TEAR of LOVE

 

Vol 15

***************************

จินประคองร่างของจุนโนะโอบกอดเรือนกายไม่ห่างขณะที่พากันออกมาจากห้องน้ำ .....เตียงนอนที่เห็นอยู่เบื้องหน้านั้นดูจะเป็นที่ที่จินอยากไปให้ถึงโดยเร็วที่สุด เมื่อผ่อนร่างบางของเด็กหนุ่มแนบกับที่นอนกว้างนั้นแล้ว จินก็ดื่มด่ำกับภาพร่างกายที่เปลือยเปล่าของจุนโนะอย่างหลงใหล
สวย....ผิวขาวผ่องของจุนโนะแปรเปลี่ยนแดงระเรื่อไปทั้งตัวเพราะมีรอยจูบจากเขาแต่งแต้มไปทั่วกาย จุนโนะนอนระทดระทวย บิดกายกับที่นอน ดวงตาคู่งามหรี่ปรือ มองเขาอย่างรัญจวนใจ
จินสูดลมหายใจลึก เขาทาบทับกายลงมา ครอบครองเนื้อตัวเด็กหนุ่มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า จูบทุกที่ที่เป็นผิวกายหอมหวานของเด็กหนุ่ม ได้ยินเสียงจุนโนะครางเป็นระยะ ... อาการที่ค่อยเป็นค่อยไปของเขาทำให้จุนโนะบิดกายอย่างทรมาน สองมือเสยผมดกหนาของจิน เมื่อจินเลื่อนกายลงต่ำจุมพิตที่กึ่งกลางลำตัวของจุนโนะ
“อื้อ.....จิน......” จุนโนะครางเสียงกระเส่า เนื้อตัวสั่นระริก
จินซุกไซร้ความหอมหวานไม่รู้หน่าย เขาขยับกายเหนือร่างบาง มองดวงหน้าที่ส่ายไปมาบนหมอน เห็นแล้วนึกถึงวันนั้น วันที่ได้ตัวจุนโนะเป็นครั้งแรก เขาคิดว่าในความจริงนั้น เรื่องความสัมพันธ์ของเขากับจุนโนะมันน่าจะเกิดขึ้นในลักษณะนี้มากกว่า เรือนกายที่บิดเร่าๆ เข้าหาเขาเพราะความต้องการ ไม่ใช่รังเกียจอย่างเช่นคืนอันแสนจะบัดซบนั่น

“อือ......” เสียงเครือครางของร่างบางทำให้จินหยุดคิดถึงเหตุการณ์วันนั้น เนื้อตัวขาวอมชมพูที่บิดกายและยินยอมเขาจนหมดทุกอย่างนี้ต่างหากที่คือความจริง วันนั้นมันแค่ความฝันเท่านั้นเอง ....ใช่มั้ย....

...มองอย่างลึกซึ้งด้วยดวงตาทอแววหวาน แม้ว่าภายในใจนั้นจะเต้นโครมครามเพราะอยากได้ร่างบางนี้จนตัวสั่น แต่เขาก็สู้สะกดอารมณ์รักอารมณ์ใคร่ของเขาด้วยความอ่อนโยนเป็นที่สุด เพียงเพื่อต้องการลบความทรงจำอันเลวร้ายออกจากใจของเด็กหนุ่มคนนี้นั่นเอง
“จุนโนะ...รักนะ......รักจัง...” จินพึมพำออกมา เขาจูบปิดเสียงครางของจุนโนะ และจับขาของเด็กหนุ่มแยกออก สอดลิ้นเข้าไปพัวพันกับลิ้นนุ่มอุ่นของจุนโนะ ในจังหวะเดียวกับที่แทรกกายลงมา ล่วงล้ำเรือนกายท่อนล่างของเด็กหนุ่ม

จุนโนะผวากายแอ่นตัวเข้าหาจิน เมื่อความรู้สึกเต็มตื้นขึ้นเรื่อยๆ ทำไมมันช่างอ่อนโยน และอ่อนหวานเหลือเกิน จินเดินหน้าไปเรื่อยๆ พัดพาให้เขาขยับกายตามจังหวะแห่งธรรมชาติ แม้ริมฝีปากจะคละเคล้าหากัน แต่จุนโนะและจินก็ยังสามารถเปล่งเสียงครางออกมาได้อย่างเป็นจังหวะ
“อา........อืมม........” จินกัดปากจุนโนะเบาๆ ความชุ่มชื้นนุ่มนวลทำให้เขาแทบขาดใจ
เมื่อหนำใจแล้วจึงละจากกลีบปากอิ่ม ซุกหน้าที่ซอกคอชื้นเหงื่อของจุนโนะ ขบย้ำผิวกายบริเวณนั้นจนเป็นจ้ำ ในขณะที่ร่างกายของทั้งสองต่างก็เคลื่อนไหวเป็นจังหวะเดียวกัน หลอมละลายจนแทบเป็นหนึ่ง
จินสะบัดหน้าแหงนขึ้น เขากัดปากจนเจ็บเพราะความอดกลั้นแทบจะหมดสิ้น และขณะนั้นเองเมื่อความรู้สึกเต็มตื้นพุ่งขึ้นสูง ดวงดาวนับล้านก็แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ร่างชื้นเหงื่อของชายหนุ่มพับลงเหนือร่างบอบบางของจุนโนะสุเกะ

จุนโนะโอบรอบกายของจินแนบแน่น ดูเหมือนว่าจินจะยังหอบสะท้าน รวมทั้งตัวเขาเองด้วย
...จิน
...จินให้ความรู้สึกอบอุ่นมาก สิ่งที่เขาทำกับจินนั้น มันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่เขาเคยทำกับยูอิจิ ...จินอยากได้ตัวเขา แต่ก็ไม่ได้บุ่มบ่ามเอาแต่ใจ ตรงกันข้าม จินจะรอ ราวกับจะขออนุญาตจากเขาเสียด้วยซ้ำ

และแม้แต่ยามนี้ จินมีความสุขแล้ว แต่ก็ยังนอนกอดเขา ไม่ได้ลุกผละไปไหน อ้อมแขนของจินสอดรัดรอบเอวบาง ดวงหน้าหล่อเหลาของจินวางอยู่บนหมอนที่ยู่ยี่ โดยมีร่างของเขาเกยอยู่แทบจะทั้งตัว

“จิน....” จุนโนะคราง เขาผงกหัวขึ้นจูบขมับของจิน ชายหนุ่มกอดร่างบางในวงแขนสักครู่ จากนั้นก็พลิกกายนอนหงาย หอบหายใจระทวย
“จุนโนะ....เป็นไงบ้าง?” จินก้มถาม ริมฝีปากคลอเคลียอยู่ข้างขมับชื้น ...เห็นดวงตาหลับพริ้มของจุนโนะกะพริบถี่ๆ วงหน้าใสแดงซ่านเพราะความร้อนแรงจากการร่วมรักเมื่อครู่
จุนโนะพยักหน้า ยกมือขึ้น จินก็เลยจับมือมาประสานกับมือเขา
“ดีฮะ....”
“ฉันยิ่งกว่าดีอีกนะ” จินพูดเบาๆ ทำให้คนนอนก่ายเกยด้านบนแหงะหน้ามองเขา แล้วจุนโนะจึงเผยอถ้อยคำออกมา
“จินฮะ....?”
“หือ?”
“ขอบคุณมากครับ....”
“เอ๋??” จินผงกกายขึ้น เขามองจุนโนะพร้อมกับเลิกคิ้ว
“ขอบคุณฉันเหรอ?”
“ฮะ... ขอบคุณที่จินมอบสิ่งที่ดีให้ผม ความรู้สึกที่เรามีต่อกันเมื่อครู่นี้ มันอ่อนโยนอย่างที่ผมไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน....มันทำให้ผมแทบจะลืมความทรงจำที่เลวร้ายที่เคยเกิดขึ้นกับผมด้วยซ้ำ... ขอบคุณนะครับ...” จุนโนะยิ้มละไม เขาลูบไล้ใบหน้าของจิน ดึงมือของชายหนุ่มมาจูบ และก็วางแนบกับดวงใจของตัวเอง
“ฉันก็...เอ้อ...ขอบใจจุนโนะนะที่...ทำให้ฉันมีความสุข....มาก...” จินพึมพำ กดจูบที่ริมฝีปากเผยอน้อยๆ ของจุนโนะ
“ช่วยให้ผมลืมเหตุการณ์เลวร้ายในชีวิตของผมได้มั้ยครับ? ช่วยให้ผมลืมมันเสียทีนะครับ”
“ได้สิ ฉันต้องทำแบบนั้นอยู่แล้ว จุนโนะ”
“สัญญานะฮะ?” จุนโนะยื่นนิ้วก้อยออกมา จินยื่นนิ้วของเขาเกี่ยวกัน กระซิบด้วยน้ำเสียงแตกพร่าว่า
“ฉันขอสัญญา...”
จุนโนะพยักหน้า เนื้อตัวเปล่าเปลือยของทั้งคู่ก่ายเกยกันและกัน จินก้มหน้าต่ำ เป้าหมายคือริมฝีปากเย้ายวนเต่งตึงของจุนโนะ เมื่อเด็กหนุ่มอ้าแขนออกกว้าง และโอบกอดเขาไว้อีกครั้ง จินก็ครางแทบขาดใจ ความรู้สึกที่ดีที่จุนโนะอยากได้ เขาจะมอบให้อีกครั้ง.......


จุนโนะจะได้ลืมเหตุการณ์เลวร้ายที่ถูกเขาย่ำยี่ในวันนั้นให้หมดสิ้น
“อือ.....หวานจริง จุนโนะสุเกะของฉัน...” จินแนบร่างเข้าหาร่างบาง.....หัวใจเต้นเร่าด้วยความสุข จุนโนะเปิดใจรับรักเขาแล้วสินะ...............
“ฉันรักนายจะจุนโนะ” จินพร่ำบอก....
ความหอมหวานดำเนินไปตลอดค่ำคืน ....ทั้งสองตักตวงความสุขให้กันและกันไม่รู้หน่าย ท่ามกลางสายฝนที่ยังพร่างพรมลงมา
เสียงฟ้าร้องสลับกับเสียงครางกระเส่าของจินและจุนโนะ......คงจะเป็นลางบอกเหตุการณ์ที่ดีได้.... ถ้าทั้งสองต่างก็ยอมรับในกันและกัน

**************************

ยูอิจิถูกตามตัวให้มาที่โรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในย่าน โฮเต็ล เลิฟ เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นป้ายชื่อโรงแรมที่เห็นอยู่เบื้องหน้า ชื่อของโรงแรมนี่มันส่อเลยว่าเป็นโรงแรมประเภทไหน
สายฝนที่ตกกระหน่ำลงมานั้น ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด แม้จะคาดคั้นถามโคยาม่าและชิเงะแล้วก็ตาม แต่ฝ่ายนั้นเพียงแค่บอกว่า มีของเด็ดรอเขาอยู่ที่โรงแรมแห่งนี้เท่านั้นเอง

เมื่อเข้าไปในนั้นแล้ว ยูอิจิก็สอบถามห้องจากเคาน์เตอร์ ระหว่างนั้นเขาเห็นหนุ่มสาวหลายคู่เดินกอดกันกลมทั้งเข้าและออกในบริเวณแห่งนั้น เมื่อขึ้นบันไดมายังชั้นสองแล้ว ห้องเป้าหมายนั้นดูเหมือนจะปิดสนิท มีตาแมวอยู่บนบานประตูนั่น เขาเคาะห้องสองสามครั้ง โคยาม่าก็มาเปิดประตูให้
“อะไรของนายวะ?” ยูอิจิถาม โคยาม่าหัวเราะ เขาผายมือไปยังเตียงนอนขาวสะอาดกลางห้อง
ยูอิจิมองไปตามมือชี้ เขาเห็นร่างบอบบางของใครคนหนึ่งนอนหมดสติอยู่บนเตียง แค่เห็นเพียงชั่วแวบเดียว ก็ทำให้เขาสะดุ้งออกมา
“เฮ้ย คาเมะ!!”
เสียงอุทานของยูอิจิทำให้ชิเงะหัวเราะออกมา
“ของขวัญรับหน้าฝนของพวกเรา จัดการซะล่ะ จะได้เลิกฟุ้งซ่าน” ชิเงะพูดแล้วก็ลุกขึ้นจากเตียง มายืนล้วงกระเป๋าตรงหน้ายูอิจิ ซึ่งขณะนี้ไม่มีสายตาไว้มองอะไรแล้วนอกจาก ร่างบอบบางของคาเมะที่นอนหงายหมดสติอยู่บนเตียงกว้าง
เขาหันขวับมาจ้องหน้าโคยาม่ากับชิเงะคนละที จากนั้นก็ชี้หน้าจอมยียวนทั้งสอง
“พวกแก...ไปจับเขามาทำไม?...แล้วทำอะไรเขาหรือเปล่าหา?”
“แค่โปะยาสลบแล้วก็อุ้มมานอนรอท่านายที่นี่เองง่ะ แหม...ไอ้ยู...กรูรำคาญเมิงนะเว้ย เห็นซดแต่เหล้า แต่ไม่ยอมทำอะไรซะอย่าง ...แล้วก็นะ มาเห็นใกล้ๆ แบบนี้ ชักอยากได้เจ้าหนูหน้าหวานนี่ขึ้นมาเหมือนกันนะเนี่ย ขาวจั๊วะน่าเจี๊ยะ...จะเอาเปล่าวะ ถ้าไม่ยอมทำอะไร กรูกับชิเงะจะงาบซะเอง..”
“ก็ลองดูเด่ะ... พวกแกไม่ได้ทำอะไรเขาแน่นะ ถ้าปู้ยี่ปู้ยำเมื่อไร ฉันเอาเรื่องแน่?” ยูอิจิถลึงตาใส่ แล้วก็ถลันไปที่เตียง สำรวจเนื้อตัวของคาเมะที่นอนไม่รู้เรื่องอยู่นั้น ไม่พบร่องรอยเสียหายใดๆ และเสื้อผ้าอยู่ครบ ก็โล่งใจ เมื่อโคยาม่าบอกว่าไม่ได้ล่วงเกินอะไรเลย เขาก็ค่อยผ่อนลมหายใจยาว แต่ชิเงะนี่ซิกลับพูดว่า
“เร็วๆ เด่ะ นี่พวกฉันให้แกก่อนนะเว้ย เสร็จแล้วถ้าไม่รังเกียจอยากจะขอเอี่ยวด้วยคน”
“ไอ้ชิเงะ!!” ยูอิจิเสียงเขียว เขาเดินกำหมัดมาตรงหน้าเตรียมจะเงื้อเข้าที่ใบหน้าของเพื่อนจอมกวนนั่นแล้วเชียว แต่โคยาม่ารีบดึงตัวเพื่อนรักให้ออกห่างเสียก่อน
“เอาน่า... ไอ้ชิเงะมันล้อเล่นหน่อยเดียวเอง แกก็ เอาวะจัดการซะ เออ....ไว้ถ้านายเบื่อเมื่อไรก็ค่อยยกเจ้าหนูคาเมะนั่นให้พวกฉันก็ได้...” จากนั้นโคยาม่าก็รุนหลังชิเงะให้ออกไปนอกห้อง กระนั้นชิเงะก็ยังไม่วายบ่นอุบ
“คราวจุนโนะก็ไม่ได้ แล้วมาตอนนี้จะได้คาเมะหรือวะ?”
“เงียบไปเลยเมิง ไปหาที่อื่นต่อ” โคยาม่าโขกหัวชิเงะไปหนึ่งโป๊ก...แล้วก็พากันเดินจากไป

................ทั้วทั้งห้องเงียบสนิท ยูอิจิหันกลับไปมองร่างไร้สติของคาเมะ ใบหน้าขาวซีดนั้นดูเล็กจ้อยเมื่ออยู่บนหมอนใหญ่สีขาวสะอาด เรือนกายในชุดนักเรียนอ่อนระทวย ลมหายใจสม่ำเสมอนั่นบอกให้รู้ว่า คาเมะคงจะโดนฤทธิ์ยาสลบเข้าให้แล้วจริงๆ อย่างที่พวกเพื่อนจอมซ่าของเขาบอก
ใบหน้าที่หันตะแคงข้างมาทางเขานั้น มันขาวซีด ริมฝีปากที่ชอบต่อปากต่อคำก็หุบสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอ บอกให้รู้ว่า คาเมะน้อยยังไม่พร้อมที่จะลืมตาขึ้นมาในตอนนี้

ยูอิจิลุกขึ้น เขาเสยผมขึ้นลวกๆ มองคาเมะอย่างคิดหนัก ไอ้อยากได้น่ะ ไม่ต้องบอก อยากได้อยู่แล้ว แต่ไม่ได้สติแบบนี้ เขาเองก็ไม่คิดว่าจะทำได้ ทั้งๆ ที่ความรู้สึกส่วนหนึ่งบอกว่า ตัวเองไม่ใช่คนดีอะไรนัก แต่ก็ไม่เคยข่มขืนคนที่ไม่ได้สติซะที แม้ว่าในใจไม่อยากทิ้งโอกาสดีๆ แบบนี้ แต่เมื่อมองร่างน้อยที่ทอดกายบนเตียงนั้นแล้ว เขาก็กลืนน้ำลายดังเอื๊อก
บอกกับตัวเองว่า

.....ทำไม่ลง....

ยูอิจิเองก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมเขาถึงเกิดอยากเป็นคนดีอะไรขึ้นมาตอนนี้นะ...หรือเพราะว่า เขารักคาเมะจริงๆ จังๆ จนไม่อาจทำอะไรเลวร้ายแบบนั้นได้
“เกิดจะเป็นคนดีอะไรขึ้นมาตอนนี้วะ?” ยูอิจิสบถออกมา ทิ้งกายลงนั่งบนเตียงอีกครั้ง ร่างของคาเมะไหวยวบไปตามแรง แต่คนที่นอนก็เพียงแต่ขยับกาย และนิ่งไปอีก
“คาเมะ...คาเมะน้อย...” ยูอิจิก้มหน้าเรียก เมื่อร่างนั้นไม่ไหวกาย เขาก็เขย่าแขนเด็กหนุ่มให้รู้สึก แต่ทว่าคาเมะเพียงแต่พลิกกายหันหลังให้เขาเท่านั้น
“จะเอาไงดีวะเนี่ย?”
ยูอิจิช้อนร่างคาเมะขึ้น แว่บแรกคิดว่าเขาควรจะอุ้มคาเมะออกไปจากเลิฟโฮเต็ลแห่งนี้เสียที อยู่นานนักไม่ดีแน่... ไม่ดีต่อคาเมะและไม่ดีต่อความยับยั้งชั่งใจของตัวเองอีกด้วย แต่พอจะอุ้มคาเมะออกประตูไป เขาก็ชะงัก
...ออกไปตอนนี้จะดีเหรอ คาเมะไม่ได้สติแบบนี้ คนที่เห็นจะเข้าใจว่าไง?...
มิคิดว่าเขาโปะยาสลบเด็กแล้วพามาฟันหรือไง
ยูอิจิลังเล ปล่อยให้คาเมะตื่นขึ้นมาและอธิบายความจริงให้ฟังน่าจะดีกว่าที่จะอุ้มหนุ่มน้อยไปแล้วมีคนพบเห็นดีกว่า

ร่างบอบบางของคาเมะจึงถูกวางลงบนเตียง โดยมียูอิจิช่วยปลดเสื้อออกให้เพราะความเปียกชื้น ผิวกายนวลเนียนที่ได้เห็นทำให้ชายหนุ่มอดใจที่จะดอมดมความหอมหวานจากเนินอกนั้นไม่ได้...แต่ว่าระหว่างนั้น คาเมะเกิดกะพริบตาถี่ๆ และจากนั้นดวงตารีคมก็ลืมตาขึ้น
“อื้อ........ค..ใครน่ะ?” เสียงแหบพร่าดังรอดริมฝีปากแห้งผากนั้นออกมา
“คาเมะ!! ฟื้นแล้วเหรอ?” ยูอิจิอุทานออกมาด้วยความดีใจ แต่ในขณะที่จะกำลังเล่าเรื่องที่คาเมะโดนพามาที่นี่ให้ฟังนั้น กำปั้นน้อยๆ ของคาเมะก็เสยพรวดที่จมูกครึ่งปากครึ่งจนยูอิจิผงะหงาย แทบจะลงไปกองกับพื้นพรมหน้าเตียง
“โอ๊ย!!”
“คุณ...คุณ...ไอ้เลว!!” คาเมะโวยวาย เด็กหนุ่มรวบชายเสื้อของตัวเองแน่น ร่างบางยืนจังก้าอยู่อีกฟากหนึ่งของเตียง
ยูอิจิขยับกายเข้ามาหา ชายหนุ่มโบกมือให้คาเมะใจเย็นๆ
“ฟังฉันอธิบายก่อน...”
“ไม่ฟัง!! ผมไม่คิดว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้เลยจริงๆ เสียแรงนะ เสียแรงที่ผม....ฮึก...ผม...” คาเมะส่ายหน้า ผิดหวังที่สุดที่หลงรักคนที่เลวถึงขั้วแบบยูอิจิ
“นี่ถึงขนาดต้องโปะยาสลบกันหรือไง ...น่าสมเพชจริงๆ คนอย่างยูอิจิ หมดหนทางแล้วหรือไง...สกปรกที่สุด คนอย่างคุณน่ะ ไม่คู่ควรกับผมหรอกนะ ไม่สมควรที่ผมหรือจุนโนะจะหลงรักเลย”
“ฉันไม่ได้โปะยาสลบนาย แล้วก็ไม่ใช่เป็นคนพานายมาที่นี่ด้วย ให้ตายซิ ไอ้โรงแรมห่วยๆ แบบนี้ ฉันไม่ได้อยากเหยียบเข้ามาหรอก” ยูอิจิพยายามอธิบาย แต่ก็โดนคาเมะเชิดใส่จนได้
“ไม่เชื่อหรอก.. เลวแบบนี้ทำไมจะทำเรื่องแค่นี้ไม่ได้...นี่...ชาตินี้อย่าได้เสนอหน้ามาให้ผมเห็นเลยดีกว่า เราขาดกัน!!”
“คาเมะ!! ฉันบอกว่าฉันไม่ได้ทำ”
“ถ้าไม่ได้ทำ แล้วใครที่ไหนมันทำ?” คาเมะย้อนถาม
ยูอิจิสะอึก จะให้บอกได้ไงว่า เป็นพวกโคยาม่า ก็พวกเดียวกัน พูดไปคาเมะก็จะว่าเขาใช้เพื่อนมาทำการนี้ จะยิ่งเลวเข้าไปอีก ...นี่... เจ้าพวกนั้นมันหวังดีหรือประสงค์ร้ายกับเขากันแน่นะ
“ให้ตายเหอะ...บ้าชะมัดเลยโว้ย!!” ชายหนุ่มโวย หันรีหันขวาง ไม่รู้จะเอายังไงกับร่างบางดี เขามองคาเมะที่ตั้งท่าระวังภัย
ร่างเล็กหลุบตาลงต่ำ มองตัวเองอีกครั้ง เสื้อถูกเปิดอ้า แต่เข็มขัดและกางเกงอยู่ครบ ยูอิจิคงยังไม่ได้ทันทำอะไรเขา นี่ถ้าไม่ฟื้นเสียก่อน ป่านนี้เต่าน้อยตัวนี้คงถูกย่างสดเพราะไฟสวาทแล้วละมัง
“ฉันไม่ได้ทำอะไรนาย” เสียงของยูอิจิดังขึ้นมา
“รู้แล้ว!!” คาเมะตวาดแว้ด หน้างอเง้า รีบยกมือติดกระดุมเสื้อทันที
“รู้ก็ดี เห็นมั้ยว่าฉันไม่ได้เลวเกวอย่างที่นายเข้าใจ”
“อ๋อ.... งั้นหรือครับ?... คุณยูอิจิ ...ที่ไม่ได้ทำก็เพราะผมฟื้นขึ้นมาซะก่อนน่ะซิ”
“คาเมะ......” ยูอิจิคราง จะจริงอย่างที่คาเมะเข้าใจหรือเปล่า ก็ตอนที่เขากำลังจะถอดเสื้อคาเมะให้เจ้าตัวนอนสบายอยู่นั้น อารมณ์ดิบชนิดอย่างว่ามันกำลังจู่โจมขึ้นมาเหมือนกัน
“นายยังบริสุทธิ์ทุกอย่าง คาเมะ ฉันสาบาน”
“ก็ใช่ง่ะสิ..และมันก็จะบริสุทธิ์อีกนานเชียวล่ะ” คาเมะทำเสียงเยาะ เยาะจนยูอิจิเริ่มหน้าบึ้ง

......เจ้าเด็กคนนี้ชักจะมากเกินไปล่ะมัง อวดดี...อย่างที่ไม่คิดว่าคาเมะผู้น่ารักจะเป็นแบบนี้ไปได้ คาเมะยามนี้มองเขาราวกับเขาเป็นตัวอะไรที่น่าขยะแขยงเหลือทน

“ถ้าไม่เชื่อก็ตามใจ ขอบอกอีกครั้งว่า ฉันไม่ใช่ตัวการของเรื่องนี้ทั้งหมด” ชายหนุ่มแบมือหราข้างลำตัว เขาเอียงคอและเบะปาก ทำให้รู้ว่าเขานั้นคือผู้บริสุทธิ์ตลอดข้อกล่าวหา
คาเมะไม่ได้โต้ตอบอะไร นอกจากค่อยๆ เดินขยับอย่างระแวงไปทางประตูห้อง สายตาไม่ได้คลาดไปจากดวงหน้าของยูอิจิเลย ทำเหมือนกับว่า ถ้าเผลอ ยูอิจิอาจจะคว้าตัวเขามาปล้ำก็ได้
“ฉันจะพานายไปส่งบ้าน โอเคมั้ย?” ยูอิจิถามขึ้นมา เมื่อคาเมะเดินตะแคงๆ จนเกือบจะถึงประตูแล้ว
“ไม่..!! ผมจะกลับเอง เรื่องอะไรจะไปกับคุณ ...ไปก็เสร็จง่ะซิ”
“เฮ้อ....คาเมะน้อย” ยูอิจิส่ายหน้า
“นี่...อย่ามาเรียกผมแบบนั้นนะ!!”
“ก็เรียกมาตั้งหลายครั้ง ทำไมจะเรียกไม่ได้”
“ไม่สนิทกันแล้ว ห้ามเรียกเด็ดขาด...คุณกับผมไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันทั้งนั้น เพราะงั้นอย่ามาตีเสมอ!!”
“ตีเสมอ???” คราวนี้ยูอิจิถึงกับเบิกตากว้าง ....อีกแล้วซินะที่เขารู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยเหลือเกินในสายตาของเด็กหนุ่มคนนี้

ประโยคแรกเมื่อกี้นี้ก็ว่าสะดุดหูแล้วเชียวนะ

<<<<....คุณน่ะ ไม่คู่ควรกับผมหรอกนะ ... >>>>

คาเมะว่าแบบนี้จริงๆ ....และเมื่อกี้อีก

<<<<....อย่ามาตีเสมอ!....>>>>

ให้ตายเถอะ ...คำพวกนี้เขาน่าจะพูดกับคนที่ด้อยกว่าเขาไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเขาถึงปล่อยให้คาเมะพูดออกมา และก็ดูเหมือนคาเมะจะหมายความตามนั้นจริงๆ
แต่แทนที่ยูอิจิจะโกรธ เขากลับหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู ...คิดว่า ไหนๆ ก็มาจนถึงขั้นนี้แล้ว ก็จะปล่อยให้คาเมะรับบทคนที่เหนือกว่าเขาดูซะที....
“โอเค...โอเค... กระผมไม่กล้าตีเสมอหรอกครับ แต่ว่า จะไปส่งให้ถึงบ้านดีมั้ย ดึกป่านนี้แล้วเดี๋ยวคุณปู่เป็นห่วงไม่รู้ด้วยนะ”
“ไม่เอาง่ะ กลับเองดีกว่า ผมไม่ไว้ใจคุณอีกต่อไปแล้ว”
“คาเมะ... นี่เกลียดฉันเอาจริงๆ สินะ?” ยูอิจิถาม
“ก็สมควรแล้วล่ะ ทำอะไรไว้ก็น่าจะรู้ดีอยู่”
“เจ็บแทนเพื่อนล่ะซิ...”
“ฮึ!!” คาเมะหน้าบึ้ง พอพูดถึงเพื่อนที่ว่า จุนโนะสุเกะ...นั่นแหล่ะไม่ใช่ใครที่ไหนอื่น
ยูอิจิเดินตามมาสองสามก้าว แล้วก็หยุดตรงหน้า
“จะบอกให้ หมอนั่นน่ะ มันย้ายไปอยู่กับคู่รักมันแล้ว ไม่รู้หรือไง?”
“ผมรู้...จุนโนะบอกแล้ว และก็ขอสาธุด้วย ที่ไปจากคุณเสียที”
“คาเมะ...” ยูอิจิถอนหายใจ ไม่รู้จะทำอย่างไรกับคาเมะดีแล้ว ...จะจับมาปล้ำซะเลยดีมั้ย เอาให้หุบปากไปเลย วาจาที่ว่าเขาฉอดๆ นั่นก็เหมือนกัน คาเมะถึงคราวแค้นล่ะก็ ช่างสรรหาคำพูดมาได้แบบว่า ยูอิจินึกไม่ถึงจริงๆ...

..................................

ฝนข้างนอกยังคงตกอยู่ เมื่อคาเมะเดินตากหน้าด้วยความอายออกมาจากเลิฟโฮเต็ล พวกพนักงานโรงแรมต่างพากันมองแล้วก็ซุบซิบ เพราะเห็นยูอิจิเดินตามหลังมาติดๆ แต่ว่าร่างบางกลับเดินอย่างไม่สนใจชายหนุ่มเลยด้วยซ้ำ
“บอกว่าจะไปส่ง” ยูอิจิพูดอยู่ข้างหลัง เมื่อเห็นคาเมะเอาแต่ชะเง้อมองหาแท็กซี่ ฝนที่ยังไม่ขาดเม็ด ทำให้เปียกไปหมดทั้งตัว
คาเมะหันขวับมามอง คิดไม่ตกว่าจะเอาไงดี แต่เท่าที่ยูอิจิปล่อยเขาให้ออกมาจากห้องนั่นได้ก็ดีถมไปแล้ว ... คงไม่คิดทำอะไรที่มันเลวร้ายอีกแล้วละมัง...
เด็กหนุ่มมองหน้ายูอิจิสลับกับการหันไปมองเม็ดฝนที่โปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า ...จะเอาไงดี
รถแท๊กซี่ก็ไม่มีมาสักคัน ขืนรออยู่แบบนี้ มีหวังไม่ได้กลับบ้านแน่ๆ หนาวก็หนาว เย็นก็เย็น แถมยังเปียกละอองฝนอีกต่างหาก

จนในที่สุด คาเมะก็หันขวับมาหายูอิจิ
“ก็ได้...จะยอมลดตัว นั่งรถคุณอีกสักหนก็ได้ นี่เห็นว่าฝนตกหรอกนะ”
ยูอิจิอมยิ้ม เขาเตรียมจะจูงมือคาเมะ แต่หนุ่มน้อยเป็นฝ่ายเลี่ยงหนีไปเดินซะห่าง ยูอิจิก็เลยได้แต่หัวเราะหึๆ แล้วก็เดินนำไปที่รถ...
...................................
เมื่อฝนเริ่มขาดเม็ด ก็มาถึงบ้านพอดี คาเมะหน้าซีดเมื่อคุณปู่เปิดไฟไว้ทั้งนอกรั้วและในบ้าน สว่างไปหมด แม้จะดึกมากแล้วก็ตาม เด็กหนุ่มชะเง้อมองเข้าไปในบ้าน เห็นชายชรานั่งหลับอยู่บนเก้าอี้โยก คาเมะค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปอย่างแผ่วเบา เขารู้สึกถึงแรงดึงจากบานประตูด้านหลัง พอหันไปมอง ยูอิจินั่นเอง นี่ชายหนุ่มจะเอายังไงกับเขาแน่นะ
“อะไรเล่า?” คาเมะเอ็ดเบาๆ
“มันดึกมากแล้ว ขอค้างที่นี่สักคืนแล้วกัน”
“หา?” เสียงโวยลั่นจากปากของเต่าน้อย ทำให้ยูอิจิสะดุ้ง พร้อมกับที่ร่างของคุณปู่ผงกขึ้นมาจากเก้าอี้โยก

คาเมะหันมาทำตาดุใส่ยูอิจิ เป็นทำนองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความผิดของชายหนุ่มเต็มๆ ยังมีน่ามาขอค้างบ้านเขาอีก
“ไปเที่ยวกันดึกดื่น รีบเข้าไปนอนซะ พรุ่งนี้จะได้ไปโรงเรียนแต่เช้า” คุณปู่พูดมาจากนอกชาน
“เอ้อ...ฮะ” คาเมะโค้งตัวต่ำเบื้องหน้าคุณปู่ แล้วก็ชายตามาทางยูอิจิ
“คุณ...เอ้อ...ชื่ออะไรนะ จำไม่ได้...?” คุณปู่ชี้มาทางร่างสูงที่ยืนอยู่เบื้องหลังคาเมะ
“ยูอิจิครับ”
“อือมม.... ดึกมากแล้ว จะค้างที่นี่ก็ได้” คุณปู่ชี้มือไปทางห้องด้านใน
“หา?” คาเมะโวยวาย แค่ชายชราโบกมือไปมา
“ดึกมากแล้วจะให้กลับได้ไง ฝนก็พรำๆ อย่างนั้น บ้านนี้ห้องมันไม่ค่อยมี คุณนอนกับไอ้หนูมันก็แล้วกัน”
“ให้ค้างห้องผมง่ะนะ?” คาเมะยิ่งทำหน้าเหวอหนักเข้าไปอีก เมื่อมองสบหน้าบึ้งตึงของชายชรา
“ครับคุณปู่” ยูอิจิรีบรับคำทันที ไม่มีปฏิเสธ พอพูดเสร็จก็หันไปทำหน้าล้อเลียนคาเมะเสียอีก
ชายหนุ่มเดินตามคุณปู่เข้ามาด้านใน โดยมีร่างบางเดินกระเง้ากระงอด บ่นกระปอดกระแปดตามหลังมาด้วย

ยูอิจิก้าวมาในห้องของคาเมะอย่างสง่าผ่าเผย ชายหนุ่มมองไปรอบๆ ตัว ห้องแบบญี่ปุ่นขนานแท้ ประตูบานเลื่อนทำจากไม้เนื้อบางแต่ไม่ยักกับกรุด้วยกระดาษแฮะ...ห้องของเด็กผู้ชาย อบอวลไปด้วยบรรยากาศของเด็กๆ บนโต๊ะเตี้ยตรงมุมห้องมีกองหนังสือเรียนวางอยู่ มีแจกันสีดำปักดอกฟูจิวางเป็นพู่ห้อยระลงมาจากโต๊ะนั่น ข้างๆ กันนั้นก็มีฟูกพับอย่างเรียบร้อย
“ฉันชอบห้องนี้จัง” ยูอิจิเอ่ยชมด้วยความจริงใจ ถึงจะเล็กกว่าห้องคนใช้บ้านของเขา แต่ก็รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
“ห้องของผม” คาเมะว่า
“ฉันรู้แล้ว นี่..มีรูปนายตอนเด็กๆ ด้วย” ยูอิจิถือวิสาสะหยิบรูปขอบเริ่มเหลืองของคาเมะขึ้นมา มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเขาขณะไล้นิ้วมือบนรูปของเด็กชายคาเมะ
“ปากเจ่อตั้งแต่เด็กแบบนี้ เชื่อแล้วว่าปากจัด”
“เอ๋? คุณนี่ไงนะ มาค้างบ้านเค้าแล้วยังมาว่าเจ้าของบ้านอีก เมื่อกี้ทำความผิดเอาไว้ ไม่บอกคุณปู่ให้เพ่นกบาลแยกก็บุญเท่าไรแล้ว”
“นายรอดปากเหยี่ยวปากกามาตลอดค่ำคืนนี้ ในโรงแรมนั่นฉันไม่ได้ทำอะไรให้นายเสื่อมเสีย แต่ที่นี่...ใครจะคิดว่าฉันจะมีโอกาสได้เข้ามาอยู่ในห้องเดียวกับนาย ในห้องรโหฐานสองต่อสอง”
“เชอะ...เพราะคุณปู่หรอก” คาเมะทำปากยื่น
ยูอิจิยักคิ้วอย่างยียวน ไม่สนใจเสียขึ้นจมูกนั่น เพราะถึงยังไงๆ เจ้าของบ้านก็อนุญาตแล้วนี่นะ
“ห้องก็แคบ จะนอนกันอย่างไงละเนี่ย” คาเมะบ่นต่อ
“ก็นอนฟูกเดียวกัน ถ้าแคบมากนายจะปีนขึ้นมานอนบนตัวฉันก็ได้”
“บ้า!”

หลังจากปูที่นอนกันแล้ว คาเมะก็ขอไปอาบน้ำก่อนเป็นคนแรก ตามมาด้วยยูอิจิที่คุณปู่นำชุดยูกะตะมาให้ใส่ แต่พอชายหนุ่มรับมาแล้ว คุณปู่ก็บอกว่า
“ผมว่า คุณยูอิจินอนห้องนี้คนเดียวก็แล้วกัน ผมจะให้คาเมะมันย้ายไปนอนกับผมในห้อง”


.........ฉึก!!.....


คุณปู่พูดแค่นั้นก็เดินจากไป กระนั้นก็ยังไม่วายไปตะโกนบอกหลานชายที่อาบน้ำอยู่ด้านในว่าให้ย้ายไปนอนห้องของเขาอีกด้วย
เสียงรับคำดังลั่นมาจากห้องน้ำ ได้ยินไปถึงหูยูอิจิ ชายหนุ่มนั่งก้มหน้านิ่ง มองชุดยูกะตะในมืออย่างปลงๆ เห็นทีเรื่องจะงาบเต่าน้อยวันนี้ คงต้องรอไปอีกสักหน่อยละมัง

********************************

จุนโนะตื่นขึ้นมาเมื่อดึกสงัด พบว่าตัวเองนอนซุกอยู่กับอกของอะกานิชิ จิน ความอายแผ่ซ่านขึ้นมา เมื่อก่อนไม่เคยคิดว่า จะเป็นของใครได้อีก นอกจากคุณหนูยูอิจิ ...แต่ว่าบัดนี้ เขามีจิน... ที่เป็นเจ้าของเขาอีกคน ... เป็นจินก็ดีกว่าใช่มั้ยนะ
ความอ่อนโยนที่ได้รับ คงไม่ต้องถูกนำมาเปรียบเทียบกันละมัง เพราะยังไงๆ ซะ เขาก็กำลังพบกับมันอยู่นี่แล้ว
เขาดึงผ้าห่มที่ปลายเตียงมาคลุมร่างของเขาทั้งสอง ฝนตกด้านนอกทำให้อากาศภายในพลอยเย็นไปด้วย จุนโนะซุกกายเข้าหาอกอุ่นอีกครั้ง จินเอื้อมมือมารั้งเอวเขาเอาไว้ ปากพึมพำอะไรไม่ได้ใจความ แต่ก็มีคำว่า...จุนโนะอยู่ด้วย...
เด็กหนุ่มอมยิ้ม นี่จินกำลังฝันหวานถึงเขาหรือเปล่านะ...
แต่ทว่า.....
“ขอโทษ...จุนโนะ..ฉันขอโทษ...”
เสียงละเมอนั้นไม่ดังเกินกว่าเสียงกระซิบ .....จุนโนะมองหน้าจิน
แต่นั่นก็เป็นแค่คำละเมอ...แต่ว่า คนนอนละเมอนั้น สามารถจะบอกความในใจได้ไม่ใช่หรือ

...ขอโทษงั้นหรือ...ทำไมจินต้องขอโทษเขาด้วยนะ...

..................

เมื่อรุ่งเช้ามาเยือน..
“อรุณสวัสดิ์ จุนโนะคนสวย...” จินแอบฉกแก้มหอมแป้งอ่อนจากจุนโนะ เด็กหนุ่มอยู่ในชุดนักเรียน และกำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่ในครัว จินยังอยู่ในเสื้อคลุมอาบน้ำ เขายิ้มอย่างสดใสมองหน้าเหวอของจุนโนะที่กำลังยืนเอามือปิดแก้มตัวเองไว้เพราะกลัวโดนจู่โจมอีก
“ไปอาบน้ำนะฮะ ผมจะไปโรงเรียนแล้วล่ะ สายมากแล้ว”
“สายอะไร? เพิ่งจะหกโมงเอง...อือมม...นี่เสื้อผ้าฉันอยู่ไหนน้า...”
“ผมอบให้แล้วนะครับ อยู่ในครัว...” จุนโนะชี้ไปที่เตาอบ จินหัวเราะแล้วก็บอกว่า
“เออ..เข้าใจหาวิธีอบผ้าแห้งนะเรา?” เขาเดินไปหยิบเสื้อผ้า ซึ่งมันก็ยังอุ่นๆ อยู่ พอเดินผ่านจุนโนะ เขาก็รวบตัวเด็กหนุ่มมาไว้ในอ้อมแขน ก้มหน้าลงซุกไซ้ซอกคอหอม
“จุนโนะเป็นแม่บ้านจริงๆ ด้วยซิ ...จะเป็นไงน้า ถ้าฉันจะย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วย ไปๆ มาๆ มันเหนื่อยนะ”
“จินจะย้ายมาก็ได้นี่นะ”
“หา?...ได้เหรอ?” จินทำท่ากระดี๊กระด๊า เขากดปลายคางกับบ่าของจุนโนะ
“ได้สิฮะ ก็ห้องของคุณนี่นา...”
“แต่ถ้าจุนโนะไม่อยากให้อยู่ก็...คือฉันหมายถึงว่า ถ้านายเต็มใจจะให้ฉันอยู่ด้วย ฉันก็...”
“เต็มใจสิครับ เมื่อคืนที่เกิดขึ้นน่ะ ...ยังไม่แน่ใจอีกเหรอว่า ผมเต็มใจ” จุนโนะทอดเสียงอ่อน ใบหน้าที่จินเห็นด้านข้างนั้น แดงซ่านจนถึงใบหู ซึ่งก็ทำให้ชายหนุ่มอดใจหอมแก้มนั้นไม่ได้
“ฉันจะบอกแม่ก่อน แล้วก็ค่อยๆ ขนเสื้อผ้ามาเย็นนี้เลย จุนโนะไปหาแม่ฉันกันน้า...แม่อยากเจอ” จินว่า
เอาแม่มาอ้างหรือเปล่า จุนโนะไม่แน่ใจ แต่ทุกครั้งที่จินพาไปหาแม่ของจิน จุนโนะก็รู้สึกดีไปด้วย
คุณนายอะกานิชิคล้ายคลึงกับแม่ของเขา ทั้งท่าทาง ความอ่อนโยน และใจดี จะต่างก็ตรงที่ แม่ของจินเป็นคุณนายที่อยู่สูงส่งเหลือเกิน เกินกว่าแม่ของเขาจะเทียบได้

......แต่ถ้าจะเทียบในเรื่องของความเป็นแม่ล่ะก็...ทั้งสองไม่น้อยหน้าไปกว่ากันเลย....

“ไปซิครับ...ผมชอบแม่ของจิน...” จุนโนะพูดเพียงเท่านั้น ก็ชี้มือไปนอกห้องครัวเป็นเชิงเตือน จินก็เลยเดินคอตกไปอาบน้ำแต่โดยดี

..........................

จินขับรถไปส่งจุนโนะที่โรงเรียน ทั้งสองรู้สึกแปลกใจที่เห็นคาเมะนั่งรถมากับนากามารุ ยูอิจิ แต่ท่าทางของคาเมะยังติดจะงอนๆ กับยูอิจิเสียละส่วนมาก เพราะพอรถจอด เด็กหนุ่มก็เดินลิ่วๆ ไม่ยอมหันมามองใครเลย
ยูอิจิเห็นจุนโนะแล้ว คิ้วเรียวขมวดแบบถือดี เขาเดินฉับๆ มาหาจุนโนะ
“เป็นไงเรา จุนโนะสุเกะ...นึกจะไปอยู่ที่อื่นก็ไปเลยนะ”
“ครับ” จุนโนะตอบสั้นๆ แต่ได้ใจความ สีหน้าของเด็กหนุ่มยามนี้ คงจะบอกความรู้สึกต่างๆ ได้ดี ยูอิจิจึงได้แต่ยืนอึ้ง มองลูกนกที่เคยอยู่ในอุ้งมือด้วยความขุ่นเคือง
ชายหนุ่มเห็นอะกานิชิ จิน มองเขม็งมาจากในรถ แต่จินไม่ได้ลงมา ได้แต่นั่งมองอยู่เท่านั้น แต่ยูอิจิก็รับรู้ได้ทันทีว่า จินพร้อมเสมอที่จะลงมากระแทกปากเขา หากเขาทำอะไรไม่ดีต่อจุนโนะสุเกะ
ยูอิจิชี้ไปที่ซอกคอของจุนโนะแล้วก็ทำหน้าเบ้
“ดูร่องรอยซิ... เหมือนกับผ่านศึกรักมาอย่างหนักเชียว นายคงจะยินดีซินะที่มีที่เกาะคนใหม่ ดูท่าทางจินก็คลั่งไคล้นายยังกะอะไรดี”
“คุณก็ดูจะคลั่งไคล้เพื่อนของผมอยู่ไม่น้อยทีเดียว” จุนโนะย้อนคำ ซึ่งก็ทำให้อีกฝ่ายหน้าตึงไม่น้อย
“นี่หัดพูดยอกย้อนงั้นเรอะ!”
“เปล่าครับ ผมเพียงแต่พูดความจริง”
“แล้วนายล่ะ จะอยู่กับจินได้นานเท่าไร รักเขาหรือไงเรา...หัวใจนายน่ะ มีเขาอยู่มากกว่าฉันหรือเปล่า จุนโนะสุเกะ ท่าซมซานกลับมาล่ะก็ อย่าหวังว่าฉันจะเมตตานะ...”
“ครับผมเข้าใจ...” เด็กหนุ่มก้มหัวยอมรับ
“เฮอะ!!” ยูอิจิเม้มปาก พิจารณาร่างบางตรงหน้า เห็นความสดชื่นฉายชัดบนใบหน้านั้น รอยจ้ำแดงที่แต่งแต้มแถวซอกคอนั่นอีกล่ะ

...จุนโนะกับจินคงจะเริงรื่นสุดเหวี่ยงกันตลอดค่ำคืนที่ผ่านมาสินะ....
...นี่เจ้านกน้อยแสนจะบอบบางคนนี้ มีรังใหม่ที่ต้องจงรักภักดีแทนที่รังเก่าเสียแล้ว ....

ความรู้สึกวูบแรกคือ
...เสียดาย...
ก็แน่ล่ะ ของเคยเป็นของเขามาก่อนนี่นะ...กลับหลุดลอยเป็นของจินไปได้ และจินเองก็มีท่าทางจะหวงของเก่าที่เขาทิ้งแล้วไม่น้อยเลย...
ยูอิจิยืนกระสับกระส่ายได้ไม่นาน เขาก็หันไปโบกมือให้จิน อย่างที่ไม่รู้จะทำอะไรให้ดีไปกว่านั้น เมื่อหันมามองจุนโนะอีกครั้ง ก็เห็นสายตาอ่อนหวานของจุนโนะมองมายังจินเช่นกัน และนั่นก็ทำให้ยูอิจิรู้สึกหัวเสียขึ้นมาทันที
“ฉันคงต้องไปล่ะ ...เมื่อวานเหนื่อยสุดๆ เมื่อคืนก็ค้างบ้านคาเมะมา รู้สึกดีเป็นบ้าเลย”
“หา? ค้างบ้านคาเมะ!” จุนโนะเบิกตากว้าง เขาใจสั่น ไม่ใช่เพราะหึงคุณหนูของเขาหรอก แต่เพราะเป็นห่วงเพื่อนมากกว่า มิน่าล่ะ คาเมะถึงได้เดินจ้ำอ้าวไปแบบนั้น เมื่อคืนเจออะไรมาบ้างก็ไม่รู้
“คุณยูอิจิ...ไม่น่าเลย...เพื่อนผมน่ะเป็นเด็กดีเกินกว่าที่คุณจะทำแบบนั้น”
“เฮอะ! ว่ากันเข้าไป บ้าชะมัดเลย...เซ็งเว้ย!” ยูอิจิพูดแล้วก็ทำหน้าบึ้ง เขาเปิดประตูรถ ขับรถจากไปอย่างไม่พูดไม่จา ทิ้งให้จุนโนะยืนงง ไม่เข้าใจว่า ทำไมยูอิจิถึงได้หงุดหงิดนักในเช้านี้

จุนโนะมองตามท้ายรถของยูอิจิด้วยสายตาครุ่นคิด ...ก็เมื่อกี้บอกว่าไปค้างบ้านคาเมะ แต่ทำไมถึงดูไม่สบอารมณ์นักล่ะ...
...หรือว่าจะยังไม่เกิดอะไรเลวร้ายกับเพื่อนตัวเล็กของเขา...

เขาเบนสายตากลับมามองจิน เห็นสีหน้าของชายหนุ่มบนรถแล้วก็สะดุ้งวาบ สายตาของจินมองเขาแบบ...
...ระแวง....และฉายชัดถึงความเป็นเจ้าของ...

จินหน้าบึ้งตึง ริมฝีปากหยักบางเม้มเข้าหากัน และในสายตา...ก็มีจุนโนะเป็นโฟกัสเดียวที่อยู่ในดวงตาของเขา...
แค่ที่ยูอิจิพูดอะไรกับจุนโนะหน้าประตูโรงเรียนนั้น เขาก็ลมออกหูอยู่แล้ว จุนโนะยังจะมองตามท้ายรถของอดีตนายจ้างไปอีกงั้นหรือ

<<<<...เล่นมองตามท้ายรถกันแบบนั้นน่ะ......ยังอาลัยอาวรณ์เขาอยู่สินะ...หึงนะจะบอกให้...>>>>

**********************

to be con

comment ที่นี่จ้า...

Hosted by www.Geocities.ws

1