
TEAR of LOVE
Vol 8
***************************
คาเมะรีบจ้ำฝีเท้าให้เร็วขึ้น แต่ยูอิจิก็ขับมาทันจนได้ ชายหนุ่มเบรกรถพรืดชิดขอบทาง
ล้ำหน้าคาเมะไปหลายก้าว ทำให้คาเมะไม่มีสิทธิ์จะหลีกหนีไปไหนได้ เขากอดกระเป๋าแนบอก
แล้วก็มองร่างสูงที่กำลังลงจากรถด้วยรอยยิ้มแก้เก้อ
ไหนว่าจะรอไง หนีมาก่อนเลยนะ เป็นเสียงตัดพ้อต่อว่าจากยูอิจิ เขาเสยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากขึ้น
ยิ้มให้คาเมะแล้วก็ถือวิสาสะดึงกระเป๋าออกมาถือซะเอง และนั่นก็ทำให้คาเมะไม่มีทางเลือก
นอกจากยิ้มแห้งๆ และเสียงหัวเราะแหะ แหะ ...
ผมนึกว่าคุณไม่มาแล้ว ผมมารอหน้าบ้านตั้งนานแน่ะ รอไม่ไหวก็เลยเดินเอา แก้ตัวน้ำขุ่นๆ
จนยูอิจิต้องเหลือบมองที่นาฬิกาข้อมือ
ยังไม่ถึงเวลานัดเลยนะ คาเมะน้อย ฉันมาก่อนเวลาที่นายบอกเสียอีก จะว่ามาช้าได้ไง
แบบนี้ตั้งใจหนีมาเลยล่ะไม่ว่า
อ้าว......ยังไม่ถึงเวลาเหรอฮะ....ตายล่ะ ผมนี่แย่จริง สงสัยดูเวลาผิดไปหน่อย
ถึงว่า ทำไมมันยังดูเช้าๆ ไงก็ไม่รู้ คาเมะทำเป็นแหงนหน้ามองท้องฟ้า พอหันมาอีกที
ยูอิจิก็เอื้อมมาดึงแขนให้เดินไปขึ้นรถด้วยกันเสียแล้ว ยังไม่ทันตั้งตัวเลย แบบนี้เรียกว่าใช้กำลังข่มขู่หรือเปล่านะ
พอเข้ามานั่งในรถแล้ว ยูอิจิก็ยื่นกระเป๋านักเรียนให้ พร้อมกับดอกซากุระหนึ่งกิ่ง
สำหรับคนสวยของเช้าวันนี้ครับ ชายหนุ่มเริ่มป้อ มองหน้าคาเมะเอาจริงๆ เอาจังๆ
จนเด็กหนุ่มนั่งเขิน หน้าแดงจัด
ขะ...ขอบคุณครับ... คาเมะรับดอกไม้ติดมือมาด้วย แล้วก็ก้มลงมองกลีบบอบบางสีชมพูอ่อนของมัน
กลีบที่ซ้อนทับกันหลายกลีบ แต่ตรงปลายมีรอยหยักอย่างน่าดู เขาหมุนดอกไม้เล่นในมือ
ยูอิจิมองตามแล้วก็เอ่ยขึ้นขณะนำรถออกจากที่
สวยนะ บอบบาง และอ่อนหวาน เหมือนใครบางคนที่ผมกำลังใส่ใจอยู่ตอนนี้
หือ? คาเมะทำหน้าเหวอ มองคนพูดทันที เห็นประกายตาล้อเลียนปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลานั้น
.....นี่จีบเอาดื้อๆ อีกแล้วนะ .....
ผมไม่ได้บอบบางซะหน่อย คาเมะพูดอุบอิบ แล้วก็ก้มหน้างุดลงไปอีก
บอบบางซิ ตัวก็เล็ก บางไปทั้งตัว เอวนี่แทบจะกำได้รอบล่ะมัง
ผมออกกำลังกายด้วยนะฮะ คาเมะคุย
เล่นอะไรล่ะครับ?
เบสบอลฮะ เป็นพิชเชอร์ของโรงเรียนด้วย ผมขว้างลูกเก่งนะจะบอกให้
พิชเชอร์น่ะ? ยูอิจิถามเสียงสูง
เอ๋ ทำไมหรือฮะ ผมขว้างลูกเก่งน้า...
อืมมม...เล่นมานานแล้วหรือ? ยูอิจิถามต่อ ชักน่าสน เจ้าหมอนี่ชอบเบสบอล ดูจากหูตาเต้นระยิบเวลาเอ่ยถึงเรื่องที่ชื่นชอบ
ผมเล่นมา 8 ปีแล้วครับ ตั้งแต่ยังเด็ก เล่นตำแหน่งนี้มาตลอด แต่ตำแหน่งอื่นก็เล่นได้น้า.....อย่างแคชเชอร์งี้ก็เล่นได้
แต่ว่าต้องตาไวหน่อยและแข็งแรง ผมชอบเป็นพิชเชอร์มากกว่า คาเมะพูดจ๋อยๆ เล่าไปเรื่อยๆ
จนคนฟังเพลิน รู้วิธีเข้าถึงคาเมะได้อย่างหนึ่งล่ะ นี่ถ้าจุนโนะจดรายละเอียดของคาเมะมาให้
ก็จะดีทีเดียว......
คาเมะยังคุยเรื่องที่ตัวชอบต่อไป จนลืมความหวาดระแวงจากคนที่นั่งมาด้วยโดยสิ้นเชิง
ความถูกคอเริ่มเกิดผล ยูอิจินั่งอมยิ้มไปตลอดทางขณะฟังคาเมะพูด จนมาถึงโรงเรียน
คาเมะก็พูดจบพอดี แถมถอนหายใจเฮือก
ถึงแล้ว เร็วจัง... เขามองเข้าไปในโรงเรียน วันนี้มาเช้ากว่าปกติจริงๆ ด้วยซิ
ขอบคุณฮะ... คาเมะพยักหน้า เตรียมจะลง แต่ยูอิจิดึงแขนเด็กหนุ่มเอาไว้ ดึงเบาๆ
คาเมะก็เซมาปะทะกับอกกว้าง
อ๊ะ?
ถ้าไม่อยากให้ถึงเร็ว งั้นตอนเย็นรอนะ
อย่าดีกว่าครับ วันนี้ผมมีซ้อม คาเมะปฏิเสธ เสียงสั่นระรัว ลมหายใจของยูอิจิเป่ารดซอกหู
จนเส้นผมปลิวไสว
ซ้อมเบสบอลง่ะเหรอ?
ครับ...เอ่อ... ผมขอตัวก่อนดีกว่า ขอบคุณฮะที่มาส่ง คาเมะโบกมือบ๊าย บาย แต่อีกฝ่ายกลับฉวยมือนั้นมาจูบฟอดใหญ่จนคาเมะสะดุ้งเฮือก
รีบกระตุกมือกลับทันควัน เขาซ่อนมือนั้นไว้ด้านหลัง เหลียวซ้ายมองขวา เห็นเพื่อนนักเรียนคนอื่นมองมาในรถบ้างเหมือนกัน
ฉันชอบนายนะ คาเมะน้อย... ชายหนุ่มพูดเอาตรงๆ เล่นเอาคนฟังอ้าปากหวอ พูดอะไรไม่ออก
ยูอิจิฉวยโอกาสนั้นโน้มร่างมาจุมพิตที่แก้มของเด็กหนุ่มเป็นการตอกย้ำคำพูดของตัวเอง
และตบท้ายด้วยการบอกว่า
ฉันไปล่ะ...จะมารับตอนเย็นนะ ยูอิจิอมยิ้ม ยอมปล่อยตัวคาเมะลงจากรถแต่โดยดี ซึ่งคาเมะก็ไม่รู้ตัวว่าก้าวลงจากรถของยูอิจิมาได้อย่างไร
เมื่อรถคันนั้นไปแล้ว คาเมะก็ถอนหายใจ หัวใจยังเต้นอยู่ใช่มั้ยนะ ทำไมน้า.....กะอีแค่คำว่า...ชอบ...
ทำไมมันถึงยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ ...
....ยูอิจิชอบเขาอย่างที่พูดจริงหรือเปล่านะ...
หรือว่าพูดเพียงหวังแค่จีบเท่านั้นเอง...
....ยิ่งได้พูดคุยกับยูอิจิบ่อยครั้งขึ้นเท่าไร เขาก็ยิ่งไม่แน่ใจตัวเองมากขึ้นเท่านั้น ถ้ายูอิจิมารับจริงๆ เขาจะปฏิเสธได้มั้ยล่ะ ... ถึงจะอยากปัดข้อเสนอนั้น แต่สุดท้ายก็ไปกับเขาทุกที...หรือว่าเขาชอบยูอิจิกันแน่นะ...ก็ใจเต้นออกจะขนาดนี้....
คาเมะกำลังจะเดินเข้าโรงเรียน เมื่อรถของจินมาส่งจุนโนะที่หน้าทางเข้าพอดี เขาหยุดยืนดูเพื่อนรักร่ำลาคนมาส่ง
เขม้นมองเข้าไปในรถ ก็จำได้ว่าคนที่มาส่งเพื่อนนั้นคือคนที่เขาเจอที่สวนสาธารณะวันที่ไปฮะนะบิด้วยกันนั่นเอง
สักครู่จุนโนะก็เดินส่งยิ้มมาให้
ไม่อยากจะเชื่อเลย...คุณจินนี่นา...เขาไปรับนายมาเรียนเหมือนกันเหรอ? คาเมะถาม
คำว่า....เหมือนกันเหรอ....ทำให้จุนโนะชะงัก
นี่หมายความว่ามีใครมารับนายมาเรียนงั้นหรือ? คาเมะ เขาถามกลับ
ฮื่อ....... คาเมะพยักหน้าแดงซ่านของตัวเอง เมื่อจุนโนะก้มมองด้วยสายตาที่ดูเหมือนจะรู้แล้วว่าใครคือคนที่มาส่งตัว
คุณยูอิจิ.......?? จุนโนะถาม
ฮื่อ.....มาแต่เช้าเลย ขนาดว่าหนีแล้วเชียวนะ ตามมาทันจนได้
แล้วคาเมะทำไมต้องหนีเขาล่ะ?
ก็ไม่รู้เหมือนกัน...ฉันไม่ชินกับเขาละมัง... เอ้อ.....เขาบอกว่า........เขา...เขาชอบฉันด้วยล่ะ
ยิ่งพูดหน้าก็ยิ่งแดง คาเมะเดินล้ำหน้าจุนโนะไปก้าวหนึ่ง เมื่อเพื่อนตัวสูงไม่ได้เดินตาม
เขาก็หยุด เหลียวไปมอง เห็นจุนโนะยืนตัวแข็งทื่ออยู่ที่เดิม
จุนโนะ.....เป็นไรไป? ร่างเล็กกระตุกแขนจุนโนะเดินไปทางข้างตึก
จุนโนะเองก็เดินตามอย่างซังกะตาย อยากจะถามย้ำเหลือเกินว่าที่คาเมะบอกนั้นจริงหรือ?
......ยูอิจิไม่เคยบอกว่าชอบใคร ... ข้อนี้เขารู้ดี... ขนาดเขาเป็นอะไรกับยูอิจิมาหลายปี
เจ้านายคนนี้ก็ยังไม่เคยเอ่ยคำนั้นออกมาให้เขาได้ยิน......
จุนโนะกลืนน้ำลายลงคอ นี่หมายความว่า คุณยูอิจิคงจะชอบเพื่อนของเขาคนนี้จริงๆ
สินะ
.....ร่างเล็กของคาเมะมาหยุดยืนที่ม้าหินใต้ซุ้มต้นฟูจิ อากาศเย็นในยามเช้าพัดเอาความเย็นเข้ามาโลมลูบผิวหน้า
ซึ่งจุนโนะรู้สึกว่ามันเริ่มเย็นผิดปกติขึ้นมาจริงๆ
...อือ.....ตอนนี้ยังเช้าอยู่ ขอคุยหน่อยได้มั้ยอ่ะ? คาเมะขอร้อง เขาฉุดจุนโนะให้นั่งลงใกล้กันแล้วก็เริ่มพูด
จุนโนะ.........ฉัน...ฉันสับสนไปหมดแล้วนะ.....
ทำไมล่ะ? จุนโนะถาม เห็นมือขาวของเพื่อนบีบกันอยู่บนตัก เหมือนคนประหม่า เขาจึงเอื้อมมากุมมือของคาเมะเอาไว้
บีบให้เพื่อนหายกังวล
นายเป็นคนน่ารัก...คาเมะ......... เขาชอบนาย ก็ไม่น่าผิดปกติอะไรเลยนี่นา....
เอ๊?? ฉัน....ชอบเขาได้เหรอ?
อือ.....ทำไมจะไม่ได้..... จุนโนะตอบเศร้าๆ พยักหน้าให้เพื่อนซี้ เสี้ยวหน้าด้านข้างของคาเมะเป็นสีแดงระเรื่อ
ซับความเขินอายเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม
ฉันขอถามอย่างหนึ่งได้มั้ย จุนโนะ...คุณยูอิจิเขายังไม่มีแฟนหรือไง ตอนนี้ง่ะ?
ฉันเองก็ยังไม่รู้ตัวเลยว่าชอบเขาหรือเปล่า....หือ...จุนโนะ บอกหน่อยได้มั้ยว่าคุณยูอิจิของนายน่ะ
มีคนรักหรือยัง? คาเมะเงยหน้าขึ้นมองเขา... คิ้วเรียวเลิกขึ้นสูง แต่ในดวงตานั้นน่ะ
ฉายแววซื่อ และบริสุทธิ์เหลือเกิน
<<<<.......นายมันบริสุทธิ์เกินไปสำหรับเขานะ คาเมะ......>>>>
จุนโนะอยากจะพูดเช่นนี้ หัวใจยามนี้มันเจ็บปวดไปหมด ทำไมคุณยูอิจิถึงไม่บอกว่าชอบเขาแบบคาเมะบ้าง ทั้งๆ ที่เขาต่างหากล่ะที่เป็นฝ่ายยอมคุณหนูยูอิจิมาโดยตลอด .....ทำไมนะ.......ทำไมโชคชะตาถึงไม่เข้าข้างเขาบ้างเลย....
คาเมะ ถ้านายชอบเขา นายจะไปสนใจทำไมกัน? จุนโนะพูดตรงๆ แต่คนฟังกลับส่ายหน้า
ไม่หรอก....ถ้าเขามีแฟนอยู่แล้ว ฉันก็ไม่อยากจะเข้าไปแทรกหรอกนะ ฉันไม่อยากทำให้ใครเสียใจ...
แล้วถ้าฉันบอกว่าเขามีคนรักแล้วล่ะ? จุนโนะลองถาม ....
คาเมะหน้าสลดลงนิดหนึ่ง แล้วก็ก้มหน้างุดบอกเสียงอ้อมแอ้มว่า
เหรอ....มีแล้วเหรอ..... น้ำเสียงทอดอ่อนราวกับจะขาดใจของคาเมะทำให้จุนโนะไม่กล้าหันไปมองหน้า
เสียงแบบนี้ หน้าตาก็คงจะซีดด้วยละมัง
คาเมะ....... จุนโนะตบหลังมือของคาเมะเบาๆ .....เพื่อนของเขาคนนี้....เพื่อนตัวเล็กที่น่ารัก
....
.....ให้ตายเถอะ..คาเมะแสดงอาการเพียงเท่านี้ ทำให้เขารู้ว่า
....คาเมะกำลังตกอยู่ในความรัก.....
จุนโนะหัวเราะขื่นๆ เขาตบบ่าบอบบางของเพื่อนเบาๆ ตัดสินใจบอกว่า
คุณยูอิจิ ไม่มีคนรักหรอก......ไม่มี...ไม่เคยมี......
ไม่มีหรือ? เสียงคาเมะกระตือรือร้นขึ้นมาทันที เขาฉวยมือจุนโนะมากุมไว้ หน้าตาดีขึ้น
แววตานั่นก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันทีทันใด
คาเมะ...แต่ฉันขอเตือนไว้อย่างหนึ่งนะว่า ...นายอย่าเผลอใจไปกับสิ่งที่นายไม่รู้ว่าจริงจังกับนายหรือเปล่าเลยนะ...คุณยูอิจิเขาอยู่ในฐานะที่อยากได้อะไรแล้วจะต้องได้
เมื่อได้แล้วก็อาจจะเบื่อ.....ฉัน...แค่เตือนนายเฉยๆ นะคาเมะ... ถ้าเขาชอบนายจริงๆ
ฉันก็ดีใจด้วย แต่ถ้าเมื่อวันใดที่เขาพูดเพียงเพื่อหวังอะไรในตัวนายล่ะก็...นายจะเสียใจนะ.....
จุนโนะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก คาเมะมองเขาด้วยดวงตาแป๋วแหวว แถมยังพยักหน้าให้เขาทุกคำพูด
เมื่อจุนโนะพูดจบ คาเมะก็โค้งศีรษะให้
ขอบใจนะจุนโนะ ฉันจะไม่เผลอใจไปกับเขาง่ายๆ หรอกน่า.....เรื่องที่เขาบอกว่าชอบฉัน
ก็น่าจะต้องคิดดูให้ดีก่อนใช่มั้ย... ฉันไม่ยอมเขาง่ายๆ หรอก...ศักดิ์ศรีฉันก็มีเหมือนกัน
คาเมะพูดไปตามความคิด แต่คนฟังรู้สึกสะท้อนใจตัวเอง ที่คาเมะพูดน่ะถูกทุกอย่าง
...
...ถ้าไม่ใจง่ายซะอย่าง ป่านนี้จุนโนะอาจจะไม่ต้องมานั่งเสียใจอยู่อย่างเดี๋ยวนี้ก็ได้......
ในขณะที่คาเมะมองจุนโนะนั้น เขาเผอิญเห็นรอยแดงที่ซอกคอและเหนือเนินอกของเพื่อนรักเข้า
มันเป็นรอยแดงเป็นจ้ำ แม้ว่าจะยังไม่มีประสบการณ์เรื่องรักๆ ใคร่ๆ แต่สิ่งที่เพื่อนนักเรียนร่วมห้องคุยทับกันขรมก็คงไม่พ้นเรื่องโรแมนซ์ของกันและกัน
และรอยที่อยู่บนตัวของจุนโนะนั้นมันก็เหมือนกับที่เขาเคยเห็นของเพื่อนคนอื่น
คาเมะเงยหน้าขึ้นทันควัน เขาชี้ไปที่รอยแดงนั่น และอุทานออกมา
รอยจูบนี่!!
เอ๊ะ!! จุนโนะรีบตะครุบคอเสื้อของตัวเอง ดึงขึ้นสูงมาปิดบังร่องรอยนั้น ใบหน้าแดงก่ำ
โดยมีคาเมะหลิ่วตามองซอกแซกต่อไปเรื่อยๆ
กี่รอยกันล่ะนั่น นายไปเอารอยพวกนี้มาจากไหนกันนะ...คุณจินหรือไง?
ปละ...เปล่านะ...ไม่ใช่สักหน่อย เสียงปฏิเสธเร็วปรื๋อของจุนโนะ ทำให้คาเมะขมวดคิ้ว
ก็คุณจินเขามาส่งนายไม่ใช่หรือไง เอ๊??? นี่หมายความว่านายกับเขาเป็นแฟนกันแล้วงั้นซิ?
ไม่ใช่นะ...
อ้าว!!
ไม่ใช่รอยจูบหรอกคาเมะ...
ใช่ซิ ต้องใช่ คาเมะเท้าเอว ...สงสัยเต็มแก่ ...ก็รอยนั่นมันรอยจูบชัดๆ ... ถ้าไม่ใช่จินแล้วจะเป็นใครอีกล่ะ
เป็นเพื่อนสนิทกันมาตลอด ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าจุนโนะคบอยู่กับใคร ที่โรงเรียนน่ะไม่มีแน่อยู่แล้ว
จุนโนะไม่มีแฟนที่โรงเรียนแม้ว่าจะมีคนมาจีบมากก็ตาม ซึ่งข้อนี้คาเมะเองก็ไม่เข้าใจ
พวกนั้นน่ะหน้าตาก็ดีมีอยู่มากที่แวะเวียนมาขอคบด้วย แต่จุนโนะกลับปฏิเสธไปอย่างไม่ลังเลเลย
บางทีคาเมะก็คิดว่า จุนโนะอาจจะมีแฟนนอกโรงเรียนก็ได้ ระหว่างทางกลับบ้าน เขาเองก็ไม่ได้ไปกับจุนโนะตลอดเวลานี่นะ....จนกระทั่งวันนี้
...ที่เขาเห็นรอยจูบนั่น แต่เจ้าตัวกลับปฏิเสธเสียงแข็งว่า...ไม่ใช่รอยจูบ
......จินแหงๆ ก็จินดูจะติดใจจุนโนะนี่นะ วันที่ไปชมซากุระด้วยกันก็ทำท่าจะจีบกันอยู่รอมร่อ
หลังจากวันนั้นแล้วเขาก็ลืมจินเสียสนิท ไม่คิดว่าผู้ชายคนนี้จะมาสานต่อความสัมพันธ์อันล้ำลึกกับเพื่อนรักได้
ไปเรียนดีกว่า คาเมะ จุนโนะยุติการสนทนาเรื่องนั้น เขาลุกขึ้นยืน ฉุดคาเมะขึ้นมาด้วย
แต่ฝ่ายนั้นกลับยึดข้อมือเขาไว้แน่น
เดี่ยวซิ...นายคบกับคนชื่อจินใช่เปล่า? ยังไม่วายถามต่อ แต่จุนโนะส่ายหน้า
ไม่ใช่หรอก
ถ้าไม่ใช่นายคนนั้น แล้วใครล่ะที่มาทิ้งร่องรอยแบบนั้นกับนายได้?
จุนโนะชะงัก ......ใครล่ะที่จะมาทำรอยคิสมาร์กนั้นเอาไว้ ...คนเดียวเท่านั้น......นากามารุ
ยูอิจิ...
....คาเมะอยากรู้จริงหรือ.....ถ้ารู้แล้วจะเสียความรู้สึกมั้ยนะ...ถ้าเขาบอกความจริงไป
อะไรจะเกิดขึ้น........ เพราะฉะนั้น ถ้าเขาจะสมมติคนๆ นั้นเป็นอะกานิชิ จินล่ะ
จะได้มั้ย?
คาเมะกระตุกแขนจุนโนะยิกๆ อยากรู้เต็มที เมื่อจุนโนะก้มลงมอง ก็พบกับดวงตาฉงนของเพื่อนจ้องมาตาเป๋ง
ก็ได้.....บอกก็ได้.....จิน....เป็นจิน เลิกพูดเรื่องนี้ได้หรือยัง แล้วอย่าบอกใครนะ
ฉันอาย จุนโนะพูดเพียงแค่นั้น ก็ฉุดร่างเล็กเดินลิ่วๆ ขึ้นตึกเรียน และไม่พูดเรื่องรอยจูบกับคาเมะอีกเลย
.......
***************************
ตกตอนเย็น จุนโนะแยกกับคาเมะ เพราะวันนี้คาเมะมีซ้อมเบสบอลหลังเลิกเรียน ส่วนจุนโนะก็มีประชุมที่ชมรมศิลปะ
อยู่เย็นด้วยกันทั้งคู่ ....
เด็กหนุ่มออกจากชมรมเมื่อเย็นมากแล้ว เพื่อนนักเรียนที่ไม่มีกิจกรรมก็กลับไปหมดแล้ว
จุนโนะไม่มีธุระรีบร้อนอะไรก็เลยเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ เขาหยุดเดินเมื่อเห็นคุณยูอิจิมารับคาเมะที่หน้าโรงเรียน
แต่เวลานั้นคาเมะยังไม่ออกมา เจ้านายหนุ่มจึงเรียกตัวเขาไว้
ไหนล่ะ...ข้อมูลของคาเมะ จดมาให้หรือเปล่า ยูอิจิแบมือมาข้างหน้า กระดิกนิ้วไปมา
ไม่มีครับคุณหนู...พอดีผมต้องทำการบ้าน ไม่มีเวลาว่างเลยฮะ จุนโนะตอบอย่างหวั่นๆ
เขาถอยหลังไปหลายก้าวเมื่อยูอิจิทำหน้าบึ้ง
นายขัดคำสั่งฉันอีกแล้วนะ!!
ผมไม่ได้ตั้งใจขัดนะครับ ตั้งใจจะทำให้จริงๆ แต่ยังไม่มีเวลาเท่านั้นเอง ทำไมคุณหนูไม่ถามคาเมะเองล่ะครับ
ไหนๆ ก็มารับกันแล้วนี่
นายพูดประชดฉันหรือไง.....
จุนโนะสั่นหน้า เขาไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก พูดไปก็ป่วยการ ยิ่งจะเจ็บมากขึ้นทุกที
อ๊ะ...มาแล้ว.... ยูอิจิทำน้ำเสียงกระตือรือล้นขึ้นมา เมื่อเห็นคาเมะเดินสะพายกระเป๋าออกมา
ยูอิจิก็หันไปบอกคนที่ยืนหน้าเซียวตรงหน้า
นายกลับไปได้แล้วไป อ้อ.....เดี๋ยว.....เรื่องความสัมพันธ์ของเราสองคน ให้มันจบอยู่ที่บ้าน
อย่าได้คิดบอกเพื่อนนายเด็ดขาด ว่านายเป็นอะไรกับฉัน เข้าใจมั้ย?
จุนโนะกัดริมฝีปากจนเจ็บ เขาพยักหน้าเดินคอตกออกห่างจากรถของยูอิจิ แต่ว่า คาเมะเห็นเข้าพอดี
เขารีบตะโกนเรียก
จุนโนะจะไปไหนง่ะ ไปด้วยกันมั้ย? คุณยูอิจิไปส่งฉันแป๊บเดียวเอง....
แต่คนที่โบกมือค้านคือ ยูอิจิ......
ไม่ต้องหรอก กลับเองก็แล้วกัน... ฉันจะพาเพื่อนนายไปทานอาหารเย็นด้วย ยังไม่กลับ...
ยูอิจิรีบดึงกระเป๋าคาเมะมาไว้ที่เบาะหน้าข้างคนขับ คาเมะหน้าเหรอ ทำท่าจะค้าน
แต่ว่า
จุนโนะต้องรีบไปช่วยแม่เขาที่บ้าน ไม่ต้องห่วงเขาหรอกน่า
ยูอิจิพาคาเมะขับไปอีกทาง ตรงกันข้ามกับทางไปบ้าน จุนโนะได้แต่กอดกระเป๋าแน่น ชะเง้อมองอย่างผิดหวัง ใจหนึ่งอยากจะตะโกนบอกให้คาเมะระวังตัว แต่ถ้าทำแบบนั้น ยูอิจิคงจะตรงรี่เข้าบีบคอเขาแน่ๆ
เดินอย่างไร้ความรู้สึกไปตามทาง สองข้างทางค่อนข้างเงียบ ฐานะอย่างเขาในยามนี้ไม่ต่างอะไรกับลูกนกที่ตกจากรัง
และถูกทิ้งอยู่ข้างทาง จะโดนใครเหยียบย่ำสักกี่คนก็ไม่อาจรู้ได้
สองเท้าประทับไปบนกลีบดอกซากุระบนพื้น กลีบอ่อนบางชอกช้ำเมื่อเขาเดินผ่านไป เมื่อเลี้ยวมุมถนนไปได้นิดหนึ่ง
เขาก็ต้องหยุด เมื่อจินยืนดักอยู่ตรงมุมถนนนั่นเอง
ออกมาช้าจัง... เสียงจินตัดพ้อต่อว่า แต่ก็มีแววล้อเลียนอยู่ในน้ำเสียงนั่น จุนโนะเห็นรอยยิ้มอย่างดีใจปรากฏบนใบหน้าของชายหนุ่มจึงยิ้มตอบอย่างเคย
คงไม่ต้องให้ชวน เพราะการที่จินอยู่ตรงนี้มีจุดประสงค์อยู่อย่างเดียว ก็คือมารับเขากลับบ้าน
เกรงใจจินจังเลย ความจริงผมกลับเองก็ได้... จุนโนะออกปาก แต่จินหัวเราะหึๆ บอกว่าไม่เป็นไรเลย
ฉันอยากเจอนาย จินตอบสั้นๆ
จุนโนะฟังแล้วก็พยักหน้า เขาเมินหน้าไปมองทิวทัศน์ด้านนอก สีหน้าเรียบเฉยจนจินใจฝ่อ
จุนโนะไม่เคยแสดงกริยาดีใจจนออกนอกหน้าเวลาพบเขา ...
ไม่เคยวิ่งเข้ามาหาเมื่อเห็นเขามารับ ...
ไม่เคยเอ่ยปากขอให้เขาแวะไปโน่นไปนี่......
......ก็ใช่สิ... เพราะจุนโนะไม่ได้มีใจกับเขานี่นะ ....
ไปหาอะไรทานก่อนดีมั้ย.....? ชายหนุ่มถาม ตาจ้องบนถนนสลับกับมองหน้าหวานที่หันข้างให้
....................
จุนโนะ...... จินเรียกซ้ำ เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังนั่งเฉย
เอ้อ...ครับ....... คนถูกเรียกสะดุ้งหันหน้ามายิ้มเจื่อนๆ จุนโนะขยับตัวนั่งตรงแน๋ว
หันมาขอโทษจินที่ไม่ได้ฟังคำถาม จินก็เลยถามซ้ำว่า
ไปทานอาหารเย็นนอกบ้านกันนะ
จะดีเหรอฮะ?
ทำไมล่ะ หิวนี่นา.... จินพูดไปหัวเราะไป แต่พอนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาก็ถามว่า
จริงซิ... จุนโนะมีเรื่องอะไรกังวลหรือเปล่า เห็นนั่งเหม่อ...
ผมเป็นห่วงคาเมะ...... จุนโนะทำหน้ามุ่ย บอกเพียงสั้นๆ ว่า ยูอิจิมารับคาเมะไปแล้ว
ดูเหมือนคาเมะจะชอบเขาด้วย เขาบริสุทธิ์เกินกว่าที่จะให้คุณหนูปู้ยี่ปู้ยำ และยิ่งมีใจให้กันแบบนี้แล้วด้วย
ผมกลัวว่า คุณยูจะทำร้ายคาเมะ แล้ว.....แล้ว...ทิ้งเขาไป พอเบื่อก็ทิ้งขว้าง แบบที่........
แบบที่ทำกับนาย.........จุนโนะ....อย่างงั้นใช่มั้ย? จินต่อประโยคให้
ฮะ........แบบนั้น...... จุนโนะตอบเสียงเบา ใบหน้าเศร้าซึม
......คงจะผิดหวังมากซินะ ...หน้าแบบนั้นน่ะ เหมือนคนหมดหวังแล้วซึ่งทุกสิ่งทุกอย่าง
นายกลัวว่าคาเมะจะช้ำใจอย่างเดียวหรือว่ากลัวว่ายูอิจิจะทิ้งนายอย่างถาวรกันแน่?
จินถามขึ้นมาตรงๆ
กลัวคาเมะเสียใจมากกว่า ส่วนเรื่องกลัวทิ้งน่ะ ... จินฮะ...ตอนนี้ผมก็โดนทิ้งมาตั้งนานแล้วนี่นา......
จุนโนะพูดพลางกลั้นสะอื้น ความรู้สึกอ้างว้างเข้ามากัดกินใจ .... ทำไมนะ ความรู้สึกที่มีต่อยูอิจิถึงไม่จางหายไปจากใจเสียที
ยิ่งอยู่ก็ยิ่งเจ็บ....
ขอโทษนะที่ถามเรื่องนั้น...งั้น เดี๋ยวจะไปหาของอร่อยๆ กินกันดีมั้ย...เสร็จแล้วก็ไปฟังเพลง
ไปดิ้นกันเอามั้ย?
คุณอย่ามาเอาใจผมเลย... ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ แล้วผมก็อยู่ในชุดนักเรียนด้วย
จุนโนะดึงคอเสื้อเชิ้ตของตัวเอง แล้วก็ส่ายหน้า จินชำเลืองมองเสื้อจุนโนะ มองกางเกงแล้วก็ชี้ไปทางด้านหลัง
มีเสื้อมาเปลี่ยน เสื้อยืดของฉันน่ะ เอาติดมาด้วย เดี๋ยวจุนโนะเปลี่ยนเสื้อตัวเดียวก็ไปได้แล้ว
จะดีเหรอฮะ.... เด็กหนุ่มชักเริ่มลังเล จินก็เลยจอดรถเข้าข้างทางซะ เขาดับเครื่องแล้วก็ชะโงกตัวไปหยิบถุงเสื้อยืดมาให้จุนโนะ
เอ้า...เปลี่ยนซะ...
เสื้อยืดสีขาว ลายขวางสีฟ้าถูกดึงออกมาด้วยมือของจุนโนะ เขาเลิกคิ้วให้จินเป็นเชิงถามว่า
...เอาแน่เหรอ... เมื่อจินพยักเพยิดให้ใส่ เขาก็แกะกระดุมนักเรียนออก แต่แล้วเมื่อกำลังจะถอด
เขาก็ชะงัก หันมามองจิน ....เห็นหน้าจินแล้ว จุนโนะก็หน้าร้อนซู่ ก็สายตานั้นน่ะ
......มัน........
เอ้อ...จินช่วยหันไปหน่อยได้มั้ยอ่ะ จุนโนะทำนิ้ววนๆ ให้จินหันไปทางอื่น แต่จินส่ายหน้า
ทำไมล่ะจุนโนะ เป็นผู้ชายด้วยกันจะอายทำไม...มะ ถ้าไม่อยากเปลี่ยนเอง เดี๋ยวฉันเปลี่ยนให้ก็ได้
และโดยที่ไม่รอคำตอบรับ จินขยับมาใกล้ เขาดึงเสื้อเชิ้ตจุนโนะออกจากไหล่ ปลดออกทางแขน
เห็นแต่ทรวงอกเปล่าเปลือยขาวเนียนปรากฏตรงหน้า ผิวขาวอมชมพู แต่งแต้มด้วยจุดสีเข้มสองข้าง
ทำให้จินนึกถึงความนุ่ม หอมหวานของยอดอกที่เขาได้เคยเชยชมมาแล้ว ความรู้สึกวูบไหวและเร่าระทึกเริ่มก่อตัวขึ้น
ถ้าจุนโนะไม่รีบใส่เสื้อยืดเสียเดี๋ยวนี้ เขาอาจจะทำอะไรแบบที่เคยทำกับจุนโนะที่ริมทางรถไฟอีกก็ได้
สายตาเร่าร้อนของจินทำให้จุนโนะรีบใส่เสื้อมือไม้สั่น ใส่แล้วก็โล่งใจ ได้ยินเสียงจินถอนหายใจเฮือก
แต่แล้วจุนโนะก็ต้องสะดุ้งเมื่อจินเอื้อมมือมาแตะหลังต้นคอ จุนโนะกลั้นลมหายใจ
นี่จินจะทำอะไรเขานะ.......
แต่แล้ว เด็กหนุ่มก็โล่งใจ เพราะจินเพียงแต่ดึงผมยาวหลังคอของเขาให้ออกมาจากเสื้อยืดเท่านั้นเอง...
เสร็จแล้ว ...เที่ยวได้แล้วใช่มั้ย? จินยื่นหน้าถาม
ได้ฮะ... จุนโนะยิ้มอ่อนหวานให้ แต่ก็ยังประหม่าเมื่อสายตาคมของคนขับ ยังไม่ยอมละไปจากเนื้อตัวของเขา
นายใส่เสื้อตัวนี้สวยนะ ฉันให้เลยล่ะกัน... มันเหมาะกับจุนโนะมากกว่าฉันอีก จินพูดแก้เก้อ
อย่าดีกว่าฮะ แค่ขอยืมใส่ก็พอ แล้วผมจะกลับไปซักให้
ไม่ต้องหรอก ฉันให้.... จินสตาร์ตรถกระหึ่ม เขาบอกย้ำว่า เต็มใจให้เสื้อกับจุนโนะจริงๆ
เด็กหนุ่มจึงตอบรับอย่างอายๆ ว่า
ขอบคุณครับ...คุณดีกับผมจัง......
ฉันไม่ใช่คนดีมากมายอะไรนักหรอก จุนโนะ.....
ไม่หรอก จินดีออก....ใจดีแล้วก็เป็นคนดี ผมดีใจจริงๆ นะฮะ ที่ได้รู้จักกับคุณ
จุนโนะ.....
จินอยากลาตายตรงนั้น..... อย่ามองเขาในแง่ดีขนาดนั้นได้มั้ย จุนโนะสุเกะ...
...ถ้านายรู้ความจริง นายจะไม่พูดอะไรแบบนี้เลย.........
******************************
เสียงดนตรีเร้าใจดังอึกทึกจนจุนโนะต้องแอบยกมืออุดหู จินชวนเขาออกไปดิ้นเพลงแล้วเพลงเล่า
การได้ปลดปล่อยอารมณ์ทำให้จุนโนะค่อยสบายใจขึ้น จินพยายามไม่ให้เขากินเหล้า นอกจากน้ำเปล่าอย่างเดียว
เพราะอายุยังไม่ถึง และจุนโนะก็ไม่ชอบดื่มด้วย จินเองก็แตะแค่เบียร์สดเท่านั้นเอง....
ผู้คนมาเที่ยวสถานที่นี้กันมาก ด้วยเหตุผลที่ว่า เพลงมัน ...อาหารอร่อย.... และไม่จำกัดเวลานั่นเอง
จินยืนดิ้นกับจุนโนะ พยายามกันเด็กหนุ่มให้มาเต้นที่ริมผนังเพราะไม่อยากให้ใครมาชนจุนโนะ
แต่กระนั้นก็ยังมีการเซมาชนจนได้
ร่างบางถูกคนแปลกหน้าถอยมาชนจนเสียหลัก จินกันจุนโนะไว้ไม่ให้ล้ม รีบดึงร่างโปร่งเข้ามาชิดตัวมากขึ้น
จนหน้าอกสัมผัสกัน จินใจเต้นแรงเมื่อจุนโนะเสียดสีเขาโดยไม่รู้ตัว .....สองมือของจินโอบรอบลำตัวจุนโนะ
ดันให้มาเต้นห่างคนเล็กน้อย จุนโนะหันไปมองคนคู่อื่นที่เต้นอยู่ไม่ห่าง บางคู่หญิงชายก็ไม่ค่อยอายกันเลย
มีจูบกันอีกด้วย การกระทำเหล่านั้นทำให้เขาหน้าร้อนฉ่า รีบเมินสายตาไปทางอื่นทันที
และที่ๆ มองก็ไม่พ้นใบหน้าของจิน
ไม่อยากมองก็ไม่ต้องมองหรอก มองฉันดีกว่า จินกระซิบแบบรู้ทัน
เรื่องธรรมดาน่ะ จุนโนะ
จุนโนะหัวเราะ แม้แต่จินก็ยังเห็นเป็นของธรรมดา เด็กหนุ่มอมยิ้มอย่างเขินจัด เขาเงยหน้าขึ้น
ผมกับริมฝีปากของจินอยู่ไม่ห่างปากของเขานัก
จุนโนะ......... เสียงจินเคลื่อนใกล้เข้ามา รวมทั้งปากหยักบางที่โน้มเข้ามาจนแทบจะติดกับปากของเขา
จุนโนะใจกระตุกวูบ...นี่เขาใกล้จินมากเกินไปแล้วใช่มั้ย....
ขืนใกล้มากกว่านี้ จะแย่เอานะ จุนโนะบอกตัวเองในใจ
จุนโนะรีบก้มหน้างุด ปากของจินก็เลยแตะที่ขมับชื้นเหงื่อ
ชักเมื่อยแล้วล่ะ... กลับกันดีกว่านะครับ
จินทำหน้าหงอย เขาละมือจากเอวบางอย่างเสียดาย ชายหนุ่มดึงข้อมือจุนโนะไว้ พาหลบหลีกผู้คนออกไปจากสถานที่เต้นรำ
เมื่อสูดอากาศยามดึกด้านนอกแล้ว จุนโนะก็ดูนาฬิกา แล้วก็ทำตาโต
ดึกมากเลยนะครับ....
นั่นน่ะซิ ...อยู่กับนายเพลินจริงๆ ไม่ทันดูเวลาเลย ไม่เป็นไรนะจุนโนะ เดี๋ยวจะพากลับบ้านอย่างปลอดภัยเชียวล่ะ
จินรีบบึ่งรถพาเด็กหนุ่มกลับบ้าน บอกตัวเองว่า เสียดายวันเวลาแห่งความสุขเช่นนี้
... ใจจริงอยากจะกักตัวเอาไว้ให้นานที่สุดเลยล่ะ.... แต่ก็ไม่อาจทำได้
จุนโนะเองก็ทำท่าจะง่วง เขาปิดปากหาวตลอดทางที่กลับบ้าน จนกระทั่งขับมาถึงหน้าบ้านนากามารุ
จินและจุนโนะก็ได้พบกับพวกของโคยาม่า ชิเงะ อุเอะดะ และโคกิกำลังขับรถสวนมาพอดี
จินว่าจะทำเป็นไม่สนใจแล้วเชียว แต่เพื่อนของเขาสี่คนนั่นคงไม่ยอมให้จินผ่านไปง่ายๆ
เสียงบีบแตรเรียกจึงถูกกดขึ้นถี่ จนจินต้องจอดรถเพียงหน้าประตูบ้านของยูอิจินั่นเอง
จินบอกให้จุนโนะรีบเข้าบ้านอย่างเร็ว ก่อนที่พวกของโคยาม่าจะทันสังเกต...แต่ก็ช้าเกินไปเสียแล้ว
เฮ้ย....นั่นจุนโนะคนสวยของพวกเรานี่หว่า โคยาม่าเปิดประตูรถผลัวะออกไปทันที
เสียงเรียกนั้นทำให้เพื่อนที่เหลือลงจากรถ ทุกคนต่างแปลกใจที่เห็นจุนโนะมากับจิน
เดี๋ยว...คุยกันก่อนซิจุนโนะ... ชิเงะดักหน้าจุนโนะเอาไว้ ทำให้ร่างบางยืนตัวลีบติดกำแพงรั้ว
ปล่อยเขาไปนะ ชิเงะ... เสียงดังขึ้นทางเบื้องหลัง ทำให้ชิเงะหันไปมอง จินนั่นเอง
เขาลงมาจากรถเมื่อเห็นสถานการณ์ไม่ดีนัก
อะไรวะ ไอ้จิน... เด็กนี่มันของพวกเรานะ ไอ้ยูมันยกให้พวกเราแล้ว นายล่ะ ไปซิวจุนโนะตอนไหนวะ?
ไปรู้จักกันตอนไหนกัน ถึงมาด้วยกันได้ โคยาม่าหลิ่วตาให้จิน ตาปรือยิ่งปรือหนักขึ้น
จินเดินเข้าไปใกล้จุนโนะ แล้วก็ดึงมือจุนโนะมากุมไว้ มองหน้าพวกของโคยาม่าทีละคน
ยูอิจิก็เพื่อนของฉันเหมือนกันนะ...อย่าลืมซิ
เฮ้ย!! หมายความว่า...แกฟาดจุนโนะไปแล้วงั้นซิ โคกิทำเสียงเสียดาย ก็เลยโดนอุเอดะหยิกต้นแขนไปหลายที
จนเขาสะดุ้ง ซูดปากแล้วก็จำใจต้องถอยหลังมาสองสามก้าว
พวกนายไม่มีสิทธิ์ทำอะไรจุนโนะตามใจชอบนะ จุนโนะน่ะเขาก็คน ... ถึงจะเป็นเด็กในบ้านของยูอิจิ
แต่เขาก็ไม่ใช่สิ่งของ ที่จะโยนไปให้คนนั้นคนนี้ ...โคยาม่า ขอร้องล่ะ นายไม่เห็นหรือไง...จุนโนะน่ะตัวสั่นแล้วนะ
นายกำลังทำให้เขากลัว..และเกลียดพวกนาย ฉันขอร้องอีกครั้งเหอะ...อย่ายุ่งกับเขา!!
อ้าว!! พูดแบบนั้นก็สวยง่ะเด่ะ ไอ้จิน...ไม่ให้พวกเรายุ่ง แต่แกยุ่งได้ใช่มั้ย...จะมากไปหน่อยมั้ง
ไอ้จิน ... โคยาม่าพยักหน้ากับชิเงะ พร้อมใจกันสืบเท้าเข้าไปหาจินและจุนโนะ
จุนโนะซุกตัวอยู่ระหว่างกำแพงรั้วและร่างของจิน เขาเห็นโคยาม่าและเพื่อนๆ เดินมาล้อมกรอบเขากับจิน
และนั่นทำให้รู้สึกว่า อีกไม่นานนี้แล้ว คงมีการลงไม้ลงมือเกิดขึ้น
จิน........ จุนโนะกระซิบเสียงพร่าด้วยความหวาดกลัว แต่จินกลับยืนนิ่ง เขาตบหลังมือจุนโนะเบาๆ
ขณะบอกพวกโคยาม่าเสียงดังว่า
ไอ้ยูมันยกจุนโนะให้ฉันแล้ว... พวกนายอย่ายุ่ง....ถ้าไม่เชื่อก็ถามไอ้ยูดูได้เลย......
เออวะ...ถามแน่ๆ เมื่อกี้พวกฉันไปหามันที่บ้าน ไม่เห็นมันพูดอะไรซักคำ... แกอย่ามั่วไอ้จิน
... ชิเงะสะอึกเข้าหาจิน พยายามจะคว้าข้อมือจุนโนะ
แต่จินกระตุกให้จุนโนะถอยหนี
จินแกอย่าหวงก้างนักเลยวะ เด็กคนนี้มันของไอ้ยู...มันยกให้พวกฉันก่อนแกจะกลับจากนอกเสียอีก
จู่ๆ จะมากินคนเดียวได้ไง
นั่นเด่ะ ...เอางี้ แบ่งกันดีกว่า วันนี้จุนโนะไปกับแก แต่ต่อจากนี้...เป็นของพวกเรา
โคยาม่ายิ้มมุมปาก มองหน้าจุนโนะ เห็นจุนโนะแล้วก็เสียดายวันนั้นจริงๆ ถ้าวันนั้นไม่พลาด
ป่านนี้ก็จะได้เชยชมเด็กหน้าสวยคนนี้แล้ว
...ก็จินไม่ใช่หรือที่เป็นคนตะโกนว่าตำรวจมา...ไอ้จินอีกแล้ว ...เจ้านี่มันช่างขัดคอได้ดีจริงๆ
แล้วตอนนี้มันไปรู้จักกับจุนโนะตั้งแต่เมื่อไรกัน...จนถึงขั้นไปเที่ยวด้วยกันดึกดื่นแบบนี้...มันเกิดขึ้นตอนไหนกัน
สายตายียวนที่มองมาอย่างหื่นกระหายนั้น ทำให้จุนโนะกลืนน้ำลายดังเอื๊อก
อย่ายุ่งกับผมเลยขอร้อง... จุนโนะกระเถิบเข้าซ้อนหลังจิน
โคยาม่าหัวเราะ สะกิดไหล่จุนโนะเป็นการหยั่งเชิง จุนโนะปัดมือนั้นออกด้วยความขยะแขยง
ความทรงจำที่น่าอับอายในวันนั้นหลั่งไหลเข้ามา ความเกลียดและกลัวพวกโคยาม่ามีมากขึ้นทุกที
ก็หนึ่งในสามหรือทั้งหมดนี่แหล่ะที่ข่มขืนเขา....
จุนโนะตัวสั่นระริก กัดริมฝีปากจนห้อเลือด จนรู้สึกได้ว่าเลือดได้หลายซึมออกมาจากกลีบปากของตัวเอง
จิน...อย่า...อย่าให้เขาแตะตัวผมนะครับ...ช่วยผมด้วย.....
อย่ากลัวจุนโนะ ฉันไม่ยอมให้ใครมารังแกนายได้อีกแล้ว จินจับจุนโนะไว้ด้านหลัง
เสนอตัวปกป้องจุนโนะเต็มที่ ถลกเสื้อแขนยาวขึ้น พร้อมเสมอที่จะบู๊
ถ้าไม่อยากซัดกันซะตั้งก็กลับบ้านไปซะโคยาม่า ....ถ้าไม่...ก็มาสู้กันตัวต่อตัว
หรือจะเข้ามาแบบหมาหมู่ก็ได้ ฉันไม่ยั่นอยู่แล้ว จินกำหมัด สายตาเอาเรื่อง มันคมกร้าวและบอกความไม่ยอมแพ้ออกมา
ให้ตายเหอะ..... ชิเงะครางอยู่แว่วๆ โคกิเองก็ชะงักไปเหมือนกัน
พวกเราไปกันเถอะนะ อย่ายุ่งกับจุนโนะเลย อุเอดะตะโกนบอกมาจากข้างรถ เขาทำหน้ามุ่ยเมื่อโคกิชักจะมีส่วนร่วมกับเพื่อนมากเกินไป
และดูเอาเถอะ จุนโนะมีท่าทางหวาดกลัวมากกว่าแต่ก่อน นี่แสดงว่าคนพวกนี้ไปทำอะไรจุนโนะเข้าแล้วอย่างนั้นหรือ?
โคกิ.....บอกให้หยุดไง
นายอยู่เฉยๆ ได้มั้ย ยาหยี โคกิยกมือห้ามคนรัก แต่พอเหลือบไปเห็นสายตาเรืองแสงนั้นเข้าก็เสียวสันหลังวาบ
....จริงสิ...อุเอดะมาด้วยนี่หว่า....ลืมไปเลย....
นึกได้อย่างงั้นแล้ว เขาก็ถอยหลังไปยืนใกล้คนรักตาดุทันที ทิ้งให้โคยาม่าและชิเงะเผชิญหน้ากับจินตามลำพัง
ถ้านายขืนแตะเด็กของฉันแม้แต่ปลายผมล่ะก็ ฉันไม่เอาพวกนายไว้แน่ โคยาม่า จินยังคำราม
เฮ้ย..ใจเย็นๆ น่า ไอ้จิน โคยาม่าชะงักกึก นี่จินมันเอาจริงๆ หรือเนี่ย...
เขาเองก็ไม่อยากมีเรื่องกับจินนะ เพราะกิตติศัพท์เรื่องพะบู๊กับเพื่อนนักเลงสมัยยังเรียนม.
ปลายของจิน เขายังจำได้ดี จินคนเดียวปราบเจ้าพวกนั้นเสียเรียบ และอีกอย่าง จินก็เพื่อนของเขา
ทางที่ดีน่าจะห่างๆ เอาไว้ก่อนดีกว่า....
เขากับชิเงะสู้จินไม่ได้แน่นอน ส่วนโคกินั่นไม่ต้องถามถึง โดนอุเอดะคุมแจไปเสียแล้ว
ไปโว้ย...พวกเรา กลับ..กลับ... โคยาม่าตะโกนบอกพวกพ้อง สะบัดหน้าไปขึ้นรถ โดยมีชิเงะเร่งฝีเท้าตามติดทุกระยะ
พอจะถึงรถเขาก็กระตุกแขนเพื่อนซี้ไว้
ให้ตายเหอะ....อะไรวะ ไอ้โคยาม่า จะไปง่ายๆ แบบนี้หรือไง
แกอยากตายเรอะ ชิเงะ ไอ้จินมันเอาเรื่องนะเว้ย...ลืมแล้วหรือไง ว่ามันชกมวยเก่งแค่ไหน
อือ.....ว่าแต่ มันไปรู้จักมักจี่กับจุนโนะของพวกเราได้ไงวะ.... ชิเงะเสยผม สั่นหน้าไปมา
ไม่เข้าใจอะไรสักอย่างง
...ว่าแต่....เรื่องจินกับจุนโนะนั้นน่ะ......
......เฮ้อ....มันเกิดขึ้นตอนไหนวะ.....
เมื่อพวกของโคยาม่าไปกันหมดแล้ว จินจึงหันขวับมาโอบจุนโนะไว้แนบอก ปลอบเบาๆ ให้หายตัวสั่น
ไปกันหมดแล้วนะ จุนโนะ ไม่ต้องกลัว.....
ผม.....กลัว....เกลียด...ขยะแขยง เมื่อก่อนนั้น...ไม่ถึงขนาดนี้ แต่ว่าตอนนี้
มันทนไม่ได้....ผมไม่อยากให้เขาแตะตัวผม ผมกลัว.... จุนโนะซุกหน้ากับอกของจิน
ร้องไห้ออกมา ถ้าจินรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาในวันนั้น ...ถ้าจินรู้ว่าเขาถูกคนพวกนี้ข่มเหง
จินจะต้องเข้าใจ ว่าทำไมเขาถึงกลัวพวกนั้นนัก
ลมหายใจอุ่นรวยรินอยู่ข้างขมับ จินนั่นเอง...จุนโนะรู้สึกถึงอ้อมกอดอันอบอุ่น....มันอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน.....เมื่อหนุ่มน้อยเงยหน้าขึ้น
ก็พบกับดวงตาอ่อนโยนของจินมองตอบกลับมา
นิ้วเรียวของชายหนุ่มสัมผัสกับกลีบปากที่มีเลือดไหลซึมออกมา
เลือด... จินไล้เลือดให้จางหายไป เขาก้มหน้ามาจนชิดหน้าหวานของเด็กหนุ่ม
อยู่กับฉัน นายไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น จุนโนะ.....
จุนโนะพยักหน้าน้อยๆ เมื่อเขาหลับตาพริ้ม
....ริมฝีปากอุ่นจัดของจินก็ทาบสนิทกับกลีบปากสั่นระริกของเขา........
***************************
to be con