TEAR of LOVE

 

Vol 7

***************************

“อือ......อื้อ....” คาเมะเริ่มดิ้นรน เมื่อสติรับรู้การกระทำที่น่าตกใจนั้น สองมือยันอกคนที่อยู่เหนือกาย และเมื่อร่างนั้นผละออกมาหอบหายใจแรง คาเมะจึงเห็นว่าเป็นใคร
“คุณ....ยูอิจิ...ฮึ!!” คาเมะใช้หลังมือเช็ดปากของตัวเอง อาการเมาแทบจะหายเป็นปลิดทิ้ง

ยูอิจิเปิดไฟสว่างภายในรถ เห็นร่างบางกำลังนั่งหอบจนตัวโยน สีหน้าตื่นกลัวนั้นทำให้ยูอิจิเกิดความรู้สึกเอ็นดูระคนกับต้องการ รสจูบของเจ้าตัวเล็กที่เขาได้รับนั้นทำให้เขาเกิดความปรารถนา และยิ่งเห็นผมเผ้าที่ยุ่งเหยิง และดวงตาเบิกกว้างพอๆ กับริมฝีปากที่เผยอขึ้น ....ยูอิจิก็แทบจะคลั่ง เพราะมันดูเร้าใจเป็นบ้า...อยากจับร่างบางกดลงกับพนัก และจัดการเสียให้หมดเรื่อง แต่ในตอนนี้ คาเมะรีบเปิดรถ แล้วผวาลงไปก่อนที่เขาจะทันขยับกายเสียอีก
ร่างเล็กเดินกอดอกตัวลีบติดรั้วไม้นอกบ้าน พยายามจะเดินไปให้ถึงหน้าประตูรั้วให้เร็วที่สุด แต่ก็ถูกยูอิจิคว้าเอวไว้จนได้
“เดี๋ยวซิ คาเมะ”
“ไม่เอานะ ทำแบบนั้นน่ะ ไม่เอา.....” คาเมะพยายามสะบัดตัวออก แต่มือเหนียวของยูอิจิก็ยังไม่ยอมปล่อยจากเอวได้ง่ายๆ
“ฟังก่อนซิ....”
“คุณต้องการอะไรจากผมกันแน่ คุณยูอิจิ?” คาเมะตวาดแว๊ดออกมา ใบหน้าบึ้งตึง เหลือบมองกระเป๋านักเรียนที่ยูอิจิถือมาให้แล้วก็กระชากมาถือไว้ซะเอง
“ขอโทษ......” นั่นคือคำขอโทษคำแรกที่ออกมาจากปากของคนอย่างยูอิจิ
“คาเมะน่ารักมาก......น่ารักจนฉันอดใจไม่ไหว......แต่ก็ไม่ได้คิดจะทำอะไรมากไปกว่าการชื่นชมนี่นะ......”
“เฮอะ...ชื่นชม...!!” คาเมะพ่นลมออกมา จนเส้นผมกลางหน้าผากปลิวไสว
“คุณจูบผม แล้วยังคิดว่าไม่ได้ทำอะไรอีกงั้นเหรอ?”
“ก็ไม่ได้คิดจริงๆ นี่นา เห็นนอนหลับ ก็อยากจะปลุกให้ตื่น.... อยากจะสอนเอาไว้เหมือนกัน ว่าทีหลังอย่าไปเมาหลับแบบนี้ให้ใครเห็นเป็นอันขาด หน้าตาสวยๆ แบบนี้ คนอื่นจะอดใจไม่ไหวแบบฉันล่ะจะทำไง?”
“หมายความว่าเป็นความผิดของผมอย่างงั้นใช่มั้ยฮะ?” คาเมะย้อนถาม ซึ่งนั่นก็ทำให้ยูอิจิหัวเราะออกมา
หน้าตางอนเง้า ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรง และดวงตาเชิดหยิ่งแบบนั้นน่ะ ทำให้เขาปล่อยมือข้างที่เกี่ยวเอวคาเมะเอาไว้ ชายหนุ่มเชยคางมนของคาเมะขึ้น แล้วก็บอกว่า
“เห็นนายนอนแล้วอดใจไม่ไหวจริงๆ ขอโทษอีกครั้งนะที่ทำอะไรรุ่มร่ามใส่ .....นายน่ารักมากๆ คราวต่อไปถ้าไม่อยากให้ทำอะไรก็ทำตัวน่ารักให้มันน้อยลงกว่านี้ก็แล้วกัน”
“คราวต่อไป......มะ...หมายความเราจะเจอกันอีกงั้นเหรอฮะ?” คาเมะทำตาโต สองแขนกอดกระเป๋านักเรียนแน่น จ้องมองคนตัวสูงที่กำลังยืนยิ้มอยู่ตรงหน้า
ยูอิจิหัวเราะและพยักหน้า
“พรุ่งนี้จะมารับนะ นายจะออกจากบ้านกี่โมง?”
“เอ้อ....ไม่ต้องหรอกฮะ ย้อนไปย้อนมา”
“ไม่เอา....อย่าขัดซิ ออกจากบ้านเวลาไหน?” ชายหนุ่มถามย้ำ แถมยังเอาแขนมายันกับรั้วเป็นการปิดทางของคาเมะอีกด้วย
......นี่ถ้าไม่ยอมบอก เขาก็คงไม่ได้เข้าบ้านใช่มั้ย......

คาเมะบอกเวลาไป ซึ่งก็ทำให้คนถามพออกพอใจนัก เขายอมปล่อยให้คาเมะกลับเข้าบ้านได้แต่โดยดี แต่ยังไม่ทันพ้นขอบรั้วดีก็ต้องสะดุ้งเมื่อยูอิจิตะโกนไล่หลังมาว่า
“จะเข้าบ้านทั้งอย่างงี้ง่ะเหรอ?”
เมื่อคาเมะก้มลงดูตัวเอง ก็เห็นจริง เสื้อนักเรียนยับย่น แถมยังออกมานอกกางเกงอีกแน่ะ ปกคอเสื้อแบะอ้า เขารีบยัดชายเสื้อเข้าในกางเกง ติดกระดุมให้เรียบร้อย และคงรวมถึงผมเผ้าด้วยละมัง มือเรียวจึงจัดแจงเสยผมให้เหมือนเดิม เมื่อเสร็จแล้วก็ถอนหายใจเฮือก ได้ยินเสียงหัวเราะหึๆ ของยูอิจิไล่หลังมาอีกด้วยแน่ะ........

เมื่อร่างบางหายเข้าบ้านไปแล้ว เขาก็ชะเง้อมองเข้าไปในบ้าน
บ้านของคาเมะเป็นบ้านไม้หลังน้อยที่เป็นทรงโบราณ แต่ข้างในมีสวนหย่อมที่ดูก็รู้ว่าบ้านหลังนี้อยู่มาหลายชั่วอายุคนแล้ว ยูอิจิได้ยินเสียงคนแก่สองสามคนเอะอะโวยวายออกมาจากบ้านว่า
“ต๊าย......กลิ่นเหล้าหึ่งเชียวเจ้าเด็กคนนี้......”
และอีกเสียงหนึ่งที่เสริมขึ้นว่า
“กลับบ้านมืด ไปดื่มเหล้าที่ไหนมานะ คาเมะ....ะ...ะ...”
และ
“เหลวไหลจริงๆ หลาน...”

ยูอิจิหัวเราะกับตัวเอง นี่สงสัยว่าเด็กน่ารักคนนั้นคงจะถูกจับตัวมาสอบสวนเรื่องไปกินเบียร์มาแน่ๆ นี่ถ้าคนแก่บ้านนี้รู้ว่านอกจากอาจหาญไปดื่มเบียร์แล้วยังถูกจูบกลับมาอีกด้วย มิช็อกตายกันเป็นแถบๆ เลยเหรอ........

ยูอิจิขับรถกลับบ้านด้วยอารมณ์ชื่นมื่น แต่ว่าความเร่าร้อนที่ทำกับคาเมะเมื่อสักครู่ยังไม่ดับลงเลย เห็นแต่ความเย้ายวนของหนุ่มน้อยคนนั้นอยู่ในห้วงจินตนาการ ...สงสัยกลับบ้านไปนี่ คงต้องเรียกหาจุนโนะสุเกะมาดับกระหายอีกแล้วละมัง

*****************************

ยามค่ำคืน ถนนในซอยบ้านของยูอิจิดูเงียบเชียบ ปราศจากเสียงรบกวนจอแจเหมือนถนนใหญ่ด้านนอก จะมีแต่เสียงแมลงกลางคืนร้องกันระงมและเสียงหนึ่งที่ทำลายความสงบได้นั่นก็คือเสียงรถไฟที่อยู่ไม่ไกลนั่นเอง
จินร่ำลาจุนโนะเมื่อเริ่มดึกแล้ว เย็นนี้แม่ของจุนโนะกลับมาทำอาหารเย็นให้ลูกชายและเขาอย่างอร่อย และจินก็กินเสียอิ่มแปร้ แถมยังตบท้ายด้วยขนมหวานทำเองอีกต่างหาก จินเห็นรูปร่างโปร่งบางของจุนโนะแล้วก็นึกแปลกใจที่ทำไมเจ้าเด็กคนนี้ถึงไม่อ้วนเลย.... แต่กลับตรงกันข้าม ทรวดทรงองค์เอวอ้อนแอ้น บางจนน่าทนุถนอม
ยามจะต้องจากกัน จินรู้สึกดีใจที่จุนโนะเดินมาส่งเขาที่รถ สองหนุ่มยังคงคุยกันอย่างถูกคอ และยิ่งคุยกันมากขึ้นเท่าไร ดูเหมือนจุนโนะจะเปิดใจให้เขามากขึ้นเท่านั้น......... แต่จินไม่ค่อยชอบใจนักยามที่เด็กหนุ่มเอ่ยถึงยูอิจิ
...เพราะน้ำเสียงที่พูดถึงเพื่อนของเขานั้น มันฟังแล้วรู้สึกว่า ชายคนนั้นเป็นที่หนึ่งในใจของหนุ่มน้อยคนนี้จริงๆ ...มันมาก...อาจจะมากเกินกว่าที่เขาจะเข้าไปแทรกได้

จินขับรถมาถึงที่ที่เขาเคยหยุดรถและเห็นโคยาม่าและพรรคพวกทำร้ายจุนโนะ.....ใต้ต้นซากุระริมทางรถไฟนั่น... ที่ที่เขาสัมผัสจุนโนะครั้งแรก ด้วยความลืมตัวและเผลอใจ .... ถ้าเหตุการณ์นั้นมันจะไม่เกิดขึ้น... ถ้าเขาไม่ทิ้งรอยแห่งความร้าวรานใจให้กับจุนโนะ ...เขาคงจะมองหน้าจุนโนะได้อย่างสง่าผ่าเผย คงได้ชื่อว่าผู้ปกป้องจุนโนะให้พ้นจากความเจ็บช้ำทั้งปวงก็เป็นได้ แต่นี่.........
เขาอยากจะย้อนเวลากลับไปเหลือเกิน ถ้าเป็นไปได้ แทนที่เขาจะเหยียบย่ำจุนโนะ เขาอยากจะช้อนร่างนั้นไว้ในอ้อมแขน แล้วปลุกปลอบให้จุนโนะคลายความหวาดกลัว.....
.....แต่ว่า.....มันคงเป็นไปตามที่คิดไม่ได้แล้ว....
.........เฮ้อ.......
จินถอนหายใจยาว มือสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกง เขาก้มลงเก็บดอกซากุระสีชมพูที่นอนแนบถนนขึ้นมา ดอกของมันชอกช้ำและเพียงแตะกลีบนิดเดียวมันก็หลุดร่วงออกจากกัน
.........บอบบาง......
บอบบางจริงๆ .....เหมือน......เหมือน.....เด็กคนนั้น......


จินสลัดภาพของต้นไม้ในที่เกิดเหตุออกไป เขาเมินไปจากที่นั่น ราวกับไม่อยากจะเห็นภาพในอดีต แต่เมื่อหลับตาลงทีไร ภาพของเขากับจุนโนะก็วนเวียนเข้ามาจนได้
จินส่ายหน้าช้าๆ เขาเห็นแสงไฟหน้ารถคันหนึ่งกำลังวิ่งเข้ามาในซอย .......รถคันนั้นชะลอความเร็วและจอดลงที่ฝั่งตรงกันข้ามกับเขา เมื่อคนขับเปิดประตูออกมา ........ยูอิจิ นั่นเอง
“ไง จิน..มาหาฉันเหรอ?” ยูอิจิร้องทัก
“เอ้อ....ฮื่อ.....ไม่เจอนายก็เลยจะกลับ”
“มีอะไรวะ ดึกดื่น ไปมั้ย? กลับเข้าบ้านกัน”
“ไม่ล่ะยูอิจิ ดึกแล้ว ฉันกลับดีกว่า” จินยิ้มแหยๆ เห็นเพื่อนอารมณ์ดีผิดปกติ
“แล้วนายไปไหนมาล่ะ กลับเอาป่านนี้ ฉันเห็นออกจากมหา’ ลัยพร้อมกัน” จินตั้งคำถาม
ยูอิจิจึงเดินข้ามถนนมาหา มือสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกง แล้วก็หันมาอมยิ้ม
“ฉันไปเจอของเด็ดมาว่ะ...เพื่อนของจุนโนะไง นายคงไม่รู้จักหรอก นี่ก็ไปส่งมา”
“เพื่อนของจุนโนะ...จุนโนะของนายน่ะเหรอ?”
“อือ....เด็กนั่นน่ะน่ารักนะ ใสซื่อ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์จนอยากจะฟัน” ยูอิจิพูดหน้าตาเฉยจนจินสะอึก
“บ้าน่ายูอิจิ.....”
“โฮ้ย....ไอ้จิน ....เด็กสมัยนี้ป้อเข้าหน่อย พาไปเที่ยวนิด ซื้อของให้หน่อยก็เสร็จ... “
“แล้วจุนโนะรู้หรือเปล่า ว่านายคิดอะไรกับเพื่อนของเขา” จินถามกลับ
“ช่างหัวปะไร...คาเมะก็คือคาเมะ จุนโนะก็คือจุนโนะ คนละคนกัน แล้วฉันก็ไม่แคร์ด้วยว่าเจ้าเด็กนั่นมันจะรู้สึกอย่างไร จุนโนะไม่เกี่ยว”
“คาเมะ.......นายว่าเด็กคนนั้นชื่อคาเมะเหรอ?” จินเลิกคิ้วถาม นึกหวั่นใจว่าสงสัยจะเป็นเด็กหนุ่มหน้าสวย คนที่จุนโนะหอบหิ้วไปนั่งชมซากุระบานในวันนั้นด้วยกัน
“ใช่...เต่าน้อยที่สุดแสนจะน่าเจี๊ยะคนนั้น...เสียดายว่ะเมื่อกี้ไม่ได้แอ้ม แต่ไม่เป็นไรง่ะ มีเด็กอยู่ในบ้านคอยระบายความเครียดอย่างจุนโนะทั้งคน คงแก้ขัดได้ ฉันจะไปล่ะเดี๋ยวจุนโนะจะนอนซะก่อน” ยูอิจิโบกมือให้จิน ท่าทางเร่งร้อนจะไปให้ถึงบ้านตัวเองเสียโดยเร็ว
จินกังวล แน่นอน ที่เพื่อนของเขาพูดเมื่อสักครู่

..............มีเด็กอยู่ในบ้านคอยระบายความเครียดอย่างจุนโนะทั้งคน คงแก้ขัดได้ ................

“อ๊ะ......??” จินใจหายวาบ เขารีบโทร. เข้ามือถือของจุนโนะทันที
เมื่อปลายสายรับเสียง จินก็โล่งใจ
เสียงใสๆ ของจุนโนะนั้นบอกอาการงงเต็มที่เมื่อชายหนุ่มบอกว่า
“วันนี้อย่าออกไปบ้านใหญ่ได้มั้ย?”
“เอ๋?? ทำไมง่ะฮะ”
“เถอะน่า.....ขอนะ ขอสักวัน....จุนโนะนอนอยู่ที่บ้าน อย่าออกไปหายูอิจิเลยนะ รายนั้นน่ะ เอ้อ.....” จินพยายามอธิบาย แต่ก็ไม่รู้จะหาเหตุอะไรมาอ้าง จุนโนะเงียบไปพักหนึ่งก็หัวเราะออกมาทางโทรศัพท์
“จินอยู่ระหว่างทางกลับบ้านหรือไงฮะ?”
“เอ้อ....ยังอยู่ในซอยบ้านนายอยู่เลย สวนกับยูอิจิเมื่อกี้ เขากำลังจะเรียกนายไปปรนนิบัติ ฉันไม่อยากให้นายไปที่นั่น....”
“อือ....คุณหนูกลับมาแล้ว......กลับมาแล้วเหรอ?” เสียงของจุนโนะกระตือรือร้นขึ้น จนจินใจแป้ว ที่เขาขอร้องเมื่อสักครู่ดูเหมือนจะถูกลืมเลือนเสียแล้ว เมื่อยูอิจิกลับบ้าน คนที่ดีใจก็คงจะพ้นจุนโนะสุเกะคนนี้ละมัง
“จิน....คุณจิน....รู้สึกคุณยูอิจิจะมายืนเรียกอยู่หน้าบ้าน ผมคงต้องไปแล้วล่ะครับ...ราตรีสวัสดิ์ฮะ...”
แล้วจุนโนะก็วางสาย

จินถอนหายใจอย่างห่อเหี่ยว จุนโนะคงจะดีใจจนไม่สนใจคำเตือนของเขาเลย
เปิดประตูรถเข้าไปนั่งซังกะตาย เอาคางเกยพวงมาลัยรถแล้วเหม่อมองไปที่ทางรถไฟเบื้องล่าง พลางนึกในใจว่า นี่เขามานั่งทำอะไรไม่ได้เรื่องอยู่ตรงนี้นะ ทำไมไม่กลับบ้าน ไปพักผ่อนให้เต็มที่ เขาจะมากังวลถึงจุนโนะทำไมกัน ในเมื่อเด็กคนนั้นไม่เคยมีเขาอยู่ในหัวสมองเลย นอกจากผู้ชายคนนั้น....ยูอิจิ......
......................................

จุนโนะเดินตามยูอิจิเข้ามาในห้องนอนของชายหนุ่ม พอมาถึงเขาก็นั่งเอี้ยมเฟี๊ยมรอดูว่าเจ้านายจะสั่งให้ทำอะไร
สักพัก...ยูอิจิออกมาจากห้องน้ำ ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแต่เสื้อคลุมตัวเดียว ผมลู่ลีบเพราะเพิ่งสระมาหมาดๆ หน้าตาแจ่มใสที่มองจุนโนะทำให้เด็กหนุ่มขยับตัว เอื้อมมาหยิบผ้าขนหนูมาถือไว้ เตรียมเช็ดผมที่เปียกของเจ้านาย
และในระหว่างนั้น ยูอิจิแหงนหน้ามองจุนโนะและก็หรี่ตา....
“จุนโนะ.....เพื่อนของนายที่ชื่อคาเมะน่ะ.....ช่วยติดต่อให้หน่อยได้มั้ย.....” ยูอิจิพูดแบบไม่ต้องคำนึงถึงจิตใจใคร มือที่กำลังเช็ดผมให้เขาชะงักค้าง เจ้าของมือเอ่ยถามตะกุกตะกักขึ้นมาทันที
“คะ...คาเมะ...คาเมะน่ะหรือครับ?”
“ก็ใช่น่ะซิ ฉันชอบเพื่อนนาย และก็อยากให้นายช่วยเหลือหน่อย” ชายหนุ่มยอมรับอย่างสบายๆ ถ้าเขาจะหันมาดูจุนโนะสักหน่อย ก็จะได้เห็นใบหน้าหวานระบายด้วยความเศร้าออกมาอย่างเต็มที่
“ฉันขอข้อมูลคาเมะหน่อย เดี๋ยวกลับบ้านไปนี่ ไปจดรายละเอียดให้หมด ประวัติส่วนตัวทั้งหลายแหล่ ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ฉันจะทำคะแนนซะหน่อย...”
“คาเมะเขาจะยอมหรือครับ?”
“ฉันไม่สนใจหรอกเรื่องนั้น นายจดมาก็แล้วกัน”
“แต่ถ้าคาเมะรู้......”
“เอ๊ะ!! จุนโนะ!! นายจะขัดคำสั่งของฉันหรือไง...ฉันบอกให้ทำอะไรก็ต้องทำเด่ะ อย่าโอ้เอ้ น่ารำคาญได้มั้ย!!” ยูอิจิปัดมือของจุนโนะและผ้าขนหนูออก ผลักเด็กหนุ่มเซไปสองสามก้าว เขากระชับเสื้อคลุมให้เข้าที่ มองจุนโนะแบบเคืองใจ เห็นร่างโปร่งเก็บผ้าขนหนูลงตะกร้า และกำลังเตรียมจะออกจากห้อง ชายหนุ่มจึงเข้าไปจับไหล่จุนโนะให้หันมา
“จะไปไหน?”
“ไปทำตามที่สั่งครับ” น้ำเสียงเจือประชดของร่างบางทำให้ยูอิจิหัวเราะแค่นๆ เขากระชากร่างบางเข้าหาตัว มือซ้อนที่ท้ายทอยของเด็กหนุ่ม กระชับไว้มั่นและบดขยี้กลีบปากบางเหมือนเป็นการลงโทษ

จุนโนะแทบจะอ่อนเปลี้ย ก็จุมพิตนั้นไม่ได้เกิดจากความพอใจเลยสักนิด ไม่มีความอ่อนโยนแบบเมื่อก่อนเลย ยูอิจิบุ่มบ่ามเอาแต่ใจ และกำลังทำให้เขาเจ็บ ทั้งเจ็บกายและเจ็บใจ
“อึก.........อึก.......” จุนโนะครางเสียงอู้อี้เมื่อเริ่มจะทนไม่ไหว ทั้งรอยกดของนิ้วมือหลังต้นคอและริมฝีปากที่ช้ำบวม
“ฮึ....!!” ยูอิจิผลักจุนโนะออกห่างเล็กน้อย เมื่อจุนโนะก้มหน้านิ่ง น้ำตาคลอ เขาก็สะใจ และไม่ยอมปล่อยให้จุนโนะกลับออกไปง่ายๆ

เมื่อค่ำมีแรงกระตุ้นจากการอยากครอบครองคาเมะมาแล้ว หวังว่าจะให้เด็กในบ้านดับความเร่าร้อนนั้น และบัดนี้ ลูกกวางตัวน้อยก็กำลังยืนสั่นให้เขาเข้าขย้ำอยู่นี่แล้ว
“ไปนอนที่เตียง!!” นี่คือคำสั่งจากปากเกรี้ยวกราดของเจ้านายหนุ่ม
จุนโนะยืนเฉย เขาเงยหน้ามอง รู้ดีว่ายูอิจิต้องการอะไร เขาเห็นความอยาก...เต้นเร่าอยู่ในดวงตาคู่นั้น
“บอกให้ไปที่เตียงไงเล่า ยืนเซ่อหาอะไรอยู่??!!” ยูอิจิตะคอกซ้ำ แต่แทนที่จุนโนะจะก้าวเข้าหาเตียง เด็กหนุ่มกลับก้าวถอยหลังจนเกือบจะถึงประตูห้อง
แต่มือใหญ่กระชากทีเดียวก็เหวี่ยงร่างของเขาล้มลงบนเตียง
“เดี๋ยวนี้หัดดื้อแล้วนะเรา...ถ้าไม่สอนให้จำก็จะดื้อแบบนี้ต่อไปอีก
”
จุนโนะไม่มีโอกาสตอบโต้ถ้อยคำเหล่านั้น เมื่อยูอิจิโถมร่างมาบนตัวเขา ทั้งเนื้อทั้งตัวเจ็บร้าวไปหมด เมื่อเสื้อผ้าถูกกระชากออกจากตัว ตามติดด้วยเสื้อคลุมของคนคุกคาม ใบหน้าของยูอิจิฝังที่ซอกคอหอมกรุ่นของเด็กหนุ่ม จูบไล่ไซร้ดะไปเรื่อยๆ จนทั่วตัว สองมือใหญ่ก็เคล้นคลึงทุกส่วนสัดจนจุนโนะแทบคราง ความรู้สึกแบบเคยๆ เริ่มมามีอิทธิพลเหนือจิตใจ ทั้งที่อยากจะร้องว่า เขาไม่ต้องการการทำรักที่เอาแต่ใจแบบนี้ แต่กายกลับตอบสนองตามทุกท่วงท่า แต่กระนั้นก็ไม่ได้รับความอ่อนโยนจากการกระทำนั้นเลย
“ฮึก.....จ....เจ็บฮะ....คุณหนู...ผมเจ็บ.....โอ้ย.......” จุนโนะสะดุ้งเฮือกเมื่อเรือนกายถูกกระแทกกระทั้นอย่างแรง ยูอิจิขยับกายอยู่เหนือร่างของเขา สีหน้าแสดงความเร่าร้อนนั้นทำให้เด็กหนุ่มไม่อยากมอง
.....หลับตาลงซะ...ดวงตาของยูอิจิคู่นั้นไม่มีความรักให้เลยสักนิด........

สิ่งที่เขาไม่อาจขัดขืนได้ก็คือความต้องการของยูอิจิ และบวกกับความรักที่เขามีให้เจ้านายคนนี้มีอยู่เต็มเปี่ยม ทำให้จุนโนะหมดแรงผลักไส มือสองข้างสัมผัสร่างกายของชายหนุ่มเบื้องบนด้วยความอ่อนโยนแม้ว่าเขาจะไม่มีโอกาสได้รับความอ่อนโยนใดๆ กลับคืนมาเลย
มือของยูอิจิยังคงเคล้นผิวกายของเขาอย่างเมามัน เมื่อเกิดความต้องการกระหน่ำทำรักบนร่างบาง จนท้ายสุดก็เปล่งเสียงครวญครางออกมาอย่างสุดกลั้น ยูอิจิกายสั่นสะท้านและมีความสุขแต่เพียงลำพัง ทอดทิ้งให้จุนโนะสุเกะนอนหอบหายใจอ่อนระทวย ตาค้างมองเพดานห้องอย่างไร้จุดหมาย เพราะกายไม่ได้มีความสุขตามไปด้วย และนอกจากนี้แล้ว......... สิ่งที่บั่นทอนหัวใจอย่างเช่นทุกครั้งหลังเสร็จกิจของยูอิจินั่นก็คือ
ร่างที่พลิกนอนหงาย ไม่ได้สนใจที่จะหันมากกกอดคนที่ทำให้มีความสุขเลยสักนิดเดียว ยูอิจิโบกมือไปมากลางอากาศ ขณะที่พูดออกมาด้วยเสียงปนหอบว่า
“ไปจดรายละเอียดของคาเมะมาให้เสร็จในคืนนี้”
ร่างบางยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติง น้ำตาอุ่นจัดไหลลงจากหางตาลงสู่หมอนที่หนุน .....พยายามจะขยับกายที่บอบช้ำแต่ก็ยากแสนยากจริงๆ จุนโนะเท้าแขนกับที่นอน ยันตัวเองให้ลุก เสียงอุทานเพราะความเจ็บเรือนกายดังออกมาเบาแสนเบา และนั่นทำให้ยูอิจิหันมามอง เมื่อเห็นน้ำตากลบดวงตาของเด็กหนุ่มเข้า เขาก็เม้มริมฝีปาก ความอ่อนไหวเริ่มเกิดขึ้น
“เจ็บเหรอ?” เขาถาม
จุนโนะส่ายหน้าปฏิเสธ แต่ก็นิ่วหน้าเมื่อเริ่มใส่เสื้อผ้าด้วยความยากลำบาก
“ขอโทษละกัน... คืนนี้ทำแรงไปหน่อย...กลับเองได้มั้ย หรือจะให้ไปส่ง?” ยูอิจิเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสภาพของจุนโนะ

.....ส่ายหน้าอีกครั้งกับความเอื้อเฟื้อที่น้อยครั้งนักจะได้ยิน จุนโนะโผเผลุกเดินไปจนได้ รู้สึกใจชื้นขึ้นเมื่อเห็นยูอิจิเดินตามมาฉวยเอวของเขาไว้จากทางเบื้องหลัง ชายหนุ่มฝังหน้าลงที่ซอกคอที่มีรอยแดงเป็นปื้นจากการกระทำของเขา
เสียงงึมงำจากคนเบื้องหลังดังพอจับใจความได้ว่า
“คืนนี้ยังไม่ต้องเขียนก็ได้ ... เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยทำ”
“ครับ.......คุณ.....” จุนโนะพยักหน้า เขาเดินแทบไม่เห็นทางกลับบ้าน

.....คาเมะ....ในที่สุดยูอิจิก็ต้องการคาเมะ แล้วเพื่อนของเขาล่ะ จะใจตรงกันหรือเปล่า แต่เท่าที่คุยกัน ดูท่าเพื่อนของเขาคนนี้จะติดตาพึงใจในตัวของเจ้านายคนนี้อยู่ไม่น้อย.....
และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง .... หากคาเมะตกเป็นของยูอิจิแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป ...

......ยูอิจิจะทำกับคาเมะเหมือนที่ทำกับเขาหรือเปล่า...... จะทำให้ช้ำตัวและช้ำใจหรือไม่........
ใจหนึ่งนั้นแสนเจ็บ ... เขาหรือจงรักภักดีมาตลอด แต่ยูอิจิกลับมองข้ามไป ....
ส่วนคาเมะนั้นเล่า... กลัวเหลือเกินว่าจะตกเป็นเหยี่อสวาทของชายหนุ่ม
อยากจะรู้จริงๆ ว่า.... ในใจของคนคนนั้น จะมีความจริงใจ และรักจริงให้กับใครบ้างมั้ยนะ........

..........................

Turu.........turu........

เสียงเรียกเข้าจากมือถือดังขึ้นพอดีเมื่อเขากลับถึงห้อง หน้าจอโชว์เบอร์จากจิน
....อะกานิชิ จิน.......
คนที่เตือนเขาเมื่อกี้นี้ว่า อย่าขึ้นไปบนบ้านใหญ่ ถ้าเขาเชื่อจิน และอยู่แต่ในห้องซะ ก็คงไม่บอบช้ำถึงขนาดนี้
จุนโนะยกโทรศัพท์แนบหู เสียงของจินดังขึ้นอย่างเร่งร้อนว่า
“จุนโนะสุเกะ.....”
“ครับ....” จุนโนะตอบรับด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน จินอึ้งไปนิดหนึ่ง และก็กรอกเสียงลงไป
“ฉันเรียกเข้าหลายครั้งเลย นึกว่านอนแล้วเสียอีก”
“ผม.....ยังไม่นอน....”
“จุนโนะ....เสียงนาย...ไม่สบายหรือเปล่า?” เสียงถามด้วยความห่วงใย ทำให้จุนโนะน้ำตาซึม มือที่ถือโทรศัพท์กำแน่น
“นิดหน่อยครับ.....”
“นายไปที่บ้านใหญ่มาใช่มั้ย?” จินถาม ทำเอาคนฟังสะอึก ถ้าบอกไป จินคงหัวเราะเยาะแน่ๆ เลย เพราะเตือนแล้วเตือนอีก
“ว่าไงจุนโนะ....?” จินถามซ้ำ
“ครับ...ผมไปมาแล้ว....” จุนโนะยอมรับแต่โดยดี
จินเงียบไปเป็นครู่.....ก็ได้ยินเสียงจุนโนะพูดต่อ
“ผมไปหาเขามาเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว.....”
“อืมม....” จินครางเสียงแผ่ว ไปหาเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว แล้วไอ้สองชั่วโมงที่ว่าน่ะ อยู่ทำอะไรล่ะ

จินอยากจะถามออกไปตรงๆ ว่า โดนยูอิจิรังแกด้วยหรือเปล่า....แต่เขาก็กลัวที่จะถามแบบนั้น .... เขาไม่มีสิทธิ์อะไรที่จะถาม... ในตอนนี้ เขาไม่มีสิทธิ์จริงๆ
“คุณจิน....... เขาอยากได้คาเมะ...เขาชอบเพื่อนของผม...” จุนโนะโพล่งออกมา
“แล้วนาย....”
“ผมจะทำอะไรได้ คนอย่างผมน่ะ ทำอะไรไม่ได้หรอกครับ....”
“จุนโนะ....พรุ่งนี้เช้ารออยู่ที่บ้านได้มั้ย ฉันจะไปรับ” จินรีบพูด เมื่อเสียงจากจุนโนะเริ่มจะสั่นเครือ ความจริงเขาอยากจะแล่นไปหาซะเดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำ
“ไม่ต้องหรอกฮะ”
“อย่าปฏิเสธ ฉันขอร้อง.... บางทีถ้าเราช่วยกัน คาเมะอาจจะรอดจากเงื้อมือของยูอิจิได้ ...”
“อือ....อย่างงั้นหรือฮะ?” จุนโนะเริ่มลังเล จินก็เริ่มบอกซ้ำไปอีกว่า
“ใช่...ช่วยกันแก้ปัญหากันสองคนดีกว่าจะคิดให้ปวดหมองคนเดียว ....นะ...รออยู่แล้วกัน จะไปรับแต่เช้าเลย”
“ครับ....ผมจะรอ.....”
เสียงปลายสายตัดไปแล้ว จุนโนะนั่งแหมะที่ขอบเตียง
จินจะมารับ..... จะมาเป็นเพื่อนช่วยคิด .... อย่างน้อยมีจินเข้ามาในชีวิตก็ยังดีกว่าที่จะอยู่ตัวคนเดียวไม่ใช่หรือ และดูท่าทางจินก็เป็นคนดีนี่นะ.....คงไม่ร้ายกาจเท่ายูอิจิของเขาหรอกน่า......

....เอ...นี่เขาเห็นคุณหนูผู้เป็นที่รักร้ายกาจไปตั้งแต่เมื่อไรกันนะ

************************

เช้าวันรุ่งขึ้น
จุนโนะแต่งตัวออกจากบ้านตามเวลาปกติ ก่อนออกจากบ้านก็รับรู้มาจากแม่ของเขาว่า คุณหนูยูอิจิรีบร้อนออกไปตั้งแต่เช้า ซึ่งถือว่าผิดเวลา จุนโนะพยักหน้ารับทราบ และก็เดินไปเรียนตามเคย ในใจนึกไปว่า จินจะมารับเขาจริงหรือเปล่า.....
เมื่อเดินมาได้ไม่เท่าไร เขาก็เห็นรถของจินจอดนิ่งสนิทรอคอยการมาของเขา ร่างสูงของเจ้าของรถยืนกอดอกส่งยิ้มยามเช้ามาให้
“อรุณสวัสดิ์จุนโนะ...” จินร้องทักทาย เขารีบเดินอ้อมมาเปิดประตูรถให้จุนโนะ ซึ่งฝ่ายนั้นก็ยินยอมเป็นอย่างดี
..แสงแดดยามรุ่งอรุณส่องลอดดอกซากุระเบื้องบนลงกระทบกระจกหน้ารถ สะท้อนให้เห็นถึงเงาของมันได้เป็นอย่างดี จินกวาดกลีบดอกที่ร่วงหล่นมาออกจากกระจก ก็เลยเห็นใบหน้าหวานเฉียบของจุนโนะมองมาจากด้านใน ชายหนุ่มอมยิ้ม รีบเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ
“ ...ไม่คิดเลยว่าคุณจะมารับผมจริงๆ” จุนโนะยิ้มหวานให้ ทำให้จินมองตาปรอย เขามองเด็กหนุ่มในเสื้อนักเรียนสีขาวแขนสั้นด้วยความชื่นชม แต่เมื่อพิจารณาจริงๆ แล้ว วันนี้จุนโนะไม่ได้สดใสอย่างที่เคย แววตาเหมือนมีร่องรอยแห่งความเศร้าเจือปนอยู่ ขอบตาดำคล้ำเหมือนคนไม่ได้นอนเต็มที่ แต่กระนั้นก็ยังทอแววหวานไม่มีขาดหาย
สายตาซุกซอนของจิน ไล้ไปทั่วดวงหน้าเรียว และมาหยุดนิ่งที่ลำคอระหงที่บัดนี้ จินได้เห็นรอยแดงเป็นจ้ำๆ โผล่พ้นคอเสื้อเหนือเนินอก......รอยจูบ....ไม่ซิ....น่าจะเรียกว่ารอยขย้ำมากกว่า.....
เมื่อวานยังไม่มีเลย.... แต่ว่าเช้านี้......
“เฮ้อ.........” จินกัดริมฝีปากตัวเองจนเจ็บ โดยมีจุนโนะสุเกะนั่งทำหน้าฉงนอยู่ข้างๆ
“เป็นอะไรหรือฮะ ถอนใจทำไม?” จุนโนะเอียงคอถาม และการเอียงคอนั่นก็ยิ่งทำให้ร่องรอยต่างๆ ปรากฏให้เห็นมากยิ่งขึ้น ชายหนุ่มเอื้อมมือไปดึงปกคอเสื้อเชิ้ตของจุนโนะให้รวบเข้าหากัน เมื่อจุนโนะเลิกคิ้ว จินก็เลยชี้ไปที่ซอกคอของตัวต้นเรื่อง
“รอยนั่นน่ะ....ปิดซะมั่งก็ได้”
“รอย??? อ๊ะ???” จุนโนะหน้าแดงเข้ม เขารวบคอเสื้อมาชิดกัน แล้วก็ก้มหน้างุด
ขณะนั้นจินสตาร์ตรถและขับออกไปอย่างเร็ว เขาไม่ได้พูดอะไรอีก ต่างคนต่างเงียบ จุนโนะเท่านั้นที่คอยชำเลืองมองคนขับ เห็นใบหน้าเครียดจัด ปากเม้มเป็นเส้นตรง และดวงตาที่จับบนท้องถนนเบื้องหน้านั่นก็แน่วแน่จนจุนโนะเริ่มอึดอัด
“คุณจินไม่พอใจผมเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?”
“เปล่า.....” เสียงตอบกลับมาด้วยข้อความสั้นๆ แต่เมื่อเหลือบตามอง ก็เห็นจุนโนะนั่งมองหน้าเขาตาแป๋ว จินอยากจะโขลกหัวกับพวงมาลัยรถให้รู้แล้วรู้รอดจริงๆ .....

.....นี่เขากำลังหึงเจ้าเด็กคนนี้กับยูอิจิอย่างเป็นบ้าเป็นหลังงั้นหรือ.....
เมื่อรู้ว่า จุนโนะกับยูอิจิมีอะไรกันเมื่อคืนนี้อีกแล้ว.......

“เมื่อคืน...นายกับยูอิจิ...เอ้อ.....” จินพูดยังไม่ทันจบประโยค ฝ่ายที่รอฟังอยู่แล้วก็พยักหน้ารับคำทันที
“ครับ....สิ่งที่คุณคิดน่ะ ถูกแล้ว....รอยบนคอนั่น คุณยูอิจิเป็นคนทำ...”
“อือ.....จริงซิ ฉันก็น่าจะรู้นะ ไม่น่าถามเลย..”
“ครับ......ไม่น่าถาม”
“จุนโนะสุเกะ!!” จินคำรามในลำคอ ความขุ่นเคืองใจเกิดขึ้นอีกแล้ว เสียงรับคำของจุนโนะฟังดูง่ายๆ และไม่แคร์ แต่ความจริงมันเป็นน้ำเสียงแห่งการประชดประชันต่างหาก
เป็นการตอกย้ำให้จินรู้ว่า ไม่ควรถามเรื่องส่วนตัวของจุนโนะสุเกะ... และยิ่งเขาทำท่าว่าอยากจะรู้ จุนโนะก็เลยสนองความต้องการของเขาโดยการเล่าประชดซะ
จินหยุดถาม เพราะกลัวว่าจุนโนะจะเป็นคนเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนให้เขาฟัง .....ซึ่งนั่นก็น่าจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาอยากจะฟัง

*****************************

คาเมะกอดกระเป๋านักเรียนไว้แนบอก มองซ้ายขวาอย่างดีแล้ว ก็รีบจ้ำอ้าวเดินไม่เหลียวหลังไปโรงเรียน
ทั้งๆ ที่ยูอิจิบอกเอาไว้ว่าจะมารับ แต่ใครจะอยู่รอ ท่าทางน่ากลัวแบบนั้นน่ะ แม้ว่าเขาจะหัวใจเต้นตึกตักตลอดเวลาเมื่อเจอหน้าชายหนุ่มคนนั้น แต่คาเมะก็ยังไม่ค่อยกล้าอยู่ดี ก็เหตุการณ์เมื่อคืนที่ถูกยูอิจิปล้ำจูบในรถน่ะ ยังลอยวนเวียนให้เขานอนเก็บไปฝันเลยว่า

..วิ่งหนียักษ์รูปหล่อตนหนึ่งอยู่ในป่าละเมาะ วิ่งไปวิ่งมาก็ตกอยู่ในอ้อมแขนของยักษ์ตนนั้นจนได้ เมื่อพิจารณาให้ดี ยักษ์ที่จับเขาไว้ในวงแขนนั้นก็คือ .....นากามารุ ยูอิจิ นั่นเอง
คาเมะทำคอย่นเมื่อนึกถึงยักษ์ยูอิจิ ในฝันนั้นได้จูบจากยักษ์ด้วยล่ะ

........ปรื๊น.....ปรื๊น.....

คาเมะสะดุ้งทั้งตัวจนกระเป๋าแทบหล่นลงพื้น เสียงแตรรถที่ดังข้างหลังทำให้เขารีบหลบตัวเองเข้าข้างทางโดยอัตโนมัติ แต่พอหันไปมองก็ต้องอึ้ง

......ให้ตายเถอะ นี่ขนาดเขาออกมาก่อนเวลานะเนี่ย ยูอิจิยังตามมาจนได้.......

 

***************************

to be con

comment ที่นี่จ้า...

Hosted by www.Geocities.ws

1