Vol 16

***************************

เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ห้องประชุมของโรงเรียน สิ่งแรกที่จุนโนะได้เห็นก็คือ ร่างเล็กของคาเมะเพื่อนรักนั่งซบหน้ากับท่อนแขนของตัวเองข้างหน้าต่าง
มีนักเรียนเริ่มทะยอยกันเข้ามาจับจองที่นั่งในห้องนั้นกันบ้างแล้ว แต่ไม่มากนัก วันนี้เป็นวันสุดท้ายก่อนปิดภาคเรียน แต่คาเมะคงไม่ใส่ใจละมัง เพราะขนาดร่างสูงเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ แล้ว แต่ร่างบางจะหันมามองหรือก็เปล่า จนจุนโนะต้องสะกิดแขนของเพื่อนเบาๆ คาเมะถึงได้ไหวตัวเล็กน้อย
“คาเมะ...”
“หือ...?” คาเมะครางรับโดยไม่ได้หันมามอง
“เป็นอะไรหรือเปล่า?” จุนโนะอดถามไม่ได้ อาการแบบนี้ ผิดปกติไปหรือเปล่า แต่เสียงที่ตอบกลับมาก็อู้อี้เหลือเกิน
“เปล่า”
“ฉันคุยกับคุณหนูเมื่อกี้นี้ เขาบอกว่าเมื่อคืนนี้...” จุนโนะพูดเพียงแค่นั้น ก็เห็นศีรษะเล็กๆ ของคาเมะส่ายไปมากับท่อนแขน
“เมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกนะ ฉันนอนห้องคุณปู่ คุณยูอิจิเขานอนของเขาตามลำพัง”
“นายปลอดภัยก็ดีแล้ว มันจะไม่โชคดีแบบนี้เสมอไปหรอกนะ...”
“ฉันบอกว่าจะไม่คบกับเขาแล้วก็ไม่คบซิ จุนโนะ ...” คาเมะเงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าแดงระเรื่อ แต่ไม่ใช่เพราะอายหรืออะไรหรอก เขาไม่สบายต่างหากล่ะ
“ปวดหัวจัง...” ร่างเล็กจับมือจุนโนะมาอังหน้าผากเขา มันร้อนจนจุนโนะรู้สึกในทันที
“อือ...จริงสิ นายตัวร้อนนะ ไม่สบายทำไมไม่หยุดล่ะ ฉันมาเอาตารางสอนแทนให้ก็ได้” ร่างสูงนั่งลงตรงกันข้ามกัน คาเมะทำหน้ามุ่ยแล้วก็บอกว่า
“ถ้าหยุด คุณยูอิจิก็จะหาเหตุอยู่กับฉันทั้งวันที่บ้าน ฉันไม่อยากอยู่กับเขาตามลำพังหรอก ไม่ไว้ใจ เรื่องเมื่อคืนง่ะนะ มันมีเรื่องน่ะซิ ฉันจะเล่าให้ฟัง........” จากนั้นคาเมะก็เล่าเหตุการณ์ต่างๆ ให้เพื่อนฟัง ตั้งแต่แยกจากจุนโนะและก็เรื่องที่ถูกพวกโคยาม่าจับตัวไปให้ยูอิจิที่โรงแรม
“นี่ขนาดต้องจับตัวกันเลยเหรอ? เลวที่สุดเลย..พวกนี้ เป็นฉันนะฉันจะแจ้งตำรวจด้วย” จุนโนะพูดด้วยอารมณ์เคืองจัด แต่ฝ่ายเจ้าทุกข์กลับสั่นหน้า
“คุณยูอิจิไม่ได้บอกหรอกว่าใครเป็นคนจับฉัน แต่ก็จะมีใคร้? นอกจากพวกนายโคยาม่า แต่เมื่อเขาไม่ยอมบอก ฉันก็เลยทำอะไรไม่ได้ เมื่อคืนฉันกลัวนะ ฝนตกด้วย แล้วก็ต้องเดินออกมาจากโรงแรมแบบนั้นน่ะ อายสุดๆ ไปแล้ว...”
“คุณปู่รู้หรือเปล่า?”
“เฮอะ...” คาเมะส่ายหน้า แล้วก็นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์หลังจากอาบน้ำเสร็จ เขาต้องไปนอนห้องคุณปู่ เมื่อชายชราซักถามว่าทำไมถึงกลับบ้านดึกดื่นขนาดนั้น
คาเมะจำต้องพูดปดไปว่า ไปเที่ยวกับจุนโนะและยูอิจิที่ชายทะเล พอดีติดฝนก็เลยกลับดึกหน่อย
“คุณปู่เชื่อ...ฉันนี่มันแย่จริงๆ โกหกแบบนี้น่ะ ฉันไม่อยากทำเลยนะจุนโนะ แต่ถ้านายเกิดเจอคุณปู่ นายก็ช่วยบอกให้ตรงกันด้วยก็แล้วกันนะจุนโนะนะ” คาเมะยกมือขึ้นไหว้ประกอบคำพูด จุนโนะถอนหายใจ แม้ว่าจะไม่อยากโกหก แต่เขาก็ต้องจำใจพยักหน้า และนั่นจึงทำให้คาเมะรู้สึกสบายใจขึ้น

ใบหน้าแดงระเรื่อของคาเมะเมินมองไปนอกหน้าต่าง ขณะริมฝีปากสีซีดก็ขยับเอ่ยออกมา
“ความจริงเขาก็เป็นคนดีเหมือนกันนะ คุณยูอิจิน่ะ...เขาจะทำอะไรฉันในที่แบบนั้นก็ย่อมได้ แต่เขาไม่ทำ กลับพาฉันมาส่งบ้าน คุณปู่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรด้วย แถมยังพูดคุยด้วยดีอีกแน่ะ ก่อนจะมาเรียน ท่านยังชวนคุณยูอิจิไปดูปลาคาร์ฟที่เขาซื้อให้เลย”

...ก็คงจะดีแต่กับนายคนเดียวเท่านั้นละมัง คาเมะ...

จุนโนะก้มหน้ามองมือตัวเองที่ประสานกันบนโต๊ะ น้ำเสียงของคาเมะดูอ่อนโยนขึ้นเมื่อพูดประโยคเหล่านั้น อีกทั้งสายตาที่ทอดยาวไปไกลแสนไกลนั่นอีกล่ะ คาเมะคงจะตัดยูอิจิไม่ขาดอย่างที่ตั้งใจไว้ซินะ

...คาเมะรักยูอิจิ...

ใช่สิ มันต้องใช่อยู่แล้ว แต่ก็แปลกนะที่จุนโนะกลับไม่รู้สึกเจ็บเหมือนเมื่อก่อน

ใบหน้าของคุณหนูยูอิจิลอยห่างออกไปจากใจของเขาทุกที...

...นี่...ดวงตาของเขาสว่างสดใส มองภาพอะไรต่ออะไรเป็นความจริงไปแล้วสินะ...

...ไม่สิ...มันยังไม่เคลียร์เต็มร้อยเสียทีเดียว....

“นายเอง...ก็...เอ้อ...กับคุณจินน่ะ ...คงจะลงเอยด้วยกันดีซินะ”
“ฮื่อ...วันนี้มาปิดภาคเรียนวันสุดท้าย หลังจากนั้น ฉันก็จะใช้ชีวิตอยู่กับเขาตลอดปิดเทอมนี้ล่ะ” จุนโนะพูดไปหน้าแดงไป นี่ถ้าคาเมะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับจินเมื่อคืนนี้ล่ะก็ ...จะทำหน้าอย่างไรดีนะ
“น่าอิจฉาจังเลย...” คาเมะพูดแล้วก็ซบหน้ากับท่อนแขนอีกครั้ง เขาจามออกมาติดๆ กัน จนเมื่อเงยหน้าขึ้นอีกที หน้าที่แดงอยู่แล้วก็แดงขึ้นไปอีก หน้าสวยหัวเราะแห้งๆ แล้วก็พูดออกมาด้วยเสียงขึ้นจมูกว่า
“สงสัยจะเป็นไข้หวัดเสียแล้วล่ะ”

**********************************

จากนั้น...อีกสองชั่วโมงต่อมา พวกนักเรียนต่างก็พากันทะยอยออกมาจากห้องประชุม เป็นอันว่าชีวิตของการปิดเทอมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
จุนโนะยืนอยู่กับคาเมะหน้าโรงเรียน ทั้งสองถือซองใส่ตารางเรียนของเทอมหน้าคนละอัน จุนโนะไม่เห็นรถของยูอิจิมาจอดคอยคาเมะเหมือนเดิม คาดว่ายูอิจิคงจะไปสอบ... แต่จินนั่นล่ะ ...รถสปอร์ตอันคุ้นตาจอดอยู่ใต้ต้นซากุระใหญ่เยื้องๆ กับประตูโรงเรียน
หมายความว่าจินยังไม่ยอมไปจากบริเวณนั้น ตั้งแต่ที่เขาเข้าไปในโรงเรียนงั้นสินะ

“นายไปเหอะ เดี๋ยวคุณจินจะคอยนาน ฉันจะแวะไปหาหมอที่คลินิกเสียหน่อย” คาเมะผลักไหล่จุนโนะเบาๆ แต่ร่างสูงกลับคว้าแขนเขาแล้วเดินลิ่วๆ ไปที่รถจิน
“จะพาไปหาหมอนะ”
“อื้อ...จะดีเหรอ?” คาเมะฝืนตัวไว้
“ดีที่สุด” จุนโนะหันมาทำตาดุใส่ คาเมะจึงต้องพยักหน้า เขายิ้มให้จินเป็นเชิงทักทาย เห็นจินยิ้มตอบและจากนั้น เมื่อจุนโนะก้าวขึ้นไปนั่งคู่กับจิน
คาเมะก็ต้องก้มหน้าอาย เพราะเขาเห็นจินยื่นหน้ามาจุ๊บแก้มของจุนโนะเบาๆ พูดด้วยเสียงหัวเราะว่า
“จูบแสดงความยินดีน่ะ ดีใจด้วย ปิดเทอมอย่างถาวรเสียที”
จุนโนะลูบแก้มตัวเองเบาๆ เขาชำเลืองมองคาเมะด้วยแก้มแดงปลั่ง เจ้าเพื่อนตัวเล็กคงจะอายเหมือนกันล่ะซิ
จินนี่ก็แปลก เกิดจะมาสวีทต่อหน้าเพื่อนของเขาเสียอีกแน่ะ หรือว่าจะแก้ตัวที่เมื่อเช้าทำหน้าบึ้งใส่เขาที่เห็นคุยกับยูอิจิ

“แหม..ปิดเทอมแรกเองฮะ นี่ถ้าปิดเทอมใหญ่จะเป็นอย่างไงน้า...” คาเมะลากเสียงถามอย่างล้อเลียน จากนั้นเขาก็จามออกมาติดๆ กัน เล่นเอาจินและจุนโนะต้องหัวเราะออกมา

.................................

หลังจากไปส่งคาเมะที่บ้านแล้ว จินก็พาจุนโนะแวะซื้ออาหารและเครื่องใช้ต่างๆ เข้าห้อง โดยจินบอกแต่เพียงว่า
“บ้านจะได้สมบูรณ์เสียที”
สองหนุ่มนั่งอิงแอบกันอยู่บนโซฟา มีโทรทัศน์เปิดไว้เฉยๆ แต่คนที่นั่งมองหน้ากันนั้น ไม่มีใครสนใจภาพเคลื่อนไหวบนจอเลย จินนั่งเหยียดขาสบายๆ โดยมีจุนโนะนั่งเอนพิงไหล่ของจินอยู่
“ปิดเทอมนี้ อยากไปไหนดีเอ่ย?” จินถาม
“ไปหาแม่” เด็กหนุ่มพูดแผ่วเบา น้ำเสียงเหงาหงอยเหลือเกิน ฟังดูว้าเหว่จนจินต้องแตะปากกับปลายจมูกโด่งของจุนโนะ
“คิดถึงแม่หรือคิดถึงบ้านนั้นกันแน่”
“เอ๋?” จุนโนะผงกตัวขึ้นมามองหน้าคนถาม แต่ก็ไม่เห็นสีหน้าผิดปกติอะไรของจิน นอกจากแววตาใสแจ๋วที่มองเขาอยู่
“พูดเล่นน่ะ” จินเลิกคิ้ว แล้วยิ้มให้
“ผมคิดถึงแม่จริงๆ นะ”
“งั้นก็ดี ถ้าคิดถึงใครบางคนในบ้านนั้น ฉันคงจะลมออกหูแน่ๆ เลย” ชายหนุ่มพูดทีเล่นทีจริง
“จินหึงใช่มั้ยฮะ? เมื่อเช้านี้มองมาน่ากลัวจัง”
“ฉันนี่ก็นะ หึงเป็นกับเขาเหมือนกัน กลัวจุนโนะยังคิดถึงยูอิจิอยู่ร่ำไป”
“คนนั้นน่ะ ให้คาเมะคิดถึงดีมั้ยฮะ...”
จุนโนะทำหน้ามุ่ย นึกแล้วเชียวว่า จินต้องสานต่อเรื่องจากที่เห็นเขาคุยกับยูอิจิเมื่อเช้า ...ทีแรกนึกว่าจะไม่ติดใจอะไรเสียอีกแน่ะ

“ผมจะหางานทำช่วงปิดเทอม” จุนโนะว่า
“ไม่เอา ไม่ให้ทำ” จินค้าน แต่จุนโนะก็ให้เหตุผลสั้นๆ ว่า
“ผมจะเก็บเงินไว้เรียนต่อ ไม่ได้ทำงานให้บ้านนากามารุแล้ว ก็ต้องหางานที่อื่นทำ ลำพังแม่คนเดียวน่ะไม่ไหวหรอกครับ...”
“นายไม่เคยทำอย่างอื่น จะไหวเร้อ?”
“ไหวซิฮะจิน ผมจะลองหาดู งานอะไรผมก็ทำได้ทั้งนั้นแหล่ะ” จุนโนะยืนยัน จินจับมือจุนโนะขึ้นมาดู ร่องรอยของนิ้วมือนั้น แสดงให้เห็นว่าจุนโนะไม่ใช่คนหยิบโหย่ง อยู่บ้านนากามารุก็ต้องช่วยแม่ทำงานเหมือนกัน มือไม่ได้นิ่มแบบลูกคุณหนูนี่นะ ...
“ถ้าจะทำจริงๆ ล่ะก็ ...ฉันจะหางานให้ทำเอง... พอมีคนรู้จักที่พอไว้ใจได้เยอะทีเดียว” จินเสนอ แต่จุนโนะก็แย้งขึ้นมาว่า
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมพอจะหาเองได้”
“ไม่เอาดีกว่า ฉันจะหาให้เอง เอาที่พอจะไว้ใจได้ดีกว่านะ”
“เอ๋...ทำไมต้องไว้ใจได้ด้วยล่ะ?”
“ก็...” จินยิ้มแป้น เขาสารภาพออกมาว่า
“ไม่ไว้ใจคนอื่น เอาคนที่รู้จักดีกว่า ให้คนอื่นมาเป็นเจ้านายน่ะ ฉันหึงนะ...”
“จินก็...” จุนโนะอาย หน้าแดง เมื่อจินจับมือเขาขึ้นจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในที่สุดการจูบแค่มือคงไม่พอสำหรับเขาเสียแล้ว เขาจึงรั้งร่างบางให้เอนลงกับเบาะ ตัวเองก็ทาบทับตามไป

จมูกโด่งเสียดสีกันและกัน เมื่อจุนโนะเผยอปากออก ชายหนุ่มไม่รีรอที่จะประทับจุมพิตลงไปด้วยความนุ่มนวล
“อืมมม...” จุมพิตแรกที่อ่อนโยนเริ่มแปรเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนทวีความเร่าร้อนจนยากจะระงับ จินกดปากและจมูกไปทั่วดวงหน้าหวานของจุนโนะ ก้มต่ำไซร้ซอกคอ และจนกระทั่งมาหยุดนิ่งที่ริมฝีปากหยักบางอีกครั้ง
“ไปต่อกันที่เตียงดีกว่ามั้ย?” จินงึมงำชิดขอบปากบาง
“ตอนนี้เลยเหรอ?”
“ฮื่อ...อยากรักจุนโนะนี่นา นะ...ไป....นะ...” จินกระซิบเว้าวอน และเมื่อประคองร่างบางของจุนโนะขึ้น เขารู้สึกลิงโลดเมื่อร่างเพรียวสวยงามของเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้ต่อต้านเขาเลยสักนิด
“อาบน้ำก่อนดีมั้ยฮะ?”
“อาบด้วยกันนะ” จินสอดแขนรอบเอวจุนโนะกันหนี เมื่อเด็กหนุ่มพยักหน้ารับ
จินก็ยิ้มแก้มปริ
“จุนโนะเด็กดีของฉัน...”

*************************

เมื่อแสงแดดยามบ่ายมาเยือน จินขยี้ตาเพื่อไล่ความง่วงงุนให้จางหายไป เขาผวาลุกขึ้นนั่ง เมื่อเสียงเตือนจากมือถือดังแว่วเข้ามา
...เขายังมีสอบอีกวิชาหนึ่งในตอนเย็น ....

จำใจต้องลุกจากร่างบางมา จุนโนะสุเกะนอนคว่ำหน้า เผยแผ่นหลังและบั้นท้ายที่ขาวนวลเนียน และจินก็รู้ดีทีเดียวว่า มันทั้งนุ่มเนียนและน่าสัมผัสขนาดไหน
เขามองร่างบางตาปรอย ไม่อยากจะไปเลย ...อยากนอนแนบชิดจุนโนะตลอดเวลา ...แต่ว่า...เหตุการณ์บังคับนี่นะ ...
“จุนโนะ...” จินพึมพำ ประทับจูบที่สันหลังเนียน และไล่ขึ้นมาจนถึงหลังคอของเด็กหนุ่ม
“อื้อ......จิน......” เสียงครางเหมือนเสียงแมวน้อย ดังลอดหมอนใบใหญ่ออกมา เมื่อร่างบางเริ่มขยับตัว จินก็รีบคว้าผ้าห่มปลายเตียงขึ้นคลุมตัวจุนโนะทันที

.....เฮ้อ.....

“อย่านอนหงายโดยไม่มีอะไรปกปิดเนื้อตัวเด็ดขาด...มันอันตราย...” จินเคยเย้าจุนโนะแบบนี้บ่อยๆ

ร่างบางยังคงนอนคว่ำ แต่ศีรษะหันตะแคงมาทางเขา นัยน์ตาคู่สวยหลับพริ้มแบบคนได้รับความเหนื่อยอ่อนและต้องการการพักผ่อนอย่างหนัก
“พักเหอะ...เดี๋ยวคืนนี้จะไม่ให้พักเลยด้วย”
จินพูดทิ้งท้ายเอาไว้ ก่อนจะหันมามองจุนโนะบนเตียงด้วยสายตาละห้อยหา...
...เกลียดเจ้าสอบบ้าบอนี่จริงๆ เลยแฮะ...

*************************

เสียงเดือดของแกงกะหรี่เนื้อบนเตาดังปุดๆ จุนโนะหันมาหรี่เตา ก่อนจะกลับมาให้ความสนใจกับซุบมิโซะที่เขาตั้งใจทำเอาไว้รอท่าจิน เด็กหนุ่มยังอยู่ในเสื้อคลุมอาบน้ำ จินเคยบอกว่า จะรีบกลับหลังสอบเสร็จ ไม่ยอมเถลไถลที่ไหนอย่างเมื่อก่อนอีกแล้ว

<<<<“ก็มีคนรักคอยการกลับมาอยู่นี่จ๊ะ” จินพูดแบบนั้น และจุนโนะก็จะอายม้วนแทบทุกถ้อยคำของเขา
“เป็นการจีบกันที่เชยระเบิดระเบ้อเลย”
“ช่างเด่ะ คนรักกันง่ะนะ ก็สรรหาคำพูดลิเกมาพูดได้ตลอดเวลาง่ะแหล่ะ” ชายหนุ่มว่าเข้านั่น จุนโนะก็เลยต้องเงียบปล่อยให้จินพูดหวานหูให้ฟังได้ทั้งวัน...>>>>

จุนโนะอดยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาของอะกานิชิ จิน ที่ชอบทำหน้ากรุ้มกริ่มใส่เขาเสมอ ในใจก็นึกว่า จินจะเคยทำหน้าแบบนี้ใส่ใครบ้างหรือเปล่า...และสิ่งที่เขาไม่เคยได้รู้จากจินเลยก็คือ

...จินเคยมีคนรักมาก่อนหรือเปล่า... ทำไมถึงได้ทุ่มเทความรักให้เขาได้ขนาดนี้...
ยังมีอะไรอีกหลายอย่างเลยล่ะ ที่เขาไม่เคยรู้เกี่ยวกับจิน

<<<<...จินชอบทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่านะ เขาเคยถามเหมือนกัน แต่รายนั้นกลับบอกว่า
“ทานทุกอย่างที่จุนโนะทำ”
“งั้น...จะเสิร์ฟน้ำเปล่าให้นะ”
“น้ำเปล่าก็อร่อยถ้าจุนโนะรินให้”
“แหวะ...” จุนโนะทำจมูกย่นใส่ น่ารักจนจินอดใจที่จะจูบปลายจมูกของเขาไม่ได้...>>>>

จุนโนะหัวเราะพลางลูบปลายจมูกตัวเองไปมา ...นี่ก็คงจะเป็นอีกที่หนึ่งละมังที่จินชอบประทับจูบลงที่ตรงนั้น

..........................

แกงกระหรี่เสร็จแล้ว ซุปมิโซะก็เสร็จแล้ว ที่เหลือก็คือหุงข้าว พอจินกลับมาจะได้ทำแค่อุ่นอย่างเดียว ขณะที่จุนโนะกดสวิตช์หุงข้าวเสร็จ เสียงออดหน้าประตูก็ดังขึ้น
“ใครมานะ...?” จุนโนะขมวดคิ้ว
ไม่ใช่จินแน่ๆ ถ้าเป็นจินจะต้องไขกุญแจเข้ามาเองแล้ว
“เดี๋ยวครับ?” จุนโนะตะโกนออกมา เขามองที่รูตาแมวเพื่อดูหน้าคนมาเยือน แต่เมื่อเห็นแล้วก็ใจหายวาบ
....แข้งขาพาลสั่นจนเผลอกำลูกบิดประตูแน่น

......คุณหนูยูอิจิ...

“ขอเข้าไปหน่อยซิ จุนโนะ!!” เสียงร้องสั่งดังแว่วมาจากด้านนอก
จุนโนะยืนใจเต้นแรง คุณหนูของเขา...จะมาทำไมกันนะ เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากตัวเองจนเจ็บ ว้าวุ่นใจที่สุด
“จุนโนะ..ะ...ะ..”
“เอ้อ...จินไปสอบฮะ?” จุนโนะพูดกับประตู ยูอิจิเงียบไปพักหนึ่งก็กดออดรัวเร็ว แบบไม่เกรงใจ
“ฉันไม่ได้มาหาจิน จุนโนะเปิดประตู!!”
“อย่าดีกว่าฮะ”
“เอ๊ะ! เจ้าหมอนี่!! ฉันไม่ปล้ำนายหรอกน่า”
จุนโนะถอนหายใจยาว....จะไว้ใจได้ขนาดไหน ...แต่ก็นะ คุณยูอิจิก็ไม่เคยปล้ำเขานี่นะ มีแต่เขาสมยอมทุกที

เสียงทุบประตูเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เพราะยูอิจิเคยสั่งจุนโนะได้ตลอดใช่มั้ยนะ ที่ทำให้ยูอิจิเริ่มเอะอะเมื่อไม่ได้ดังใจ

ประตูห้องถูกเปิดออกเพราะความเกรงใจห้องข้างๆ จุนโนะเห็นยูอิจิยืนเท้าเอวหน้าบึ้ง หน้าบอกบุญไม่รับอยู่ตรงหน้า
“เฮ่อ...ลีลาดีนะ กว่าจะเปิด..” ชายหนุ่มกระแทกไหล่จุนโนะเข้าไปภายในห้อง พอมาถึงก็กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง จนในที่สุด เขาก็มาหยุดมองจุนโนะที่ยังอยู่ในเสื้อคลุม และนั่นก็ทำให้จุนโนะต้องรีบรวบชายเสื้อคลุมเข้าด้วยกัน เขาถอยหลังไปสองสามก้าว
“คุณ...เอ้อ..มาทำไมฮะ?” จุนโนะเอ่ยถามถึงสาเหตุการมา
“มาเยี่ยม”
“เยี่ยมผม?”
“เออ...จะใครซะอีกล่ะ ...อืมมม...รังรักใหม่...ดีนี่ หรูดี จินคงเลี้ยงดีซินะ” น้ำเสียงติดประชดกรายๆ นั้น ทำให้จุนโนะยืนก้มหน้าเฉย
“อยู่กันให้ตลอดรอดฝั่งล่ะ... ตอนนี้มันกำลังรัก กำลังหลง มันก็ทุ่มให้นาย แต่พอมันเบื่อแล้วล่ะก็..เฮอะ...อย่าซมซานกลับมาละกัน ฉันไม่เอาหรอกนะ” ชายหนุ่มพูดพลางเดินไปนั่งไขว่ห้างที่โซฟา

ยูอิจิไม่เคยสุงสิงกับจิน เขาไม่เคยมาที่นี่ แต่ก็รู้ล่ะว่า ครอบครัวของจินมีฐานะดี ถึงจะไม่เท่าครอบครัวของเขา แต่พวกอะกานิชิ ก็มีกิจการหลายแห่งพอที่จะเรียกได้ว่าเป็นพวกเศรษฐีได้เหมือนกัน
“นี่...จุนโนะ... จะบอกให้นะ..ฉันเคยรู้มาว่า จินมันเคยมีคนรักตอนเรียนที่ฝรั่งเศสด้วย รู้บ้างหรือเปล่า?” ยูอิจิยืดลำตัวขึ้นนั่งหลังตรง ถามจุนโนะด้วยคำพูดและสายตาที่บอกถึงความคาดไม่ถึงว่าจุนโนะจะหันเหไปจากวงจรชีวิตของเขาได้
“เอ้อ...ไม่...เอ้อ...พอทราบครับคุณหนู..”
“ชริ...” ยูอิจิเบ้ปาก มองปราดเดียวก็รู้ว่าเจ้าลูกจ้างของเขาพูดปด ...คงไม่อยากเสียหน้าล่ะซิ
“พอทราบหรือ? ความจริงน่ะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับจินเลยต่างหาก เมื่อตะกี้น่ะ ฉันพูดมั่วๆ ไปงั้นแหล่ะ”
จุนโนะตวัดตามองนายจ้างเมื่อยูอิจิพูดจบ
“ฉันก็แค่มาลองใจดู ว่านายกับจินน่ะไปกันได้ดีมากน้อยแค่ไหน ถ้าไปด้วยกันได้ดี ฉันก็จะดีใจด้วย แต่ถ้าไปกันไม่รอดล่ะก็ ถอนตัวยังทัน”
“............”
จุนโนะไม่ตอบโต้อะไร ในใจสับสนยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
ยูอิจิพูดเหมือนจะเห็นใจ แต่อีกนัยหนึ่งก็ยังไม่ลืมวาจาถากถางเขาให้เจ็บได้เสมอ

ยูอิจิก้าวมายืนตรงหน้าจุนโนะ กำลังจะเชยคางจุนโนะขึ้น แต่เด็กหนุ่มเป็นฝ่ายถอยห่างก่อน
ยูอิจิมองกิริยานั้นแล้วก็หัวเราะเบาๆ เมื่อตระหนักแน่แล้วว่า จุนโนะไม่ใช่เด็กในบ้านคนเดิมอีกต่อไปแล้ว
“จินเขาดีกับนายหรือเปล่า?” ชายหนุ่มถาม
“ครับ...ดีฮะ..”
“คงดีกว่าอยู่กับฉันซินะ...” ยูอิจิลุกขึ้น เขาเอามือล้วงกระเป๋า เดินไปยืนดูหน้าต่างกรุกระจกที่มองลงมาเห็นทิวทัศน์ของโตเกียวได้ดี ได้ยินเสียงจุนโนะตอบอ้อมแอ้มว่า
“มันคนละแบบกัน อยู่กับจิน เราเป็นคนรักกัน แต่อยู่กับคุณ ผมเป็นอะไร คุณไม่น่าถาม”
“เป็นเจ้าของนายไง ไม่ว่าจะยังไง นายก็ไม่น่าลืมฉันได้รวดเร็วขนาดนี้เลยนี่นะ...”
“คุณหนู.....” จุนโนะเงยหน้าขึ้น ไม่เข้าใจว่า คนอย่างยูอิจิจะมาตอแย หรือตอกย้ำอะไรกับเขาอีก
“เรื่องของผมกับคุณ คงจะจบสิ้นแล้ว นับตั้งแต่วันที่ผมย้ายออกมา แต่ผมไม่เคยลืมหรอกนะครับ บุญคุณของครอบครัวคุณที่พวกผมอาศัยอยู่ ไม่เคยลืม...” จุนโนะหยุดพูด กลืนน้ำลายลงคอ
“ไม่เคยลืมฉัน...” ยูอิจิต่อประโยคให้ ทำให้จุนโนะก้มหน้านิ่ง
ใบหน้าซีดขาวของจุนโนะทำให้ยูอิจิทอดถอนใจ ความอ่อนโยนบังเกิดขึ้น จุนโนะกับคาเมะ คงจะนิสัยคล้ายๆ กันซินะ
จุนโนะรักเพื่อน
คาเมะก็รักเพื่อนคนนี้เช่นกัน
ถ้าต่างฝ่ายจะกันตัวเองออกมาจากเขาเพราะต้องการเสียสละล่ะก็ ...
ทั้งสองหนุ่มนี่ ก็น่าเห็นใจไม่น้อย

...นี่เขาเลวเกินไปหรือเปล่านะ...

“ผมจะลืมคุณให้ได้” จุนโนะกระซิบแผ่วเบา เห็นยูอิจิมองมาอยู่ก่อนแล้วด้วยสายตาที่แปลกประหลาด แบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน....

จุนโนะเดินไปแง้มประตูห้องคอนโดฯ ออก เป็นการบอกใบ้ให้ฝ่ายมาเยือนรับรู้ว่า ...ไม่ควรจะอยู่นานนัก
ยูอิจิเดินไปทางนั้นอย่างว่าง่าย เมื่อเดินเฉียดจุนโนะ เด็กหนุ่มก็ถอยหลังหนีโดยอัตโนมัติ
...มีอะไรบางอย่างที่เขาสัมผัสได้ในตัวของจุนโนะ...ม่านบางๆ ที่แผ่ออกกั้นเขากับเด็กหนุ่มคนนี้ออกจากกัน ...มันเกิดขึ้นตอนไหนกันนะ ...ม่านของความห่างเหินมันคงเริ่มก่อตัวขึ้นทีละน้อยจนเขาแทบไม่รู้สึก

ยูอิจิรีรออยู่หน้าประตู ยังไม่ยอมออกไปเสียที เขาหันกลับมามองจุนโนะอย่างช้าๆ
“นายลืมฉันไม่ได้หรอก จุนโนะสุเกะ...”
จุนโนะได้ยินแล้วก็สั่นหน้า
“ได้ครับ ผมลืมคุณได้...สบายมาก”
“ไม่ได้หรอก นายรักฉันจุนโนะ...” ยูอิจิพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

จุนโนะเองก็ยืนอึ้ง ใจค้านว่าไม่จริงสักหน่อย เขาไม่ได้รักยูอิจิแล้ว
...จินต่างหากล่ะที่เขาต้องรัก

“นายไม่มีทางรักเพื่อนของฉันรวดเร็วขนาดนี้หรอก จุนโนะ ...อย่าโกหกตัวเอง อย่าฝืนตัวเอง ฉันมาในครั้งนี้ ไม่ได้มาก่อกวนนายนะ แต่แค่มาดูให้รู้แน่ว่า นายจะอยู่ที่นี่ได้อย่างมีความสุขกับ.......เอ้อ...กับคนใหม่ ... แต่ถ้านายอยู่กับจินแล้วนายยังนึกถึงคนอื่น ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่นายจะหนี”
“ผมจะรักจินให้ได้” จุนโนะยืนยัน
“ก็ดี..ขอให้เป็นอย่างงั้นเถอะ” ยูอิจิพยักหน้า ก้าวออกไปนอกห้อง แต่แล้วก็ต้องชะงัก ตัวคาประตูอยู่อย่างงั้นเมื่อเขาเห็นว่า เบื้องหน้านั้นมีใครคนหนึ่งยืนหน้าบึ้งอยู่หน้าห้อง
“อ้าว...จิน!!”
“ยูอิจิ...” เสียงของจินแหบพร่า มองยูอิจิด้วยดวงตาเฉยเมย

ถ้อยคำที่ยูอิจิพูดกับจุนโนะนั้น ได้ยินทั้งหมด รู้ซึ้งดีทีเดียวล่ะ แต่ที่ไม่เข้าใจก็คือ ยูอิจิจะมาที่นี่ทำไมกันอีก
“มาหาจุนโนะ” ยูอิจิพูดตามตรง แบบไม่กลัวอีกฝ่ายจะเข้าใจผิด เพราะอะไรๆ ก็คงรู้ๆ กันดีอยู่
จินพยักหน้าให้ และเบี่ยงกายหลีกทางให้ เขาเห็นจุนโนะยืนหน้าซีดอยู่ที่ประตูด้านใน จินจึงปิดประตูเสีย กั้นยูอิจิให้ออกนอกรัศมี

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของยูอิจิจากไปแล้ว จินจึงหันมามองจุนโนะ เห็นดวงตาเบิกกว้างของเด็กหนุ่มแล้วก็อดเจ็บในใจไม่ได้
............ผมจะลืมคุณให้ได้.......

ประโยคนี้ใช่มั้ย เป็นการตอกย้ำว่า คนพูดต้องใช้ความพยายามแค่ไหนในการที่จะทำให้ได้อย่างที่พูด
การลืมคนที่เคยมีอะไรกันมาช้านานนั้น จะทำกันได้ง่ายๆ หรือ

.........ผมจะรักจินให้ได้.......

ยิ่งเจ็บเข้าไปใหญ่ นั่นหมายความว่า ...ตอนนี้ ยังไม่ได้รักงั้นซิ...แล้วที่ให้เขานอนกอดอยู่เมื่อคืนล่ะ ...มันคือขั้นเริ่มต้นของความพยายามใช่มั้ยนะ...

....................

“จินอย่าเข้าใจผิดนะครับ เขาแค่มาเยี่ยมเฉยๆ มาดูว่าผมอยู่อย่างไร”
จินได้ยินเสียงจุนโนะพูด จุนโนะไม่ได้พูดแก้ตัว เขารู้ดี เพราะจุนโนะไม่มีอะไรจะต้องแก้ตัว
ดังนั้นจินจึงพยักหน้า และตอบแค่เพียงว่า
“ฉันรู้....”
“จินคงได้ยินที่เราพูดกันหมดแล้วสินะฮะ?”
“ใช่...ได้ยิน”

ความเงียบปกคลุมทั่วห้อง จุนโนะยืนนิ่งอย่างว้าวุ่นใจ อยากจะบอกจินว่า สิ่งที่เขาพูดนั่น มันกำลังจะก่อตัวขึ้นทุกขณะจิต ...ความรักที่เขาจะให้จินนั้นน่ะ ไม่ต้องฝืนใจอย่างที่ยูอิจิพูดเลย

“มันไม่ยากที่จะรักฉัน ใช่มั้ยจุนโนะสุเกะ?” จินถาม เขาถอดเสื้อตัวนอกออก เหวี่ยงบนโซฟา ได้กลิ่นหอมจากอาหารในครัว และนั่นก็ทำให้จิตใจของเขาอ่อนโยนลง

ร่างสูงสง่าที่ยืนเฉยอยู่กลางห้องค่อยๆ หันมา ศีรษะได้รูปปกคลุมด้วยเรือนผมสีน้ำตาลค่อนข้างยาวนั้น ก้มลง
“ไม่ยากครับ...”
“แต่ไม่ใช่ตอนนี้งั้นซิ?”
“เอ้อ.............” จุนโนะอึกอัก ไม่กล้าสบตาดำคมของเจ้าของห้องหรอกนะ จินทำไมพูดด้วยเสียงเย็นชาแบบนี้

จินตาตก เขาก้มลง ใช้นิ้วเกี่ยวเสื้อมาพาดไหล่ ขณะเดินผ่านร่างบาง เขาก็หยุด และเอ่ยถ้อยคำออกมา
“...ไม่เป็นไรหรอก ถึงนายจะไม่รักฉัน ...นั่น...นั่นก็ไม่ทำให้ฉันรักนายน้อยลงเลย จุนโนะ”
“จิน...ฮึก...ฮึก...”
จุนโนะผวาเข้าหา เด็กหนุ่มแนบหน้ากับแผ่นหลังกว้างของจิน กดหน้าหวานลงไป น้ำตาฉ่ำดวงตาทั้งคู่ ท่อนแขนผอมบางกอดเอวของจินเอาไว้จากเบื้องหลัง
“ผมไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้น... แต่ผม...ฮึก....ผมไม่เคยโกหกต่อความรู้สึกตัวเอง...ผมจะรักจินได้ ไม่ยากเลย ...จินคอยดูนะฮะ ผมจะรักจินคนเดียวเท่านั้น” เสียงสะอื้นดังอู้อี้แนบติดกับแผ่นหลัง ทำให้จินหันกายมาประคองกอดจุนโนะไว้ในอ้อมแขน ชายหนุ่มซบศีรษะกับกลุ่มผมนิ่มสลวย
“ช่างมันเถอะ ฉันไม่เร่งรัดนายหรอกนะ แค่จุนโนะอยู่กับฉันที่นี่ก็ดีถมไปแล้ว”
“ผมขอโทษ...”
“ไม่ใช่ความผิดของจุนโนะซะหน่อย...ฉันไม่เรียกร้องให้นายต้องรักฉันหรอกนะ... เพราะ...ฉันเองก็.....ไม่ได้เป็นคนดีอะไรนักหรอก...”
“จินน่ะเหรอฮะ ไม่ใช่คนดี ไม่จริงหรอก จินดีที่สุดในโลกเลย...” จุนโนะเงยหน้ามองจิน น้ำตาเปรอะเลอะสองข้างแก้ม จินอดที่จะไล้ออกให้ด้วยข้อนิ้วของเขาไม่ได้ ดวงตาซื่อของจุนโนะที่มองเขานั้น ทำให้จินถอนหายใจยาว..ใบหน้าหมองเศร้า

“สักวันหนึ่ง นายจะเข้าใจ จุนโนะสุเกะ...”

***************************

คาเมะนอนซมเพราะพิษไข้ในวันนั้น เป็นการฉลองเย็นแรกของการปิดเทอมอย่างขมขื่นทีเดียว หลังจากกลับจากหาหมอ เขาก็กินยาลดไข้ และเมื่อค่ำมาถึง เขาก็หลับๆ ตื่นๆ ตลอดเวลา
มารู้สึกตัวอีกทีเมื่อมีคนมานั่งที่เสื่อข้างที่นอน เขาปรือตาแดงก่ำเพราะพิษไข้ขึ้นดู เห็นใบหน้าคนมาเยือนแล้วก็ใจเต้นแรง
“คุณยูอิจิ....”
“คาเมะน้อย...” ยูอิจิลูบหน้าผากของเขาแผ่วเบา .....
“ไม่สบายตั้งแต่เมื่อเช้าสินะ เด็กดื้อ ทำไมไม่บอก” ยูอิจิเอ็ด
คาเมะหลับตาอย่างอ่อนล้า หมอนี่จะมาตอแยทำไมกันอีกนะ

ได้ยินเสียงคุณป้าตอบโต้ถ้อยคำกับชายหนุ่มคนนี้แว่วๆ ยังโชคดีที่มีป้าอยู่ด้วย ...อ้อ...คุณย่ากับคุณปู่ก็อยู่

...ดีนะที่ไม่อยู่ตามลำพัง ร่างกายอ่อนแอแบบนี้ ยูอิจิคงไม่โดดปล้ำหรอกนะ...

*************************

to be continue

comment ที่นี่จ้า

Hosted by www.Geocities.ws

1