
TEAR of LOVE
Vol 6
***************************
ยูอิจิขับรถผ่านย่านจอแจในใจกลางเมืองแล้วมุ่งหน้าสู่ทางแยกที่จะนำไปสู่ชายทะเล
คาเมะเหลือบมองคนขับด้วยสายตาตื่นๆ เมื่อเห็นรถออกนอกเส้นทาง
นี่ไม่ใช่ทางไปบ้านผมนี่ครับ
ไม่ใช่หรอก จะรีบกลับบ้านทำไมกัน ไปเที่ยวก่อนสักชั่วโมงสองชั่วโมงดีกว่านะ เสียงคนขับชวน
น้ำเสียงเนิบๆ แบบผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก
เอ้อ..จะดีเหรอฮะ? คาเมะขยับตัวอย่างอึดอัด ไม่เข้าใจตัวเองว่า ทำไมถึงไม่กลับไปกับจุนโนะ
... ทำไมถึงได้โอ้เอ้อยู่หน้าโรงเรียน ราวกับจะรอการมาของใครสักคนที่สัญญากับเขาว่าจะมารับ......และทำไมถึงยอมขึ้นรถมากับเจ้านายของจุนโนะได้ง่ายๆ
แบบนี้นะ
กำลังคิดอะไรอยู่เอ่ย? ยูอิจิถาม
คิด....คิดซิฮะ...คิดว่า ทำไมผมถึงต้องมากับคุณด้วย?
ก็เพราะหัวใจของนายเรียกร้องไงล่ะ
คำบอกนั้นทำให้หนุ่มน้อยสะอึก หัวใจเต้นตีกตัก .....เสียงพึมพำออกมาจากปากบางว่า
จะเป็นไปได้อย่างไร....... คาเมะหน้าร้อนซู่ เมื่อยูอิจิละมือข้างหนึ่งจากพวงมาลัยรถมาจับมือของคาเมะมากุมไว้
ทันได้รับรู้ว่า มือนั้นเย็นเฉียบ แต่เพียงชั่วเดี๋ยวเดียวคาเมะก็ดึงมือกลับ เขาเมินใบหน้าแดงซ่านไปนอกหน้าต่างรถ
ยูอิจิปรับหลังคาอัตโนมัติลงให้เป็นรถเปิดประทุน ลมเย็นกรรโชกแรงจนเส้นผมอ่อนสลวยของคาเมะปลิวไสวไปตามแรงลม
ความเร็วของรถเริ่มช้าลง เมื่อได้กลิ่นทะเลโชยมา
ฮ้า...สบายดีจัง... ฉันอยู่กับนายได้ทั้งวันเลยนะ ถ้าสบายใจแบบนี้ ยูอิจิร้องขึ้นขณะสอดส่ายสายตาหาบริเวณที่เหมาะๆ
เหรอฮะ....แต่ผมคงอยู่กับคุณไม่ได้ทั้งวันหรอก การบ้านก็มี รายงานก็ต้องทำ หนังสือสอบกลางภาคก็ต้องอ่านด้วย
คาเมะพูดประสาซื่อซึ่งก็เรียกเสียงหัวเราะอย่างเอ็นดูจากยูอิจิได้ ชายหนุ่มจอดรถที่บริเวณเขตสวนป่าสนเมื่อมาถึงบริเวณชายทะเล
คนเยอะนะฮะ นั่งอยู่แถวนี้ดีกว่า คาเมะแนะนำ เขาเผยอตัวขึ้นนั่งบนพนักเบาะ เสยผมยาวไปทางด้านหลัง
ปล่อยให้สายลมเย็นพัดให้กายชื่นฉ่ำ ยูอิจิเดินมาหยุดข้างรถ เขาชะโงกมาหาคาเมะ เอื้อมมือทัดผมให้แล้วยื่นหน้าบอกว่า
มากับฉันแล้ว ไม่ให้นั่งเฉยๆ หรอกนะ จะพาไปหาของอร่อยๆ ทาน.....ที่นั่นไง.....
ชายหนุ่มชี้ไปที่ร้านอาหารริมทะเล ซึ่งมีถนนเล็กๆ ขวางกั้นระหว่างชายทะเลกับหน้าร้านแห่งนั้น
หิวหรือยัง? ยูอิจิถาม
นิดหน่อยฮะ.. คาเมะรับสารภาพ ท้องไส้เริ่มเบาโหวง ดูเหมือนจะได้กลิ่นของย่างๆ
โชยเข้ามาแตะจมูก
ไปกันเถอะ ดูหน้าก็รู้แล้วว่าหิว ยูอิจิแตะหลังมือเด็กหนุ่ม ดึงออกมาจากรถจนได้
ร่างสูงกว่าดูราวกับจะข่มหนุ่มน้อยในชุดนักเรียนให้เล็กลง ชุดไปรเวทที่ยูอิจิใส่มองปราดเดียวก็รู้ว่าราคาแพงขนาดไหน
มือข้างหนึ่งของชายหนุ่มยังคงกุมมือน้อยของคาเมะเอาไว้ไม่ยอมปล่อย แม้ว่าจะพากันเดินเข้ามาในร้านอาหารแล้ว......
มันเป็นร้านแบบเปิดโล่ง ด้านในเป็นที่ลับตาคน แต่ด้านนอกมีโต๊ะอาหารขนาดสองที่ตั้งอยู่ริมระเบียงไม้ระแนงซึ่งทาสีขาว
แต่งด้วยเปลือกหอยสีสวย ยูอิจิเลือกที่นั่น สำหรับครั้งแรกของเขากับคาเมะ คงยังไม่มีอะไรลับๆ
หรอกนะ เอาไว้รอให้ถึงเวลาเสียก่อน ค่อยพาไปนั่งจู๋จี๋ด้านใน
บริกรท่าทางทะมัดทะแมงจำยูอิจิได้ เพราะเคยเห็นชายหนุ่มมาทานอาหารบ่อย แต่กับหนุ่มน้อยหน้าสวยร่างเล็กคนนี้
เขาเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก ทุกทีเห็นมากับหนุ่มหน้าหวานร่างสูงโปร่ง มาแล้วก็ตบท้ายอาหารค่ำด้วยการค้างแรมที่บังกะโลหลังย่อมซึ่งอยู่ถัดจากร้านอาหารเข้าไปด้านใน
ยูอิจิจะค้างหนึ่งคืน และจะกลับมาที่นี่ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า
รับอาหารแล้ว เพิ่มบังกะโลด้วยมั้ยครับ? เจ้าหนุ่มคนนั้นรู้งาน ถามแบบเคย แต่คราวนี้กลับได้คำตอบจากยูอิจิเป็นใบหน้าบึ้งตึงและแววตาที่ไม่พอใจนัก
ยูอิจิส่ายหน้า และบอกว่าวันนี้กินอาหารอย่างเดียว ไม่ค้าง...
ส่วนคาเมะไม่ทันสังเกตอะไร เขามัวแต่มองรายการอาหารในเมนู มีแต่อาหารเรียกน้ำย่อยทั้งนั้นเลย
เขาเลือกเอาอาหารที่กินง่ายที่สุดนั่นก็คือ สลัดผักกับกุ้งย่าง ราดด้วยน้ำสลัดสไตล์อิตาเลี่ยน
แล้วเครื่องดื่มล่ะ
เอ้อ...น้ำเปล่าฮะ? คาเมะตอบพร้อมรอยยิ้ม แต่ยูอิจิเอาแต่ส่ายหน้า
อะไรนะ น้ำเปล่าเหรอ? คาเมะน้อย... ที่นี่มีเบียร์สดอร่อยนะ จะลองหน่อยมั้ย?
ไม่ดีกว่า ผมดื่มไม่ค่อยเป็น
ไม่ลองแล้วจะรู้ได้ไงว่าอร่อยแค่ไหน.... งั้นขอเบียร์สองที่นะ ประโยคหลังเขาบอกบริกร
ทำให้คาเมะไม่อาจปฏิเสธได้ เขาเมินไปทางที่ตั้งของทะเล คลื่นขาวตัดกับชายหาดที่ดูเป็นสีคล้ำ
เพราะหาดทรายไม่ขาวนัก และก็ผู้คนที่พลุกพล่านเล่นน้ำทะเลส่งเสียงมาให้ได้ยินห่างๆ
เป็นไง ชอบที่นี่มั้ย? เสียงยูอิจิถามขึ้น ทำให้เด็กหนุ่มละสายตามาจากท้องทะเล
ยิ้มตาหยีให้ ซึ่งรอยยิ้มนั้นทำให้ยูอิจิเกิดอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ...... ดวงหน้าสวยเฉียบ
มันทั้งคมและหวานในเวลาเดียวกัน ถ้าไม่นับดวงตาที่คมกริบยามตวัดมองเขาแล้วล่ะก็
คาเมนาชิคนนี้ก็คือเต่าน้อยที่แสนจะอ่อนหวาน น่ารัก น่าลิ้มลองเหลือเกิน
ยูอิจิมองไปที่จมูกโด่งเป็นสัน รับกับริมฝีปากที่เผยอน้อยๆ ยามเจ้าตัวเผลอ กลีบปากสีชมพูหยักราวกับคนเอาแต่ใจ แต่หนุ่มน้อยคนนี้กลับไม่ได้มีลักษณะนิสัยเช่นนั้นให้เห็น ผิวแก้มสีระเรื่อออกชมพูนั้นก็ใสเสียจนยูอิจิอยากจะแต่งแต้มความใสด้วยปากและจมูกของเขาเหลือเกิน ยังจำถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เขาได้รับเมื่อเช้า ยามกระทำการอุกอาจฉกหอมแก้มของคาเมะได้ดี มันยังกรุ่นความหอมอยู่ที่ปลายจมูกอยู่เลย .......
ถ้าอยากจะลิ้มลองก็ต้องหลอกล่อให้ตายใจเสียก่อน ที่นี้ล่ะอย่าว่าแต่กลิ่นแก้มนวลเลย แม้แต่ร่างกายบอบบางนี้ก็จะถูกเขาเชยชมตั้งแต่หัวจรดเท้า......สักวันหนึ่ง....สักวันหนึ่งมันต้องเป็นเช่นนั้น
ความสวยของเด็กหนุ่มตรงหน้า ทำให้คนมองอดเปรียบเทียบกับอีกหนึ่งหนุ่มไม่ได้ ....สองหนุ่มที่เป็นเพื่อนสนิทกัน
ทั้งจุนโนะสุเกะและคาซึยะ ต่างก็มีอะไรที่คล้ายๆ กัน นั่นก็คือความอ่อนโยนและน่ารัก
ยามที่ได้ตัวจุนโนะเมื่อแรกๆ นั้น เขาก็รู้สึกแบบที่กำลังรู้สึกกับคาเมะในขณะนี้
อยากลิ้มลอง อยากได้ไปสารพัด รู้ดีทีเดียวว่า ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนของร่างกายจุนโนะ
ล้วนแล้วแต่ทำความพึงพอใจให้แก่เขาทั้งสิ้น ความสวย ความงามที่ประกอบเป็นร่างของจุนโนะเป็นของเขาทั้งหมด
แต่เมื่อได้กันบ่อยครั้งเข้า ความเสน่หาย่อมลดน้อยลง .......แต่ก็ไม่ถึงกับดับมอดซะทีเดียว
...แล้วกับคาเมะคนนี้ล่ะ จะหอมหวาน น่ากินแบบเดียวกันด้วยหรือเปล่า....
...น่าแปลกที่ยามนี้ เขากลับไม่นึกถึงจุนโนะเลย เพราะเบื้องหน้าของเขานี้ มีร่างของอีกคนหนึ่งที่งดงามไม่แพ้กันมานั่งมองตะวันตกดินด้วยกันอยู่นี่แล้ว
อ่ะ...อาหารมาแล้ว ยูอิจิหมดความคิดลง เมื่อบริกรนำอาหารมาเสิร์ฟพร้อมด้วยเบียร์สองแก้ว
คาเมะชำเลืองมองถาดอาหาร เห็นแล้วก็ใจแป้ว มีแต่เบียร์จริงๆ ด้วย ไม่เห็นมีน้ำเปล่าอย่างที่เขาอยากดื่มเลย
ยูอิจิมองตามสายตาก็รู้ว่าคาเมะคิดอะไรอยู่ เขาหัวเราะและก็เลื่อนแก้วเบียร์มาตรงหน้า
บอกแล้วว่าให้ลองดื่มเบียร์ดู อายุขนาดนายน่าจะได้ทานได้แล้วนะ....
เอ้อ......ครับ.....จะลองดู คาเมะฝืนยิ้มให้ มองฟองเบียร์ที่เป็นสีขาวดูน่าดื่ม
....ลองซะแก้วคงไม่ถึงตายหรอกมัง.........
**********************************
ในขณะเดียวกัน
อะกานิชิ จิน กำลังนั่งมองอาหารว่างที่แม่ของจุนโนะยกมาวางไว้ตรงหน้า แม่ของจุนโนะเป็นสุภาพสตรีที่ค่อนข้างสาว เธอมีรอยยิ้มใจดี และน่านับถือ ใบหน้าสวยหวาน....จนจินอดเอามาเปรียบกับคนที่เป็นลูกชายไม่ได้
...แม่สวยแบบนี้นี่เล่า... ลูกก็เลยรับความหวานจากแม่มาเต็มๆ...
ตามสบายนะคะคุณอะกานิชิ เสียงแม่ของจุนโนะดังขึ้นใกล้ๆ ทำให้จินสะดุ้งเล็กน้อย
เขายิ้มให้ผู้สูงวัยกว่า
ขอบคุณครับ...คุณน้า...
จุนโนะเดินตามหลังแม่มาพร้อมกับถาดเครื่องดื่มในมือ เขายิ้มให้แม่ ...หลังจากที่จินขับรถมาส่งเมื่อสักครู่นี้ ก็ดูเหมือนจะไม่ยอมกลับบ้านของตัวเอง จุนโนะจึงต้องต้อนรับ ให้เข้ามานั่งในบ้านหลังเล็กที่อยู่ถัดจากตัวบ้านใหญ่ไปทางด้านข้าง แต่มีทางเดินเล็กๆ เชื่อมถึงกัน
จินเห็นบ้านชั้นเดียวหลังเล็กนี้แล้วก็ชอบ ดูบรรยากาศเป็นกันเองมากกว่าบ้านใหญ่ของยูอิจิเสียอีก
เขาชอบกระถางดอกไม้ที่ห้อยอยู่รอบชายคาบ้านมากๆ ฤดูใบไม้ผลิเช่นนี้มันออกช่อมาได้อย่างงดงามและอ่อนช้อย
ทำให้บ้านน้อยน่าดูขึ้นอีกมากทีเดียว เหมาะมากที่จะอยู่กันสองคนแม่ลูกจริงๆ
แม่ทำงานให้กับครอบครัวนากามารุมาสิบปีแล้วครับ... จุนโนะพูดขึ้นเมื่อคนเป็นแม่เดินกลับออกไป
เธอต้องกลับไปที่บ้านใหญ่อีกครั้งเพื่อดูความเรียบร้อยก่อนที่คุณผู้ชายจะกลับจากที่ทำงาน
จุนโนะจึงนั่งเป็นเพื่อนกับจินตามลำพัง มองชายหนุ่มที่ทำตัวสบายๆ แล้วก็อมยิ้ม
เลื่อนจานขนมให้
ทานสิฮะ แม่ทำอร่อยน้า...
แม่นายนี่เก่งนะ... ทำขนมออกมาได้อย่างสวยเชียวล่ะ อร่อยเสียด้วยซิ จินเคี้ยวขนมโบราณในปาก
มันนุ่มและหวานน้อยๆ ดูเป็นขนมผู้ดีเชียวล่ะ
นี่ถ้าบอกว่าแม่นายเป็นชาววังล่ะก็เชื่อสนิท
จุนโนะหัวเราะเมื่อจินพูดแบบนั้น... เขายกมือประสานกันไว้ใต้คางมองแขกผู้มาเยือนนั่งหยิบขนมใส่ปากไปเรื่อยๆ
ไม่ทานด้วยกันเหรอ? จินชักเขิน
ไม่ล่ะครับ นั่งดูคุณทานดีกว่า
ว้า....ฉันก็เขินแย่ซิ จินผลักจากขนมออกห่างเล็กน้อย เขามองไปรอบๆ ตัว เห็นแต่ต้นไม้ทั้งใหญ่และน้อย
ปลูกเรียงรายกันดูเหมือนสวนหย่อม ซึ่งมองจากด้านไหนๆ ก็ไม่อาจเห็นตัวบ้านหลังใหญ่ของยูอิจิได้เลย
ถ้าไม่มีทางเดินเล็กๆ ทำด้วยอิฐเป็นทางนำเข้าไป
บ้านน่าอยู่นะ...นายอยู่ที่นี่มาสิบปีแล้วงั้นซิ จุนโนะ ชายหนุ่มถาม
ฮะ....สิบปีกว่า...
ไม่คิดอยากไปอยู่ที่ไหนเหรอ?
คิดเหมือนกัน คิดอยู่ตลอดเวลา.... แต่ผมยังเรียนไม่จบนี่นา ก็ต้องอยู่ไปก่อน ถ้าเรียนจบแล้ว
มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง บางทีผมอาจจะเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่ก็ได้ อาจให้แม่เลิกทำงานแล้วก็อยู่เฉยๆ
ให้ผมเลี้ยง..... เสียงพูดเนิบๆ สลับกับเสียงถอนหายใจทำให้จินต้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่งามนั้น
เห็นแววเศร้าทอแสงออกมาอย่างเด่นชัด มือขาวของจุนโนะจึงถูกเขาทาบกุมไว้
อยู่บ้านยูอิจิคงไม่มีความสุขเท่าไรซินะ จินโพล่งออกมา ทำให้คนฟังขมวดคิ้ว และเอียงคอมองจิน
ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้นล่ะครับ
ก็ฉันลองถามนายเล่นๆ ดู ไม่คิดว่านายจะตอบว่าอยากออกมาอยู่กันเองสองคนแม่ลูก ถ้าอยู่ที่นี่แล้วมีความสุขนายจะอยากไปอยู่ที่อื่นทำไมกัน?
งั้นถ้าที่ผมพูดไปเมื่อกี้เป็นการพูดเล่นล่ะครับ? จุนโนะถามกลับ
พูดเล่นเหรอ?
ก็คุณจินยังบอกว่าถามเล่นๆ เล่น ผมก็ตอบเล่นๆ บ้างซิ เด็กหนุ่มหัวเราะน้อยๆ กลบเกลื่อนความจริงที่เขาได้เผยออกไป
จินไม่ได้หัวเราะตาม เขามองจุนโนะแน่วแน่ และก็เป็นอีกครั้งที่เขาโพล่งคำถามโดยไม่คิดขึ้นมาอีกว่า
กับยูอิจิน่ะ คงผูกพันกันมากซินะ?
.....................
จุนโนะเงียบกริบ ริมฝีปากขบกันแบบคนใช้ความคิด แต่ที่จริงแล้วเขาไม่มีอะไรจะคิดต่างหาก
....นี่เขาแสดงท่าทางอะไรออกมาเหรอ.....จินถึงถามอะไรแบบนั้น
จินอยากตบปากตัวเองจริงๆ ที่ถามคำถามอะไรแบบนั้นออกมา ทำให้จุนโนะหน้าเปลี่ยนสีและเงียบไป
เขากระแอมดังๆ และถามใหม่ว่า
เอ้อ....ฉันหมายความว่า ยูอิจิเขาดีกับนายหรือเปล่าน่ะ?
คราวนี้จุนโนะผงกหัวตอบรับ พึมพำแทบไม่มีเสียงว่า
ดีครับ....ดีมาก...
งั้นนายก็คงไม่อยากจากเขาไปอยู่ที่อื่นซินะ? ..อีกแล้วที่จินอยากตบปากตัวเองจริงๆ
ถามอะไรแบบนี้อีกแล้ว
ผมไม่อยากจากบ้านนี้ไปอยู่ที่อื่นเหรอ..... อยากไปซิ ผมอยากไป แต่...แต่ก็อยากจะจากไปแบบคนที่สามารถตัดความรู้สึกอ่อนไหวในตัวเองออกไปได้แล้ว....เมื่อนั้นล่ะ
ผมคงจากไปอย่างสง่าผ่าเผย และโล่งใจ จุนโนะตอบออกมา ทำให้จินเบิกตากว้างในคำตอบนั้น
.......
ความรู้สึกอ่อนไหวงั้นหรือ?
ใช่....
อ่อนไหวสำหรับอะไรล่ะจุนโนะ..?
อะไรงั้นหรือ.....คุณอยากรู้ใช่มั้ยครับ จิน...การอยู่กับคนที่เรารักน่ะซิ คือความรู้สึกอ่อนไหว.....?
นายรักยูอิจิงั้นซิ? น้ำเสียงของจินฟังดูห้วนจนคนฟังรู้สึก ...แต่ในความเป็นจริงแล้ว
จินรู้สึกไม่ดีเลยที่ได้ยินจุนโนะพูดถึงยูอิจิในลักษณะนั้น เสียงของเขาถึงฟังดูไม่ดีสำหรับความรู้สึกของจุนโนะ....
คุณจิน......ทำไมถามอะไรแบบนั้นล่ะครับ? ผมจะรักคุณยูอิจิก็ได้ไม่ใช่หรือฮะ ผมอยู่กับเขามานานเท่าไรแล้ว
ทำไมผมจะรักเขาไม่ได้
ถ้อยคำที่บอกออกมานั้น เผยให้รู้ใช่มั้ยว่า จุนโนะรู้สึกอย่างไรบ้างในการได้มีชีวิตอยู่ที่นี่
และกับยูอิจินั่น ตัวเองได้เกิดความรู้สึกอ่อนไหวมากมายเพียงใด จินอยากจะถามคำถามให้ตรงประเด็น
แต่ก็ดูเหมือนจะไม่จำเป็นเสียแล้ว เพราะคนที่นั่งตรงกันข้ามชะโงกหน้ามองเขา ไม่มีหลบ
และถ้อยคำต่างๆ ก็พรั่งพรูออกมา ตอบคำถามค้างคาใจให้เขาเสร็จสรรพ...
คุณอยากจะถามต่อใช่มั้ยว่า ผมกับคุณหนูยูอิจิอยู่กันในฐานะอะไร........ใช่.....ผมเป็นเด็กในบ้าน
แม่ผมเป็นหัวหน้าแม่บ้าน คอยดูแลบ้านนากามารุ ตลอดสิบปีมานี้ ผมเข้านอกออกในระหว่างบ้านนี้กับบ้านใหญ่
บางทีผมก็ไปปรนนิบัติคุณยูอิจิให้เขาในบ้านนั้นด้วย บางทีคุณยูอิจิก็จะลงมาเรียกให้ผมไปคอยรับใช้......คุณคงอยากจะถามใช่มั้ยว่า
ผมปรนนิบัติเพื่อนของคุณแบบไหน .......ผมทำทุกอย่างที่เขาต้องการ ผมทำให้เขาพอใจ
ตั้งแต่หลายปีก่อนตอนผมยังเป็นเด็กชาย จนถึงเดี๋ยวนี้ ผมก็ยังทำหน้าที่นั้นอยู่
....เขาเป็นคนแรกของผม เขาสอนให้ผมรู้จักชีวิตที่ผมไม่คิดว่าจะได้เป็น......ผม.......ผม.....
จุนโนะเว้นวรรคประโยคด้วยการกลืนน้ำลายที่เริ่มขมปร่า ดวงตาที่มองจินนั้นมีประกายของน้ำตาเจืออยู่........เด็กหนุ่มมองจินด้วยสายตาที่พร่าเลือน
ขณะเผยอริมฝีปากออกขณะเล่าต่อว่า
......คุณคงอยากถามคำถามที่ว่า ที่ทำลงไปทั้งหมดนั้นทำด้วยความเต็มใจหรือเปล่า.....ใช่....ผมเต็มใจทำ
เต็มใจเสนอ สนองความต้องการของเขา......เพราะ.......ผมมีเขาคนเดียว.....คนเดียวที่สอนให้ผมรู้ว่ารักเป็นอย่างไร.....ถึงแม้ว่าสิ่งที่เขาทำกับผมจะไม่อาจเรียกได้ว่าความรักก็ตาม.....ถูกล่ะ.....เขาไม่ได้รักผม.....ไม่รักเลยสักนิดเดียว........
จุนโนะหยุดพูดเมื่อน้ำตาหยดลงที่แก้มนวล จินกลั้นลมหายใจ......
จุนโนะ........ฉัน......
คุณคงอยากรู้สินะว่า ...ผมรักคุณยูอิจิหรือเปล่า.....ใช่....ผมรักเขา......รักซิครับ
...อยู่กับเขามากี่ปี มีอะไรกันกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ทำไมผมจะไม่รักเขา....แต่ผมกำลังจะถูกเขาทิ้ง....เข้าใจมั้ยฮะ...เหมือนสิ่งของน่ะ
เหมือนผ้าขี้ริ้วที่เขาเช็ดรอยเปื้อนออกหมดแล้วก็จะขว้างทิ้ง....เขาจะยัดเยียดผมให้เพื่อนๆ
อาจจะรวมถึงตัวคุณด้วยก็ได้....ถ้าคุณเป็นพวกของคุณโคยาม่า คุณก็อาจจะได้ตัวผมด้วยสักวัน......
จุนโนะสะอื้นฮักออกมา
จุนโนะพอเถอะ.... จินลุกขึ้นยืน เขาถลันเข้ามายืนหลังจุนโนะ ก้มลงรวบร่างโปร่งจากทางด้านหลัง
ในขณะที่คนถูกกอดได้แต่ยกมือปิดหน้า ร้องไห้ออกมา เพราะไม่สามารถกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไป
จินรู้สึกเสียใจที่คำถามของเขาเมื่อเริ่มแรกไปสะกิดใจจุนโนะเข้า
......นี่เขาแสดงท่าว่าอยากจะรู้เรื่องของเด็กหนุ่มคนนี้ถึงขนาดนั้นเชียวหรือ.........
.....ที่จุนโนะพูดออกมาทั้งหมด มันคือความจริงที่เขาต้องการจะรู้...ถึงร่างโปร่งจะพูดด้วยความน้อยใจแกมประชดประชัน
แต่นั่นก็คือความในใจที่อยู่หัวใจของจุนโนะมาโดยตลอด และเมื่อถ้อยคำนั้นได้เผยออกมา
จินจึงรู้สึกขึ้นมาได้อีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือ ที่จุนโนะบอกเขาได้ถึงขนาดนี้เป็นเพราะความไว้เนื้อเชื่อใจที่จุนโนะมอบให้เขาหรือเปล่า?.......
จุนโนะพลิกร่างกลับมา เขากอดเอวจินเอาไว้ ขณะที่ซบหน้าร้องไห้กับอกของชายหนุ่ม
จุนโนะฉันขอโทษนะ ...ฉันไม่ควรถามอะไรนายแบบนั้นเลย...
ไม่......มันเป็นความผิดของผมต่างหาก ผมไม่ควรบอกเรื่องส่วนตัวให้คุณรู้ใช่มั้ยฮะ....เรื่องน่าอายทั้งนั้น
...คุณไม่ควรมารับรู้เรื่องแบบนี้ของผม
ทำไมล่ะ......ถ้าฉันจะเป็นคนที่นายปรึกษาปัญหาชีวิตได้ ฉันก็จะดีใจมากเลย.....
แต่คุณเป็นคนอื่น จุนโนะแหงนหน้ามองจิน ใบหน้าแดงเพราะร้องไห้ทำให้ใจจินอ่อนยวบ
เขาโยกตัวจุนโนะไปมาเป็นการปลอบ........
ฉันไม่ใช่คนอื่น....
ทำไมล่ะฮะ ทำไมคุณถึงไม่ใช่คนอื่นสำหรับผม....? ดวงตาที่ฉ่ำน้ำของเด็กหนุ่มมีคำถามอยู่เต็มไปหมด
เราเพิ่งรู้จักกัน แค่วันที่สองเอง ยังไงๆ ซะคุณก็เป็นคนอื่นสำหรับผมอยู่ดี........
........จินกัดริมฝีปากจนเจ็บ เขาอยากจะบอก ......เขาไม่ใช่คนอื่น......ไม่ใช่เลยแม้สักนิด.....
<<<........ถ้ายูอิจิได้นาย เป็นเจ้าของในตัวนาย เพราะการมีสัมพันธ์ล้ำลึกด้วย แล้วฉันล่ะ ฉันเองก็ไม่ต่างจากยูอิจิหรอกนะ......ฉันไม่ใช่คนอื่นคนไกลสำหรับนายสักนิดเดียว.......>>>
ฉันจะปกป้องนายเอง จุนโนะ ฉันจะไม่ยอมให้พวกเพื่อนฉันมาปู้ยี่ปู้ยำนาย.....ถึงยูอิจิจะไม่ต้องการนาย แต่นายจะไม่มีวันเป็นผ้าขี้ริ้วให้พวกนั้นเหยียบย่ำหรอกนะ....เชื่อใจฉันซิ....จุนโนะ..... จินลูบศีรษะของคนในอ้อมแขนเบาๆ จุนโนะหลบสายตามองที่อกชื้นน้ำตาที่เขาเกลือกหน้าร้องไห้เมื่อสักครู่ คำพูดของจินทำให้จุนโนะรู้สึกดีขึ้น
..........จริงซินะ จินเป็นเพื่อนของยูอิจินี่นะ อย่างน้อยฐานะอย่างจินก็น่าจะทำให้เพื่อนจอมหื่นของยูอิจิเกรงใจบ้าง....
คุณสัญญานะครับว่า จะไม่ให้พวกโคยาม่าแตะต้องผม....สัญญานะฮะ จิน...
ฮื่อ สัญญาซิ....ฉันจะไม่มีวันให้ใครแตะต้องนายได้อีก.... จินชูนิ้วก้อยมาตรงหน้าจุนโนะ
การกระทำแบบเด็กๆ นั้นทำให้หน้าหวานยิ้มได้ทั้งน้ำตา จุนโนะยกนิ้วเกี่ยวก้อยสัญญากับจิน
คนดีๆ อย่างคุณ ไม่น่าเป็นเพื่อนคุณยูอิจิเลยนะครับ....จิน....
**********************
หลังจากวางแก้วเบียร์แก้วที่สามลงบนโต๊ะแล้ว คาเมะก็แทบจะฟุบ เขาไม่เคยดื่มอะไรที่มันบั่นทอนสติแบบนี้เลย
ไม่ไหวแล้วฮะ....... คาเมะส่ายหน้าเมื่อยูอิจิทำท่าจะเติมให้อีก
ไม่เป็นไรนี่นะ....เดี๋ยวจะไปส่งบ้านให้ นายก็นอนหลับไป อีกแก้วหนึ่งนะ ยูอิจิขยับจากการนั่งตรงกันข้ามย้ายมานั่งข้างกายคาเมะแล้ว
แขนข้างหนึ่งโอบไปรอบบ่าบอบบางของเด็กหนุ่ม ส่วนอีกข้างก็ยกเบียร์ขึ้นจ่อที่ริมฝีปากฉ่ำน้ำเบียร์ของคาเมะ
ไม่......อื้อ.....ไม่เอา........
โธ่.....คาเมะน้อย...... ยูอิจิจำใจวางแก้วลง .....บริกรคนเดิมย่องเข้ามาค้อมตัวข้างกายยูอิจิ
ถามเสียงเบาราวกับกระซิบว่า
จะให้เปิดบังกะโลมั้ยครับคุณ....
เอ่อ.....ยังไม่ต้อง....คิดเงินด้วย ฉันจะพาเพื่อนไปส่งบ้านล่ะ
เอ้อ.....ครับ....ครับ...... บริกรหนุ่มทำหน้าเหวอราวกับไม่เชื่อหู.... ยูอิจิไม่เปิดบังกะโล.....
เอ๋........ผีที่ไหนสิงวะ.....เป็นคนดีเชียววันนี้..... เขาเกาหัวแกรกๆ แล้วก็เดินไปยังเคาน์เตอร์
คิดเงินให้เรียบร้อย เมื่อได้รับเงินและค่าทิปแล้ว ก็ตามไปช่วยพยุงคาเมะให้อีกข้าง
แต่ก็โดนยูอิจิปัดมือออก
ไม่ต้อง ฉันประคองเองได้.....
ครับคุณ......คราวหน้าเชิญใหม่นะคร้าบบบ...
รถลูกค้าจากไปแล้ว เจ้าบริกรหนุ่มยืนกอดอกแล้วยิ้มในหน้า .....มีความหวังว่า ถ้ามาอีกในคราวหน้า
ได้เปิดบังกะโลรอไว้แน่ๆ..........
...............................
คาเมะบอกทางกลับบ้านของเขาอย่างกระท่อนกระแท่นให้ยูอิจิ จากนั้นก็หลับตานิ่ง เมื่อยูอิจิขับรถมาจอดที่หน้าบ้านหลังกระทัดรัดหลังหนึ่ง
คาเมะก็ฟุบหลับกับพนักเก้าอี้ไปแล้ว ยูอิจิขยับตัวมาใกล้ๆ พร้อมกับสะกิดเรียก
คาเมะ......คาเมะ....ถึงแล้วครับ...
อือ....คุณย่าง่ะ....ขอนอนอีกแป๊บเดียวน้า...... คาเมะละเมอแล้วก็พลิกศีรษะไปอีกด้านหนึ่ง
.........หลับไม่รู้เรื่องแบบนี้ก็.... ยูอิจิอมยิ้ม เขาเขยื้อนรถไปจอดที่ใต้ต้นไม้ริมรั้วของบ้านคาเมะนิดหนึ่ง
ดับเครื่องยนต์และไฟหน้ารถจนมืดสนิท ......จากนั้นก็ปรับเก้าอี้ให้คาเมะนอนสบาย
คาเมะง่วงหรือ....... เสียงกระซิบดังขึ้นใกล้หู แต่เด็กหนุ่มกลับนอนหลับตาไม่รู้เรื่อง
ยูอิจิเคลื่อนกายเข้าใกล้ เอนร่างลงเหนือร่างบาง ได้กลิ่นเบียร์หอมกรุ่นกระจายมาจากร่างเล็กนั่น........มันหอมหวานและรวมไปถึงหอมกลิ่นเนื้อของหนุ่มวัยแรกรุ่นด้วยละมัง
ความยั่วยวนนั้น ทำให้ยูอิจิจรดปลายจมูกที่ซอกคอขาวผ่องนั่น เมื่อคาเมะไม่ไหวติง
เขาก็เลื่อนริมฝีปากหนาจรดที่แก้มนวล และนิ่งนานที่กลีบปากหยักได้รูปซึ่งดูเหมือนจะเผยอนิดๆ
รอให้เขาเป่ามนต์จุมพิตลงไป
อืมมมมม... ยูอิจิครางเบาๆ ความหวานในรสจุมพิตนั้นทำให้เขาทวีแรงจูบยิ่งขึ้น
แม้ว่าคาเมะจะไม่รู้สึกตัว แต่ความหวานยังมีอยู่เต็มเปี่ยม ริมฝีปากบนและล่างถูกลิ้นอุ่นสากระคายของชายหนุ่มละไล้ให้เผยอออกจากกัน
ชายหนุ่มสอดลิ้นเข้าไปเสาะหาความอ่อนนุ่มในนั้น เรียกเสียงครางน้อยๆ มาจากปากบางของคาเมะได้ดีทีเดียว
ร่างที่นอนไม่รู้เรื่องเมื่อสักครู่เริ่มขยับกาย แต่ก็ไม่อาจปรือตาอันหนักอึ้งขึ้นมองได้
คาเมะรับรู้ถึงอาการดูดดึงที่ริมฝีปากและความรู้สึกเสียวซ่านที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละน้อย เมื่อมือยุ่มย่ามของใครบางคนพยายามจะสอดเข้าไปไล้ผิวกายเหนือทรวงอกของเขา มันทำให้เขาปรือตาขึ้นดู
......ใบหน้าของใครบางคนกำลังอยู่ชิดกับใบหน้าของเขา ใกล้มาก ใกล้จนไม่อาจเห็นอะไรเลย
นอกจากกลีบปากของตัวเองกำลังถูกประกบแนบแน่นกับปากของใครคนนั้น
อือ......อื้อ.... คาเมะเริ่มดิ้นรน เมื่อสติรับรู้การกระทำที่น่าตกใจนั้น
***************************
to be con