
TEAR of LOVE
Vol 21
***************************
เสียงรถที่วิ่งมาจอดหน้าตึกนั้น ทำให้ยูอิจิเงยหน้าจากหนังสือพิมพ์ มองผู้มาเยือนพร้อมกับรอยยิ้ม
รถคันนี้หอบเอาพวกเพื่อนซี้จอมซ่ามากันอีกแล้ว หลังจากห่างหายกันไปนาน แต่การมาครั้งนี้หวังว่าคงจะไม่มาให้ความคิดประหลาดๆ
อีกล่ะนะ วันนี้ยิ่งกำลังอารมณ์คงที่อยู่ข้าง
เฮ้ย...หวัดดีเพื่อนฝูง โคยาม่าเปิดฉากทักทาย ข้างหลังที่เดินตามมามีชิเงะเจ้าเก่า
และพ่วงเอาโคกิและอุเอดะมาด้วยเหมือนเดิม
ไงพวก...นึกไงมาที่นี่ได้ หายเงียบไปเชียว เมื่อวานกะจะชวนไปกินเหล้าที่ผับแล้ว
แต่ขี้เกียจว่ะ ยูอิจิบอก พลางดีดนิ้วเรียกคนรับใช้ให้หาเหล้ามาเสิร์ฟ พวกเพื่อนๆ
นั่งกันเรียบร้อยแล้ว โคยาม่าทำตาปรือบอกว่า
แกง่ะแหล่ะหายจ้อย หนอย...พอริหลีเด็กคาเมะเข้าหน่อย เงียบเชียวนะเมิง.. เป็นไงวะ
เด็กนั่นน่ะ เล่นเอาพี่ยูเราหมดแรงเที่ยวกับเพื่อนเชียว...
บ้าง่ะเด่ะ ยังไม่ได้แอ้มเลยเว้ย
ยังไม่ได้แอ้ม!!!???? ทั้งสี่คนอุทานออกมาพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย
จากนั้นก็หันมามองหน้ากัน ทำตาปริบๆ
หมายความว่า นายกับเด็กนั่นน่ะ ยังไม่ได้...จึ๊กกะดึ๋ยเลยงั่นเด่ะ...เฮ้ย..ไรว้า???
ก็เออง่ะเด่ะ เจ้าของบ้านหนุ่มพยักหน้ารับแต่โดยดี
โอย...โอย...ไอ้ยูเอ๊ย เสียเชิงชายหมด โคกิทำเสียงปลงอนิจจัง
คาเมะน่ะ ...ไม่รู้เป็นไง พอฉันเข้าใกล้ก็ทำตัวตีกรอบไว้ทุกที ทั้งๆ ที่ก็ชอบฉันออกขนาดนั้น
ยูอิจิส่ายหน้า เขาจัดแจงคะยั้นคะยอให้เพื่อนๆ ซัดเหล้าที่บ้าน เพราะถ้าจะให้ออกไปนอกบ้านยามนี้
คงไม่มีแก่ใจจะไปแน่นอน
ฉันก็เลยต้องถอยออกมาก่อน เพราะคิดว่า วิธีตามตื๊อคงไม่ได้ผล เด็กนั่นแสนงอนแล้วก็จับจุดฉันถูกแล้วด้วย
ก็บอกให้ปล้ำ ให้ปล้ำ เสือกไม่เอา...ทีงี้มาโอดครวญนะมึง...
เอายาปลุกให้กิน แล้วพาไปฟันเลย เสร็จ...พอตกเป็นของแกแล้วก็ง่ะนะ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด...ไอ้ยู
ฉันก็แนะเอ็งได้เท่านี้ล่ะ หรือว่าจะให้ไปดักฉุดอีกรอบเอามั้ยวะ... โคยาม่ายกมืออาสา
แต่ยูอิจิส่ายศีรษะ
ไม่ต้อง ไอ้โคะ เรื่องแค่นี้ ยูอิจิทำได้สบายมาก ไม่ต้องถึงขนาดพวกเอ็งหรอก
เฮ่ย...ถ้าสบายอย่างว่าล่ะก็ แกไม่มานั่งระบายให้พวกเราฟังหรอก จริงมั้ย?
ฉันไม่ได้ระบาย ฉันนั่งของฉันอยู่ดีๆ พวกแกเสือกถามขึ้นมาเองนี่หว่า
ปล้ำเลยเอามั้ย? โคกิดีดนิ้วดังเป๊าะ ก้มหน้าจนแทบจะติดยูอิจิ
ไม่...!! ยูอิจิปฏิเสธเสียงลั่น
ฉันจริงใจกับเด็กนั่นนะ
จริงใจ??? สามเสียงยกเว้นอุเอดะพูดขึ้นพร้อมกัน
จริงใจแล้วมันได้อะไรขึ้นมาวะ นายจะปล่อยให้เจ้าเด็กคาเมะนั่นขี่กบาลแกไปถึงไหนกัน
นี่ไอ้ยู...จัดการซะ รวบหัวรวบหางอย่างที่บอก
ยูอิจินิ่งอย่างเดียว นึกแล้วเชียวว่าเจ้าพวกนี้มาที่นี่ต้องมีความคิดอะไรบ้าๆ
บอๆ มาให้เขาทำ ถ้อยคำของจุนโนะยังไม่ลืม
...จริงใจซิครับ... คาเมะน่ะ ต้องจริงใจเท่านั้น....
เสียงของจุนโนะพร่ำบอก และเขาเองก็เล็งเห็นว่า มันคงจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ
แต่ว่า....จริงใจตามแบบของจุนโนะจะทำให้คาเมะอยู่เหนือเขาหรือเปล่านะ
เมื่อโคยาม่ากับเพื่อนๆ บอกมาแบบนี้ ทำให้ยูอิจิชักลังเล
รวบหัวรวบหางคาเมะงั้นหรือ??.. เขารักเด็กคนนั้น และเด็กนั่นก็รักเขา...ถ้าคาเมะตกเป็นของเขา
ความจริงใจก็ย่อมแสดงให้เห็นเอง.....
พวกแกว่าอย่างนั้นจะเข้าท่าเหรอ? ยูอิจิเสียงอ่อนลง
ใช่..ใช่...เอางี้ วันเสาร์ อาทิตย์นี้ ชวนไปตากอากาศที่บ้านแกซะดีมั้ย พวกเราจะแอบไปเตรียมการให้
หลอกให้กินยา แล้วก็ฟันชัวะ เอ...แต่บ้านพักนายอยู่ไกลไป เอางี้ บ้านชายทะเลของพ่อแม่อุเอดะเป็นไง
อยู่ใกล้และก็เปลี่ยวกว่า... คราวนี้เป็นความคิดของชิเงะตัวดี เขาผายมือไปทางหนุ่มหน้าสวยที่ชื่ออุเอดะ
ซึ่งนั่งทำหน้าปั้นยากอยู่ตรงกันข้าม
นี่เรื่องอะไรที่ฉันต้องยอมให้พวกนายทำเรื่องบ้าๆ ในบ้านฉันด้วยหา? ฉันไม่ขอเอี่ยวด้วยเด็ดขาด
อุเอดะพูดเสียงขึ้นจมูก
พวกเราก็ไม่ได้ให้นายต้องทำอะไรนี่นะ แค่ขอยืมบ้านริมทะเลก็เท่านั้นเอง
ไม่เอา...บ้านพักตากอากาศของยูอิจิก็มีนี่ ตั้งหลายแห่ง ทำไมไม่ใช้กันเข้าไปล่ะ
ก็มันไกล บ้านนายง่ะแหล่ะเหมาะสุด โคยาม่าสรุป แต่อุเอดะก็ยังหน้าบึ้งอยู่นั่นเอง
เหอะน่านะ... ชิเงะลงทุนยกมือไหว้
ฉันยังไม่เห็นยูอิจิจะตกลง หรือพูดอะไรสักคำ ท้ายสุดอุเอดะก็หันมาจ้องหน้ายูอิจิเอาตรงๆ
ดวงตาดุจัด เพราะไม่เห็นด้วยกับการทำแบบนี้สักเท่าไร แต่เมื่อยูอิจิไม่มองเขา และยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ
อุเอดะก็ทำเสียงฮึดฮัด
จะทำอะไรก็เชิญ แต่อย่าให้สาวมาถึงฉันได้ก็แล้วกัน...
ขอบใจจ้ะยาหยี โคกิยิ้มแก้มปริ ก้มลงหอมแก้มแฟนคนสวยดังฟอด
ว่าแต่ฉันจะเอาตัวคาเมะไปด้วยได้ไง ยิ่งกำลังงอนฉันอยู่ข้าง ยูอิจิถอนหายใจ
ทำเอาพวกเพื่อนๆ มองกันตาปริบๆ ไม่อยากเชื่อเลยว่า คนที่เคยมั่นใจในความสามารถของตัวเองอย่างยูอิจิจะสิ้นหนทางซะได้
เรื่องนั้น นายไปคิดดูก็แล้วกัน บรรยากาศชายทะเลน่ะ น่าปล้ำเจ้าหนูหน้าสวยคนนั้นออกจะตายไป
เสียงชิเงะดังแว่วเข้ามา ยูอิจิเพียงแต่ร้องอือ ...รับฟังเท่านั้น
...อยากให้คาเมะไปไหนมาไหนด้วยก็จริงอยู่ แต่จะไหวรื้อ...ยิ่งตอนนี้โอกาสจะปรับความเข้าใจก็แสนจะยาก เขาหันไปมองเพื่อนๆ เห็นโคยาม่าสุมหัวกันซุบซิบกับชิเงะและโคกิอีกแล้ว...จะเอายังไงกันแน่นะ....
**************************
คาเมะนั่งกอดเข่าเจ่าจุกอยู่ใต้ม้าหินในสวน นับวันเขาก็ยิ่งมีอาการย่ำแย่ขึ้นทุกวัน
และตอนนี้ก็กลายเป็นคนโรคจิต หูผึ่งเวลาได้ยินเสียงรถมาจอดหน้าบ้าน และก็จะกลายเป็นยีราฟคอยาวที่คอยชะเง้อ
ยามที่มีเงาคนเดินผ่านหน้าประตูรั้ว
และเมื่อไม่มีใครมา เขาก็จะมานั่งกอดเข่าและเหม่อมองปลาคาร์ฟที่แหวกว่ายอยู่ในน้ำใส
คาเมะ...ะ...ะ...ทานข้าวเถอะหลาน คุณย่าเดินมาเมียงมองแล้วก็ร้องเรียก
ยังไม่หิวเลยฮะ
ผอมจะแย่อยู่แล้วนะ วันๆ กินข้าวไม่ครบมื้อแบบนี้จะเอ็นท์ไหวรื้อ... คราวนี้เป็นเสียงจากคุณป้า
เดี๋ยวไปฮะ คาเมะขานรับเสียงอ่อย ลุกขึ้นอย่างเกียจคร้าน เดินเท้าเปล่าบนลานหิน
กำลังจะผ่านสนามหญ้าอยู่แล้วเชียว เมื่อรถของยูอิจิแล่นมาจอดหน้าบ้าน
หัวใจเต้นรัวกระหน่ำ สองขาชะงักงัน ดวงตาคมเบิกกว้าง เขากำชายเสื้อยืดแน่น และโดยไม่รู้ตัว
เขาเดินเหมือนคนละเมอเข้าไปใกล้รั้วไม้ที่ขวางเขาไว้กับยูอิจิ
คาเมะ..ะ.ะ...ะ.. ยูอิจิยิ้ม เมื่อเห็นสีหน้าของเด็กหนุ่ม
มะ...มีธุระอะไร... เสียงสั่นของหนุ่มน้อยเปล่งออกมา เขายืนห่างจากแนวรั้วประมาณสองเมตร
แต่คนมาเยือนกลับยืนเกาะรั้ว มองลอดเข้ามาภายใน
คิดถึง.......เรามาดีกันเถอะนะ
................
คาเมะลอบถอนหายใจ ไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่างยูอิจิจะละทิฐิมาพูดจาอะไรแบบนี้ได้
เขาก้มมองพื้น กำลังชั่งใจตัวเองว่า จะคืนดีกันหรือเปล่า....โกรธกันหลายเดือนนี่ก็ชักอึดอัดเหมือนกันนะ
แล้วคนนั้นล่ะ....คนที่ชื่อยามะพีน่ะ? คาเมะเตะปลายยอดหญ้าเหนือฝ่าเท้า ถามโดยไม่มองหน้า
ก็แค่เจอกันหนนั้นหนเดียว อ้อ....เอ้อ...สองครั้ง....ก็แค่นั้น ชายหนุ่มบอกความจริง
และนั่นก็ทำให้คนฟังมีสีหน้าดีขึ้น
คาเมะเงยหน้ามองเขา กำลังจะตัดสินใจว่าจะเปิดประตูให้ยูอิจิเข้ามาดีมั้ย ก็พอดีกับที่เสียงคุณป้าตะโกนมาจากชานเรือน
ใครมาน่ะ คาเมะ?
คุณ...ยูอิจิครับป้า
อ๊ะ...คุณยูอิจิ...เชิญเขาเข้ามาในบ้านซิ คาเมะทำไมไม่เปิดประตูให้คุณเขาล่ะลูก...
เสียมารยาทจริงๆ เด็กคนนี้ คุณป้าบอกแล้วก็เยี่ยมหน้ามายิ้มแป้นให้ แล้วก็ผลุบหน้าหายไป
ซึ่งคาเมะก็แน่ใจว่า คงกำลังจะไปเตรียมหาของว่างให้ยูอิจิทานแน่ๆ
คุณป้าไปแล้ว แต่เจ้าของบ้านตัวน้อยยังไม่ยอมเปิดประตูให้ชายหนุ่มสักที จนยูอิจิต้องกระแอมเบาๆ
คาเมะ...ถ้าไม่อยากให้เข้าก็จะไม่เข้าล่ะนะ แต่ว่าอยากคุยด้วยสักครู่ นายจะออกไปกับฉันได้มั้ย?
ผมต้องออกไปด้วยเหรอ?
ฮื่อ....อยากพูดเรื่องเอ็นท์ และก็เรื่องของเรา...
เรื่องของเรา.....??? คาเมะเงยหน้ามองยูอิจิด้วยดวงตาฉงน ...เรื่องของเราที่ยูอิจิหมายถึง
น่ะมันคืออะไร...
จะทำอย่างไรดี ยูอิจิตั้งใจจะพูดอะไรกับเขา...และเขาควรจะออกไปดีมั้ย...??
...คำพูดที่เคยพูดกับจุนโนะนั้นน่ะ จะทำได้จริงหรือ?...
ที่ว่าจะลืมยูอิจิน่ะ ....ทำได้ยากจริงๆ ด้วยซิ...
*****************************
ร่างโปร่งบางนั่งเจ่าจุกอยู่หน้าทีวี ซึ่งเปิดข่าวพยากรณ์อากาศประจำวันตามปกติ
จุนโนะสุเกะเอาคางเกยเข่า ปากหยักสวยยื่นเล็กน้อย ขณะขมวดคิ้วจ้องดูจอสี่เหลี่ยมด้วยอากาศเซ็ง...
เขาถือรีโมทไว้ในมือ กดเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ เป็นดนตรีที่ส่งเสียงโหวกเหวก เปลี่ยนมาเป็นสารคดีท่องโลกกว้าง
จนท้ายสุดนิ้วมือที่กดบนรีโมทก็เคลื่อนไหวต่อไปอีกจนมาหยุดที่ข่าวพยากรณ์อากาศเช่นเดิม
....
...วันนี้เขาว่าจะมีฝนตกลงมาอีก และมันก็เป็นจริงดังว่าเสียด้วยซิ เพราะตอนนี้ฝนเริ่มเทลงมาอย่างต่อเนื่อง
น้ำฝนซัดหน้าต่างกระจกจนเห็นเม็ดละอองเล็กๆ ด้านนอก จุนโนะลุกไปยืนกอดอกมองลงไปยังเบื้องล่าง
เขาเห็นทางรถไฟเส้นเล็กๆ เบื้องล่าง มีรถไฟวิ่งผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ... และขบวนนี้มันคงแล่นผ่านไปทางบ้านนากามารุด้วย....
ริมถนนสีเทามีร่มหลากสีกางเหมือนดอกไม้เล็กๆ บานสะพรั่งเต็มไปหมด แต่บนถนนกลับไม่ค่อยมีรถวิ่งหนาตาเหมือนเช่นเคย...ใช่สิ
ฝนตกหนักแบบนี้ จินน่าจะอยู่กับเขาในคอนโดฯ มากกว่า...
นานเท่าไรแล้วนะ ค่ำคืนที่ผ่านมา ช่วงเช้าที่ผ่านไป และล่วงเลยมาจนถึงกลางวันฉ่ำฝนแบบนี้
จินก็ยังไม่กลับมา
ไปไหนกันนะ จิน จุนโนะถอนหายใจ เขามองมือถือในมือ ไม่ว่าจะกดจิ้มไปสักเท่าไร
จินก็ไม่ยอมเปิดเครื่อง...หรือว่าจะเกิดอุบัติเหตุ...
จุนโนะทำตาโต เขารีบโทร. ไปหาแม่ของจินที่บ้าน ผลปรากฏออกมาว่า
ไม่ได้มาที่นี่หรอกจ้ะ จุนโนะ...ถ้ามาแล้วแม่จะบอกให้รีบกลับคอนโดฯ นะ คุณนายอะกานิชิ
เอื้อเฟื้อ จุนโนะตอบขอบคุณเบาๆ แล้วก็วางสาย...เป็นอันว่าจินไม่ได้อยู่ที่บ้าน...งั้นก็ยามะพีนั่นแหล่ะ
เอาตัวไว้...
บางที...ค่ำคืนของแสงสีอันโรแมนติกอาจจะทำให้คู่เดทเก่า หวนกลับมาคืนดีกันอีกแล้วก็ได้
และถ้าเป็นอย่างที่เขาคิดล่ะ...เขาจะอยู่ ณ ตำแหน่งไหนของจิน....
.............................
เสียงประตูดังแกร๊ก....ทำให้จุนโนะหันขวับมาจ้องมอง จากนั้นประตูบานสีขาวก็ถูกเปิดออกกว้าง
พร้อมกับร่างสูงของจินก้าวเข้ามา ในสภาพที่ดูไม่จืด...เนื้อตัวเปียกปอน ผมเผ้าเปียกลู่เพราะถูกฝน
ใบหน้าแดงก่ำ และดวงตาหรี่ปรือที่พร้อมเสมอที่จะหลับได้ตลอดเวลา จินยืนหอบอยู่หน้าประตู
เขาเสยผมขึ้นลวกๆ ท่าทางจะยังแฮ้งค์อยู่ แต่อะไรก็ไม่ร้ายเท่าคนที่ยืนประคองร่างจินอยู่นั้นคือยามะพี
หนุ่มน้อยที่มีสภาพเปียกปอนไม่ต่างกันเท่าไรนัก
เอ้า...มาเอาตัวแฟนไปซะ..คนอะไรหนักชิปเป้งเลย... ยามะพีพูดเสียงอ้อแอ้เล็กน้อย
... ท่าจะเพิ่งสร่างเมา เมื่อเห็นจุนโนะยืนเฉย เขาก็กวักมือเรียก
มาเด่ะ..ยืนทื่ออะไรอยู่อีก ไอ้หมอนี่มันไม่เมาอย่างที่คิดหรอกนะ แต่มันแฮ้งค์...เมื่อคืนดวดกันทั้งคืน
มาต่อตอนสายอีกรอบ...โฮ้ย...คนไรฟะ ทำเหมือนกับเด็กๆ นี่ฉันหลงคบไปได้ไงฟะเมื่อก่อนนี้น่ะ...นี่
มาเอาตัวเขาไปเร็วๆ ฉันจะกลับไปนอนต่อ แย่ชะมัด อยู่กับจิน ไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลย
...คนอะไรวะอึดเป็นบ้าเลย ยามะพีทำหน้ามุ่ย เตรียมจะโยนจินลงกับพื้นถ้าจุนโนะไม่ยอมมาเอาจินไป
...
จินนน.... จุนโนะเดินลิ่วๆ มาหา สอดแขนเข้าประคองเอวจินไว้ แต่กระนั้นก็ยังรับรู้ว่า
จินไม่ได้เมาถึงกับยืนเองไม่ได้ แต่จินเลือกที่จะไม่ยืนเองต่างหาก จุนโนะขอบคุณผู้มาส่งเบาๆ
เอ้อ...จะเข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนมั้ยครับ คุณก็เปียกเหมือนกันนี่
ไม่ล่ะ...จะกลับบ้าน...นี่นะ...ถ้าจินมันยอมออกมาจากรถดีๆ ฉันก็ไม่เปียกแบบนี้หรอก
ฉันจะรีบไปล่ะจอดรถคาไว้หน้าคอนโดฯ เดี๋ยวโดนเข็นไปโรงพักหรอก ไปล่ะเด็กน้อย..ดูแลกันให้ดีล่ะ
เอาใจมันหน่อย..ยิ่งเฮิร์ทๆ อยู่ด้วย ยามะพีโบกมือร่ำลาให้จุนโนะ
เมื่อประตูปิดสนิท จุนโนะส่ายศีรษะ พยุงจินเดินเข้ามาในห้องน้ำ
เปียกหมดเลย...
รีบอาบน้ำดีมั้ยฮะ จุนโนะไม่รอคำตอบ เขาหันซ้ายหันขวาหาผ้าขนหนู เมื่อหันกลับมาอีกที
ก็เห็นจินยังยืนก้มมองพื้นห้องน้ำอยู่ ไม่คิดจะถอดเสื้อผ้าเปียกโชกออกแต่อย่างใด
เดี๋ยวผมอาบให้ดีกว่า
จุนโนะจับจินยืนพิงผนังห้องน้ำ เขาปลดเสื้อผ้าบนเนื้อตัวของจินออกจนหมด หยิบมือถือของจินออกมาดู
แบตฯ หมดหรือฮะ..มิน่าล่ะถึงโทร. ไม่เข้า เด็กหนุ่มดึงจินเข้าไปในตู้อาบน้ำ เปิดฝักบัว
ปล่อยให้สายน้ำฝอยรินรดร่างสูง ซึ่งบัดนี้ยืนพิงผนังกระจก ปล่อยให้จุนโนะฟอกสบู่
และสระผมให้
ไม่สบายหรือเปล่าน้า... ตัวอุ่นๆ จับไข้ล่ะแย่เลย...
จุนโนะ...ะ...ะ.. เสียงจินเอื้อนเอ่ยออกมาเป็นคำแรก ทำให้มือที่กำลังสระผมให้เขาหยุดชะงัก
...จริงสินะ...ตั้งแต่จินกลับเข้าบ้านนี่ ก็ไม่ได้พูดจาอะไรสักคำเลย...เพิ่งจะเรียกชื่อเขาเมื่อกี้นี้เอง...
จุนโนะห่วงฉันเหมือนกันหรือ? จินครางออกมา
เอ๋??..ห่วงสิครับ ไม่ให้ห่วงจินแล้วผมจะไปห่วงใครล่ะครับ
ก็ห่วงคนอื่นมากกว่าฉันน่ะซิ จินพูดแล้วก็ต้องหลับตา เมื่อจุนโนะเปิดฝักบัวลงมารดศีรษะเขาเต็มๆ
ไม่มีหรอกครับ...มีแค่คนเดียวนี่ก็จะแย่อยู่แล้ว
ฉันคงน่าเบื่อสินะ จินพ้อ จุนโนะหัวเราะออกมา ล้างเนื้อล้างตัวจินจนหมดจด
น่าเบื่อแล้วผมจะทำให้ขนาดนี้หรอ... เด็กหนุ่มยิ้มแป้น มองจินอย่างขบขัน เพราะชายหนุ่มตัวโตในยามนี้ดูเหมือนเด็กเล็กๆ
ไม่มีผิด... ผมเปียกลู่เกาะลีบติดหนังศีรษะ ยืนเปล่าเปลือยรอการเช็ดเนื้อตัวอยู่
และเมื่อจุนโนะเดินกางผ้าขนหนูมาใกล้ จินก็รวบร่างบางมากอดแน่น ลำตัวเปียกของจุนโนะกับร่างเปลือยของจินจึงแนบสนิทตั้งแต่หัวจรดเท้า
อย่าเลิกรักฉันนะจุนโนะ...รักฉันให้นานๆ อย่ากลับไป...เอ้อ...อย่ากลับไปหาคนเก่าจะได้มั้ย?
จินซุกหน้ากับซอกคอของเด็กหนุ่ม แนบศีรษะกับไหล่บอบบางของจุนโนะ
อะไรกันครับ จิน...? จุนโนะร้องถามออกมา
อย่าทิ้งฉัน...อย่าทำแบบนี้นะ ฉันขอร้อง
ผมทำอะไร?
ก็นายไม่รักฉัน
จิน!! คุณเป็นอะไรของคุณนะ ยังไม่หายเมาหรือไง?
ฉันเมา... กินเหล้าทั้งคืนจนแสบคอไปหมด...ฉันไปค้างคืนที่อื่นมา...นายไม่เคยถามสักคำว่าฉันไปค้างกับยามะพีหรือเปล่า...ทำไมไม่ถาม
ทำไมไม่หึงหวงตอนยามะพีพาฉันมาส่ง ทำไมไม่โกรธ ไม่พอใจ
ทำไมจะไม่อยากถาม จินนั่นแหล่ะไม่ยอมติดต่อกลับมา ผมโทร. หาตลอดเลย
แบตหมด จินว่า...ทำเสียงอ่อยๆ แต่แล้วก็ถามโพล่งออกมาว่า
เมื่อคืนฉันไม่กลับบ้าน นายอยู่คนเดียวหรือเปล่า?
จุนโนะทำหน้าฉงน จินถามแบบนี้หมายความว่าไงกัน
หือ...จะให้อยู่กับใครกัน?
อ๋อ..เปล่า...ก็เห็นคุยกับยูอิจิเมื่อคืน นึกว่า....
นี่จิน...เห็นผมกับคุณหนูยูอิจิด้วยหรือ? จุนโนะถามกลับ ซึ่งจินก็พยักหน้า มองจุนโนะเขม็ง
แล้วก็คิดว่าผมกับเขาจะอยู่ด้วยกันทั้งคืนงั้นซิ? คุณเห็นผมเป็นอะไรกัน?
ก็เห็นเป็นคนรักเก่าของนาย มาหากันทั้งที ตอนฉันไม่อยู่เสียด้วยซิ จะบอกให้นะ
ว่าฉันกลับมาหนหนึ่งแล้ว แต่เห็นภาพบาดตาแบบนั้น ใครจะทนไหว
จุนโนะดันตัวจินออกห่าง เขาทำหน้ามุ่ยเมื่อได้ฟังคำพูดนั้น จินกำลังเข้าใจผิดอย่างร้ายแรงทีเดียว
นี่คงจะไปเห็นเขาคุยกับยูอิจิที่หน้าร้านกาแฟล่ะซิ
ผมคุยกับเขาเฉยๆ ก็เขามาหานี่ครับ มาพูดเรื่องคาเมะ แล้วก็ดื่มกาแฟกัน ไม่ได้ทำอะไรกันแบบที่คุณเข้าใจ
ก็ใครจะไปรู้ล่ะ เห็นเคยทำกันบ่อยๆ
จิน!! จุนโนะแทบจะผลักจินกระเด็น เขายืนกำหมัด ริมฝีปากเม้มแน่น จินพูดจี้ใจดำ
ถ้าเป็นเมื่อก่อนอาจจะใช่ แต่ตอนนี้ จินไม่รู้หรือไงว่า เขาไม่มีใครที่ไหนอีกแล้ว
นอกจากชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า
จินคิดว่าผมจะกลับไปหาเขาหรือ? คิดว่าผมจะทำอย่างนั้นหรือฮะ ถามเสียงสั่นเครือ
รวมทั้งนัยน์ตาที่เริ่มแดงระเรื่อนั่นอีกล่ะ ทำให้จินหน้าเสีย เขาเดินเข้าหาจุนโนะ
แต่อีกฝ่ายเป็นฝ่ายถอยหนี
ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้นนะจุนโนะ
แล้วหมายความว่าอย่างไรล่ะ เมื่อกี้จินก็ถามผมหยกๆ ว่า ผมอยู่กับเขาทั้งคืนหรือเปล่า
...จินคิดอะไรอยู่ คิดว่าผมจะทำอะไรลับหลังจินแบบนั้นงั้นหรือฮะ?
เปล่าคิด.... จินพูดอ้อมแอ้ม ใจหายเมื่อร่างบางของจุนโนะหันขวับไปทางอื่น
ไม่คิดแล้วจะพูดเหรอ? ทีผมยังไม่ถามเลยว่าเมื่อคืนจินค้างกับคุณยามะพีหรือเปล่า?
ไปทำอะไรกันถึงไม่กลับบ้าน ทั้งๆ ที่ผมอยากจะถามใจแทบขาด
แล้วทำไมนายถึงไม่ถามล่ะ จุนโนะ ทำไมถึงไม่ถาม?
ก็ผมเชื่อใจจินน่ะซิ ...ให้ผมเข้าใจว่าจินไปกินเหล้าแล้วเมา กลับบ้านไม่ไหว ดีกว่าจะให้ผมเชื่อว่าจินกับแฟนเก่าของจินน่ะไปทำเรื่องอย่างนั้นกันลับหลังผม...
ไม่ถามก็เหมือนไม่ห่วงกัน..เหมือนไม่ใส่ใจ ฉันทนไม่ได้หรอกนะ ที่จุนโนะไม่หวง
ไม่หึงน่ะ
บ้า...บ้าที่สุดเลย... จุนโนะปาผ้าขนหนูใส่หน้าจิน ความจริงอยากจะทำมากกว่านั้นด้วยซ้ำ
แต่เขาก็เลือกที่จะวิ่งออกไปจากห้องน้ำ
เดี๋ยวซิ...จุนโนะ..ะ..ะ..ะ.. จินผวาตามทั้งๆ ที่ยังไม่ทันได้ใส่อะไรเลย
จินตามมาทันที่หน้าห้องนอน คว้าได้แต่ปลายข้อมือของจุนโนะ แต่ถูกเด็กหนุ่มสะบัดมือหนี
และปิดประตูใส่หน้าดังปัง
จุนโนะ..ะ...เปิดประตูออกมาพูดกันก่อน ฉันขอโทษ...ต่อไปจะไม่พูดแบบนั้นอีกแล้ว...เปิดประตู...
จินเคาะประตูแรงๆ เมื่ออีกฝ่ายเงียบกริบ เขาก็ใจหาย ไม่รู้ว่าอยู่ในนั้นจุนโนะคิดจะทำอะไรหรือเปล่า
จุนโนะ..ะ...ะ..
จินแนบหูกับบานประตู ตะโกนไปด้วย ทุบประตูถี่ๆ แต่คนข้างในจะเปิดออกมาพูดกันรู้เรื่องหรือก็เปล่า
จุนโนะ...
จินรูดตัวลงไปกองกับพื้นพรมหน้าห้อง รู้สึกปวดหัวหนึบขึ้นมากระทันหัน เหล้าที่ดื่มเข้าไปเมื่อคืนกับตอนสายเริ่มตีกลับ
อาการมึนที่ห่างหายไปยามที่ร่างกายโดนน้ำนั้นเริ่มจู่โจมขึ้นมาอีก เขาชันขากับพื้น
ซุกหน้ากับซอกเข่า อยากจะอาเจียนออกมาเหลือทน แต่ก็สู้ฝืนผะอืดผะอมไว้
หลังจากนั้นอีกไม่นาน จุนโนะก็เปิดประตูออกมา ร่างบางชะงักไปนิดหนึ่ง เมื่อเห็นจินนั่งกุมขมับอยู่ริมประตู
จินเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเด็กหนุ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อยืด กางเกงยีนส์ เตรียมพร้อมจะออกไปนอกบ้าน
จุนโนะจะไปไหน?
ไปหาแม่... เสียงตอบนั้น ปลายประโยคทอดเสียงอ่อน ให้ฟังดูไม่ห้วนจนเกินไปนัก
ความจริงจะไม่ตอบก็ได้ แต่เมื่อเห็นจินในสภาพนี้ เขาเองก็ชักใจอ่อน แต่ก็ตั้งใจเอาไว้แล้วนี่นะ
ว่าจะไปหาแม่...
จินโผเผลุกขึ้นมา ผ้าขนหนูเกาะติดที่ขอบสะโพก ใบหน้าคมเข้มมองหน้าจุนโนะด้วยสายตาตัดพ้อ
อ้อ...จะไปบ้านนากามารุ...
ผมบอกว่าจะไปหาแม่
ก็แม่นายอยู่บ้านยูอิจินี่นะ
ฮึ..! จุนโนะสะบัดหน้าหนี เขาเม้มปากจนแทบเป็นเส้นตรง เห็นทีตอนนี้คงพูดกันไม่รู้เรื่อง
สู้เขาออกไปสงบสติข้างนอกก่อนจะดีกว่า..
.................
ข้างนอกอากาศยังขมุกขมัว สายฝนยังไม่ขาดเม็ด แต่ก็ไม่รุนแรงมากนัก จุนโนะยืนหลบฝนอยู่หน้าคอนโดฯ
สักพักหนึ่งเมื่อฝนเริ่มซาจนเกือบจะหยุด เขาจึงวิ่งเหยาะๆ ข้ามถนน ผ่านเส้นทางเล็ก
ในสวนสาธารณะเพื่อที่จะผ่านไปขึ้นรถไฟไปบ้านนากามารุ
จินมองผ่านกระจกลงมายังสวนสาธารณะ เขาเห็นร่างบางที่เจนตาเจนใจเหลือเกิน เดินแกมวิ่งอยู่ข้างล่าง
ตัวเล็กๆ ที่มองเห็นลิ่วๆ นั้น เป็นจุนโนะจริงๆ ด้วยซิ
...จุนโนะไปจริงๆ ...จินรู้สึกใจหาย...ทำไมเขาถึงรู้สึกเหมือนกับว่า....จุนโนะกำลังจะวิ่งจากเขาไปไกลทุกที....
*************************
จุนโนะเดินเข้าซอยในบ้านในเวลาเกือบเย็นแล้ว อากาศหลังฝนตกเย็นฉ่ำ ได้กลิ่นดินหลังฝนโชยมาแตะจมูก
เขาชอบกลิ่นนี้จริงๆ ทำให้นึกถึงบรรยากาศชนบทเช่นบ้านริมเนินเขาที่เคยอยู่บ้านคุณลุงที่ต่างจังหวัดจริงๆ
ต้นซากุระที่ปลูกเป็นแถวเป็นแนว โดนฝนชะจนลำต้นแทบจะกลายเป็นสีดำทะมึน ใบตกหนากองทับกันใต้ต้น
จุนโนะปรายตามองซากุระต้นเดิมที่อยู่ถัดไปเบื้องล่าง แปลกนะ...ที่เขาไม่เคยนึกรังเกียจสถานที่นั้นอีกแล้ว...เพราะจินมอบความสุขและปลดปล่อยให้เขาลืมความทุกข์ระทมได้
...ได้รักกับจิน...ณ ใต้ต้นไม้นั่น...อิ่มเอิบซาบซ่า ไม่มีวันเลือน...
จุนโนะหยุดชะงักการก้าวเดิน นิ่งขึงอยู่ตรงนั้น ...
...เขารักผู้ชายคนนั้นตั้งแต่เมื่อไรกันนะ...คำว่ารักนั้นน่ะ..ไม่ได้พูดขึ้นลอยๆ
แต่ออกมาจากหัวใจ
ไม่รู้ว่าเริ่มรักตอนไหน... และอย่างไร แต่ก็เพราะความเอาใจใส่ ความเอื้ออาทร ใจดี
และอ่อนโยนที่จินมอบให้เขาก่อนนั่นต่างหาก ....
....เขารักจิน...
ไม่ได้รักเพราะตอบแทนที่จินดีกับเขา แต่ก็เพราะรัก.... รักเพราะจินเป็น จินต่างหากล่ะ
เขารักความรู้สึกที่ได้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับจิน... ได้ทำอาหารให้ทาน แม้จะไม่ได้อร่อยเหมือนที่แม่ของจินทำ แต่รอยยิ้มและกินอย่างเอร็ดอร่อยของจินนั่นต่างหากล่ะที่ทำให้เขารู้สึกเต็มตื้น ...ความสุขที่ได้รับยามที่นั่งอิงแอบแนบชิดอยู่หน้าทีวีด้วยกันนั่น ...เขารักสิ่งที่ทำเขากับจินทำร่วมกัน ...รัก เพราะมีจินอยู่ข้างกาย....
ไม่คิดกลับไปหายูอิจิอีกหรอก... แต่จินซิกลับระแวงเขา... และนั่นก็ทำให้เขาเสียใจจริงๆ
ไหนว่ารักไง...ทำไมถึงไม่เชื่อใจกันเลยนะ...
แต่สิ่งหนึ่งที่จุนโนะรู้สึกผิดก็คือ ...เขาไม่น่าผลุนผลันออกมาจากคอนโดฯ และบอกจินว่าจะมาบ้านนากามารุ เพราะนั่นเท่ากับเป็นการจุดประกายความน้อยใจของจินให้พุ่งขึ้นมาอีก...จริงสินะ เขาไม่ควรพูดแบบนั้นเลย ถ้าเป็นเขาบ้างล่ะ ถ้าจินพูดว่าจะไปดื่มเหล้ากับยามะพีอีก เขาจะรู้สึกอย่างไรนะ??
....จุนโนะหันหลังกลับ ความตั้งใจที่จะไปหาแม่ก็พับไป...ยามนี้เขาควรกลับไปดูแลจินต่างหากล่ะ....
เอาไว้ดีกับจินแล้ว เมื่อนั้นค่อยพาจินมาเยี่ยมแม่ก็ได้นี่นา....
************************************
ท้องฟ้าที่ขาดเม็ดฝนยังคงเป็นสีขมุกขมัว ฟ้าร้องดังครืนๆ อยู่ไกลออกไป เสียงระบายลมหายใจออกมายาวเหยียด
จนคนที่อยู่หลังพวงมาลัยหัวเราะออกมาเบาๆ
ไปกันต่อนะ คาเมะ ยูอิจิสตาร์ตรถ พายานพาหนะสุดหรูทะยานไปตามท้องถนนที่เปียกแฉะ
กลับบ้านกันเถอะฮะ คาเมะร้องขอ แต่คนฟังจะหันมาตอบก็หาไม่ ใบหน้าเรียบเฉยมองตรงแน่วไปข้างหน้า
จนคาเมะขยับตัวอย่างอึดอัด
คุณจะไปไหน? พาผมนั่งมาในรถตั้งนาน ไม่เห็นพูดเรื่องเอ็นท์ซะที
เรื่องเอ็นท์น่ะไม่ต้องห่วงหรอกนะ ต้องได้พูดกันแน่ แต่ว่าจะพาไปพูดที่อื่น
จะไปไหนฮะ? ผมว่าเรามากันไกลแล้วนะ คาเมะเริ่มใจคอไม่ดี เขามองสองข้างทาง ยูอิจิขับรถออกมานอกเมืองแล้ว
ถนนเริ่มร้างรถยนต์ จะมีสวนไปสวนมาก็ไม่มากนัก เด็กหนุ่มหันมามองหน้ายูอิจิ ก็พบว่าชายหนุ่มปรายตามองเขาอยู่ก่อนแล้ว
จากนั้นดวงตาคมก็หวนกลับไปมองท้องถนนตามเดิม
ผมจะถามคุณอีกครั้งนะว่า คุณตั้งใจจะทำอะไรผมกันแน่ จะลวงผมไปกักขัง หน่วงเหนี่ยวหรือว่าข่มขืน?
คาเมะยังส่งเสียงเอะอะลั่นรถ เขาพยายามเปิดประตูแต่ก็ไร้ผล
ไม่มีคำว่าข่มขืนสำหรับเรา คาเมะ...แค่จะพานายไปเปิดหูเปิดตาบ้างก็เท่านั้น
แล้วทำไมไม่ไปตอนกลางวัน?
ก็นายมัวเล่นตัวน่ะซิ โอ้เอ้จนค่ำมืด เห็นมั้ยว่าต้องไปค้างคืน
ค้างคืน??? หา?? ไม่เอานะ!! ร่างบางโวยลั่น คราวนี้เขาทุบไหล่คนขับไม่ยั้งจนชายหนุ่มต้องนิ่วหน้า
เจ็บนะคาเมะ...ฉันกำลังขับรถอยู่ นายจะพาเราลงไปนอนกลางถนนโดยไม่จำเป็นนะจะบอกให้
ผมไม่สนหรอก พาผมกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย!
เดี๋ยวก็ถึง
ไม่เอานะ... คาเมะเสียงชักสั่น จนยูอิจิต้องเอื้อมมือมากุมมือคาเมะไว้ข้างหนึ่ง
และพยายามปลอบโยน
เราไม่เคยไปค้างคืนที่ไหนกันเลยนะ
ไม่นะ...คุณปู่จะเป็นห่วง และยังคุณย่า คุณป้าอีก...คุณพาผมมาแบบนี้ จะทำไง?
เดี๋ยวโทรฯ บอกทางบ้านก็ได้ มากับฉัน คุณปู่ไม่ว่าหรอก ยูอิจิพยายามหว่านล้อม
พูดงี้ได้ไง! ผมจะกลับบ้าน! ร่างบางเริ่มหันมาทุบคนขับอีกที คราวนี้หนักกว่าเดิม
ยูอิจิต้องใช้ความพยายามอย่างหนักที่จะบังคับพวงมาลัยให้มั่น
รถคว่ำขึ้นมาจะทำไง จะตายกันหมดก็ได้นะ..... ยูอิจิเริ่มเอ็ดบ้าง ...
...ถ้าไม่ยอมขับกลับซะอย่าง คาเมะก็คงทำอะไรไม่ได้ ความรักตัวกลัวรถคว่ำทำให้เด็กหนุ่มเลิกทุบยูอิจิ
เมื่อทำอะไรเขาไม่ได้ หนุ่มน้อยก็นั่งกอดอก วางท่าปั้นปึ่ง ปล่อยให้ยูอิจิขับรถต่อไปจนเข้าเขตเมืองชายทะเลคามะคุระ
เขาขับตัดผ่านถนนสายหลักเรียบชายฝั่งจนถึงบ้านพักชายทะเลของอุเอดะ ซึ่งขณะนั้นบรรยากาศรอบข้างมืดแล้ว...
ยูอิจิจอดรถหน้าบ้าน ดับเครื่องยนต์ แต่ยังไม่ทันจะขยับตัว เขาก็ได้ยินเสียงสะอื้นของใครบางคน ...เมื่อเหลียวหาต้นเสียงก็เห็นใบหน้าที่ก้มต่ำของคาเมะ... ร่างบอบบางสั่นเล็กน้อย พร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมาเปรอะสองข้างแก้ม
......คาเมะร้องไห้....
น้ำตาของเด็กใจแข็ง... ทำให้จิตใจของเขาอ่อนไหว...
คาเมะ.... เสียงของเขาทอดอ่อน จับไหล่เด็กหนุ่มเอาไว้ และนั่นก็ทำให้ร่างบางยิ่งร้องไห้หนักขึ้นกว่าเดิม
ยูอิจิถอนใจ เขามองเข้าไปในบ้าน เห็นรถยนต์จอดอยู่ใต้ต้นไม้สองคัน และข้างในบ้านก็มีแสงไฟวอมแวมอยู่สองสามห้อง
นั่นคงจะเป็นพวกของโคยาม่า....
...เจ้าพวกนั้นมากันแล้ว... และไม่รู้ว่าจะวางแผนอะไร เพราะโคยาม่าไม่ได้บอกไว้
แต่ที่รู้ๆ คืนนี้พวกนั้นจะทำให้คาเมะตกเป็นของเขาให้ได้....
แล้วเขาต้องการอย่างนั้นหรือ? ยูอิจิถามตัวเอง
จิตใต้สำนึกส่วนหนึ่งบอกว่า...ต้องการซิ...
แต่อีกส่วนหนึ่งแย้งว่า ...ถ้าจะได้ตัวคาเมะก็ต้องจริงใจต่อกันไม่ใช่หรือ...และข้อสำคัญคาเมะก็ต้องยินยอมพร้อมใจด้วยเช่นกัน
...แต่สิ่งที่เขากำลังจะทำในตอนนี้ ก็คือล่อลวงคนที่เขารักไปทำมิดีมิร้ายตามที่พวกโคยาม่าแนะนำซินะ
...เจ้าพวกนั้นคงจะกำลังจัดฉากให้เขาได้สมอารมณ์หมายกับหนุ่มน้อยที่กำลังนั่งบีบมือตัวเองและร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในขณะนี้....
ยูอิจิทิ้งหลังพิงพนัก ความคิดเริ่มแปรเปลี่ยน ในสถานการณ์เช่นนี้จะให้ทำอะไรได้นอกจาก สตาร์ตรถและขับวนกลับไปตามเส้นทางเดิม
หือ??..งืด...ฮึก... เสียงเรียกร้องความสงสารของคาเมะดังอยู่ข้างๆ คาเมะมองไปนอกหน้าต่าง
มืดสลัวออกอย่างนั้น ยูอิจิจะพาเขากลับบ้านหรือเปล่า ความโล่งใจค่อยมีมากขึ้น เขาสูดจมูกและป้ายน้ำตาออกจากใบหน้า
จะ...พาผมกลับใช่มั้ยครับ? เขากลั้นหายใจถาม
ใช่...
ขอบคุณครับ คาเมะพูดอ้อมแอ้ม ก้มหน้างุด รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก บางทีน้ำตาก็ช่วยให้รอดปากเหยี่ยวปากกามาได้
ไม่เลวเหมือนกันนะ
แต่เมื่อขับต่อมาอีกสักพัก เสียงยูอิจิอุทานออกมา
ว้า...ฝนตกอีกล่ะ
จริงๆ เสียด้วย เมื่อคาเมะเงยหน้ามองฝ่าออกไปในความมืดของท้องถนน เห็นเพียงแสงไฟสว่างหน้ารถของยูอิจิกระทบกับสายฝนจนเหมือนเกล็ดเพชรแวววาว
ฝนเทลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า และยิ่งตกหนักขึ้นทุกที เมื่อไม่สามารถมองเห็นหนทางได้
ยูอิจิจึงชะลอรถและเปิดไฟหน้าสูง เขาขับเลียบริมถนนมาเรื่อยๆ ยังไม่ทันออกจากเขตของคามะคุระ
ก็เห็นป้ายข้างทางและลูกศรชี้บอกทางว่าเป็นเรียวคังแห่งหนึ่ง และอยู่ห่างจากทางหลวงประมาณหนึ่งกิโลเมตร
ยูอิจิไม่รีรอที่จะเลี้ยวรถขวับเข้าไปตามทางชี้นั้นทันที
จะไปไหนครับ? คราวนี้คาเมะหน้าเหวออีกครั้ง
ฉันมองไม่เห็นทาง ขืนขับไปมีหวังอันตราย เราจะพักกันที่เรียวคังนี่แหล่ะ ยูอิจิทำหน้าขึงขังใส่คาเมะ
พูดเสียงเข้มจัดเพื่อปัองกันการคัดค้านของเด็กหนุ่ม ดังนั้นคาเมะจึงไม่สามารถค้านได้
นอกจากนั่งกัดปากนิ่งสนิท
...................................
เรียวคังแห่งนั้นเป็นเรียวคังไม่ใหญ่มากนัก มีคนมาพักอยู่ก่อนแล้วสี่ห้าห้อง ยูอิจิกับคาเมะได้รับการต้อนรับจากเจ้าของที่พักซึ่งเป็นหญิงชราวัย
60 กว่าๆ เธอนำสองหนุ่มไปพักในห้องด้านในสุด
ฝนยังเทกระหน่ำทางด้านนอกอาคาร สองหนุ่มเปลี่ยนรองเท้าแตะ และพากันเดินบนพื้นไม้ขัดมัน
ที่จะนำพวกเขาไปสู่ห้องที่สะอาดสะอ้าน
เมื่อเลื่อนประตูกระดาษออก ก็เห็นพื้นที่ปูด้วยเสื่อทะตะมิ ตรงกลางห้องมีฟูกปูไว้สองที่
ข้างๆ ที่นอนก็คือชุดยูกะตะสองชุดวางคู่กัน
คาเมะนั่งลงขัดสมาธิหน้าโต๊ะเตี้ยๆ ริมห้อง เขาทำหน้ามุ่ยมองยูอิจิที่ตามมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ
นี่เขาจะรอดพ้นคืนนี้ไปได้หรือ
กับยูอิจิน่ะมีใจให้กันกว่าครึ่ง แต่ก็ยังอยากรักษาเนื้อรักษาตัวให้ปลอดภัยไว้
เพราะ...เพราะเขากลัวว่าจะตกที่นั่งเดียวกับจุนโนะนั่นเอง....
ทำไมผมต้องมาพักกับคุณด้วยนะ... คาเมะบ่น
เพราะมันเป็นเหตุการณ์ที่ถูกต้อง และเหมาะเจาะที่สุด ยูอิจิพูดหน้าตาเฉย คาเมะเลยขว้างค้อนมาให้เต็มๆ
เหตุการณ์พาไปหรือว่าตั้งใจกันแน่
ฝนตกหนักแบบนี้ ฉันไม่ยอมขับรถกลับโตเกียวแน่นอน ยูอิจิยืนกราน เขายืนชุดยูกะตะให้คาเมะ
แต่อีกฝ่ายเพียงแค่ปรายตามองเฉยๆ คนยื่นก็เลยวางชุดนั้นบนศีรษะคาเมะ และเอ่ยชวน
ไปแช่น้ำร้อนกันดีกว่า.......
ผมไม่อยากอาบ
ทำไมล่ะ?
จะอาบคนเดียว คาเมะสั่นหน้า
จะเดินไปดีๆ หรือจะให้อุ้มไปโยนลงบ่อ ยูอิจิขยับตัว ก้มลงมาหาคาเมะนิดหนึ่ง และนั่นก็ทำให้เด็กหนุ่มผวา
ตะครุบยูกะตะที่ยังวางคลุมหัวมากอดไว้แน่น
ฮึ! ไปก็ได้!
**********************
to be con