
TEAR of LOVE
Vol 19
***************************
ร่างสองร่างที่นอนกอดก่ายบนเตียงกว้างนั้นอมยิ้มอย่างมีความสุข รสรักอันหวานฉ่ำที่จินเสาะแสวงหาบนร่างกายจุนโนะนั้น ทำให้ทั้งสองเต็มไปด้วยความสุข เมื่อผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความหฤหรรษ์นั้น จินมักจะนอนหงาย โดยไม่ลืมที่จะกอดจุนโนะไว้ในอ้อมแขน จุมพิตข้างขมับเปียกชื้น กระซิบความหวานใส่กันและกัน และจากนั้นถึงจะหลับใหลด้วยความอ่อนเพลีย เพื่อที่จะตื่นขึ้นอย่างกระฉับกระเฉง พร้อมเสมอที่จะเริ่มต้นชีวิตในวันอันสดใสต่อไป
จุนโนะชวนจินไปหาซื้อของใช้สำหรับใช้เรียน เพราะใกล้วันเปิดเทอมแล้ว
อีกไม่กี่วันเอง จุนโนะทำหน้ามุ่ยขณะเลือกซื้อกางเกงนักเรียนของตัวเอง ถุงเท้า
รองเท้าใหม่ที่จินบังคับให้ซื้อ
ของเก่ามันเก่าจนนิ้วเท้าจะโผล่อยู่แล้วนะ
มันแพงนี่นา เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายดังเอื๊อกเมื่อเห็นราคาที่ติดอยู่บนรองเท้า
ฉันจ่ายเอง นายน่ะ เก็บเงินเอาไว้เถอะ จินใช้บัตรเครดิตซื้อให้ รวมทั้งทุกอย่างที่เป็นของจุนโนะ
ระหว่างที่จุนโนะเดินกับจินนั้น จุนโนะแอบสารภาพว่า เงินทั้งหมดของเขาที่มีนั้น เขาใช้มันไปกับค่ากระเป๋าหนังที่ซื้อให้จินเป็นของขวัญนั่นเอง
จินชะงัก เขารีบคว้ากระเป๋าใบใหม่ออกมาดู เห็นโลโก้แบรนด์เนมถูกสกรีนบางๆ บนเนื้อกระเป๋าด้วย
เอ..ยี่ห้อดังซะด้วย เมื่อคืนไม่ทันสังเกตแฮะ จุนโนะนี่ตาถึงจริงๆ แต่ทีหน้าทีหลัง
อย่าซื้ออะไรที่แพงๆ ให้เลยนะ
ผมไม่รู้หรอกฮะว่ามันมียี่ห้อ มิน่าล่ะถึงแพงออกอย่างนั้น
อะไรๆ ฉันก็ใช้ได้ ถ้าเป็นจุนโนะให้ล่ะก็...
จุนโนะยิ้มแก้มปริกับคำพูดนั้น ...เมื่อฝากของจินกลับคอนโดแล้ว จินบอกว่าให้คอยอยู่ที่ร้านเพราะวันนี้เขามีประชุมที่บริษัทของพี่ชาย
อาจจะไปรับช้าหน่อย จุนโนะทำท่าอึกอัก บอกว่า
ผมต้องเข้ากะกลางคืนด้วย ทำล่วงเวลาน่ะฮะ
จินเลิกคิ้ว เขาถามถึงความจำเป็น จุนโนะจึงจำต้องสารภาพว่า ขอเบิกเงินล่วงหน้าจากคุณเอมิมาแล้ว
จินถอนหายใจยาวเหยียด แล้วก็พูดขึ้นลอยๆ
เอาเงินมาซื้อกระเป๋าให้ฉันแหงเลย...
ฮะ..... เด็กหนุ่มก้มหน้างุด พยักหน้างึกๆ
งั้นไปด้วยกัน ฉันจะใช้เงินคืนคุณเอมิเอง นายจะได้ไม่ต้องทำงานหนัก เวลาค่ำของเราน่ะ
จุนโนะควรจะมีให้ฉันเท่านั้นนะ นายน่ะทำงานมาทั้งวันแล้วก็ควรจะพักผ่อนบ้าง จินเสยผมจุนโนะให้เข้าที่
ก้มกระซิบริมหูว่า
เอาไว้ทำล่วงเวลากับฉันคนเดียวก็พอ
อื้อ...จิน... จุนโนะแก้มร้อนซู่ กำลังจะก้มหลบจิน แต่แล้วก็มีเสียงหนึ่งดังแแหวกอากาศขัดจังหวะทั้งสองว่า
แหม...สวีทกันกลางถนนเลยน้า....
ทั้งจินและจุนโนะหันไปมองตัวต้นเสียงพร้อมกัน ...นั่นไง...ร่างโปร่งบาง ยืนอยู่ห่างจากพวกเขาไม่กี่ก้าว
ด้วยดวงหน้าที่ยิ้มพราย และดวงตากลมโตสดใส จนดูเหมือนว่าคนคนนี้ไม่เคยได้รับเรื่องทุกข์ร้อนเลยละมัง
คุณยามะพี! จุนโนะครางในลำคอ
...ให้ตายเถอะ เจ้าหมอนี่ ทำตัวเป็นเงาตามตัวเขาอีกแล้วนะ
ยามะพีเดินวนรอบตัวจินและจุนโนะ อมยิ้มพราย พร้อมเสียงยียวนกวนประสาท
เดินซะเมื่อยเชียว กว่าจะลงตัว เป็นไงจิน...สบายดีหรือไง้ แหม...ไม่เห็นห้อยจี้ที่ฉันให้ล่ะ
เอ..หรือว่าจุนโนะจะไม่ได้ให้นาย
นี่ นายพี...ฉันว่าจะเอาไปคืนนายอยู่วันสองวันแล้วล่ะ นายคงไม่จำเป็นต้องมาให้ของบ้าๆ
กับฉันหรอกนะ จำใส่ใจไว้เลยว่า ฉันไม่กลับไปคบกับนายแน่นอน แล้วก็อีกอย่างง่ะนะ
อย่าเข้าใกล้จุนโนะในรัศมีสองเมตรเข้าใจ๋
ชริ...รักกันดีจริงนะ...เธ่อ...รักกันให้ตลอดเหอะว้า...นี่ไอ้จี้บ้าๆ ของฉันนะ
ถ้านายไม่อยากได้ก็ไม่ต้องมาคืน ไม่ชอบก็โยนทิ้งไปล่ะกัน ยามะพีไม่ขอรับคืนคร้าบบบ...แต่ว่านะ......
ยามะพีหยุดพูด เขาหลิ่วตาให้จิน และหันไปมองจุนโนะ ขยับปากหวังจะพูดให้จุนโนะได้ยินเต็มสองรูหูว่า
ของที่จะรับคืนก็คือ...ตัวอะกานิชิ จิน ต่างหากล่ะ...น้องหนูจุนโนะ เก็บคนรักไว้ให้ดีก็แล้วก๊านนนน...
ยามะพีหย่อนระเบิดไว้ลูกหนึ่ง เสร็จแล้วก็เดินล้วงกระเป๋า ผิวปากหวือ แต่แทนที่จะเดินจากไป
เขากลับเดินตามจินและจุนโนะต้อยๆ แต่ก็ทิ้งระยะห่างจากสองหนุ่มประมาณสองเมตรตามที่จินสั่งจริงๆ
ด้วย
*********************
อีกด้านหนึ่ง....
นี่ทำไมผมต้องมากับคุณด้วย บอกกี่ร้อยครั้งแล้วว่า ผมจะไปซื้อของเอง บ้าชะมัดเลย
เสียงบ่นกระปอดกระแปดดังมาจากร่างบางที่ถูกกึ่งลากกึ่งจูงมาที่โรงเรียนของตัวเอง
ปล่อยนะฮะ คุณยูอิจิ! ถึงโรงเรียนผมแล้ว อายคนเขาน่ะ คาเมะพยายามดึงแขนออกมาจากอุ้งมือของร่างสูง
แต่ก็ไร้ผล เพราะยูอิจิแม้ว่าจะเลิกฉุดร่างบางแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมคลายมือที่สอดประสานกับมือเรียวของคาเมะไว้
วันนี้คาเมะกะเวลาเอาไว้แล้วเชียวว่า เช้าตรู่แบบนี้จะต้องออกไปซื้อหนังสือเรียนเตรียมไว้สำหรับวันเปิดภาคเรียนใหม่
แต่พอเดินมาถึงครึ่งทาง ก็สวนกับรถคันหรูของยูอิจิเข้าพอดี จะหลบก็หลบไม่ทัน เพราะยูอิจิเล่นจอดรถขวางทางเดิน
หนำซ้ำยังฉุดคาเมะขึ้นรถอีกต่างหาก
.................................
รออยู่นี่แหล่ะ คาเมะชี้นิ้วลงพื้น ที่ทั้งสองกำลังเหยียบอยู่ เป็นทำนองจำกัดสิทธิ์ของยูอิจิโดยปริยาย
และหลังจากซื้อตำราเรียนเสร็จแล้ว ยูอิจิก็คว้าหมับที่ท่อนแขนขาวเอาไว้อีก
ไปหาอะไรกินกัน
โอ้ย...ไม่ต้องหรอกฮะ ผมอยากกลับบ้าน คาเมะโวย แต่อีกฝ่ายไม่ยอมฟัง ตอนนี้อยู่นอกบ้าน
เรื่องจะปล่อยให้คาเมะคุมเกมฝ่ายเดียวน่ะ อย่าหวัง....
ร้านอาหารสุดหรูริมถนนย่านชิบุย่า ดูจะเป็นที่โปรดปรานของยูอิจิ แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะเข้าไปในร้าน
คาเมะก็รีบกระตุกมือยูอิจิยิกๆ
นั่น...นั่น...จินกับจุนโนะนี่ฮะ
ยูอิจิก็เห็นเหมือนกัน จินมากับจุนโนะ หอบหิ้วของพะรุงพะรัง แต่อีกคนที่ยืนคุยด้วยนั้นเขาไม่เคยเห็นมาก่อน
มากับใครน่ะ? เขาถามคาเมะ
ไม่ทราบฮะ ไม่รู้จัก...ผมว่าเราอย่าเพิ่งกินอะไรเลย ผมไม่ได้พบจุนโนะมาหลายวันแล้วนะ
ไปหาเขาดีกว่า ว่าแล้วก็เดินลิ่วๆ ไป ไม่ฟังว่ายูอิจิจะเอะอะเอากับเขาอย่างไร
เดี๋ยวซิ คาเมะ....
...............................................
หน้าอาคารในย่านนั้น มีหนุ่มห้าหนุ่มยืนเผชิญหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย ...แค่ยามะพีโผล่มาก็ทำให้จินหนาวๆ
ร้อนๆ อยู่แล้ว และนี่อะไรกันนักหนา ... ยูอิจิมากับคาเมะเข้ามาร่วมกลุ่มอีกโดยที่ไม่คาดฝันมาก่อนเลย
...
และอะไรก็ไม่ร้ายเท่า ...นายยามะชิตะ โทโมฮิสะ ก็กำลังมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาสนใจมากมายจนจินอดสะดุ้งไม่ได้
ดูเหมือนเป้าสายตาของยามะพีจะพุ่งมาที่นากามารุ ยูอิจิเป็นพิเศษ
เอ...ฉันว่าฉันเคยเห็นนายที่ไหนมาก่อนน้า....นึกไม่ออกแหะ... ยามะพีทำท่านึก
ในขณะที่คนอื่นได้แต่ยืนมองหน้ากันปริบๆ คาเมะคว้าแขนจุนโนะมากอดไว้ กระซิบเบาๆ
ว่า
คิดถึงจัง...ไม่ได้เจอกันเลย...
แต่ยังไม่ทันที่จุนโนะจะตอบอะไร เสียงอุทานของยามะพีก็ดังขึ้นมาว่า
โอ๊ย...นึกออกแล้วววว...ฉันเคยเห็นนายทางหน้าข่าวสังคมที่แม่ฉันชอบอ่านน่ะเอง....นายนากามารุ
ยูอิจิ ทายาทเศรษฐีที่ดิน...ผมชื่อ โทโมฮิสะ ยามาชิตะครับ เรียกว่ายามะพีก็ได้
ยามะพีแนะนำตัวเองเสร็จสรรพ
แล้วไง... ยูอิจิหันมาถาม มองหน้าหนุ่มน้อยนัยน์ตาโตที่เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกอย่างสนใจ
ก็ไม่ไง แค่น่าสนใจดี
แล้วสนใจมั้ยล่ะ? เสียงถามกวนๆ จากยูอิจิ ทำให้ยามะพีหรี่ตามองแบบประเมินท่าที
จากนั้นใบหน้าสวยงามก็แย้มยิ้มกว้างขวาง บ่งบอกความพอใจมาให้รู้ได้ทันที
สนซี... ยามะพียักคิ้วให้ ขยับเข้ามาใกล้อีกนิด และนั่นก็ทำให้คาเมะแนบลำตัวติดกับจุนโนะมากยิ่งขึ้น
ทุกสายตามุ่งตรงมาที่ยามะพี
เห็นแป๊บเดียวก็รู้ว่า หนุ่มคนนี้เริ่มปูสะพานคอนกรีตเสริมใยเหล็กทอดมาให้ยูอิจิโดยเฉพาะ
และก็ดูว่าตัวเป้าหมายก็ไม่หลีกไปไหนเสียด้วยซิ
ผมเป็นเพื่อนกับจินเขา เคยเรียนด้วยกันที่ปารีส
ผมก็เป็นเพื่อนจิน ยูอิจิยื่นมือให้ยามะพีจับ และหนุ่มตาโตก็ไม่รีรอเลยที่จะจับหมับไม่ยอมปล่อย
คาเมะมองยูอิจิที และมองยามะพีที ความรู้สึกหนึ่งจู่โจมเข้ามาทันที หัวใจโหวงเหวง และเบาหวิว เมื่อตระหนักดีว่า เขากำลังน้อยใจยูอิจิอยู่เดี๋ยวนี้แล้ว
<<<<.........ทำไมไม่ขยับออกห่างเจ้าหมอนั่นนะ ทำไมไม่บอกไปว่า เขาไม่เล่นด้วย เพราะมีฉันอยู่ทั้งคน...ทำไมยูอิจิถึงปล่อยให้คนแปลกหน้ามาทำท่ากระดี๊กระด๊าเข้าใส่อย่างงี้นะ...>>>>
หน้าตาเจ้าชู้ กรุ่มกริ่มของยูอิจิแสดงออกมาทางสายตา ยามะพีเล่นมาแบบนี้ ชายชาติชาตรีอย่างเขาจะหลบเลี่ยงก็ใช่ที่ เดี๋ยวจะหาว่าไม่แน่ จนลึมนึกไปถึงว่ามีใครคนหนึ่งมองเขาด้วยแววตัดพ้อต่อว่าอยู่ใกล้ๆ นี่เอง
นี่เอาล่ะ...ดูท่าทางพวกนายจะอยากแนะนำตัวเองกันต่อนะ ฉันกับจุนโนะขอตัวก่อนก็แล้วกัน
จินดึงตัวจุนโนะให้ออกห่าง แต่ปลายแขนของเด็กหนุ่มกลับมีคาเมะพ่วงติดมาด้วย
ผมกลับด้วยฮะ... คาเมะพูดพลางตวัดหางตามองยูอิจิและยามะพี เขาอยากบอกต่ออีกว่า
<<<<...ไม่อยากกลับกับคนนั้นหรอก ยูอิจิน่ะ ถ้าจะอยากสานสัมพันธ์กับเจ้าหนุ่มหน้าสวยนั่นแย่แล้วซิ...>>>>
แต่ว่า....อีกใจหนึ่งก็คิดไปว่า
...จะแคร์ทำไมในเมื่อเขาเองก็ประกาศอยู่โต้งๆ นี่นาว่า ไม่ขอคบกับยูอิจิอีกแล้ว เพราะฉะนั้นฝ่ายนั้นจะไปคบหากับใคร เขาก็ไม่เกี่ยวไม่ใช่หรือ...
ไปกันเถอะครับ ผมไม่อยากอยู่แถวนี้แล้ว คาเมะเป็นฝ่ายฉุดจุนโนะและจินให้เดินลิ่วๆ
จากไป โดยได้ยินเสียงยูอิจิตะโกนแว่วๆ ว่า
เดี๋ยวคาเมะ!! จะไปไหนนะ รอก่อน.....
ไม่รอ ไม่ต้องตามมาเลยนะ!! ร่างบางตะโกนตอบ โดยไม่หันมามองแม้แต่น้อย
เดี๋ยวซี... ยูอิจิผวาตาม แต่ว่าเขาก็ต้องชะงักค้างเมื่อแขนข้างหนึ่งโดนมือดีเกี่ยวให้หยุดเอาไว้
อะไรครับคุณ..
นี่นามบัตรผมฮะ... ยามะพียัดกระดาษแข็งใบเล็กใบหนึ่งไว้ในอุ้งมือของยูอิจิ จากนั้น
ร่างโปร่งก็ขยิบตาให้อย่างมีความหมาย...
ไปก่อนล่ะนะ แหม...คุณนี่น่าสนใจจริงๆ เลยเชียว
************************************
เมื่อรถของจินจอดนิ่งสนิทหน้าบ้านของคาเมะแล้ว เด็กหนุ่มกล่าวขอบคุณสั้นๆ แล้วก็ผลุนผลันเดินดุ่มๆ
เข้าบ้าน ช่วงที่นั่งมาในรถนั้น คาเมะก็ไม่ได้พูดจาอะไร รวมทั้งจุนโนะเองก็นั่งเงียบกริบ
นึกเห็นใจคาเมะอยู่เงียบๆ เห็นได้ชัดๆ ว่าเพื่อนของเขาคนนี้ ออกอาการ หึงเงียบ
ออกมาให้เห็น
หน้ามู่ทูกับคิ้วที่ขมวด และริมฝีปากบางเม้มแน่น แบบนี้ยังไม่ชัดอีกหรือ
ต่อมาในเวลาไม่นานนัก ยูอิจิเพียรจะเข้ามาหาคาเมะให้ได้ แต่ฝ่ายหนุ่มน้อยหลานชายเจ้าของบ้านยืนกรานว่า
ปวดหัว...และต้องการนอนพักผ่อน อ้างว่ายังไม่หายไข้ดี ยูอิจิถึงได้กลับไปอย่างหัวเสียหลังจากเฝ้ารอ
จนเสียเวลาไปทั้งวัน.....
บ้าเอ๊ย!! เด็กนั่น...นับวันก็ยิ่งอยู่เหนือเขาทุกที ...ทำไมต้องยอมด้วยนะ กะอีแค่เด็กผู้ชายหน้าตาน่ารัก
ธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้นเอง...
ยูอิจิคลำนามบัตรในกระเป๋าเสื้อพลางนึกไปถึง หนุ่มน้อยที่ทอดสะพานให้เมื่อบ่าย
แม้จะบอกกับตัวเองว่า ไม่ได้นึกพิศวาสอะไรต่อยามะพี แต่มีมิตรเอาไว้มันก็ไม่เสียหลายนี่นา
น่าจะชวนพวกโคยาม่ามากินเหล้าพร้อมกับยามะพีถ้าจะดี เขาเองก็ไม่ได้พบโคยาม่ามาหลายอาทิตย์แล้วเหมือนกัน
**************************************
คาเมะรื้อกองหนังสือที่ซื้อมาเมื่อวานกับยูอิจิ ดูไปดูมาก็พบว่ามันยังไม่ครบ เขาลืมซื้อไปสองวิชา ให้ตายซิ นี่ต้องกลับไปโรงเรียนอีกแล้ว... ร่างบางผลักหนังสือไปอีกทาง ล้มตัวลงนอนหงาย แขนรองรับศีรษะไว้ วันนี้ผ่านมาจนครึ่งวันแล้ว ไม่ปรากฏวี่แววของคนที่เคยมาตอแย ยูอิจิไม่ได้ติดต่อมา แม้แต่โทรศัพท์ก็ไม่โทร... คาเมะหยิบหน้าจอมือถือมาดู จริงสิ เขาไม่ได้เปิดมือถือไว้เอง....
เมื่อเวลาเย็นจัด คาเมะเดินเตร็ดเตร่อยู่แถวกลางเมือง ในมือถือถุงใส่หนังสือที่ไปซื้อมาได้สักครู่ เขาแวะเดินดูของโชว์ต่างๆ ตามร้านรวง ในใจก็คิดไปถึงว่า ระหว่างที่เขาไม่อยู่บ้านนี้ ยูอิจิจะแวะเวียนมาหาหรือเปล่านะ เขารีบหันหลังกลับไปทางสถานีรถไฟ แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ เวลาไม่เร่งรีบเช่นนี้ เขาน่าจะเดินปล่อยเวลากับการเดินฆ่าเวลาจะดีกว่า ....ยังไม่มีอารมณ์กลับบ้าน ไม่ทราบว่าทำไม แต่ว่า ...ยังไม่อยากกลับ
ร่างบางเดินเลาะกระจกร้านโชว์ เขาเห็นสร้อยข้อมือทำจากเงินแท้ในนั้น ก็เลยหยุดชื่นชม
ลูกโซ่ทำจากเม็ดเงินพันกันเป็นเปีย แถมยังมีใบกัญชาทำจากเงินห้อยเป็นจี้อยู่ด้วย
เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอ อยากได้ก็อยากง่ะนะ แต่ว่าราคาที่โชว์หราติดอยู่ที่ป้ายทำให้เขาต้องถอนหายใจเฮือก...แพงหูฉี่...
ร้านขายเครื่องเงินย่อมต้องเอาของดีราคาแพงมาโชว์ แต่สร้อยอันนี้ ราคามันไม่เลวเลยทีเดียว...
อยากได้ แต่ซื้อไม่ลง...นี่ถ้ามากับยูอิจิ รายนั้นคงจะยักไหล่แล้วก็ฉุดเขาเข้าไปครอบครองของที่อยากได้แล้วล่ะ
เข้ามาดูข้างในก่อนมั้ยหนู? เจ้าของร้านเดินออกมาจากร้านเปิดประตูกระจกยื่นหน้ามาชวนเชิญ
คงจะเห็นว่าเขามายืนเกาะกระจกมองสินค้าด้วยความสนใจเต็มที่ แต่ว่าคาเมะส่ายหน้าปฏิเสธ
ไม่ล่ะครับ ผมแค่ดูเฉยๆ ร่างบางก้าวห่างจากกระจกโชว์ โค้งศีรษะให้เจ้าของร้าน
แต่ขณะที่กำลังจะก้าวไปนั้น แผ่นหลังก็ชนเข้ากับร่างของใครคนหนึ่งที่มาหยุดยืนติดกับเขาพอดี
โอ๊ะ...ขอ...ขอโทษครับ... คาเมะรีบหันไปขอโทษ แต่ร่างนั้นกลับจับแขนเขาไว้ และลากตัวมาใกล้
พอเงยหน้ามองคนคนนั้น คาเมะก็ต้องอ้าปากค้าง
คุณยูอิจิ!!
หนีมาเที่ยว...น่าจับตีก้นซะนัก เสียงทอดอ่อนแฝงรอยล้อเลียนเอาไว้ในน้ำเสียง
คาเมะทำหน้ามุ่ย เมื่อหางตาแอบไปเห็นคนที่ยูอิจิพามาด้วย ....ก็นั่นมัน...
...นายที่ชื่อ ยามะพี คนที่เจอกันเมื่อวานนี้...
คาเมะหันขวับมาจ้องหน้ายูอิจิทันควัน ...อ๋อ...นี่หมายความ ยูอิจิหันมาควงกับหนุ่มคนที่เพิ่งจะเจอกัน
...แสดงว่าเมื่อวานนี้ พอออกจากบ้านเขาก็คงจะนัดแนะมาเดทกันไม่ทางไหนก็ทางหนึ่ง...
...ไวไฟจริงๆ ....
ยูอิจิเห็นคาเมะยืนเมียงๆ มองๆ ดูของหน้าร้านนี้ได้สักพักหนึ่งแล้ว ความจริงเขาเพียงแต่พบกับยามะพีโดยบังเอิญที่ร้านกาแฟสดมุมถนนเมื่อกี้นี้เอง
เพราะได้แวะไปหาคาเมะที่บ้านแต่ไม่พบ เขาจึงคิดเอาไว้ว่าตอนค่ำจะกลับไปใหม่ ช่วงนี้ก็หาอาหารรองท้องก่อน
ไม่คิดฝันว่าจะได้มาพบกับหนุ่มน้อยเพื่อนของจินแถวๆ นี้ และรายนี้ก็ดูท่าว่าจะไม่ยอมให้เขาปลีกตัวไปไหนเลยด้วย
ดังนั้นมันจึงช่วยไม่ได้ที่คาเมะจะพบเขาเดินเคียงคู่มากับยามะพี
อยากได้สร้อยนั่น ฉันซื้อให้เอามั้ย? ยูอิจิก้มหน้าถาม แต่กลับถูกมือเรียวผลักหน้าให้หันไปทางอื่น
ไม่อยากได้...
จริงรื้อ เห็นยืนที่นี่ตั้งนานแน่ะ ไม่อยากได้ทำไมไม่เดินเลยไปล่ะ คนที่พูดคือคนที่ไม่ได้รับเชิญ
ยามะพีเป็นคนยื่นหน้ามาถาม
เรื่องอะไรของคุณ?
แหม...แหม...ฉันถามดีๆ น้า...หนูจุก.. พูดไม่พูดเปล่า แถมยังเอานิ้วกระดิกที่จุกผมของคาเมะอีกต่างหาก
เอ๊ะ!! คาเมะหน้าคว่ำ เขาเอื้อมมือไปดึงที่มัดผมออก แล้วก็สลัดผมยาวสลวยให้กระจายระเลื้อยต้นคอ
ใบหน้าบึ้งตึง แต่ก็ยังคงมีแววหวานอยู่เต็มเปี่ยม ยูอิจิกลืนน้ำลายลงคอ มองหน้าสวยที่ถูกล้อมกรอบด้วยเส้นผมอ่อนสีน้ำตาลเข้ม
ดูสวยราวกับสาวน้อยน่ามองทีเดียว...
ยามะพีก็แอบเห็นสายตาของยูอิจิที่มองคาเมะ ดวงตาอ่อนเชื่อมนั้นทอประกายอ่อนโยนขึ้นเพียงชั่วแว่บ
...เห็นแล้วอดอิจฉาไม่ได้ ...สายตานั้นน่ะ เป็นสายตาของชายหนุ่มที่ใช้มองสาวน้อยที่พึงใจเพียงคนเดียวเท่านั้น
ยามะพีแกล้งลองดี สอดแขนคล้องกับแขนของยูอิจิ ทำท่าสนิทสนมเกินกว่าเพื่อนร่วมทาง
และนั่นก็ทำให้นัยน์ตาคมของหนุ่มน้อยคาเมะตวัดมองด้วยความไม่พอใจ ...เห็นยูอิจิทำท่าเฉย
เขาเองก็ชักจะเดือดปุดๆ นี่ปล่อยให้เจ้าหมอนี่จับมือถือแขนต่อหน้าต่อตาเขา ...
หมายความว่าอย่างไรกัน
ยูอิจิเข้าใจความหมายในดวงตาคู่นั้นออก คาเมะกำลังหึง ...แน่แท้และสุดชัวร์ ความที่อยากให้ร่างบางรู้สำนึกเสียบ้าง
ทำให้ยูอิจิกุมมือทับมือของยามะพีทันที และแล้วเหตุการณ์ก็เป็นไปตามที่ยูอิจิคาดไว้...เพราะ...
คาเมะสะบัดหน้าพรืด ไม่พูดจาอะไร เดินจ้ำๆ ไปทางสถานีรถไฟทันที
เดี๋ยวซิ คาเมะ
อย่ามายุ่งนะ คาเมะหันมาตวาดแว๊ด
จะไปส่ง
ไม่ต้อง คุณมากับใครก็ไปกับคนนั้นซิ ไม่ต้องมายุ่งกับผม
แสนงอนนักนะ
เรื่องของผม...ไปไหนก็ไปเลยไป
คาเมะหึงเหรอ...หึงล่ะซิใช่มั้ย?
ไม่มีทาง ผมจะหึงไปทำไม ก็เราไม่มีอะไรต่อกันแล้ว คาเมะทำปากยื่น กอดถุงหนังสือไว้แนบอก
ราวกับจะปกป้องตัวเองออกห่างจากรัศมีเสน่ห์ของยูอิจิ ...เขาเพิ่งสังเกตได้ว่า ยูอิจิวิ่งตามเขามาเพียงคนเดียว
ส่วนหนุ่มอีกคนนั้นล่ะ ...ยืนยิ้มกริ่มอยู่ที่เดิม
ผมน่ะไม่มีทางหึงคุณหรอก โธ่เอ๊ย...อย่าหลงตัวเองนักเลย คุณยูอิจิ! คาเมะเบะปากใส่
จนยูอิจิอยากจะจับคาเมะมาตีก้นสักป้าบ ... เขาหรี่ตามองเด็กหนุ่ม อารมณ์นึกอยากจะแกล้งให้หนำใจ
เขาเบือนหน้าไปทางยามะพีแล้วก็โบกมือให้ หน้าคมก้มต่ำลงมาหาคาเมะ ยิ้มมุมปากขณะบอกว่า
ถ้าไม่หึงก็ดี...งั้นฉันจะไปกับยามะพีล่ะนะ แล้วว่างๆ จะไปเยี่ยมคุณปู่นาย
อึก.....จะ....จะไปไหนก็เชิญ! คาเมะเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก แต่ข้างในนี่ซิ ใจหายแว๊บ....บ..บ....
ว่าจะชวนคาเมะไปทานอาหารฝรั่งเศส แล้วก็ไปดูหนัง แต่นายคงไม่อยากไปแล้วล่ะ ฉันจะชวนยามะพีไปดีกว่า
อย่างน้อยเขาก็ไม่แสนงอนจนน่ารำคาญอย่างนาย... ยูอิจิหยุดพูด ยืดตัวขึ้นตรง เห็นใบหน้าแดงก่ำจากร่างน้อย
ริมฝีปากเริ่มสั่นระริกนั้นทำให้ยูอิจิลอบยิ้มในหน้า ....
ถามอีกครั้งว่าจะให้ไปส่งมั้ย?
.............. การสั่นหน้าแรงๆ คือการปฏิเสธ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคาเมะนั้นอยู่ในอารมณ์ใด
แน่นะ
ฮึ!
งั้น......ฉันไปก่อนล่ะ... ยูอิจิแตะบ่าคาเมะเบาๆ แต่เด็กหนุ่มเบี่ยงตัวหนีอย่างรังเกียจ
เขารีบหันหลังขวับเดินแกมวิ่งไปเรื่อยๆ แต่เมื่อหันมามองตามทางเดิน เขาก็เห็นแต่เพียงแผ่นหลังของยูอิจิเดินเคียงข้างไปกับยามะพี...
....ห่างไป...ห่างออกไปทุกที...
ฮึ! ไม่เห็นจะง้อเลย...ฮึก...
**********************************
วันเปิดเรียนวันแรกของเทอมปลายมาถึงในเช้าตรู่ของวันนี้ จุนโนะใส่ชุดนักเรียนเรียบร้อย
และกำลังชงกาแฟให้จิน ส่วนตัวเขาเองก็เป็นนมสดแก้วใหญ่ที่แช่อยู่ในตู้เย็น เด็กหนุ่มปิ้งขนมปัง
ทาเนยสดและราดด้วยน้ำผึ้งอีกชั้น เป็นเวลาเดียวกับที่จินเดินงัวเงียออกมาจากห้อง
พอเห็นจุนโนะยืนยิ้มมือถือแก้วน้ำเข้าก็ขมวดคิ้ว
จะไปไหนเหรอ จุนโนะ? ชายหนุ่มถาม เดินมานั่งที่โต๊ะทานอาหารด้วยดวงตาหรี่ปรือ
ไปเรียนไงครับ วันนี้เปิดเทอมแล้วนี่นา
อือ...จริงสิ ฉันลืมไปเลย จินกระเด้งตัวลุกขึ้นยืน เขารีบวิ่งผลุนผลันเข้าไปในห้องน้ำ
พลางบอกว่า ต้องรีบหน่อย เพราะต้องไปส่งจุนโนะที่โรงเรียน
โอ้ย...ไม่ต้องหรอกครับ จินพักเถอะ ผมไปเองได้ จุนโนะร้องบอกออกไป เพราะมหา
ลัยของจินยังไม่เปิดเทอม ยังอีกสองสามอาทิตย์ แต่กระนั้นเขาก็ยังออกปากว่าจะไปส่งคนรักหน้าหวานทั้งขาไปและขากลับ
แม้ว่าจุนโนะเองจะคัดค้านแต่ก็ไม่เป็นผล
ไม่ไปรับไปส่งได้ไง เดี๋ยวใครซิวตัวไปจะว่าไง
โธ่..จินก็.. จุนโนะหัวเราะจนตาหยี เขาเองก็ย้ายจากทำงานตอนกลางวันมาเปลี่ยนเป็นทำงานตอนเย็นแทน
แม้ว่าจินจะค่อนข้างไม่เห็นด้วยก็ตาม...
เมียฉันทั้งคนฉันเลี้ยงได้
ผลที่ได้คือกำปั้นหนักๆ ของจุนโนะซัดที่ต้นขาค่อนข้างแรง
เมียอะไรกันเล่า...ผมไม่ได้เป็นเมียจินซะหน่อย
แล้วจุนโนะเป็นอะไรของฉัน
ผมก็เป็นของจิน เป็นคนรัก แต่ไม่ใช่เมีย นั่นน่ะเขาไว้ใช้เรียกผู้หญิงนะฮะ จุนโนะอธิบาย
หน้าตาแดงจัด ผิวแก้มซับสีระเรื่อ ขณะพูด
ไม่รู้ล่ะ ฉันคิดของฉันแบบนี้ล่ะ จุนโนะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันมี สิ้นเสียงของจิน
ก็คือความเงียบ เมื่อร่างโปร่งซุกกายเข้าเบียดเนื้อตัวของจินทันที
หัวใจของผมเป็นของจินนี่นะ
...............................
ปีหน้าจะเข้ามหา ลัย คิดไว้แล้วหรือยังว่าจะเรียนที่ไหน? จู่ๆ จินก็ถามขึ้น
ระหว่างขับรถไปส่งจุนโนะที่โรงเรียน
จะเรียนของรัฐดีกว่า
ที่เดียวกับฉันเป็นไงนะ
โหย...ของรัฐก็จริง แต่แพงนะฮะ ไม่ไหวหรอก จุนโนะส่ายหน้า หันหน้าไปมองสองข้างทางที่วันนี้อะไรๆ
ก็ดูสดใสไปหมด
ไม่แพงหรอก ฉันส่งเสียเอง แถมติวพิเศษให้อีก หัวดีอย่างจุนโนะต้องเข้าได้แน่ๆ
เราจะได้เรียนด้วยกันไง เรื่องเงินน่ะไม่ต้องห่วงน้า จินว่า
แหม...อาเสี่ยกระเป๋าหนัก เด็กหนุ่มแกล้งว่า แล้วก็หยิบกระเป๋าเงินของจินจากหน้ารถมาเปิดดู
มันเป็นกระเป๋าใบใหม่สีน้ำเงินที่เขาซื้อให้จินเป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลัง จุนโนะดีใจที่จินชอบมัน
เพราะคืนนั้นหลังจากจินทบทวนความหวานกับเขาบนเตียงแล้ว เมื่อกลางดึก จุนโนะก็ต้องเผยอกายงัวเงียลุกขึ้นดู เขาเห็นจินรีบเปลี่ยนมาใช้กระเป๋าใบใหม่ทันที แถมยังสอดรูปใบเล็กของจุนโนะเอาไว้ดูเล่นในกระเป๋าอีกต่างหาก
ไม่เห็นมีเงินเลย กระเป๋าแบนแต๊ดแต๋ ร่างบางแบกระเป๋าของจินให้เจ้าของดู เขาสอดธนบัตรสองสามใบใส่ไว้ในกระเป๋าจิน
ผมให้เงินไว้ใช้น้า...จะได้มีกะตังค์กินขนม
จินหัวเราะหึๆ เหลือบดูหน้าหวานเพรียวของจุนโนะ เห็นดวงตาเรียวสวยหัวเราะได้แจ่มใสน่าเอ็นดู
ชายหนุ่มอดยื่นหน้ามาหอมแก้มใสไม่ได้ เล่นเอาจุนโนะโวยลั่น
อย่านะฮะ....เดี๋ยวรถชนกันพอดี
ถ้างั้นเราจอดข้างถนนก่อนดีมั้ย?
ไม่ดี! จุนโนะวางกระเป๋าคืนไว้ที่เดิมด้วยรอยยิ้มขันๆ ได้ยินเสียงจิ๊ปาก แล้วก็นั่งตัวตรง
ทำหน้าที่เป็นสารถีที่ดีต่อไป
.......................
เอ...นั่นคาเมะนี่ เดินมาคนเดียวด้วย จุนโนะบุ้ยหน้าไปที่ร่างบอบบางของคาเมะ
ผมค่อนข้างยาวถูกปล่อยสยายระเลื้อยประบ่า มองเหมือนเด็กสาวแรกรุ่น ดูเหมือนคาเมะจะสวยกว่าสาวรุ่นเดียวกันกับเขาอีกละมัง
ไม่ปรากฏวี่แววของยูอิจิ จินโพล่งออกมา ทำให้จุนโนะหันมามอง
ผมไปหาคาเมะดีกว่า จุนโนะกำลังจะเปิดประตูรถ แต่จินยึดมือเขาไว้ ชายหนุ่มยื่นหน้ายื่นปากมาใกล้
ลืมทำอะไรอย่างหนึ่งหรือเปล่า จินพูดทำปากจู๋ จุนโนะยิ้มและยื่นหน้าไปจุ๊บปากหยักนั้นหนึ่งที
ขอบคุณครับ เขาโบกมือให้จิน และวิ่งเหยาะๆ ตามหลังคาเมะเข้าโรงเรียนไป
เฮ้..คาเมะ...ะ..ะ...อรุณสวัสดิ์ จุนโนะตบบ่าคาเมะจากทางเบื้องหลัง ร่างบางสะดุ้งสุดตัว
หันมามองเพื่อนร่างสูงด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง พอเห็นว่าเป็นจุนโนะเขาก็ถอนหายใจเฮือก
จุนโนะนั่นเอง...
มาเองเหรอ? คาเมะ?
ฮื่อ...
เขาไม่มาส่งหรือ?
ฮื่อ... คาเมะพยักหน้าเนือยๆ เม้มริมฝีปากจนแทบเป็นเส้นตรง
อย่าพูดถึงนายคนนั้นเลยนะ จุนโนะ ฉันน่ะ...ไม่อยากคิดถึงเขาหรอก
ทำไมล่ะคาเมะ เขากับนายน่ะ...
มันจบแล้วนี่นะ เรื่องระหว่างฉันกับเขา มันไม่มีอะไรหรอก ไม่มีการติดต่ออีกต่อไปแล้ว
เสียงพูดเนือยๆ นั้น ทำให้จุนโนะต้องมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเพื่อนรักอย่างพิจารณา
คาเมะวันนี้ดูซีดเซียว ไม่สดใสอย่างที่เคยเป็น ...คงเป็นเพราะพิษรักซินะ นับตั้งแต่พบกันหนนั้น
จุนโนะก็ไม่ได้เจอกับคาเมะอีกจนถึงวันนี้
ทั้งสองหนุ่มหยุดยืนข้างตึกเรียน ปล่อยให้เพื่อนนักเรียนคนอื่นเดินผ่านไปผ่านมา
มือหนึ่งของคาเมะเกี่ยวหูกระเป๋านักเรียน อีกมือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง ใบหน้าเศร้าสลดขณะก้มมองปลายรองเท้าตัวเอง
เขาหายเงียบไป...จู่ๆ ก็หายไปเฉยๆ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็มาบ้านฉันแทบทุกวัน แต่ตั้งแต่วันนั้น
วันที่..เอ้อ...ควงกับเพื่อนของคุณจินคนนั้น เขาก็ไม่มาหาฉันอีกเลย
เพื่อนของจิน? เอ? คนไหนเหรอ? จุนโนะถาม ทำตาโต
ก็ที่ชื่อ ยามะพีไง
หา? ยามะพี???? จุนโนะร้องเสียงหลง
ฮื่อ...นั่นล่ะ เขาเดทด้วยกันอยู่
ไม่น่าเชื่อเลย... เสียงครางอ่อยของจุนโนะทำให้คาเมะก้มหน้านิ่ง เล่าให้ฟังถึงเรื่องในวันที่ไปเจอยูอิจิควงกับยามะพีหน้าร้านขายเครื่องเงิน
จุนโนะฟังแล้วก็ต้องลอบถอนหายใจ เข้าใจดีทุกอย่าง ....เข้าใจกลยุทธพิชิตศึกของเจ้านายรูปหล่อคนนี้ดีทีเดียว
ตามมาตอแย ป้วนเปี้ยนให้ติดกับ และจากไปให้คิดถึง โดยเอายามะพีมาเป็นเครื่องมือ
...มิน่าล่ะ ช่วงนี้เขาถึงไม่เห็นยามะพีมาตามรังควานเขาเลย
เมื่อเห็นคาเมะในตอนนี้ ...นับว่าอาการที่เป็นอยู่ของคาเมะ คงจะบอกจุนโนะได้ดีทีเดียวว่า
เหตุการณ์เป็นไปดังที่คาดไว้จริงๆ
คาเมะดูเศร้าหมอง เรื่องที่บอกว่าตัดใจจากยูอิจินั้น คงไม่ต้องพูดถึง ...มันไม่ใช่ว่าจะทำกันได้ง่ายๆ
พื้นฐานแห่งความพอใจ รากฐานแห่งความรักที่เจ้าตัวก็เคยชอบยูอิจิมาก่อน มันไม่อาจทำให้คาเมะทำได้ดังที่ตั้งใจไว้
จุนโนะโอบบ่าเพื่อนมาใกล้ ตบเบาๆ สองสามที จากนั้นก็พากันเดินเข้าไปในตึก กระนั้นก็ยังไม่วายปลอบใจว่า
ชีวิตนักเรียนเริ่มขึ้นอีกแล้วนะคาเมะ ปีนี้เป็นสุดท้ายแล้วด้วย ปีสุดท้าย และเทอมสุดท้าย
เราควรจะตั้งหน้าตั้งตาเรียนก่อนดีกว่านะ
ฮื่อ...จะพยายามนะ จะพยายาม... คาเมะพูดด้วยเสียงสั่นเครือ...
....ขอให้มีความพยายามจริงอย่างที่พูดเถอะ แล้วความอดทนก็จะตามมาเอง....
...อดทนที่จะไม่รักยูอิจินั่นน่ะ...มันยากจริงๆ เลยนะ....
**********************
to be con