TEAR of LOVE

 

Vol 18

***************************

ต็อก..แต็ก....ต็อก...แต็ก...

เสียงลำไผ่กระทบกันขึ้นลง ยามที่ถูกสายน้ำกระแทกใส่นั้น ทำให้คนที่ได้ฟังเกิดความเพลิดเพลิน และยิ่งผสมด้วยเสียงของลมพัดใบไม้ไหวด้วยแล้ว ยิ่งสดชื่นขึ้นอีกมาก ร่างบอบบางที่ห่อตัวในชุดยูกะตะลายดอกไม้สีน้ำเงินมีสีหน้าแจ่มใสผิดกับวันก่อนมากมายทีเดียว ผมค่อนข้างยาวถูกรวบเก็บไว้ด้านหลังเผยให้เห็นดวงหน้าเล็กขาว ริมฝีปากหยักบางเผยอน้อยๆ ยามเหม่อมองที่มาของต้นเสียงน้ำ ลมเย็นๆ พัดพาเอาใบของต้นฟูจิปลิวมากระทบร่าง แล้วตกลงในบ่อน้ำที่อยู่ไม่ห่างตัวนัก ... วันนี้เป็นอีกวันที่คาเมะฟื้นจากไข้ ความจริงก็เกือบจะหายเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ก็อยากจะพักผ่อนร่างกายต่ออีกสักหน่อย เพราะช่วงนี้ยูอิจิถือวิสาสะเข้าร่วมเป็นสมาชิกคนหนึ่งของบ้านมากขึ้นทุกที
มาหาแต่ละทีก็หอบหิ้วอาหารทั้งสดและแห้งมาด้วย แถมกว่าจะกลับก็ค่ำมืดดึกดื่น สาเหตุของการมาคงไม่ต้องให้เดา เพราะคาเมะดูเหมือนจะรู้ดีอยู่แล้ว ร่างบางยกศอกเท้าหัวเข่า มองปลาคาร์ฟที่แหวกว่ายในบ่อน้ำแล้วถอนหายใจเฮือก คราวนี้พวกผู้ชราทั้งหลายแหล่ของบ้านคงเป็นอันหายสงสัยกันหมดแล้วว่าเหตุใดยูอิจิถึงมาที่บ้านทุกวัน เมื่อฝ่ายผู้มาเยือนบอกอยู่โต้งๆ ในวันก่อนหน้าวันนี้ว่า
“เอ็นดูเขาน่ะครับ...”
คุณปู่มองลอดแว่น มองหน้าคนพูดเขม็ง จากนั้นก็ลอบมองหน้าคุณย่าแล้วก็ลูกสาวคนโต ซึ่งเป็นคุณป้าของคาเมะ ราวกับจะบ่งบอกถึงความอึดอัดในใจ
“พูดตรงดีนะคุณ” ชายชราอดค่อนขอดไม่ได้ ยูอิจิเพียงแต่หัวเราะ ในขณะที่คนฟังอีกคนหนึ่งนั่งหน้าร้อนซู่มองผู้ใหญ่พูดถึงตัวเองด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
คาเมะก้มหัวซ่อนหน้าใต้หัวเข่า อยากมุดพื้นหนีจริงๆ ยูอิจิกำลังจะพูดบ้าๆ อะไรออกมานะ

“ผม...เอ้อ...ขอมาเยี่ยมหลานของคุณปู่ทุกวันได้มั้ยครับ...เป็นห่วงเขาน่ะครับ บอบบางออกจะขนาดนั้น กลัวไปหาหมอไม่ทัน” ว่าเข้านั่น เจ้าของบ้านเลยกระแอมแรงๆ
“เห็นพวกฉันแก่จะเข้าโรงกันหมดหรือไงคุณ ถึงจะไม่มีปัญญาพาเจ้าหนูมันไปหาหมอน่ะ”
“โอ๊ย...เปล่านะครับ...ผมเพียงอยากมาเห็นหน้าคาเมะก็เท่านั้นเอง”

.......ฟุ่บ.......!!

เสียงคาเมะนอนกลิ้งไปกับฟูก เด็กหนุ่มมุดหน้าหนีเข้าไปในโปงผ้าห่ม เมื่อหมดประโยคของยูอิจิ มือสั่นเทายกขึ้นแตะแก้มของตัวเอง. .... ร้อน.....ร้อนเพราะพิษไข้หรือว่าร้อนเพราะความอับอายกันแน่นะ....
“บ้าจริงๆ” คาเมะสบถออกมา เขาไม่ได้ยินอะไรอีกนาน เพราะคงเดาได้ว่าคนแก่ในบ้านคงจะช็อกไปตามๆ กัน

.........................

เสียงเครื่องยนต์วิ่งมาจอดหน้าบ้าน ทำให้คาเมะหยุดความคิดลง เขาเห็นคนที่กำลังนึกถึงลงมาจากรถ สองแขนหอบเอาหมอนและถุงผลไม้เข้ามาในรั้ว อะไรก็ไม่ร้ายเท่า ป้าของเขาเป็นคนลุกไปช่วยชายหนุ่มหิ้วหมอนเข้ามาด้วย
“เอามาทำไมกันคุณ...?” คุณป้าถาม
“เผื่อเอามานอนเล่นตอนกลางวันน่ะครับ บ้านนี้เย็นดีนะครับ ผมชอบนอนดูปลาในบ่อ”... ยูอิจิว่าเข้านั่น คาเมะหมั่นไส้ อดพูดกระแทกไม่ได้ว่า
“ก็หาไปเลี้ยงที่บ้านสักฝูงหนึ่งซิฮะ จะได้ไม่ต้องมากวนบ้านคนอื่นเขา!”
“อ๊ะ..คาเมะน้อย....พูดแบบนี้แสดงว่าหายป่วยแล้วซิ”
คนพูดถลันเข้ามายืนตรงหน้าร่างบางในชุดยูกะตะ มองใบหน้าหวานจัดอย่างหลงใหล
“ผูกจุกด้วย...น่ารักจัง” ยื่นมือหมายจะแตะผมที่รวบไว้ด้านหลัง แต่คาเมะเบี่ยงตัวหนีเสียก่อน ทำให้ยูอิจิหัวเราะออกมาเบาๆ
“ดีจังที่หายป่วยแล้ว งั้นฉันไม่นอนกลางวันก็ได้ จะพานายไปเที่ยวดีมั้ย?”
“ไม่ดี!”
“ตอบไม่คิดเลยนะ”
“จะให้คิดอะไรล่ะ ยุ่งจริงคุณนี่!”
“คาเมะน้อย...” ยูอิจิทอดเสียงอ่อน แต่ก็โดนอีกฝ่ายตวาดกลับ
“บอกว่าอย่าเรียกแบบนั้นนะ!”
“โอเค...ไม่ให้เรียกก็จะไม่เรียกล่ะ ...นี่จนป่านนี้แล้วยังไม่เห็นใจอีกเหรอ หนูจุก?” พูดขอความเห็นใจสุดๆ แต่คนฟังทำหน้าเบ้ เมินหน้ามองไปทางอื่นที่ไม่ใช่ใบหน้าของยูอิจิ ไม่ได้หรอก ขืนมองมากๆ เผื่อใจอ่อนจะว่าไง.... เท่าที่ผ่านมานี่ก็แทบจะหักใจไม่อยู่อยู่แล้วนะ...
แค่เพียงสบตาก็ทำเอาหัวใจอ่อนยวบไปถึงไหนๆ ความนิยมชมชอบในตัวยูอิจิเมื่อครั้งก่อนโน้นเริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้ง และก่อนที่เขาจะทันคิดอะไร ยูอิจิดึงชายแขนเสื้อยูกะตะให้เข้ามาจนชิด ใบหน้าคมเข้มก้มต่ำจนแทบติดหน้าหวานเฉียบของเด็กหนุ่ม เสียงกระซิบของยูอิจิแหบต่ำ...
“เมื่อก่อนเราเคยชอบกันไม่ใช่หรือ... ยังไม่หายโกรธอีกหรือไง”
“เอ้อ.....ยะ...ยัง...” คาเมะตะกุกตะกัก หลุบแพขนตาลง เพื่อปิดบังซ่อนเร้นความในใจของตัวเอง
“เมื่อกี้ไม่ให้เรียกว่าคาเมะน้อย งั้นฉันเรียกว่า หนูจุก ก็ได้”
“ไม่ได้นะ บ้าจริง”
“ทำไมล่ะ เรียกแบบนี้น่ารักดี อยากน่ารักเองทำไม หนูจุก...หนูจุก...” ยูอิจิลูบผมจุกของคาเมะเล่น จนเจ้าตัวต้องเบี่ยงศีรษะหนี

“อ้าว...คุณยูอิจิ มาแล้วก็ขึ้นบ้านเร็ว...น้ำชาจะเย็นหมดนะ” เสียงสั่นของชายชราดังขึ้นขัดจังหวะ ยูอิจิทำหน้ามุ่ยเพียงชั่วแว่บก็มีสีหน้าปกติ ขณะร้องขึ้นว่า
“ครับ...คุณปู่...จะไปเดี๋ยวนี้แหล่ะครับ”
ร่างสูงเคาะนิ้วกับหน้าผากมนของคาเมะเบาๆ เป็นการล้อเลียน ก่อนที่จะหันหลังไป คาเมะก็ฉุดชายเสื้อของเขาเอาไว้
“คุณยูอิจิ...”
“หือ? มีอะไรหรือคาเมะ...” ร้องถามพลางเลิกคิ้ว คาเมะก้าวเข้าหาเขาหนึ่งก้าว ใบหน้าเล็กๆ แหงนมองเขา ด้วยดวงตาคมกริบ ริมฝีปากสีแดงระเรื่อเผยอขึ้นเล็กน้อย
คาเมะชายตามองขึ้นไปบนเรือนชาน เห็นสำรับอาหารว่างที่เตรียมไว้รับรองแขกคนนี้ถูกยกมาพร้อมแล้ว เขาจึงตัดสินใจบอกออกไปดังใจคิดว่า
“ขอร้องล่ะครับ ...ถ้าไม่จริงใจกับที่นี่จริงๆ ...ก็อย่ามาอีกเลย...คุณอาจจะหลอกผมได้ แต่กรุณาอย่าหลอกคนแก่เลย...”
“คาเมะ....”
“ขอร้องล่ะครับ...” คาเมะก้มหัวให้ยูอิจิเป็นการอ้อนวอน แต่เมื่อเงยขึ้นเขาก็พบกับดวงตาคมกล้าของยูอิจิมองมาเขม็ง ชายหนุ่มกัดริมฝีปากตัวเอง
“ทำไมถึงพูดแบบนี้?”
“ผมไม่อยากเห็นคุณปู่ คุณย่า แล้วก็คุณป้าเสียใจ คุณน่ะมีจุดประสงค์อะไรถึงมาที่นี่ อย่าบอกว่าไม่รู้นะครับ ผมไม่เชื่อหรอก... อย่าเข้าทางคนแก่เพื่อทำให้ผมเห็นใจเลย ผมรู้ว่าคนอย่างคุณน่ะ จะหาใครที่คุณจะติดพันสักกี่คนก็ย่อมได้ แต่ถ้ามาหว่านพืชเพราะหวังผลล่ะก็...ขอบอกว่ามันไม่มีประโยชน์ คุณปู่อาจจะชอบคุณ แต่ถ้าถึงวันที่คุณย่ำยีผมได้เมื่อใด คุณปู่คงจะเสียใจไปตลอดชีวิต...”
“ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะคาเมะ...”
“จริงหรือฮะ...ไม่เคยคิดจริงๆ หรือ...” คาเมะหรี่ตาถาม ซึ่งนั่นก็ทำให้ยูอิจิหลบตามองพื้นดิน พูดตะกุกตะกักออกมา
“ฉันน่ะ.......เอ้อ....ไม่คิดจะทิ้งนาย และสำหรับคุณปู่ของนายน่ะ.......”
“จะว่าไม่ได้มาหลอกคนแก่ก็ไม่ใช่ จริงมั้ย... คุณน่ะเข้าทางผู้ใหญ่หวังมาหลอกเด็ก แต่โทษทีผมน่ะไม่เป็นหมูให้คุณขย้ำได้ง่ายๆ หรอกนะ”
“เอ้า...เอ้า! ไปกันใหญ่เลย...คิดอะไรแบบนั้นนะคาเมะ” ยูอิจิเกาหัวแกรกๆ แต่คาเมะไม่มีทีท่าจะอยากเล่นด้วย คิ้วที่ขมวดยิ่งขมวดเข้าไปใหญ่
“ผมไม่ได้พูดเล่นนะ ...ขอพูดเป็นครั้งสุดท้ายว่า ถ้าจะมาที่นี่เพื่อหวังฟันผมล่ะก็ ไม่มีทาง!”

ร่างเล็กของคาเมะหันหลังกลับเดินดุ่มไปทางหลังบ้าน ซึ่งยูอิจิก็เดาได้ว่า คาเมะคงขึ้นไปทางหลังเรือน
...ไม่อยากเห็นหน้าเขาแล้วล่ะซิ มาถึงก็มาพูดฉอดๆ เพิ่งจะหายไข้แท้ๆ ละเมอหรือเปล่าฟะ...ยูอิจิได้แต่มองตามไปทางหลังเรือน ได้ยินเสียงปิดประตูดังอยู่แว่วๆ เขาก็รู้ทันทีว่า คาเมะคงจะไม่ยอมออกมาให้เขาเห็นหน้าอีกแล้วในวันนี้ ดีไม่ดีอาจจะหนีออกไปเดินเล่นนอกบ้านก็เป็นได้....

......เฮ้อ...แต่ที่คาเมะบอกเอาไว้ก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้เลยว่า ...ไม่จริง......

*******************************

วันนี้เป็นอีกวันที่จุนโนะไปทำงานด้วยความรู้สึกที่แปลกประหลาด เมื่อเช้าตอนที่จะออกมาจากคอนโดฯ เขาเห็นผู้ชายที่ชื่อยามะพีมายืนลับๆ ล่อๆ ที่หน้าคอนโด. พอหันมามองจินก็ไม่เห็นว่าจินจะสังเกตเห็น ดังนั้นเขาจึงเฉยเสีย ไม่ยอมบอก เมื่อนั่งมาในรถกับจิน จุนโนะอดหันกลับไปมองไม่ได้ เขาเห็นเจ้าหมอนั่นขับรถตามมาห่างๆ ด้วย
เด็กหนุ่มคิดว่า บางทียามะพีอาจจะมาตามจินก็ได้ ....แต่ว่ามันไม่เป็นดังคิด เพราะพอจินขับมาส่งเขาที่ร้าน สโนว์ดร็อป จุนโนะก็เห็นว่ายามะพีนำรถมาจอดตรงกันข้ามกับร้านที่เขาทำงานอยู่
คิ้วเรียวสวยขมวดจนแทบจะผูกเป็นโบว์เพราะความสงสัย ทำไมยามะพีถึงมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ล่ะ ถ้าจะตามจินจริงๆ ก็น่าจะขับรถตามไปซิ แต่นี่ทำไม....

จุนโนะเห็นยามะพีเดินเข้าไปในร้านกาแฟที่อยู่ตรงกันข้ามกับร้านของเขา ร่างสูงโปร่งนั่งมองเขาจากกระจกสีชา เห็นได้ชัดแจ้งทีเดียว จุนโนะทำงานไป สักพักก็เหลือบไปมองฝั่งตรงกันข้ามสักทีหนึ่ง ยามะพียังอยู่ มองออกไปครั้งใดร่างของชายคนนั้นก็ยังอยู่ หนำซ้ำยังมองเข้ามาในร้านดอกไม้แห่งนี้ด้วย
“จะเอายังไงกันแน่นะ” จุนโนะเผลอพูดออกมา ทำให้คุณเอมิเจ้าของร้านชะงักงานที่ทำ เงยหน้ามองเด็กหนุ่มลูกจ้าง เมื่อเห็นสายตาที่จุนโนะมองเข้าไปยังฝั่งตรงกันข้าม
“หิวกาแฟก็ไปกินก่อนก็ได้นะ จุนโนะ” เธอเอ่ยออกมาด้วยความใจดี ตีความหมายของจุนโนะผิดไปนิดหนึ่ง แต่กระนั้นเด็กหนุ่มก็ยังค้อมหัวรับคำ เขาเอ่ยคำขออนุญาตแล้วก็ออกมาเดินรีรออยู่หน้าร้านแป๊บหนึ่งก็ตัดสินใจได้ในเดี๋ยวนั้น
เดินฉับๆ ข้ามถนนเข้าไปในร้านกาแฟอย่างไม่รีรอ

........................

ร่างสูงโปร่งอมยิ้มเมื่อเห็นจุนโนะสุเกะเดินเข้ามาหา เขาผายมือไปที่เก้าอี้ตรงหน้า ทำนองชวนให้นั่งด้วยกัน แต่จุนโนะก็ยังคงหยุดยืนไม่ยอมนั่ง
“คุณต้องการอะไรจากผม?” เป็นคำแรกที่จุนโนะเอ่ยออกมา
“นั่งก่อนเด่ะ กินกาแฟกันก่อน” ยามะพีชี้ไปที่เก้าอี้ตัวเดิม
“ผมไม่อยากดื่มกาแฟ”
“อ้าว...อ้าว! แล้วน้องมาหาพี่ทำไมมิทราบ?”
“มาพูดกันให้รู้เรื่อง คุณตามผมมาจากคอนโด.. แล้วก็มานั่งมองผมจากตรงนี้ ผมอยู่ในร้าน มองเห็นนะครับ ต้องการอะไรกันแน่คุณยามะชิตะ?”
“เปล่านิ...” เสียงตอบปฏิเสธมาจากร่างบาง ซุ่มเสียงกวนอารมณ์เหลือเกิน
“แต่... อย่าบอกนะว่าไม่ได้ตามผมมาน่ะ” จุนโนะทรุดตัวลงนั่ง เพราะคิดว่าเรื่องนี้คงจะอีกยาว
ยามะพียักคิ้ว กระดิกนิ้วเรียกบริกรมาสั่งกาแฟเย็นปั่นให้จุนโนะ
“ราดคาราเมลด้วยนะ” เขาสั่งเสร็จสรรพ จนจุนโนะอ้าปากค้าง

...ยามะพีสั่งกาแฟราดคาราเมล ของโปรดของจุนโนะเสียด้วยซิ...

กำลังจะขยับปากถามอยู่แล้วเชียวว่า ยามะพีรู้ได้ยังไงว่าเขาชอบกินแบบนี้ แต่ไม่ต้องถามให้เสียเวลา ยามะพีอมยิ้มแล้วก็บอกเองว่า
“ดูหน้าก็รู้ว่านายต้องชอบกินแบบนี้....” เมื่อเห็นจุนโนะนิ่งอึ้ง ก็ได้ใจรีบบอกต่อ
“อ้อ...ลืมบอกไปว่า ฉันเรียนจิตวิทยามา สาขาที่ถนัดก็นั่นเลย...อ่านใจคน”
“เหรอครับ...งั้นทำไมอ่านใจผมไม่ออกว่า ไม่อยากให้คุณมาตามรังควาน ไม่อยากให้คุณมายุ่ง ทำไมไม่อ่านใจตัวเองว่า คุณกำลังทำให้ผมและจินไม่สบายใจ”
“อือมมม...พูดจาเป็นผู้ใหญ่ดีมาก แต่ฉันอ่านใจนายออกนะ ว่านายน่ะ หวงจิน และก็กลัวว่าฉันจะมาซิวคนรักของนายไปซะ” คนพูดพูดไปพลางมองหน้าคนฟังไปด้วย จับสังเกตสีหน้าของจุนโนะออก
“ผมไม่ได้หวงจินซะหน่อย” จุนโนะปฏิเสธ สั่นหน้าแรงๆ ... เมื่อบริกรนำกาแฟปั่นมาเสิร์ฟให้ เขาจึงหยุดเว้นวรรค และจากนั้นก็บอกต่อว่า
“ทำไมผมต้องหวงเขาด้วย ในเมื่อจินเขาเลิกกับคุณแล้ว”
“ก็เพราะนายชอบเขาง่ะเด่ะ มองตาก็รู้ เอางี้มั้ย...ถ้านายชอบจินก็เก็บเขาไว้ให้ดีก็แล้วกัน ส่วนฉันก็ง่ะนะ...” ยามะพีหยุดพูด ยื่นหน้าข้ามโต๊ะมามองหน้าเด็กหนุ่มเขม็ง
“ส่วนฉันก็อยากจะหาอะไรเล่นสนุกๆ ระหว่างปิดเทอมก่อนกลับไปเรียนที่โน่น ...ก็เท่านั้น...แหม...นี่ถ้าไม่เจอจินเมื่อวันก่อนง่ะนะฉันก็ไม่มีความคิดแบบนี้หรอก และยิ่งมาเจอหน้านายละอ่อนอย่างงี้ ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่..อยากจะเอาจินคืน ได้ป่าว?”
“..............”

จุนโนะนิ่งเงียบ อ้าปากค้าง ไม่คิดว่ายามะพีจะพูดอะไรออกมาตรงๆ ทื่อๆ แบบนี้
“ไงเรา? เงียบไปเลย ...เอ้า...กิน...กิน..กินซะกาแฟปั่นของโปรด...หรือว่าจะชนแก้วกัน...เอ้า....”
ยามะพียกแก้วขึ้นชูตรงหน้า แต่คนที่นั่งนิ่งอึ้งอย่างจุนโนะไม่มีแรงยกแก้วกาแฟขึ้นชนด้วยหรอก
“ผมคงต้องกลับไปทำงานแล้วล่ะครับ...” เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนโดยที่ไม่ได้แตะแก้วกาแฟแต่อย่างใด ยามะพีหัวเราะหึๆ มองแก้วกาแฟและเงยหน้าจุนโนะสลับกัน
“แล้วไม่ดื่มกันหน่อยเหรอ?”
“ไม่ละครับ”
“แล้วเรื่องที่เราตกลงกันล่ะ?”
“ผมยังไม่ได้ตกลงอะไรกับคุณเลยนะครับ?” จุนโนะหันมาทำหน้ามุ่ย ขาที่เตรียมจะออกไปจากตรงนั้นชะงัก ยามะพีพูดเสียงเนิบๆ มาให้ได้ยินว่า
“ก็เรื่องที่ฉันขอจินคืน...”
“นั่นมันเรื่องระหว่างคุณกับจิน ผมไม่มีสิทธิ์อะไรไปหวงห้าม ถ้าจินเขาจะกลับไปหาคุณก็...แล้วแต่เขาซิครับ...”
“นี่หมายความว่า นายไม่หวงจิน ไม่สนใจว่าเขาจะหันมาคบกับฉันอย่างเดิมหรือไง?” ยามะพีถามอีกครั้ง จุนโนะหันหลังให้ ยืนกัดปากนิ่ง หัวใจยามนี้ชักจะเริ่มปั่นป่วน

ความจริงเมื่อยามะพีถามออกมาแบบนี้ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วนก็คือ....เขาไม่อยากเห็นจินอยู่กับคนอื่นเลย... ไม่รู้เหมือนกันว่า จินทำให้เขาเป็นคน “ติดจิน” ไปตั้งแต่เมื่อไรกัน ....หัวใจเต้นถี่รัว และท้ายสุดก็เจ็บจี๊ดขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

ยามะพีบอกว่าจะเอาจินกลับคืน... แล้วจินล่ะจะยอมมั้ยนะ...

...จุนโนะเชิดหน้าขึ้น บอกกับตัวเองว่า

<<<...จินรักเรานี่นา พูดอยู่ทุกคืน ทุกวัน ว่ารักจุนโนะ...จะกลับไปหาคนอื่นได้ไง และอีกอย่างจินก็บอกเองว่า ไม่ได้คบกับยามะพีจริงจังนี่นะ...จะกลัวไปทำไมกัน...>>>

“บางทีนะ จะไปเยี่ยมที่บ้านอย่างวันนั้นอีก จุนโนะคุยสนุกนะ ฉันชอบ” ว่าเข้านั่น แถมยักคิ้วให้อีกต่างหาก จุนโนะไม่เข้าใจผู้ชายคนนี้เลยสักนิด แต่กระนั้นใจก็ยังยืนยันความรู้สึกเดิมที่เคยเจอกับยามะพีเมื่อวานว่า ...ไม่น่าเป็นคนมีพิษมีภัยกับใครนี่นะ.....

********************

จินขยันมองร่างโปร่งที่นั่งขยับตัวยุกยิกอยู่เคียงข้าง วันนี้เขาพาจุนโนะไปหาแม่ และพาไปเยี่ยมพี่สะใภ้ที่ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล ขากลับก็ช่วยกันหอบเอาของกินของใช้เข้าบ้าน เย็นนี้จุนโนะดูเงียบขรึมผิดปกติ สายตาที่ทอดมองเขานั้นก็ออกทอประกายประหลาด จะว่าดื่มด่ำในตัวเขาก็ไม่เชิง มันเหมือนกับมีอารมณ์ระแวงแอบแฝงอยู่
จนท้ายสุดเมื่อขึ้นมาที่ห้องพักแล้ว จินจึงฉวยแขนจุนโนะเอาไว้ ก่อนที่เด็กหนุ่มจะปลีกตัวเข้าห้องนอน

“วันนี้นายดูแปลกไปนะ เงียบผิดปกติ บอกมาซะดีๆ ว่าเคืองอะไรฉันหรือเปล่า?” จินถาม
“เปล่านี่ฮะ...”
“ไม่เชื่อหรอก...”
“ไม่เชื่อก็อย่าเชื่อ” จุนโนะทำปากยื่น แล้วย่นจมูก จินอดใจไม่ไหว จุ๊บปลายจมูกเบาๆ แล้วก็กอดร่างนุ่มเอาไว้ทั้งตัว
“บอกเถอะนะ มีอะไรกันก็บอกได้นี่ อย่าให้เราต้องเข้าใจผิดกันเลย” จินร้องขอ เห็นเด็กหนุ่มเม้มปาก แล้วจากนั้นริมฝีปากอ่อนนุ่มของจุนโนะก็เผยอถ้อยคำทั้งหมดออกมา

..........................................

จินถอนหายใจเฮือก เมื่อจุนโนะเล่าจบ เขาก็บ่นงึมงำถึงยามะพี
“ยุ่งไม่เลิกเจ้าหมอนี่...”
“เขาบอกว่าจะกลับไปหาคุณ” จุนโนะเล่าต่อ จินฟังแล้วก็ต้องกรอกตาขึ้นบน ส่ายหน้าอย่างเร็ว
“ไม่มีทาง...เรื่องตลกทั้งนั้น จุนโนะเชื่อใจฉันซิว่า ฉันไม่มีใครนอกจากนายคนเดียว”
“ผมก็........” เด็กหนุ่มหัวเราะออกมา ไม่ตอบว่าอะไรมากกว่านั้น บอกไปก็เท่านั้น อดีตของจินจะเป็นอย่างไร เขาคงไม่เก็บมาคิด แม้แต่อดีตของตัวเอง จินยังไม่เก็บมาใส่ใจ ...เพราะฉะนั้น...ต่างคนต่างลืมอดีตของกันและกันจะดีกว่า

จุนโนะสอดแขนรอบเอวจิน ซบหน้าหวานกับแผ่นอกกว้าง หนุ่มน้อยถอนหายใจออกมาเบาๆ นาบริมฝีปากสีสด กดจูบกับแผงอกของชายหนุ่ม
“ผมไม่เก็บมาคิดมากหรอกครับ เรามั่นคงต่อกันก็น่าจะเพียงพอแล้วใช่มั้ยครับ?”
“อืมมม...จริงด้วยสินะ...เพราะงั้น อย่าเก็บเอาเจ้ายามะพีมาถือสาเลย หมอนั่นก็ชอบแกล้งคนให้หัวปั่นไปวันๆ เท่านั้นเอง..”
“ครับ จิน...” จุนโนะพยักหน้า พอเงยหน้าขึ้น ก็เลยถูกจุ๊บปากไปหนึ่งที จินดันร่างจุนโนะออกห่างนิดหนึ่ง แล้วมองกวาดไปทั่วตัว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นตรงมุมปาก
“ไปอาบน้ำกันดีกว่า...”
“เอ๋??”
“น่านะ....อาบน้ำให้สดชื่น จะได้กินข้าว แล้วก็ต่อด้วยของหวาน ...จุนโนะต้องเป็นของหวานของฉันนะ” จินพูดพร้อมกับหรี่ตาเซ็กซี่ ความหมายในดวงตานั้น ...จุนโนะเห็นแล้วอดอายหน้าแดงไม่ได้ ไม่แคล้วตกเป็นของหวานของจินอีกตามเคย...

********************************

ระหว่างปิดเทอม จินต้องเดินเข้าๆ ออกๆ ระหว่างคอนโดฯ กับบ้านแม่ และบริษัทที่ซาโตชิ พี่ชายเป็นเจ้าของอยู่ ได้เรียนรู้งานของพี่ชายระหว่างว่างแบบนี้ ทำความพอใจให้กับซาโตชิมาก...
“จะได้เอาอ่าวกับเขามั่ง” พี่ชายพูดอยู่บ่อยๆ
“ผมไม่เหลวไหลหรอกน่า” จินพูด ทำหน้างอ พี่ชายมองแล้วก็หัวเราะ เขาเขียนอะไรบางอย่างบนสมุดเช็ค จากนั้นก็ร่อนลงตรงหน้าจิน
“อะไรฮะ?” จินถาม
“ค่าจ้างนาย”
“โห...มาทำงานได้อาทิตย์เดียว ให้ตั้งเท่านี้” จินมองจำนวนเงินตาโต สีหน้าสดใส เบิกบานขึ้นมาเห็นๆ
“มีพี่ชายใจดีก็เจ๋งแบบเนี้ย” ชายหนุ่มยิ้มแป้น พับเช็คเก็บเข้ากระเป๋า นึกเล่นๆ ว่าจะเอาไปซื้ออะไรให้คู่รักดีนะ...
ซาโตชิเห็นหน้าน้องชายแล้วก็รู้ทัน เขาเดินมาตบบ่าจินดังป้าบ
“จะเอาไปซื้อของให้แฟนล่ะซิ ทำหน้าเคลิ้มฝันแบบนี้น่ะ?”
“เท่อ...รู้ทัน”
“ว่าแต่ชีวิตคู่ของนายน่ะ เป็นไงมั่ง?”
“สุดยอด!!” จินชูหัวแม่โป้ง ยิ้มแก้มปริ จนคนถามต้องลอบถอนใจดังเฮ้อ...
“เผื่อความผิดหวังเอาไว้มั่งก็ดีนะจิน” พี่ชายเตือนสติ แต่จินทำหน้าเบ้
“ไม่หรอกพี่ซาโตชิ ผมรักจุนโนะหมดใจ เทใจให้ทั้งดวง ทำไมผมต้องเผื่อเอาไว้กับความผิดหวังด้วย ตอนนี้จุนโนะก็รักผมแล้วนะ ผมว่า...เขาเองก็รักผมไม่น้อย”
“ดูนายมั่นใจมากเลยนะ นายไปล่วงรู้หัวใจของคนอื่นได้ยังไงหา?” ซาโตชิหยิบไลท์เตอร์มาจุดบุหรี่สูบ พ่นควันออกมา
“บุหรี่ไม่ดีต่อสุขภาพ” จินพูดค่อนขอด โบกมือไปมา ไล่ควันบุหรี่ที่พี่ชายพ่นใส่เขา
“นายมั่นใจต่อหัวใจของแฟนนายได้อย่างนั้นมันก็ดี แต่ความรักของพวกนายมันจะยั่งยืนง่ะหรือ ผู้ชายกับผู้ชาย ถ้าสักวันหนึ่งนายเจอกับคนที่จะเป็นแม่ของลูกนาย แล้วจุนโนะล่ะ จะเอาไปไว้ที่ไหน?”
“ผมไม่มีหรอก ผู้หญิงคนไหนๆ ก็สู้จุนโนะของผมไม่ได้...ลูกน่ะไม่มีก็ได้ ผมก็มีหลานอยู่แล้วทั้งคน ว่าแต่พี่เหอะ รีบปั๊มลูกออกมาให้แม่เชยชมเยอะๆ จะดีกว่านะ อย่ามาหวังลูกของผมเลย...มีแค่หลานที่น่ารักก็พอแล้ว” จินพูดอย่างมั่นใจ เขาลุกขึ้น สีหน้าเคร่งขรึม ยกมือขึ้นร่ำลาพี่ชาย แต่กระนั้นก็ยังได้ยินเสียงซาโตชิลอยลมมาว่า
“ฉันหวังดีกับแกนะจิน...”
“ครับ...ผมรักพี่นะซาโตชิ แต่หนทางรักของผมน่ะ ขอให้เป็นไปตามที่ผมกำหนดจะดีกว่าฮะ ไปล่ะพี่ชาย เดี๋ยวต้องไปรับจุนโนะอีก....” จินปิดประตูตามหลัง .........

ไปแล้วซินะ น้องชายคนเดียวของซาโตชิ ....
ชายหนุ่มกดบุหรี่กับที่เขี่ย เสียงของจินยังก้องอยู่ในหู

........ผมรักจุนโนะหมดใจ เทใจให้ทั้งดวง....

ให้ตายซิ...ไม่คิดว่าจินจะเครซี่เอามากมายขนาดนี้ ... หนุ่มน้อยคนนั้น เจ้าของดวงหน้าหวานซึ้ง ดวงตาเรียวรีแจ่มใส น่ารักขนาดนั้น ทำไมจินจะไม่หลงรัก...แต่เขาไม่ชอบเลยที่จินทุ่มหัวใจจนหมดแบบนั้น......

...เป็นห่วงหรอกนะ ถ้าความรักนั้นไม่ยั่งยืน หากเกิดอะไรขึ้นในภายหน้า จินจะปีกหักกลับมาในสภาพไร เขาเองไม่อยากจะคิด...หวังแต่เพียงว่า ขอให้จินจะโชคดีแบบนี้ตลอดไปก็แล้วกัน

*******************************

“จุนโนะ...” เสียงเรียกชื่อของตัวเอง ทำให้ร่างสูงที่กำลังง่วนกับการพรมฉีดป็อกซี่ใส่ช่อดอกไม้หยุดมือค้าง จุนโนะหันมามองคนเรียก ก็พบกับคุณเอมิ เจ้าของร้าน มองเขม็งที่ประตูทางเข้าร้าน
“นั่นใช่คนที่มองเธอจากร้านกาแฟหรือเปล่า?”
จุนโนะมองตามมือชี้ เห็นคนที่เอมิพูดถึงแล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือก

....ยามะพี.....

มาอีกแล้ว นี่เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วนะ สามหรือสี่ที่ยามะพีพยายามมาป้วนเปี้ยนใกล้กับเขา...จุนโนะไม่สบายใจเลย ตลอดเวลาที่ได้รู้จักกับผู้ชายคนนี้
“เขามาหาเธอหรือเปล่าจ๊ะ ออกไปดูทีรึ?”
“ครับ...”
จำต้องวางงานที่ทำ จุนโนะเปิดประตูออกไปพบกับร่างโปร่งที่กำลังยิ้มแย้มให้อย่างคนไม่มีอะไรติดค้างในใจ

<<<<...บ้าจริง ...ทำเหมือนเป็นเพื่อนกับเรามานานแรมปีแล้วงั้นแหล่ะ...>>>>

จุนโนะทำหน้ามุ่ย มองยามะพีด้วยสายตามีคำถาม แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา รอจนอีกฝ่ายเดินยิ้มแห้งๆ มาหยุดยืนตรงหน้า
“หวัดดีจ้า...” ยามะพีโบกมือไปมา ทักทายอย่างร่าเริง
“มาทำไมครับ?” จุนโนะพยายามพูดให้ดุสุภาพที่สุด แต่กระนั้นหางเสียงก็ยังแกว่งๆ แบบไม่ไว้ใจชายหนุ่มตรงหน้า
“จะชวนไปเที่ยวน่ะ หาซื้อของให้จิน”
“หือ?....” จุนโนะอ้าปากหวอ ไม่คิดจริงๆ ว่ายามะพีจะมาชวนเอาตรงๆ แบบนี้ ฟังดูไร้เหตุผลสิ้นดี
ยามะพีหัวเราะคิก แล้วก็พูดอย่างขึงขังว่า
“นี่อย่าบอกนะว่า ไม่รู้ง่ะ...”
“อะไรครับ?”
“ก็วันนี้วันเกิดจินน่ะซิ”
“วันเกิดจิน!!” คราวนี้จุนโนะเบิกตากว้าง ถามเสียงสูงปรี๊ด...
“วันนี้น่ะเหรอครับ วันเกิดของจิน?”

อันนี้ไม่รู้จริงๆ นะ ไม่เคยรู้เลย ...วันเกิดของจินเหรอ?...เอ...เรื่องแบบนี้ไม่เคยคุยกันซะที

ยามะพีย่นจมูกใส่เขา แล้วพูดเกทับว่า
“อะไรฟะ? เป็นคนรักประสาอะไร ไม่รู้วันเกิดแฟนตัวเอง นายนี่แย่ชะมัดเลย”
จุนโนะได้แต่ก้มหน้านิ่ง กัดปากตัวเอง จะแก้ตัวก็คงไม่ได้ เพราะเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับจินมากนัก และยังสงสัยด้วยว่า จินจะรู้เรื่องของเขาด้วยหรือเปล่า

“ไปด้วยกันนะ จะช่วยเลือกด้วย ฉันจะให้สร้อยจิน เล็งจี้รูปมงกุฎไว้แล้ว จินชอบ นายล่ะ?”
“หะ...หา?...เอ่อ...” จุนโนะอึกอัก จินชอบอะไรล่ะ เอ...อะไรดีล่ะ จะซื้ออะไรให้จินดีนะ
“ไปเหอะ?”
“แต่ผมยังต้องทำงานต่อนะครับ?” จุนโนะปฏิเสธ แต่อีกฝ่ายดีดนิ้วดังเป๊าะ แล้วก็เดินดุ่มเข้าไปในร้าน สโนว์ดร็อป จุนโนะเห็นเขาพูดคุยอะไรกับเอมิสักครู่ก็เดินหน้ายิ้มกริ่มมาหา คล้องแขนจุนโนะอย่างสนิทสนม
“ไปโลด...ฉันขออนุญาตเจ้าของร้านให้นายแล้วล่ะ จุนโนะ”
“ทำไมผมต้องไปกับคุณด้วยนะ?” จุนโนะยังไม่วายบ่น แต่ตัวก็ปลิวไปตามแรงฉุด

จุนโนะถูกฉุดไปเข้าห้างโน้น ออกห้างนี่ตลอดเวลา ยามะพีให้ความเป็นกันเองกับเขามาก และเมื่อชายหนุ่มรั้งเขาไว้ให้หยุดที่ร้านขายเครื่องประดับอิมพอร์ตมาจากฝรั่งเศส จุนโนะจำต้องหยุดตาม
ยามะพีสูดปาก ชี้ไปที่ตู้โชว์หน้าร้าน เขาเห็นจี้ทองคำขาวส่องประกายแวววาวมาจากกระจกโปร่งใส มันเป็นรูปมงกุฎแบบที่ยามะพีเคยพูดไว้ ด้วยความมั่นใจ เขาก้าวฉับๆ เข้าไปในร้าน ซื้อจี้มงกุฎอย่างไม่ต่อสักคำ จากนั้นดวงตากลมโตก็หรี่มองจุนโนะอย่างประเมินท่าที
“นายล่ะจะซื้ออะไรให้จิน...” เขาชี้ไปรอบๆ ร้าน ซึ่งเห็นแล้วจุนโนะก็ต้องกลืนน้ำลาย เขาไม่มีปัญญาซื้อของพวกนี้ให้คนรักหรอก ไม่ได้เตรียมเงินมาซื้อด้วย แถมเด็กหนุ่มยังคิดว่าจินจะชอบหรือเปล่ายังไม่รู้เลย....

“หือ? ว่าไงล่ะ เลือกซิ” เสียงอีกฝ่ายยังคะยั้นคะยอไม่เลิก จนจุนโนะต้องกลั้นใจ เดินออกไปจากร้านก่อน โดยมีร่างโปร่งของยามะพีถลาตามมาติดๆ
“ไม่ซื้อเหรอ?”
“ไม่ฮะ...ซื้ออยากอื่นดีกว่า” จุนโนะปฏิเสธ เดินลิ่วๆ นำหน้ายามะพีจนออกห่างร้านนั้น แต่พอมาถึงมุมถนน เขาก็ต้องเซเมื่อยามะพีคว้าแขนเขาเอาไว้ ชายหนุ่มดันร่างจุนโนะให้หันมา มองหน้าด้วยสายตาล้อเลียน
“นี่...ไม่มีเงินก็บอกมาเด่ะ”
“ใช่ครับ...ผมไม่มีเงินมากอย่างคุณนี่”
“ดี...ยอมรับออกมาตรงๆ ก็ดี งั้น...เอาที่ฉันนี่” ยามะพีกำลังจะควักบัครเครดิตออกส่งให้ แต่จุนโนะกลับผลักมือนั้นไปห่างๆ
“ไม่ล่ะครับ ขอบคุณ ผมขอซื้อเองดีกว่า”
“แล้วนายจะซื้ออะไรล่ะ”
“อันนั้นเป็นเรื่องส่วนตัวของผมกับจินนะครับ”
“ก็ฉันอยากรู้นี่นะ” ยามะพีทำเสียงอ้อน เขย่าแขนจุนโนะแรงๆ รวมทั้งสีหน้าก็ออกอาการอยากรู้เต็มที่ จุนโนะถอนหายใจเฮือก พยายามสลัดตัวออกจากคนคนนี้
“คุณยามะพี...ผมน่ะจะซื้อของขวัญให้จินเองนะครับ ขอร้องล่ะ อย่าทำอะไรแบบนี้จะได้มั้ย?”
“เฮ้อ.....ก็ได้...ก็ได้... นายคงไม่อยากจะไปไหนมาไหนกับฉันล่ะซิ อึดอัดใช่ม้า?”
“เอ้อ..ครับ จะว่างั้นก็ได้..”
“เชอะ...ก็ได้...งั้น ฉันฝากของขวัญนี่ให้จินก็แล้วกัน ไปล่ะ?” พูดเสร็จก็ยัดถุงของขวัญใส่มือจุนโนะ และด้วยความว่องไว ยามะพีทำแก้มป่องพองลมแถมค้อนให้จุนโนะทีหนึ่งแล้วก็หมุนตัวเดินฉับๆ จากไป ปล่อยให้อีกฝ่ายยืนงงด้วยความไม่เข้าใจอะไรในตัวชายหนุ่มคนนี้เลยสักนิด

จุนโนะมองถุงของขวัญในมือ ไม่เข้าใจเลยว่า ยามะพีจะมาฝากของขวัญที่จะให้จินกับเขาทำไมกัน ...ทำไมไม่ไปให้เองนะ

...จี้ราคาแพงแบบนี้ เขาเองสู้ไม่ได้หรอก ไม่มีทางหาเงินมากขนาดนี้มาซื้อของราคาแพงหูฉี่ให้จินหรอก...

และตอนนั้นเองที่จุนโนะเหลือบไปเห็นกระเป๋าใส่เงินหนังที่วางอยู่ในร้านขายของบุรุษตรงหน้า ....กระเป๋าเงินหนังสีน้ำเงินเข้ม ถึงจะไม่แพงเท่าของที่ยามะพีซื้อ แต่มันก็แพงเกินไปสำหรับจุนโนะอยู่ดี....แต่วันเกิดของจินนี่นะ และอีกอย่างเขาเคยเห็นกระเป๋าเงินที่จินใช้อยู่ก็เริ่มเก่าแล้วด้วย ...

จุนโนะกลับไปที่ร้าน ออกปากขอเบิกเงินล่วงหน้าจากคุณเอมิเจ้าของร้าน แลกกับการทำงานล่วงเวลาหลายอาทิตย์ แล้วแต่เจ้าของร้านจะกำหนด เพื่อที่จะนำเงินมาซื้อกระเป๋าหนังให้จิน.....

ดังนั้นเมื่อจินมารับเขากลับบ้านในเย็นวันนั้น จุนโนะจึงอิดๆ เอื้อนๆ และบอกว่า ต้องทำงานต่อจนกว่าจะสามทุ่ม และให้จินกลับบ้านก่อน เขาจะกลับเอง... แต่พอถึงเวลากลับบ้านจริงๆ จุนโนะก็พบว่ามีรถสปอร์ตของจินมาจอดคอยอยู่ก่อนแล้ว
ใบหน้าที่ยิ้มแย้มยามเห็นจุนโนะออกมาจากร้านทำให้จุนโนะดีใจมาก ยิ้มหวานต้อนรับการมาของจินอย่างเต็มที่
“หิวมั้ย จุนโนะ?” ชายหนุ่มถาม
“หิว...” จุนโนะลากเสียงอ่อย พลางลูบท้องตัวเอง
จินจึงวนรถเข้าไปจอดในร้านอาหารแห่งหนึ่งใกล้คอนโดฯ แต่จุนโนะแตะหลังมือของเขาไว้ และส่ายหน้า
“ไปทำกินที่คอนโดฯ ดีกว่าฮะ..ผมทำให้เอง...ไม่อร่อยแต่ก็อยากทำให้จิน...นะครับ?” เสียงอ้อนวอนแบบนั้น ทำให้จินใจอ่อน เขาจึงรีบออกรถพาคนรักกลับบ้านทันที

*************************

อาหารวางพร้อมแล้วบนโต๊ะ เป็นอาหารง่ายๆ เทมปุระสารพัดทั้งกุ้งและผักวางประชันกัน แถมยังแกงจืดร้อนๆ ที่ทำจากผงปรุงสำเร็จรูปจากซอง จุนโนะกับจินอาบน้ำเรียบร้อยแล้วจึงนั่งตรงกันข้ามกัน วันนี้พิเศษสุดๆ ตรงที่จุนโนะเปิดไฟสลัวสีเหลืองนวลเหนือโต๊ะอาหาร และหรี่ไฟทุกดวงที่อยู่ในห้องอีกด้วย
“เอ...วันนี้มีอะไรพิเศษหรือเปล่าน้า...” จินตั้งข้อสงสัย จุนโนะอมยิ้มแล้วก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องนอน สักพักก็กลับออกมาพร้อมกับซ่อนอะไรบางอย่างไว้ข้างหลัง เขาเดินมาหยุดข้างกายจิน
“วันนี้วันพิเศษของจินไงล่ะครับ แหม...ทำลืม...” จุนโนะยิ้มแป้น เขาโน้มร่างกอดจิน ก้มลงจุมพิตที่ข้างขมับ วางของขวัญสองกล่องตรงหน้าจิน และกระซิบเสียงเบาว่า
“สุขสันต์วันเกิดนะครับ...”
จินแหงะหน้ามามอง เขาเลิกคิ้วสูง และพึมพำออกมา
“วันเกิดฉันเหรอ?”
“อ้าว!! ไม่ใช่เหรอฮะ?” จุนโนะชะงัก ยืดตัวขึ้นตรง เสยผมที่ลงมาปรกหน้า จินหมุนร่างหาจุนโนะจับข้อมือเด็กหนุ่มเอาไว้
“เอ้อ...อ๋อ...ใช่...ใช่...วันเกิดของฉันเอง”
“ไม่จริงหรอก...ไม่ใช่วันนี้ใช่มั้ยครับ?” จุนโนะพูดเสียงสั่น ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ...นี่เขาโดนยามะพีหลอกงั้นหรือ?
ดูหน้าจินซิ ถึงจะพูดว่าใช่ แต่สีหน้าเมื่อแรกๆ นั้น ทำให้จุนโนะรู้เลยล่ะว่า มันไม่ใช่วันเกิดของจินจริงๆ

.......ยามะพี...ยามะพีหลอกเขาหน้าตาเฉย...หรือว่า เขาโง่ที่ยอมให้ยามะพีหลอกอย่างง่ายดายกันแน่นะ

“จินบอกมาเถอะ ว่าไม่ใช่...” จุนโนะเดินโผเผไปนั่งฝั่งตรงกันข้าม ไม่มีอารมณ์อยากจะกินอะไรแล้ว
“ใครบอกจุนโนะว่าวันนี้เป็นวันเกิดของฉัน?” จินถามออกมาตรงๆ
จุนโนะรู้สึกหดหู่ ใช่จริงๆ ด้วย มันไม่ใช่วันเกิดของจินจริงๆ ง่ะแหล่ะ
“เอ้อ...ช่าง..ช่างเถอะฮะ ผมดูวันผิด...”
“ฉันเกิดวันเดียวกับวันชาติอเมริกา” จินบอกตรงๆ และนั่นก็ทำให้จุนโนะขนลุกซู่
“4 กรกฎา...งั้นก็เลยมาแล้วซินะ”
“ใช่..สองเดือนที่แล้ว”
“ทำไมจินไม่บอกผม”
“ไม่รู้จะบอกยังไงนี่นะ วันนั้นเป็นวันที่ฉันชวนนายมาอยู่ด้วยครั้งแรก แต่นายปฏิเสธน่ะ” จินบอก
“ผมขอโทษ...” จุนโนะหลุบตาลงมองชามข้าวตรงหน้า

วันนั้นนั่นเอง...วันที่จินพาเขามาที่คอนโดฯ เป็นครั้งแรก แถมชวนมาอยู่ด้วยเสียอีก และเป็นวันที่จินจูบเขาอย่างดื่มด่ำอีกด้วย...วันนั้นนั่นเอง....วันเกิดของจิน

“ไม่เห็นเป็นไรนี่นา...จุนโนะให้ของขวัญฉัน...ฉันก็ดีใจสุดๆ ไปแล้ว อย่างน้อยนายก็ยังแคร์ฉันนี่นะ” จินยิ้ม และมองของขวัญสองชิ้น เขาถามว่าทำไมถึงมีสองชิ้น
“ยังไม่บอก...จินเปิดก่อนซิครับ” จุนโนะเร่ง

จินพึมพำขอบใจ พลางก้มมองของขวัญที่จุนโนะให้ เขาคลำดูกล่องแรก ยกของชิ้นน้อยมาดูแล้วก็เหลือบมองหน้าจุนโนะ
เด็กหนุ่มหน้าเสีย จินเลือกที่จะหยิบของขวัญที่ห่ออย่างดีจากร้านขายจิวเวลลี่ราคาแพงก่อน...
เมื่อจินเปิดของขวัญออกดู เขาก็ทำตาโตให้จุนโนะ...
ชูจี้รูปมงกุฎทำด้วยทองคำขาวให้อยู่ในระดับสายตา

“จินชอบมั้ยฮะ?” จุนโนะถาม ชายหนุ่มตรงหน้าพยักหน้ายิ้มให้อย่างอ่อนโยน
“ชอบซิ สวยมากเลยนะ”
“ชอบมากหรือครับ?” ถามย้ำให้แน่ใจ จินจึงชะโงกร่างข้ามโต๊ะ จุ๊บริมฝีปากจุนโนะเป็นการยืนยัน
“ชอบมากที่สุด แต่ว่ามันแพงนะ จุนโนะ...นายไม่ควรที่จะเสียเงินมากๆ เพื่อที่จะ......”
“มันไม่ใช่ของขวัญที่ผมซื้อให้จิน......” ร่างบางพูดอย่างแหบพร่า ก้มหน้าวูบ เพราะได้ยินจินทำเสียงหือ? ในลำคอ
“ไม่ใช่ของจุนโนะเหรอ?”
“เป็นของคุณยามะพีครับ เขาฝากมาให้”
“หา?” จินอุทานเสียงลั่น หดหน้ากลับไปนั่งแปะกับเก้าอี้
“ของยามะพี!! เฮ้อ...” จินรีบวางจี้ใส่กล่องตามเดิม เขาเห็นจุนโนะชี้ไปที่อีกกล่องหนึ่งซึ่งใหญ่กว่ากล่องแรก
“อันนั้นของผมต่างหากล่ะครับ”
“เอ้อ...เอ้อ...ขอบใจอีกครั้งนะจุนโนะ” จินรีบแกะอีกห่อทันที เขาเห็นกระเป๋าเงินหนังแท้นอนสงบนิ่งอยู่ในกล่องกระดาษธรรมดา
จุนโนะเหลือบมอง แล้วก็หน้าซีด พูดอ้อมแอ้มว่า
“มัน...เอ้อ..มันไม่ค่อยมีราคาเท่าไร สู้ของคุณยามะพีไม่ได้เลย...”

จินหยิบมันขึ้นมาอย่างทนุถนอม เหลือบมองจุนโนะแว่บหนึ่งแล้วก็จรดกระเป๋าใบนั้นกับปากของตัวเอง จุมพิตที่ออกมาจากใจ....ส่งต่อไปยังร่างที่นั่งเงียบของจุนโนะ ทำเอาเด็กหนุ่มหน้าร้อนซู่ หน้าแดงเข้มเพราะความดีใจ เขาเห็นจินลุกออกมาหาเขา วงแขนอบอุ่นวาดรอบตัวของเขา จากนั้นจินจึงซบศีรษะกับหน้าผากของจุนโนะ
“จุนโนะ...ถึงราคามันจะเทียบไม่ได้กับจี้ของยามะพี แต่ฉันก็รักมันมากกว่านะ เพราะจุนโนะให้ฉัน แค่นั้นมันก็ทำให้ฉันรักมันมากแล้วล่ะ”
“อื้อ.....จิน...” น้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยของหนุ่มน้อย หัวใจอ่อนยวบเมื่อได้ฟังประโยคนั้น ความน้อยใจเมื่อสักครู่ได้อันตรธานไปจนหมดสิ้น ....
จุนโนะเงยหน้าจูบปลายคางสากของชายหนุ่ม กระซิบเสียงเบาหวิวว่า
“ผมรักคุณนะครับ อะกานิชิ จิน...”

**********************

to be con

comment ที่นี่จ้า...

Hosted by www.Geocities.ws

1