TEAR of LOVE

 

Vol 17

***************************

เสียงคนคุยกันผ่านเข้ามากระทบโสตประสาทของคนนอนหลับตานิ่งบนฟูก คาเมะนอนพลิกร่างหันออกมาทางนอกประตูบานเลื่อนที่คุณป้าเปิดทิ้งไว้ ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ เขายังคงนอนซมเพราะพิษไข้ตลอดทั้งวัน ตื่นมาเพื่อที่จะกินข้าวต้มและกินยา จากนั้นก็นอนต่อไปอีก สำนึกรู้อยู่ตลอดเวลาว่า ยูอิจิเป็นคนพาหมอมาตรวจไข้ถึงบ้าน และคุณปู่ก็ไม่ได้ว่าอะไรด้วย
ดวงตาหรี่ปรือของคาเมะมองผ่านช่องประตูที่เปิดกว้าง เห็นคุณปู่ในชุดยูกะตะสีน้ำตาลกำลังชี้ชวนให้ชายหนุ่มในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์มองปลาคาร์ฟที่แหวกว่ายในบ่อข้างเรือนชาน ลมเย็นพัดเอื่อยๆ เข้ามาทางช่องประตู คาเมะไอออกมาเบาๆ อยากจะหันหลังนอนให้ประตูเหลือเกิน แต่อะไรบางอย่างทำให้เขาไม่อาจถอนสายตาจากใบหน้าของยูอิจิไปได้ ดวงหน้าเข้มมีร่องรอยของการแย้มยิ้มทุกคำพูดที่คุยกับคุณปู่ของเขา และนั่นก็ทำให้คาเมะขมวดคิ้ว

....ฮึ! ทำหน้าอ่อนโยนกับเขาก็เป็นด้วยซิ....

....ต้องการอะไรกันแน่นะ ที่มาทำดีด้วยนี่น่ะ อยากได้ตัวเขาก็ว่ามาซิ มาทำดีกับคนในบ้าน เชอะ! เค้ารู้ทันหรอกน่า...

คาเมะเผลอตัวแลบลิ้นใส่ร่างสูง แต่ก็เป็นขณะเดียวกับที่ยูอิจิหันมาเห็นเข้าพอดี เขายิ้มกว้างเมื่อเห็นลิ้นสีชมพูของคาเมะและใบหน้างอเง้านั้น
“อ๊ะ...คนป่วยตื่นแล้ว ถ้าจะค่อยยังชั่วแล้วซินะ” เสียงยั่วเย้าลอยตามลมมา และนั่นก็ทำให้ร่างบางรีบนอนหันหลังให้ทันที
“แค่กๆ” คาเมะไอออกมาอีก
“ไอแบบนี้ ต้องให้หมอมาฉีดยาที่ก้นอีกทีถ้าจะดี”
“ฮึ!” เสียงขึ้นจมูกของคาเมะดังลอดริมฝีปากออกมา ร่างในชุดยูกะตะลายดอกดวงสีเข้มดูบอบบางเหมือนสาวน้อยแรกรุ่น ทรวดทรงองค์เอวที่เห็นแต่ข้างหลัง ทำให้ยูอิจินึกไปถึงส่วนโค้งเว้าของผู้หญิง

“คาเมะนี่ ...ถ้าใส่หน้าอกไปหน่อยก็เหมือนเด็กสาวเลยนิ?”
เสียงพูดนั่น ทำให้คาเมะสะดุ้งกายเฮือก เพราะมันดังข้างๆ ตัวนี่เอง
“คนบ้า” หนุ่มน้อยสบถว่าคนที่ทรุดตัวลงนั่งข้างกาย มาเห็นเขาเป็นผู้หญิงแล้วจะมาจับปล้ำน่ะเรอะ...ไม่มีทาง...
“ไงเรา...อยากให้หมอฉีดยามั้ย?” ยูอิจิชะโงกตัวมามองใบหน้าด้านข้างของคาเมะ
“ไม่!”
“เอ...หรือว่าอยากให้ฉันฉีดให้”
“บ้า!”
“แต่ฉันอยากฉีดให้นี่” ยูอิจิพูดกลั้วหัวเราะ เริ่มก้มหน้าต่ำมาหา แต่ร่างบางพลิกตัวมาดันหน้ายูอิจิให้หันไปทางอื่น
“อย่ายุ่งกับผมได้มั้ย คนจะนอน ปวดหัว!”
“นอนมาทั้งวันแล้ว ไม่เบื่อมั่งเหรอ ไม่ลุกมารับแขกเลยนะ” เสียงตัดพ้อต่อว่า แต่ไม่จริงจังนัก
“แขกอย่างคุณน่ะ ทำความเดือดร้อนให้เจ้าของบ้านนะ รู้เอาไว้ซะด้วย พวกผมจะพักผ่อนมั่งก็มารบกวนอยู่ได้ คุณปู่น่ะแก่แล้วนะ คุณย่าก็ต้องนอนกลางวันยังต้องลุกมารับแขกอีก แล้วยังคุณป้าก็ต้องเหนื่อยมาหุงหาอาหารให้อีก คุณนี่ไม่เกรงใจเลยนะ....เฮ้อ...แค่กๆ” คาเมะพูดเสร็จก็หอบและไอออกมาอีก เล่นเอาคนฟังหัวเราะหึๆ

ยูอิจินั่งเหยียดขาสบายอารมณ์ ขณะที่คุณปู่ก็คุยกับคุณย่าแว่วๆ คาเมะทำปากยื่นน้อยๆ แล้วก็ตวัดค้อนขวับเมื่อไม่เห็นยูอิจิจะสะทกสะท้านอะไร
“เดี๋ยวกลับ...” ยูอิจิพูดขึ้นมา พลางมองหญิงชรากับชายชราช่วยกันริดกิ่งไม้ที่รกเรื้อในสวนหย่อมข้างเรือน เขาได้ยินเสียงคาเมะร้องออกมาว่า
“ก็ดี...”
ชายหนุ่มหันขวับมายิ้ม เขาลุกขึ้น มองไปซ้ายแลไปขวา และอาศัยความรวดเร็วฉกแก้มคนป่วยหนึ่งฟอดใหญ่
“เฮ้ย!”
คาเมะกุมแก้มร้อนฉ่าของตัวเอง ทำหน้าบึ้งแล้วก็คว้าผ้าห่มมาคลุมโปง
ยูอิจิยิ้มออกมาได้ ความตั้งใจเดิมที่จะกลับบ้านเป็นอันพับไป เมื่อเขาเดินไปหยิบกรรไกรตัดกิ่งไม้มาจากคุณย่า
อะไรบางอย่างทำให้เขาเปลี่ยนใจ และทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน
“มา...ผมช่วยฮะ...”

....................................

คาเมะแอบหันมามอง เขาเผยอกายขึ้นจากฟูก มองทั้งยูอิจิและคุณปู่ช่วยกันตัดกิ้งไม้ออก สองคนนั่นคงจะพูดกันอย่างถูกคอล่ะซิ ถึงได้หัวเราะกันร่วนแบบนั้นน่ะ
ไม่อาจถอนสายตาไปจากภาพนั้นได้อีกแล้ว คาเมะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง ดวงตาใสแจ๋วเผลอมองทุกอริยาบถของชายหนุ่มที่ทำความเจ็บช้ำให้เพื่อนรักของเขา และเป็นคนเดียวกับคนที่เขาตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่ขอเข้าใกล้อีก ...

...แต่ว่า...ยามนี้....
....ทำไมเขาไม่อาจละทิ้งสายตาไปจากยูอิจิได้เลยนะ....

...นึกว่าตัวเองในใจ ทำไมเขาถึงเป็นคนใจอ่อนได้ขนาดนี้นะ...

**********************************

รถคันหรูสีบรอนซ์ขับเข้ามาเทียบฟุตบาธหลังเวลาสี่โมงเย็น ....อะกานิชิ จิน ลงมาจากรถ แล้วมาหยุดยืนหน้าร้านขายดอกไม้แห่งหนึ่ง ซึ่งปิดป้ายในชื่อร้าน...

...สโนว์ดร็อป...

ภายนอกร้านแต่งด้วยสีขาวทั้งหมด รั้วไม้ระแนงเตี้ยๆ สีขาว มีเถาไม้เลื้อยออกใบและดอกชูช่ออ่อนไสว ตัดกับผนังกระจกใส เพ้นท์เป็นรูปเกล็ดหิมะกระจายไล่ตั้งแต่พื้นกระจกจนเกือบจะถึงครึ่งหนึ่งของวินโดว์ที่โชว์ช่อดอกไม้ต่างๆ ภายในร้านให้เด่นและน่ารัก
เสียงกระดิ่งดังกรุ๋งกริ๋งยามเมื่อชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไปในร้าน
“สวัสดีครับ สโนว์ดร็อป ยินดีรับใช้ครับ...” เสียงทักทายแจ๋วๆ ของหนุ่มน้อยคนหนึ่งดังขึ้นทันทีที่รู้ว่ามีแขกมาเยือน พร้อมๆ กับใบหน้าขาวใสของเจ้าของเสียงยื่นหน้ามาจากพุ่มดอกไม้ พอเห็นว่าเป็นใคร ใบหน้านั้นก็เปื้อนยิ้มกระจ่างสดใส แข่งกับดอกไม้ที่บานอยู่ตรงหน้า
“อ๊ะ...อ้าว..จินน่ะเอง...”
“มารับน่ะ จุนโนะ”
“เดี๋ยวเดียวฮะ ขอจัดช่อนี้ก่อน” จุนโนะยิ้มแล้วหดหน้ากลับไปง่วนอยู่กับงานตรงหน้า โดยมีหญิงวัยกลางคนยืนอยู่ตรงกันข้ามกัน และกำลังส่งยิ้มให้จิน
“สวัสดีครับคุณเอมิ” จินก้มหัวให้หญิงวัยใกล้ 50 ผู้เป็นเจ้าของร้าน
“ว่าไงจ๊ะรูปหล่อ” เสียงคุณเอมิทักตอบอย่างอารมณ์ดี แต่ก็แค่โบกมือที่กำลังถือกรรไกรตัดกิ่งไม้ให้เขา ใบหน้าใจดีที่ยิ้มแย้มนั้น บ่งบอกถึงความเป็นคนใจดีและอ่อนโยน มิเสียแรงที่ฝากฝังจุนโนะให้ทำงานด้วย
“เป็นไงฮะ จุนโนะของผม อู้งานหรือเปล่าครับ?” จินถาม ซึ่งคำตอบก็คือเสียงหัวเราะของหญิงกลางคนและรอยยิ้มอายๆ จากจุนโนะเมื่อคุณเอริอวดสรรพคุณของเขาว่า
“นอกจากไม่อู้แล้วยังขยันอีกต่างหาก มีไฟเยอะเชียวนะ หนูคนนี้น่ะ ไม่อยากเชื่อเลยนะว่าเด็กหนุ่มสมัยนี้เขาก็หันมาสนใจจัดดอกไม้ และปลูกต้นไม้ด้วยเหมือนกัน”
“จุนโนะเคยช่วยแม่จัดดอกไม้ขึ้นโต๊ะมาก่อนน่ะครับ ก็เลยพอมีแวว” จินอวดเข้าไปอีก
“นั่นน่ะซิ หัดอีกเดี๋ยวก็เก่งล่ะ”
“อืมม..ได้เวลาเลิกงานของจุนโนะแล้วนี่นะ เตรียมกลับได้แล้วมั้ง” คุณเอริพยักหน้ามาทางหนุ่มน้อยที่เธอรู้สึกถูกชะตาด้วย จุนโนะมองกองดอกไม้บนโต๊ะและก็หันมายิ้มให้จิน
“มาริโกะซังยังมาไม่ถึงเลยครับ ขอผมทำต่ออีกหน่อยค่อยเปลี่ยนเวร”
มาริโกะซังก็คือลูกจ้างอีกคนของร้านนี้ ซึ่งจะมาทำงานต่อจากช่วงเวลาของจุนโนะจนกว่าจะปิดร้านนั่นเอง

จินยืนหันซ้ายหันขวา มองมือที่ง่วนกับการจัดดอกไม้ของหนุ่มคนรักแล้วก็หัวเราะออกมา หน้าตาท่าทางของจุนโนะบ่งบอกถึงความตั้งใจในงานตรงหน้าอย่างมุ่งมั่น เขาก็เลยกระแอมออกมาพลางบอกว่า
“ได้ซิ จุนโนะ... งั้นฉันไปเดินเล่นแถวซูเปอร์มาร์เก็ตแถวนี้ก็แล้วกันนะ จะกลับก็โทร. เข้ามาละกันนะ”

หลังจากรอจุนโนะทำงาน จินก็เข้าไปในห้างแถวๆ นั้น เขาเห็นเสื้อยืดสีสะดุดตาเข้า ก็นึกถึงจุนโนะ เสื้อกล้ามสีเหลืองสดขลิบสีน้ำตาลรอบคอนั่นเหมาะจริงๆ จุนโนะชอบใส่เสื้อกล้ามซ้อนทับกันสองตัว และจินก็เห็นว่ามันเข้ากันได้ดีเหลือเกินกับรูปร่างเพรียวสมส่วนและผิวพรรณที่สะอาดหมดจดของจุนโนะ
เขาคลำเสื้อตัวนั้นพลางนึกไปถึงผิวสีขาวอมชมพูอันเกลี้ยงเกลาที่เขาเคยลูบไล้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แถมรอยจูบที่ฝากไว้เหนือไหล่มนของคนชอบใส่เสื้อกล้ามนั่นอีกล่ะ มันหอมหวานเหลือเกิน นึกๆ แล้วก็อยากลากจุนโนะกลับไปจู๋จี๋กันสองคนที่คอนโดฯ ซะแล้วซิ
“เอ้อ...จะรับตัวไหนดีคะ?” พนักงานในร้านเดินเข้ามาถาม หลังจากเฝ้ามองอะกานิชิ จิน ยืนลูบๆ คลำเสื้อกล้ามตัวนี้อยู่เป็นนาน
“อ๋อ...เอาตัวนี้ครับ แล้วก็ตัวนั้น..ตัวนั้น...และก็นั่นอีก” จินดึงเสื้อออกมาจากราวแขวนสี่ห้าตัว ตัวเดียวคงจะไม่พอเสียแล้ว จินจ่ายเงินเพลินเมื่อนึกไปถึงรอยยิ้มอันสดใสของคนที่เขารักยามที่ได้ใส่เสื้อพวกนี้

....................

จินเดินเข้าๆ ออกๆ ตามแผนกต่างๆ จนกระทั่งถึงแผนกซูเปอร์ เขาซื้อแต่อาหารสำเร็จรูปจนเกือบเต็มตะกร้า ประเภทที่ว่าใส่ไมโครเวฟแล้วก็จัดการได้เลย จุนโนะจะได้ไม่ต้องเหนื่อย
และขณะที่กำลังยืนเลือกซื้อแกงกะหรี่สำเร็จรูปอยู่นั้น...
“เฮ้!! จิ้นนนน....” เสียงเรียกไม่เบานัก ดังมาจากที่ไหนสักที่หนึ่ง จินหันไปมองน้ำเสียงคุ้นหูนั่น พอเห็นเจ้าของเสียงเขาก็ถึงกับชะงัก ดวงตาคมเบิกกว้าง แทบไม่อยากเชื่อว่า คนๆ นั้นจะมาปรากฏตัวตรงหน้า
“ยามะพี!!” จินงึมงำในลำคอ เมื่อพบกับเพื่อนที่เคยเรียนด้วยกันพักหนึ่งที่ฝรั่งเศส
“ไงเพื่อน งงเลยเรอะที่เจอเราที่นี่ง่ะ?” ยามะพีเอ่ยทัก หนุ่มน้อยหน้าตายิ้มแย้ม ดวงตากลมโตมีแววงดงาม ทอประกายสุกใส ดวงตาที่จินเกือบจะเผลอหลวมตัวหลงเสน่ห์เข้าให้ แต่ก็กลับมาญี่ปุ่นก่อนที่จะสานสัมพันธ์ต่อ แต่จินก็รู้ได้ดีว่า ยามะพีนั้นคิดกับตัวเองยังไง
“เอ้อ...กลับมาตั้งแต่เมื่อไร” จินถาม
ยามะพีเหลือบมองตะกร้าใส่อาหารที่จินถือแล้วก็อมยิ้ม
“พอสอบเสร็จก็มา นายล่ะจิน ปิดเทอมละซิ”
“อือ...”
“มาจ่ายกับข้าวด้วย?”
“อือ...เอ้อ...นาย...มาคนเดียวเหรอ?” จินถาม พลางมองไปรอบๆ ตัวของยามะพี แต่ก็เห็นร่างโปร่งบางยืนยิ้มเผล่อยู่คนเดียว
“ทำไมล่ะจิน มาคนเดียวแล้วไง ทำไมนายต้องทำหน้าผิดหวังด้วย คิดว่าฉันจะมากับหนุ่มที่ไหนเหรอ? ไม่มีหรอกน่า ฉันน่ะรักเดียวใจเดียว...” ยามะพีโบกมือขึ้นลง ยิ้มยั่วเย้าหนุ่มตรงหน้า ซึ่งเห็นได้ชัดๆ ว่าจินทำท่าทางไม่ค่อยอยากจะคุยกับเขาซะเท่าไร
ความจริงยามะพีเห็นจินเดินง่วนเลือกเสื้อกล้ามอยู่ที่ร้านเสื้อผ้าตั้งนานแล้ว แต่ที่ไม่ได้เข้าไปทักก็เพราะว่าอยากจะรู้ว่าจินซื้อเสื้อแบบใดนั่นเอง

“มาซื้อข้าวของคนเดียวแบบนี้ ขอไปกินข้าวด้วยคนได้เปล่า?” ยามะพีถาม
“ไม่ได้!” จินตอบทันควัน เรียกเสียงหัวเราะจากร่างบางหน้าสวยไม่เบาทีเดียว
“แหม...รีบตีกรอบกั้นเลยนะจิน... นายน่ะไม่เปลี่ยนเลยนะ กลัวฉันจะตื๊อหรือไง...รู้หรอกน่า ว่านายไม่เล่นด้วย อุตส่าห์ตามตื๊อแล้วก็นะ ใจแข็งเป็นบ้าเลย...แต่เอ... ว่าแต่ว่า ตั้งแต่กลับมาเรียนที่นี่แล้ว นายมีแฟนใหม่หรือยังเอ่ย?” หน้าสวยลอยหน้าลอยตาถามเหมือนเห็นเป็นเรื่องธรรมดา
“นายถามทำไมเจ้าพี”
“ก็ถามไปงั้นแหล่ะ อยากรู้ง่ะ ว่าพอเลิกจากฉันแล้วนายไปกิ๊กกับใครบ้าง?”
“กิ๊กบ้าง่ะซิ แล้วฉันกับนายก็เลิกคบกันตั้งนานแล้วด้วย?” จินชักยั้วะ ก็หน้างามแจ่มของเจ้าหมอนี่น่ะซิ ยังยิ้มยั่วไม่เลิก ก็ถูกส่วนหนึ่งล่ะ เขาเคยเกือบจะตกหลุมของยามะพีเข้าแล้ว แต่ก็ถอนตัวได้ทัน...

...เกือบเป็นแฟน แต่ไม่ได้เป็น แต่ก็เหมือนกับจะเป็น เพราะเคยเดทด้วยกันพักหนึ่ง...

“ฉันมีแฟนแล้ว” จินบอกตามตรง และนั่นก็ทำให้ยามะพีเลิกคิ้วเรียวขึ้นสูง
“จริงอ่ะ?”
“ฮื่อ”
“ผู้หญิงหรือชาย?” ยามะพีถามต่อ
“ผู้ชาย...”
“อ้าว..ไหนว่าไม่ชอบคบผู้ชายด้วยกันไง? ทีกับฉันนายยังปฏิเสธไม่ไว้หน้า ทีงี้ล่ะ...ฮึ!” ยามะพีทำแก้มป่อง งอนเต็มพิกัด จินยืนอึกอัก...นั่นคือความจริงอย่างไม่ต้องหลีกเลี่ยง

ตอนอยู่ที่ฝรั่งเศส เขาเคยถูกยามะพีตามตื๊อ หมอนี่เป็นหนุ่มน้อยเนื้อหอม ใครๆ ก็รุมตอม แต่ยามะพีชอบเขา ตามติดกับเขาคนเดียว จินเองก็ไม่เข้าใจว่า เพราะเหตุใดเขาถึงปฏิเสธการคบหากับหนุ่มคนนี้ ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยรังเกียจยามะพี เคยไปเดทด้วยกัน ...พอจะเริ่มก้าวข้ามขั้น เขาก็หยุดความสัมพันธ์เอาซะดื้อๆ ...เพราะเป็นผู้ชายด้วยกันละมังที่ทำให้เขาไม่กล้าคบหาด้วยสนิทใจ ....

“ผู้ชายคนนั้น คงจะเป็นคนที่เห็นแล้วทำให้นายเปลี่ยนใจได้ล่ะซิจิน...” ยามะพีพูดตรงกับความคิด จินจึงพยักหน้าอย่างยอมรับในคำพูดนั้น ยามะพีมีสีหน้าสลดไปวูบหนึ่ง
“อยากรู้จักบ้างจัง”
“อย่าเลย.. อย่าให้เขารู้จะดีกว่า ฉันขี้เกียจมานั่งอธิบาย” จินว่า
“ก็ไม่เห็นต้องอธิบายอะไรเลยนี่หว่า ก็แค่บอกว่าฉันมาตื๊อนายฝ่ายเดียวก็ได้นี่”
“ไม่เอา อย่าเลย” จินส่ายหน้าลูกเดียว
“แหม...ไอ้จิ้นนนน...นายนี่...ให้ตายเหอะ!”
“ให้ตายเหอะ! ยามะพี เลิกตอแยฉันซะที ฉันจะรีบซื้อของ ป่านนี้จุนโนะรอแย่แล้ว” จินเตรียมผละออก แต่มือบางกลับยึดข้อมือของเขาไว้แน่น แถมยังยื่นหน้ามาซะจนแทบติด
“อ้อ...ชื่อจุนโนะ..ะ..ะ....ะ..ะ”
“อย่ายุ่งน่าไอ้พี เราเป็นเพื่อนกันนะ” จินดันหน้ายามะพีออกห่าง ทำหน้าบึ้งใส่
“รู้แล้วน่า...หึ ...หึ...อยากเห็นหน้าหนุ่มคนนั้นจังว่าจะสวยสักแค่ไหนเชียว”
“ยุ่ง!”
“ยี่!!” ยามะพีย่นจมูกใส่ ซึ่งก็เป็นกิริยาที่จุนโนะชอบทำใส่เขาบ่อยๆ ยามะพีโผล่มาแบบนี้ ทำให้เขานึกถึงจุนโนะ เขาเองก็น่าจะรีบถอยห่างจากยามะพีได้แล้ว ไม่น่ามาเจอกันอีกเลย...

มือที่ยึดข้อมือของจินคลายออก ยามะพีขยับตัวยุกยิก แล้วก็กระแอมออกมาขณะถอยหลังห่างจากจินหลายก้าว เป็นทำนองเหมือนจะร่ำลา แต่ก็ยังไม่วายทิ้งระเบิดลูกย่อมเอาไว้ว่า
“แล้วจะไปเยี่ยมนะ..”
จินสะดุ้งเฮือก เขารีบหันหลังหนี แต่กระนั้นเสียงใสแจ๋วของอดีตคู่ควงก็ดังแหวกอากาศให้เขาสะดุ้งรอบสองว่า
“เน่...เน่...ฉันยังชอบนายอยู่น้าาาา...จิ้นนนน....”

*******************************

จุนโนะนั่งมองชายหนุ่มที่นั่งตรงกันข้ามกับเขา มองแล้วก็ต้องฉงนว่าทำไม วันนี้จินถึงได้ดูแปลกๆ ไปจากทุกวัน ตั้งแต่กลับมารับเขาตั้งแต่เมื่อตอนเย็นแล้วล่ะ ที่จินป้ำเป๋อๆ ผิดไปจากเดิม
“เฮ้อ....” เสียงจินทอดถอนใจในระหว่างทานอาหาร จุนโนะถือตะเกียบค้างเมื่อเห็นจินหลุบตามองชามข้าวของตัวเอง
“เป็นอะไรไปหรือเปล่าครับ จิน?” เด็กหนุ่มอดถามไม่ได้ ซึ่งจินก็รีบเงยหน้าขึ้นทันที
“อ๋อ...ปละ..ปล่าว...เอ้อ...ไม่มีอะไรหรอก”
“หรือฮะ? จินดูเหม่อๆ ชอบก้ล?”
“เหรอ?...อือ....”
“มีอะไรในใจหรือเปล่าครับ บอกได้นะฮะ” จุนโนะยื่นหน้ามาแตะหลังมือจินเบาๆ เขาคีบเนื้อย่างของโปรดของจินวางในชามให้ จินก้มลงมองแล้วก็สูดลมหายใจลึกก่อนจะบอกออกมาตรงๆ ว่า
“วันนี้เผอิญเจอเพื่อนเก่าสมัยอยู่ที่ฝรั่งเศสน่ะ แย่จัง...”
“ทำไมแย่ล่ะครับ?” จุนโนะเอียงคอถาม แต่สีหน้ายิ้มแย้มเป็นปกติ จินจึงกล้าที่จะเล่าให้ฟัง
“เรา...เอ้อ...เราเคยคบกันอยู่พักหนึ่ง พอเขาเริ่มก้าวข้ามขั้น ฉันก็หยุดความสัมพันธ์นั้นไว้ซะ”
“อ้าว!” คนฟังอ้าปากหวอ
จินส่ายหน้าแล้วก็คีบเนื้อย่างเข้าปาก มองจุนโนะก็เห็นอีกฝ่ายกำลังจ้องหน้าเขาเขม็ง
“ไม่อยากสานต่อ ฉันไม่ได้ชอบเขาแบบนั้น”
“แหม...แต่คบกันแล้วนี่นะฮะ ไม่ได้ชอบหรอกเหรอ?”
“เปล่า...แค่ลองดู”
“แล้วกับผมล่ะ? จินคิดจะสานสัมพันธ์ต่อมั้ย?” จุนโนะถามทีเล่นทีจริง เล่นเอาคนฟังอ้าปากค้างบ้าง
จินรีบวางตะเกียบ แล้วก็เดินมายืนหลังเก้าอี้จุนโนะ เขาโน้มกายลง วาดวงแขนรอบบ่าบอบบาง จากนั้นก็กระซิบข้างหูว่า
“เราสองคนเป็นยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ฉันไม่ทิ้งนายแน่ๆ สัญญา”
“อื้อ......เหรอฮะ?” หน้าแดงเข้มขึ้น จุนโนะรีบกลืนน้ำชา เขายิ้มกับถ้วยชาเมื่อจินคุกเข่าลงข้างๆ ชายหนุ่มหยิบเชอรี่สีสดส่งเข้าปากจุนโนะพลางบอกว่า
“ฉันไม่เคยรักใครเท่าจุนโนะคนนี้หรอกนะ...กับคนอื่นน่ะ ไม่มีอะไรด้วยหรอก...”
“ผม...ผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรหรอกครับ...แค่ถามดู เผื่อว่าจินจะกลับไปคืนดีกับเพื่อนคนนั้น ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร..คือหมายถึงว่า ผมไม่มีสิทธิ์ว่าอะไรได้นี่นา...”
“ไม่หึงเลยเหรอ?” น้ำเสียงคนถามเจือความผิดหวัง
จุนโนะจึงหัวเราะเบาๆ แล้วก็ก้มหน้าอายขณะบอกว่า
“หึงซิครับ...หึงแต่ไม่แสดงออกดีกว่า”
จินถอนหายใจเฮือก ทิ้งตัวลงนั่งทับส้นเท้าตัวเอง บ่นงึมงำออกมาว่า
“ฮึ! หึงให้เห็นมั่งก็ดีนะ...”

***********************

อะไรที่ว่าจะไม่หึงนั้น เป็นสิ่งที่จุนโนะก็ทำไม่ได้ ในเมื่อเย็นวันหนึ่ง หลังจากที่จินมาส่งจุนโนะที่คอนโดฯ แล้วก็บอกว่าจะรีบไปโรงพยาบาลเพราะพี่สะใภ้เริ่มเจ็บท้องใกล้คลอดแล้ว จุนโนะจึงอยู่ที่ห้องตามลำพัง
และในเวลาที่จินทิ้งห่างไม่นานนัก เขาก็ได้มีโอกาสต้อนรับแขกผู้มาเยือนคนหนึ่ง......

หนุ่มน้อยร่างสูงโปร่ง ผมสีน้ำตาลอ่อนที่เข้ากันได้ดีกับใบหน้าสวยหวาน ดวงตากลมโตนั้น เป็นสิ่งที่จุนโนะค้นพบว่า มันมีแววตาเป็นประกายเพียงใดยามที่ดวงตานั้นมองหน้าเขาเขม็ง ตอนที่มาเป็นประตูให้
“ไฮ...หวัดดี ฉัน..ยามาชิตะ โทโมฮิสะ จะเรียกว่าโทโมะก็ได้” เป็นประโยคแรกที่เอ่ยทัก พร้อมกับส่งสายตาล้อเลียนมาให้
ร่างนั้นอาศัยช่วงที่จุนโนะกำลังงง เปิดประตูค้างเติ่งอยู่นั้น เดินอย่างถือวิสาสะเข้ามาในห้อง ร่างโปร่งเดินสำรวจตรวจตรา โดยมีจุนโนะเดินตามมาติดๆ
“เดี๋ยวครับ! คุณเป็นใครกัน?”
“ฉันน่ะเหรอ?” ยามะพีหันมาทั้งตัว มือสองข้างล้วงกระเป๋าแล้วยื่นหน้ามาหาเจ้าของห้อง
“ฉันก็บอกไปแล้วไง ว่าชื่ออะไร นายคงเป็น จุนโนะสินะ?”
“คุณรู้จักชื่อผม?”
“ใช่...ใครจะไม่รู้จักชื่อแฟนคนใหม่ของคู่รักตัวเองล่ะ?” ยามะพีหดหน้ากลับไป และกระตุกยิ้มที่มุมปากเมื่อได้ยินเสียงจุนโนะอุทานออกมา
“หา...คุณ??”
จุนโนะมองยามะพีด้วยดวงตาเบิกกว้าง
คนนี้น่ะหรือ ที่จินเล่าให้ฟังเมื่อวันก่อน คนที่บอกว่าเคยคบกันสมัยก่อน....คนนี้น่ะเหรอ??
จุนโนะรู้สึกใจเต้นแรง รับรู้ได้เดี๋ยวนี้ว่า ...รูปร่างหน้าตาแบบนายยามะพีคนนี้ ไม่น่าเลยที่จินจะผละจากมาอย่างง่ายๆ เช่นนั้น

ร่างโปร่งของยามะพีมองไปรอบๆ ห้อง สายตาแสดงอาการชื่นชมในตัวห้อง จุนโนะเห็นเขาพยักหน้าขึ้นลงบอกความพอใจได้ดี

“อือ....ห้องน่าอยู่นะ ดูเป็นบ้านดี...เอ...กำลังทำอาหารอยู่เหรอ?” ยามะพีเดินเข้ามาในห้องแคนทีนเแคบๆ หมุนตัวสองสามทีก็ทำหน้ามุ่ย
“แคบจัง......อืมมม...นายนี่ดูเป็นแม่บ้านแม่เรือนดีนะ แบบนี้จินคงชอบ...” ยามะพีชี้ไปที่ร่างในชุดกันเปื้อนของจุนโนะ แล้วก็เดินปัดผ่านตัวของเด็กหนุ่มไป กำลังตรงรี่ไปที่ประตูห้องนอน แต่จุนโนะรีบเดินมาขวางเอาไว้ก่อนที่ยามะพีจะเอื้อมมาถึงลูกบิดประตู
“คุณไม่ควรเข้ามายุ่มย่ามบ้านคนอื่นแบบนี้นะครับ...ตอนนี้จินไม่อยู่ มีผมอยู่คนเดียว ถ้าคุณไม่มีธุระล่ะก็ ผมว่า......”
“นี่....ฉันรู้หรอกน่าว่าจินไม่อยู่ ก็ฉันรอให้เขาออกไปตั้งนานแน่ะ ถึงได้เข้ามา อยากดูหน้าคนรักของจินสักหน่อย อือมมม...ไม่เลวนะ รสนิยมจินดีเสมอ ฉันว่าฉันสวยแล้วนะ เจอนายฉันยังชิดซ้าย จินเขาชอบหน้าตาแบบนี้แหล่ะ สวยหวานเหมือนผู้หญิง...อยากรู้เหมือนกันว่า นายจะอยู่ให้ความสุขกับเขาได้นานแค่ไหนกันเชียว...” ประโยคสุดท้ายคนพูดย่นจมูกใส่หน้าจุนโนะ ยามะพีหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นจุนโนะหน้าตึง
แฟนคนสวยคนนี้ของจินท่าทางจะเริ่มโมโหขึ้นมาตะหงิดๆ เขาเองก็แค่มาเยี่ยม มายั่วเล่น ก็เท่านั้นเอง...ก็จินอยากแสดงท่าเฉยเมยกับเขาก่อนทำไมล่ะ อยากมาดูหน้าจุนโนะคนนี้ชัดๆ ว่าจะสะสวยสักแค่ไหน ...พอเห็นแล้วก็...เฮ้อ..อารมณ์อยากจะแกล้งคนชักผุดขึ้นมาซะแล้วซิ...
......อยากรู้เหมือนกันว่าสองคนนี้จะมีความหนักแน่นต่อกันสักแค่ไหน?....

ยามะพีเดินไปนั่งเหยียดขาที่โซฟารับแขก มองจุนโนะเดินหน้าเฉยเข้าไปในครัว สักพักก็ต้องเลิกคิ้วเมื่อจุนโนะเดินกลับออกมาพร้อมกับถาดน้ำชากาแฟในมือ
...เออ...แฮะ..ขนาดทำท่าไม่พอใจเขานะ แต่ก็ยังอุตส่าห์ไม่ลืมมารยาทเจ้าของบ้านที่ดี...

เด็กหนุ่มวางถาดกาแฟลงตรงหน้ายามะพี แล้วก็ถอดผ้ากันเปื้อนออก เผยให้เห็นเสื้อกล้ามสีขาวที่ใส่อยู่ด้านในซ้อนทับด้วยเสื้อกล้ามสีเหลืองเข้ม ก็เสื้อตัวเดียวกับที่ยามะพีเห็นจินซื้อที่ศูนย์การค้าเมื่อหลายวันก่อนนั่นแหล่ะ
“อือ...เสื้อตัวนี้ใส่พอดีเลยเนอะ จินนี่เข้าใจซื้อนะ” จู่ๆ ชายหนุ่มก็พูดขึ้นมา
จุนโนะก้มมองเสื้อของตัวเอง แล้วก็มองหน้ายามะพีสลับกันไปมา คนพูดก็เลยหัวเราะ ตบบ่าของจุนโนะเบาๆ
“อยากรู้ใช่ม้า...ว่ารู้ได้ไงว่าจินซื้อ ก็ฉันไปซื้อกับจินเองนั่นแหล่ะ ไม่ยักกะรู้ว่าจินจะซื้อให้นาย ไม่งั้นจ้างให้ก็ไม่เลือกตัวนี้ให้หรอก”
หย่อนระเบิดลูกย่อมดังตูม!!
ได้ผล จุนโนะผู้เยือกเย็นหน้าซีด...สีหน้าที่เรียบเฉยเมื่อสักครู่เริ่มเปลี่ยนมาเป็นแดงซ่านเพราะต้องข่มอารมณ์ไว้ แต่กระนั้นก็ยังเอ่ยปากออกมาว่า
“ขอบคุณครับที่เลือกให้ ผมชอบมันมากทุกตัวเลย ไม่คิดว่าเราจะรสนิยมตรงกัน”
“ก็แหงล่ะ ไม่งั้นจะมีแฟนคนเดียวกันได้เร้อ....”
“.........” จุนโนะหุบปากสนิทหลังจากได้ยินประโยคนั้นของยามะพี เขาทำได้แค่เพียงพยักหน้า แล้วหันหลังเข้าหาโต๊ะที่ใช้ทานอาหาร ทำเป็นจัดโน่นจัดนี่เพราะต้องการซ่อนสีหน้าของตัวเองเอาไว้จากสายตาของเพื่อนจินคนนี้
“นี่...บอกมาเหอะน่าว่าในใจอยากจะฉีกเสื้อทิ้งจะแย่..” ยามะพีตามมาพูดตอแยอีก
“ไม่หรอกฮะ...ก็จินซื้อให้ทั้งที่จะทำลายมันได้ยังไง” จุนโนะได้ยินเสียงยามะพีร้องเชอะเบาๆ เขาจึงเลือกที่จะเป็นฝ่ายเงียบ เพราะยิ่งต่อปากต่อคำ ยามะพีก็ยิ่งรุกไม่เลิก

.....หมอนี่เป็นใครกันแน่นะ มาถึงก็ทำตัวสนิทสนม ยั่วอารมณ์เขาได้เด็ดดวงจริงๆ ...

เมื่อต่างคนต่างเงียบกันสักพัก ยามะพีก็เริ่มอึดอัด จนในที่สุดก็ต้องเป็นฝ่ายลุกขึ้นยืน

“เฮ้อ....ฉันว่า ฉันไปดีกว่า จินคงอีกนานกว่าจะกลับ...เอ....หรือว่านายจะเหงา ฉันอยู่เป็นเพื่อนต่อดีมั้ย?
“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ!!” จุนโนะรีบสั่นหน้าอย่างเร็ว ทางที่ดีให้หมอนี่กลับไปซะเร็วๆ จะดีกว่า ก่อนที่เขาจะทนไม่ไหว กระแทกหน้าสวยนั่นให้กระจุย
“งั้นไปล่ะ อ้อ...แล้วจะมาคุยอีกน้า... นายนี่คุยสนุกจริงๆ เล้ยยย...ให้ตายซิ...คิก...คิก...” สิ้นเสียงก็สิ้นเงา พอจุนโนะหันมาอีกที ก็เห็นแต่หลังของยามะพีไวๆ เด็กหนุ่มรีบเดินไปล็อกประตูห้อง
จากนั้นก็ยืนพิงประตูหอบจนตัวโยนอยู่ตรงนั้น ด้วยอารมณ์ที่ยังขุ่นมัว แต่ก็ยังงงไม่หายว่ายามะพีตั้งใจมาป่วนอะไรกันแน่
......นี่น่ะเหรอ....คนที่จินเคยคบด้วย ช่างยั่ว กวนอารมณ์จริงๆ ....
ยามะพีเพียงแค่มาดูหน้าเขาเฉยๆ หรือว่าประสงค์อะไรกันแน่

....แต่ก็ดูไม่น่าเป็นคนที่มีพิษมีภัยอะไรนี่นะ...

.................................

ในขณะเดียวกัน ขณะที่ยามะพีกำลังลงลิฟต์มายังชั้นล่างนั้น เขาก็ต้องครุ่นคิด ขมวดคิ้วมุ่นมาตลอดทาง... แค่กะว่าจะมาขอดูหน้าคนรักใหม่ของจินเท่านั้น แต่ทำไมถึงได้เกิดอารมณ์อยากยั่วโมโหเด็กคนนั้นดูนะ
หน้าตาใสซื่อ หวานหยด งดงามแบบนั้น ทำให้ยามะพีอดอิจฉาไม่ได้ ความที่เคยคิดว่าตัวเองเป็นหนึ่งในเรื่องสวยงามของใบหน้าที่จินเคยต้องเหลียวมามองซ้ำสองตอนพบกันครั้งแรกมีอันต้องสั่นคลอนเพราะการได้เห็นหน้าของจุนโนะนั่นเอง
...............
มิน่าล่ะ ถึงได้ไม่ใยดีเขาแล้ว...แต่ความจริงจินกับเขาก็เลิกราต่อกันก่อนที่จินจะกลับมาญี่ปุ่นนี่นะ เขาจะมาโทษจุนโนะไม่ได้ แต่ก็นะ ถ้าไม่มีจุนโนะโอกาสที่ลมพัดหวนก็จะมีมากขึ้น....
ยามะพีทำแก้มตุ่ย ...เขาคงต้องหาโอกาสมาเยี่ยมจุนโนะบ่อยๆ ซะแล้วซิ ดูท่าหมอนั่นจะยั่วขึ้นไม่น้อยเหมือนกัน
.......หนอยทำหน้าเฉย แต่ก็รู้หรอกน่า ว่าใจเริ่มระแวงจินแล้วล่ะซิ.....
“ชริ.....ไอ้ไก่อ่อน เดี๋ยวจะแกล้งให้รีบกลับบ้านไม่ทันเลยคอยดูซิ” ยามะพีพูดกับตัวเองอย่างหมายมาด ร่างบางตรงดิ่งไปที่รถ ขับออกไปจากคอนโดฯ สุดหรูนั่น เลี้ยวขวับเข้าไปเที่ยวในสถานเริงรมย์ในยามราตรีอย่างครึ้มใจ....

************************************

จินกลับบ้านเมื่อดึกสงัด เขาค่อยๆ ไขกุญแจเข้ามาโดยปราศจากเสียง เกรงใจจุนโนะ ป่านนี้คงจะหลับไปแล้ว ก็มันเลยวันใหม่มาหลายชั่วโมงแล้วนี่นา
พี่สะใภ้คลอดบุตรชายเมื่อไม่กี่ชั่วโมงมานี้เอง ทุกคนในครอบครัวต่างก็มาอยู่พร้อมเพรียงกันที่โรงพยาบาล แม่ดูจะดีใจมากกว่าใครๆ ได้อุ้มหลานสมใจเสียที จินอยู่เป็นเพื่อนมารดาตลอดเวลา จนเมื่อทุกคนต้องกลับมาพักผ่อน จินจึงได้ขอตัวกลับบ้าน เป็นห่วงจุนโนะไม่น้อยทีเดียว ปล่อยให้นอนเฝ้าห้องคนเดียวแบบนี้ จุนโนะจะเหงาแค่ไหนกันนะ

ร่างบางนอนตะคุ่มในความมืด คงจะหลับแล้วสินะ จินเปิดไฟสลัวที่หัวเตียง มองร่างโปร่งบนที่นอน เขาเห็นผ้าห่มหลุดลุ่ยมาม้วนอยู่ที่บั้นเอวของจุนโนะ เสื้อกล้ามที่เขาซื้อให้ถูกถอดกองไว้กับพื้น จุนโนะนอนเปลือยท่อนบนหันหลังให้เขา จินกลืนน้ำลายดังเอื๊อก มองแผ่นหลังที่ขยับเป็นจังหวะของคนนอนหลับสนิท แล้วก็คิดว่าเขาน่าจะรีบอาบน้ำให้เร็วที่สุดจะดีกว่า จะได้มานอนกอดคนหน้าหวานเร็วๆ

...........................................

จุนโนะรู้สึกตัวตั้งแต่แรกที่จินเดินเข้ามาในห้องแล้ว แต่เขาไม่ได้หันหน้ามาดู เพียงแต่ลืมตาในความมืดนั่นเอง เมื่อจินเปิดไฟสลัว เขาจึงหลับตาลง รู้สึกดีใจที่ได้ถอดเสื้อยืดบ้าบอคอแตกนั่นออก ไม่เข้าใจว่าอารมณ์อยากจะฉีกเสื้อกล้ามนั่นทิ้งนั้น เขาเรียกว่าอารมณ์หึงหรือเปล่านะ......
สักพักจินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง คราวนี้ดับไฟหัวเตียงแล้วด้วย เนื้อตัวเย็นชื้นของจินเกาะแนบกับแผ่นหลังของจุนโนะ
......อ้อ...ไม่ได้ใส่เสื้อเหมือนกัน......

จุนโนะรู้สึกว่าจินทาบอกเข้ากับหลังของเขา แขนข้างหนึ่งพาดที่เอวคอด และลมหายใจอุ่นจัดรวยรินรดซอกคอ
“ราตรีสวัสดิ์จุนโนะ....” จินกระซิบข้างหู ต่อจากนั้นจุนโนะก็ได้ยินเสียงจุ๊บดังลอดปากบางของคนนอนซ้อนหลังเขาได้อย่างถนัด รวมถึงสัมผัสชื้นเปียกที่หัวไหล่ของตัวเองอีกด้วย
......ฮึ...ยังไม่หายโกรธนะ....เท่าที่ไม่ลุกมาถามไถ่เรื่องของยามะพีนั่นก็ดีเท่าไรแล้ว.......

คิดว่าจะนอนให้หลับ แต่จุนโนะก็ต้องกลั้นลมหายใจเมื่อรู้สึกว่ามือข้างที่พาดเอวของเขานั้น ไล้แผ่วเบาทั่วแผ่นอกเปลือย คลึงเคล้าที่ยอดอกเม็ดจ้อย บดคลึงจนเขานอนหายใจไม่ทั่วท้อง นี่ถ้าเขาหลับไปจริงๆ ก็ดีน่ะซินะ จะได้ไม่รู้สึกรู้สมอะไร แต่นี่มัน.....
“อือ....” เสียงครางเซ็กซี่ของจิน เร้าอารมณ์อยู่แถวซอกหู
ให้ตายซิ...นี่จะทรมานกันไปถึงไหนกันนะ ความตั้งใจของจุนโนะก็คือ อยากทำโทษจินหรอกนะถึงได้แกล้งนอนหลับซะ ไม่ใช่หลับเพื่อจะให้จินมาทำเรื่องวาบหวามแบบนี้ซะหน่อย
.......
“อือ.....จุนโนะ..ะ..ะ..” จินครางเสียงกระเส่าเมื่อไถลมือลูบต่ำลงไปเรื่อยๆ จากแผ่นอกสู่แผ่นท้องแบนราบ หยุดนิ่งที่สะดือบุ๋ม จากนั้นฝ่ามือนุ่มนวลก็เลื้อยลงหายลับเข้าไปใต้ผ้าห่มที่ปกคลุมเรือนกายท่อนล่างของจุนโนะ
“อ่ะ......อือ.....” จุนโนะรีบอุดปากเมื่อได้ยินเสียงตัวเองครางออกมา
“เอ๋? ตื่นแล้ว!!” จินทำเสียงตื่นเต้น ไม่รีรอเลยที่จะพลิกร่างบางให้นอนหงาย
เขาหัวเราะเมื่อเห็นจุนโนะใช้มืออุดปากตัวเองเพื่อกลั้นเสียงร้องคราง เขาค่อยๆ ดึงมือหนุ่มน้อยออก แล้วก็หัวเราะเสียงใส
“ตื่นอยู่ก็ไม่บอก ปล่อยให้ปลุกได้ตั้งนาน”
“ไม่เอานะ..อย่ายุ่ง” จุนโนะเอ็ดเบาๆ
“ทำไมล่ะหืม...” จินจุ๊บปลายจมูกร่างบาง พลางทำสีหน้าฉงน
“ไม่ทำไมแต่วันนี้ไม่!”
“งอนเหรอ? ที่ฉันกลับบ้านช้า ก็หลานเพิ่งจะคลอดนี่นา...ผู้ชายด้วยน้า...”
“อือ.......เหรอฮะ?” จุนโนะอดตื่นเต้นด้วยไม่ได้ พอเด็กหนุ่มเผยอปากเตรียมจะถาม จินก็งับปากบางสวยนั้นทันที ไม่เปิดโอกาสให้พูดเลยแม้แต่คำเดียว
“อื้อ.....”
จุนโนะพยายามยันกายหนี แต่ก็ถูกจับกดจนได้ ร่างหนากว่าทาบทับลงมาทั้งตัว ทั้งปากและจมูกก็ซุกซอนไปเรื่อยๆ ไม่เว้นช่องว่าง ทำให้ความตั้งใจเดิมของจุนโนะเริ่มแปรเปลี่ยนไป
“รักนะ...จุนโนะ...”

....ความแสนงอนเริ่มจางหาย จะเชื่อคำพูดของนายยามะพีทำไม ในเมื่อจินรักเขาออกขนาดนี้....

**********************

to be con

comment ที่นี่จ้า...

Hosted by www.Geocities.ws

1