกกว้าง
ไม่หรอกฮะ ผมจะเรียนต่อ แต่ก็อดเสียใจแทนจุนโนะไม่ได้ กว่าจะมาถึงขนาดนี้ ต้องเสียเวลาไปตั้งเท่าไร
ทำไมจุนโนะถึงไม่นึกถึงบ้าง ถ้าเป็นผมนะ จะกลับมาเรียนแต่จะไม่ขอมองหน้าอะกานิชิ
จิน ปล่อยให้นายนั่นนะลงแดงเพราะความอยากไปเลย ดีมั้ย?
ตอนนี้จินเขาก็กินไม่ได้นอนไม่หลับอยู่แล้วนี่นะ จะทรมานกันไปถึงไหนกัน?
ร่างเล็กเมื่อได้ยินคำบอกนี้ ก็ผงกตัวขึ้น ดวงหน้ามุ่ยสนิท เสียงจิ๊ปากดังขึ้นจากปากบาง
คุณยูอิจินี่กลายเป็นคนดีไปตั้งแต่เมื่อไรกันน้า...
ชายหนุ่มหัวเราะร่วน เขากวักมือเรียกคาเมะให้มานอนแนบกายอย่างเดิม เมื่อร่างบางอิดเอื้อน
ยูอิจิก็ถึงกับฉุดแขนที่เท้าที่นอนอยู่อย่างแรงและรวดเร็ว จนร่างบางผวามานอนซบกับอกของเขา
ปากและจมูกของยูอิจิซุกไซ้ทำโทษร่างเล็กที่เอาแต่ขัดขืน ความวาบหวามนั้นทำให้คาเมะต้องเผลอกายสนองตอบจุมพิตนั้น
จนเกิดเสียงครางในความมืด
หยุดพูดถึงคนอื่นชั่วคราวได้มั้ยหือ? คนสวยของฉัน...
อื้อ.....ยูอิจิ.........
********************************
ที่อาโอะโมริ....
จุนโนะเดินย่ำไปบนเส้นทางเล็กๆ ที่ทอดยาวจากจากเชิงเขาขึ้นเนินมาเรื่อยๆ จนสิ้นสุดหนทางที่เรียวคังแห่งหนึ่ง
ซึ่งซ่อนตัวอยู่บนเขา อากาศยามเช้าแห่งลมหนาวยังคงพัดบาดผิวกายจนเขาต้องเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
แต่เพราะความหนักของถังไม้ซึ่งบรรจุผลแอปเปิ้ลฟูจิอยู่เต็มๆ ทำให้เด็กหนุ่มหอบหายใจเมื่อมาถึงหน้าทางเข้าเรียวคัง
มีเด็กผู้ชายวัยรุ่นคนหนึ่งวิ่งมารับถังไม้ไปจากมือ
พี่จุนโนะจะคอยสักหน่อยก็ไม่ได้ ลงไปข้างล่างเองได้ไง เดี๋ยวก็ลื่นพอดี ยิ่งตัวบางอยู่ด้วย
เด็กคนนั้นบ่นไปเรื่อยเปื่อยขณะเดินนำหน้าจุนโนะเข้ามาด้านใน จุนโนะรู้สึกอุ่นซ่านเมื่อได้รับความอุ่นจากฮีตเตอร์ด้านใน
ทำไมวันนี้ถึงได้หนาวแบบนี้นะ ทั้งๆ ที่จะหมดหน้าหนาวแล้วแท้ๆ แต่บนเขาแบบนี้กลับยังไม่คลายความเย็นของอากาศบ้างเลย
ทั้งๆ ที่ก็มีบ่อน้ำพุร้อนอยู่เต็มไปหมดแบบนี้
จุนโนะมาแล้วหรือ? เสียงเรียกถามจากด้านในของห้องครัว สักพักเจ้าของเสียงก็ปรากฏกายขึ้น
ร่างสูงสง่าในชุดยูกะตะสีน้ำเงินเข้มเลิกโนเรนที่กั้นห้องครัวออกจากห้องด้านนอก
ดวงหน้าหล่อเหลาคมเข้มยิ้มให้จุนโนะอย่างอารมณ์ดี ทำให้จุนโนะต้องยิ้มตอบ เมื่อก้าวมายืนตรงหน้ากันและกันแล้ว
ดูจุนโนะซึ่งเป็นคนค่อนข้างสูงโปร่งกลับเตี้ยไปเล็กน้อยเมื่อเทียบกับชายหนุ่มคนนี้
คุณฮายามิคอยแย่เลย พอดีเจอทางลื่นตอนจะขึ้นน่ะครับ ก็เลยนานหน่อย ผลไม้ได้แต่แอปเปิ้ลฟูจินะครับ
ทางร้านบอกว่าตอนบ่ายๆ จะส่งส้มมาให้อีก นอกนั้นก็ต้องรอพรุ่งนี้
ไม่ไปหรอกจุนโนะ ไปพักก่อนเถอะ ความจริงให้เจ้าทอตซึไปเอาก็ได้ ไม่เห็นต้องลงไปเองนี่นะ
ร่างสูงพูดแล้วก็ตวัดหางตามาทางหนุ่มน้อยที่อ่อนอาวุโสที่สุด ซึ่งกำลังยืนยิ้มในหน้า
<<<...ธ่อ...ทำไมจะไม่รู้ว้า คุณฮายามิน่ะไม่อยากให้พี่จุนโนะต้องทำงานหนักเพราะกลัวจะเหนื่อย...เด็กรู้ทันหรอก...>>>
ผมเอาเจ้าพวกนี้ไปล้างก่อนดีกว่าครับ เชิญคุยกันตามสบายดีกว่า ท็อตซึว่าแล้วก็หัวเราะร่วนเดินเข้าไปทางหลังร้าน
จุนโนะเดินเข้าครัวไปกับฮายามิ ซึ่งเป็นลูกชายของเจ้าของเรียวคังอะโอนิ ฮายามิเป็นเพื่อนของโคอิจิที่เป็นคนฝากฝังจุนโนะสุเกะให้เข้ามาทำงานที่นี่เมื่อเดือนก่อน
....
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง แต่ก็ดูล่ำสันกว่าจุนโนะ มองเด็กหนุ่มที่เดินไปล้างมืออย่างพิจารณา
จุนโนะมาอยู่ที่เรียวคังของเขาหลายเดือนแล้ว แต่ยังมีอะไรบางอย่างที่เขาไม่อาจอ่านใจลูกจ้างคนนี้ได้เลย
ใบหน้าที่ก้มต่ำยามเมื่อเขาพยายามมองสบตานั้น ทำให้ชายหนุ่มอย่างจะค้นหา ดูเหมือนจุนโนะไม่อยากจะเสวนากับเขาในเรื่องส่วนตัวเท่าไรนัก
.....เหมือนมีหมอกบางๆ กั้นขวางเขาสองคนอยู่ และหมอกนี้จะมีสลายไปหรือไม่นั้น ฮายามิเองก็ไม่อาจคาดเดาได้...
แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาที่สะอาด สะอ้านและสวยงามของจุนโนะก็อดทำให้เขาใจเต้นแรงยามที่มีเด็กหนุ่มคนนี้เคลื่อนไหว
ทำงานอยู่ข้างกายไม่ได้
หน้าตางดงามแบบนี้จะมีคนรักหรือยังก็ไม่รู้ ฮายามิลองทำเป็นแกล้งแตะมือจุนโนะยามที่ทำอาหารด้วยกัน
แต่จุนโนะกลับเป็นฝ่ายชักมือหนี ใบหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด และนั่นก็ทำให้เขาต้องลอบถอนใจยาว
.... เริ่มแน่ใจว่า บางทีจุนโนะอาจจะไม่ชอบเพศเดียวกันก็ได้ สีหน้าเฉยเมยนั่นก็อีก
มองเขาด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า ทั้งๆ ที่ฮายามิเองก็จัดว่าเป็นคนรูปหล่อไม่น้อย
บางทีเขาอาจจะวางมือจากจุนโนะสุเกะก่อน เอาไว้สบโอกาสเหมาะจะลองพยายามเข้าถึงดูอีกที
คราวนี้อาจจะได้จุนโนะมาเป็นแฟนก็ได้ ดีเหมือนกัน....มีแฟนทำงานด้วยแบบนี้ จุนโนะจะได้ไม่คิดย้ายไปทำที่อื่น
วันนี้ แขกนอนตื่นสายนะครับ เกือบเจ็ดโมงแล้วยังไม่ออกมาทานข้าวกันอีก จุนโนะพูดขึ้นขณะเดินไปคนหม้อข้าวต้มสำหรับแขกที่มาพัก
อายามิสะดุ้ง เขายิ้มเก้อเขิน เมื่อกำลังคิดอะไรเพลินๆ จุนโนะก็พูดทำลายความเงียบลง
อ๋อ...เมื่อคืนเห็นเล่นไพ่อยู่จนดึก บอกว่าจะออกมาแช่น้ำแร่กันแต่เช้า แต่ก็ช่างเขาเหอะนะ
จุนโนะ ตื่นแล้วก็ออกมาเองแหล่ะ
ดีครับ...อาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมขอตัวไปดูแลบ่อกลางแจ้งสักครู่ รู้สึกว่าเมื่อคืนจะเห็นแขกลืมเก็บของใช้กลับไปด้วย
ขอตัวก่อนนะครับ ฮายามิคุง จุนโนะยิ้มให้ ซึ่งก็ทำเอาคนมองใจกระตุกขึ้นมาจนขนลุกซู่ไปหมด
เดี๋ยวซิ จุนโนะ... ชายหนุ่มร้องขึ้นมา ขณะจุนโนะจะเดินออกไป ร่างบางกว่าชะงัก
มือที่ถือผ้าโนเรนค้างไว้กลางอากาศ
ครับ?
หมดงานประจำแล้ว ไปเดินเที่ยวข้างนอกกันไหม? ฮายามิชวน
เอ๋?...ข้างนอก?? จุนโนะเลิกคิ้ว
ก็ด้านนอกน่ะ อากาศยังหนาวอยู่เลยนะ ฮายามิคุงเกิดอารมณ์อะไรขึ้นมานะ หรือว่ามีเรื่องงานจะปรึกษา
ก็ได้ครับ...
ขอบใจ... คนชวนยิ้มแป้น ออกอาการอารมณ์ดีขึ้นมา เขาหันกลับไปทำงานต่อ โดยผิวปากไปตลอดเวลา...
**************************************
ไอร้อนจากบ่อน้ำพุกลางแจ้งกรุ่นขึ้นจนบังโขดหินเปียกชื้นจนแทบมองไม่เห็นทาง ฮายามิเดินนำจุนโนะไปตามทางลาดเนินเขาที่ห่างจากบ่อน้ำพุพอสมควร
ดอกหญ้าสีเหลือง สีแดงขึ้นชูช่อรับน้ำค้างยามเช้าอยู่อย่างสวยงาม ละอองของความเปียกชื้นยังจับอยู่ทั่วบริเวณ
ชายหนุ่มหันกลับมาดูคนเดินตามหลัง จุนโนะเดินช้าๆ ยูกะตะสีครีมแต่งแต้มด้วยลวดลายดอกไม้เล็กๆ
เป็นชุดที่จุนโนะใส่เป็นประจำ เช่นเดียวกับพนักงานคนอื่นๆ ทีมีอยู่ไม่กี่คนในเรียวคังของเขา
แต่ฮายามิก็ชอบดูจุนโนะใส่มากกว่าดูคนอื่นใส่
จุนโนะหยุดเดินเมื่อเห็นนายจ้างมองเขาอย่างดื่มด่ำ ผิวแก้มเย็นชื้นซับสีเลือดฝาดจนแดงระเรื่อ
เขาไม่ได้ประหม่าไปกับสายตาคู่นั้นหรอก แต่เพราะความอึดอัดต่างหากล่ะ อุตส่าห์คิดว่าคนชวนมาเดินเล่นจะพูดเรื่องงาน
แต่ก็เปล่า ฮายามิคุยเรื่องสัพเพเหระและก็จ้องหน้าเขาเอาตรงๆ มองนิ่งมีความหมายจนเขาอึดอัด
ไม่อยากให้ลูกชายนายจ้างคิดอะไรเป็นทำนองรักๆ ใคร่ๆ ....เข็ดแล้วความรัก...แค่นี้ก็ทำเอาเขาแทบปางตาย
นี่ถ้ามาก่อเรื่องรักใคร่ใครเข้าอีก เขาคงปรับตัวเองไม่ได้แน่ๆ ....
จุนโนะสุเกะ... ฮายามิก้าวมาใกล้ จุนโนะถอยหลังไปหนึ่งก้าว พยายามรักษาความห่างเอาไว้เพื่อความปลอดภัย
ครับ?
ขอบใจนะที่มาเดินเล่นด้วย... รู้มั้ยว่า พ่อของฉันจะเปิดเรียวคังแห่งใหม่ใกล้ๆ
กันนี่ ร่างสูงถาม หันหน้าเดินต่อไปเรื่อยๆ
ทราบครับ
ถ้าเขาถามคนในร้านว่าใครอยากไปอยู่ที่ใหม่บ้าง จุนโนะอย่าไปนะ
เอ้อ..ถ้าพ่อของคุณให้ผมไป ผมก็คงต้องขัดไม่ได้ล่ะครับ
ไม่ได้นะ ไม่ให้ไป!! ร่างสูงหันขวับมาทันที คราวนี้ก้าวพรวดเดียวก็คว้าไหล่ของเขาไว้มั่นแล้ว
จุนโนะทำตาโต พูดไม่ออก
ไม่เอาล่ะ ฉันจะให้จุนโนะอยู่กับฉันที่นี่ ไม่ให้ไปห่างตัวหรอก ฮายามิพูดเสียงดังฟังชัด
ทำไมล่ะครับ?
ก็ฉันชอบจุนโนะน่ะซิ ... ชอบตั้งแต่แรกเห็นแล้ว นายเข้าใจมั้ยล่ะหือ? ถ้าไม่เข้าใจฉันจะบอกให้ฟังชัดๆ
อีกครั้งก็ได้ว่า ฉันชอบนาย...และอยากให้นายรับรักฉันด้วย!!
จุนโนะอ้าปากค้าง ...ขนลุกซู่ ...
ให้ตายเถอะ ... วิธีการพูดเหมือนกับคุณหนูยูอิจิไม่มีผิดเลย และยังท่าทางเอาแต่ใจตัวเองนั่นก็อีก เหมือนจินไม่มีผิด
นี่เขาจะหนีเสือปะจระเข้ละมังเนี่ย....
ไม่ได้หรอกครับ ฮายามิคุง ผมรักคุณไม่ได้ จุนโนะปฏิเสธ
ทำไมไม่ได้?
ผมมีคนที่รักอยู่แล้วน่ะซิครับ...
ให้ตายซิ... ฮายามิครางออกมา มือร่วงจากไหล่ของจุนโนะ ใบหน้าคมคายก้มต่ำมองยอดหญ้าบนพื้น
ขอโทษนะครับ ฮายามิคุง.. จุนโนะก้มหัวขอโทษขอโพย แต่แล้วฮายามิก็เงยหน้าขึ้นทันควัน
ถามย้ำให้แน่ใจ
นี่คงไม่ได้หลอกฉันหรอกจริงมั้ย?
ไม่หลอกครับ
ไม่จริงหรอกมั้ง ถ้ามีคนรักจริงก็ต้องอยู่กับคนรักซิ จะมาอยู่ในที่ไกลๆ แบบนี้ทำไมกัน?
รักกันก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันก็ได้นี่ครับ ฮายามิคุง จุนโนะอมยิ้มน้อยๆ เขายกมือกอดอกแล้วแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มทอแสงแดงเรื่อเพราะอาทิตย์กำลังขึ้น
จะพยายามนะ.. เสียงฮายามิพูดขึ้นทำให้จุนโนะหันมามองคนพูด
อะไรครับ?
จะทำให้นายรักฉันให้ได้ คนอยู่ไกลหรือจะสู้คนอยู่ใกล้ คอยดูเถอะ วันนี้ไม่รักฉัน
วันหน้าก็ยังมี พูดอย่างมาดมั่น แต่คนฟังนี่ซินี่ซิ หัวเราะจนตาหยี จุนโนะอมยิ้มและส่ายหน้า
ไม่สำเร็จหรอกครับ
ก็คอยดูไป
ถ้างั้นผมหนีไปอยู่เรียงคังที่ใหม่ดีกว่า
เฮ้ย!! ฮายามิรีบจับแขนจุนโนะไว้แน่น ส่ายหน้าด้วยท่าทางตื่นๆ
ไม่เอานะ ไม่ให้ไป
ถ้าคุณไม่มาเซ้าซี้ผมเรื่องนี้ ผมก็ไม่ไปหรอก ผมชอบที่นี่ ชอบความงดงามของขุนเขาและธรรมชาติ
และความจริงผมก็ชอบคุณนะ แต่ชอบแบบผู้ร่วมงาน แบบลูกจ้างชอบนายจ้าง แต่ว่า จะให้ผมเปลี่ยนคนรักน่ะผมทำไม่ได้หรอกครับ
ฮายามิคุง
แล้วไหนล่ะคนรักของนาย ฮายามิยังไม่ยอมแพ้ ยังคงคาดคั้นต่อไป จุนโนะเจอคำถามนี้เข้าไปก็หน้าเสีย
เขาเมินหน้าไปทางอื่นทันที
การไม่ตอบดูจะเป็นการดีที่สุด....
กลับกันเถอะครับ เผื่อพวกท็อตซึมีเรื่องให้ช่วยทำ เด็กหนุ่มพยักหน้า และเป็นฝ่ายหันหลังเดินขึ้นเนินเขากลับเรียวคัง
ไม่รอฮายามิที่เดินอย่างซังกะตายตามหลังไปด้วย
................จุนโนะเดินมาเรื่อยๆ เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของฮายามิดังอยู่ด้านหลัง
เด็กหนุ่มลอบถอนใจ สิ่งที่คิดเอาไว้ว่าสักวันหนึ่ง ฮายามิจะพูดอะไรทำนองรักใคร่ออกมาให้ได้ยิน
ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ และนี่เขาควรจะวางตัวอย่างไร ทำตัวตามปกติ มีงานให้ทำก็ทำไป
หรือว่าจะหนีไปทำงานที่อื่นดี ถ้าอยู่แล้วเจอเรื่องอึดอัดแบบนี้เขาก็ทนไม่ไหวเหมือนกัน
แต่.
หรือว่า....
อีกใจหนึ่งนั้น.....ถ้าจะมีแฟนใหม่ไปเลย ลืมคนรักเก่าให้ได้จะดีมั้ย...กับคุณฮายามิน่ะก็ไม่เลวทีเดียว
รูปหล่อ และรักเขา มีอะไรที่จะเทียบเคียงอะกานิชิ จินไม่ได้บ้าง... นอกจากการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายในชนบทผิดกับจิน
นอกเหนือจากนั้นแล้ว สองคนนี้ก็ไม่ได้ต่างกันสักเท่าไรหรอก
...แต่..
...ไม่ได้หรอก...หัวใจของเขาค้านออกมา ...รักที่เกิดกับอะกานิชิ จินนั้น ยากนักที่จะทำใจให้เลือนได้
แค่ไม่ได้เห็นหน้าก็แทบจะตาย ที่อยู่มาได้นี่ก็เพราะความโกรธและทิฐิหรอกนะ .....
**************************
to be con