TEAR of LOVE

 

Vol 12

***************************

จุนโนะออกจากบ้านแต่เช้า เขาโทร. ไปบอกคาเมะให้ออกมาจากบ้านเร็วกว่าเวลานัดประมาณสองชั่วโมง อะไรบางอย่างที่เป็นแรงกระตุ้นให้เขาอยากจะปีนเกลียวกับยูอิจิดูบ้าง ...สิ่งนั้นคือความน้อยใจละมังที่ทำให้เขาอยากจะลองดี...
ร่างโปร่งมองซ้ายมองขวาขณะเดินจ้ำมาที่รั้วบ้าน เขาถอนหายใจโล่งอก เพราะไม่มีใครผ่านไปผ่านมาบนถนนสายนั้นเลย แต่แล้วเมื่อเลี้ยวโค้งตรงมุมถนน จุนโนะก็ต้องหยุดชะงักเมื่อ...... ร่างสูงของใครคนหนึ่งนั่งอยู่บนหน้ากระโปรงรถสปอร์ตคันหรู ใบหน้าคมคายนั้นแย้มพรายเมื่อเห็นจุนโนะเดินเลี้ยวมุมถนนมา


.....อะกานิชิ จิน.....


จุนโนะอยากร้องเฮ้อออกมาดังๆ จินมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ... เช้าป่านนี้ จินจะมาทำไมกัน ทำราวกับจะรู้เลยว่า เขาต้องออกมาจากบ้านในตอนนี้

จินเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าจุนโนะ ส่งยิ้มทักทายยามเช้ามาให้ และรอยยิ้มนั้นก็เรียกความร้อนซู่ซ่าบนผิวแก้มจุนโนะได้ทันทีทันใด
....ถ้อยคำบอกรักเมื่อวานนี้ ยังก้องอยู่ในหู...และทะลุไปถึงขั้วหัวใจ .....

....เพราะฉันรักนาย...

คำนี้คำเดียว แต่ทว่ามันแสนจะเพราะพริ้งเหลือเกิน

“สวัสดีจุนโนะสุเกะ...” จินร้องทักก่อน ซึ่งจุนโนะก็ได้แต่ก้มศีรษะให้นิดหนึ่ง
“จิน...ทำไมมาอยู่ที่นี่” จุนโนะอ้อมแอ้มถาม
“ก็มารอพบใครบางคนน่ะซิ”
“ตอนนี้ง่ะนะฮะ” จุนโนะเหลียวมองรอบกาย ใครบางคนที่ว่าจะเป็นใครไปได้ล่ะ นอกจากตัวเอง....
“ยูอิจิบอกว่า วันนี้จุนโนะจะหนีเที่ยวแต่เช้า ก็เลยให้ฉันมาดักรอ เผื่อจะได้ไปเดทกับนายมั่ง”
“เอ๋?? คุณหนูยูอิจิ!!” จุนโนะอุทานออกมา ดวงตาเบิกกว้าง แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
“คุณยูอิจิรู้ได้ไงกัน!!”
“เซ้นส์มั้ง... จุนโนะ... นายอยู่กับเขามากี่ปี ทำไมเขาจะดูนายไม่ออก แล้วนี่ป่านนี้คงจะปร๋อไปรอเพื่อนของนายที่หน้าบ้านแล้วล่ะ”
“หา?” เสียงแหลมเล็กนั่น ทำให้จินหัวเราะจนตัวโยน หน้าตาจุนโนะที่เห็นในตอนนี้ เหมือนคนโดนผีหลอกจริงๆ ชายหนุ่มคว้าข้อมือของเด็กหนุ่มได้ก็ลากมาใกล้ตัว เขาเกลี่ยเส้นผมที่ละหน้าผากของจุนโนะขึ้น เป็นท่าทีที่อ่อนโยนจนจุนโนะเผลอยืนนิ่งไม่ได้ปัดป้องอย่างที่ควรจะเป็น
“เหลือนายน่ะซิ ออกมาจากบ้านเก้อ... ฉันว่า เราไปเที่ยวกันดีกว่านะ” จินชวน
“เอ่อ......อย่าดีกว่าครับ”
“ทำไมล่ะ รังเกียจกันด้วยหรือ?”
เสียงตัดพ้อนั้นทำให้คนฟังต้องกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก จุนโนะส่ายหน้า แล้วก็ก้าวถอยหลังห่างจากจินไปสองสามก้าว เขาเผลอคลำที่ข้อมือซึ่งโดนจินจับไว้เมื่อสักครู่ หนุ่มน้อยเงยหน้าหวานขึ้นมองเขาอย่างเขินๆ
“ผมกลับไปช่วยแม่ทำงานที่บ้านนากามารุดีกว่า” จุนโนะเตรียมจะหันหลังกลับ แต่จินก็ผวาเข้ามา สอดแขนรอบเอวบางของจุนโนะ ดึงมาชิดหน้าอกของตัวเอง
“ไม่ให้ไปหรอก...ยูอิจิบอกว่า ให้ชวนนายไปเดท” จินว่าเข้านั่น ชื่อ...ยูอิจิ...ทำให้จุนโนะหน้าบึ้ง เขาพยายามปลดแขนจินออกจากเอวแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะยิ่งทำให้จินรัดอ้อมแขนแน่นเข้าไปอีก
“จินต้องทำตามที่คุณหนูสั่งด้วยหรือ?” จุนโนะถามเอาตรงๆ จินหัวเราะแล้วก็พยักหน้า
“ใช่สิ บางเรื่องเช่นเรื่องที่เกี่ยวกับนาย ฉันเต็มใจทำอย่างยิ่งเชียวล่ะ”
“งั้นที่คุณมาชวนผมก็ไม่ได้ตั้งใจมาด้วยตัวเองล่ะซินะ”
“ใครว่า?”
“ก็เห็นบอกว่า คุณยูให้ทำ” หางเสียงคนพูดออกจะน้อยใจทีเดียวล่ะ จินเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้าง เห็นแก้มใสของจุนโนะเริ่มป่องก็เลยรีบบอกว่า
“เฉพาะเรื่องของจุนโนะหรอกนะถึงทำ ... นะ...ไปเที่ยวกันดีกว่า”
“จะไปไหนฮะ?” ร่างโปร่งถาม เสียงเริ่มอ่อนลง
“ไปคอนโด.....”
“ไม่เอาง่ะ....” รีบสวนขึ้นทันควัน ทำเอาคนชวนหัวเราะเจื่อนๆ
“ไม่หลอกไปปล้ำหรอกน่า...”
“ผมอยากพาคาเมะไปหาซื้อปลาคาร์ฟ แต่ว่าคงหมดหวังซะแล้วล่ะ และอีกอย่างผมก็ไม่คาดว่าจะพบกับจินเช้าขนาดนี้”
“ฉันอยากพานายเที่ยวน่ะ ดูซิ เถียงกันไปเถียงกันมา อากาศเริ่มชอบก้ล...” จินเงยหน้ามองท้องฟ้าเบื้องบน แสงแดดที่กำลังจะส่องลงมา เริ่มเหือดหายไป ความครึ้มของท้องฟ้ากลับเข้ามาแทนที่ บางแห่งดูมืดครื้มเหมือนฝนจะตก เขารีบดันร่างของจุนโนะเข้าไปนั่งในรถจนได้ แม้จะได้รับแรงต้านทานจากร่างบางเล็กน้อยก็ตาม
“ไปไหนอ่ะ?”
“ไปหาแม่ฉัน ดีมั้ย?” จินหันมายิ้มจนตาหยี อ้างมาแบบนี้ เด็กหนุ่มก็ได้แต่พยักหน้างึกๆ แล้วแต่จินก็แล้วกัน อย่างน้อยคงจะไม่พาเขาไปปล้ำต่อหน้าแม่ล่ะมัง.....

***********************

คาเมะยืนงงเมื่อเห็นรถสุดหรูที่ดูคุ้นตาเหลือเกินในระยะนี้วิ่งเข้ามาจอดเทียบ ... ไม่ใช่จุนโนะหรอกนะ แต่เป็นยูอิจิต่างหากที่เป็นคนมาหาในตอนนี้ เรื่องนี้ก็ทำให้แปลกใจสุดๆ ก็นัดจุนโนะไว้นี่นะ แต่ทำไมยูอิจิถึงมาก่อนได้...
“ไฮ...หนูน้อยคนสวย แปลกใจล่ะซิที่เห็นฉัน แทนที่จะเป็นเพื่อนนาย”
“แล้วจุนโนะล่ะฮะ...” คาเมะถาม แม้ว่าจะใจเต้นแรงที่ได้เห็นหน้าคนที่เพิ่งเริ่มคบด้วย แต่ก็ยังไม่วายแปลกใจ หรือว่าจุนโนะจะไม่มาตามนัด กลับส่งยูอิจิมาแทน แต่แล้วยูอิจิก็บอกมาว่า
“จุนโนะไม่สบายมากเลย พอฉันคาดคั้นถาม เขาก็บอกว่านัดกับนายไว้อย่างที่นายพูด ฉันก็เลยรับอาสาพานายไปแทน”
“เอ๋?? จุนโนะไม่สบาย!! เมื่อคืนยังโทร. คุยกันอยู่เลยนี่ฮะ ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่นะ”
“แต่หมอนั่นน่ะ เป็นไข้ ตัวร้อนมาก หรือว่าคาเมะจะไปเยี่ยมที่บ้านก็ได้นะ จะพาไป” ยูอิจิชวน สายตามีความหมายเหลือเกินยามจับจ้องร่างบอบบางของเด็กหนุ่มที่พึงใจ
“ดีซิฮะ งั้นไปเยี่ยมจุนโนะก่อนดีกว่า แล้วค่อยไปซื้อปลา”
“ฮื่อ..ปะ...” ยูอิจิเปิดประตูรถให้เด็กหนุ่มก้าวเข้าไปนั่ง ดวงหน้ายิ้มพราย เริงรื่นเหลือเกิน คาเมะยอมมาบ้านในบรรยากาศแบบนี้ อีกสักพักถ้าคำนวณไม่พลาด ฝนก็คงจะตก...
...จุนโนะไม่อยู่บ้าน เพราะเขาให้จินมารับตัวไปเที่ยว...
...พ่อกับแม่ก็ไม่อยู่...
ส่วนที่เหลือก็พวกคนรับใช้ที่เขาจะไล่ออกนอกบริเวณบ้านหลังใหญ่ไปซะเมื่อไรก็ย่อมได้

เมื่อเต่าน้อยหลงเข้าถ้ำจิ้งจอก ก็อย่าหวังเลยว่าจะคลานต้วมเตี้ยมหนีไปไหนได้.......

*********************

หนุ่มน้อยน่ารักที่นั่งเรียบร้อยอยู่ตรงหน้า ทำให้คุณนายอะกานิชิ ต้องเขม้นมองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า จินไม่ได้ไปพาลูกสาวบ้านใครมาให้แม่ดูตัวแน่นะ เพราะดูหน้าหวานละมุนนั้นแล้วก็นึกแปลกใจว่าทำไมเด็กหนุ่มสมัยนี้ถึงได้หน้าหวานยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก เมื่อคราวที่เจอกันครั้งนั้น เธอเองก็ไม่ทันได้พิจารณาเด็กหนุ่มร่างเพรียวสมส่วนคนนี้เท่าไรนัก แต่เมื่อจุนโนะมานั่งเอี้ยมเฟี๊ยมอยู่ตรงกันข้ามแบบนี้ ก็เลยทำให้เธอจับตามองมากเป็นพิเศษ เมื่อเห็นแล้วก็นึกเห็นใจลูกชายคนเล็กไม่น้อยทีเดียว ...จุนโนะสุเกะคนนี้ น่ารักแบบนี้นี่เล่า จินถึงได้หลงใหลได้ปลื้มเสียนักหนา
จินมองหน้าแม่เห็นนั่งมองจุนโนะไม่วางตาเช่นนี้ก็นึกดีใจ เพราะแววตาที่แสดงออกมานั้น บ่งบอกถึงความชื่นชมไม่น้อยทีเดียว เพราะในความเห็นของเขาแล้ว ไม่ได้ลำเอียงหรอกนะที่เห็นว่าจุนโนะสวยกว่าพี่สะใภ้ของเขาเสียอีก
“หนูเรียนชั้นไหนแล้วจ๊ะ?” คุณนายอะกานิชิถาม
“ปี 3 ปีสุดท้ายแล้วครับ”
“งั้นปีหน้าก็เข้ามหา’ ลัยแล้วซิ คิดหรือยังว่าจะเรียนที่ไหน”
“เอ้อ...ผมยังไม่คิดเรียนต่อหรอกฮะ เมื่อก่อนอยากเรียน...แต่ว่า ตอนนี้ผมอยากหางานทำก่อนดีกว่า”
“เอ๋??” จินอุทานออกมา
“นายน่าจะเรียนนะ... บ้านนากามารุก็จะส่งเสียไม่ใช่หรือ?”
“ไม่ดีกว่าฮะจิน...ไม่เอาแล้ว..ผมอยากเลี้ยงตัวเองมากกว่า มาคิดๆ ดูแล้ว อยากจะชวนแม่กลับไปอยู่บ้านลุงที่ต่างจังหวัดมากกว่าฮะ แต่ไม่รู้ว่าแม่จะยอมไปหรือเปล่า ยังไม่ได้คุยกันเลย” จุนโนะตอบเสร็จก็ก้มหน้างุดเมื่อประกายตาผิดหวังของจินมองมาเขม็ง
“ต่างจังหวัดเหรอ?” จินคราง ทำหน้ามุ่ย ถ้าจุนโนะไป นั่นก็เท่ากับว่า เขาอาจจะไม่ได้เจอจุนโนะอีก
อยากจะถามว่าอะไรคือสาเหตุใหญ่ที่ทำให้จุนโนะคิดจะไป ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนนี้เขาเป็นคนชวนให้มาอยู่ด้วยกัน แต่จุนโนะกลับปฏิเสธ แต่พอมาเดี๋ยวนี้ จุนโนะต่างหากที่เป็นฝ่ายอยากจะไป....เพราะความน้อยใจในความรักหรือเปล่า
“ถ้าอยากเรียนแต่ไม่อยากอยู่บ้านยูอิจิล่ะก็...เอ้อ.... แม่ฮะ ถ้าจะให้จุนโนะไปอยู่คอนโดนั่น......” จินเอ่ยขึ้นมา แต่จุนโนะทำตาโต รีบพูดขัดขึ้นว่า
“อย่าดีกว่าครับ รบกวน...”
“รบกวนที่ไหนล่ะจ๊ะ ห้องนั้นก็ว่าง จินก็จองเอาไว้แล้วแต่ยังไม่ได้อยู่ ถ้าหนูอยากไปอยู่ก็ไม่น่ามีปัญหานี่นะ” คุณนายเปิดโอกาสให้ลูกชายเต็มที่ ทำเอาจินอมยิ้ม พยักหน้างึกๆ
“หนูลองไปดูก่อนมั้ย?”
“ไม่เป็นไรฮะ เคย...เคยไปกับจินแล้ว”
“อ๋อ...งั้นเหรอ” คนเป็นแม่เงยหน้ามองลูกชายทันที เห็นจินยิ้มเจื่อนๆ ...

อ้อ...เคยพากันไปแล้ว... ดูหน้าเจ้าลูกชายทำหน้าชอบกล พอเหลือบมองหนุ่มหน้าหวานที่ลูกพึงใจ ก็เห็นใบหน้านั้นก้มต่ำงุด ราวกับจะซ่อนสีหน้าเอาไว้... ไม่รู้ว่าจินจะแค่พาไปดูคอนโดอย่างเดียวหรือเปล่าน่ะซิ

คุณนายอะกานิชิ ได้แต่ทอดถอนใจ ... นึกแล้วก็ใจหาย ถ้าจินจะมีแฟนเป็นผู้ชายจริงๆ นั่นย่อมหมายความว่า เธอจะไม่มีโอกาสได้เห็นหลานที่จะเกิดกับลูกชายคนโปรด
..เฮ้อ....แต่ไหนๆ เธอก็กำลังจะมีหลานที่เกิดกับซาโตชิ ลูกชายคนโตอยู่แล้วนี่นะ....คงไม่เป็นไรละมัง แบบนี้คงต้องสั่งให้ซาโตชิปั๊มลูกออกมาเยอะๆ เพื่อทดแทนในสิ่งที่จินจะไม่มีวันให้เธอได้

อาหารคาวหวานถูกลำเลียงมาตั้งบนโต๊ะ คุณแม่ของจินจึงหยุดการสนทนาไว้เพียงนั้น เธอชักชวนให้จุนโนะทานอาหารตรงหน้า ซึ่งเด็กหนุ่มก็ดูจะมีอาการยิ้มแย้มแจ่มใสขึ้น ....เมื่อเสร็จอาหารมื้อนั้น ฝนก็ได้เทลงมาตามความคาดหมาย จุนโนะจึงต้องติดฝนอยู่ที่นั่นไปโดยปริยาย แต่ว่าได้คุณนายอะกานิชิ ชวนคุยและก็อวดการฝีมือของเธอไปด้วยในตัว
ควิลท์ คือศิลปะการต่อผ้าที่เธอภูมิใจนัก จุนโนะต้องช่วยเธอหอบผ้าห่มที่ทำเอาไว้แล้วจากในตู้มากองไว้ เพื่อเป็นการเชยชมทางสายตา ยอมรับล่ะว่า แม่ของจินเป็นคนมีฝีมือจริงๆ ผ้าแต่ละชิ้นที่นำมาต่อนั้นล้วนแล้วแต่สั่งตรงมาจากอิตาลี เป็นลายผ้าสีสด และแต่ละชิ้นก็ดูจะเข้ากันได้ดีเมื่อถูกนำมาตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆ และเย็บต่อรวมกัน
“นี่...ชิ้นนี้ เป็นชิ้นที่แม่ชอบที่สุด ผ้าห่มขนาดกลาง หนูชอบมั้ยจ๊ะ จุนโนะ” เธอคลี่ผ้าต่อลายทุ่งหญ้าของอิตาลี่ให้ดู
“สวยฮะ...คุณป้า...” จุนโนะชมจากใจจริง แม้เขาจะเป็นผู้ชายแต่ก็อดนึกนิยมในงานแบบนี้ไม่ได้
เด็กหนุ่มมองหน้าที่ออกอาการปลื้มของคุณนายแล้วก็อมยิ้ม ดูเหมือนแม่ของจินจะได้คนคุยที่ถูกใจมากๆ นั่นเอง

ผ้าห่มชิ้นแล้วชิ้นเล่าที่ถูกนำมาให้ดู ล้วนแล้วแต่เป็นงานศิลปะจริงๆ จินเองดูแล้วก็อดทึ่งในตัวแม่ของตัวเองไม่ได้ เมื่อตอนที่เห็นแม่ทำเขาก็เฉยๆ ติดจะไม่สนใจเสียด้วยซ้ำ แต่เมื่อจุนโนะมองอย่างสนใจและพูดจาติชมต่างๆ เขาเองก็พลอยเห็นว่าสิ่งที่แม่ทำนั้นคือความสวยงามจริงๆ
“จุนโนะชอบชิ้นไหน เลือกได้เลยนะลูก...แม่ให้” ท้ายสุดคุณนายก็พูดขึ้นมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม สรรพนามที่เรียกจุนโนะก็ดูจะสนิทสนมเหมือนกับได้ลูกสะใภ้ที่ถูกใจ
จุนโนะชะงัก แหงนมองจิน ก็เห็นรายนั้นยิ้มแก้มปริอยู่ข้างหลังคนเป็นแม่
“เอ้อ...อย่าดีกว่าฮะ คุณป้าทำอย่างลำบากกว่าจะได้ชิ้นหนึ่ง อย่าให้ผมเลยฮะ เสียดาย...”
“ไม่เอานะจ๊ะ อย่าพูดแบบนี้ ผู้ใหญ่ให้เพราะเขาเอ็นดูหรอก... จุนโนะก็น่าจะมีไว้ แม่เต็มใจให้ เลือกซิ”
จุนโนะรับคำ พร้อมกับยิ้มอายๆ เขาพยายามเลือกชิ้นที่เล็กที่สุด แต่คุณนายอะกานิชิ ตีมือจุนโนะเบาๆ แล้วก็หยิบผ้าห่มผืนที่เธอบอกว่าสวยที่สุดให้ และนั่นก็ทำให้เด็กหนุ่มตาโต
“ผืนนี้เลยหรือฮะ..”
“เอาไปเหอะน่า แม่เขาให้ เดี๋ยวแม่ก็ทำใหม่ได้ จริงมั้ยครับคุณแม่” จินรีบฉวยผ้าผืนนั้นมาพับ แล้วจัดแจงยัดใส่ถุงกระดาษให้เสร็จสรรพกันแม่เปลี่ยนใจ เขาส่งถุงให้จุนโนะ ซึ่งเด็กหนุ่มโค้งศีรษะให้คุณนายอย่างงาม แล้วก็กอดถุงผ้าไว้แนบอก เหมือนกับเด็กน้อยที่ได้ของเล่นถูกใจ
“เอ้อ...ผมว่าจะชวนจุนโนะไปดูห้องผมมั่งดีกว่า” จินว่าเข้านั่น แม่กับจุนโนะส่ายหน้าเลิ่กลั่ก
จุนโนะจึงพูดขึ้นว่า
“ไม่เอาล่ะฮะ ผมว่าจะกลับบ้านดีกว่า มาอยู่นี่ตั้งนาน เย็นมากแล้วด้วย เดี๋ยวแม่จะถามหา?”
จินทำหน้าบึ้งเมื่อได้ยินจุนโนะพูด เขาค้านขึ้นมาในใจว่า ...กลัวแม่ถามหาหรือกลัวเจ้านายรูปหล่อถามหากันแน่..

เมื่อจุนโนะลาคุณนายอะกานิชิกลับ คุณนายก็ลากตัวลูกชายไปกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันสองคนว่า
“แล้วพามาอีกนะ”
“คร้าบ...คุณแม่...” จินยิ้มกว้าง
รู้สึกสบายใจขึ้นอย่างยิ่ง จุนโนะสอบผ่านไปได้หนึ่งเปราะ เหลือแต่อีกอย่างที่เขายังหวั่นใจ
...จุนโนะจะไปอยู่ต่างจังหวัดจริงๆ หรือเปล่า...เท่านั้นเอง...และส่วนที่สำคัญที่สุด เขาเองยังเข้าถึงใจของจุนโนะไม่ได้ แม้ว่าจะเอ่ยปากบอกว่ารัก แต่จุนโนะก็ทำท่าเหมือนไม่รับรู้อะไรเลย...


......เฮ้อ....สงสัยจะแพ้คนเป็นแม่หลุดลุ่ยซะแล้วละมัง.......

*******************************

วันนี้น่าจะเป็นวันที่ทรหดมากๆ สำหรับชายหนุ่มผู้เอาแต่ใจอย่างยูอิจิ เพราะอะไรๆ ก็ดูจะผิดแผนไปเสียหมด เริ่มจากตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้กับคาเมะว่าจะพามาบ้านของเขา โดยอ้างว่ามาเยี่ยมจุนโนะและจัดการเผด็จศึกซะ มีอันต้องเปลี่ยนแปลงกระทันหันเมื่อขับรถมาได้นิดหนึ่ง คาเมะก็ชี้ไปที่ทางเข้าตลาดใหญ่ และก็บอกว่า
“ผมว่าไปซื้อปลาคาร์ฟก่อนก็ดีนะฮะ เพราะเดี๋ยวฝนตกล่ะเขาไม่ขายแน่เลย”
ยูอิจิจำต้องเลี้ยวรถไปตามที่คาเมะต้องการ และสองหนุ่มใช้เวลาอยู่ที่ตลาดนานกว่าปกติ โดยมีคาเมะพาเข้าร้านโน้นออกร้านนี้อย่างคุ้นเคย สำหรับยูอิจิแล้ว เพิ่งจะเคยเหยียบย่างมาที่ตลาดแห่งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต ก็วันๆ เคยซะที่ไหนที่จะต้องมาในสถานที่ชาวบ้านๆ แบบนี้น่ะ ชายหนุ่มเหลียวมองรอบตัว มันก็ดูคึกคักดี ผู้คนหลากหน้าหลายตาต่างก็เวียนกันเข้าๆ ออกๆ จนดูปวดตา นานเข้าเขาก็หันมาให้ความสนใจพ่อหนุ่มน้อยคาเมนาชิ คนนี้เพียงคนเดียว

ยูอิจิต้องรู้จักกับคำว่า..อดทน... เป็นอย่างมาก เพราะกว่าจะเลือกปลาได้ดังใจ คาเมะก็พาเขาเดินจนขาลาก ทั้งๆ ที่หน้าตาเจ้าสัตว์ประเภทนี้ก็ดูจะเหมือนกัน แต่หนุ่มน้อยก็อ้างว่า
“เหมือนกันก็จริง แต่ราคาผิดกัน ผมอยากได้แบบของในนี้นะฮะ ...ปลาแพงๆ น่ะ มาจากนอก ไม่เอาหรอก เสียดายกะตังค์”
แม้ว่ายูอิจิจะขอเป็นสปอนเซอร์ออกเงินให้ เพราะจะได้ซื้อเสร็จไวๆ แต่คาเมะก็ส่ายหน้าและบอกว่า
“ถึงจะเงินคุณก็เหอะ แต่ผมเสียดายนี่นะ ไม่เห็นจำเป็นต้องซื้อของแพงๆ เลย ไงๆ ก็ปลาเหมือนกัน”
พอคาเมะพูดจามีหลักเหตุผลแบบนั้น คนใจร้อนอย่างยูอิจิก็เลยนิ่งเงียบ ได้แต่เดินตามร่างบางไปอย่างจำใจ
นี่ถ้าเป็นเด็กในบ้านแบบจุนโนะนะ มาทำท่าแบบนี้ เขาคงจะหวดให้ก้นลายแล้วก็จับกดให้หายอารมณ์เสียเป็นแน่....

เมื่อนึกถึงจุนโนะ ยูอิจิก็ถอนหายใจ เวลาเดียวกันนี้ ไม่รู้ว่าจินจะพาเด็กนั่นไปไหนกัน... เขายังจำได้ดีถึงแววตาตัดพ้อเมื่อเขาเอาใจใส่คาเมะให้จุนโนะเห็น ... ดวงตาเรียวรีที่มีแววเศร้าสร้อยนั้น มันหลอกหลอนเขาได้ในยามที่เขานึกถึง
เขาไม่ได้รักจุนโนะ... ตั้งแต่ได้ตัวครั้งแรก เขาก็ไม่ได้รัก เพียงแต่อยากจะลิ้มลองความน่ารักในตัวของเด็กหนุ่มในบ้านก็เท่านั้นเอง แต่บางครั้งความอ่อนหวานของจุนโนะก็ทำให้เขาอดพึงพอใจไม่ได้....


....ถ้าเกิดอารมณ์ดีขึ้นมา ก็จะมีแต่ความเอ็นดูเท่านั้นที่เขาจะหยิบยื่นให้ ... แต่มันก็ไม่ใช่ความรัก...

กับจินแล้ว เด็กนั่นดูท่าทางจะเหมาะกับคนอย่างจินมากกว่าเขาอีกละมัง.... แม้กระนั้น ความที่อยู่เหนือจุนโนะก็อดทำให้ยูอิจิรู้ซึ้งถึงความเสียดายนิดๆ ไม่ได้
ถ้าจะเทียบกับคาเมะแล้วล่ะก็ จุนโนะคงไม่มีวันทำอะไรที่ขัดใจเขาแบบนี้แน่ๆ เป็นเขาหรอกใช่มั้ยที่จะเป็นคนเดินอยู่ข้างหน้าและให้เด็กหนุ่มเดินตามรับใช้ ... แต่นี่..... ขณะนี้ มันกลับกันโดยสิ้นเชิง คนที่เดินตามคือตัวเขา และคนที่นำหน้ากลับเป็นหนุ่มน้อยที่สุดแสนจะธรรมดา ไม่ได้มีอะไรเหนือกว่าเขาเลยสักนิด จะมีอยู่อย่างหนึ่งก็คือ .. คาเมะกำลังมีอิทธิพลอยู่เหนือหัวใจของเขาต่างหาก ซึ่งความรู้สึกนี้ เขาเองก็ไม่อาจตอบได้ว่า ทำไมถึงเป็นเอามากขนาดนี้....

คาเมะชี้ไปที่ปลาคาร์ฟสีขาว มีวงกลมแดงเหมือนธงชาติอยู่กลางหน้าผาก เด็กหนุ่มอุทานออกมาอย่างตื่นเต้นขณะชี้ให้ยูอิจิดูดวงกลมเป๊าะของมัน
“สวยสุดๆ เลย” คาเมะครางเสียงสั่น แต่พอคนขายบอกราคา เขาก็หุบยิ้ม รีบฉุดยูอิจิออกเดินทันที
“ไม่ไหว แพงไป”
“เอาเถอะ...ฉันซื้อให้ อยากได้ไม่ใช่เหรอ ตัวนั้นมันสวยดีนะ” ชายหนุ่มลงความเห็นว่ามันต้องเป็นแบบนั้น เพราะตอนนี้เขาอยากจะให้คาเมะซื้อเจ้าปลาบ้าๆ บอๆ นั่นเร็วๆ ....
“อืมมม....” คาเมะหยุด กำลังตัดสินใจอย่างหนัก อยากได้ก็อยากได้ แต่ก็เกรงใจคนจ่ายเงินนี่นะ แต่เมื่อยูอิจิยืนกรานจะซื้อเขาเองก็........
มองขึ้นไปยังท้องฟ้าเบื้องบน ฝนเริ่มย้อยเม็ดแล้ว อีกไม่นานก็คงจะเทลงมา คาเมะพยักหน้างึกๆ แล้วฉุดแขนยูอิจิกลับไปทางเก่า

เมื่อยูอิจิจ่ายเงินด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งแล้ว เขาก็ต้องอ้าปากค้างเมื่อคาเมะอมยิ้มแล้วชี้ไปที่ถังพลาสติกสองใบที่เจ้าของร้านนำมาใส่ปลาตัวผู้กับตัวเมียให้
“ใส่ถุงตีโป่งไปไม่ดีต่อสุขภาพของปลานะฮะ เขาก็เลยให้ใส่ถัง...ทีนี้ แหะ...แหะ... ช่วยกันยกคนละถังดีมั้ยฮะ” คาเมะหิ้วถังสีแดงของปลาตัวผู้ ดังนั้นที่เหลืออีกหนึ่งถังก็ต้องเป็นยูอิจิซินะ...

....ให้ตายเถอะ...

คุณชายนากามารุ ยูอิจิ กำลังมาทำอะไรน่าอับอายที่ตลาดแบบนี้นะ....
หิ้วถังปลาเหม็นคาวตัวนี้กลับรถ ...โอย...อับอายขายหน้าเหลือทน...
ทำไมคนอย่างเขาถึงต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย และที่ร้ายที่สุดก็คือ เขาไม่ได้ปริปากว่าอะไรเลยสักคำ

.....เดี๋ยวเหอะ...เจ้าเต่าน้อยเจ้าเสน่ห์ เขาจะเอาคืนให้คุ้มเชียว....

คาเมะแนะอีกว่าควรเอาปลาลงบ่อที่บ้านคุณปู่ก่อนจะดีกว่า แล้วค่อยไปบ้านยูอิจิกัน
“เอาก็เอา...” ยูอิจิครางอย่างละเหี่ยใจ
คาเมะจึงยิ้มหน้าบานไม่หุบจนถึงบ้าน

...................................

แสงไฟวอมแวมเป็นจุดๆ ขณะที่ยูอิจิกับคาเมะนั่งทานอาหารเย็นกันสองต่อสอง ภายในห้องรับรองอันแสนจะมิดชิด คนสุดท้ายที่ยูอิจิสั่งให้กลับไปพักผ่อนที่บ้านหลังเสิร์ฟอาหารมื้อนั้นก็คือ ป้านานะ ป้าแม่ครัวใหญ่ที่ทำอาหารมื้อนั้นอย่างสุดฝีมือ
ดังนั้นที่บ้านใหญ่นั้นจึงมีแต่เจ้าของบ้านและคาเมะอยู่กันตามลำพังเท่านั้น ....

แม้ว่าเริ่มแรกคาเมะจะทำหน้างอเมื่อรู้ว่าโดนยูอิจิหรอกเรื่องจุนโนะป่วย แต่เมื่อชายหนุ่มบอกว่าที่โกหกก็เพราะอยากให้คาเมะมาเที่ยวบ้านต่างหากล่ะ คาเมะก็เลยค่อยหายเคืองไปได้บ้าง....

********************************

ฝนเม็ดใหญ่ได้โปรยปรายลงมากระทบกระจกหน้ารถของจินจนฝ้าฟาง แม้จะใช้ที่ปัดน้ำฝนปัดอยู่ก็ตาม แต่จินก็ต้องเพ่งมองหมอกลางเลือนของถนนตรงหน้า และตอนนี้เขาก็กำลังเลี้ยวรถเข้ามาในซอยบ้านนากามารุแล้ว เหลืออีกไม่กี่ร้อยเมตรก็จะถึงหน้าบ้าน แต่จินเลือกที่จะจอดรถใต้ต้นซากุระริมทาง
“หือ...จอดทำไมฮะ” จุนโนะหันมาถาม เลิกคิ้วเรียวขึ้นสูง เมื่อเห็นชายหนุ่มจอดรถเอาดื้อๆ แต่ไม่ยอมดับเครื่องยนต์ ละอองฝ้าขาวจับกระจกจนไม่อาจเห็นเหตุการณ์ภายนอกได้
“ยังไม่อยากให้ถึงบ้าน เพราะฝนยังไม่หาย กว่านายจะได้เข้าบ้านก็เปียกกันพอดี” จินพูดจริงครึ่งเดียว เพราะอีกครึ่งหนึ่งนั้นเขาอยากจะยืดเวลาในการอยู่กับหนุ่มน้อยหน้ามนคนนี้ไปอีกต่างหาก ดูเอาเถอะ ชวนไปเที่ยวในห้องนอนก็ไม่ไป ชวนไปคอนโดฯ ขากลับก็ไม่ยอม....ไม่รู้จะกลัวอะไรนักหนา
“เปียกนิดเปียกหน่อยไม่เป็นอะไรหรอกครับ” จุนโนะพูดขึ้นมา
“ไม่ได้หรอก เดี๋ยวไม่สบายจะทำไง?”
“ผมหัวแข็ง ป่วยยาก”
“ไม่เอา...นั่งคุยกันที่นี่แหล่ะ” จินยืนกรานแบบนี้ จุนโนะก็เลยต้องเงียบ เด็กหนุ่มคว้าถุงผ้าควิลท์ที่แม่จินให้มากอดเอาไว้ที่อก หนำซ้ำยังขยับไปนั่งจนติดประตูรถอีก จินเห็นแล้วก็อดหมั่นไส้นิดๆ ไม่ได้

...เห็นเขาน่ารังเกียจขนาดนั้นเชียวหรือ... หรือว่าไม่อยากให้เขาแตะเนื้อต้องตัว ...

...ฮึ...เคยยิ่งกว่าสัมผัสก็ทำมาแล้ว เจ้าตัวจะรู้บ้างมั้ย....

จินเปิดวิทยุในรถดังคลอแผ่วเบา เพลงสากลไพเราะดังขึ้นมาในท่วงทำนองช้าๆ มันอ่อนหวานจนจินต้องเกยคางไว้กับพวงมาลัย และจ้องมองฝ้ากระจกที่เป็นสีขาวขุ่น เขาฟังเพลงแล้ว เขียนชื่อเพลงด้วยนิ้วชี้บนกระจกที่ฝ้ามัวนั่น

......Tear On My Pillow....

ใบหน้าเข้มจัดหันมามองจุนโนะที่เอาใจใส่ในสิ่งที่เขาเขียนบนกระจก
“จุนโนะเคยร้องไห้ก่อนนอนบ่อยมั้ย?” จู่ๆ ชายหนุ่มก็ถามขึ้นมา
“ใครจะอยากร้องไห้ก่อนนอนเล่าจินก็... เขาเรียกว่านอนร้องไห้ต่างหากล่ะครับ” จุนโนะค้าน แต่แล้วใบหน้าเศร้าซึ้งนั้นก็พยักหน้ายอมรับว่าตัวเขาเองก็เป็นแบบนี้เหมือนในเพลงนั่นแหล่ะ ริมฝีปากบางขบกัน ดวงตาเรียวหลุบลง ทำให้เห็นแผงขนตาอ่อนทาบทับกับพวงแก้มนวล จินยกมือขึ้นแตะที่ผิวเนียนละเอียดแผ่วเบา และก็เอ่ยถามว่า
“มันเศร้ามากใช่มั้ย?”
“ฮะ.......สงสารตัวเองละมังครับ ถึงต้องร้องออกมา”
“ฉันก็พอจะรู้ล่ะนะ ว่านายเศร้าเรื่องอะไร ...แต่จุนโนะ..... ชีวิตของคนเราน่ะ บางครั้งมันก็ไม่ได้เลวร้ายไปซะทั้งหมดหรอกนะ ช่วงเวลาแห่งความสุขก็น่าจะมีบ้าง”
จุนโนะฟังแล้วก็ส่ายหน้า เขากำถุงผ้าแน่นจนจินต้องเอื้อมมือมากุมมือข้างนั้นไว้
“ฉันรักนายนะจุนโนะสุเกะ... อยากจะบอกเป็นครั้งที่สิบ ที่ร้อย ที่พัน ว่าฉันรักนาย”
“อย่าดีกว่าครับ” จุนโนะตอบเบาๆ น้ำเสียงขื่นขม
“ทำไมล่ะ?”
“ผมไม่ดีพอสำหรับจินหรอก...”
“ไม่ดียังไง?” จินถาม ขยับร่างใกล้เข้ามาจนชิด
“ไม่ดีเพราะต้องการใช้เป็นข้ออ้างใช่มั้ย เป็นการป้องกันไม่ให้ใครอื่นมาใกล้ชิดตัวนายได้ เพราะนายรักยูอิจิ นายถึงไม่อยากรักใครอีก”
“จิน......ผมไม่ได้.......ผมไม่มีสิทธิ์คิดอะไรแบบนั้นหรอกนะ ......ที่ผมว่าตัวเองไม่ดีก็เพราะ......เพราะ....” จุนโนะหยุดพูดชั่วขณะ เพราะต้องกลืนก้อนสะอื้นลงคอ น้ำตาอุ่นๆ มาออกันที่ดวงตาคู่สวย แต่เขาพยายามบังคับไม่ให้มันไหลลงมา
“เพราะอะไร?”
“ผมเคยเป็นของคุณหนูมาไม่รู้จะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เนื้อตัวของผมมันสกปรกไปหมดแล้ว...”
“แล้วไง?” จินก้มหน้าถาม ชิดซะจนลมหายใจเคลียระที่ปอยผมข้างหู
“ผมเป็นของเหลือเดน.....”
“จุนโนะไม่ใช่ของเหลือเดนซะหน่อย แต่เป็นของมีค่าสำหรับฉันต่างหากล่ะ” จินจุมพิตมือของเด็กหนุ่มหนักหน่วงและกุมไว้แนบหัวใจ จุนโนะเงยหน้ามอง ดวงตาพร่าพรายเพราะหยาดน้ำ ไม่อาจเห็นหน้าจินได้ชัดนัก น้ำตาไหลกลิ้งลงมาอย่างไม่อาจห้ามได้ ริมฝีปากสีสดพยายามจะเอื้อนเอ่ยถ้อยคำออกมาอีก จินจึงเงี่ยหูฟังประโยคต่อไปของจุนโนะสุเกะ
“มันไม่ใช่แค่นั้น.... ถ้าจินได้รู้ว่า นอกจากผมจะเป็นของคุณยูอิจิแล้ว.....ผม...ยังเคย...ถูก...ข่มขืนจากคนอื่นอีก....ผมน่ะ...มันสกปรกจริงๆ เลย...ฮึก...” จุนโนะก้มหน้านิ่ง จินเห็นแต่น้ำใสๆ ไหลลงมาตามร่องแก้ม กับอาการสะอื้นของคนเล่า เขาใจสั่นระรัว

....ใช่สิ ...ถูกข่มขืน......

ข้อนี้เขารู้อยู่เต็มอก

“ผมน่ะ...... ถูกยกให้เพื่อนๆ ของคุณหนู แล้วพวกนั้นก็ทำร้ายผมที่...ที่ตรงนั้น....” จุนโนะชี้มือไปทางด้านที่มีริมทางรถไฟด้านล่าง
“ผมไม่รู้ว่าเป็นใครที่ทำผมในคืนนั้น มันมืดและผมก็อ่อนแรงเหลือเกิน ผมมองไม่เห็นใครเลยนอกจาก....ร่างที่เหมือนเงามืดที่...อยู่เหนือร่างผม.......” จุนโนะหยุดเล่า สูดลมหายใจลึกขณะเงยหน้ามองจิน และก็พูดออกมาว่า
“จินก็อยู่ที่นั่นด้วยไม่ใช่หรือฮะ พวกเขาบอกว่าเขาไม่ได้ทำผม เพราะจินเป็นคนตะโกนบอกว่าตำรวจมา ...จินพอจะบอกผมได้มั้ยว่า จินเห็นใครอื่นอีกมั้ย นอกจากพวกของคุณโคยาม่า?”
“เอ้อ.........” จินปวดหัวหนึบ คำถามนั้นทำให้เขานิ่งอึ้ง จะตอบจุนโนะว่าอย่างไรดี
“บอกได้มั้ยครับ? ช่วยผมที ผมขยะแขยงตัวเองเหลือทนแล้วที่ให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้มาแตะตัวผม” จุนโนะอ้อนวอน เขาขยุ้มแขนของจิน แต่จินจะสะดุ้งสะเทือนก็หาไม่ เพราะบัดนี้ ตัวเขากำลังชาดิกเพราะแรงคาดคั้นจากร่างบางคนนี้
“จุนโนะจำเป็นต้องรู้หรือ?” เขาเอ่ยถามออกมา ซึ่งเด็กหนุ่มก็พยักหน้าช้าๆ สายตาที่มองเขานั้นฉายแววปวดร้าวออกมาให้เห็น เล่นเอาจินใจแป้ว
“จำเป็นซิครับ... เพราะผมจะได้รู้ว่าไอ้คนชั่วชาติคนนั้นน่ะมันเป็นใคร ทำไมถึงได้ทำร้ายคนไม่มีทางสู้อย่างผม!!”
“จุนโนะ!!” จินใจหายวาบ... มือที่กุมมือจุนโนะไว้ร่วงผลอย เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก คำพูดของจุนโนะนั้น ฟังดูแล้วมันชวนให้น่าละอายจริงๆ
ความคิดที่จะสารภาพบาปในตอนแรกได้สะดุดลง ในเมื่อจุนโนะเกลียดคนชั่วชาติคนนั้น เขาเองก็คงไม่อาจทำให้จุนโนะได้ล่วงรู้หรอกว่า...คนๆ นั้นคือใคร....
“จินเห็นใครอีกมั้ย นอกจากตำรวจ?” จุนโนะถามคำถามต่อ ซึ่งจินเองก็ได้แต่ส่ายหน้า ไม่ยอมมองหน้าคนที่เขารักได้เลย
“ไม่... ฉันไม่แน่ใจ...บางทีที่เห็นอาจจะไม่ใช่ตำรวจ อาจจะเป็นรถคันอื่น มันมืดมาก... พอพวกโคยาม่าหนี ฉันก็เลยต้องหนีด้วย ไม่รู้จริงๆ ว่าโคยาม่าไปทำอะไรตรงนั้น.......” จินพูดขณะกอดพวงมาลัยรถแน่น สายตามองฝ่าสายฝนออกไปอย่างไร้จุดหมาย
“เหรอฮะ...นั่นซินะ....ถ้าจินรู้ว่ามีคนถูกทำร้ายนอนอยู่ตรงนั้น จินก็คงจะช่วยอยู่แล้วล่ะ....แต่จินไม่รู้นี่นะ...ผมก็เลยโชคร้ายไปหน่อย....” ท้ายประโยคของจุนโนะมีเสียงหัวเราะอย่างขมขื่นตามมา เด็กหนุ่มสูดจมูก ป้ายน้ำตาออกจากใบหน้าอย่างลวกๆ

เขากอดถุงผ้าไว้แน่นอีกครั้ง ขณะเอื้อมมาแตะหลังมือของจิน
“ในเมื่อจินรู้แล้ว คงจะขยะแขยงตัวผมแย่เลยซินะครับ?”
“ปละ...เปล่า...ไม่เลย จริงๆ นะ จุนโนะ ฉันไม่เคยรังเกียจนายเลย” จินหันมายิ้มให้อย่างแห้งแล้งเหลือทน
“แม้ว่าผมจะสกปรกน่ะหรือครับ?”
“จุนโนะไม่ได้สกปรกซะหน่อย”
“'งั้นก็สงสาร?”
“เปล่าเลย...มันคือความรักต่างหาก ฉันรักจุนโนะตั้งแต่แรกเห็น ไม่ว่าจุนโนะจะเป็นอย่างไร จะผ่านใครมาแล้วก็ตาม ฉันก็ไม่เคยเอามาเก็บมาตั้งข้อรังเกียจเลยนะ” จินพูดด้วยความสัตย์จริง ในยามนี้เขาอาจจะเพิ่มความสงสารไปอีกสองสามเท่าด้วยซ้ำ
“ขอบคุณครับที่รักผม” จุนโนะบอกเศร้าๆ ฝืนยิ้มน่ารักให้จิน
“แค่นั้นเองเหรอ?” จินถาม
“เอาเป็นว่าผมไม่ได้ปฏิเสธจินก็แล้วกันนะครับ....จะลองเปิดใจให้จินเข้ามาอยู่บ้างก็ได้... แต่จินต้องเข้าใจนะครับว่า มันเร็วเกินไปที่ผมจะรักคนอื่นที่...เอ้อ...ที่ไม่ใช่เขา....” จุนโนะพูดพร้อมกับสะดุ้งเมื่อจู่ๆ จินก็เชยคางมนของเขาขึ้น ประทับริมฝีปากหยักบางแนบกับกลีบปากของเขา มันช่างอ่อนนุ่ม และอ่อนโยนเหลือเกิน
“ไม่เป็นไรฉันรอได้.....” จินพึมพำแนบกับจุมพิตของเขา ริมฝีปากสองคู่เคลื่อนเข้าหากันและกัน ดูดดื่มและอ่อนหวานอย่างที่จุนโนะไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน

ในเวลาเพียงชั่วครู่ จินก็เป็นฝ่ายถอนริมฝีปากออก เขามองหน้าแดงก่ำของจุนโนะอย่างเอ็นดู มือเรียวจับศีรษะทุยของจุนโนะโยกเบาๆ ขณะพูดเสียงกลั้วหัวเราะว่า
“ฉันชอบจูบนายที่สุดในโลกเลย...”
“หวา...พูดอะไรแบบนั้นนะจิน...” เด็กหนุ่มหัวเราะออกมาได้ เขามองหน้าหล่อเหลาของจินแล้วก็ก้มหน้าซ่อนอยู่หลังถุงผ้า โผล่แต่ตาดำๆ มองหน้าจินอย่างเขินอาย


จินฉีดน้ำไล่ฝ้าออกไปเมื่อฝนเริ่มซา พอก็มองเห็นหนทางข้างหน้า ขณะนำรถเคลื่อนออกจากที่แห่งนั้น เขาหันมาพึมพำกับจุนโนะว่า
“จุนโนะ...บางทีคนที่ข่มขืนนาย เขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจก็ได้นะ....อาจจะเมาหรืออาจจะยับยั้งใจตัวเองไม่ทัน.....”
“คนเลวแบบนั้น ผมไม่มีวันให้อภัยเขาหรอกครับ....” จุนโนะตอบเป็นครั้งสุดท้าย ทำให้จินเงียบกริบทันที ...และจากนั้นก็ไม่มีการพูดจากันอีกจนจินขับรถมาถึงบ้านนากามารุ.....

********************************

คาเมะจิบน้ำเย็นอึกสุดท้ายแล้ววางแก้วลง เขาเห็นยูอิจิดื่มเบียร์เป็นขวดที่สามแล้วในระหว่างทานอาหารมื้อนี้ และที่น่าประหม่าที่สุดก็คือ ยูอิจิเอาแต่มองหน้าเขาแล้วก็ยิ้มให้ ดูเอาเถอะ บรรยากาศอึมครึมอย่างในเวลานี้ ทำให้เขาใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ยอมรับแบบค่อนข้างแน่ใจล่ะว่า เขาชอบยูอิจิ อาจจะถึงขั้นรักเลยก็ได้ แต่ทำไมตอนนี้ เขาถึงได้หวาดกลัวในการที่จะอยู่กันสองต่อสองกับคนรักแบบนี้นะ

....ดูซิ...บ้านหลังใหญ่แต่ไม่มีใครอยู่เลยนอกจากพวกเขา....อยู่กันแบบสองต่อสอง...แถบไฟก็เปิดริบหรี่อีกต่างหาก

คาเมะมองสำรวจไปรอบตัว แต่แล้วเขาก็ต้องสะดุ้ง เมื่อจู่ๆ ยูอิจิลุกพรวดพราดขึ้นมาจากเก้าอี้ ตรงดิ่งมาแตะบ่าบอบบางของคาเมะไว้ กระซิบที่ริมหูด้วยเสียงพร่าพรายว่า
“มานั่งในห้องดูทีวีดีกว่านะ”
พูดพร้อมกับไล้ฝ่ามือเคล้าคลึงบนบ่าของคาเมะ และนั่นก็ทำให้ร่างบางกลืนน้ำลายดังเอื๊อก
“เอ้อ...กลับบ้านไม่ดีกว่าหรือครับ ค่ำแล้ว เดี๋ยวคุณปู่จะว่าเอา”
“ยัง! มานั่งคุยก่อนเถอะ ฉันยังเมื่อยขาอยู่เลย ...เพราะคาเมะนั่นแหล่ะที่พาฉันเดินทั้งวัน เพราะงั้นต้องอยู่คุยเป็นเพื่อนกันก่อน” ฉุดข้อมือเล็กๆ นั้นขึ้นมาจนได้ ร่างบางจึงต้องเดินตามเข้ามานั่งในห้องพักผ่อนตามที่เจ้าของบ้านว่าเอาไว้

โคมไฟเหนือเพดานห้องเปิดเอาไว้ไม่กี่ดวง แต่ห้องที่กว้างขวางนั้นก็ทำให้แสงที่ส่องลงมานั้นไม่สว่างเท่าใดนัก
คาเมะนั่งบนโซฟาโดยมีร่างของยูอิจินั่งใกล้จนขาแทบจะเกยกัน หนำซ้ำชายหนุ่มยังพาดแขนออกวางบนพนักพิง เหมือนกับเป็นการกอดคาเมะไว้ ยูอิจิเปิดเคเบิลทีวีดู เปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ จนมาถึงหนังฝรั่งเรื่องหนึ่ง ที่กำลังมีภาพวาบหวามระหว่างหญิงชายบนจอ คาเมะก้มหน้างุด เขาได้ยินเสียงหัวเราะหึๆ ดังมาจากปากของยูอิจิด้วย ชำเลืองมองทีวีก็ยังเห็นพระนางโอ้โลมกันไม่เลิก
“เปิด...เปิดดูเบสบอลไม่ได้เหรอ?”
“ดูเรื่องนี้แหล่ะสนุกดี...”
“โป๊ออก...” คาเมะขยับตัวอย่างอึดอัด แต่พอหันไปจะขอร้องยูอิจิอีกครั้ง เขาก็พบกับริมฝีปากหนาของชายหนุ่มเคลื่อนเข้ามาใกล้
“คาเมะน้อย...” เสียงเรียกชื่อเงียบลงเมื่อกลีบปากบางของคาเมะถูกดึงดูดเข้าหาจุมพิตแผดเผาของชายหนุ่ม ภาพในทีวีดูเหมือนจะหมดความสนใจไปแล้ว เมื่อเนื้อตัวนุ่มนิ่มถูกคนแกร่งกว่ากอดเอาไว้ทั้งตัว จนร่างเล็กแทบจะจมหายไปกับโซฟาและอ้อมอกของเขา
“อืมมม...” ยูอิจิครางเบาๆ เขาคลึงเคล้ากลีบปากเย้ายวนน่ารักตรงหน้า ดอมดมความหอมหวานอย่างหนักหน่วง จนคาเมะผวา ต้องยกแขนขึ้นคล้องคอชายหนุ่มเอาไว้ กลีบปากช้ำชอกและความรู้สึกเสียวซ่านที่เริ่มก่อตัวนั้นอีกล่ะ ทำให้คาเมะเคลิบเคลิ้ม ลิ้นอุ่นจัดแยกกลีบปากของเขาให้เผยอออก ยูอิจิฉวยโอกาสนั้นสอดลิ้นร้อนๆ เกี่ยวกระหวัดกับลิ้นนุ่มชุ่มชื้นนั้น จุมพิตกระหายหิวไม่รู้จักอิ่มทำให้สติของคาเมะกระเจิดกระเจิง เปล่งเสียงครางลึกในลำคอ ไม่รู้แม้กระทั่งฝ่ามือใหญ่กำลังลูบไล้แผ่นหลังของเขาอย่างเร่าร้อน
คาเมะกำลังถูกไฟรักแผดเผาจนร้อนไปหมด เนื้อตัวสั่นระริก ใบหน้าแหงนเงยกับพนักโซฟาเมื่อริมฝีปากยังถูกเชยชมไม่มีหยุด
“อา....คาเมะ...” ยูอิจิครางเสียงกระเส่า เขาหยุดมือเอาไว้ที่หน้าขาของเด็กหนุ่ม นิ้วเรียวสอดเข้าไปในซิปกางเกงคลึงเคล้าความอ่อนนุ่มที่เป็นส่วนตัวของคาเมะ
“เป็นของฉันนะ” เขากระซิบเสียงพร่าที่ริมหู ขบเม้มติ่งหูน้อยๆ อย่างเร้าอารมณ์
“อือ...” คาเมะครางกึ่งหอบ เมื่อริมฝีปากอิ่มหนาของยูอิจิเคลื่อนลงมาปิดทับกลีบปากของเขาอีกครั้ง พร้อมกับอุ้งมือใหญ่กำลังจะกระทำการอุกอาจต่อเรือนกายท่อนล่างของคาเมะ และนั่นก็ทำให้เด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือก

“อื้อ...ไม่เอาฮะ...หยุดเถอะ....ผมไม่...” คาเมะเริ่มดิ้นรน เมื่อรู้ตัวว่ากำลังจะเกิดอะไรต่อจากนี้
“ไม่หยุด หยุดไม่ได้...” ยูอิจิดื้อดึง เขาฉวยไหล่คาเมะไว้ ตรึงร่างเด็กหนุ่มกับโซฟา ใช้ลำตัวคร่อมทับร่างบาง แบบไม่มีสิทธิ์หลุดหนีไปได้เลย
“อย่าฮะ อย่าทำแบบนี้เลยคุณยูอิจิ...อื้อ...ผมกลัว...” คาเมะส่ายหน้าหนี เมื่อยูอิจิกดจูบลงไปอีก แต่คราวนี้พลาดที่ปาก แก้มนวลจึงโดนจูบเข้าไปเต็มๆ อ้อมกอดรัดรึงยิ่งขึ้นจนแทบหลอมร่างกายของหนุ่มน้อยให้รวมเป็นเนื้อเดียวกับคนกอดอยู่แล้ว
“คาเมะไม่รักฉันหรือไง?” ยูอิจิครางเสียงกระเส่า คาเมะหน้าแดงเข้ม เขาพยักหน้างึกๆ
“รักฮะ...แต่ตอนนี้ผมยังไม่พร้อม อย่าเลยนะฮะ” คาเมะพยายามดิ้นและผลักไส แต่ยูอิจิกำลังหน้ามืด เห็นที่จะไม่ยอมรามือง่ายๆ
“รักแล้วต้องยอมซิ ฉันจะทำให้นายมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...”
“คุณยูอิจิ...ผม...กลัว...”
“ไม่ต้องกลัวนะ จับซิ...หัวใจของฉันมันอยากจะรักนายเต็มทีแล้ว” มือใหญ่ดึงมือคาเมะมาแนบหัวใจตัวเอง เมื่อร่างบางเบิกตากว้าง ขณะมองใบหน้าหล่อเหลาของคนรักนั้น ยูอิจิก็เลื่อนฝ่ามือของคาเมะมาวางที่หน้าขาของตัวเอง
คาเมะรีบกระตุกมือกลับ ใบหน้าร้อนผ่าว... ตรงนั้นน่ะ มันน่าจะเป็นที่ควรสงวนไม่ใช่หรือ...ไม่เอาง่ะ น่ากลัวจะตาย...
“ไม่เอา...ฮึก...อย่าทำผม...” คาเมะเริ่มร้องไห้ ข้อมือถูกตรึงไว้เหนือศีรษะ เมื่อกางเกงกำลังจะถูกรูดลง แต่แล้ว....ทั้งคู่ต้องชะงักเมื่อมีเสียงหนึ่งดังแหวกอากาศขึ้นมา


“คุณอย่าทำแบบนี้เลย คุณหนูยูอิจิ!!”
“ใครวะ?” ยูอิจิสบถ เขาเงยหน้าขึ้น พบกับร่างสูงโปร่งของจุนโนะสุเกะและอะกานิชิ จินยืนอยู่ในห้องนั้น
“เข้ามาได้ไง?” ยูอิจิส่งเสียงกราดเกรี้ยว ใบหน้าเข้มจัด ถมึงทึง แต่เขายังคงคร่อมร่างของคาเมะอยู่ และไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยข้อมือเล็กๆ นั่น
“ปล่อยเพื่อนผมนะ คุณยูอิจิ” เสียงจุนโนะยังร้องขอ น้ำเสียงกร้าวขึ้นอย่างที่ยูอิจิไม่เคยได้ยินมาก่อน
“ยูอิจิอย่าทำเด็กเลย...” จินช่วยพูดอีกแรง
“เสือก!! ออกไปเลยปะ ทั้งคู่ง่ะแหล่ะ เรื่องของฉัน พวกนายอย่ายุ่งได้มั้ยหา?”

จุนโนะส่ายหน้า เดินสืบเท้าเข้ามาอีก
“ไม่ยุ่งไม่ได้หรอกครับ ก็เพื่อนผมเขาไม่ยอม เขาขัดขืน คุณจะข่มขืนเขาหรือไง?”
“นายอย่ายุ่งจุนโนะ ไม่เชื่อเรื่องของนาย...หนอย...ไอ้นี่...เป็นใครมาจากไหนมาสั่งฉัน ออกไปให้พ้น!!”
“ผมคงต้องขอขัดคำสั่งของคุณล่ะครับ ปล่อยคาเมะเดี๋ยวนี้นะ!!” จุนโนะก้าวเข้ามา ใบหน้าหวานโกรธขึ้ง ภาพที่เขาเห็นไม่ได้ทำให้เขาเสียใจมากกว่าความเป็นห่วงในตัวของเพื่อนรักหรอก คาเมะหน้าซีดสลับกับแดงซ่าน เห็นชัดๆ ว่าพยายามจะดิ้นออกจากใต้ร่างของยูอิจิ
“ไอ้ยู...ถ้าแกไม่ปล่อยคาเมะ ฉันจะซัดแกให้หมอบเลย ปล่อยซะ”
“ไอ้จิน...”
“ปล่อยผม....” คาเมะร้องอู้อี้อยู่ข้างใต้ ดวงตาตื่นตระหนกมองเขาอย่างขอร้อง
จุนโนะตรงเข้าคว้าไหล่ของเจ้านายเอาไว้ กระชากเพื่อให้ยูอิจิผละจากร่างบางของเพื่อน และนั่นก็ทำให้ยูอิจิระเบิดอารมณ์ใส่ร่างโปร่งบางของจุนโนะทันที

.....ผัวะ.....

เขาซัดหมัดไปที่โหนกแก้มของจุนโนะ จนร่างบางเซ แทบจะเสียหลัก แต่จินถลันเข้ามาประคองเอาไว้ได้ จุนโนะกุมแก้มที่ถูกต่อย น้ำตาคลอเบ้า ...
ยูอิจิสะอึกเข้ามาอีก ชี้หน้าจุนโนะและเอ็ดตะโรลั่น
“เพราะแกหึงฉันใช่มั้ยจุนโนะ...เสือกจริง ของเหลือเดนอย่างแกอย่าสะเออะมาสั่งฉัน...!!”
“ไอ้ยูมากไปแล้วมึง!!” จินสะอึกเข้ามา คว้าเสื้อยูอิจิได้ก็ซัดกำปั้นกระแทกปากร้ายกาจของยูอิจิ
“ไอ้จิน...” ยูอิจิใช้หลังมือเช็ดเลือดที่ออกมาจากมุมปาก เขาชี้หน้าจินพลางตะโกนลั่นห้อง
“แกอย่ายุ่งกับเรื่องของฉัน ไอ้จิน คนนอกอย่างแกจะไปเข้าใจอะไร... ไอ้จุนโนะมันหวงฉัน มันไม่อยากให้เพื่อนมันเป็นคนรักของฉัน นายหัดดูให้ชัดซิ ไอ้จิน ...ว่าไอ้หมอนี่มันกันท่าแค่ไหน”
“หยุดพูดเดี๋ยวนี้เลยไอ้ยู ไม่งั้นฉันจะซัดแกไม่เลี้ยงเลยด้วย”

ยูอิจิยักไหล่ เขาหันไปไล่เบี้ยเอากับจุนโนะอีกครั้ง
“เฮอะ...จำใส่กะโหลกเอาไว้เลยนะจุนโนะ อย่าสอดเรื่องของฉัน...คาเมะเขาเต็มใจมากับฉัน แกอย่าหึงเด็ดขาด คนอย่างแกไม่มีสิทธิ์มาหึงหวงฉัน แค่ฉันลดตัวมานอนด้วยเข้าหน่อย อย่าคิดจะมาเป็นเจ้าของฉันเด็ดขาด ของเล่นอย่างแก...อย่าสะเออะ!!”
“คุณยูอิจิ...” ทั้งคาเมะและจุนโนะร้องขึ้นพร้อมกัน

คาเมะน้ำตาคลอ เขายกมืออุดปากตัวเอง ถ้อยคำนั้น ได้ยินเต็มสองหู ที่ยูอิจิพูดนั้นหมายความว่าอย่างไรกัน....

ยูอิจิมีอะไรกับจุนโนะงั้นหรือ?.....

...ใช่....ต้องใช่แน่นอน...ได้ยินไม่ผิดหรอกนะ....

ยูอิจินะยูอิจิ ....มีจุนโนะอยู่แล้วทั้งคน ยังจะมีหน้ามาคบกับเขาอีก

แล้วหัวใจของเขาล่ะ...จะเป็นยังไง...มันเจ็บนะ...
ยอมรับเลยว่า ความรู้สึกเหมือนตกเหวน่ะมันเป็นแบบนี้นี่เอง

...โอย...นี่เขาจะทำอย่างไรดี....

....ยูอิจิกับจุนโนะ....

ใบหน้าซีดเซียวหันมามองเพื่อนรัก เห็นจุนโนะกำลังยืนกุมโหนกแก้มที่โดนชกเมื่อสักครู่ หน้าขาวซีดปราศจากสีเลือด

“จุนโนะ...” คาเมะผวาไปที่ร่างสูงของจุนโนะ ดวงตาฉ่ำน้ำมองเพื่อนรักอย่างเป็นห่วงเป็นใย...เขาดึงจุนโนะออกมาจากบริเวณนั้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของจินที่จะจัดการกับวาจาสามหาวของยูอิจิแทน
“เป็นไรมากมั้ย เจ็บหรือเปล่า?” คาเมะถามด้วยความเป็นห่วง แตะเบาๆ ที่โหนกแก้มช้ำของเพื่อน ...น้ำตาอุ่นจัดไหลมาต้องที่ปลายนิ้วของเขา
“จุนโนะร้องไห้...เจ็บแย่เลย...”
“ไม่หรอก...ฉันไม่เป็นไร นายล่ะคาเมะ...ไม่เป็นไรนะ”
“ไม่....ร่างกายฉันน่ะไม่เป็นอะไรหรอก แต่.....” คาเมะส่ายหน้า อยากจะจับหัวใจของตนเองดูว่า มันยังอยู่หรือเปล่า ...กัดริมฝีปากจนห้อเลือด...แล้วก็พูดเสียงเครือว่า
“ขอโทษนะ จุนโนะ...ฉัน...ฉันไม่รู้เรื่องของนายกับคุณยูอิจิจริงๆ...ฮึก...ถ้าฉันรู้ ฉันก็จะไม่คบกับเขาหรอก ...ฮึก...ฉันขอโทษ...” คาเมะก้มหน้าสะอื้นจนตัวโยน แววตาเจ็บช้ำก้มมองที่พื้น ...ทำไมนะ...เรื่องความสัมพันธ์ของจุนโนะและยูอิจิที่เกิดขึ้น...ทำไมเขาถึงดูไม่ออก........

***************************

to be con

comment ที่นี่จ้า...

Hosted by www.Geocities.ws

1