TEAR of LOVE

 

Vol 20

***************************

วันเวลาที่ผ่านไป จินใช้เวลาในช่วงเย็น จับจุนโนะมาติวเข้ม เพื่อที่เด็กหนุ่มจะได้เข้ามหา’ ลัยเดียวกันกับเขาได้ แม้ว่าขณะนี้มหา’ ลัยทุกแห่งต่างก็เริ่มเปิดเรียนแล้วด้วย สำหรับค่าหน่วยกิตนั้น จินยกมือรับอาสาช่วยเหลือเต็มที่ แต่ว่าวันนี้ หลังเลิกเรียน จุนโนะขอให้จินพาไปเยี่ยมแม่ของเขาที่บ้านนากามารุ
รถของทั้งสองหนุ่มวิ่งเข้ามาในซอยบ้าน ใบไม้เริ่มร่วงหล่น ทับถมอยู่สองข้างทาง ฤดูกาลเริ่มหมุนเปลี่ยน จากฤดูร้อนเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง... ต้นซากุระยังพอมีใบให้เห็นติดต้น แรงสั่นสะเทือนจากรถไฟทำให้จุนโนะชะเง้อมองริมทาง เขาเห็นเนินหญ้าที่เคยชูช่อดอกสีเหลืองอ่อน บัดนี้ไม่มีดอกอ่อนบางหลงเหลืออยู่เลย จะมีก็แต่ใบไม้แห้งหล่นอยู่เกลื่อนกลาดแทนที่ ต้นไม้ใหญ่ที่เขาฝังใจก็ยังเหมือนเดิม แผ่กิ่งก้านสาขายืนอวดลำต้นสีทะมึนอยู่ตรงนั้น
จุนโนะชำเลืองมองจิน เขาเห็นจินก็มองไปที่ต้นไม้นั่นเหมือนกัน เมื่อชายหนุ่มเบือนหน้ากลับมาก็พบกับสายตาของจุนโนะมองเขาอยู่ก่อนแล้ว
“เหตุการณ์วันนั้นยังฝังใจอยู่อีกหรือเปล่า จุนโนะ?” จินถามขึ้นมา จุนโนะอมยิ้มและตอบเสียงต่ำพร่าว่า
“ยังไม่ลืมครับ...ยังฝังใจอยู่เสมอ”
จินระบายลมหายใจออกมา เขาอึดอัดจริงๆ นึกว่าจะไม่ต้องมารับเหตุการณ์ทรมานแบบนี้แล้วเชียว แต่จุนโนะไม่ลืม...มันคงจะเลวร้ายมากซินะ

..............................

จินได้รับการเอาใจใส่จากแม่ของจุนโนะ อาหารอย่างดี และขนม ของว่างต่างๆ ถูกลำเลียงมาให้จิน แม่มองหน้าลูกชายคนเดียว เห็นจุนโนะมีสีหน้าอิ่มเอิบและเต็มไปด้วยความสุข ....
อะกานิชิ จินคนนี้ ทำให้ลูกชายของเธอมีความสุข ...เธอก็ชื่นใจแล้ว
“ทานเยอะๆ นะคะคุณ...จุนโนะน่ะฝีมือทำอาหารยังไม่เข้าขั้น คุณคงลำบากแย่เลย” แม่ของเด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นขณะยกน้ำชามาให้อีกรอบ สีหน้าของหญิงสูงวัยมีแววขบขันเมื่อเห็นลูกชายทำปากยื่น
“ผมทำคัตซึด้งได้นะครับ จินยังชมว่าอร่อยเลย แล้วก็แกงกะหรี่เนื้อรสแอ้ปเปิ้ล แล้วก็ตอนนี้กำลังหัดทำชีสเค้กด้วยล่ะแม่” จุนโนะไม่ยอมแพ้ เขายังนึกเมนูอาหารที่เคยทำให้จินทาน แต่ส่วนมากที่เอ่ยมานั้นจะทำให้จินก็เพียงแค่อย่างละครั้งเท่านั้น นอกนั้นก็ซื้อมาอุ่นเองแทบทั้งสิ้น
“เดี๋ยวคุณจินก็จะลดหุ่นเอง” แม่ว่า
“โอ๊ยไม่หรอกครับ จุนโนะทำอาหารอร่อย จะมารูปแบบไหนผมก็ทานได้ทั้งนั้นแหล่ะครับ คุณแม่” จินยกมือหรา สนับสนุนคนรักเต็มที่
“จินน้ำหนักขึ้นด้วยล่ะ” จุนโนะคุย
“อ๊ะ...ไม่จริงนะข้อนั้น” ชายหนุ่มปฏิเสธเสียงลั่น
“จริงฮะ น้ำหนักเพิ่มกว่าแต่ก่อนเยอะเลย...”
“หวา...จุนโนะเอาความลับมาเปิดเผยได้ไงนะ”
“คอยดูนะแม่ ผมจะเลี้ยงให้จินอ้วนลงพุงเลยด้วย” จุนโนะคุยโว เขาจัดแจงตัดชอร์ตเค้กให้จินกินอีกชิ้น ตบท้ายด้วยชาเขียวหอมกรุ่น
“ผมอิ่มแย่แล้วครับ” จินร้อง ลูบท้องตัวเอง....

เมื่อเสร็จจากอาหารมื้อค่ำแล้ว จินก็บอกว่า เขาจะติวให้จุนโนะสอบเข้ามหา’ ลัยเดียวกับเขาให้ได้ ... แม่ของจุนโนะอึ้งไปเป็นครู่ คำพูดของจินและแววตาที่ฉายแววเอาจริงนั้น ทำให้เธอโล่งอก เพราะลูกชายของเธอไม่ได้โดดเดี่ยวเดียวดายเลย มีจินอยู่เคียงข้างแบบนี้ เธอก็สบายใจ
ยามที่ต้องลาจากกันนั้น คุณทางุจิแอบกระซิบฝากฝังจุนโนะกับจิน
“จุนโนะดูมีความสุข ร่าเริง ฉันไม่เคยเห็นลูกเป็นแบบนี้เลย ขอฝากนะคะ คุณจิน ฝากเขาด้วย เขาไม่มีใครอีกแล้วที่จะให้ความสุขกับเขาได้นอกจากคุณ...”
จินกุมมือกร้านของหญิงสูงวัยไว้ แล้วก้มศีรษะให้
“ครับคุณแม่...ผมจะดูแลลูกชายคุณแม่ให้ดีที่สุด ผมสัญญา...”

********************************

เครื่องยนต์สตาร์ตกระหึ่ม และค่อยๆ เคลื่อนออกไปจากบ้านนากามารุ .... จุนโนะเหลียวหลังมอง เขาเห็นแม่ยืนส่งอยู่หน้าบ้านหลังเล็กของตัวเอง ... บอกกับตัวเองว่า เห็นทีต้องมาเยี่ยมแม่บ่อยครั้งขึ้นเสียแล้ว ...การจากอกแม่ไปอยู่กับคนรักและกลับมาอีกเช่นนี้ ทำให้เขาอยากร้องไห้จริงๆ
“เอ้า...ตายล่ะ ร้องไห้ตอนค่ำๆ มืดๆ เนี่ยนะ จุนโนะคิดถึงบ้านมากเลยสินะ” จินแซว จุนโนะหน้าแดงจัดในความมืด เขาทุบหลังมือที่กุมพวงมาลัยของจินเบาๆ
แต่เมื่อจินจะขับผ่านต้นซากุระอนุสรณ์ความอัปยศของจุนโนะนั้น ร่างโปร่งก็บอกให้จินหยุดรถแอบเข้าข้างทาง
“จอดหน่อยครับ จอดตรงนี้แหล่ะ” จุนโนะชี้ไปที่ริมถนน จินจึงเบรกรถดังพรืด หันมาทำหน้างงใส่จุนโนะ

ร่างบางเปิดประตูลงไปเดินข้างล่าง ขณะนั้นหนทางมืดมิด คืนนี้เป็นคืนไร้แสงเดือน และรถไฟก็ลดความถี่ในการวิ่งลง
“จุนโนะจะไปไหนน่ะ?” จินร้องถาม เมื่อเห็นจุนโนะเดินดุ่มๆ มาที่ใต้ต้นซากุระข้างล่างเนินหญ้านั่น
จินใจหายวาบ ก็ที่ตรงนั้นน่ะมัน...........
“มานี่ซิฮะจิน...” จุนโนะกวักมือเรียก เขาเดินมาหยุดรอจินที่ใต้ต้นไม้ เอาหลังพิงกับลำต้น มองร่างสูงที่เดินตามมา

“มา...มายืนทำไมตรงนี้” จินถามเสียงพร่า เขาก้มมองปลายเท้า มีหญ้าปกคลุมรองเท้า มันสูงจนเกือบถึงครึ่งแข้ง
“จินฮะ...” จุนโนะเรียกเสียงเบาๆ เสียงหอบหายใจสะท้าน เมื่อจินมองหน้าเด็กหนุ่ม ก็เห็นแต่เงาสะท้อนจากดวงดาวทอประกายสุกใสมากระทบกับตาของจุนโนะ
“อะไรหรือจุนโนะ?”
“ช่วย...ช่วยทำให้ผมลืมเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นที่นี่ได้มั้ยครับ?” จุนโนะจับมือจินมาทาบกับแผ่นอกของตัวเอง

ในขณะที่จินยืนนิ่งหายใจขัดอยู่นั้น จุนโนะก็ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก แหวกกว้างให้เห็นถึงแผ่นอกขาวนวลรำไรๆ จุนโนะนำมือของจินมาลูบไล้ที่ยอดอกของตัวเอง ร่างกายที่พิงต้นไม้นั้นอ่อนระทวย
“นะฮะจิน...”
จินเหมือนถูกแรงดึงดูดจากร่างบาง ชายหนุมก้าวเข้าหาก้าวหนึ่ง ก็แนบสนิทกับร่างบางแล้ว ริมฝีปากบางแนบเข้าหากัน ดูดดึงความหอมหวานจากกลีบปากงดงามของจุนโนะ
สอดแขนสองข้างกระหวัดรัดร่างเด็กหนุ่มเข้ามาจนชิด สัมผัสได้ถึงไอร้อนอุ่นจัดแผ่กระจายมาจากร่างบาง
จุนโนะเงยหน้าขึ้นรองรับจูบจากจินอย่างดูดดื่ม จนลมหายใจสะดุดเพราะใกล้จะขาดออกซิเจน จินจึงถอนมนต์จุมพิตออก ริมฝีปากบางชุ่มชื้นไถลต่ำหาซอกคอหอมกรุ่น และไล้แผ่วเบาเหนือเนินอกเปลือย
“ทำไมนะจุนโนะ ทำไมทำแบบนี้” จินคราง
“ผม....อยากให้จินมีอะไรกับผม...ใต้...ใต้ต้นไม้นี่...ผมจะได้มีความทรงจำ...กับจินแทนที่คนคนนั้นไงครับ” เสียงตอบพร่าพรายของจุนโนะ ทำให้จินหยุดค้าง แต่ก็เพียงแว่บเดียว เมื่อเด็กหนุ่มสลัดเสื้อทิ้งลงบนพื้นหญ้า
มือนุ่มนวลยกขึ้นปลดกระดุมเสื้อของจินบ้าง ทีละเม็ด ทีละเม็ด จนจินแทบจะทนไม่ไหว
เขารูดเสื้อออกทางศีรษะ ก่อนจะผวาเข้ากอดร่างบางอีกครั้ง และคราวนี้ก็มอบจุมพิตหนักหน่วงให้จนจุนโนะหายใจหอบสะท้าน หลังที่กดกับต้นไม้ทำให้ร่างบางเผยอคำอุทานออกมา
“เจ็บฮะ...หลัง...เจ็บ...”
“ขอโทษ จุนโนะ...” ชายหนุ่มจับร่างบางให้เอนลงเหนือยอดหญ้า โดยใช้เสื้อเชิ้ตของทั้งสองต่างผ้าปูนอน ยอดหญ้าลู่ลงตามน้ำหนัก จินทาบทับอยู่เบื้องบน เขาสัมผัสได้ถึงปลายยอดหญ้าทิ่มแทงผิวบางส่วนของเขา และนั่นก็ยิ่งเพิ่มความรัญจวนเข้าไปอีก
“อาาา...จุนโนะสุเกะ...” จินกระซิบ เขาซุกไซร้เนินอกขาว ที่สะท้อนขึ้นลงของเด็กหนุ่ม ดูดกลืนเม็ดทับทิมเม็ดจ้อยสองข้าง จนมันเป่งบวม
“อ๊ะ....” จุนโนะแอ่นกายสะท้าน รู้สึกเจ็บหนึบที่ยอดอกทั้งสองข้าง จากนั้นแผ่นท้องที่ไหวระริกก็คือเป้าหมายต่อไปของริมฝีปากอะกานิชิ จิน

ร่างกายที่ลดต่ำของจินคลุกเคล้าอยู่เหนือท้องน้อยของเด็กหนุ่ม กางเกงนักเรียนถูกถอดออกไปแล้ว และกางเกงของจินก็เช่นกัน
“อืมมม...” จินดูดกลืนความหอมหวานที่เขารักใคร่ กลางลำตัวอ่อนเยาว์ของจุนโนะไหวเอนไปตามความต้องการของจิน นิ้วมือสอดเข้าไปในเรือนผมยุ่งเหยิงของชายหนุ่ม บีบกระชับกลางศีรษะเมื่อจินเพิ่มความปั่นป่วนให้เขา จุนโนะก็เพิ่มแรงกระชับจากอุ้งมือเหนือศีรษะของจินมากขึ้น
“อื้อ....จิน......ไม่ไหวแล้วฮะ” จุนโนะครางเสียงกระเส่า
เมื่อจินยกขาจุนโนะขึ้น เป็นเวลาเดียวกับที่เสียงรถไฟวิ่งผ่านเข้ามา
“อ๊ะ...รถ...รถไฟมา...” จุนโนะคราง แต่ร่างกายก็ไหวสะท้านอย่างระงับไม่อยู่
จินจูบปิดปากบาง และกระซิบตอบมาว่า
“ไม่เป็นไรหรอก...”
ร่างแกร่งหนาของจินเต็มตื้นเหลือจะทน เขาบีบต้นขาของจุนโนะ เพิ่มแรงสวาทลงไป ขณะเดียวกันก็กระแทกกายตัวเองให้สอดคล้องเป็นหนึ่งเดียวกับจุนโนะ
“อ๋าาาา....จ....จิน...” ร่างบางผวากอดร่างใหญ่ของคนเบื้องบน เรือนกายสั่นไหวไปตามแรงโยกเอน

รถไฟจากไปแล้ว แต่แรงสั่นสะเทือนบนพื้นดินเหนือยอดหญ้ายังคงกระหน่ำอยู่ตลอด หญ้าเขียวถูกอุ้งมือเรียวจิกทึ้งจนขาดคามือ เมื่อความเสียวซ่านทำให้กายทั้งสองสั่นเฮือก จินกัดฟันและบีบกระชับอุ้งมือบนสะโพกของจุนโนะ จุมพิตเร่าร้อนดูดดื่มที่กลีบปากช้ำชอก เขาได้ยินเสียงเครือครางจากจุนโนะดังอยู่ในปากของเขา
เหงื่อเริ่มไหลมารวมกัน ปนเปผสมผสานยืนยันความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่
และเมื่อลมเย็นพัดวูบเข้ามา ต้นซากุระแกว่งกิ่งก้านสาขา จินและจุนโนะสะท้านเยือก
“อาาาา...จุนโนะ........” จินล้มพับเหนือแผ่นอกอุ่นของเด็กหนุ่ม สองแขนกอดก่ายลำตัวบางนั้นไว้ด้วยความหวงแหน
“จินฮะ.....อื้อ........” จุนโนะหอบหายใจแรง เวลาอันแสนจะระทึกผ่านพ้นไปแล้ว ความทรงจำที่เลวร้ายดูเหมือนจะบินหายลับไปในซอกหลืบของความสุขสม
จินทำให้เขาลืมความทรงจำอันเลวร้ายนั้นได้ซินะ แม้ยามสายรุ้งระเบิดออกมาเมื่อครู่นี้ เขาก็เห็นแต่หน้าของจินปลุกเร้าความรู้สึกที่ดีเยี่ยมให้สุขใจ
“ขอบคุณครับ...ขอบคุณครับจิน...”
จุนโนะจูบแก้มจินเป็นการตอบแทน ที่ชายหนุ่มทำให้เขาได้รับความสุขอันไม่น่าเชื่อ
“ลืมเถอะนะ...ลืมเรื่องไม่ดีนั้นซะ เราจะตั้งต้นใหม่นะจุนโนะ...”
“ครับ...ผมลืมมันได้ในคืนนี้แหล่ะครับ...” จุนโนะกระซิบตอบ เขาหลับตาพริ้ม ดื่มด่ำกับสายลมเย็น ใบไม้บางใบหล่นจากลำต้นร่วงมาสัมผัสร่างเปล่าเปลือย จุนโนะหยิบมันขึ้นมา แล้วบอกว่า จะเก็บไว้เป็นที่ระลึก.....
“สำหรับสิ่งดีๆ ของเราสองคน ใต้ต้นซากุระนี้...”

****************************

เมื่อวันสุดสัปดาห์มาถึง จินและจุนโนะก็ได้ต้อนรับการมาเยือนของยามะชิตะ โทโมฮิสะอีกครั้งหนึ่ง หนุ่มหน้าหล่อคนนี้ เข้ามาเคาะประตูได้จังหวะรับประทานอาหารเย็นของเจ้าของบ้านพอดี
“โฮ้ย...หอมสุดๆ ขอกินมั่งเด่ะ” พูดพร้อมกับทำจมูกฟุดฟิด แล้วก็ตามกลิ่นเข้ามาถึงในครัว เห็นจุนโนะยืนอยู่หน้าเตา
“หวัดดีจุนโนะคนเก่ง” ยามะพีโบกมือทักทาย พอเห็นจุนโนะในชุดผ้ากันเปื้อนแล้วก็ต้องหัวเราะออกมา
“สุดๆ สุดๆ ดูเหมือนแม่บ้านเลยน้า....” เขาดึงชายผ้ากันเปื้อนกระตุกแรงๆ ทำให้จุนโนะทนไม่ไหว ตีมือซนนั้นสองสามที จนยามะพีสลัดมือ ทำหน้ามุ่ย
“เจ็บชะมัดเลย แฟนจินนี่มือหนักชะมัด สงสัยจะทุบแฟนจนเคยตัวล่ะซิ”
“จุนโนะน่ะไม่เคยทุบฉันหรอก ทำแต่อย่างอื่น” ประโยคนี้จินเป็นคนตอบ เขาลากคอเสื้อของแฟนเก่า ให้มานั่งสงบเสงี่ยมเจียมตัวอยู่ที่โซฟา
“มาก่อกวนอะไรอีกล่ะ หายไปหลายวัน หลงสบายใจนึกว่าไปได้ดีแล้วเสียอีก”
“ก็จะมาชวนไปก๊งเหล้าหน่อย” ยามะพีว่า เอนหลังพิงพนัก ยกขาไขว่ห้างกระดิกไปมา
“นึกยังไงมาชวน มีแผนอะไรหรือไง?” จินถาม
“ไม่มีร้อก ฉันน่ะ ก็คุณยูอิจิเขาชวน ก็เลยนึกถึงนาย ไปกันหลายคนสนุกดี ชวนแฟนนายไปด้วยก็ได้ รับรองยามะคนนี้ไม่แกล้งเด็ดขาด”
“ไปกันเถอะครับ ผมไม่ไปหรอก” จุนโนะยกถาดอาหารมาวางตรงหน้าแขกที่ไม่ได้รับเชิญ กลิ่นหอมหวนของมันทำให้ยามะพีชะโงกเข้าไปใกล้ พลางปัดควันที่ลอยกรุ่นเหนือชามสปาเก็ตตี้เข้ามาหาจมูกตัวเอง
“โหยโย๋....หอมชะมัดเตี่ยเลยวุ้ย...ยามะขอกินก่อนล่ะน้า...กินล่ะน่ะคร้าบบบบ...” คนพูดยกมือไหว้ชาม แล้วก็ขยิบตาให้จุนโนะอย่างล้อเลียน จากนั้น เส้นยาวของสปาเก็ตตี้ก็ระเห็จไปอยู่ในชามของยามะพี และจากนั้นเสียงพูดก็ดูเหมือนจะหยุดลงชั่วขณะ นอกจากเสียงสูดเส้นเหลืองๆ ของทั้งสาม

............
“ผมพูดจริงๆ นะ จินไปกับคุณยามะพีเหอะ ผมจะทำการบ้าน” จุนโนะบอกจินในขณะที่ช่วยกันล้างชามในครัว ปล่อยให้ยามะพีนั่งดูทีวีอยู่ด้านนอก
จินเช็ดมือเสร็จแล้วก็รวบเอวบางของคนรักไว้ เกยคางบนไหล่ของจุนโนะ
“ไม่อยากไปเจอเจ้านายเก่าเหรอ?” จินอดถามไม่ได้ ซึ่งทำให้ร่างบางเกร็งตัวขึ้น ดันหน้าจินออกห่าง
“อย่ามาทำพูดดีเลย เดี๋ยวผมหนีกลับไปบ้านไปหาเขาจริงๆ ด้วย”
“ก็ลองซิ...”
“ฮึ!” จุนโนะปากยื่น หน้างอเง้า
“จะบอกให้ก็ได้ ที่ผมไม่ไปก็เพราะต้องทำการบ้านน่ะถูกล่ะหนึ่งอย่าง แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลสำคัญ ที่จริงแล้วก็คือ ผมไม่อยากไปเจอพวกของคุณโคยาม่าต่างหากล่ะ” เขาสารภาพ จินจึงพยักหน้างึกๆ
“นึกอยู่แล้วเหมือนกัน....แต่ว่า...จุนโนะไม่นึกอะไรเลยเหรอที่จู่ๆ ฉันกำลังจะออกไปกับแฟนเก่า?”
“นึกอะไรล่ะครับ?”
“หึงน่ะ?”
“กับคุณยามะพีน่ะหรือ ...ไม่หึงเลยครับ?” จุนโนะส่ายหน้ายิ้มแย้มตามปกติ รอยยิ้มในดวงตานั้นทำให้จินใจฝ่อ

...จุนโนะไม่หึงเขากับยามะพีที่ได้ชื่อว่าเคยคบกันสมัยอยู่ฝรั่งเศส นี่จะหมายความว่าเด็กหนุ่มคนนี้รู้สึกกับเขาอย่างไรกันแน่นะ คำว่ารักที่เขาได้ยินเมื่อหลายคืนก่อนนั้น จะมีความหมายในใจของจุนโนะหรือไม่นะ
ชายหนุ่มทำหน้ามุ่ยเมื่อเจอคำตอบของจุนโนะ เขาถอนหายใจยาว และถามอีกครั้งว่า
“แน่ใจนะว่าจะให้ฉันไปกับยามะพี?”
“เชิญเถอะครับ”
“ฉันไปทั้งคืนเลยนะ อาจจะกลับดึก”
“ครับ...ครับ...” จุนโนะปิดปากหัวเราะคิก....
แต่ยิ่งหัวเราะมากเท่าไร จินก็ยิ่งใจแป้วมากขึ้นเท่านั้น จนท้ายสุดเขาก็ยิ้มไม่ออก เมื่อจุนโนะโบกมือให้เขาพลางพูดว่า
“จินไปเถอะ ไม่ต้องห่วงหรอก ผมจะได้มีสมาธิในการทำการบ้าน เพราะจินอยู่ทีไร ผมไม่ค่อยได้ทำสักที”
“จุนโนะ...ะ...ะ...” จินคราง... เขาหันหลังให้เด็กหนุ่ม ตัดสินใจว่าถ้าจุนโนะกล้าปล่อยเขาไปกับแฟนเก่า เขาก็จะไปล่ะ ชักน้อยใจแล้วนะ แต่พอเดินไปได้สองสามก้าวเขาก็ชะงัก หมุนตัวกลับมาหาจุนโนะ ยีผมสลวยของเด็กหนุ่มแล้วก็ยื่นหน้ามาหอมแก้มดังฟอดใหญ่ แล้วบอกว่าจะรีบกลับให้เร็วที่สุด
ได้ยินเสียงคนด้านนอกตะโกนแซวเสียงดังว่า
“หอมกันเข้าไป ระวังแก้มช้ำนะจะบอกให้...”

................
จินกับยามะพีพากันไปแล้ว จุนโนะถึงได้หอบเอาหนังสือเรียนมานั่งขัดสมาธิหน้าทีวี เขาเคาะปากกาในมือ หันไปมองประตูที่จินจากไป
....นี่เขาปล่อยจินไปได้อย่างไร....คนรักกำลังไปดื่มเหล้ากับแฟนเก่า ทำไมเขาถึงให้จินไปกับยามะพี...
ในใจไม่นึกห่วงหรอก ถ้าเป็นยามะพี เขาก็ไม่มีอะไรต้องห่วง เพราะดูท่าทางหนุ่มหัวนอกคนนั้น ท่าทางจะคบง่าย และไม่มีสิ่งใดที่จะบ่งบอกว่าเป็นคนน่ากลัวแต่อย่างใด
...และอีกอย่างเขามั่นใจว่า คนอย่างอะกานิชิ จินนั้นจะไม่มีวันเปลี่ยนใจแน่นอน......

***************************

“ไหนนายว่านัดกับพวกยูอิจิมาไง?” จินถามเสียงห้วนใส่ร่างบางที่กำลังนั่งกระดกเหล้าเคล้าเสียงเพลงในผับที่เคยมากับพวกของยูอิจิ ยามะพีทำท่าชะเง้อมองที่ประตู แล้วก็บ่นออกมา
“เอ...จนป่านนี้แล้ว ไม่เห็นมาซะกะที”
“นัดเอาไว้กี่โมง?” จินถาม
“น่าจะมาได้แล้วนิ”
“ไอ้พี...บอกมาตรงๆ ว่านายหลอกฉัน พวกยูอิจิไม่ได้นัดนายใช่มั้ย?”
“นัดเด่ะ...นัด นัด คอยก่อนน้า...แหม ดุจริง...”

จินเหลียวมองรอบกาย ถ้านัดกันจริง ก็่น่าจะมาได้แล้ว เพราะเขารู้ดีว่ายูอิจิไม่เคยผิดนัดกับใคร ยามะพีรินเหล้าให้เขา และก็โบกมือไปมา
“ดื่มก่อนน่า...ดื่มก่อน”
“ไม่เอา...บอกมาก่อนว่านายหลอกฉัน” จินแทบจะลุกขึ้นกระชากคอเสื้อยามะพีเขย่า เมื่อร่างโปร่งหัวเราะแหะ แหะ
“ไม่ได้หลอก...แค่โกหกก็เท่านั้น”
“เท่านั้นเรอะ ยามะพี นายพูดได้ไง ทำไมทำแบบนี้หา?”
“ก็อยากรู้ว่า ถ้าฉันชวนนายมา แล้วนายจะยังมาอีกมั้ย? พอนายตกลงโอเค ฉันก็ดีใจง่ะนะ ที่อย่างน้อยก็ยังไม่ทอดทิ้งฉัน”
“ใครว่า? ที่ฉันมาก็เพราะฉันน้อยใจจุนโนะเขาต่างหากล่ะ อยากสนับสนุนให้ฉันมาดื่มเหล้ากับนายดีนัก อยากให้มาก็ต้องมา...”
“อ๋อ...งั้นหรอกเหรอ?” ยามะพีอ้าปากค้าง อือ...เป็นอย่างนี้นี่เอง...
“และในเมื่อไม่มีเพื่อนคนอื่นมานั่งด้วย ฉันก็จะกลับล่ะ ป่านนี้จุนโนะรอแย่แล้ว” จินยืนขึ้น เขาหยิบบัตรเครดิตออกมา แต่ยามะพียื่นมือมากันไว้
“เพิ่งจะหัวค่ำเองน้า...ไหนๆ ก็มาแล้ว มาดื่มกันต่อเหอะน่า จุนโนะไม่รู้หรอก”
“ไม่เอา” จินส่ายหน้า คนชวนก็เลยทำแก้มป่อง และก็ปล่อยให้จินเรียกบริกรมาจ่ายเงิน
พอเรียบร้อยแล้ว ยามะพีก็ยื่นหน้ามาหาจิน และก็เผยอปากบอกว่า
“เดี๋ยวไปส่งที่คอนโดฯ ก็แล้วกัน ไม่ต้องกลับแท๊กซี่หรอก ...ฉันหิ้วนายมา ฉันก็ต้องส่งนายกลับ โอเค้...นายนี่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า รักจุนโนะจริงๆ ให้ตายเหอะ...เด็กนั่นมันมีอะไรดีวะ?” ยามะพีบ่นไปตามเรื่องตามราว เดินลิ่วๆ นำจินไปยังที่จอดรถ....
ต้องรีบไปส่งจินกลับบ้านให้เร็วที่สุด ก่อนที่เขาจะโดนกำปั้นของจินแย็บที่ใบหน้าอันสวยงาม

***************************

เวลาเดินบอกเวลามาได้สองชั่วโมงแล้ว นับจากที่จินออกไปกับยามะพี จุนโนะปิดสมุดเล็กเชอร์เล่มสุดท้าย วันพรีเอ็นทรานส์ใกล้เข้ามาแล้ว และสิ่งที่จินเฝ้าเพียรสอน ซึมซับเข้าไปอยู่ในสมองจนหมด จุนโนะทึ่งจริงๆ ไม่คิดว่าจินจะเรียนดี ...และติวให้เขาเข้าใจได้มากกว่าครูเสียอีก
...................
เด็กหนุ่มนอนดูทีวีอยู่ได้ไม่นาน ก็ได้ยินเสียงกริ่งดังที่ประตู เขากระเด้งตัวขึ้นยืน
“จินกลับมาแล้วเหรอ ทำไมเร็วจัง...” รีบเดินไปเปิดประตู พร้อมกับรอยยิ้ม
“กลับเร็วจังเลยนะจิน....” จุนโนะเปิดประตูกว้าง รับการกลับของคนรัก แต่แล้วเขาก็ต้องหุบยิ้มเมื่อเบื้องหน้าของเขานั้น กลับไม่ใช่จิน...
“คุณหนู...”
“ว่าไงเรา...ขอคุยด้วยหน่อยซิ” ยูอิจิพยักหน้าให้ แต่ไม่ได้เดินเข้าไปภายในห้อง เพราะติดที่ร่างสูงของจุนโนะไม่ยอมขยับหลีกทางให้
“มีเรื่องอะไรหรือฮะ?” จุนโนะถาม
“เรื่องของเพื่อนนาย...คาเมะน่ะ...”
“คาเมะหรือ? ทำไมครับ?”
“ถ้าไม่อยากให้ฉันเข้าไปในห้องก็ไปหาที่คุยกันดีมั้ย?” ยูอิจิโยกหัวไปข้างๆ และนั่นก็คือการชักชวนให้จุนโนะตามออกไปข้างนอก
“เอ้อ...ครับ”

................................

จุนโนะเดินนำยูอิจิไปที่ร้านกาแฟข้างคอนโดฯ มืดค่ำแบบนี้ ถ้าไม่ติดว่าเจ้านายหนุ่มเครซี่เรื่องของคาเมะมากถึงขนาดนี้ล่ะก็จ้างก็ไม่ยอมทำตามหรอก ....
“นั่งด้านนอกดีมั้ยครับคุณหนู...” จุนโนะชี้ไปที่โต๊ะนอกชายคาร้าน ซึ่งตั้งอยู่ด้านนอก ยูอิจิพยักหน้าแต่ก็อดค่อนขอดไม่ได้ว่า
“แหม...ตั้งแต่มีคนรักนี่...ดูจะระวังตัวเป็นพิเศษล่ะซิ กลัวจินเห็นหรือไง?”
“เปล่าครับ...แต่ข้างในมันเป็นส่วนตัวมากไปหน่อย อากาศดีๆ แบบนี้ ผมว่าข้างนอกดีกว่า” จุนโนะพูดพลางเลื่อนเก้าอี้ให้ยูอิจินั่ง ส่วนตัวเขาเอง นั่งลงตรงกันข้าม
ยูอิจิสั่งกาแฟมาดื่มกับจุนโนะ ระหว่างนั้นก็ถอนหายใจดัง เมื่อเล่าให้ฟังว่าเขาควรจะทำอย่างไรกับคาเมะดี
“แสนงอนไม่เข้าเรื่อง ฉันก็เลยดัดนิสัยซะ ไม่ไปพบเลย นายว่าดีมั้ย?”
“ไม่ทราบซิฮะ...แต่คาเมะเขาก็มาเรียนตามปกติ ไม่ทุกข์ร้อนอะไรนี่ครับ” จุนโนะแกล้งว่า และนั่นก็ทำให้ยูอิจิเลิกคิ้ว มองหน้าคนพูดด้วยแววตาบอกความฉงน
“เป็นอย่างงั้นเรอะ?”
“เอ้อ... ครับ...”
“จุนโนะ...นายว่าฉันควรจะทำอย่างไรกับเพื่อนนายดี”
“จริงใจซิครับคุณหนู ความจริงใจจะทำให้คาเมะยอมรับคุณ”
“เด็กนั่นน่ะ งอนฉัน หรือว่าไม่ได้รักฉันกันแน่นะ บางทีฉันก็อดสงสัยไม่ได้” ชายหนุ่มคนกาแฟในถ้วยตรงหน้า ใบหน้าที่ก้มต่ำทำให้จุนโนะอดทึ่งไม่ได้ ยูอิจิยามนี้ดูเปลี่ยนเป็นคนละคน ไม่คิดมาก่อนว่าคนคนนี้จะมาเล่าปัญหาที่แก้ไม่ตกให้เขาฟัง ...และมาขอความคิดเห็นอีกต่างหาก จุนโนะอยากจะย้อนถามเหลือเกินว่า
คนเอาแต่ใจอย่างคุณหนูยูอิจิน่ะหรือจะสิ้นหนทางถึงขนาดมาหาเขาถึงที่นี่...

ความรักของยูอิจิและคาเมะคงจะมาถึงทางตัน ต่างฝ่ายต่างก็มีอีโก้สูง ...รักกัน..แต่ก็ยังไว้เชิงกันอยู่
ยิ่งคาเมะด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่
“คุณหนู...คาเมะไม่ใช่คนแสนงอนนะครับ เพียงแต่เขาหยิ่งเกินไปที่จะโผเข้าหาอ้อมกอดของคุณง่ายๆ ความจริงเขาน่ะอ่อนลงเยอะแล้ว เพียงแต่ยังหาวิธีกลับไปหาคุณอย่างมีฟอร์มไม่ได้...”
“ฉันก็ไปหาเขาที่บ้านทุกวันระหว่างปิดเทอม เวลาเขาป่วยก็เอาใจใส่ดูแล จนพวกปู่กับย่าเขาก็ชอบฉัน นายคิดดูเด่ะจุนโนะ อย่างฉันง่ะนะจะเข้าไปป้วนเปี้ยนกับคนแก่แบบนั้น แต่ฉันก็ทำ จนเดี๋ยวนี้ฉันบอกนายได้เลยว่า ฉันไม่ได้ฝืนใจให้ทำตัวเข้ากับพวกคุณปู่ของคาเมะแล้วล่ะ...ฉันนับถือท่านจริงๆ ... และเข้ากันท่านได้อย่างไม่มีช่องว่างเลยด้วย แต่กระนั้นเขาก็ยังไม่เห็นใจ เห็นหน้าฉันก็เมินใส่”
“มาเมินใส่ตอนที่เห็นคุณวุ่นวายกับคุณยามะพีละมังครับ?” จุนโนะพูดขัดขึ้น และนั่นก็ทำให้ยูอิจิชะงัก
“ยามะพีน่ะหรือ?”
“ครับ คุณยามะพีนั่นแหล่ะ...ตัวต้นเหตุ”
ยูอิจิส่ายหน้าไปกับคำพูดของจุนโนะสุเกะ เขาค้านว่า เขาไม่ได้ติดใจอะไรกับยามะพีเลยแม้แต่น้อย
“แต่ก็ทำยั่วคาเมะใช่มั้ยล่ะครับ?” จุนโนะดักคอ ซึ่งก็ทำเอายูอิจิอดหัวเราะไม่ได้
“จุนโนะ...นายนี่รู้ดีเรื่องความรู้สึกของฉันไปซะหมดทุกเรื่องเชียวนะ”
“ผมถึงบอกไงครับว่า จะคบกับคาเมะน่ะต้องอดทนและจริงใจ ทำได้มั้ยล่ะครับคุณหนู?”

*****************************

ยามะชิตะชะลอรถเมื่อใกล้ถึงหน้าคอนโดฯ เขาปรายตามองคนนั่งข้างๆ จินเปลี่ยนไปจากเดิมเอามากมาย ไม่คิดว่าอาการหลงคนรักจะเกิดขึ้นกับคนอย่างอะกานิชิ จินได้...
..แหม...อีตอนเริ่มคบกับเขานั้น จินยังไม่เคยทำหน้าแบบนี้ให้เห็นเลย ... สงสัยจุนโนะจะมีอะไรดีน้า... จินถึงได้หลงใหลเอาถึงขนาดนี้
“รักมากซินะ กับเด็กคนนั้นน่ะ” ร่างโปร่งอดกระแนะกระแหนไม่ได้ จินหัวเราะในลำคอแล้วก็พยักหน้า
“รักซิ รักมาก....”
“ทำไมล่ะจิน...เด็กนั่นน่ะมีดีอะไร”
“ก็น่ารักไง... ฉันเห็นเขาแค่ครั้งแรก ฉันก็ตกหลุมรักเขาทันที” จินสารภาพ ทำให้ยามะพีทำปากยื่น นึกอิจฉาไม่ได้ เพราะทีกับเขา จินแค่ไปเดทด้วยสองสามครั้งแล้วก็ทำตัวห่างเหินไปซะเฉยๆ จนท้ายสุดก็เท่ากับเลิกคบกันโดยปริยาย ความรักจึงนิ่งสนิทไม่สานต่อ จนกลายไปเป็นเพื่อนกันแทน
“นายไม่ใช่คนตกหลุมรักง่ายดายนี่หว่า?”
“นายไม่รู้หรอก มันมีมากกว่านั้น กับจุนโนะน่ะ มันพ่วงความรับผิดชอบมาด้วย”
“รับผิดชอบเหรอ? ทำไมล่ะ รักแล้วต้องรับผิดชอบด้วยงั้นซิ” คนตาโตอดถามไม่ได้
“ฮื่อ...ทั้งสองอย่างนี่มันเกี่ยวโยงกัน แยกกันไม่ได้หรอก ฉันเลิกรักเด็กคนนั้นไม่ได้หรอกนะ...เพราะฉันทำอะไรที่มันแย่ๆ กับเขาไว้เยอะ นายไม่มีวันเข้าใจหรอก...เพราะงั้น เมื่อรู้แบบนี้แล้ว นายอย่ามาสร้างความร้าวฉานให้ฉันกับจุนโนะได้มั้ยหา? เจ้าพี ...ขอร้องล่ะ อย่าทำให้จุนโนะเข้าใจฉันผิดได้มั้ย?” จินวอนขอ เล่นเอาคนขับร้องฮึ ในลำคอ
“ฉันมันก็ชอบแกล้งซะด้วยเด่ะ .... อีกอย่าง ถ้าพวกนายรักกันจริง ก็ต้องมั่นคงต่อกัน เชื่อใจกันใช่มั้ย?”
“ก็ใช่ แต่ถ้านายเข้ามาแทรกมากๆ ต่อให้ใจแข็งเป็นหินก็ต้องรวนเรเพราะความระแวง เพราะงั้นเจ้าพี ฉันขอล่ะ..............อ๊ะ.............”
จินเงียบไปเสียเฉยๆ จนยามะพีต้องหันมามองเสี้ยวหน้าของจินอีกครั้ง ตอนนี้เขาจอดรถนิ่งสนิทหน้าคอนโดฯ แล้ว แต่จินยังไม่ยอมลงจากรถ ชายหนุ่มมองออกไปนอกหน้าต่าง ยามะพีชะเง้อมองตามสายตาของจิน เขาเห็นหน้าร้านกาแฟที่ตกแต่งแบบร้านฝรั่งเศสนั้นแล้วก็ต้องเลิกคิ้ว
“เอ๋?...นั่นแฟนนายกับ...กับ...ยูอิจินี่นาจิน...”
“.....................”
จินขนลุกซู่ เขาพูดอะไรไม่ออกอีกต่อไป ...
นั่นมันจุนโนะกับยูอิจิชัดๆ ...
“ทำไม???” จินพูดดังคนละเมอ ...ในอกเสียววูบ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เองเหรอ...

...มิน่าล่ะ จุนโนะคะยั้นคะยอให้เขาออกมากับยามะพี เพราะต้องการจะออกมาพบกับคนที่รักมาเนิ่นนานอย่างยูอิจินี่เอง....

“โง่ชะมัด...” จินกร่นด่าตัวเอง นี่เขาเป็นดังที่ตัวเองสบถออกไปงั้นซินะ เขามันไอ้หน้าโง่สำหรับจุนโนะล่ะซิ...เด็กนั่นไม่เคยมีเขาคนเดียวแบบที่เขาเชื่อว่ามันน่าจะเป็นหรือเปล่า? ....
จนถึงป่านนี้แล้ว เขานึกเสมอว่าจุนโนะจะลืมยูอิจิได้ เพราะคำว่ารัก จุนโนะก็บอกเขาไปแล้ว แต่ทำไมถึงมานั่งหัวเราะต่อกระซิกกับเจ้านายสุดที่รักคนนี้อยู่ได้
“จุนโนะกับคุณยูอิจิ.....???” ได้ยินเสียงยามะพีกระซิบถาม
“จุนโนะเคยรักยูอิจิ” จินตอบคำถามนั่นด้วยหัวใจปวดหนึบ
“งั้นหรอกเหรอ? ฮืมมม...ฉันพอจะเข้าใจนายล่ะ จิน?”
“ยามะพี...นายช่วยขับกลับไปที่ผับเดิมได้มั้ย ฉันอยากกินเหล้าว่ะ” จินเมินหน้าไปจากภาพบาดตานั่น อย่างน้อยภาพท้องถนนเบื้องหน้าก็ยังน่าดูกว่าภาพของจุนโนะนั่งหัวเราะกับยูอิจิที่ร้านกาแฟนั่นเสียอีก

************************

จินไม่ได้กลับบ้านในคืนนั้น คนที่เฝ้ารอการกลับของจินก็ไม่ได้หลับนอนเลย จุนโนะนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง นั่งจมอยู่ในความเงียบเพียงลำพัง
......ไหนจินบอกว่าจะรีบกลับไง แต่จนป่านนี้ จนเวลาล่วงเลยเข้าวันใหม่มาได้สี่ชั่วโมงแล้ว จินก็ไม่วี่แววจะกลับ จะโทรฯ มาบอกสักคำก็ไม่มี พอเขาโทรฯ ไป จินก็ไม่รับสายเสียอีก
นี่เขาคิดผิดหรือเปล่านะที่ปล่อยให้จินไปกับยามะพี ....
...หรือว่าเขามองยามะพีผิดไป บางทีการที่เห็นว่ายามะพีไม่มีพิษมีภัยอาจจะไม่ใช่ก็ได้...หนุ่มนักเรียนนอกคนนั้น อาจจะร้ายกว่าที่เขาคิด...มาฉกเอาตัวจินไปต่อหน้าต่อตาเขา... และจินก็ไม่ค้านหัวชนฝาสักคำ เพราะเขาอนุญาตให้ไป จินก็ออกไป แถมยังไม่กลับมาอีกด้วย.....
......แค่คิดอีกแง่หนึ่งในด้านดี จินอาจจะเมาจนไม่อยากขับรถกลับก็ได้ ... หรือบางทีอาจจะค้างบ้านแม่....
จินคงไม่เหลวไหลหรอกนะ ...ก็จินพร่ำบอกแทบตลอดเวลาว่า ...รักจุนโนะนี่นา....
แต่ทำไมถึงไม่ยอมกลับ...

 

**********************

to be con

comment ที่นี่จ้า...

Hosted by www.Geocities.ws

1