
TEAR of LOVE
Vol 14
***************************
วันต่อมา จินมารับจุนโนะที่บ้านในตอนสาย วันนั้นเป็นวันเสาร์พอดี ชายหนุ่มมาขอพบกับแม่ของจุนโนะสุเกะก่อนอันดับแรก
พูดจาขอให้ลูกชายคนเดียวของหญิงกลางคนย้ายออกมาจากบ้านนากามารุ และมาอยู่ที่คอนโดฯ
ของเขาแทน
ทีแรกแม่ของจุนโนะก็อึ้ง และใจหาย แต่เมื่อมองย้อนไปถึงความขมขื่นที่ลูกชายได้รับยามที่อยู่ในบ้านหลังนี้
เธอก็จำต้องพยักหน้ายอมอนุญาตให้จินมารับจุนโนะไปแต่โดยดี
ก้าวแรกของการเข้ามาอยู่ จุนโนะมองไปรอบกาย เขาพบกับแสงแดดยามบ่ายของวันนั้นส่องลอดม่านหน้าต่างเข้ามา
ทำให้ห้องในคอนโดฯ สว่างไสวไปหมด ...ห้องกว้างใหญ่แบบนี้ เขาต้องมาใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังงั้นหรือ...
มันช่างเงียบ และวังเวงเหลือเกิน
จินช่วยเหลือทุกอย่าง เขาจัดการแขวนเสื้อผ้าจุนโนะใส่ตู้ให้ เช็คดูความเรียบร้อยของห้องครัวและห้องน้ำ
จากนั้นทั้งสองก็มานั่งทานอาหารที่ซื้อติดมือมาด้วย
จุนโนะปาดเหงื่อที่ใบหน้าออก ยิ้มให้จินอย่างซึ้งใจ อาการนั้นทำให้จินเผลอยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู
อยู่คนเดียวได้แน่นะ? จินถามด้วยความเป็นห่วง จุนโนะชำเลืองมองรอบข้าง กลืนน้ำลายดังเอื๊อกแล้วก็พยักหน้าอย่างไม่มั่นใจ
น่าจะอยู่ได้นะครับ
เอ๋...พูดแบบนี้ น่าเป็นห่วงนะเนี่ย
ไม่เป็นไรครับ ผมอยู่ได้ จุนโนะรีบบอก ตักอาหารใส่ปาก เขาพยายามฝืนทำให้เห็นว่าการอยู่คนเดียวในที่แปลกๆ
แบบนี้ ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกกังวลอะไรเลย แต่ในส่วนลึกนั้น แววตาที่มีร่องรอยกังวลนั้น
ไม่ได้รอดพ้นสายตาของจินไปได้
แล้วฉันจะมาหาบ่อยๆ ก็แล้วกัน
ดีฮะ เด็กหนุ่มยิ้มแป้นทันที ไม่ได้อยู่กับแม่แล้วแบบนี้ ถ้าจินจะมาหาบ่อยๆ ก็คงจะดีไม่น้อยเลย...
***********************
ยามอาทิตย์ลับขอบฟ้า สองหนุ่มก็ยังคงคุยกันหน้าทีวีได้ไม่รู้เบื่อ จากนั้นจินพาจุนโนะไปซื้อผ้าปูเตียงและปลอกหมอนอันใหม่
หลังจากที่เถียงกันเล็กน้อยเรื่องที่จุนโนะอยากใช้ของเดิมที่เอามาด้วย แต่จินยืนกรานไม่ยอม
เปลี่ยนใหม่เหอะนะ ของนายน่ะมันเก่ามากแล้ว ซักอีกทีคงจะยุ่ยหมดล่ะ จินว่า
แต่ผมใช้มาตั้งแต่เด็กนี่นา มันติดนี่ฮะ เสียงละห้อยของจุนโนะทำเอาจินเกือบใจอ่อน
แต่ว่า
ไปเหอะน่า เดี๋ยวจะพาไปดู พอเห็นของใหม่สวยๆ นายก็จะเปลี่ยนใจเอง
และก็จริงดังที่จินบอก เมื่อมาถึงร้าน จุนโนะชอบผ้าปูเตียงลายตารางสีฟ้าอ่อน แต่จินชี้ไปที่ผ้าต่วนสีแดงเลือดนก
และบอกว่า
แต่ฉันชอบแบบนี้แฮะ
ผมว่าสีฟ้ามันสวยดีนะฮะ จุนโนะแย้ง กอดผ้าผืนนั้นแน่น
สีแดงเหอะ
ไม่เอาง่ะ จุนโนะทำหน้ามุ่ย ส่ายหน้าแล้วย้อนว่า
ใครจะนอนกันแน่นะ
ก็เผื่อจะขอนอนด้วย จินพูดหน้าตาเฉย แต่ก็เรียกผิวแก้มแดงซ่านจากจุนโนะได้ทันที
จุนโนะถอนหายใจ กรอกตาขึ้นข้างบน จากนั้นก็หยิบผ้าปูสีฟ้าอ่อนที่ชอบไปคิดเงินโดยมีจินเดินตามต้อยๆ
เดี๋ยวออกให้ จินล้วงกระเป๋าเงิน แต่มือขาวของจุนโนะก็หยุดเขาเอาไว้
ผมออกเอง
เอ๋?? ได้ไง...ฉันเป็นคนชวนนายมา ฉันต้องออก
ไม่เอาง่ะ จินให้ผมมามากแล้ว เตียงนั่นผมก็เป็นคนนอน เพราะฉะนั้นผมขอออกเอง เด็กหนุ่มให้เหตุผล
แต่จินกลับส่ายหน้า
ขอออกตังค์เถอะ จุนโนะไม่ต้องจ่าย
งั้นไม่เอา..ผมจะเอาไปคืน เมื่อยืนกรานแบบนั้น จินก็เลยต้องยอมเด็กดื้อเสียหน่อย
แถมตอนออกมาจากร้าน จุนโนะก็กอดผ้าปูเตียงไว้กับอก เขาขอปูเตียงเองอีกด้วย และแนะว่าจินควรจะกลับไปหาแม่ของตัวเองได้แล้ว
เพราะตอนนี้ก็ดึกมากแล้วด้วย
ทีงี้ล่ะไล่เลยน้า ชายหนุ่มทำปากยื่น เขามาส่งจุนโนะถึงหน้าห้อง ก่อนจะลาจาก
ยังยื่นหน้าหมายจะจุมพิตที่ปากบางแดงของเด็กหนุ่ม แต่นิ้วชี้ของจุนโนะก็ยื่นมาปิดปากเขาเสียก่อน
ราตรีสวัสดิ์ฮะ วันนี้ขอบคุณมาก
ว้า.... จินครางเสียงอ่อย
จุนโนะเลยให้สิ่งปลอบใจแก่เขาคือ รอยยิ้มสดใส ที่ส่งให้จินโดยเฉพาะ
แล้วเจอกันนะครับ...
อือ..........งั้นพรุ่งนี้จะมาหาแต่เช้าเลยนะ จินมองจุนโนะปิดประตูห้องตรงหน้า
เขาถอนหายใจ แต่ก็ด้วยความดีใจ จุนโนะอยู่ในห้องนั้น ห้องที่เขาสามารถจะมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยให้ได้สักวันหนึ่งข้างหน้า....
วันนี้คงต้องถอยกลับก่อน แค่วันนี้จุนโนะพอใจและได้เห็นรอยยิ้มสว่างสดใสนั้นแล้ว
เขาก็ชื่นใจ.......
****************************
นายย้ายไปอยู่กับคุณจินแล้วเหรอ? คาเมะถามเสียงดังลั่น นัยน์ตาเบิกกว้าง จุนโนะเหลียวล่อกแล่ก
แล้วก็กระโดดตะครุบปากเพื่อนรักไว้แน่น
อื้อ...อ๋ายอวามอ้า....อายอับอุณอิน..อะ...อ๋า...(หมายความว่า นายกับคุณจินน่ะ)....
เสียงพูดอู้อี้จนฟังไม่ชัด แต่คนอุดปากก็ส่ายหน้าแรงๆ
ไม่ใช่นะ นี่ ชูวส์... เบาๆ หน่อยซิคาเมะ ฉันบอกว่าย้ายไปอยู่คอนโดของเขา แต่ไม่ได้อยู่กับเขาแบบนั้นนะ
อั๊นเอ๋อ...
งั้นซิ... นี่ถ้าฉันปล่อยปากนาย นายก็อย่าพูดเสียงดังได้มั้ยอ่ะ จุนโนะคาดคั้น
เมื่อคาเมะพยักหน้างึกๆ เขาจึงปล่อยปากคาเมะให้เป็นอิสระ
โอ๊ย...นายยอมคบกับเขาแล้ว เป็นแฟนกันแล้วหรือ?
ฮื่อ...... ร่างสูงพยักหน้ายอมรับ แม้จะไม่เป็นความจริงตามที่คาเมะถาม แต่จุนโนะก็ต้องยอมรับ
เพราะอย่างน้อย เพื่อนรักคนนี้จะได้สบายใจเรื่องของเขากับคุณยูอิจิ
คาเมะมองหน้าจุนโนะอย่างค้นคว้า เขายังสงสัย...อย่างจุนโนะน่ะหรือจะคิดอะไรแบบนั้น... เพราะเขาหรือเปล่านะ ที่ทำให้จุนโนะตัดสินใจออกไปจากบ้านนากามารุ
จุนโนะ....
หือ? หน้าสวยเลิกคิ้วมองคาเมะอย่างฉงน
นายไม่ได้ทำเพราะ...เอ้อ...เพราะฉันหรอกนะ?
อะไรกันน้า คาเมะนี่... ฉันก็อยากมีคนรักบ้างซิ จุนโนะว่า หัวเราะเสียงใส
คุณจินง่ะนะ... ฉันดูออกว่าเขาชอบนาย แต่กับนายเอง ฉันดูไม่ออกแฮะว่าชอบเขา...
นี่...ถ้านายจะทำแบบนั้นเพียงเพื่อให้ฉันกลับไปหาคุณยูอิจิง่ะนะ ขอบอกว่าไม่สำเร็จหรอก
ฉันกับเขาน่ะคงไม่มีวันนั้นหรอกนะ คาเมะพูดอย่างเศร้าสร้อย หน้าหวานมุ่ยสนิท จนจุนโนะต้องกอดบ่าบอบบางของคาเมะ
และกระซิบว่า
ฉันกับคุณจินรักกันจ้ะ คาเมะจ๋า...ฉันไม่สนคุณยูอิจิหรอกน่า...
ปากก็พูดแบบนั้น และทำไมทำหน้าเศร้าแบบนั้นล่ะ จุนโนะ... คาเมะจิ้มหน้าผากเพื่อนเบาๆ
เมื่อจุนโนะทำตาโต เขาก็อดหัวเราะไม่ได้ จุนโนะหน้าเหวอแบบนั้นน่ะ ปิดไม่มิดหรอกน่า....
แล้วแม่นายยอมให้นายย้ายไปอยู่ตามลำพังเหรอ จุนโนะ?
ฮื่อ เมื่อฉันบอกเหตุผล แม่ก็ต้องยอม แต่ก็ร้องไห้น่าดู วันที่ฉันเก็บของไปน่ะ
เห็นแม่อึ้ง ฉันก็ใจหายเหมือนกัน.... จุนโนะเล่าให้คาเมะฟังถึงวันแรกที่เขาจากอกมารดาไปอยู่คอนโดฯ
นายบอกเหตุผลแม่นายว่าไงมั่ง?
ฉันบอกว่า... เอ้อ... ฉันจะคบกับจินน่ะ แม่ใจหาย แม่บอกว่างั้นนะ ใจหายเลยล่ะ...
แต่แม่ก็เข้าใจ ถ้าจะให้แม่เลือกระหว่างการอยู่ที่บ้านนากามารุแล้วโดนคุณยูอิจิเขา...เอ้อ....เอ่อ....นายคงเข้าใจนะคือว่า
เอ้อ......ทำแบบนั้นน่ะ... กับการที่ไปอยู่กับจิน ถึงแม่จะไม่ค่อยเชื่อว่าจินเขาไม่ได้อยู่ด้วยก็เหอะ
แต่แม่ก็ว่ามันก็ยังดีกว่าอยู่บ้านนั้น.... จุนโนะบอกด้วยอีกว่า คุณยูอิจิยังไม่รู้เลยว่าเขาย้ายไปจากบ้านแล้ว
โห...ถ้ารู้ล่ะก็นะ...เฮอะ...คงไม่ต้องให้เดาละมัง คาเมะพ่นลมออกมาดังพรืด พลางนึกถึงหน้าถมึงทึงของอดีตคู่รักออก
.... ยามที่ไม่ได้อะไรดังใจ ยูอิจิคงจะอาละวาดบ้านพัง....
หลังเรียน จินมารับจุนโนะเหมือนเคย แต่ตามสายตาของคาเมะนั้น ดูทั้งสองจะสนิทกันมากขึ้นทีเดียว ร่างเล็กมองตามท้ายรถจินไปจนลับตา พอเขาไปกันแล้ว คาเมะก็สะดุ้งเพราะลืมติดรถจินไปบ้านเสียสนิทเลย เหลียวซ้ายแลขวา ก็โล่งใจเมื่อไม่เห็นรถคันหรูของยูอิจิจอดอยู่เช่นเคย ความจริงเขาก็ไม่เห็นยูอิจิมาป้วนเปี้ยนแถวโรงเรียนเขาหลายวันแล้วนี่นะ บางทีหนุ่มเพลย์บอยคนนั้นอาจจะเบื่อ รามือจากเขาแล้วก็ได้ ...คิดอย่างนั้นแล้ว คาเมะก็หน้าตูม นึกเสียใจนิดๆ ที่ตัวเองกลับต้องมาเป็นคนที่เศร้าหมองแต่เพียงคนเดียว
หนุ่มน้อยถอนหายใจยาว กอดกระเป๋านักเรียนแนบอก เดินไปตามถนนที่จะพาเขาไปถึงบ้านเหมือนเช่นทุกวัน.........
***********************
คาเมะเดินห่างจากโรงเรียนได้ไม่เท่าไร เขาก็รู้สึกถึงสัญชาตญาณระแวงภัยจากทางเบื้องหลัง อยู่ๆ ขนบนหลังต้นคอมันก็ลุกซู่ขึ้นมาจริงๆ ......
....นั่นไง....ร่างสูงของใครคนหนึ่งยืนพิงตู้โทรศัพท์สาธารณะอยู่เบื้องหน้า จะหนีก็ไม่ทันเสียแล้ว
.....นากามารุ ยูอิจิ ก้าวออกมายืนล้วงกระเป๋าเผชิญหน้ากับร่างบางที่มองเขาอย่างตื่นๆ
ไง.... ในที่สุดเราก็ได้เจอกันเสียทีนะ คาเมะน้อย ยูอิจิเปิดฉากขึ้นก่อน
อย่ามาเรียกผมแบบนั้นนะ!! คาเมะทำปากยื่น รีบกระเด้งห่างจากจุดรัศมีอันตรายทันที
แต่ยูอิจิสาวเท้าตาม
ฟังฉันก่อนนะคาเมะ ขอเวลาสัก 5 นาทีได้มั้ย?
ก็พูดไปซิ
พูดกันตรงนี้ไม่เหมาะแน่ เข้าไปในรถก่อนดีมั้ย? ยูอิจิชี้ไปในรถ ซึ่งก็ได้รับการสั่นหน้าจากคาเมะปฏิเสธกลับมา
เรื่องอะไรล่ะ
แป๊บเดียวเอง แล้วจะไปส่งบ้าน
ไม่เอา
คาเมะ..... นายเกลียดฉันแล้วหรือ?
ถูกล่ะ เข้าไส้เลยด้วย!! คาเมะสะบัดหน้าพรืด จึงไม่ทันเห็นว่ายูอิจิก้าวเข้ามาถึงตัวแล้ว
ผมง่ะนะ ขอสาบานกับตัวเองแล้วว่าจะไม่ขอพบกับคุณอีก ...อุ๊บ... เสียงคาเมะขาดหายไปเมื่อถูกมือใหญ่ตะครุบปากไว้
แขนข้างที่ว่างก็คว้าหมับที่เอวบาง ลากตัวมาขึ้นรถจนได้ ขาสองข้างของคาเมะเตะอากาศไปมา
จะร้องก็ร้องไม่ได้ คนแถวๆ นั้นมันหายไปไหนกันหมดนะ....ให้ตายเถอะ...
คาเมะกำลังจะถูกฉุดงั้นหรือ......
***************************
ยูอิจิพารถเข้ามาจอดที่ใต้ซุ้มต้นฟูจิ ที่กำลังออกดอกสีม่วงเป็นพวงระย้า ห้อยลงมาจากไม้ระแนงเบื้องบน คาเมะเห็นสถานที่แล้วก็กลืนน้ำลาย ก็ที่นี่น่ะมันหน้าประตูด้านหลังบ้านของเขาเองนี่นา....
ถนนเส้นเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีใครใช้ เพราะอยู่ห่างจากถนนพอสมควร มีแต่บ้านระแวกนี้เท่านั้นที่ใช้เป็นเส้นทางลัดเข้าออก
ซึ่งในยามนี้มันดูโล่งและเงียบสงัด
ยูอิจิมองคาเมะแล้วก็อมยิ้มที่มุมปาก
ที่นี่ใช่มั้ย ที่นายใช้เข้าออก เพราะหวังจะหนีฉัน ยูอิจิถามขึ้นมา เล่นเอาคนฟังใจหายวาบ
คาเมะเม้มปากแน่น เขาพยายามจะเปิดประตูรถออกก็ทำไม่ได้ เพราะยูอิจิไม่ยอมปลดล็อคให้
นอกจากนั้นยังขยับตัวมาใกล้เด็กหนุ่มเสียอีก มือใหญ่วางแหมะบนต้นขาของเด็กหนุ่ม
ยื่นหน้าเข้าไปจนแทบจะติด
ใช่มั้ยคาเมะน้อย?
ใครว่า ...นี่คุณมาจอดรถบ้านใครน่ะ? ย้อมถามเสียอีก ยูอิจิฟังแล้วก็หัวเราะ จิ้มแก้มคาเมะแล้วก็บอกว่า
ยังมีหน้ามาทำไก๋ บ้านของนายง่ะแหล่ะ นี่คาเมะ... เขาเกลี่ยเส้นผมที่ตกห้อยสองข้างแก้มของหนุ่มน้อยออกทัดหูให้
ถ้ามีหูทิพย์ล่ะก็คงจะได้ยินเสียงหัวใจดวงน้อยของคาเมะเต้นระรัวอยู่ในอกแล้ว
เลิกทำแบบนี้ทีเหอะ ฉันเหนื่อยนะ ที่คอยตามนายตลอดเวลา ชายหนุ่มพูด
ก็ไม่เห็นต้องตามนี่นา...เลิกกันแล้วก็แล้วกันซิ ผมน่ะไม่อยากจะยุ่งกับคนไม่มีหัวใจอย่างคุณหรอก
คาเมะสะบัดหน้าไปทางอื่น แต่กระนั้นก็ยังได้รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นจัดของยูอิจิที่ระอยู่ข้างแก้ม
ฉันไม่เลิกจนกว่า.....
จนกว่าอะไร....
จนกว่าจะได้ตัวนาย
............เพียะ........
หน้าหล่อหันไปตามแรงตบ ยูอิจิหน้าชาดิก เขามองคนตบด้วยดวงตาเบิกกว้าง
ตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยมีใครหน้าไหนกล้ามาตบหน้าเขามาก่อน
คาเมะตัวสั่น เขาถูกขยุ้มไหล่ทั้งสองข้าง โดนกระชากทีเดียวก็ปลิวมาอยู่ในอ้อมกอดของยูอิจิ
ปล่อยนะ จะทำอะไรง่ะ!! เด็กหนุ่มร้องลั่น แต่ก็ร้องได้แค่นั้นเพราะปากบางถูกทำให้ปิดสนิทด้วยริมฝีปากอิ่มหนาของยูอิจิ..........
จุมพิตกระแทกกระทั้นคือการลงโทษที่คาเมะได้รับ เขารู้สึกว่ามือข้างที่ตบหน้ายูอิจิชาและเจ็บๆ
คันๆ แต่ก็ไม่รู้สึกน่าตกใจมากไปกว่าการที่กลีบปากอ่อนบางของตัวเองกำลังถูกบดขยี้อยู่ในตอนนี้
ลมหายใจอ่อนระทวย หอบสะท้านเมื่อแผ่นอกเหมือนกับจะจมหายไปในอ้อมกอดของยูอิจิ ดวงตาหลับแน่น
สองมือที่กำแน่นนั้นค่อยๆ คลายออก คาเมะวางสองกำปั้นลงข้างลำตัว ขณะศีรษะแหงนเงยเพราะถูกจูบของยูอิจิรุกราน
อึก.......อื้อ........ คาเมะสะอื้นออกมา เนื้อตัวร้อนวูบวาบไปหมด ยูอิจิบีบปลายคางของเขาให้ริมฝีปากเผยอออก
เพื่อลิ้นระอุอุ่นจะได้เข้าไปรัดรึงกับลิ้นอ่อนนุ่มของเด็กหนุ่ม
ยูอิจิจูบลงโทษคาเมะจนรู้สึกได้ว่าร่างบางเนื้อตัวอ่อนระทวย ง่ายต่อการปู้ยี่ปู้ยำเหลือเกิน
แต่รสเค็มปร่าของน้ำตาทำให้หมดอารมณ์ ร่างหนาจึงผละออก ทิ้งให้คาเมะนอนหอบหายใจระรวย
ศีรษะพิงพนักหอบจนตัวโยน ริมฝีปากบวมเจ่อแดงจัดเร้าอารมณ์ให้แตกกระเจิง แต่ยูอิจิเลือกที่จะหยุด
เขาอยากได้ตัวคาเมะจริงๆ แต่ว่าคงไม่ใช่ยามนี้ซินะ
ชายหนุ่มหันไปปลดล็อกประตูออกดงคลิ๊ก คาเมะถึงได้สติ เขาคว้ากระเป๋านักเรียนมากอดแน่น
มือควานหาปุ่มกดสวิตช์เปิด แต่อาการสั่นเทาก็ไม่อาจทำได้ดังใจ ยูอิจิจึงเอื้อมมือข้ามร่างบางไปปลดล็อกให้
ใบหน้าห่างกันไม่ถึงนิ้ว ชายหนุ่มได้ยินเสียงคาเมะหอบ ทำให้อดใจที่จะฉกหอมแก้มนวลไม่ได้
เสียงร้องฮึ...ดังขึ้นเบาๆ เมื่อประตูเปิดออกกว้าง คาเมะจึงรีบลงไปยืนหอบ แข้งขาสั่นพั่บๆ
ดวงตาหรี่ปรือมองตามท้ายรถของยูอิจิจนลับตา เขาเดินโซเซเกาะประตูไม้ จัดผมเผ้าและเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะสูดลมหายใจลึก เปิดประตูบ้านเข้าไปอย่างยากลำบาก
...........บ้าจริง......
นายยูอิจิ...คนบ้า........
มาทำให้เขาใจสั่นหวั่นไหวแบบนี้ได้ยังไงกัน
ตบไปเมื่อกี้ ไม่คุ้มเลย นอกจากจะเจ็บมือแล้ว ยังเสียจูบอีก....
แต่ว่าทำไมความรู้สึกวาบหวามแบบเดิมที่เคยไปไหนมาไหนกับยูอิจิถึงได้หวนกลับมาอีกได้นะ...
******************************
จินไขกุญแจห้องให้จุนโนะเข้าไปก่อน เขาปิดประตูตามหลัง ทั้งสองทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา
ถุงอาหารที่ซื้อมาวางกองอยู่บนโต๊ะกระจกหน้าทีวี จินพิงศีรษะกับพนักโซฟา มองคนที่นั่งข้างๆ
ด้วยสายตาดื่มด่ำ จุนโนะถอดเสื้อสูทออกเหลือแต่เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาด เหงื่อเกาะที่แผ่นหลังจนชุ่มไปหมด
จินเสยผมที่ต้นคอให้ เขาเห็นเส้นผมที่กอดกันชื้นเป็นกระจุกของเด็กหนุ่ม เห็นแล้วก็หัวเราะหึๆ
ไปอาบน้ำก่อนก็ได้นะ
ฮะ...เหนียวตัวเหมือนกัน เดี๋ยวผมจะจัดอาหารให้จินก่อน แล้วผลัดกันไปอาบดีมั้ย?
จุนโนะรับอาสา เขาลุกขึ้นยืน ในขณะที่เจ้าของห้องยังคงนั่งเอนๆ จนเกือบจะเป็นนอนบนโซฟาแล้ว
ฉันคงไม่อาบหรอก ไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยน
อืมมม... จริงสิ ... จินน่ะ เตรียมโน่นเตรียมนี่เอาไว้พร้อม แต่เสื้อผ้าของตัวเอง
กลับไม่ยอมมีไว้เลยนะฮะ
นั่นน่ะซิ... ฉันคิดเอาไว้เหมือนกันว่า น่าจะเอาเสื้อผ้าใส่เล่นมาทิ้งๆ ไว้ที่นี่บ้าง
จินลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ เขารุนหลังจุนโนะไปในห้องส่วนตัว แล้วก็บอกสั้นๆ ว่า
ไปอาบน้ำได้แล้วไป...เรื่องอาหารฉันจะจัดเอง...
ขอบคุณฮะ จุนโนะยิ้มหวานจ๋อย จนจินแทบจะอดใจไม่ไหว เขาสะดุดความรู้สึกตัวเอง
ความรู้สึกเมื่อแรกเจอหนุ่มน้อยคนนี้เริ่มมีขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว จุนโนะน่ารักแบบนี้
รูปร่างอ้อนแอ้นแบบนี้นี่ล่ะที่ทำให้เขาแทบจะอดใจไม่ไหว....
จุนโนะ............. จินคว้าข้อมือของเด็กหนุ่มไว้มั่น เมื่อจุนโนะกำลังจะเดินเข้าห้องน้ำ
จินก็สวมกอดเขาจากทางเบื้องหลัง
อ๊ะ...จิน... เสียงอุทานดังมาจากลำคอน้อยๆ นั่น จุนโนะยืนตัวแข็งทื่อ เมื่อจินหอมแก้มนวลเขาดังฟอด....
อย่าเลยฮะ ตัวผมเหงื่อเต็มเลย จุนโนะเบี่ยงตัวออก แต่จินกลับยื่นหน้าเข้าไปอีก
ฉันก็มีเหงื่อเหมือนกัน อาบน้ำด้วยกันดีมั้ย?
ไม่เอาง่ะ..... จุนโนะหัวเราะเบาๆ เขาพลิกกายหันมาเผชิญหน้ากับจิน ไล้ที่ขมับเปียกชื้นของชายหนุ่ม
แล้วก็ยิ้มให้
ไหนบอกว่าจะเป็นคนจัดอาหารไงง่ะครับ จินอย่าเบี้ยวซี...
อือ....นั่นซินะ.... จินหัวเราะหึๆ ปล่อยร่างงามให้เป็นอิสระ คราวนี้จุนโนะเป็นฝ่ายรุนหลังจินให้ออกไปนอกห้องบ้างล่ะ
เสียงปิดประตูไล่หลังตามมา จินหันกลับไปดูแล้วก็ส่ายหน้าช้าๆ
เขาเดินเซื่องๆ ไปจัดอาหารใส่จาน เห็นมุมเคาน์เตอร์ว่างเปล่า ความจริงน่าจะมีไมโครเวฟอีกสักเครื่องหนึ่งน้า.... จินคิด ..........
************************
และแล้ววันแห่งการปิดเทอมต้นก็มาถึง จุนโนะและคาเมะถอดเสื้อสูทออก เดินเอานิ้วชี้เกี่ยวเสื้อที่พาดไว้บนบ่า
สองหนุ่มถลกแขนเสื้อขึ้น และสูดเอาอากาศสดใสเข้าปอดเต็มที่
ฮ้า....ปิดเทอม...ปิดเทอม...จะไปฉลองที่ไหนกันดีเอ่ย...? คาเมะเอ่ยขึ้น เขาแนะว่าวันนี้หลังจากสอบเสร็จหมดทุกวิชาแล้ว
เวลาก็ยังไม่เย็นย่ำ น่าจะไปเที่ยวดีกว่า
ไปทะเลใกล้ๆ กันนี่ดีมั้ย? จุนโนะชวน
ไป...ไป.. คาเมะรีบพยักหน้างึกๆ
แหม คาเมะ ไม่มีค้านเลยนะ
นานเท่าไรแล้วที่เราสองคนไม่ได้ไปไหนด้วยกันเลย....ตั้งแต่วันที่คุณจินมารับมาส่งนายล่ะมั้ง?
ก็จะได้ไปกันอยู่นี่ไง... จุนโนะว่า เคาะนิ้วที่หน้าผากของคาเมะ ร่างสูงดูนาฬิกา
วันนี้มีสอบตอนเช้าถึงเที่ยง เพราะฉะนั้นเขาจึงมีเวลาตลอดบ่ายทั้งวัน แต่ว่าจินเองก็มีสอบเหมือนกัน
แต่เป็นช่วงเย็น ดังนั้นจุนโนะจึงฟรีตลอด
เขากับคาเมะจับรถไฟไปเที่ยวชายทะเลทั้งชุดนักเรียน เพียงแต่ถอดเสื้อตัวนอกออกเท่านั้น
สามลมเย็นๆ พัดพาความอุ่นไอร้อนจางไปได้บ้าง นกนางนวลบินโฉบเกี่ยวปลาติดกรงเล็บ
บินลับหายไป คาเมะยิ้มจนตาหยี เขาเล่าให้เพื่อนฟังถึงวันที่เจอยูอิจิเป็นครั้งสุดท้าย
แล้วเขาก็หายไปเลย คาเมะจบประโยคของเขาพลางทำหน้ามุ่ย จุนโนะจับสังเกตได้ก็เลยพูดขึ้นว่า
นายคิดถึงเขาสินะ?
เปล๊า??? คาเมะส่ายหน้าปฏิเสธ
แล้วทำไมต้องทำหน้าอย่างงั้นด้วย ที่คุณหนูไม่มาตามตอแยด้วย นายก็น่าจะรื่นเริงนี่นา
แต่พักหลังนี่ทำไมถึงดูซึมๆ ผิดไปนะ จุนโนะตั้งขอสังเกต และคำพูดนั้นก็ทำให้คาเมะเงียบกริบ
เขาเมินไปทางท้องทะเลเบื้องหน้า ในใจนึกหวั่นวูบ เขายกมือลูบหน้าตัวเอง ...นี่เขาทำท่ามีพิรุธแบบนั้นด้วยเหรอ....
จุนโนะเป็นคนช่างสังเกต เรื่องแบบนี้ทำไมจะดูไม่ออก
ร่างเล็กเท้าแขนกับระเบียงไม้ริมเขื่อน ชี้ให้จุนโนะดูบรรดาฝูงนกนางนวลทั้งหลาย
เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้นของเพื่อน หนำซ้ำยังเป็นฝ่ายถามจุนโนะด้วยว่า
แล้วกับคุณจินล่ะ ไปถึงไหนกันแล้วหือ จุนโนะ?
เอ๋...ทำไมวกมาเรื่องของฉันได้ล่ะ จุนโนะทำปากยื่น เขาเอนหลังพิงระเบียง แหงนหน้ามองท้องฟ้ายามเย็น
แล้วก็สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ก่อนจะระบายออกมาอย่างสบายใจ
ฉันกับเขาก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรมากกว่านั้น จุนโนะตอบ
ไม่มีเรื่อง...เอ้อ...เรื่องแบบนั้นเลยง่ะ?
เอ๋? เรื่องอะไรล่ะ แบบนั้นง่ะ?
ก็........นายไปอยู่กับเขาที่คอนโดฯ เขาไม่ไงกับนายบ้างเลยเหรอ? คาเมะถามไปหน้าก็แดงไป
จุนโนะยื่นหน้ามาหัวเราะ ร่างสูงส่ายหน้าน้อยๆ
บ้าซิ..ฉันอยู่ที่นั่นคนเดียวนะ คาเมะ จินเขาไม่ได้มาค้างซะหน่อย
หา? คาเมะทำตาโต
ฮื่อ...จริงๆ นะ ฉันกับเขาก็แค่คบกันเฉยๆ ไม่มีอะไรเกินเลย จินเขาเป็นสุภาพบุรุษออก
ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่ในใจของจุนโนะก็อดที่จะคิดถึงอาการกรุ้มกริ่มและตอดเล็กตอดน้อยของจินที่มีต่อเขาไม่ได้
ก็ทุกวันน่ะ หลังจากมาส่ง จินจะฉกแก้มหอมบ้างล่ะ หรือไม่ก็จุมพิตแผ่วเบาที่หน้าผาก
หรือปลายจมูกเป็นของแถมก่อนจะจาก แต่เรื่องนี้คาเมะไม่รู้จะดีกว่านะ...
จุนโนะมองคาเมะพิงหลังกับซีกไม้ ร่างเล็กทำเสียงร้องเฮ้อในลำคอ ก่อนจะพลิกกายมาเท้าแขนกับระเบียงเหมือนเดิม
แปลกนะ..คุณจินอดใจได้ไงนะ ดูท่าทางเขาหลงนายจะตายไป
คาเมะ...พูดอะไรแบบนั้นนะ... จุนโนะน่าแดงก่ำ เขากำมือแล้วก็ทุบเบาๆ ที่ขมับของเพื่อนซี้
คาเมะหัวเราะเสียงใส พลางคิดในใจว่า มีคนรักแบบจินก็ดีเหมือนกันนะ
.....สุภาพ เอาใจใส่และรักจุนโนะจะตายไป...
....ไม่เหมือนกับใครคนหนึ่งที่เอาแต่ใจตัวเอง...และก็เรียกร้องแกมบังคับ ...
เฮ้อ....ป่านนี้....... คาเมะงึมงำ กดคางตัวเองกับท่อนแขน เหม่อมองท้องฟ้าสีอ่อนอย่างครุ่นคิด
.....ป่านนี้ คนเอาแต่ใจคนนั้นจะทำอะไรอยู่นะ ... มาปล้ำจูบเขาในรถวันนั้นก็หายไปเลย.....
..........คุณยูอิจิ.......
************************************
จุนโนะกับคาเมะแยกย้ายกันกลับบ้านเมื่อทั้งคู่มาถึงสถานีรถไฟ คาเมะเดินดุ่มๆ เลี้ยวไปทางด้านหลังสถานี
ขณะนั้นมืดแล้ว มีแต่ไฟจากเสาไฟฟ้าข้างถนนเท่านั้นที่ส่องทางให้เห็น เขาเหลือบดูนาฬิกา
ป่านนี้คุณปู่คงจะบ่นแย่เลย.. แต่เขาก็โทร. มาบอกแล้วนี่นะ ...พอเดินมาถึงหน้าบ้าน
ก็เห็นแสงไฟจากรั้วไม้ที่คุณปู่เปิดเอาไว้ให้ แต่ก่อนที่จะไขกุญแจประตูรั้วเข้าไป
เขาก็รู้สึกถึงแรงจู่โจมปะทะมาจากเบื้องหลัง ร่างเล็กผวาจนเกือบจะล้มทับรั้ว แต่มีวงแขนของใครบางคนรั้งตัวเขาเอาไว้
เฮ้ย!!...อ๊ะ... คาเมะอุทานได้เท่านั้นเขาก็ต้องเงียบ เพราะผ้าผืนหนึ่งที่มีกลิ่นคลื่นเหียนโปะเข้าที่จมูกและปาก
อาการหมุนเวียนเริ่มหมุนเข้ามา สติลางเลือนจนในที่สุดเขาก็ไม่ได้สติอีกเลย
เอาไปไว้ในรถ!! เสียงหนึ่งสั่งขึ้นจากทางเบื้องหลัง จากนั้นร่างเล็กของคาเมะก็ถูกมือดีอุ้มพาดบ่าไปไว้ในรถตอนหลัง
ฮึ...เล่นตัวนักนะ เจ้าของเสียงหัวเราะขึ้น จึงพลอยทำให้คนอุ้มหัวเราะไปด้วย
รถยนต์ลึกลับคันนั้นแล่นจากไปแล้ว โดยมีร่างที่ไม่ได้สติของคาเมะไปด้วย....ทั้งๆ ที่เจ้าตัวไม่มีโอกาสได้รับรู้เลยว่า จะมีอะไรเกิดขึ้นนับต่อจากนี้...
**********************
สายฝนซัดกระหน่ำในดึกของคืนนั้น จุนโนะซุกตัวอยู่ในโซฟา เขาเพิ่งจะปิดทีวีเมื่อสักครู่
เนื่องจากฝนฟ้าคะนองมาก เด็กหนุ่มมองไปนอกหน้าต่าง หยดเม็ดฝนพร่างพรมลงมาไม่ขาดสาย
รวมทั้งฟ้าแล่บและฟ้าผ่าด้วยอีกต่างหาก
ให้ตายเหอะ... เด็กหนุ่มสบถออกมา มองไปรอบๆ ตัว อยู่คนเดียวแบบนี้ ในบรรยากาศอย่างงี้
ไม่คุ้นเลย ...ความรู้สึกอ้างว้างจู่โจมขึ้นมา
....แม่.....
เขาร่ำร้องในใจ ป่านนี้แม่จะเป็นห่วงเขามากมายเพียงไหนนะ ยามฝนตกฟ้าคะนองแบบนี้
ได้อยู่ใต้หลังคาเดียวกับแม่ ก็ทำให้เขาอุ่นใจ แต่ที่แห่งนี้...ที่สูงระฟ้า ยิ่งใกล้เสียงฟ้าร้องเข้าไปอีกต่างหาก
แสงสว่างวาบส่องเข้ามาทางหน้าต่าง จุนโนะหลับตาปี๋ เพราะต่อจากแสงนั่นก็จะเป็นเสียงของ....
.........เปรี้ยง..!!
เสียงฟ้าผ่าดังแสบแก้วหู นี่มันคงต้องผ่าใกล้ๆ บริเวณนี้แน่ๆ เลย
หวา!! จุนโนะร้องออกมา เขาซุกหน้ากับเข่าที่ชันขึ้น
พอเงยหน้า ก็เห็นแสงไฟบนเพดานกระพริบถี่ๆ จากนั้นก็
.......พรึ่บ.....
ความมืดสนิทมาเยือนโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว จุนโนะผวา ห้องทั้งห้องมืดมิด
ไฟดับ....โธ่..... จุนโนะครางเสียงแผ่ว ตัวสั่นขึ้นมาอีกแล้ว ทีนี้จะอยู่อย่างไงเนี่ย
ร่างโปร่งคลำทางไปที่แผงคุมไฟในครัว เขาควานหาสวิตช์เบรกเกอร์ เผื่อดูว่าสวิตช์ไฟจะตกลงมาหรือเปล่า
... แต่ว่ามันก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี เพราะไฟที่ดับก็ดับไปทั่วเมืองนี่นะ
เขาเดินกลับออกมาอย่างเชื่องช้า จากตรงนั้นได้ยินเสียงไขกุญแจห้อง เสียงเคาะประตูเบาๆ
และเสียงประตูเปิดออก จุนโนะหายใจไม่ทั่วท้อง เขายืนตัวลีบติดกำแพง
...ใครกันนะ จะมาหาเขาในยามวิกาล และไฟดับแบบนี้.....
จุนโนะควานหาอาวุธใกล้มือ ฉวยได้ขวดน้ำดื่มตรงเก้าอี้กระจกก็ฉวยเอาไว้มั่น ไม่ชอบมาพากลจะได้เพ่นกระบาลคนบุกรุกนั่นซะ
เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาในห้องรับแขก พร้อมกับเงาของร่างสูงตะคุ่ม
จุนโนะกำขวดน้ำด้วยอุ้งมือที่เปียกชื้น
จุนโนะ...... เสียงนั้นร้องเรียกชื่อเขา ทำให้ร่างบางถอนหายใจเฮือก
จิน....... จุนโนะผวาเข้ามาหาร่างสูง สองแขนโอบกอดร่างของจินไว้แน่น เนื้อตัวสั่นเทาจนจินรู้สึกได้
ดังนั้นอ้อมกอดแกร่งนั้นจึงเป็นที่ประทับรับขวัญร่างบางนี้อย่างเต็มใจ
เป็นอะไรน่ะ จุนโนะตัวสั่นเชียว... จินถาม โยกตัวเด็กหนุ่มไปมา
ไฟดับ... แล้วผมไม่...ไม่เคยอยู่คนเดียวนี่ฮะ..กลัวง่ะ... เสียงอู้อี้สั่นเครือนั้นทำให้จินหัวเราะออกมา
เขาพาร่างโปร่งนั่งลงบนเก้าอี้พร้อมกัน แต่ก็ยังคงโอบกอดร่างนั้นไม่คลาย
เป็นห่วงหรอกนะ ถึงได้มา เมื่อกี้เขาบอกว่าฟ้าผ่าเสาไฟหลัก ไฟดับหมดเลย เนี่ยดูซิ
ฉันต้องขึ้นบันไดมานะ เหนื่อยเป็นบ้าเลย... กลัวจุนโนะจะใจเสีย แล้วก็จริงๆ ด้วย
กลัวมากมั้ย?
ตอนนี้ไม่แล้ว จุนโนะตอบอายๆ เขาผละจากอกจิน นั่งตัวตรง แต่อุ้งมือยังทาบอยู่บนแผงอกของจิน
อยู่กับฉันไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น จินว่า
ผมคงไม่แกร่งพอที่จะอยู่ตัวคนเดียว
งั้น....ถ้าฉันมาอยู่เป็นเพื่อนล่ะ จินเลิกคิ้วถามขณะพูด ในความมืดนั้นเขาไม่เห็นสีหน้าของจุนโนะ
นอกจากศีรษะที่ก้มต่ำของเด็กหนุ่ม จุนโนะนิ่งเงียบไม่ได้ตอบว่าอะไร จินจึงรั้งตัวเด็กหนุ่มมากอดซึ่งก็ไม่ได้รับการขัดขืนจากจุนโนะแต่อย่างใด
จุนโนะ.... จินจูบขมับของจุนโนะอย่างรักใคร่
จิน....ตัวเปียกนี่นา..... จุนโนะอุทานเมื่อนึกขึ้นได้ ชายหนุ่มคงจะตากฝนมา พลอยทำให้ตัวของเขาชื้นไปด้วย
จุนโนะรีบฉุดจินขึ้นยืน แล้วก็รุนหลังชายหนุ่มเข้าไปในห้องน้ำ
ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีกว่าน้า...เดี๋ยวเป็นหวัด ผมจะหาเสื้อผ้าให้เปลี่ยน คืนนี้ค้างที่นี่นะฮะ
จุนโนะพูดอย่างใจดี และโดยไม่รอคำตอบของจิน เขาหมุนร่างคลำทางเข้าห้องนอน เลือกเสื้อผ้าชุดนอนในตู้ให้จิน
เสียงน้ำไหลซู่ๆ ดังมาจากฝักบัว จุนโนะวางชุดนอนให้จินที่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องน้ำ
ตอนนั้นเองที่จู่ๆ ไฟก็สว่างวาบขึ้นมา จุนโนะสะดุ้ง
ไฟมาแล้วฮะ เขาตะโกนให้จินได้รับรู้ จินส่งเสียงอือในลำคอ
จุนโนะมองไปที่ตู้อาบน้ำทำด้วยกระจก ความใสของมันทำให้เห็นร่างกายเปลือยเปล่าของจินได้ลางเลือน
ถ้าไม่มีฝอยน้ำที่กระเซ็นรดกระจกหนาของผนังนั่น เขาก็คงจะเห็นจินเปลือยเต็มตาแน่ๆ
เลย ใบหน้านวลร้อนซู่เมื่อนึกอะไรบ้าๆ แบบนั้น จุนโนะเตรียมที่จะหมุนตัวออกไปจากห้องน้ำ
แต่ทว่า ไม่ทันเสียแล้ว จินเปิดประตูกระจกในตู้อาบน้ำออกมา เขาชะงัก รวมถึงดวงตาเบิกกว้างของจุนโนะที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว
อ๊ะ.....เอ้อ..... จุนโนะก้มหน้างุดเมื่อเห็นร่างเปลือยเปล่าของชายหนุ่มเข้าเต็มๆ
ร่างเปลือยที่มีหยาดน้ำเกาะพราวทั้งตัว กับเรือนผมเปียกชื้นและหน้าตาหล่อเหลาสดชื่นที่มองเขาตาเยิ้มนั่นอีกล่ะ
ทำให้จุนโนะก้าวขาไม่ออก ได้แต่ยืนก้มหน้างุด
จุนโนะจะเข้ามาถูหลังให้เหรอ ไม่ต้องหรอก ฉันอาบเสร็จแล้ว จินพูดขณะเดินเข้ามาใกล้ๆ
ทั้งที่เนื้อตัวไม่มีอะไรปกปิดแต่จินก็ดูเหมือนจะไม่แคร์
ปละ...เปล่าครับ...ผมเอา... จุนโนะชี้มือไปที่หน้ากระจก ซึ่งจินก็เห็นชุดนอนของจุนโนะวางอยู่
แต่แทนที่จะเดินไปหยิบ เขากลับดึงร่างบางของเด็กหนุ่มมาใกล้ จุนโนะชะงัก เมื่อโดนดึงมาหาจินในจังหวะนั้น
หน้าที่ก้มอยู่แล้วกลับเห็นปลายเท้าของจินและอะไรบางอย่างที่กึ่งกลางลำตัวของร่างสูง
อ๊ะ... เขารีบเงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าแดงจัด ก็จินเปลือยอยู่นี่นะ
....บ้าจริง....
เห็นของจินเข้าไปเต็มๆ .....
จุนโนะอายจนแทบมุดห้องน้ำหนี แต่คนที่ยืนท้าทายอยู่เบื้องหน้านี่ซิ ไม่อายเลยหรือไงนะ
ทั้งๆ ที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าสักชิ้น กลับยืนมองเขาราวกับตัวเองใส่เสื้อผ้าเต็มยศ
ผมจะออกไปรอข้างนอกนะฮะ จินคงหิว ผมจะทำบะหมี่ให้ทานน้า... จุนโนะออกตัว ตั้งใจจะก้าวออกห่าง
แต่ร่างสูงของจินก้าวตาม แถมยังรั้งเอวของเขาให้ชิดตัวอีกต่างหาก
ไม่อยากกินบะหมี่ แต่จะกินจุนโนะได้เปล่า? จินกระซิบเสียงพร่า เขามองหน้าตาตื่นของจุนโนะแล้วก็ขนลุกซู่
อาการที่อยากได้ในตัวของเด็กคนนี้กลับเข้ามาอีก เหมือนกับวันนั้นที่ใต้ต้นซากุระไม่มีผิด
เอ้อ....จิน.... จุนโนะส่งเสียงตะกุกตะกักออกมา เมื่อคางมนถูกเชยขึ้นให้สบตากับจิน
ดวงตาสีน้ำตาลใสกระจ่างของจินทำให้จุนโนะเผยอปากค้าง ความอ่อนโยนในดวงตานั้นต่างหากที่ทำให้จุนโนะไม่ขัดขืนเมื่อชายหนุ่มตรงหน้าโน้มศีรษะลงมา
ปากบางแนบสนิทกับกลีบปากเย้ายวนของจุนโนะ อ้อมแขนที่รัดรึงนั้นก็กักเขาเอาไว้ในวงวนของความเสน่หา
จินดันร่างจุนโนะชิดกำแพงเย็นชื้นของผนังห้องน้ำ กระเบื้องมันปลาบที่กระทบหลังของจุนโนะนั้นส่งกระแสความเร้าใจมาให้
เมื่อจินดันศีรษะของเด็กหนุ่มให้แหงนเงยเพื่อเพิ่มรสจุมพิตอันแสนหวานนั้นมากขึ้น
จุนโนะก็แทบจะเข่าอ่อนจนต้องพยุงร่างของจินเอาไว้
ริมฝีปากสวยอิ่มถูกบดเคล้าจากปากหยักของจิน ด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี รวมทั้งความหวงแหนและเป็นเจ้าของ จินรัดร่างบางแน่นเมื่อสอดลิ้นอุ่นระอุเข้าไปในปากของจุนโนะสุเกะ ความหอมของสบู่ที่ติดกายของจินนั้นทำให้จุนโนะเคลิบเคลิ้ม ร่างบางกระปรกกระเปรี้ยจนแทบจะทรุดเมื่อจินเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของเขาอย่างดูดดื่ม เป็นจูบที่จุนโนะแทบจะขาดใจตาย แบบที่ไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นจูบจากจินเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนหน้านี้ หรือจากยูอิจิ......
อื้อ.....อึก จุนโนะกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เขาหอบหายใจถี่ เมื่อจินละจากปากสวยที่ดูอิ่มเอิบนั้น
เขาซุกไซร้ซอกคอของจุนโนะ ถอดเสื้อนอนตัวบางออกทางศีรษะ โยนลงกับพื้นอย่างไม่ใยดี
ฝ่ามือเย็นของจินลูบไล้ไปทั่วแผ่นอกแบนราบ หยุดเชยชมยอดอกเม็ดเล็กสีชมพูของจุนโนะ
ก่อนที่จะประทับจูบดูดกลืนเม็ดไตสีเข้มนั้นเข้าไว้ในปาก
จุนโนะสะดุดลมหายใจเฮือก เขาแหงนหน้าขึ้น หลับตาพริ้มรับรู้ถึงแต่ริมฝีปากที่ดูดกลืนยอดอกของเขาเท่านั้น
จิน.....จินฮะ.... จุนโนะส่งเสียงครางออกมา เมื่อจินคุกเข่าลง พร้อมกับนาบริมฝีปากลงไปเรื่อยๆ
สะดุดกับขอบยางยืดของกางเกงนอน จินไม่รีรอที่จะรูดกางเกงนั้นลงมา จนลงมากองที่ปลายเท้า
จุนโนะอำนวยความสะดวกให้โดยการก้าวขาออกนอกกางเกง จากนั้น ร่างบางก็สะดุ้งเฮือกเมื่อรับรู้ถึงริมฝีปากของจินกระทำการชิดเชื้อกับเรือนกายที่ควรจะหวงแหนของเขา
**********************
to be con