
TEAR of LOVE
Vol 11
***************************
อุ้งมือเรียวของจินสัมผัสแผ่วเบาที่เอวอ้อนแอ้นของจุนโนะ เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มยืนนิ่งขึง
เขาก็ออกแรงเพียงนิดหน่อยก็ดึงร่างบางเข้ามาสู่อ้อมกอดได้โดยง่าย
ได้ยินมั้ยจุนโนะ ... ฉันรักนาย... เสียงแหบพร่าของชายหนุ่มกระซิบต่ำ พลางจ้องหน้าหนุ่มน้อยที่มองเขาด้วยแววตาแบบกวางน้อยนั้นไม่วางตา
อ่า......ปล่อยผม.... จุนโนะเริ่มดิ้นรน เขาปลดมือจินออกจากเอว ลมหายใจสะดุดเพราะคาดไม่ถึงกับคำสารภาพนั้น
เดี๋ยวซิ จุนโนะ
ไม่เอา อย่าพูดเล่นนะฮะ ปล่อยผมได้แล้ว...
ฉันไม่ได้พูดเล่นนะ
จิน... จุนโนะอุทานออกมา เมื่อจินกวัดรัดรอบร่างบอบบางนั้นอีกครั้ง เมื่อใบหน้าหล่อเข้มก้มต่ำลงมาอีก
จุนโนะรีบหลบวูบ เขามุดตัวหนีออกจากอ้อมแขนแกร่งนั้นจนได้
ผมไม่มีอะไรที่จินจะมาชอบได้หรอก ไม่มีเลยจริงๆ
มีซิ...ก็ตัวนายไงล่ะจุนโนะ ฉันรักตัวตนที่เป็นจุนโนะนะ
ถ้าไม่แน่ใจก็อย่าล้อเล่นนะครับ ผมไม่เล่นด้วยหรอก
ฟังก่อนซิ จุนโนะ..
ไม่ง่ะ... ทั้งเนื้อทั้งตัวผม ไม่มีอะไรดีสักอย่าง...ไม่คู่ควรที่คนอย่างจินจะมารักหรอก
และผมก็ไม่เชื่อด้วยว่าจะมีใครรักผม...แม้แต่จิน ผมก็ไม่เชื่อ....! จุนโนะประกาศลั่น
เด็กหนุ่มสะบัดหน้าพรืด หันหลังวิ่งหนีเข้าบ้านไป ได้ยินเสียงจินตะโกนเรียกชื่อของเขาตามหลังมา
แต่จุนโนะไม่สนใจหรอก เขารีบวิ่งแบบไม่เหลียวหลัง เลี้ยวลดเลาะเข้าทางข้างบ้านหลังใหญ่
แหวกกิ่งไม้ ใบไม้ จนมาถึงเขตบ้านหลังน้อยของตัวเอง ในใจก็นึกหวั่นว่า จินจะห่าม
บุ่มบ่ามวิ่งตามมาปล้ำเขาหรือเปล่า .....
แต่เมื่อเหลียวกลับมาดู ก็ไม่พบใครวิ่งตามมาสักคน เขาจึงผ่อนฝีเท้าให้ช้าลง...
จุนโนะเดินแกมวิ่งเข้าไปในบ้านหลังเล็กของเขา รีบปิดประตูด้านหน้า พิงลำตัวหลังบานไม้ด้วยอาการหอบจนตัวโยน ยกมือขึ้นทาบทับหน้าอกเบื้องซ้าย แรงสั่นระรัวยังเต้นไม่ยอมหยุด
.....จินสารภาพรัก.....
ให้ตายเถอะ ถ้อยคำนั้นยังก้องอยู่ในหู ....
...เพราะ ฉันรักนาย จุนโนะ.... รักที่ตัวตนของนาย....
จริงง่ะเหรอ? จุนโนะเฝ้าถามตัวเอง เขาหอบหายใจสะท้าน
เขารักเราจริงๆ เหรอ?
ไม่จริงหรอกมัง... จุนโนะส่ายหน้า หลับตาลงช้าๆ จากนั้นก็บีบหัวคิ้วถี่ๆ ราวกับคนกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก
...เกิดมาจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ก็เพิ่งเคยได้ยินคำว่า ...รัก...นี่แหล่ะ
แต่จินจะมารักคนอย่างเขาได้อย่างไร
จุนโนะไม่ได้ยินเสียงรถยนต์นอกบริเวณบ้าน นั่นแสดงว่าจินไม่ได้ขับรถตามเข้ามา เขาผ่อนลมหายใจยาวเหยียด
ผละจากประตู แอบมาชะโงกหน้ามองที่หน้าต่าง ไม่มีใครอยู่แถวๆ นั้นจริงๆ ด้วย ...
จินคงจะไม่ลงทุนวิ่งตามมาหรอก... หลอกเขาให้หลงตายใจหรือเปล่า?
จุนโนะ!! เพิ่งกลับเหรอลูก? เสียงแม่เรียกอยู่หน้าครัว ทำให้เด็กหนุ่มสะดุ้งสุดตัว
ใบหน้างดงามเกลี่ยยิ้มน้อยๆ ส่งมาให้ผู้เป็นมารดา
มาถึงเดี๋ยวนี้เองครับแม่...
คุณจินมาส่งหรือ?
เอ้อ...ครับ... จุนโนะพยักหน้ารับ สายตาไม่วายมองลอดม่านหน้าต่างลูกไม้สีขาวออกไปดูเหตุการณ์ด้านนอก
แม่เดินเข้ามาส่งน้ำเย็นให้ จุนโนะพึมพำขอบคุณ แล้วก็นั่งแปะลงบนโซฟาตัวเล็กริมหน้าต่าง
เสียงแม่ยังถามต่ออีกว่า
ทำไมไม่เชิญคุณจินเข้ามาทานของว่างล่ะลูก?
เขากลับไปแล้วครับ...
อ้าว...เฮ้อ...จุนโนะนี่แย่จริงๆ เลยนะลูก คุณเขาอุตส่าห์มาส่งทั้งทีไม่หาอะไรมาเลี้ยงเขาด้วย
แม่ส่ายหน้าช้าๆ และก็เดินเนิบๆ เข้าไปในครัว
จุนโนะหน้ามุ่ย ...แม่นะแม่... ลูกชายเกือบโดนเขาเขมือบอยู่รอมร่อ กลับไม่ห่วง
ยังจะเป็นห่วงคนอื่นอีก....
........................................
จุนโนะอาบน้ำ สระผมเสร็จเรียบร้อย เมื่อมีเสียงใครคนหนึ่งมายืนเรียกอยู่หน้าบ้าน
จุนโนะ...ะ...ะ...ะ...
คาเมะนั่นเอง กำลังยืนชะเง้อ เกาะประตูรั้วมองเข้ามาในบ้าน
คาเมะ..มาได้ไง จุนโนะหัวเราะร่า เขายิ้มจนตาหยี เมื่อเห็นเพื่อนรักมายืนฉีกยิ้มอยู่หน้าบ้าน
เชื้อเชิญให้เพื่อนเข้ามาด้านในรั้ว
คาเมะบอกว่า
มากับคุณยูอิจิ...
หา? จุนโนะอ้าปากค้าง ... แต่อีกฝ่ายนี่ซิ ยืนหน้าแดงแบบอายๆ คาเมะล้วงกระเป๋ากางเกง
ก้มหน้าเขี่ยยอดหญ้าใต้รองเท้า
คุณยูเขาชวนมาเที่ยวบ้าน พอดีเพื่อนเขามาถึงไล่ๆ กัน ฉันก็เลยขอตัวมาหานายที่นี่...
คาเมะหยุดพูด เขามองไปรอบๆ ตัว ซึ่งขณะนั้นจุนโนะชวนเขามานั่งที่เก้าอี้สนามริมรั้ว
สายตามองรอบบ้านของจุนโนะด้วยความชื่นชม
ไม่อยากเชื่อเลย ตั้งแต่คบกับนายมา นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันมาเที่ยวบ้านนาย...ถ้าคุณยูไม่ชวนมา
ฉันคงไม่กล้าเข้ามาเองหรอกนะ...อืมมม...บ้านนายน่ารักจังจุนโนะ...เล็ก...แต่น่ารัก
น่าอยู่ชะมัดเลย...
ชอบก็อยู่นานๆ ก็ได้ จุนโนะเอ่ยชวน แต่เพื่อนตัวเล็กสั่นหน้าจนผมกระจาย
อยู่นานไม่ได้หรอก คุณยูอิจิเขาให้มาได้แป๊บเดียว พูดไปก็หน้าแดงไป เมื่อจุนโนะขมวดคิ้วเป็นเชิงถาม
คาเมะก็ก้มหน้างุด ตอบอ้อมแอ้มว่า
เขาบอกว่า ขอคุยกับเพื่อนแป๊บเดียว แล้วจะพาฉันไปดินเนอร์นอกบ้าน....ไปด้วยกันนะจุนโนะ....
ท้ายประโยคกล่าวทำนองชวน เกาะแขนจุนโนะ ส่งสายตาแป๋วแหววมาให้อีกต่างหาก ... จุนโนะลอบถอนหายใจ
....จะไปได้ไงล่ะ คาเมะ....ขืนไป มีหวังคุณหนูเล่นงานอานไปเลยน่ะซิ...
จุนโนะสั่นหน้าปฏิเสธ ทำให้คาเมะทำปากยื่น
ทำไมง่ะ? ไม่ไปด้วยกันเหรอ?
ไม่ล่ะคาเมะ... คุณยูเขาไม่ชวนเด็กในบ้านไปดินเนอร์ด้วยหรอกนะ
โห...จุนโนะ..ะ...ะ ทำไมพูดเสียตัวเองต่ำต้อยแบบนี้ล่ะ
ก็ฉันมันต่ำต้อยจริงๆ นี่นะ อีกอย่างฉันก็อิ่มแล้วด้วย กินข้าวกับแม่เมื่อกี้นี้เอง...
จุนโนะพูดปดออกไป ทำให้คาเมะหน้ามุ่ยมากกว่าเดิม
คาเมะ...ไปกับคุณหนูยูอิจิเหอะนะ อย่าให้ฉันไปขัดคอเลย.... ท้ายเสียงของจุนโนะติดจะขื่นขม
แต่คนฟังคงไม่ทันสังเกต เพราะคาเมะเล่าให้จุนโนะฟังถึงเรื่องที่ตัวเองและยูอิจิไปเดทกันด้วยการไปนั่งดูเบสบอล
ตบท้ายด้วยหนังโรแมนติกอีกหนึ่งเรื่อง...และชวนมาเที่ยวบ้าน ก่อนจะชวนออกไปดินเนอร์ในค่ำนี้.......ขณะเล่า
คาเมะก็ทำท่าทางประกอบไปด้วย
จุนโนะมองแล้วก็สะท้อนใจ ดวงตาแวววาว เป็นประกายสดใสของคาเมะนั้น ทำให้เขารู้สึกหดหู่
..... นี่คือหนุ่มน้อยที่คุณยูอิจิเลือกเฟ้น... ให้เป็นคู่ควงคนล่าสุด... คาเมนาชิ
คาซึยะ...เพื่อนคนซื่อของเขา จะมีพิษสงอะไรมาเทียบเคียงกับจิ้งจอกอย่างคุณหนูได้นะ.....
ระวังตัวด้วยนะ... จุนโนะเอ่ยเตือนเมื่อคาเมะออกปากขอลากลับ ร่างเล็กชะงักเมื่อได้ยินคำนั้นจากเพื่อน
ว่าไงนะ จุนโนะ ระวังอะไร?
ระวังสวัสดิภาพของนายไง คาเมะ... คุณหนูน่ะจ้องจะ....เอ้อ...ฉันหมายถึงว่า อย่ายอมตามใจเขาให้มากนัก
โธ่เอ๊ย..จุนโนะ...นึกว่าเรื่องอะไร อย่าห่วงเลย..ฉันไม่เป็นแบบนั้นหรอกน่า...
คาเมะยกมือขึ้นสาบาน แล้วก็หัวเราะอย่างมีความสุข ดวงหน้าผุดผ่องนั้นทำให้จุนโนะอดใจหายไม่ได้
....ใจหายเรื่องอะไรน่ะหรือ เขาเองก็ตอบไม่ได้...รู้แต่ว่ามันเจ็บที่หัวใจเหลือเกิน....
****************************
เอาจริงหรือวะ คนเนี้ยง่ะ ไอ้ยู... โคยาม่าชะโงกมามองหน้าเพื่อนซี้ราวกับต้องการความจริงที่อยากรู้นักหนา
เมื่อเหยียบขามาถึงบ้านยูอิจิ เขาก็พบกับอาการกระสับกระส่ายของเจ้าของบ้าน เมื่อโคยาม่า
ชิเงะ และคู่ของโคกิและอุเอดะตั้งท่าจะปักหลักขอก๊งเหล้าด้วย คำแรกที่ยูอิจิพูดก็คือ
วันนี้จะพาแฟนไปกินข้าวนอกบ้านเว้ย...ห้ามกินเหล้าเด็ดขาด
แต่พวกเพื่อนกลับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แถมยังฉุดเขาให้ร่วงวงคุยด้วยอีกแน่ะ
น่ารักดีนี่หว่า...แต่เคยเห็นเป็นเพื่อนจุนโนะไม่ใช่หรือ? ชิเงะอดถามไม่ได้
ใช่...เพื่อนรักกัน...
น่ารักเหมือนกันนี่หว่า...นี่ไอ้ยู คิดจะเคลมเจ้าเด็กนั่นเมื่อไรวะ เบื่อแล้วยัง?
ไอ้โคะ...น้อยๆ หน่อยเอ็ง หื่นไม่หายเลยนี่หว่า
ก็ไมง่ะ คนเก่ายังไม่ได้แอ้ม ริจะลองคนใหม่แล้วหรือไง? อุเอะดะพูดขัดขึ้นทันที
น้ำเสียงติดจะเยาะเสียด้วยซ้ำ
แหม...คุณเอ้แสนสวย อย่าตอกย้ำแผลเก่าได้เปล่า...
เออ...พวกแก ...ฉันถามอะไรหน่อยเด่ะ...พวกแกไม่ได้แอ้มจุนโนะของฉันแน่นะเว้ย...
ยูอิจิถามข้อข้องใจที่ติดค้างมานาน พวกเพื่อนส่ายหน้าแถมทำหน้างงกันอีกต่างหาก
โคกิกระแทกแก้วเหล้าในมือขณะบอกว่า
ไม่ได้แอ้มเลยซะแอะ...ก็ตำรวจมาก่อนไง ไม่งั้น.......อะ...โอ๊ย.....!! คนพูดสะดุ้งสูดปาก
เขาถูแขนแรงๆ เมื่อโดนมือดีหยิกหมับเข้าให้
พูดให้มันน้อยหน่อยได้มั้ย ยิ่งพูดฉันก็ยิ่งแน่ใจว่า นายคิดนอกใจฉัน โคกิ...!!
เสียงเขียวเข้มของอุเอ้แหวกอากาศมากระทบโสตประสาทของโคกิ ไอ้ที่อยากจะพูดก็เลยต้องปิดปากเงียบ
ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของโคยาม่าและชิเงะพูดต่อไป
ฉันกำลังจะลากเจ้าเด็กนั่นขึ้นเขียงที่ริมทางรถไฟ แต่ไอ้จินมันตะโกนบอกว่า ตำรวจมาเสียก่อน
ก็เลยเผ่นกันกระจาย...สาบานได้เลยว่า ยังไม่ได้แอ้มน้องหนูหน้าหวานสักแอะเดียว
แล้วมีตำรวจมาจริงหรือเปล่า?
ไม่รู้....ไอ้จินมันเห็น... ชิเงะกับโคยาม่าส่ายหน้า
ไอ้จิน........ ยูอิจิครางเสียงแผ่วเบา คิ้วหนาขมวดจนแทบจะติดกัน
จุนโนะบอกว่า โดนข่มเหงในวันนั้น ...พวกโคยาม่าปฏิเสธข้อกล่าวหา
...แล้วงั้น... ใครล่ะที่ทำ...
ตำรวจหรือเปล่า....
แต่เอ...ไม่น่าจะใช่นะ...งั้นใคร...
....จินหรือไง.....
....ยูอิจิสั่นหน้า ... จินจะทำเรื่องแบบนี้เชียวหรือ... ยูอิจิขบปากตัวเอง
ตั้งแต่รู้จักจินมาสมัยเรียนชั้นมัธยม เขาก็ว่าจินไม่ใช่คนแบบนั้นนี่นะ...
แกจะถามให้ได้อะไรขึ้นมาวะ ยูอิจิ? โคกิถามเสียงเข้มจัด ยิ่งมองหน้าเจ้าของบ้าน
เขาก็ยิ่งงง ไม่เข้าใจว่ายูอิจิจะมาคาดคั้นถามอะไรพวกเขานักหนา
ยูอิจิมองหน้าพวกเขาทีละคน แล้วก็โพล่งออกมาว่า
อือมมม...จุนโนะถูกข่มขืนในวันนั้น...
หา??... ถูกข่มขืน??!! เสียงหลายเสียงร้องขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจ
เออ...
เปล่านะ...ฉันเปล่า โคยาม่าปฏิเสธเป็นคนแรก และบอกอีกว่า เขากับพวกเพื่อนเผ่นหนีตั้งแต่ตอนที่จินบอกว่าตำรวจมาแล้ว
เด็กนั่นอำแกหรือเปล่าวะ?
ไม่รู้...จุนโนะไม่อำหรอก ฉันรู้นิสัยหมอนั่นดี... ยูอิจิปฏิเสธแทน ชิเงะเคาะโต๊ะถี่ๆ
แล้วก็เงยหน้าขึ้น
งั้น...ฉันว่า นายไปถามไอ้จินดูดีกว่า......ดีกว่าที่จะไล่เลียงเอากับพวกฉัน ...
ฉันขอถามพวกนายเป็นครั้งสุดท้าย ถามต่อหน้าอุเอดะนี่แหล่ะว่า พวกแกไม่ได้ทำจุนโนะแน่นะ??
เออ!! ทุกเสียงตอบพร้อมเพรียงกันอีกครั้ง คราวนี้พ่วงด้วยสีหน้าที่มีความจริงจังอีกด้วย
ยูอิจิกำลังจะพูดอะไรต่อไปอีก แต่ว่าร่างเล็กของคาเมะเดินยิ้มมาแต่ไกล เขาจึงต้องจำหยุดพูด
รวมทั้งเพื่อนคนอื่นๆ ด้วยที่รีบเปลี่ยนสีหน้ามาเป็นแย้มยิ้มให้กับเด็กหนุ่ม
ไปกันหรือยังคาเมะ ยูอิจิพยักหน้าชวน เมื่อได้คำตอบเป็นรอยยิ้มน่ารักจากคาเมะ
เขาก็หันมาโบกมือให้เพื่อนๆ
ไปก่อนนะโว้ย... พวกแกจะนั่งดวดเหล้าอยู่ที่นี่ก็ตามใจ
โชคดีเพื่อน... โคยาม่าโบกมือตอบ
เมื่อลับหลังยูอิจิไปแล้ว ทั้งสี่ก็มานั่งถกเถียงกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนั้น....
ทางที่ดีเราไปถามเจ้าตัวเขาดีกว่า ว่ามันยังไงกันแน่... บางทีจุนโนะอาจจะพูดปดก็ได้...
อุเอดะออกความเห็น เขาจัดแจงเรียกคนรับใช้ให้ไปตามจุนโนะสุเกะมาพบโดยด่วน
บอกว่า...ฉัน...อุเอดะนะ ...ให้มาตาม
คนรับใช้รับคำสั่ง หนุ่มหน้าหวานหันมายิ้มกับเพื่อนๆ เพราะถ้าให้เขาเรียกจุนโนะ
ก็น่าจะมีภาษีดีกว่าคนอื่น อย่างน้อยจุนโนะก็วางใจเขามากกว่าเพื่อนคนอื่นๆ ของยูอิจิง่ะล่ะ
*******************************
บนถนนที่คราคร่ำไปด้วยรถราที่ติดหนึบหนับ เสียงบีบแตรดังต่อๆ กันเป็นทอดๆ แต่ยูอิจิกลับไม่รู้สึกหงุดหงิดเลยสักนิด
แม้ว่าเขาต้องการที่จะไปให้ถึงห้องอาหารสุดหรูบนโรงแรมชั้นหนึ่งที่ได้สั่งจองเอาไว้ให้เร็วที่สุดก็ตาม
... เพราะมีหนุ่มน้อยน่ารัก สดใส คนนี้นั่งยิ้มมาตลอดทางต่างหากล่ะ ที่ทำให้เขาหายหงุดหงิดได้
วันนี้จะพาผมไปทานอาหารที่ไหนเอ่ย? เสียงคาเมะถามยิ้มๆ ทำให้ชายหนุ่มละสายตาจากท้องถนน
หันมามองหน้าคาเมะเพียงชั่วขณะ ยูอิจิอมยิ้ม แล้วก็บอกว่า
เดี๋ยวก็รู้... ว่าแต่ชอบอาหารฝรั่งเศสหรือเปล่า?
อือ........ไม่เคยทานเลยฮะ...
อร่อยนะ รสชาติไม่เลวหรอก สีสันน่ากิน คาเมะต้องชอบแน่ๆ เลย
ฮะ.... คาเมะรับคำ แม้ว่าในใจจะชอบทานอาหารญี่ปุ่นที่คุณย่า และคุณป้าทำมากกว่า
ยูอิจิจอดรถตรงสี่แยกไฟแดง เขาฮัมเพลงอย่างมีความสุข วันนี้จองโต๊ะดินเนอร์เอาไว้สำหรับคู่รักสองที่
และที่ไม่ได้บอกคาเมะก็คือ เขาจองห้องพักบนชั้น 24 ของโรงแรมนั้นเอาไว้หนึ่งห้อง
เป็นห้องที่จะเอาไว้ใช้หลังจากพาคาเมะกินอิ่มแล้ว... ส่วนจะเอาไว้ทำอะไรนั้น มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้
สายตาคมเหลือบมองใบหน้าหวานที่มองไปนอกหน้าต่างด้านข้าง จมูกโด่ง แก้มแดง ปากหยักบางนั่น
ดูเร้าใจนักในความรู้สึก ความซื่อ ไม่ทันระวังตัวของคาเมะทำให้หนุ่มน้อยคนนี้มีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ
ซึ่งเป็นสิ่งที่ยูอิจิชอบนักหนา....
...เห็นทีวันนี้จะได้เขมือบเต่าน้อยแสนซื่อคนนี้เป็นของหวานหลังมื้อค่ำแน่ๆ....
เมื่อสัญญาณไฟเขียวปรากฏขึ้น ยูอิจิทะยานรถแล่นโลดไปตามหนทางที่ได้หมายตาเอาไว้
แต่เมื่อมาถึงไฟแดงแยกหน้า คาเมะก็ขยับตัวยุกยิก เขาแตะหลังมือของยูอิจิที่กำลังเคาะพวงมาลัยรถ
ชายหนุ่มหันมามองด้วยรอยยิ้มเป็นเชิงถาม
มีอะไรครับ เต่าน้อย?
ผมว่าเรากลับไปทานอาหารที่คุณป้าผมทำดีกว่านะ
หา? ว่าไงนะ? ยูอิจิแทบจะตะโกนลั่นรถ เขามองคาเมะเขม็ง ....
พบแต่ดวงหน้าน่ารักยิ้มให้เขาจนตาหยี ขณะอ้อมแอ้มพูดว่า
ผมไม่อยากกินอาหารฝรั่งเศสหรอก... อีกอย่าง ...ว่าจะบอกคุณยูอิจิตั้งแต่เมื่อเย็นแล้วว่า
คุณป้ากับคุณย่าทำของอร่อยเอาไว้เยอะเลย ท่านโทร. มาบอกให้ผมรีบกลับไปจัดการซะ
ก็ว่าจะชวนคุณไปด้วย แต่ไม่กล้าง่ะ ก็คุณยูอิจิอยากไปทานอาหารนอกบ้านนัก ผมก็เลยไม่ได้บอก...
แต่ถ้าคุณจะไปกินอาหารฝรั่งเศสนั่น ... คือ... ผมเกรงว่าจะกินได้ไม่ถนัดนัก...ไม่ชอบง่ะฮะ
คาเมะสารภาพเอาดื้อๆ แต่คนฟังนี่ซิอยากจะตกเหวตายให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย
เมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งอึ้ง คาเมะก็ยิ้มประจบ ตบหลังมือยูอิจิเบาๆ
นะฮะ...ไปกินข้าวบ้านผมดีกว่า ได้บรรยากาศอาหารค่ำมากกว่าที่ไหนๆ เสียอีก
เอ้อ....คาเมะ.... แต่ฉันจองโต๊ะเอาไว้แล้วนะ ยูอิจิค้าน
จองแล้วก็แคนเซิลได้นี่ฮะ
เอ่อ.....เฮ้อ.... นึกว่านายอยากกินอะไรที่หรูๆ ซะอีกแน่ะ
ฮึ้ก... คาเมะสั่นหน้าจนผมกระจาย เด็กหนุ่มหุบปากแล้วก็เบ้ปากนิดๆ
ไม่ชอบหรอกครับ... คุณยูอิจิไปกินซุปมิโซะสูตรโบราณของคุณย่าผมแล้วจะติดใจ...
แล้วก็ยังไข่ตุ๋นทรงเครื่องสูตรของบ้านคาเมนาชิด้วย ยิ่งแล้วใหญ่ อร่อยอย่าให้เซด...
แล้วก็มีซูชิเต้าหู้สูตรดั้งเดิมอีกน้า...
ซุปมิโซะ..ไข่ตุ๋น...ซูชิเต้าหู้ ..เฮ้อ.....คาเมะ...ะ....ะ... ยูอิจิผ่อนลมหายใจยาวเหยียด
เสียงคนข้างกายยังคงคุยเรื่องอาหารอยู่เจื้อยแจ้ว
.... นี่หมายความว่า... เขาต้องยอมตามใจเจ้าเด็กหนุ่มที่คิดจะพาไปฟันในคืนนี้ง่ะเหรอ....
...ยูอิจิเอ๊ย...
ในใจก็คิดว่า อดเปรี้ยวไว้กินหวานจะดีกว่า... ขืนบุ่มบ่ามเอาแต่ใจ มีหวังคาเมะเปิดประตูรถหนีกลับบ้านแน่ๆ
...เอาไว้ให้ได้ตัวก่อนเหอะ เจ้าตักตวงเสียให้คุ้ม ....
อาหารสุดหรูที่หวังจะใช้เป็นเครื่องมือล่อเหยื่อให้ติดบ่วงเสน่หาคงมีอันต้องพับไปก่อน
เพราะตอนนี้คาเมะกระตุกแขนเขายิกๆ ให้เลี้ยวรถไปอีกทาง
เลี้ยวซ้ายนี่ก็เข้าถนนไปบ้านผมพอดีเลย... เดี๋ยวผมโทร. บอกที่บ้านก่อนนะครับว่า
เรากำลังจะไปกินข้าวที่บ้าน พวกรุ่นเดอะที่บ้านคงจะดีใจกันน่าดู....
อือ.......คาเม้..... ยูอิจิครางเสียงแผ่ว แต่ก็ยอมขับรถตามทางไปบ้านคาเมะอยู่ดี...
**************************
เรือนไม้หลังเล็กกระทัดรัดหลังนั้น ให้ความรู้สึกเย็นรื่นเมื่อยูอิจิเหยียบเท้าเข้าไป ชายหนุ่มเดินตามหลังร่างเล็กที่ก้าวเดินฉับๆ ตรงรี่เข้าสู่นอกชานไม้ที่ยื่นออกมาจากตัวบ้าน ระหว่างทางนั้น ยูอิจิก็กวาดสายตามองไปรอบบ้าน ต้นหญ้าที่ขึ้นเขียวชอุ่ม ตัดกับพื้นหินราบที่ใช้ปูเป็นทางเดิน จากหน้าประตูรั้วไม้ไปจนถึงนอกชานรับรอง
เขาได้ยินเสียงดัง
ต็อก.....ตัก...ต็อก.....ตัก....
ดังอยู่ด้านข้าง พอหันไปมอง ก็เห็นกังหันไม้ไผ่หมุนช้าๆ เมื่อโดนลมพัดผ่าน หมุนผ่านผิวน้ำที่เป็นบ่อขนาดกลาง
วิดเอาน้ำใสๆ ขึ้นมาและรินไหลตกลงสู่บ่อเดิม เบื้องหลังระหัดวิดน้ำนั้นก็คือ ชุดม้าหินเก่าๆ
ที่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ครึ้ม และที่นั่นมีร่างของผู้สูงอายุสามคนนั่งมองเขาอยู่
หญิงชราที่แก่สุดคงจะเป็นคุณย่า
นั่งเคียงข้างกัน อ่อนวัยขึ้นมาหน่อย คงจะไม่พ้นคุณป้า อย่างที่คาเมะบอก
แต่อีกหนึ่งคนแก่ที่มองเขาเขม็งนั้น เป็นชายชราผมสีดอกเลา ร่างเล็กไม่ผิดจากคาเมะเท่าไรนัก
คาเมะหันมากระซิบบอกว่า
คุณปู่ของผมครับ...
และจากนั้น คาเมะก็แนะนำยูอิจิให้รู้จักกับคนแก่ทั้งสาม ซึ่งยูอิจิก็นึกแปลกใจว่าที่บ้านนี้ทำไมต่างกันสุดขั้วแบบนี้
มีแต่คนแก่กับเด็กหนุ่ม เว้นช่วงแห่งวัยไปถึงสองชั่วอายุ ... แล้วพ่อกับแม่ของคาเมะไปไหนกัน...
เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เขาไม่ได้รับรู้ เพราะจุนโนะคงไม่ยอมเขียนรายละเอียดเกี่ยวกับคาเมะให้ชายหนุ่มได้มีโอกาสศึกษาแล้วล่ะ
และนี่คือครั้งแรกของหนุ่มไฮโซอย่างยูอิจิที่ต้องมานั่งทำตัวเป็นคนดีต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่
ซึ่งเขาไม่คิดว่าเขาจะทำได้
คุณปู่คุณย่า และคุณป้าเลี้ยงผมมาฮะ... พ่อกับแม่ไม่มี เสียชีวิตหมดแล้ว คาเมะพูดขึ้นเมื่อเห็นยูอิจิมองเขาด้วยสายตาที่อยากรู้
แต่น้ำเสียงของเด็กหนุ่มกลับรื่นเริงไม่มีแววเศร้าเลยสักนิด ... แต่แล้วยูอิจิก็ถึงกับร้องอ๋อเมื่อคุณปู่บอกว่า
เจ้านี่มันจำพ่อกับแม่ตัวเองไม่ได้ร้อก... มันยังเล็กนัก แค่สามขวบเองตอนเสียพ่อกับแม่ไปน่ะ...
เห็นแต่ในรูปเท่านั้นเอง
ก็มีคุณปู่ คุณย่า และคุณป้าก็พอแล้วนี่ฮะ... เท่านี้ผมก็มีความสุขแล้วล่ะ คาเมะซบหน้ากับหัวไหล่ของชายชรา
มืออันเหี่ยวย่นของผู้สูงอายุลูบเส้นผมละเอียดอ่อนของหลานชายอย่างอ่อนโยน
ยูอิจิได้ยินเสียงหัวเราะหึๆ จากคนเป็นป้าของคาเมะ หญิงวัยกลางคนลุกขึ้นอย่างกระฉับกระเฉง
พลางบอกว่า
คุณยูอิจิหิวแย่เลย... อาหารพร้อมแล้วนะคะ เดี๋ยวย้ายไปนั่งที่นอกชานดีกว่า
ครับคุณป้า.. ชายหนุ่มผู้มาเยือนรับคำ คาเมะสะกิดแขนของเขา แล้วก็พยักหน้าให้
คาเมะพยุงคุณปู่เดินตัดสนามหญ้ามานั่งเอี้ยมเฟี๊ยมที่นอกชานไม้ขัดมัน เบื้องล่างติดกับนอกชานคือบ่อเลี้ยงปลาที่ขุดเอาไว้เหมือนธรรมชาติ
ขนานไปกับตัวนอกชาน เสียงโมบายไม้ไผ่ดังกรุ๋งกริ๋งอยู่เหนือหัว ยูอิจิเห็นมันได้จากเงาสะท้อนจากพื้นน้ำ
คาเมะหัวเราะแล้วบอกว่า
คุณยูอิจิมองสระน้ำ จะหาปลาคาร์ฟเหรอ? ไม่มีหรอกฮะ..ตายหมดแล้ว คุณปู่จับกินหมด
หา? ยูอิจิหันขวับมามองชายชราด้วยดวงตาเบิกกว้าง แต่แล้วเขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะของคาเมะตามมาทีหลัง
จึงได้รู้ว่าโดนเด็กอำเข้าให้แล้ว คุณปู่เอานิ้วจิ้มหน้าผากหลานชาย หัวเราะจนตัวโยน
เอ่ะ...เจ้านี่นี่...
ฮะ... ความจริงมันตายหมดแล้วต่างหาก โน่นฝังอยู่โคนต้นไม้โน่น... ตอนนี้เป็นบ่อร้างไปก่อน
ผมชวนจุนโนะไว้แล้ว เราจะไปซื้อมาใหม่สักสองสามตัว
แล้วฉันจะหามาให้... ยูอิจิรับอาสา ทำให้คาเมะตาโต
จริงหรือฮะ...
จริงซิ...เอาเต่าด้วยดีมั้ย?
หวา...ไม่เอาง่ะ มีอยู่แล้วนี่นา นี่ไง... คาเมะชี้ที่อกของตัวเอง
คาเมะนี่...
คุณยูอิจิไม่ต้องซื้ออะไรมาหรอก... ผมนัดกับจุนโนะแล้วว่าจะไปกันพรุ่งนี้
ว้า... งั้นพรุ่งนี้นายก็ไม่ไปเที่ยวกับฉันน่ะซิ ว่าจะพาไปเดทแถวชายทะเลซะหน่อย
ยูอิจิโพล่งออกมา ทำให้คาเมะก้มหน้างุด ช้อนตามองชายชราที่นั่งอยู่ไม่ห่าง ....
คำพูดของยูอิจิจะไปสะกิดอะไรคนแก่บ้างหรือเปล่านะ เล่นจีบเอาดื้อๆ แบบนี้
คุณปู่กระแอมเสียงดัง จนยูอิจิต้องรีบหุบปาก เขาก้มมองบ่อน้ำตรงหน้า เมื่อคุณปู่มองลอดแว่นมองเขาด้วยสายตายากที่จะบรรยาย...
ทานกันเถอะค่ะ คุณยูอิจิ เสียงคุณป้าแว่วมาแต่ไกล พลางกลิ่นหอมของซุปร้อนๆ ก็โชยตามมาด้วย
คุณยูอิจิทานข้าวเถอะครับ... คาเมะพูดเรียบๆ เขารีบลุกไปช่วยคุณป้าและคุณย่ายกถาดอาหารมาวาง
ในขณะที่ชายชราเจ้าของบ้านจับตามองหลานชายและแขกหนุ่มทุกย่างก้าว....
******************************
เมื่อรถคันสุดท้ายของเพื่อนๆ ยูอิจิเคลื่อนออกไปแล้ว จุนโนะจึงปิดประตูรั้้วใหญ่แต่ไม่ได้คล้องกุญแจ
เพราะคุณหนูของบ้านยังไม่กลับจากไปดินเนอร์กับคาเมะ ....
ขายาวๆ เดินทอดน่องกลับบ้านอย่างเชื่องช้า คำถามแล้วคำถามเล่าที่เพื่อนๆ ของยูอิจิรุมกันถามเมื่อหัวค่ำผ่านแว่บเข้ามาในใจ
ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่เขาสงสัยเหลือเกิน
......โคยาม่าเถียงคอเป็นเอ็นว่า พวกเขาไม่ได้ข่มเหงจุนโนะ....
ฉันไม่ได้ทำจริงๆ โธ่เว้ย!! จะโกหกนายทำไมกัน เด็กในบ้านอย่างนาย ฉันไม่แคร์หรอกว้า...
นั่นน่ะซิ... เป็นตำรวจหรือเปล่าที่เข้ามาสวมรอย...เอ๊ะ...หรือว่าเป็นไอ้จิน...
มันก็อยู่ที่นั่นด้วยนี่นะ.
โคกิให้ข้อคิดมาให้ปวดหัวเล่นอีกแล้ว... จุนโนะคิดพลางถอนหายใจ ร่างกายที่ถูกกระทำนั้น
บอกได้คำเดียวว่า มันมีคราบของความใคร่ติดกายอยู่ จะว่าเขาไม่ได้ถูกข่มขืนก็ไม่ได้
.... ส่วนล่างที่ขัดยอกเพราะการถูกร่วมรักนั้นทำไมเขาจะไม่รู้ แต่พวกโคยาม่ายกมือสาบานกันอย่างพร้อมเพรียงว่า
ไม่ใช่คนทำ
......แล้วใครล่ะที่ทำ... ตำรวจที่จินบอกว่ากำลังมุ่งหน้ามาบนถนนหรือเปล่า....
หรือว่าจะเป็นคนสุดท้ายที่เขาคิดว่าจะทำ
......อะกานิชิ จิน....
.....จะไปถามจินตรงๆ ดีมั้ยนะ.....
และถ้าเกิดใช่ล่ะ เขาจะทำใจได้มั้ย....
ไม่....เป็นไปไม่ได้ คนอ่อนโยนอย่างผู้ชายคนนั้นจะทำเรื่องที่น่าอับอายแบบนั้นได้อย่างไร? เด็กหนุ่มพร่ำบอกกับตัวเอง ดวงหน้าของจินลอยเด่นให้ห้วงของคิดคำนึง
....เท่าที่รู้จักมา จินไม่ใช่คนแบบนั้นแน่นอน
โอย......จะคิดไปทำไมนะ.....เรื่องมันผ่านมาแล้วนี่นะ......แต่ว่า.....ฮึก......ไม่เอา...ไม่เอานะ.... จุนโนะทรุดตัวลงนั่งยองๆ ยกมือสองข้างปิดหน้า กล้ำกลืนก้อนสะอื้นลงคอ
... ชีวิตของเขาทำไมถึงได้อัปยศเช่นนี้
****************************************
ดวงไฟสีส้มริมระเบียงเริ่มเปิดขึ้นทีละดวงสองดวง จนทั่วบริเวณนอกชานสว่างไสวไปหมด
คาเมะเดินนำหน้ายูอิจิมาที่รถ เมื่อออกมานอกบริเวณบ้าน อุ้งมือเรียวขาวก็ถูกยูอิจิกอบกุมเอาไว้มั่น
พรุ่งนี้จะไปกับจุนโนะแน่หรือ?
ฮะ... คาเมะพยักหน้างึก ก้มมองมือของตัวเองที่ซุกอยู่ในมือแกร่งของคนตรงหน้า
บอกว่าจะพาไปก็ไม่เชื่อ จะซื้อปลาให้เองนะ จะเอาแบบไหนก็ได้ ... ไปกับจุนโนะจะรู้เรื่องอะไร
เด็กด้วยกันทั้งคู่
ไม่เป็นไรหรอกฮะ ระยะหลังนี่ไม่ได้ไปไหนมาไหนกับจุนโนะเลย...นัดกันไว้แล้วด้วย
แต่ฉันอยากไปกับนายนี่นะ เสียงเอาแต่ใจขัดขึ้น จนคาเมะต้องหยุดพูด มองสีหน้าของชายหนุ่ม
ก็พบกับดวงตาเป็นประกายแวววาม แต่มันก็ทอแสงแห่งความดื้อดึงเอาไว้ไม่เปลี่ยนแปลง
บอกเลิกนัดจุนโนะได้มั้ย? ยังคงคาดคั้น แต่คาเมะใจเด็ดพอที่จะส่ายหน้า และนั่นก็ทำให้ยูอิจิถอนหายใจขัดๆ
มือน้อยๆ ถูกปล่อยลง และคาเมะก็ได้รับสีหน้าบึ้งตึงของยูอิจิเป็นการตอบแทน
งั้นฉันกลับล่ะ!!
เอ้อ...คุณยูอิจิโกรธผมหรือฮะ... คาเมะเกือบจะเกาะแขนชายหนุ่มอยู่แล้วเชียว แต่ยั้งเอาไว้ทันเมื่อร่างสูงกว่าเดินจ้ำพรวดกระชากประตูรถเปิดออก
เปล่านี่ ยูอิจิพูดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะสตาร์ตรถ และกระชากออกไปจากบ้านคาเมะด้วยแรงอารมณ์โมโห...
เขาขับรถกลับบ้านอย่างหัวเสีย วันนี้เสียแผนไปหมด อดชวนคาเมะเข้าโรงแรม แถมยังต้องมานั่งทำตัวเรียบร้อยต่อหน้าคนแก่ที่ดูท่าแล้วก็ไม่ได้จะร่ำรวยมีฐานะอะไรเลย
เป็นแค่ครอบครัวธรรมดาสามัญชน บ้านเล็กกว่าบ้านของเขาไม่รู้กี่สิบเท่า .... แล้วทำไม...
ทำไมเขาต้องยอมตามใจคาเมะด้วย ทำไมไม่หักหาญเอาแต่ใจแบบที่เคยใช้กับจุนโนะ....
ทำไมแค่มองตาคู่สวยของเด็กตัวเล็กนั่น แล้วต้องใจอ่อนด้วย ....ทำไมกัน?
ยูอิจิจอดรถพรืดเมื่อขับรถเข้ามาในบ้านได้ครึ่งทาง ยังไม่ทันถึงตัวบ้านใหญ่ดี
เขาก็กระโจนออกมาจากรถ รีบวิ่งมาที่บ้านของจุนโนะ ส่งเสียงตะโกนเรียกจุนโนะสุเกะ
ทั้งๆ ที่ดึกดื่นมากแล้ว
ครับ...คุณหนู... เสียงจุนโนะตะโกนตอบรับดังมาจากในบ้าน สักครู่หนึ่งร่างเพรียวในชุดนอนก็เดินเข้ามาหาอย่างรีบร้อน
คุณหนูมีอะไรให้ผมรับใช้ครับ ดึกมากแล้วนะฮะ
เออ!! รู้แล้ว!! ยูอิจิกวาดตามองร่างบางตรงหน้า จุนโนะคงกำลังหลับอยู่ล่ะซินะ
หัวหูถึงได้ยุ่งเหยิงแบบนี้ แม้เจ้าตัวจะเสยผมลวกๆ ให้เข้าที่ก็ตาม
พรุ่งนี้จะออกไปกับคาเมะใช่มั้ย? เขาถาม ซึ่งก็ได้รับการพยักหน้าเป็นการตอบรับจากจุนโนะ
จะไปที่ไหนกัน?
จุนโนะมองสีหน้าคาดคั้นนั้น แล้วก็ใจฝ่อ จำยอมเอ่ยชื่อสถานที่ที่นัดหมายกับคาเมะให้ยูอิจิรับรู้
ดังนั้นยูอิจิจึงสืบเท้าเข้าหาร่างบางใกล้อีกนิด พูดเน้นทุกคำว่า
พรุ่งนี้ นายไม่ต้องไป!!
เอ๋?? ทำไมครับ? เด็กหนุ่มเลิกคิ้วด้วยความงุนงง
ฉันบอกไม่ต้องไปกับคาเมะก็ไม่ต้องไป ได้ยินมั้ย? ไม่ต้องถาม!! ...
แต่ว่า...
ไม่มีแต่ จุนโนะ ฉันสั่งก็ต้องทำ พรุ่งนี้ฉันจะไปเอง เข้าจั๋ย?
.................
จุนโนะก้มหน้านิ่ง เขาครางในลำคอเบาๆ มือกำแน่นด้วยความลืมตัว
ยูอิจิสั่งแล้วเขาต้องทำนี่...ใช่ไหม....
เห็นได้ชัดถึงอาการหลงแฟนอย่างออกนอกหน้า.... แล้วคนอย่างเขาล่ะจะทำอะไรได้ นอกจากทำตามที่ยูอิจิสั่ง
...ก็เท่านั้น......
จุนโนะมองตามแผ่นหลังกว้างของยูอิจิที่เดินดุ่มๆ จากไป แบบไม่เหลียวหลัง วันนี้ดูหัวเสียกลับมาบ้าน
ท่าทางจะยังไม่เสร็จสมอารมณ์หมายกับคาเมะแน่ๆ ...
จุนโนะนึกโล่งใจอยู่ลึกๆ สงสารคาเมะขึ้นมาซะเดี๋ยวนั้น... ไม่รู้ว่า ตั้งแต่คบเป็นแฟนกันมานี่
คาเมะจะทนกับอารมณ์ของยูอิจิได้นานสักเพียงไหน.......
***************************
to be con