TEAR of LOVE

 

Vol 10

***************************

บนถนนสายเล็กๆ ที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนที่มาพักตากอากาศหน้าร้อน วันหยุดสุดสัปดาห์แบบวันนี้ทำให้รถติดกันเป็นแถวยาว จินนั่งเคาะพวงมาลัยรถพลางชำเลืองมองหนุ่มน้อยที่นั่งมาด้วยกัน ... วันนี้จุนโนะสุเกะน่ารักนักหนา แม้อากาศจะร้อน แต่จุนโนะก็ใส่เสื้อมาสองชั้น เสื้อกล้ามสีส้มลายขวางทับด้วยเสื้อเชิ้ตผ้าเนื้อบางสีดำ และนั่นทำให้ผิวบริเวณเหนือเนินอกผุดผ่องยิ่งนัก
“น่ารักดีนะวันนี้” จินหลุดปากออกมาตามความคิดของตัวเอง ทำให้จุนโนะหันมาเลิกคิ้วให้ แต่เมื่อเห็นจินมองตัวเองด้วยสายตาประหลาด เขาก็เขินจัด ขยับเสื้อตัวนอกให้มาปิดอกเสื้อที่แบะออกนั่นซะ ก็สายตาของจินน่ะซอกแซกจะตาย...
“ผมก็เหมือนวันอื่นๆ นั่นแหล่ะครับ” จุนโนะออกตัว จินจึงส่ายศีรษะแล้วก็บอกว่า
“ไม่เหมือนหรอก ... ก็จุนโนะให้ความรู้สึกถึงบรรยากาศหน้าร้อนดีนี่นะ”
“เหรอครับ.......”
“ฮื่อ..... ชอบจัง..” พูดเพียงเท่านั้น จินก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ค่อยๆ เลื่อนรถตามรถคันหน้าอย่างช้าเหลือทน จนมาถึงแยกแห่งหนึ่ง ความคิดที่จะพาจุนโนะไปชายทะเลก็เป็นอันล้มไป เขาตบเกียร์แล้วเลี้ยวรถขวับมุ่งหน้าสู่สวนสาธารณะอุเอะโนะทันที จุนโนะหน้าเหวอหันมามอง
“อ้าว.......” เด็กหนุ่มร้องเพียงแค่นั้น ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของจินล่ะ ว่าทำไมถึงไม่ไปชายทะเลแล้ว
“ไม่พาไปขายหรอกน่า... ไปทางนั้นคงจะเย็นละกว่าจะไปถึง ไปสวนสาธารณะดีกว่านะ”
“ครับ ตามใจซิฮะ ไปไหนไปกัน”
“เดี๋ยวไปหาอะไรๆ อร่อยทานด้วยดีมั้ย”
“ดีฮะ...” จุนโนะยิ้มจนตาหยี จินมองแล้วก็บอกได้ว่า เพิ่งเห็นจะมีวันนี้แหล่ะที่จุนโนะดูสดชื่นมากเป็นพิเศษ
จินเข้าไปจอดรถในคาร์ปาร์ก จากนั้นก็เดินลงเนินไปสู่ความรื่นรมย์โดยมีหนุ่มน้อยหน้าหวานเดินตามไปต้อยๆ

ขณะนั้นยังพอมีดอกซากุระหลงเหลือติดต้นอยู่บ้างแต่ไม่บานสะพรั่งเหมือนเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน จินแวะซื้อเบนโตะติดมือมาด้วย ร่างสูงเดินเรื่อยเฉื่อยๆ ไปตามทางลาดและมาโผล่ที่ทางขึ้นบันได จินหันมาถามจุนโนะว่าจะขึ้นไปชมวิวด้านบนมั้ย แต่หนุ่มน้อยสั่นหน้า ชี้ไปที่เก้าอี้เหล็กที่อยู่ใต้ต้นไม้ ใกล้ๆ กันนั้นก็คือสระกว้างรูปสี่เหลี่ยม มีน้ำพุสวยงามอยู่กลางสระ ลมเย็นๆ พัดเอาฝอยน้ำกลางสระมากระทบผิวกายให้เย็นชื่น

สองหนุ่มนั่งอย่างสบายอารมณ์ เปิดข้าวกล่องกินอย่างเอร็ดอร่อย จุนโนะเล่าให้จินฟังถึงเรื่องที่เขาพูดกับยูอิจิเมื่อคืนวาน เรื่องของคาเมะ รวมถึงเรื่องที่ยูอิจิบอกว่า จินขอเขากับยูอิจิด้วย
จินก็รับฟังเงียบๆ พยายามจับสังเกตสีหน้าของจุนโนะว่าจะผิดหวังมากมายแค่ไหนที่ยูอิจิยอมยกจุนโนะให้เขาง่ายๆ แต่ท่าทางที่เล่าเรื่องของจุนโนะนั้นไม่ได้แสดงอาการโศกเศร้าเสียใจมากมายเลยนี่นะ อาจจะตั้งแต่ตอนที่เขาไปรับเด็กหนุ่มมาจากบ้านแล้วก็ได้ ที่จุนโนะยิ้มรับการมาของเขาได้อย่างร่าเริงผิดกับเมื่อก่อนนี้
.....หรือว่าจุนโนะยอมรับชะตากรรมของตัวเองได้แล้ว....
....หรือว่าจุนโนะอาจจะเปิดใจชอบเขาขึ้นมาบ้างแล้วนะ...
ขอให้เป็นอย่างหลังเถอะ...
“จินคิดอะไรอยู่เอ่ย?” จุนโนะถามขึ้นเมื่อเห็นชายหนุ่มนั่งจ้องหน้าเขาอยู่นานแล้ว จินสะดุ้งเล็กน้อยแล้วก็ยิ้มให้อย่างเขินๆ
“ปละ..ปล่าวหรอก...”
“อื๋อ.....เหรอฮะ นึกว่าหน้าผมมีอะไรติดอยู่ซะอีก”
“อ๋อ...มีซิ”
จุนโนะเบิกตากว้าง สองมือจับแก้มตัวเอง
“เอ๋...หน้าผมมีอะไรติดอยู่เหรอ?”
“มีความน่ารักติดอยู่ไง” จินพูดหน้าตาเฉย
“ว้า...จิน....” จุนโนะหน้าเข้มจัด แต่ก็ยังยิ้มร่า....ทำแก้มป่องก่อนจะก้มหน้างุด เล่นเอาจินอดหัวเราะไม่ได้ เขาขยับตัวพิงหลังกับม้านั่ง วางแขนบนพนักจนดูเหมือนจะกอดไหล่ของจุนโนะเอาไว้ไปด้วยในตัว เขาเห็นคนรักเดินกันเป็นคู่ๆ อดชี้ให้จุนโนะดูไม่ได้ ซึ่งอีกฝ่ายดูแล้วก็หันมายิ้ม
“น่ารักดีนะฮะ ดูมีความสุขดีจัง”
“นั่นซิ....นี่แอบดูคู่นั้นกันดีกว่า” จินพูดแล้วชี้ไปที่หนุ่มสาวคู่หนึ่ง ที่นั่งซ่อนตัวพิงหลังกับต้นไม้ใกล้ๆ กับที่พวกเขานั่ง แต่ลักษณะของคู่นั้นน่ะ จุนโนะเห็นแล้วก็หน้าร้อนซู่ เพราะใบหน้าของสองหนุ่มสาวที่ประกบกันแนบสนิทนั้น ไม่แคร์สายตาของชาวบ้านบ้างเลย
“หวา....ไม่ไหวล่ะฮะแบบนี้” จุนโนะรีบเมินหน้าหนีทันที นอกจากภาพนั้นแล้วยังตามติดมาด้วยเสียงหัวเราะของจินซะอีกแน่ะ...

เมื่อข้าวหมดกล่อง จินก็ดึงมือจุนโนะขึ้น แล้วก็ฉุดให้ลุก
“ฉันว่า เราไปที่อื่นกันต่อเถอะ”
“เดินเล่นรอบสระนี่ก็ได้” จุนโนะแนะ แต่จินส่ายหน้า เขาคว้าถุงเบนโตะไว้ข้างหนึ่ง อีกมือหนึ่งก็ยังคงกุมมือจุนโนะเอาไว้ เสียงทุ้มนุ่มหูชักชวนว่า
“ไปเที่ยวคอนโดฉันดีกว่า....”
“หือ..ไป...ไปคอนโดจินง่ะนะ..เอ้อ....” จุนโนะอึกอัก... มองหน้าชายหนุ่มหน้าเหรอหรา เขาพยายามดึงมือออก แต่จินจับไว้ไม่ยอมปล่อย
“ไปเถอะนะ... ไปทำอะไรกินกันมื้อเย็น แล้วก็อยากให้จุนโนะพักผ่อนด้วย”
“พักผ่อนที่คอนโดจินง่ะนะ...โอย...อย่าดีกว่ามั้งฮะ”
“ฉันไม่ทำอะไรนายหรอกน่า...... แค่ไปให้รู้จักเอาไว้ ฉันอาจจะย้ายเข้าไปอยู่ที่นั่นก็ได้ อยากให้นายช่วยดูว่าอะไรควรจะอยู่ตรงไหน ห้องควรจัดอย่างไร ลำพังฉันเองไม่ค่อยมีไอเดียหรอกนะ...จุนโนะช่วยทีน้า...” จินทำเสียงอ้อน ตามองจุนโนะปริบๆ จุนโนะก็เลยจำยอม พยักหน้าตามใจคนชวนแต่โดยดี

**********************

ในอีกที่หนึ่งห่างไกลกันพอสมควร คาเมะเดินลิ่วๆ นำยูอิจิไปนั่งที่อัฌจันทร์์ด้านในร่ม เพื่อชมการแข่งขันเบสบอลสุดสัปดาห์ .... ยูอิจิมองไปรอบๆ ตัว แล้วก็มานั่งปลงว่า ...นี่น่ะเหรอที่ที่เขาพาคาเมะมาเดท... ไม่มีความเป็นส่วนตัวเลยสักนิด..
“มาบ่อยล่ะซินะ คาเมะ?” ยูอิจิอดถามไม่ได้ เมื่อคาเมะเป็นฝ่ายฉุดยูอิจิให้นั่งลงข้างๆ
“ไม่ค่อยได้มาหรอกครับ พอดีได้ตั๋วฟรีจากพ่อของเพื่อนน่ะฮะ ก็เลยชวนยูอิจิมา ไม่คิดว่าคุณก็อยากมาดูเหมือนกัน นี่ทีมไจแอนท์ ทีมโปรดของผมเลยนะฮะ” คาเมะพูดพร้อมกับทำตาหยี จากนั้นก็หันหน้าเข้าสู่สนามที่บัดนี้ยังไม่ได้เวลาแข่งขัน ข้าวโพดคั่วในมือของคาเมะถูกส่งมาให้ยูอิจิ ชายหนุ่มจึงรับมาถือไว้ เพราะคาเมะเริ่มกางโปรแกรมการแข่งเบสบอลแล้ว ก้มหน้าก้มตาอ่านข้อมูลในกระดาษแผ่นพับนั่น มากกว่าจะสนใจคนมาด้วยเสียอีกแน่ะ
ยูอิจิถอนหายใจเฮือก.... ทำไมคนอย่างเขาถึงต้องมาแออัดอยู่ที่นี่ด้วยนะ ... ใครบ้างก็ไม่รู้ที่ส่งเสียงจ้อกแจ้กรอบตัวเขา มีทั้งเด็กเล็ก เด็กโต ผู้ใหญ่ และก็คนชรา ... ล้วนแล้วแต่มาที่นี่ด้วยจุดประสงค์เดียวกันนั่นคือ หาความสำราญจากการดูกีฬาที่พวกเขาชื่นชอบ และรวมถึงหนุ่มน้อยคาเมะคนนี้ด้วย.....
“โอ๊ะ..โอ๊ะ...แข่งกับทีมรองบ่อนแบบนี้ ไจแอนท์น่าจะกวาดเอาชนะเสียหมดทุกอินนิ่งน้า...” คาเมะพึมพำ ริมฝีปากบางหยักสวยคลี่ยิ้มออกมาอย่างน่าดู ยูอิจิมองแล้วก็บอกกับตัวเองว่า

....นี่ถ้าไม่ติดว่ากำลังหลีเด็กคนนี้อยู่ล่ะก็ จ้างให้ เขาก็ไม่มาเหยียบที่แห่งนี้หรอก ดูก็ไม่รู้เรื่อง แถมยังรำคาญพวกคนรอบข้างอีกต่างหาก...

คาเมะพึมพำเกี่ยวกับโลกส่วนตัวของเขาในลำคอ มือข้างหนึ่งเอื้อมมาไขว่คว้าข้าวโพดคั่ว ซึ่งยูอิจิก็เป็นคนจับยัดใส่ในมือของเด็กหนุ่ม คาเมะเคี้ยวไปแล้วก็บ่นอะไรงึมงำ จนข้าวโพดพร่องไปเกือบตั้งครึ่ง
“อืมมม....ขอบคุณฮะ” คาเมะเงยหน้าขึ้นยิ้มให้ชายหนุ่ม สีหน้าเปี่ยมสุขเหลือเกิน
“คุณยูอิจิเบื่อแย่เลย....”
แน่ะ....รู้อีกแฮะ....
ยูอิจิส่ายหน้ากับคำพูดของคาเมะ แล้วก็ยื่นหน้ามากระซิบว่า
“อยู่กับคนที่น่ารักจะเบื่อได้อย่างไรล่ะ...”
“ออ......” คาเมะหัวเราะคิก แล้วก็ก้มมองแผ่นพับในมือต่อทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรจะให้ดูแล้ว
“เบสบอลนี่จะน่าดู ถ้ามีคาเมะดูอยู่ด้วยนะ” ยูอิจิจีบสดๆ ไม่แคร์สายตาชาวบ้านแล้วเมื่อเขาป้อนข้าวโพดคั่วใส่ปากของคาเมะ
“คุณยู....” คาเมะหน้าแดง รีบหันไปมองรอบตัวทันทีว่าจะมีใครสังเกตบ้างหรือเปล่า แต่ก็โชคดีนะที่ไม่มีใครสนใจเท่าไรนัก หรือว่าพวกนั้นคงจะคิดว่ายูอิจิกำลังพาหญิงเที่ยวล่ะมัง เพราะเขาเองก็อ้อนแอ้น ผมยาว หน้าหวานไม่แพ้ผู้หญิงเลยนี่นะ .....

เสียงยูอิจิหัวเราะหึๆ อยู่ไม่ห่างกาย พอคาเมะหันมามอง ก็พบกับสายตาเจ้าชู้ที่ออกประกายล้อเลียนมองมาอยู่ก่อนแล้ว
“บ้าจัง....” เสียงคาเมะอ้อมแอ้ม
ยูอิจิกำลังจะเย้าต่อ แต่ก็ต้องหยุดพูดไปโดยปริยาย เพราะเสียงโฆษกประกาศว่าถึงเวลาที่ทั้งสองทีมจะลงสนามแล้ว ....
“อ๊ะ...แข่งแล้ว” คาเมะหันมาสนใจเกมตรงหน้า หมดความใส่ใจในตัวหนุ่มคนที่มาด้วย อย่างสิ้นเชิง...
“รอก่อนเถอะน่า....ไม่นานหรอก สิ่งที่นายจะสนใจมากกว่าเบสบอลก็คือฉัน.....” ยูอิจิพูดกับตัวเองอย่างมั่นใจ ...
แค่เขายอมตามใจมาดูเบสบอลด้วย คาเมะยังมองเขาในแง่ดี นี่ถ้าเขาตามใจเรื่องอื่นๆ ที่หนุ่มน้อยคนนี้ชอบ มีหวัง..... เสร็จเขาแน่ๆ....คงอีกไม่นานเกินรอหรอกน่า...คาเมะน้อย......

ระหว่างการแข่งขัน คาเมะเชียร์ไป คว้าข้าวโพดเคี้ยวง่ำๆ ไปพลาง เมื่อข้าวโพดหมด ในถุงข้าวโพดก็เหลือแต่อุ้งมือเรียวของยูอิจิที่แบมือรอท่าอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเด็กหนุ่มล้วงเข้าไปในถุง คาเมะก็เลยถูกมือใหญ่ของชายหนุ่มคว้ามากุมไว้....
“อ๊ะ...??” คาเมะหันขวับมามองยูอิจิ แต่ก็พบว่าคนที่คว้ามือของเขาไปครองนั้น กำลังนั่งทำท่าไม่รู้ไม่ชี้เสียงั้นแหล่ะ

เกมนั้นคาเมะจึงดูทีมไจแอนท์ชนะไปด้วยหัวใจที่เต้นตึกตัก...ไม่รู้ว่าดีใจที่ทีมโปรดชนะหรือว่าเป็นเพราะมือน้อยๆ ถูกยูอิจิกำไว้ในถุงข้าวโพดคั่วกันแน่..........

********************************

จินไขกุญแจห้องคอนโดของพี่ชาย นำจุนโนะเข้าไปภายในห้องที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหราตามสไตล์มีคลาสของซาโตชิ หลังจากแต่งงานแล้ว พี่ชายก็ปล่อยให้ห้องนี้ร้างคนอยู่ แต่ก็ยังให้แม่บ้านประจำคอนโดคอยดูแลทำความสะอาดให้เป็นประจำ ในช่วงนั้นจินยังเรียนอยู่ต่างประเทศ แต่ในเวลานี้...
จินกวาดตามองไปรอบๆ ห้อง ยิ้มอย่างพึงใจ
ยามนี้เขากลับมาแล้ว และก็จะขอยึดห้องนี้ไว้พักผ่อน และมั่นใจว่าซาโตชิคงจะไม่ว่าอะไรแน่ๆ....
“ชอบมั้ยห้องนี้?” จินหันมาถามจุนโนะสุเกะ ซึ่งขณะนี้ก็ได้แต่มองไปรอบตัวด้วยสายตาตื่นๆ เด็กหนุ่มมองใบหน้าที่ยิ้มแย้มของจินและก็พยักหน้า
“สวยดีครับ...ของจินเองเหรอ?”
“เปล่าหรอก ของพี่ชายน่ะ แต่เขาไม่ใช้แล้ว ฉันว่าจะยึดซะหน่อย” ชายหนุ่มหัวเราะ พลางเดินไปรูดม่านหน้าต่างออกทุกบาน แสงสว่างจากภายนอกสาดซัดเข้ามาทันทีจากบานหน้าต่างกระจก จินล้วงกระเป๋ากางเกง ยืนหลังตรงมองออกไปด้านนอก เห็นท้องฟ้าสีฟ้าจัด เมฆสีขาวเป็นปุยลอยเด่นอยู่ไกลออกไป
จุนโนะหยุดยืนเคียงข้างกัน เขามองออกไปยังเบื้องล่าง เห็นรถราวิ่งกันขวักไขว่ และคนที่เดินอย่างรีบเร่งอยู่ด้านล่างนั้น แลดูเหมือนมดงานไม่มีผิด
“จุนโนะชอบห้องนี้หรือเปล่า?” เสียงจินถาม
“ผมเหรอ...ชอบละมัง.....” จุนโนะหัวเราะเบาๆ ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าทำไมจินต้องถามถึงความรู้สึกที่เขามีต่อห้องนี้ด้วย ...ก็แค่พามาเที่ยวเท่านั้นเอง
“ถ้าฉันจะย้ายมาอยู่ที่นี่ล่ะ จุนโนะจะว่าไง?”
“เห???... อือ....ก็แล้วแต่จินซิครับ ถ้าสะดวกก็ย้ายเข้ามา”
“มันใกล้บ้านนายนะ เห็นมั้ย?” จินชี้ให้ดูทางรถไฟที่เห็นอยู่ทางด้านซ้ายมือ มีทุ่งหญ้าขึ้นด้วยซิ .... อืมมมม ริมทางรถไฟนั่นก็...ไม่เห็นชัดนักเพราะมีกิ่งก้านสาขาของต้นไม้บังจนมองแทบไม่เห็นพื้นดิน อยู่ไกลแบบนี้ เห็นรางรถไฟเป็นสายเล็กๆ เท่านั้นเอง
“ผมยังไม่รู้เลยว่าที่นั่นจะเป็นเส้นทางรถไฟสายเดียวกับที่ข้างบ้านผม”
“ถัดจากแมกไม้นั่นไปก็จะเป็นถนนเข้าบ้านนายล่ะ” จินชี้ให้ดู จึงทำให้จุนโนะชะเง้อมองตาม จนท้ายสุดก็หันมามองหน้าคนบอก จินยังคงพูดถึงบรรยากาศรอบที่พักไปเรื่อยๆ จนเมื่อจุนโนะย้ายตัวเองมานั่งที่โซฟาแล้ว จินก็ตามมานั่งข้างๆ

เด็กหนุ่มนั่งหนีบมือที่หัวเข่า มองโต๊ะทีวีที่ว่างเปล่า มุมห้องที่น่ามีไว้สำหรับวางเครื่องเสียงก็ว่างเปล่า ทั้งห้องมีแต่เครื่องเรือนพื้นๆ แต่ไร้ซึ่งเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ แต่กระนั้นห้องนี้ก็ดูสวยงามในตัวของมันเอง จุนโนะมองไปตามผนังห้องสีขาวสะอาด เขาสะดุดตากับภาพเขียนขนาดใหญ่ที่ติดไว้บนผนังด้านใน

....ภาพเขียนฝีมือดี สีสดสวย เป็นรูปสีน้ำมันเพ้นท์ต้นซากุระบนถนนสายหนึ่ง สองข้างทางเต็มไปด้วยกลีบซากุระสีขาวอมชมพูที่เกลื่อนกลาดไปทั่ว แสงอาทิตย์สีทองจับเหนือยอดไม้ ตัดกับสีฟ้าจัดของท้องฟ้า...ดูแล้วเป็นภาพที่อบอุ่นเหลือเกิน ถ้าเขาไม่ไปนึกถึงเหตุการณ์หนึ่งใต้ต้นซากุระเสียก่อน

......ซากุระ.......

บางทีอาจจะเป็นต้นไม้ที่จุนโนะรู้สึกเกลียดก็ได้

ได้ยินเสียงของจินพูดแว่วๆ ทำให้จุนโนะละความสนใจจากภาพเขียนสีน้ำมันนั่น เขาหันมามองเจ้าของห้อง
“ฉันจะเอาทีวีมาวางไว้ตรงนั้น แล้วก็พวกเครื่องเสียงด้วยดีมั้ย... ค่อยๆ ซื้อเครื่องเรือนใหม่ทุกชิ้นเลย ซื้อเครื่องฟอกอากาศมาใส่ด้วย แล้วก็ห้องน้ำอีก...จุนโนะไปดูห้องน้ำกันเถอะ” จินฉุดเด็กหนุ่มขึ้น ดูกระตือรือร้นมากเป็นพิเศษ จนคนถูกฉุดต้องซ่อนยิ้มเอาไว้ ยอมตามใจเจ้าของห้องทุกอย่าง

และแล้วห้องแคนทีนดูจะเป็นห้องต่อไปที่จินอยากจะอวด เขาบอกว่า เตรียมให้ช่างมาติดตั้งอุปกรณ์ทำครัวแล้ว แต่ยังไม่เรียบร้อยดีนัก ....
“จุนโนะทำอาหารเป็นมั้ย?” จินถาม
จุนโนะสั่นหน้าน้อยๆ แต่ก็ยิ้มให้
“ไม่เก่งหรอกครับ...ยังอ่อนหัด”
“ก็จริงนี่เนอะ มีแม่ทำอาหารอร่อยแล้วนี่นา” จินว่าแล้วก็ดึงตัวจุนโนะออกไปนอกห้อง
“ห้องนอนล่ะ อยากดูมั้ย?”
จุนโนะส่ายหน้าแรงๆ
“ไม่เอาดีกว่า...ห้องส่วนตัวของจิน อย่าเลยนะฮะ”
“จะเป็นไรไปเล่า...อีกหน่อยนายก็....เอ้อ.......” จินรีบกัดปากตัวเอง จวนจะบอกความคิดของตัวเองไปแล้วซิเนี่ย
“ฮะ?” จุนโนะเลิกคิ้ว
“ก็อยากให้นายดูนี่นะ” จินตัดสินใจจูงมือหนุ่มน้อยคนสวยเข้าห้อง

ห้องกว้างขวางกับผ้าม่านเนื้อหนัก ที่ปิดบังแสงสว่างจากภายนอกได้อย่างดีเยี่ยม จินดึงเชือกรูดผ้าม่านออก เผยให้เห็นประตูทรงสูงจรดเพดาน ทำด้วยกระจกใสอย่างหนาเชียวล่ะ จินหันมาอมยิ้มแล้วกวักมือเรียกจุนโนะไปดู
“ทางห้องนี้มองไปเห็นสวนสาธารณะด้วย ดีมั้ย? ติดกับแม่น้ำ ทิวทัศน์ดีกว่าห้องรับแขกเยอะเลย...ฉันว่าน่าจะเป็นห้องที่เราจะใช้เวลาอยู่กันเกือบตลอดทั้งวันเลยล่ะ”
“เอ๋??? เดี๋ยวๆ ฮะ...เมื่อกี้จินพูดว่าไงนะ?” จุนโนะถามเสียงสูง รู้สึกสะดุดหูกับคำพูดของจินซะแล้วซิ
“อ๋อ....บอกว่ามันน่าจะเป็นห้องที่เราจะ.....เอ้อ...อยู่ด้วยกันนานหน่อยน่ะ”
“อยู่ด้วยกัน?”
“ใช่....คือ....ถ้า.....เอ้อ....” จินหยุดพูดชั่วครู่เมื่อเห็นสายตาคาดคั้นของจุนโนะมองเขม็ง ดวงตาเรียวรีไม่คลาดจากดวงตาของเขาเลย แถมยังตั้งอกตั้งใจฟังเสียอีก

จินกลืนน้ำลายดังเอื๊อก เมื่อกี้ดันเผลอโพล่งความในใจออกไปแล้วนี่นา ไหน...ไหนก็ไหน..ไหน งั้นพูดให้จบก็แล้วกัน
“เอ้อ.....อยากชวนมาอยู่ด้วย...” จินอ้อมแอ้มพูด
“ชวนใครมาอยู่ด้วยฮะ?”
“นายไง...” พูดไม่พูดเปล่า แถมชี้มือมาทางร่างโปร่งที่ยืนอ้าปากหวออยู่ตรงหน้าอีกด้วย
“ชะ...ชวนผมง่ะ?” จุนโนะชี้ที่อกของตัวเอง อ้าปากค้างแบบไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน.....
“ทำไมผมต้องมาอยู่กับจินด้วยล่ะครับ?”
“ไม่รู้ซิ...แต่คิดว่าถ้าชวน...จุนโนะจะมาอยู่ด้วยมั้ย...”
“ผมน่ะเหรอ? เอ๋..ไม่นะครับ”
“รักบ้านนากามารุมากล่ะซิ” เสียงจินน้อยใจจนออกนอกหน้า ทำให้จุนโนะมองด้วยความแปลกใจ
“ก็ผมอยู่ที่นั่นกับแม่ อยู่มาตั้งแต่เด็ก แล้วทำไมผมต้องย้ายที่อยู่ด้วยล่ะ ถึงแม้ว่าผมมีความคิดจะไปจากบ้านนากามารุสักวันหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมต้องไปอยู่กับจินนี่นะ”
คำตอบนั้น ทำให้จินอึ้ง...นั่นซิ.. ทำไมจุนโนะถึงต้องมาอยู่กับเขาด้วยละ เขามีสิทธิ์อะไรที่จะให้จุนโนะมาอยู่ด้วย...ช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย

แต่ว่า.... เขาก็เป็นเจ้าของเรือนร่างของจุนโนะด้วยเหมือนกันนี่นะ.... ถ้ายูอิจิมีสิทธิ์ เขาเองก็น่าจะมีสิทธิ์ด้วยเหมือนกันซิ

จินมองหน้าจุนโนะ ก็เห็นความเย็นชาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนปรากฏบนใบหน้าหวานใสนั้น สีหน้าไม่พอใจของเด็กหนุ่มทำให้จินเกิดอารมณ์น้อยใจขึ้นมา .....
.....ทำไมต้องมองเขาราวกับคนแปลกหน้าแบบนั้นด้วย....
......นายเป็นของฉันนะจุนโนะ...

“....อีกอย่าง ฉันก็ขอนายกับยูอิจิแล้วด้วย ถ้าเขาอนุญาต นายก็น่าจะอยู่ได้...ถ้าหากว่านายไม่อาลัยอาวรณ์ในตัวเจ้านายของนายจนเกินไป ถึงทนไปอยู่ที่ใหม่ไม่ได้ หรือจะเป็นอย่างนั้น”
“คุณจิน!! ฮึ!!”
“คงเป็นอย่างนั้นซินะ กับยูอิจิน่ะ ตัดไม่ขาดล่ะซิ”

จุนโนะสะบัดหน้าพรืด ริมฝีปากขบเม้มกันอย่างไม่พอใจ เด็กหนุ่มผละออกจากหน้าต่างที่มีจินยืนเคียงข้าง ...และประตูก็คือทางออกที่จุนโนะอยากจะรีบออกไปเสียเหลือเกิน... แต่เมื่อกำลังจะคว้าลูกบิด เขาก็ต้องตกใจเมื่อจินรีบจ้ำพรวดมาถึงก่อน ชายหนุ่มคว้าร่างบางตรึงกับบานประตูไม้นั่น ใช้ลำตัวที่หนากว่ากักกันไม่ให้ร่างโปร่งหนีไปไหนได้
จุนโนะถลึงตาใส่เมื่อจินโน้มหน้ามาใกล้ จนลมหายใจรินรดกันและกัน
ตามองตาในระยะกระชั้นชิด ความหวานที่เปล่งประกายออกมาจากใบหน้านั้นดูราวจะเหือดหาย สีหน้าของจุนโนะยามนี้โกรธขึ้ง กลีบปากสีสวยเม้มเข้าหากัน ถ้ามันจะขบกัดจากเจ้าของจนเลือดซึมแบบเมื่อคืนนั้น จินก็คงไม่แปลกใจเลย เขากระชับอุ้งมือที่จับข้อมือจุนโนะไว้เมื่ออีกฝ่ายเริ่มดิ้นรน เมื่อหนักเข้า จินก็ถึงกับสอดเข่าเข้าระหว่างขาของร่างโปร่ง พร้อมกับทิ้งน้ำหนักทาบทับจุนโนะให้ร่างบางแทบจะจมหายไปกับบานประตูนั่น
“คุณจะทำอะไรผม?” จุนโนะร้องออกมาอย่างตกใจ ดวงตามองจินแบบตื่นกลัว
“เดี๋ยวก่อนจุนโนะ ฟังก่อน”
“ปล่อยผมนะ!!” เสียงเขียวจัดของคนที่ตกอยู่ในวงแขนของจินร้องขึ้นมา ดวงตาคู่สวยเป็นประกายด้วยความโกรธเคือง
“ไม่ปล่อย...เราต้องพูดให้รู้เรื่องก่อน”
“ไม่มีอะไรต้องพูด ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมต้องมาอยู่กับคุณ” จุนโนะพูดโดยหันหน้าไปทางด้านอื่นที่ไม่ใช่หน้าของจิน
“จุนโนะ....ฉันขอโทษเถอะนะ ฉันไม่น่าพูดอะไรแบบนั้นกับนายเลย ตั้งใจจะชวนมาอยู่ด้วยดีๆ แต่.......”
“ผมไม่ใช่สิ่งของนะ....จะได้จับโยน จับเตะ...กลิ้งไปกลิ้งมา ผมมีหัวใจนะครับ...เป็นคน...ถึงจะต่ำต้อย ด้อยค่ากว่าพวกคุณก็เถอะ...”
“จุนโนะ....”
“ปล่อยผมไปเดี๋ยวนี้นะ คุณอะกานิชิ จิน ถ้าจะคบกันอย่างเพื่อนล่ะก็ อย่ามาพูดเรื่องเป็นเจ้าของผมอีก...ถึงคุณจะขอผมกับคุณหนูยูอิจิ ก็อย่าหวังว่าจะทำอะไรกับผมได้ตามใจชอบ...ฮึ!! ผมมันโง่จริงๆ เลยนะ ที่ดูคุณไม่ออก ... ที่แท้คุณก็ไม่ต่างอะไรกับพวกเพื่อนจอมหื่นของคุณเลย”
“จุนโนะ......” เสียงจินเครือคราง จุนโนะเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อจินทอประกายตาแวววามซึ่งเขาไม่เคยเห็นมาก่อน
“ปละ....ปล่อย......อุ้บ.....” กลีบปากที่กำลังจะร้องขอถูกปิดสนิท จินก้มลงแนบหน้ากับแก้มนวล ริมฝีปากบางทาบสนิทกับกลีบปากสีซากุระ อย่างหนักหน่วงจนลมหายใจแทบจะขาดห้วง

ชายหนุ่มรับรู้ถึงแรงดิ้นขัดขืนจากร่างในอ้อมแขน เขาผ่อนน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นจนศีรษะของจุนโนะกดแนบกับบานไม้แข็งและเย็นเฉียบ และนั่นก็ทำให้เด็กหนุ่มไม่อาจหลีกหนีไปไหนได้ อีกทั้งยังถูกหัวเข่าและท่อนขาของจินตรึงไว้อีก สิ่งที่ทำได้อย่างเดียวในตอนนี้ก็คือส่ายหน้าหลีกหนีจุมพิตอุกอาจนั้น
น้ำตาอุ่นจัดไหลลงมาตามร่องแก้ม...จุมพิตหักหาญของหนุ่มคนนี้ทำให้เขาอดนำมาเปรียบเทียบกับจูบของคนอีกคนไม่ได้....ยูอิจิก็เคยจูบเขาแบบนี้ยามที่โกรธและไม่ได้ดังใจ
...แต่มันไม่เหมือนกันนี่นะ จินไม่ใช่ยูอิจิ
... จินไม่ใช่คนที่เขารัก...จินไม่ใช่......

เมื่อจินเพิ่มแรงกดที่ข้อมือทั้งสองข้าง จุนโนะก็แทบเข่าอ่อน แทบเปลี้ยเพราะแรงดึงดูดของจินยังคงความต่อเนื่อง กลีบปากทั้งบนและล่างดูเหมือนจะถูกรุกรานไม่หยุด จนเขาต้องเผยอเสียงเพื่อจะร้องออกมา และนั่นก็คือสิ่งที่เขาทำผิดอย่างแรงเมื่อจินใช้โอกาสนั้นสอดลิ้นร้อนระอุเข้ามาจนได้
“อึก......” จุนโนะแทบสำลักเมื่อเจอความปั่นป่วนในร่างกายของตัวเอง แรงดิ้นเริ่มลดน้อยถอยลงตามลำดับเมื่อจินเสียดสีท่อนขากับหว่างขาของเขาเอง

“อืมมม....” จินเชยชมปากบางไม่หยุด ดูเหมือนจะยิ่งทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งจูบจุนโนะก็ยิ่งอยากได้ เหมือนคืนอันเร่าร้อนเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์นั้นไม่มีผิด
ยิ่งจูบก็ยิ่งหวาน ... ยิ่งเชยชมก็ยิ่งอยากได้...... ถ้าเขาจะกักตัวไว้ และได้ตัวจุนโนะในวันนี้ จะได้มั้ยนะ... จะทำให้คืนแห่งความทรงจำนั้นหวนกลับคืนมาอีก ....และที่สำคัญที่สุด จินอยากจะทวงสิทธิ์ในตัวเด็กหนุ่มคนนี้อีกสักครั้ง
แต่ว่า......เมื่อเขาถอนริมฝีปากออก เพื่อที่จะซุกไซร้ความหอมหวานของพวงแก้มใสนั้น เขาก็สัมผัสได้ถึงความชื้นของน้ำตา พร้อมกับเสียงสะอื้นจากร่างบางนั่น
“จุน.....จุนโนะ.....”
จินเงยหน้าขึ้น เขามองวงหน้าสะสวยที่มีคราบน้ำตาไหลเป็นทางยาวย้อยมาจนถึงปลายคาง ดวงตาฉ่ำน้ำหลุบลง ไม่ได้สบตาเขาเลย ไม่มีถ้อยคำต่อว่าออกมาจากปากของจุนโนะสุเกะอีก นอกจากเสียงสะอื้นเท่านั้น ริมฝีปากบวมเป่งจนแทบจะปริแตกเมื่อโดนริมฝีปากของเขากระแทก กลีบปากสีสดอวบอิ่มขึ้นทันตาเห็น ดูแล้วมันช่างเย้ายวนเหลือเกิน และยิ่งจะทวีความยั่วอารมณ์ไม่จางหาย และมันก็คงทำให้คนมองแทบจะสะกดอารมณ์รักอารมณ์ใคร่ของตัวเองไม่อยู่ถ้าไม่มีน้ำตาใสๆ นั้น ไหลออกมาให้เห็น
“จุนโนะฉันขอโทษ” จินกระซิบเสียงแผ่วหวิว
เขาคลายข้อมือจุนโนะออก เห็นรอยนิ้วมือของตัวเองปรากฏบนผิวเนื้อสีแดงจนเกือบเขียวช้ำนั้น เห็นแล้วก็อยากจะด่าตัวเองเสียนัก ... นี่เขาเกือบจะทำร้ายจุนโนะแบบวันนั้นอีกแล้วซินะ...
.............................
จุนโนะทิ้งมือตัวเองแนบกับลำตัวด้วยความอ่อนระโหย เขายังไม่มองหน้าคนที่หักหาญใช้กำลังกับเขา ไม่กล้ามองหรอก หน้าจินน่ะ..... มันคงจะหื่นกระหายไม่ผิดกับหมาป่าล่าเนื้อ คงจะเหมือนกับบรรดาพวกเพื่อนหื่นกามของยูอิจิ
....ความเสียใจที่มองคนผิด ทำให้จุนโนะแทบจะวิ่งหนีไปทันที แต่แข้งขาที่สั่นระริกยามนี้ทำให้เขารูดตัวเองลงไปนั่งแปะกับพื้นห้อง ....
“จุนโนะ....!!” จินผวาเข้ามาอีก คราวนี้จุนโนะสะบัดตัวออกมา ผลักจินจนเซ แล้วรวบรวมเรี่ยวแรงตั้งท่าจะยืนขึ้นอีกครั้ง แต่แล้วเขาก็ต้องสะดุ้งเมื่อจินสอดแขนรัดรอบอกและดึงเขาขึ้นมา
“ปล่อยนะ อย่ามาแตะตัวผมอีก...” จุนโนะคำรามออกมา แต่ก็ไร้ผลเมื่อจินดูเหมือนจะไม่ฟัง เขาพยุงร่างจุนโนะขึ้น เมื่อเด็กหนุ่มพยายามจะผลักไส จินก็เลยกอดเอาไว้ทั้งตัว
“อ๊ะ??” จุนโนะร้องออกมา เมื่อจินฝังใบหน้ากับกลุ่มผมสลวยของเขา งึมงำขอโทษขอโพยไม่ขาดปาก และสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรจุนโนะในทำนองนั้นอีก จินจบคำพูดด้วยคำว่า..ขอโทษ..อีกครั้ง
“ผมจะกลับบ้าน....” นั่นคือคำเดียวที่จุนโนะตอบกลับมา
จินพยักหน้าอย่างฝืนๆ เขาเป็นฝ่ายเปิดประตูห้องออก และจูงจุนโนะให้เดินตาม แต่เมื่อมาถึงกลางห้องรับแขก จุนโนะก็สะบัดมือออกจากมือของจิน
“ผมเดินเองได้!!” น้ำเสียงกระแทกกระทั้นและขื่นขม เขาหยุดมองจินอย่างเคืองที่อาจหาญมาจูบเขา
“ก็ได้...ก็ได้...จะไม่...จะไม่ทำอะไรที่นายไม่ชอบอีก...ฉันสัญญา..” จินแบมือออก และพยักหน้างึกๆ...
“ถ้านายไม่ชอบ ฉันจะไม่ทำอีก เมื่อกี้ลืมตัวไปจริงๆ จุนโนะน่ารักจนฉันอดใจไม่ไหวนี่นา”
“ผม...ผมว่า...จินไม่ต้องไปส่งหรอก ผมไปเองดีกว่า..”
“จะไปยังไง เดี๋ยวไปส่ง นะ...อย่างน้อยก็ให้ฉันรับผิดชอบในสิ่งที่ฉันล่วงเกินจุนโนะก็แล้วกัน....” จินก้มหัวให้อย่างยอมจำนน เมื่อเจอคนหน้ามุ่ยยืนคลำข้อมือตัวเองป้อยๆ... ดูอีกมุมหนึ่ง จุนโนะก็เป็นคนที่ดื้อเอาเรื่องเหมือนกัน หรือจะดื้อเฉพาะกับเขาคนเดียวละมัง

จินเดินนำจุนโนะไปที่ทางออก เขาพยายามระวังตัวที่จะไม่เผลอไปโดนส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายจุนโนะอีก เขาปิดล็อกห้อง อารมณ์ชื่นมื่นหมดไปเหลือแต่ความหดหู่เข้ามาแทนที่ เขาเดินไปตามทางเดินเพื่อนำไปสู่ลิฟต์อาคาร ใจชื้นขึ้นเมื่อรับรู้ว่าจุนโนะเดินตามมาด้วย แม้จะเป็นการเดินตามหลังก็ตาม.....

**********************

จินพยายามชักชวนจุนโนะสุเกะให้กินอาหารมื้อเย็นด้วยกัน แต่จุนโนะยืนกรานปฏิเสธอย่างเดียว อาการหมางเมินยังคงไม่จางหาย จนจินยกธงยอมแพ้ เขาขับรถพาจุนโนะกลับบ้าน ซึ่งขณะนั้นเพิ่งจะแดดร่มลมตก เขาจอดรถนิ่งอยู่หน้าบ้านหลังงามของนากามารุ เมื่อทั้งสองเปิดประตูรถออกมายืนหน้ารั้ว จินอดมองเข้าไปด้านในไม่ได้... ไม่มีคนเข้านอกออกในภายในบ้าน ทุกอย่างสงบยกเว้นเสียงใบไม้เสียดสีกันอยู่รอบด้าน จุนโนะเดินฉับๆ ไปเปิดประตูรั้ว
จินขยับตัวอยู่ไม่ห่างเมื่อจุนโนะแตะมือกับขอบประตูรั้วกำลังจะเปิดออก จินก็ทาบมือใหญ่ทับบนหลังมือจุนโนะทันที
“จุนโนะ....ฉันขอโทษจริงๆ นะ” จินมองเด็กหนุ่มด้วยสายตาตัดพ้อ น้ำเสียงติดจะน้อยใจ แต่ก็คงไม่มากไปกว่าคนที่กำลังจะเอ่ยกลับมา.......
“ช่างเถอะครับ... ผมไม่โกรธแล้วล่ะ เมื่อกี้ระหว่างนั่งมาในรถก็มาคิดๆ ดู ... ผมมันไม่มีค่าอะไร ก็แค่เด็กในบ้านเพื่อนของคุณ เสียอะไรมาเยอะแล้ว คงจะไม่สึกหรออะไรมากไปกว่านี้แล้วล่ะถ้าจินจะ...จะ..ได้ตัวผมอีกคน.....”
“โธ่...จุนโนะ อย่าคิดอะไรแบบนั้นซิ”
“ก็มันจริงนี่นะ... ผมมันเป็นของเล่นของพวกคุณนี่... ใครนึกอยากจะนอนด้วยก็มาข่มเหงเอา พอหนำใจแล้วก็คงจะเขี่ยทิ้ง...”
“จุนโนะ...” จินจับร่างโปร่งให้หันมาหา ตรีงไหล่สองข้างของจุนโนะเอาไว้
“อย่าเข้าใจผิดนะ ฉันกับพวกนั้นน่ะไม่เหมือนกัน....ที่ฉันทำไปทั้งหมดเมื่อกี้นี้เพราะ.....เพราะ......เอ้อ...” จินหยุด สูดหายใจลึก มองหน้าจุนโนะด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว เห็นหน้าตัวเองสะท้อนออกมาจากแววตาของจุนโนะ
“เพราะ....ฉันรักนาย.....จุนโนะ....ฉันรักนาย.....”
“........................”
..................................
ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณ แม้แต่เสียงลมพัดใบไม้ไหว หรือแมลงกลางวันร้อง ก็ไม่มีใครได้ยิน.....นอกจากเสียงหัวใจตัวเองเต้นถี่ รัวยิบ จนแทบจะปะทุมานอกอก

......ฉันรักนาย.....

นั่นคือคำพูดของจินหรือ?
หรือว่าจุนโนะหูฝาดไป....คำที่เขาไม่เคยได้ยินจากใครมาก่อน
ไม่มีใครพูดว่ารักเขา.....แม้แต่คนที่เขาอยากจะฟังมากที่สุด

.......ยูอิจิ.....ไม่เคยพูด......และไม่มีวันจะพูด

แต่คนที่ไม่เคยคาดหวัง .......คนที่เพิ่งรู้จักได้ไม่นานกลับเป็นคนพูดคำนี้ออกมา

......จินจะพูดจากใจจริงหรือเปล่า จุนโนะไม่อาจรู้ได้....แต่ถ้อยคำนั้นก็ทำให้เขาใจเต้นแรง...

เขาก้มหน้านิ่งสนิท มองเห็นแต่ปลายรองเท้าของตัวเอง
จินยังอยู่ตรงหน้า และก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก
เมื่อเขานิ่งเฉย จินก็พลอยเงียบไปด้วย ....... หรือว่าจะนึกเสียใจว่าตัวเองได้พูดอะไรออกมาโดยไม่คิด
จุนโนะจึงรวบรวมความกล้า เงยหน้ามองจิน


.....เฮือก......!!


เด็กหนุ่มใจสั่น รีบก้มหน้างุดอีกครั้ง เพราะสบกับสายตามุ่งมั่นของจินมองมาอยู่ก่อนแล้ว

หลังจากเอ่ยคำว่า...รัก...นั่นแล้วดูเหมือนจินไม่ยอมมองไปทางอื่นเลยละมังนอกจากใบหน้าแดงซ่านของจุนโนะสุเกะ .........

..................................

***************************

to be con

comment ที่นี่จ้า...

Hosted by www.Geocities.ws

1