Vol 22

************************

จุนโนะกลับมาถึงคอนโดฯ เมื่อดึกมากแล้ว เพราะฝนตกมาอีกครั้ง และคราวนี้หนักเสียจนเขาไม่อาจวิ่งฝ่าสายฝนกลับได้ เขาหลบอยู่ใต้ชายคาร้านค้าแห่งหนึ่ง รอจนฝนซาจึงเดินลุยข้ามถนนอันเฉอะแฉะกลับมาถึงอย่างปลอดภัย แต่พอย่างเท้าเข้าห้อง ก็ต้องขมวดคิ้ว ...ห้องทั้งห้องมืดสนิท ไม่มีจินอยู่ในห้องและที่ไหนๆ ในคอนโดฯ
“จิน...จิน.....” จุนโนะเรียกหา เปิดดูทุกห้องแต่ก็ไม่มีแม้แต่เงาของจิน
“ไปไหนของเขานะ?” ร่างบางสลัดเสื้อผ้าเปียกชื้นออกจากตัว เขาเห็นเสื้อกางเกงของจินยังถูกทิ้งอยู่ที่พื้นห้องน้ำ เขาจัดเก็บซักรวมกับของตัวเองจนเรียบร้อย อาบน้ำเสร็จแล้วจึงออกมานั่งซังกะตายอยู่ในครัว มองเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้าม ซึ่งเป็นที่ประจำของอะกานิชิ จิน
....หรือว่าจินจะงอน แล้วออกไปกินเหล้ากับเพื่อนอีกแล้ว.. ความจริงคนที่น่าจะงอนก็คือเขาต่างหากล่ะ
“ดึกป่านนี้........” จุนโนะเกยคางกับเข่า ปากยื่นอย่างไม่สบอารมณ์
....ป่านนี้จินจะไปไหนนะ....
..................................................

จุนโนะปิดปากหาวเมื่อเวลาเดินไปเกือบจะเที่ยงคืน เขาแน่ใจว่าจินอาจจะกลับไปบ้าน หรือไม่ก็อยู่กับเพื่อนคนใดคนหนึ่ง หรืออาจจะไปหายามะพี...
......ฮึ...อุตส่าห์กลับมาหาแล้วเชียวนะ ไม่อยู่แบบนี้ เขาก็ไม่สนใจล่ะ ดึกป่านนี้ ไปโลดแล่นอยู่นอกบ้าน นี่คงจะโกรธเขามากซิถ้า..เมื่อไม่อยากกลับมาก็ตามใจ...

จุนโนะปิดไฟทุกดวง เขาเข้านอน พลิกไปพลิกมาบนที่นอนแต่ไม่อาจหลับตาได้อย่างสบายใจ คว้าหมอนข้างมากอดไว้ แล้วก็เหวี่ยงมันลงข้างกายตรงที่ที่จินเคยนอน
“บ้า...คนบ้า..ไม่กลับก็ตามใจ...” น้ำตาอุ่นๆ ไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว เขาไม่ได้ตั้งใจจะร้องไห้ แต่น้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลออกมาเอง หัวใจปวดหนึบถ้าจินโกรธแล้วหวนกลับไปหาคนรักเก่าล่ะ ...เขาจะทำอย่างไรดี...
จุนโนะนอนขดตัว ข่มตาให้หลับ เขานับหนึ่งถึงร้อย จนเกือบจะหลายร้อย จากนั้นก็เริ่มรู้สึกถึงความหนักอึ้งที่หนังตา......

มารู้สึกตัวตื่นอีกครั้งเมื่อร่างบางของตนถูกทาบทับจากใครคนหนึ่ง จุนโนะสะดุ้งเฮือก วูบแรกในความรู้สึกคือตื่นกลัวเพราะในความมืดและเงาดำที่ทาบทับบนตัวทำให้เขาหวนนึกไปถึงเหตุการณ์ที่ถูกข่มเหงในวันนั้น
“อ๊ะ...อย่า!!” เด็กหนุ่มร้องออกมาด้วยความตกใจ ร่างกายผวาจะลุกแต่คนด้านบนจุ๊ปาก .และกดไหล่เขาให้นอนลง จุนโนะส่ายหน้าบนหมอน พยายามจะดิ้นอีกครั้ง
“อย่าทำผม...”
“ชูวส์...จุนโนะ.ะ..ะ.ะ..ฉันเอง...”
“จิน!!” ร่างที่ดิ้นรนหยุดชะงัก...ใจมาเป็นกอง ...จินนั่นเอง....
“จิน...น...น...” เสียงสั่นบอกถึงแรงอารมณ์ในยามนั้น จุนโนะผวากอดคอจินแน่น ใบหน้างามซุกที่คอของชายหนุ่ม โน้มร่างหนาของจินมากอดไว้แน่น
“จินกลับมาแล้ว...ฮึก...จิน..” เสียงร้องไห้ของจุนโนะดังแผ่วเบาในความเงียบยามราตรี จินกอดร่างบางแนบกาย เขาจุมพิตแก้มเปียกน้ำตาของเด็กหนุ่ม
“อย่าร้องจุนโนะ...”
“ผมนึกว่า...ผมจะถูกทำร้ายอีก...เมื่อกี้นี้..ผมนึกว่าเป็นคนนั้น”
“ไหนว่าลืมได้แล้วไง?” จินถาม เขาสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่ม กอดร่างที่สั่นเทาแน่นขึ้นกว่าเดิม
“ลืมฮะ...ผมจะลืมแต่เมื่อกี้นี้มัน...เหมือน...จินทำเหมือนไอ้คนนั้นมาก..ผมก็เลยตกใจ แต่ตอนนี้...ไม่แล้วฮะ...”
“อย่าร้องไห้นะจุนโนะ ฉันขอโทษ”
“ฮื่อ....ไม่ร้องแล้ว...” จุนโนะปาดน้ำตาออก แต่จินจับมือเขาไว้ จากนั้นริมฝีปากอุ่นชื้นก็จูบไล้เลียแนวน้ำตาออกให้อย่างอ่อนโยน
“ฉันขอโทษ...” จินพร่ำบอก หัวใจปวดหนึบไปหมดแล้ว ...จุนโนะยังไม่ลืม...เพียงแค่นี้...จุนโนะก็ยังไม่อาจลืมได้....จินเริ่มไม่สบายใจ ความกังวลเริ่มกลับมาอีกครั้ง ...นี่เขาจะสารภาพไปให้สิ้นเรื่องจะดีมั้ยนะ...
“ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ ผมไม่ควรผลุนผลันออกจากบ้านเลย...ว่าแต่จิน...จินหายไปไหนมา?” จุนโนะถาม สอดแขนรอบเอวของคนรัก ซุกหน้ากับอกอุ่นอย่างหาที่พึ่งพิง
“จิน...โกรธผมหรือเปล่า?” เสียงจุนโนะแว่วเข้ามา ทำให้จินได้สติ เขาจับมือคนข้างกายมาจูบ และส่ายหน้า
“ไม่โกรธ...”
“แล้วจินหายไปไหนมา?”
“ไปตามหาจุนโนะ...”
“ตามหาผม...” จุนโนะเงยหน้ามอง ไม่เห็นอะไรนอกจากเงาเลือนลางของชายหนุ่ม จินเล่าให้ฟังว่า
“ไปตามหาที่บ้านนากามารุ จะไปฉกตัวคืน พอไปถึงแม่นายบอกว่า นายไม่ได้มา ฉันก็เลยโล่งด้วย ห่วงด้วย ไม่รู้จะเตลิดไปไหน โทร. เข้าหาก็ไม่รับสาย...”
“ผมลืมโทรศัพท์ไว้ที่นี่แหล่ะ”
“ฉันก็เลยไปบ้านคาเมะ ไม่ได้เรื่องอีก คาเมะก็ไม่อยู่ เลยคิดว่าน่าจะออกไปด้วยกัน แต่คนที่นั่นบอกว่า เพื่อนนายไปกับยูอิจิ ...ฝนก็ตก ฉันกลับไปบ้านแม่นายอีกครั้ง เผื่อนายจะหวนกลับมาอีกแต่ก็ไม่มี ....เหนื่อยนะ...ว่าจะกลับไปหาแม่ แต่ฝนตกหนักมาก ก็เลยจอดรถอยู่หน้าบ้าน หลับไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ มารู้อีกทีก็ดึกมาก...โทร. มาที่คอนโดฯ ก็ไม่มีใครรับ” จินหยุดถอนหายใจ จุนโนะก็เลยบอกว่า
“ผมไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์นะฮะ นอนแล้วด้วย”
“สงสัยต้องติดในห้องอีกเครื่องหนึ่งดีมั้ย...พอกลับมาบ้านแล้วเห็นนายนอนหลับกรนครอกฟี้อยู่ก็โล่งใจ รู้มั้ย...ความทุกข์ใจทั้งหลายแหล่มันหายหมด....ไม่เอาแล้วนะจุนโนะ บ้านนั้นน่ะ ถ้าฉันไม่ไปด้วยห้ามไปเหยียบเด็ดขาด..แล้วเราสองคนจะไม่มีปากเสียงกันอีกนะ ฉันใจไม่ดีเลย...” จินจรดริมฝีปากกับหน้าผากมนของเด็กหนุ่มในอ้อมกอด
“ไม่ทะเลาะกันก็ดีนะครับ ผมไม่อยากทะเลาะกับจินเลย...”
“งั้นจุนโนะหายโกรธฉันแล้วซินะที่พูดไม่ดีแบบนั้นออกไป ฉันขอโทษ....”
“ผมก็ขอโทษ...” จุนโนะกระซิบ เงยหน้าขึ้นรอรับจุมพิตแสนหวานของจินที่กำลังประทับลงมา
“ฉันรักนายที่สุดในโลกเลยเด็กน้อยของฉัน..”
“ผมก็รักจิน...”

จุมพิตดูดดื่มเกิดขึ้นอีกและหลายครั้งในค่ำคืนนั้น เสียงครวญครางอย่างรัญจวนใจของสองหนุ่มดังขึ้นปนเปไปกับเสียงเม็ดฝนที่ยังพร่างพรมอยู่ด้านนอก
จินจับร่างบอบบางให้อยู่เหนือร่างเขา ขยับสะโพกของจุนโนะให้พักพิงเหนือเรือนกาย ปล่อยให้เด็กหนุ่มขยับกายเคลื่อนไหวบนตัวด้วยความตื่นเต้นและเร้าใจ ...ความรักแสนหวานบรรเลงตลอดคืน จนเหงื่อผุดชุ่มร่างของทั้งสอง จุนโนะแหงนเงยใบหน้า กลีบปากสีสดขบกันด้วยความเสียวซ่านเมื่อเพลงรักดำเนินมาจนถึงขอบสุดแห่งความหฤหรรษ์...
“อือ.......อาา...า...า...จุนโนะ.ะ..ะ..” จินแหงนหน้าบนหมอน สองมือขยุ้มสะโพกเพรียวที่ยังเคลื่อนไหวบนตัวเขาไม่หยุด จุนโนะคืนนี้...เร่าร้อน แต่แฝงความน่ารักจนเต็มเปี่ยม

...ร่างบางฟุบลงกับอกของจิน ลมหายใจหอบเป็นห้วง สองมือของจุนโนะเกาะบ่าชายหนุ่มไว้ในขณะที่ทรวงอกที่แนบสนิทกันนั้นสะท้อนขึ้นลงไปพร้อมๆ กัน...

จุนโนะยิ้มในความมืด เขากับจินนอนหงายแผ่หราบนที่นอน มือจับกันไว้เนิ่นนาน เสียงทอดถอนใจดังขึ้นพร้อมๆ กัน จนต้องหัวเราะออกมา
ร่างบางหันมานอนตะแคง มองจินยิ้มๆ แล้วถามว่า
“เมื่อกี้ลืมไปเลย จินบอกว่าไปหาคาเมะที่บ้าน แล้วคาเมะไปกับคุณหนูยูอิจิเหรอฮะ...?”
“ฮื่อ เขาออกไปด้วยกัน...ไหนว่าโกรธกันไง?”
“นั่นน่ะซิฮะ อะไรทำให้คาเมะออกไปกับเขาได้นะ...บางทีความรักก็ทำให้ไม่อาจหักห้ามใจตัวเองได้ ผมเป็นห่วงอยู่อย่างเดียวก็ตรงที่ว่า...พวกเขาไปไหนกัน แล้วคาเมะของผมจะรอดปากเหยี่ยวปากกาหรือเปล่า.........”
จินหัวเราะกับคำพูดนั้นของคนรัก เสียงจุนโนะพูดแบบเป็นห่วงเป็นใย...ในใจจะคิดเหมือนกันหรือเปล่าว่า
บรรยากาศฝนตกแบบนี้ โรแมนติกไม่น้อยทีเดียว แล้ว..........จินหยุดคิดเมื่อได้ยินเสียงจุนโนะโพล่งออกมาว่า
“คืนนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับคาเมะหรือเปล่าน้า.....???”

******************************

ฝนขาดเม็ดแล้ว แต่ก็ยังปรากฏเสียงฟ้าร้องดังครืนๆ อยู่ปลายฟ้า ยูอิจิผงกตัวขึ้นมองไปยังอีกฟูกหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปจนสุดมือเอื้อม
ร่างบางของคาเมะนอนหลับตะคุ่มๆ อยู่ห่างไกลเหลือเกิน คืนนี้กำลังจะผ่านไปแล้วซินะ ผ่านไปโดยที่เขาไม่ได้แตะต้องหรือเชยชมคาเมะน้อยเลยแม้สักนิดเดียว....

ยูอิจินึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อตอนหัวค่ำในบ่อน้ำพุนั่น...นึกแล้วก็อดขำและสมเพชตัวเองไม่ได้ กับอีแค่เด็กผู้ชายคนเดียวเขาก็จัดการไม่ได้
คาเมะพอไปถึงบ่อน้ำรวม เขาก็รีบลงไปในน้ำทั้งที่ยังใส่ผ้าขนหนูอยู่ พอลงไปแล้ว ถึงจะปลดผ้าออกแล้วโยนมันไว้ริมขอบบ่อ ร่างบางเดินลุยน้ำไปที่หลังโขดหิน พอเขาจะตามไป ก็ได้ยินเสียงแหวออกมาจากในนั้นว่า
“อยู่ตรงนั้นก็ดีนะครับคุณยูอิจิ ตรงนี้ที่แคบแช่ได้คนเดียว” ว่าเข้านั่น แต่ยูอิจิจะฟังก็หาไม่เขาก้าวสวบๆ ไปหลังโขดหิน
“อ๊ะ?...ผมบอกว่า...” คาเมะชะงักคำพูดเมื่อถูกชายหนุ่มปิดปากไว้
“แล้วนายจะมานั่งแช่ทำไมตรงนี้ ออกมานี่” ร่างบางถูกลากมายืนกลางบ่อจนได้ น้ำกระเพื่อมเป็นวงกว้างเมื่อสองหนุ่มต่างยืนยื้อยุดฉุดมือกันอยู่
“ปล่อยผมนะ!”
“นายกลัวอะไรคาเมะ?” ยูอิจิจับหน้าสวยให้หันมา
“ไม่ได้กลัวซะหน่อย”
“กลัวซิ กลัวฉันปล้ำในบ่อหรือไง?”
“เปล่านี่...” คาเมะพูดพลางก้มหน้างุดเมื่อยูอิจิก้มหน้าลงมาหา
“ทำตัวสบายๆ แบบที่เคยทำซิ บอกแล้วไงว่าไม่ได้ลวงมาปล้ำซะหน่อย”
“แน่นะฮะ...” เด็กหนุ่มเสียงอ่อนลง มือที่ถูกยูอิจิกำแน่นเมื่อสักครู่ก็ถูกปล่อยเป็นอิสระ คาเมะทรุดตัวลงต่ำใต้น้ำ โผล่มาแต่คอ ยูอิจิก้มลงมอง เขาเห็นผิวกายขาวนวลรำไรใต้น้ำได้ลางเลือน ยอดอกเม็ดจ้อยแบนติดกับทรวงอกขาวสะอาด แต่ที่ต่ำไปกว่านั้นเขาเองก็อยากจะมองให้ทะลุผิวน้ำอยู่หรอกแต่เมื่อสบสายตาคมดุของเด็กหนุ่มเข้า เขาก็ได้แต่กลืนน้ำลาย
“สัญญานะฮะว่า ห้ามแตะต้องตัวผม ถ้าไม่ได้รับอนุญาต” คาเมะว่า
“แล้วเมื่อไรจะอนุญาต”
“เมื่อไรก็เมื่อนั้น”
“เฮ้อ...คาเมะ....” คนตัวโตกว่าครางออกมาอย่างละเหี่ยใจ คาเมะทำใจกล้าจับมือยูอิจิมากุมไว้
“เมื่อผมพร้อม ผมจะอนุญาตให้คุณแตะตัวผมได้...โอเคนะฮะ”
“ไม่อยากจะสัญญาเลย ให้ตายซิ” ชายหนุ่มบ่นออกมา แต่ก็ยอมพยักหน้าแต่โดยดี...

คาเมะเงยหน้าขึ้นยิ้ม สีหน้าค่อยคลายความกังวลขึ้นมาหน่อย มือที่จับข้อมือยูอิจินั้นเลื่อนขึ้นมาจับต้นแขนแข็งแกร่ง ออกแรงเล็กน้อยก็กดเรือนร่างที่ยืนตระหง่านของชายหนุ่มให้เลื่อนต่ำลงในน้ำ ดังนั้นยูอิจิกับคาเมะจึงได้แช่บ่อน้ำด้วยกัน
“ฮ่าาา...อุ้นอุ่น สบายดีจัง” คาเมะวักน้ำลูบไหล่ตัวเอง ผิวขาวละออตาดูนวลเนียนน่าสัมผัสเหลือเกิน ยูอิจิกลืนน้ำลายดังเอื๊อก เขาอดใจไม่ไหว ก้มหน้าลงหาหัวไหล่เปลือย แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียง...
“อ๊ะ...อ๊ะ....ฮึ่ม!!”
ยูอิจิหัวเราะเจื่อนๆ ที่ทำได้ในตอนนี้ก็เพียงแค่วักน้ำอุ่นจัดรินรดไหล่บอบบางของคาเมะ...
“อือ...อุ่นดี...”
“ครับ...รู้สึกดีจัง...” เสียงเล็กๆ เห็นด้วย คาเมะพยักหน้า แล้วก็รินน้ำรดไหล่ของชายหนุ่มตรงหน้าบ้าง
“คาเมะ...”
“ครับ..??”
“นายบอกว่าไม่ให้ฉันแตะต้องตัวนาย แต่คาเมะจะแตะต้องฉันได้ใช่มั้ย?”
“ฮื่อ ก็ได้...แต่ทุกอย่างผมต้องสมยอม...แต่ไม่ใช่ตอนนี้”
“โธ่...คาเมะ....” เสียงยูอิจิโอดครวญ เขาซบหน้ากับฝ่ามือ ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักมาจากร่างบาง คาเมะจับข้อมือของยูอิจิออกจากใบหน้า แล้วยื่นหน้าที่มีหยาดน้ำเกาะพราวยิ้มให้
“แบบนี้ผมก็คบกับคุณอย่างสบายใจหน่อย ดีมั้ยฮะ?”
“...............” ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างปลงอนิจจัง

...รอยยิ้มของคาเมะกระจ่างสดใสขึ้น นี่ละมังที่เขาอยากเห็น ใบหน้าสวยหวานที่ยิ้มอย่างจริงใจนี่แหล่ะที่ละลายความแข็งกระด้างในตัวของคุณหนูผู้เย่อหยิ่งไปได้...

....เฮี้ยวแบบนี้ คงต้องปล่อยไปอีกคราล่ะ ... นี่ถ้าพวกโคยาม่ารู้ล่ะก็ เขาคงต้องเอาหน้ามุดดินหนีเป็นแน่

...เสียเชิงชายอีกแล้วซินะ ยูอิจิ....

แต่เรื่องยังไม่หมดแค่นั้น ....พอกลับมาที่ห้อง คาเมะก็เริ่มแผลงฤทธิ์ใส่อีกแล้ว............

เจ้าของเรียวคังปูที่นอนสองที่ติดกัน แต่คาเมะจัดแจงขยับฟูกออกมาจนเกือบถึงปลายห้องอีกด้านหนึ่ง ซึ่งก็ทำให้ยูอิจิมองอย่างงุนงง
“จะทำอะไร?”
“จะนอน” เด็กหนุ่มบอกสั้นๆ แล้วก็ล้มตัวลงนอน
“ไม่ทานข้าวเหรอ เขายกเอาสำรับมาให้แล้วนะ” ยูอิจิชี้ไปที่อาหารที่ส่งกลิ่นหอมฉุยบนโต๊ะเตี้ยๆ ข้างระเบียงห้อง
“ไม่ล่ะฮะ...ผมไดเอท” ร่างบางว่า พลางนอนหันหลังให้ เดือดร้อนถึงชายหนุ่มที่ต้องลุกมาฉุดคาเมะให้ลุกขึ้น
“ไดเอทอะไรอีกหา? ตัวบางจนแทบจะขาดกลางแบบนี้น่ะ ลุกมากินข้าวเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นจะปล้ำให้ขาดใจเลยด้วย”
“เอ๋?? อะไรกันครับนี่...คนเขาอุตส่าห์นอนแยกออกมาแล้วนะ ขอบอกนะว่าผมไม่ยอมคุณง่ายๆ หรอก..แล้วก็อย่างที่สัญญากันไว้ไง ห้ามแตะต้องตัวผมก่อนได้รับอนุญาต” คาเมะพูดแล้วก็ต้องหุบปาก เขาผวาตามแรงฉุด เมื่อไม่ยอมเดินไปดีๆ ยูอิจิก็เลยลากตัวออกมาจากฟูก สะโพกบางไถลกับเสื่อจนเด็กหนุ่มสูดปากเพราะความเจ็บ
“เจ็บนะ...ปล่อยเด่ะ”

....ฟุ่บ...

“อื๊อ...บ้าจริง ปล่อยจริงๆ ด้วย” เสียงคาเมะบ่นอุบเมื่อจู่ๆ ยูอิจิก็ทิ้งแขนคาเมะลงทันที ทำให้ร่างบางนอนฟุบใกล้กับโต๊ะอาหารตรงหน้า พอโงหัวขึ้นมา ก็พบกับควันจากอาหารร้อนๆ กรุ่นกระจาย...
“อืมมมม...หอมจัง...”
“หอมก็กินซะ จะได้มีแรงขัดขืนตอนโดนฉันปล้ำ...”
“เฮอะ...คงยอมหรอก...” ปากยื่นออกมาน้อยๆ ทำให้ยูอิจิมองอย่างเอ็นดู สักพักเขาก็ถือตะเกียบค้างเมื่อคน ‘ไดเอท’ มุ่งมั่นในการกินอาหารโดยไม่แม้แต่จะเหลือบมองหรือคุยกับเขาเลยสักนิด...

พอกินเสร็จแล้วก็...
“เฮ้อ.....ง่วงจางงงง....นอนกันเถอะครับ พรุ่งนี้จะได้กลับบ้านแต่เช้า...” เจ้าตัวว่าแล้วก็มุดเข้าไปใต้โปงอย่างเดิม...
“ฉันอยากจะบ้าตาย...” ยูอิจิบ่นออกมาดังๆ มองร่างบางที่นอนหันหลังให้ และคล้ายกับจะเห็นไหล่บอบบางของคาเมะสั่นเทิ้ม...เพราะกลั้นหัวเราะเอาไว้นั่นเอง...

********************************

เมื่อรุ่งเช้าของวันใหม่
คาเมะตื่นนอนก่อน เขาลุกขึ้นนั่งเหลียวมองไปรอบตัว ... จริงสินะ...นี่เขาไม่ได้อยู่ที่บ้านนี่นา แต่เป็นเรียวคังในต่างจังหวัด และที่ร่วมห้องกับเขาอยู่ขณะนี้ก็คือ ยูอิจิ...

เด็กหนุ่มมองไปทางอีกมุมหนึ่งของห้อง ยูอิจิยังนอนหลับสบายบนฟูกติดระเบียง เอาผ้าห่มมาม้วนตัวเพราะกันนอนดิ้น และอากาศยามเช้าวันนี้ก็ช่างเย็นเสียเหลือเกิน
ร่างเล็กจรดฝีเท้าเข้าใกล้ฟูกของยูอิจิ พยายามทำให้เกิดเสียงน้อยที่สุด จนมายืนนิ่งเงียบข้างกายของชายหนุ่ม คาเมะนั่งขัดสมาธิกับพื้นเสื่อ มองใบหน้ายามหลับใหลของหนุ่มที่สูงวัยกว่าเพียงสองสามปี
อายุก็เพียง 20 กว่าๆ แต่ทำไมถึงดูเหนือกว่าเขามากมายนัก อาจจะเป็นเพราะชายหนุ่มคนนี้ถูกตามใจจนเคยตัวก็ได้ นึกว่าอยากได้อะไรแล้วต้องได้งั้นหรือ.... ก็ไม่แน่เสมอไป...ยูอิจิต้องการเขา คาเมะรู้ซึ้งดี แต่จะให้ยอมง่ายๆ ได้อย่างไร เขาเองก็พึงพอใจในตัวยูอิจิ แต่ว่าเขาไม่อยากเป็นแบบจุนโนะนี่นา...รักแบบเทิดทูนแต่ผลสุดท้ายกลับถูกทิ้งขว้างอย่างไม่ใยดี......

พอนึกถึงตรงนี้แล้ว ร่างบางก็สะบัดหน้าพรืด อยากจะโกรธ จะเกลียดในตัวหนุ่มคนนี้นัก แต่พอนึกถึงความอดทนของยูอิจิ เขาเองก็..........ใจแข็งไม่ตลอดซะที

คาเมะลุกขึ้นจะยืนแต่... เขาก็ต้องผวาเมื่อข้อมือเรียวถูกคนนอนบนฟูกอาศัยความว่องไวคว้าเอาไว้ แล้วกระชากทีเดียวร่างเล็กก็ลงมาซบกับอกแกร่งของชายหนุ่มเสียแล้ว
“มาแอบมองคนนอนหลับแบบนี้ต้องถูกลงโทษรู้มั้ย?” เสียงกระซิบต่ำพร่าดังลอดริมฝีปากหนาของยูอิจิออกมา
“ไม่ได้แอบนะ มองตรงๆ เลยล่ะ” ร่างเล็กแก้ตัว พยายามยันตัวขึ้นจากอกหนา แต่ยูอิจิไม่ยอม เขากอดร่างเล็กนั้นไว้แนบอก
“ขอกอดหน่อยนะ อย่าเพิ่งขืนซิ”
“บอกแล้วไงครับว่า ห้ามแตะ...คุณผิดสัญญานี่นา...ผมไม่ชอบคนที่ไม่ยอมทำตามสัญญา” ร่างเล็กว่าเข้านั่น
“ฮื่อ...ร้ายนะเรา” ยูอิจิคลายอ้อมกอดออกอย่างเสียดาย แต่คนที่ถูกกอดเมื่อครู่กลับเสียดายยิ่งกว่า ความอบอุ่นที่ถูกโอบรัดนั้นทำให้กำแพงที่สร้างขึ้นมาป้องกันตัวเองของคาเมะเริ่มคลอนแคลน
คาเมะอยากหยิกตัวเองให้เจ็บเมื่อรู้สึกว่า ร่างกายทรยศต่อหัวใจเสียแล้ว ความรู้สึกยามนั้นอดบอกตัวเองไม่ได้ว่า เขาเองก็รู้สึกอ้างว้างยามที่ยูอิจิคลายอ้อมกอดออก...

...อยากให้กอดไว้นานๆ แต่ยังไม่ถึงเวลา.....

***********************************

เสียงออดดังเมื่อหมดเวลาเรียน คาเมะเก็บของใช้ใส่กระเป๋าเสร็จแล้วก็เดินมาแตะไหล่จุนโนะ
“ไปช้อปปิ้งกันมั้ย?” คาเมะชวนก่อน
“ไปซิ...วันนี้จินมีสอบย่อย บอกให้ฉันกลับเอง จะไปกับนายก็ได้”
“เย้...ดีจัง...ได้ไปเที่ยวกับจุนโนะอีกแล้ว” คาเมะตบมือร่า แล้วก็บอกว่า วันนี้ยูอิจิก็มีสอบเหมือนกัน
“หือ....??? นายหันมาคบกับคุณหนูอีกแล้วหรือ?” จุนโนะถาม ซึ่งคนถูกถามก็ได้แต่พยักหน้าอายๆ เมื่อเห็นสีหน้าล้อเลียนของเพื่อนตัวสูงเข้า คาเมะก็โบกไม้โบกมือ
“ฉันกับเขาก็ยังไม่มีอะไรกันเหมือนเดิม ยังปลอดภัยดีอยู่ฮับ...”
“ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่นะ ว่าแต่ คุณหนูอดใจได้ไงนะ?”
“เพราะฉันบอกว่าห้ามแตะ เขาก็ไม่กล้าแตะ คุณยูอิจินี่น่ารักดีเนอะ...จุนโนะเนอะ...”
“ใจอ่อนแล้วล่ะซิ คาเมะ” จุนโนะอดแซวไม่ได้ สิ่งที่ได้เห็นก็คือใบหน้าอันแดงซ่านของเพื่อนรักตัวน้อยฉายออกมาจากพวงแก้มขาวนวลนั่นเอง จุนโนะเห็นเพื่อนมีความสุขขึ้นเขาเองก็สบายใจ ความน้อยใจในตัวของยูอิจิได้มลายหายไปเมื่อไรไม่ทราบได้ รู้แต่ว่าในยามนี้เขามีแต่ความยินดีเมื่อเห็นคาเมะไปกันได้ดีกับคุณหนูของเขา...

........................

“จะไปไหนกันดี...คาเมะอยากไปไหน?” จุนโนะถามเมื่อทั้งสองออกมาเดินเตร็ดเตร่ย่านชินจูกุ คาเมะและจุนโนะถือถุงช้อปปิ้งคนละใบ ต่างคนต่างซื้อสเวตเตอร์กันคนละตัว ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่ซื้อให้ตัวเองทั้งสิ้น เมื่อต่างคนต่างเลือกสีสันของตัวเสื้อ จุนโนะก็รู้ว่าคาเมะไม่ได้ซื้อไปใส่เอง และพอถึงตาจุนโนะเลือก คาเมะก็รู้ดีว่าจุนโนะไม่ได้ซื้อให้กับตัวเองเช่นกัน ต่างคนต่างรู้ดีอยู่แก่ใจว่าเลือกสรรของที่ดีที่สุดให้กับใคร แต่ก็ไม่ได้เอ่ยแซวกันออกมา จนในที่สุด เมื่อไม่ซื้ออะไรอีกแล้ว ก็ชวนกันกลับบ้าน
ระหว่างที่กำลังตัดสินใจว่าจะไปรถไฟดี หรือรถเมล์ดี คาเมะก็เห็นร้านขายกาแฟที่มุมถนน เขาสะกิดจุนโนะและบุ้ยปากไปที่ร้านนั้น และนั่นก็ทำให้จุนโนะชะงัก
“จินนี่นา...มากับใครนะ?” จุนโนะเขม้นมอง เห็นจินเดินเข้าไปในร้านกาแฟกับใครคนหนึ่ง เป็นผู้ชายใส่สูททำงาน แต่คนที่เดินตามหลังนั้นน่ะใช่จินแน่ๆ
“ใครง่ะ จุนโนะ” คาเมะสะกิดถาม
“ไม่รู้ซิ คาเมะ..เห็นข้างหลังคุ้นๆ นะ น่าจะเป็นพี่ชายของเขาละมัง”
“ไม่ตามไปดูเหรอ เผื่อมากับ...เอ้อ....”
“ไม่ล่ะคาเมะ กลับกันเถอะ ผู้ชายคนนั้นน่ะ ฉันจำได้ล่ะว่า คือคุณซาโตชิ พี่ชายของเขาเองง่ะแหล่ะ” จุนโนะเคาะบ่าคาเมะเป็นการกระตุ้นให้ออกเดิน เมื่อจำได้แล้วว่าจินเดินไปกับใคร
“อ๋อ...ลูกชายคนโตของคุณป้าอะกานิชิ นั่นเอง ใส่สูททำงานแล้วดูเป็นผู้ใหญ่จังเนอะ...”
“ฮื่อ...ก็เขาเป็นผู้ใหญ่จริงๆ นี่นะ...คงพาน้องชายมาหาอะไรทานละมัง ตอนนี้ก็.........” จุนโนะหยุดดูนาฬิกา เมื่อคิดได้ว่าจินคงจะสอบเสร็จตั้งนานแล้ว และเมื่อไม่ต้องมารับเขา จินก็น่าจะหาเวลาสังสรรค์กับพี่ชายมั่งก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร
ร่างสูงฉุดคาเมะให้เดินกลับไปที่สถานีรถไฟ ....อยากจะถามจินจังว่า วันนี้จะกลับไปกินข้าวที่คอนโดฯ หรือเปล่า....
“กลับเถอะคาเมะ...ปล่อยให้จินเขาคุยกับพี่ชายของเขาบ้างดีกว่า”
“ฮื่อ...”

************************************

“อ้าว!! ...ไอ้จิน....เรียกฉันมาปรึกษาปัญหาอะไรว้า...เอาแต่นั่งถอนหายใจเฮ้อ เฮ้ออยู่ได้” ชายหนุ่มท่าทางภูมิฐานถามขึ้นมาเมื่อเห็นว่าจินไม่ได้แตะต้องกาแฟหรือของว่างที่วางอยู่ตรงหน้าเลย น้องชายของเขาเอาแต่คนกาแฟวนไปวนมาจนจะเย็นหมดแล้ว
“เฮ้อ.....” จินระบายลมหายใจอีกครั้ง ดวงตาหลุบมองน้ำกาแฟสีน้ำตาลเข้ม นานซะจนพี่ชายส่งเสียงกระแอมไอ
“ไอ้จิน....”
“พี่ซาโตชิ...ผมกลุ้มอ่ะ...”
“เรื่องอะไรวะจิน บอกมาทีซิ” ซาโตชิเร่งเร้า เขาดื่มกาแฟไปหมดถ้วยแล้ว แต่น้องชายรูปหล่อยังนั่งนิ่งอยู่ท่าเดิม
“ผมกับจุนโนะ...น่ะ กลุ้มสุดๆ เลยนะพี่” จินเกยคางกับโต๊ะ นัยน์ตาตก เขาเหลือบมองพี่ชายคนเดียวที่กำลังมองเขาด้วยแววฉงน
“นายกับแฟนเป็นไงกัน ทะเลาะกันหรือไง หรือว่าเลิก...”
“โอ๊ย....ไม่นะ ไม่ได้เลิก แค่มีเรื่องที่ค้างคาในอารมณ์เท่านั้นเอง”
“ไม่เท่านั้นล่ะมั้ง ไหนเล่าให้ฟังซิ ฉันนึกว่านายสองคนไปกันได้ดีซะอีกแน่ะ”
“ไปด้วยดีซิ เรารักกันดี แต่ว่าผมมีเรื่องที่ไม่สบายใจเลย มันไม่เคลียร์ เหมือนกับมีม่านบางๆ ขวางกั้นเราอยู่ ผมรักจุนโนะ และจุนโนะก็รักผม แต่ว่าผมเองต่างหากล่ะที่เป็นฝ่ายไม่สบายใจ ทั้งๆ ที่มันน่าจะราบรื่น แต่มัน...มัน...เฮ้อ....” จินพูดแล้วถอนหายใจ กัดริมฝีปากจนเจ็บ เขากำลังตัดสินใจว่าน่าจะมีใครสักคนที่เขาสามารถจะปรับทุกข์ได้ และก็มีอยู่คนเดียวที่พอจะเก็บงำความลับของเขาไว้ได้
ซาโตชิตบหลังมือของน้องชายเป็นเชิงเตือน จินจึงเอนหลังพิงพนัก เขามองพี่ชายและพยักหน้าเหมือนคนตัดสินใจได้
“ผมจะเล่านะ อยากเล่าให้ใครสักคนฟัง และคนๆ นั้นก็คือพี่ ผมไว้ใจพี่นะ”
“ก็เล่ามาซิไอ้น้องชาย”

จินยกถ้วยกาแฟจรดริมฝีปาก เขามองพี่ชายเพียงชั่วแว่บและจากนั้นกาแฟถ้วยนั้นก็ถูกซัดฮวบหายวับไปเพียงอึกเดียว...
“ก่อนจะคบกับจุนโนะสุเกะ...ผม...ผม...เอ้อ...เคย...เฮ้อ....เคย....”
“อะไรวะไอ้จิน.....ฉันเหนื่อยแล้วนะเว้ย” คนเป็นพี่อยากจะโวยเพราะน้องชายมัวแต่อ้ำอึ้ง เขาลุ้นจนตัวโก่ง จินหน้าแดงจัดและยกมือขึ้น สูดลมหายใจลึกและเล่าออกมา
“เอาล่ะ ผมจะเล่าให้หมดเปลือกเลย...ก่อนที่จะพบจุนโนะอย่างจริงๆ จังๆ น่ะ ผมเคย...เอ้อ...ข่มขืนเขา...”
“หา??? ข่มขืน???” คนฟังส่งเสียงดังจนจินต้องเอื้อมมือมาอุดปากพี่ชายไว้
“เฮ้ย...พี่ซาโตชิ เบาๆ ซิ”
“เอ่อ....” ซาโตชิพยักหน้า และเมื่อจินปล่อยมือจากปากเขา ชายหนุ่มจึงเอนหลังพิงพนักอย่างแรง
“หมายความว่าไงวะ?”
“หลังจากกลับมาจากปารีสใหม่ๆ ผมไปกินเหล้ากับยูอิจิหลายเดือนก่อนโน้น แล้วผมก็เห็นพวกเพื่อนของยูอิจิกำลังฉุดเด็กหนุ่มคนหนึ่งเข้าข้างทางรถไฟ ผมหวังจะช่วยนะ ไล่เจ้าพวกนั้นกระเจิงไปแล้ว ผมกำลังจะช่วยจุนโนะจริงๆ นะ...แต่..........” จินส่ายหน้า เขายกมือปิดหน้า ทิ้งระยะห่างของคำพูด และเมื่อเงยหน้าขึ้น ก็พบกับดวงตาเบิกกว้างของพี่ชายมองเขม็งแน่วแน่
“ผมเห็นจุนโนะในสภาพนั้น เนื้อตัวเกือบจะเปล่าเปลือย แล้วความตั้งใจจะช่วยเหลือเขาก็หายไป ผมอยากได้เด็กคนนั้น ร่างกายบอบบางและสวยงามนั่นทำให้ผมหมดความยับยั้งที่จะอดกลั้น...เอ้อ...........” จากนั้นจินจึงเล่าทุกสิ่งทุกอย่างให้พี่ชายฟังจนหมดเปลือก ซึ่งคนฟังก็รับฟังด้วยความคาดไม่ถึงว่าน้องชายคนเดียวจะเป็นแบบนี้ไปได้
“ผมผิดนะฮะ...ผิดกับจุนโนะ แต่แม้สักคำผมก็ไม่กล้าบอกเขา...จะบอกได้อย่างไรว่าผมเป็นไอ้คนร้ายที่จุนโนะเกลียด...”
“บอกเขาซะ!!” ซาโตชิโพล่งออกมา และนั่นก็ทำให้จินอ้าปากค้าง
“อะ..อะไรนะครับ?”
“ฉันอยากให้นายบอกเขาซะว่าอะไรเป็นอะไร และเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น”
“ไม่...บอกไม่ได้ ถ้าบอก...จุนโนะจะเกลียดผม” จินส่ายหน้าอย่างแรง เขาโบกมือแล้วก็กุมขมับอย่างกลุ้มใจ พี่ชายเองก็กลุ้มใจไม่น้อย เพราะชายหนุ่มสั่งกาแฟดำมาดื่มอีกหนึ่งแก้ว...
ซาโตชิชะโงกตัวข้ามโต๊ะมาตีแก้มจินเบาๆ เป็นการเรียกสติ
“ถ้าไม่บอก ไม่สารภาพ นายก็ต้องมีสภาพแบบนี้ ทุกข์ทรมาน...นายต้องการแบบนี้เหรอ แล้วที่นายมาเล่าให้ฉันฟังจะมีประโยชน์อะไร? จิน...แกกับจุนโนะรักกัน บอกแล้วไม่ใช่หรือว่ารักกัน...จะกลัวอะไร บอกไปเลย เอาให้เด็ดขาด กล้าๆ หน่อยไอ้น้องชาย”
“จะให้บอกว่าผมข่มขืนเขาในวันนั้นเหรอไง?”
“แล้วแกมาบอกฉันทำไม?” ซาโตชิถามเอาตรงๆ
“ระบายไง ...ผมอยากระบาย...อยากมีใครสักคนที่จะฟังผมสารภาพได้ แต่ไม่ใช่จุนโนะ ผมไม่ยอมบอกเขาเด็ดขาด ผมไม่อยากโดนเขาทิ้งและเกลียด”
“จะให้ฉันบอกแทนมั้ยล่ะ ไอ้จิน” ซาโตชิรับอาสา
“โอ๊ย ไม่นะพี่ ไม่เอา ห้ามเด็ดขาด...!!” จินโวยลั่น คว้ามือพี่ชายมาเขย่าและกำไว้แน่น
“ไม่เอานะพี่ซาโตชิ สัญญาซิพี่ว่าจะไม่บอกใคร แม้แต่แม่พี่ก็บอกไม่ได้...นะพี่นะ...”
“ก็ได้...ฉันก็ลูกผู้ชายนะไอ้จิน แค่รับฟังฉันก็กลุ้มแทนแล้วล่ะ เฮ้อ...สบายใจขึ้นหรือยัง?”
“ฮื่อ...ถึงแม้จะยังไม่หมด แต่ก็สบายใจขึ้น...”
“แต่ฉันก็ยังอยากให้นายบอกเขานะ ก่อนที่เขาจะรู้เอง และนั่นก็ยิ่งจะเพิ่มความเจ็บปวดให้แฟนนายมากยิ่งขึ้นไปอีก...”
“พี่.........” จินคราง ฟุบลงกับโต๊ะ ....ปลงไม่ตกอีกแล้ว
“ว่างๆ ก็พาจุนโนะไปเยี่ยมแม่บ้างซิ แม่บ่นถึง อย่ามัวแต่หลงแฟน ไม่หาแม่บ้าง” ซาโตชิเตือนน้องชาย ซึ่งฝ่ายจินก็รับคำและบอกว่าเขาตั้งใจจะพาจุนโนะไปอยู่แล้ว
“จุนโนะรักแม่ของเรา... ผมต้องพาไปแน่ๆ พี่ไม่ต้องห่วง”
“จิน...สบายใจขึ้นหรือเปล่า?”
“ครับ ดีขึ้น..” จินยิ้มให้พี่ชาย และนั่นก็ทำให้ซาโตชิยีหัวน้องเล่นเบาๆ
“งั้นก็กลับไปโอ๋แฟนแกซะ ถ้าไม่ยอมบอกเขา ก็ทำให้เขารักแกให้มากขึ้นกว่าเดิมก็แล้วกัน พี่เอาใจช่วยแกได้แค่นี้ล่ะ”
“ขอบคุณครับพี่...” จินโค้งศีรษะให้
การที่ได้มาพบพี่ชายในวันนี้ ...ได้ระบายความคับข้องใจนั้นจะว่าไปมันก็ทำให้โล่งใจได้เปาะหนึ่ง แต่อีกหลายๆ เปาะนั่นล่ะ มันก็ยังหลงเหลืออยู่วันยังค่ำ...

******************************

to be continue

comment ที่นี่จ้า

Hosted by www.Geocities.ws

1