TEAR of LOVE

 

Vol 5

***************************

เมื่อเวลาคล้อยเคลื่อนจนพระอาทิตย์เริ่มลอยต่ำลงมาเรื่อยๆ จินยังคงนั่งคุยกับจุนโนะอย่างสนุกสนานจนลืมไปแล้วว่า เขานัดกับพวกยูอิจิเอาไว้ ว่าจะไปดื่มที่บ้านด้วย แต่เมื่อคนที่เขาคาดหวังว่าจะได้ไปพบที่บ้านยูอิจินั้น กำลังนั่งดื่มด่ำกับธรรมชาติอยู่ตรงหน้านี้แล้ว บ้านนากามารุก็ดูเหมือนจะไม่จำเป็นที่จะต้องไปแต่อย่างใด
.........และจินเองก็นึกสงสัยว่า ทำไมจุนโนะถึงมานั่งอยู่ตรงนี้ได้ แทนที่จะไปปรนนิบัติพวกของยูอิจิเหมือนเช่นเคย.......

ในช่วงเวลาแห่งความสุขนั้น จินชวนจุนโนะคุย ซักถามสิ่งที่เขาอยากรู้จากจุนโนะ เรื่องการเรียน ครอบครัว และเรื่องเพื่อนๆ แต่ดูจะเน้นไปทางด้านการเรียนมากเป็นพิเศษ เพราะดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาที่คนที่เป็นผู้ใหญ่กว่าจะใช้คุยกับเด็ก และจินเองก็ไม่อยากให้จุนโนะรู้ว่า เขากำลังให้ความสนใจในตัวเด็กหนุ่มอย่างมากมายเพียงใด
และจากการที่ได้หลอกถามทำให้จินรู้ว่า จุนโนะและคาเมะเรียนอยู่ไฮสกูลปีสุดท้าย และปีหน้าก็จะเอ็นท์เข้ามหา’ ลัย ซึ่งจินก็แนะให้จุนโนะเลือกเรียนที่เดียวกันกับเขา
“จะได้สนิทกันไง” เขาว่า ซึ่งได้รับการส่ายหน้าจากจุนโนะ
“อย่าดีกว่าครับ มหา’ ลัยที่คุณเรียนน่ะมันแพงจะตาย”
........แถมยังอยู่มหา’ ลัยเดียวกับคุณยูอิจิเสียอีกน่ะซิ.......
ยูอิจิคงไม่ชอบนัก.......
“แต่ฉันอยากได้นายเป็นรุ่นน้องจริงๆ นะ” เสียงของจินพูดย้ำ แถมหน้าตาที่มองจุนโนะนั้นก็อ่อนเชื่อมจนเด็กหนุ่มต้องหลบตาวูบ เพราะความประหม่า

ก็แววตาของจินนั้นน่ะมัน.......

เฮ้อ.......นี่ถ้าไม่มีใครคนหนึ่งอยู่ในหัวใจก่อนล่ะก็ จุนโนะก็คงจะวูบวาบไปกับสายตาเจ้าชู้คู่นี้แล้วล่ะ

..................

“จิน....” เสียงเรียกดังมาจากอีกฟากหนึ่งของตันไม้... เป็นเสียงแม่ของเขานั่นเอง
“ครับแม่....”
“เย็นแล้ว กลับกันเถอะลูก เดี๋ยวพี่เค้าจะคอยทานข้าว” แม่เอ่ยถึงพี่ชายคนโต ทำให้ชายหนุ่มหน้ามุ่ย เวลาที่จะได้อยู่กับจุนโนะสุเกะกำลังจะหมดลงแล้ว จินรับปากกับแม่แล้วก็มองเด็กหนุ่มตาเชื่อมด้วยความเสียดาย

อีกทางฝั่งหนึ่งนั้นกำลังเตรียมเก็บผ้าปูและข้าวของ โดยมีคาเมะเป็นคนคอยช่วยเหลือ
จินกับจุนโนะก็เลยต้องเก็บทางฝั่งตัวเองบ้าง จินมองเด็กหนุ่มด้วยสายตาที่เป็นประกายประหลาดล้ำ จุนโนะพับผ้าเก็บใส่ถุงอย่างเรียบร้อย กิริยาละเมียดละไมเป็นตัวของตัวเอง ท่าทางสบายๆ รวมทั้งสีหน้าในยามนี้ที่ดูไม่มีเรื่องทุกข์ใจอะไรเลย จินเอื้อมมือออกไปปัดกลีบซากุระออกจากเส้นผมอ่อนสลวยให้เด็กหนุ่ม ทำให้จุนโนะแหงะหน้าขึ้นมอง รอยยิ้มสดใสของจุนโนะฉาบฉายให้กับชายหนุ่ม พร้อมกับกลีบปากหยักสวยเผยอถ้อยคำออกมา
“ขอบคุณครับ......”
“จุนโนะสุเกะ....” จินนั่งยองๆ ตรงหน้าจุนโนะ ช่วยเด็กหนุ่มเก็บกล่องพลาสติกใส่กระเป๋า เมื่อจุนโนะมอง เขาก็บอกว่า
“ขอเรียกว่าจุนโนะเฉยๆ ได้มั้ย?”

จุนโนะพยักหน้าพลางยิ้มให้
“ได้ซิครับ...”
“งั้นเรียกฉันว่า จินก็ได้”
“ครับคุณจิน...”
“ไม่เอาซิ เรียกจินเฉยๆ ดีกว่า”
“ครับ จิน......” จุนโนะหัวเราะออกมาเบาๆ รู้สึกดีที่ได้คุยกับเพื่อนใหม่คนนี้ แม้ว่าจะยังขัดๆ กับสายตาของจินที่ทอแววหวานมายังเขาบ่อยๆ
....ตาเจ้าชู้...ผู้ชายเขามองกันแบบนี้เหรอ...
เหมือน......
เหมือนสายตาของคุณยูอิจิยามที่มองเขาด้วยความต้องการ ....
จุนโนะสลัดความคิดนั้นออกไป จินคนนี้คงไม่เป็นเหมือนคุณหนูของเขาหรอกน่า.....
คงไม่มีอะไร ก็แค่คุยกันถูกคอก็เท่านั้นเอง......

จุนโนะชำเลืองไปทางคาเมะ สองคนนั้นเก็บของเสร็จแล้ว และคาเมะก็กำลังยืนมองพวกเขาอยู่ ยิ้มในหน้าแบบทะเล้นให้เขาอีกต่างหาก
“คาเมะมาช่วยหิ้วสัมภาระนายซิ จะไปกันแล้ว” จุนโนะกวักมือเรียก แล้วชี้ไปที่กองผ้าปูของคาเมะ
“เสร็จกันแล้วเหรอ?”
“ฮื่อ...ลาคุณป้ากันเถอะ” ร่างโปร่งเดินนำเพื่อนไปโค้งตัวต่อหน้าคุณนายอะกานิชิ
“วันนี้ต้องกลับก่อนล่ะครับ คุณป้า ... ของคุณฮะสำหรับขนมอร่อยๆ”
“บ้านอยู่ไหนกันล่ะจ๊ะ เดี๋ยวป้าไปส่งให้” คุณป้าเอ่ยด้วยความเอื้อเฟื้อ ซึ่งลูกชายได้ยินเข้าก็ทำตาโต รีบถลันเข้ามายืนเคียงข้างจุนโนะสุเกะทันที
“ดีครับ ... เดี๋ยวไปส่งให้ จะส่งให้ถึงบ้านทั้งสองคนเลย” จินว่า เขาฉวยกระเป๋าใส่ของของจุนโนะมาถือไว้ซะเอง เป็นการป้องกันคำปฏิเสธของเด็กหนุ่มทั้งสอง

จุนโนะและคาเมะมองหน้ากัน ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร แล้วยิ่งคุณนายอะกานิชิแตะแขนคาเมะอย่างเป็นการชักชวนด้วยแล้ว ทั้งสองหนุ่มก็เลยต้องเดินตามสองแม่ลูกไปยังรถที่จอดอยู่ด้วยความเต็มใจยิ่ง

**************************

จินไปส่งคาเมะก่อนเพราะหนทางใกล้กว่า สำหรับจุนโนะนั้น เขาบอกทางไปบ้านยูอิจิอย่างคร่าวๆ แต่ก็ทึ่งที่จินดูเหมือนจะชำนาญทางได้ดีเกินคาด
ระหว่างทางจินก็ยังชวนคุยไม่เลิก พอขับถึงซอยบ้านนากามารุ จินก็เลี้ยวรถขวับเข้าไปโดยที่จุนโนะยังไม่ทันได้บอก และนั่นก็ทำให้เด็กหนุ่มต้องเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ
“เอ๋???” เสียงครางดังมาจากเบาะหลังที่จุนโนะนั่งอยู่ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น เพราะจินจอดรถนิ่งสนิทที่หน้าบ้านใหญ่ของยูอิจิ คราวนี้จุนโนะอดถามไม่ได้
“จินรู้ได้ยังไงครับว่า ต้องเลี้ยวเข้าซอยนี้” คำถามนั้น ทำให้จินชะงักกึก
...จริงสินะ ลืมไปเลย ก็ตอนนี้จุนโนะไม่รู้นี่นาว่าเขาเคยมาบ้านนี้แล้วน่ะ
“เออ....อือ....นั่นน่ะซิ....เอ้อ.....” จินตะกุกตะกัก ...
“เดาเอาล่ะมัง ก็ในซอยมีบ้านอยู่ไม่กี่หลัง ฉันขับผ่านไปเรื่อยๆ ก็ไม่เห็นจุนโนะบอกให้หยุด จนมาถึงบ้านสุดท้ายนี่ไงล่ะ....”
“อือ......ก็จริง ...ผมบอกทางคุณไม่ละเอียดขนาดนี้ แต่จินเก่งนะฮะ”
จินหัวเราะแห้งๆ เมื่อจุนโนะออกมายืนข้างรถแล้ว เขาก็ตามลงมาด้วย มองลอดเข้าไประหว่างแนวรั้ว ข้างในบ้านเงียบเชียบ ถนนเล็กๆ ที่ทอดยาวจากประตูรั้วเข้าสู่บ้านใหญ่มีต้นไม้ขึ้นสองข้างทาง ร่มครื้มได้บรรยากาศของ สวนงาม บ้านน่าอยู่จริงๆ
“จุนโนะ......” จินละสายตาหันมามองจุนโนะเอาตรงๆ ซึ่งอีกฝ่ายก็ขานรับสั้นๆ
“ฮะ?”
“ความจริงบ้านหลังนี้ ฉัน..เอ้อ....เคยมานะ” จินสารภาพ
“เคยมาหรือครับ?”
“ใช่... ก็มันเป็นบ้านของเพื่อนฉันเอง นากามารุ ยูอิจิ น่ะ...” คำบอกเล่าของจินทำให้จุนโนะฉงน เด็กหนุ่มพยักหน้าขึ้นลง และก็หลิ่วตามองจินอย่างประเมินท่าที
“เป็นเพื่อนคุณหนู....คุณน่ะนะเป็นเพื่อนคุณหนู!!??” จุนโนะถามย้ำให้แน่ใจ สิ่งที่จินบอกเหนือความคาดหมายจริงๆ
“ใช่...แต่ก็ไม่บ่อย เรียกได้ว่าไม่ค่อยได้มาก็ว่าได้ ฉันกับยูอิจิเป็นเพื่อนสมัย ม.ปลาย แต่เราก็ไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนด้วยกันหรอก”
“นั่นน่ะซิฮะ ผมถึงไม่เคยเห็นคุณเลย ผมรู้จักเพื่อนคุณยูอิจิเกือบทุกคน พวกเดียวกับเขานี่ ผมก็รู้จักนะครับ แต่ผมไม่เคยเห็นคุณเลย” จุนโนะยิ้มให้ แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าจินรู้ได้อย่างไรว่าเขาอยู่ที่บ้านยูอิจิ ....เอ......หรือว่า ตอนที่คุยกับจินเมื่อกลางวันเขาจะบอกจินไปว่า อยู่บ้านนากามารุ จินถึงได้มาส่งถูก
.....อาจจะเป็นแบบนี้ก็ได้...

จุนโนะไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาโค้งให้คุณนายอะกานิชิ เป็นการร่ำลา จากนั้นก็เงยขึ้นยิ้มหวานให้จิน
“ขอบคุณนะครับที่มาส่ง วันนี้สนุกมากเลย ดีใจด้วยที่ได้เพื่อนใหม่ ถ้าคุณว่างก็เชิญมาเที่ยวบ้านหลังเล็กๆ ของผมได้นะครับ อยู่ทางด้านขวาของบ้านใหญ่ เลยไปทางด้านหลังหน่อยเดียว” จุนโนะชี้ไปทางที่เขาอยู่ จินชะเง้อมองตาม มองจากด้านนอกนี้ มองไม่เห็นหรอกเพราะมีต้นไม้บังเต็มไปหมด แต่ฟังที่จุนโนะบอก เขาก็พอจะคลำทางไปได้ ....
“สัญญาว่าจะมาเยี่ยมบ่อยๆ ก็จุนโนะอนุญาตแล้วนี่นะ...” ชายหนุ่มรวบมือข้างที่ว่างของจุนโนะขึ้นมากุมไว้ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่งาม
“นายสัญญาแล้วนะว่า จะให้ฉันมาหาได้ตลอดเวลา”
“เอ้อ.....ครับ......”
“งั้นฉันจะมา....” จินให้สัญญา เขายิ้มอย่างมีความสุข บีบมือที่เขากุมไว้แน่น จนอีกฝ่ายนิ่วหน้า พยายามจะชักมือกลับ จินหัวเราะและก็ปล่อยมือนั้นอย่างเสียดาย
“เข้าไปในบ้านเหอะ...จุนโนะ”
“ฮะ...สวัสดีครับ ...เอ้อ... ไปล่ะนะครับ คุณป้า” จุนโนะโค้งแล้วโค้งอีกให้กับคนที่นั่งในรถ แม่ของจินยิ้มให้ด้วยความเอ็นดู แต่ก็แปลกใจจริงๆ ว่า ลูกชายของเธอทำไมถึงมีทีท่าอ่อนเชื่อมกับหนุ่มน้อยที่เพิ่งจะได้พบกันครั้งแรกเช่นนี้

จุนโนะเดินเข้าบ้านไปแล้ว แต่จินยังคงชะเง้อเกาะรั้วมองตามไม่เลิก เมื่อเขาหันกลับมาขึ้นรถนั้น แม่ก็ยังทันได้เห็นสีหน้าที่ระเรื่อเพราะเลือดฝาดของลูกชายคนเล็กเกาะติดบนใบหน้าหล่อเหลานั้น
“จินชอบน้องเขาเหรอลูก” เธอยิงคำถามตรงเผงจนจินสะดุ้ง มือชะงักอยู่ที่กุญแจรถ
“แม่....พูดอะไรอย่างงั้นล่ะครับ”
“ก็ดูท่าทางจินออกอาการมากเลย ตั้งแต่เมื่อกลางวันแล้ว ที่แม่ให้เอาขนมไปให้หนุ่มๆ พวกนั้น จินก็ไม่ยอมกลับมานั่งกับแม่ เอาแต่คุยกับจุนโนะคนเดียว”
“โอย.......แม่..... แค่คุยสนุกๆ น่ะฮะ ไม่มีอะไรหรอก เราคุยกันถูกคอกันดี ก็เท่านั้นเอง แม่ก็คุยกับเพื่อนจุนโนะไม่หยุดนี่นา” จินย้อนกลับ แม่ก็เลยหัวเราะเบาๆ

เมื่อจินเริ่มเคลื่อนรถออกไป เธอจึงชวนคุยเรื่องอื่น ซึ่งก็ไม่พ้นเรื่องของลูกชายคนโต.. จินฟังไปแบบนั้นเอง แม่สนิทกับเขามากกว่าลูกชายคนโต พี่ชายเป็นผู้รับช่วงกิจการต่อจากพ่อผู้ล่วงลับ เมื่อพี่ชายแต่งงาน เดี๋ยวก็จะต้องมีทายาทตัวเล็กๆ ....คนที่มีศักดิ์เป็นอาอย่างเขาก็คงจะไม่มีบทบาทอะไรเลย สู้เรียนหนังสือให้จบ และพึ่งตัวเองจะดีกว่า..............

“แม่.... แม่ชอบจุนโนะมั้ยฮะ?” จินวกกลับมาพูดถึงเด็กหนุ่มหน้าสวย คนที่เขาติดเนื้อต้องใจคนนั้น
“ชอบซิ รวมทั้งคาเมะด้วย แม่ว่าพวกเขาน่ารักดีนะ”
“อือ..... ถ้าผมจะชวนพวกเขามาเที่ยวบ้านเราบ้างจะได้มั้ยครับ?” จินขออนุญาต แล้วหัวใจก็ตีปีกพรึ่บๆ เมื่อแม่พยักหน้าอนุญาตให้อย่างเต็มใจอย่างยิ่ง

*****************************

..........................วันต่อมา.........


จุนโนะเดินไปโรงเรียนด้วยอาการที่เป็นปกติ อากาศยามเช้าเช่นนี้สดใสกว่าวันไหนๆ สายลมพัดพาเอาความหอมอ่อนๆ ของดอกสีชมพูเหนือศีรษะโชยมาให้ชื่นใจ แต่พอเดินผ่านสถานที่เกิดเหตุในวันนั้น เขาเกิดความรู้สึกหดหู่ขึ้นมาอย่างฉับพลัน แต่ถึงกระนั้นจุนโนะก็อดที่จะยืนนิ่งมองต้นซากุระใหญ่ที่ทางลาดข้างล่างนั้นไม่ได้
.....ดูเอาเถอะ ยามนี้มันดูสวยสดงดงาม กลีบดอกที่หลุดร่วง ปลิวคว้างและตกลงเหนือยอดหญ้า ดูเหมือนพรมสีชมพูอ่อนผืนใหญ่ที่แผ่กว้างไปจนจรดริมทางรถไฟ
เสียงทอดถอนใจดังออกมาจากกลีบปากอ่อนบางของจุนโนะ ......จะมีใครรู้บ้างมั้ยนะ ว่าท่ามกลางความสวยงามนั้น มันแฝงไว้ด้วยความอัปยศเพียงใด ......จะมีใครที่ล่วงรู้นอกจากตัวเขาเอง และเจ้าคนนั้น ......เจ้าของเงาดำมืดที่ข่มเหงเขาในวันนั้น........

ร่างโปร่งสะบัดหน้าเดินไปจากตรงนั้นเมื่อชักจะเริ่มเห็นภาพที่ตัวเองถูกฉุดปรากฏขึ้นในมโนภาพ
..... เสียงรถยนต์ดังมาจากทางเบื้องหลัง จุนโนะยืนตัวลีบชิดขอบถนน เมื่อมันจอดนิ่งสนิทข้างกาย
กระจกทางด้านคนขับถูกไขลง พร้อมกับใบหน้าบึ้งตึงของนากามารุ ยูอิจิปรากฏขึ้น
“ร้ายนักนะ... เมื่อวานฉันบอกให้ไปเสิร์ฟเหล้า ทำไมไม่ไปหา? หายหัวไปไหนทั้งวัน?” เสียงห้วนจัดดังขึ้นจากยูอิจิ ทำให้ร่างบางขยับกายถอยหลังไปอีกสองสามก้าว จุนโนะหน้าเสียเมื่อนึกไปถึงบทลงโทษที่คาดว่าจะได้รับ โทษฐานขัดคำสั่งเจ้าของบ้าน
“ผม....ผม......นัดกับเพื่อนเอาไว้ก่อนแล้วครับ .......คุณหนู” เอ่ยออกมาด้วยถ้อยคำตะกุกตะกัก แต่คนฟังแสยะยิ้มเยาะให้เต็มๆ
“ใครกันเพื่อนของนาย?”
“คะ...คาเมะ...”
ชื่อนั้นทำให้คนถามนิ่งไป พลางนึกไปถึงดวงหน้าขาวสวยของหนุ่มน้อยคนที่เขาแอบเล็งอยู่ ...... ความโกรธเมื่อครู่จึงบรรเทาลง
“อืมมม....เด็กคนนั้น .. ถ้างั้นก็แล้วไป นึกว่าไปเหลวไหลที่ไหน ถ้าเป็นคาเมะ ฉันก็อนุญาต จะพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านก็ได้นะ บอกเขาด้วยว่า ฉันชวน เผื่อจะอยากมาบ้าง.... นี่ก็สายแล้ว .. ขึ้นมาเด่ะ จะไปส่ง...” เสียงสั่งกรายๆ นั้น ทำให้จุนโนะไม่อาจขัดได้ เมื่อวานขัดคำสั่งไปแล้วทีหนึ่ง วันนี้ก็เลยไม่อยากจะขัดอีก เด็กหนุ่มจึงนั่งรถไปด้วยแต่โดยดี
“เมื่อวานเจ้าพวกนั้น บ่นกันอุบเลยว่าไม่เจอนาย... โดยเฉพาะโคยาม่าง่ะนะ บ่นไม่หยุด.... ไปทำอะไรมันน้า...มันถึงหลงเสน่ห์นายนัก”
“คุณโคยาม่า!!” จุนโนะอุทานออกมา


........หรือว่าคนที่ข่มเหงเขาจะเป็นโคยาม่า........


.......ไม่นะ.......ไม่.......ไม่........


เด็กหนุ่มใจหายวาบ ....เขาไม่ชอบโคยาม่า ไม่อยากให้คนนั้นมาแตะเนื้อต้องตัวเขา ไม่ว่าจะส่วนไหนของร่างกายทั้งสิ้น


“อ้อ.... เจ้าชิเงะก็อีกคน คร่ำครวญถึงนายเหลือเกิน...นายนี่มันเสน่ห์แรงจริง” เสียงยูอิจิยังพูดขึ้นอีก และชื่อ ...ชิเงะ... ก็ทำให้จุนโนะต้องหันขวับมามองหน้าคนพูด
“คุณชิเงะ!!”


........หรือว่าจะเป็นนายชิเงะนั่น......


....ไม่.....ต้องไม่ใช่.....


จะเป็นใครในสามคนนั่น เขาก็ไม่อยากให้เป็น รวมถึงนายโคกินั่นด้วย
แต่ว่า.....มันก็สายเกินไปแล้ว ....คนพวกนั้นแตะเนื้อตัวเขาไปแล้วนี่นะ......

ดวงตาฉ่ำน้ำขึ้นมาทันที เมื่อยูอิจิยังพูดจาเห็นดีเห็นงามในการจะยกเขาให้เพื่อนๆ ไม่หยุด
“ทำไม... คุณถึง......อยากจะยกผมให้เพื่อนของคุณนัก” จุนโนะถามเสียงเครือ
“........ก็นายมันน่ารักเองนี่นา.....” เสียงพูดกลั้วหัวเราะ แค่คนฟังไม่ขำด้วย จุนโนะได้แต่ก้มหน้ามองกระเป๋าตัวเองที่อยู่บนตัก
“คุณ...คุณไม่เคยมีความรักให้ผมสักนิดเลยใช่มั้ยฮะ?”
“พูดอะไรถึงเรื่องความรักเล่า จุนโนะ... นายมีที่อยู่ที่กิน แม่นายมีงานทำสบายๆ นายยังตัองการอะไรมากกว่านี้อีก...?”
“เพราะผมยอมคุณมากเกินไป เป็นของคุณง่ายๆ ผมถึงไม่มีค่าอะไรเลย....” น้ำตาหยดลงมาต้องหลังมือขาว จุนโนะปล่อยให้มันกลิ้งตกลงเปื้อนกระเป๋านักเรียน
“ค่าน่ะมี.... ไม่งั้นเจ้าพวกนั้นจะอยากขย้ำนายถึงขนาดจะดิ้นตายหรือไงกันเล่า?” ยูอิจิตบเกียร์ด้วยแรงอารมณ์ ใบหน้าด้านข้างของจุนโนะทำให้เขาต้องเมินไปทางอื่น สีหน้าหม่นหมองเจือความเศร้านั้นทำให้เขาไม่กล้าสบตาด้วย
ยังไงๆ ซะ จุนโนะก็ของตาย... จะบีบให้ตาย ก็ตายอยู่ในกำมือ จะปล่อยให้รอด ก็รอดอย่างอ่อนระโหยเต็มที ไม่ว่ายูอิจิจะไปสำมะเลเทเมาที่ไหน ก็มีจุนโนะนี่แหล่ะที่คอยเป็นทาสรับใช้ทั้งเรื่องบนเตียงและนอกเตียง ไม่มีปากเสียงจะบ่น....ไม่ว่าอย่างไรซะ จุนโนะก็ไม่อาจออกจากอ้อมอกของเขาไปได้ ก็เจ้าหมอนี่มันรักเขาอย่างกะอะไรดี .เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องไปถนอมน้ำใจเด็กหนุ่มคนนี้ก็ย่อมได้..... ก็แค่หนูน้อยในกำมือ

“เอ้า...ถึงแล้ว...” ยูอิจิจอดรถหน้ารั้วโรงเรียน แต่คนนั่งเคียงข้างนั้นยังมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ
“ลงไปเซ่...ฉันจะรีบไป...” เจ้านายเร่งมาอีก...เตรียมออกรถ เมื่อนั้นแหละจุนโนะถึงได้ขยับตัว ลงไปจากรถด้วยอาการเศร้าซึม

ยูอิจิขับรถจากมาได้หน่อย ก็เห็นร่างบางของใครคนหนึ่งเดินแกว่งกระเป๋าอยู่ริมรั้วโรงเรียน


.....คาเมนาชิ คาซึยะ.....นั่นเอง


ชายหนุ่มไม่รีรอเลยที่จะเบรกรถพรืดข้างร่างเล็กบาง ทำให้คาเมะสะดุ้งโหยง เขาผงะด้วยความตกใจจนหลังกระแทกกับรั้วปูน
“อ๊ะ???” เสียงอุทานออกมา คาเมะเขม้นมองคนขับที่ทำให้เขาตกใจจนเสียหลัก และแล้วเมื่อกระจกรถถูกลดลง คาเมะก็เบิกตากว้าง
“คะ...คุณ.....”
“ยูอิจิ .....นากามารุ ยูอิจิ” ยูอิจิแนะนำตัวเอง พร้อมกับยื่นมือมาให้คาเมะ แต่เด็กหนุ่มมองมือนั้นด้วยสีหน้าที่งุนงง ไม่เข้าใจว่า เจ้านายของจุนโนะจะมาจอดรถข้างๆ เขาทำไม แต่เมื่อมองไล่ตั้งแต่มือใหญ่จนมาถึงใบหน้ายิ้มกริ่มนั้น คาเมะก็ร้อนวูบที่หน้า ......ก็ดวงตาเจ้าชู้นั้น มันทอประกายวิบวับใส่เขา จนผิวแก้มร้อนซู่
“ดีจังที่เจอนายอีก” ชายหนุ่มชักมือกลับเมื่อไม่ได้รับการตอบสนองจากร่างบาง

คาเมะก้มหัวให้นิดหนึ่ง ท่าทางประหม่าจนยูอิจิชักจะขำ
“มาเวลานี้ทุกวันเหรอ?” เขาถาม
“ฮะ....เวลานี้แหล่ะฮะ”
“อือมมม...”
“คุณมาส่งจุนโนะหรือฮะ?” คาเมะถามบ้าง ซึ่งคนถูกถามก็พยักหน้า และบอกว่า
“ก็อยู่บ้านเดียวกันนี่นะ และอีกอย่างมาส่งเจ้านั่นเผื่อจะได้เจอใครบางคนด้วยไง” ว่าแล้วก็ส่งสายตาเจ้าชู้มาให้อีกรอบ คราวนี้ไม่มาแต่สายตาเท่านั้น แต่ลงมาทั้งตัวเลยด้วย

ยูอิจิลงมาหยุดยืนตรงหน้าคาเมะ มองร่างเล็กนั้นอย่างชื่นชม การที่เขามายืนตรงนี้ทำให้เด็กหนุ่มถอยหลังจนชิดกำแพง ถ้าชำแรกร่างเข้าไปในนั้นได้ ก็คงจะทำไปแล้ว ดังนั้นมือใหญ่จึงดึงแขนของคาเมะไว้ และลากมาใกล้ตัว
“ตอนเย็น...เลิกเรียนแล้วรอได้มั้ย? จะมารับกลับบ้าน” จู่ๆ ยูอิจิก็พูดโพล่งออกมา คนฟังทำตาโต อ้าปากค้าง
“อะ.....อะไรนะครับ?”
“จะมารับไง”
“คุณง่ะนะ จะมารับผม?” คาเมะถามย้ำ
“ฮื่อ....รอละกัน”
“เอ้อ อย่าดีกว่าครับ...”
“เธอปฏิเสธฉันหรือ?” ยูอิจิก้าวมาข้างหน้า แต่คาเมะไม่มีที่จะถอยไปอีกแล้ว ดังนั้นร่างสองร่างจึงยืนแนบชิดกันที่ริมกำแพงตรงนั้นเอง
“คุณจะมารับผมทำไมกัน ผมเดินกลับกับจุนโนะทุกวันอยู่แล้ว”
“บ้านอยู่คนละทางกัน เดี๋ยวก็ต้องแยก จุนโนะน่ะเขาเดินกลับคนเดียวได้ แต่ฉันอยากมารับเธอ” ยูอิจิยังดึงดันให้ได้
“แต่ว่า.......ผม...ผม....ยังไม่รู้จักคุณดีพอเลย....” คาเมะพยายามหลบตาคมกล้าของยูอิจิ จึงก้มหน้ามองปลายรองเท้าตัวเอง แต่แล้วจู่ๆ สัมผัสอุ่นวาบก็เกิดขึ้นที่ปลายคางของตัวเอง คาเมะตกใจเพราะยูอิจิใช้นิ้วเชยคางของเขาขึ้น เพื่อให้สบตากับตัวเอง
“ถ้าไม่เปิดโอกาสให้ฉัน แล้วเราจะรู้จักกันได้อย่างไรล่ะ คาเมะตัวน้อย”
“เอ้อ.....” ดวงตาเรียวหลุบลงต่ำ เขาพยายามเบือนหน้าหนี แต่ว่าหัวใจเจ้ากรรมนี่ซิ กำลังเต้นกันโครมครามอยู่ในอก ดูใกล้กันแบบนี้ ยูอิจิรูปหล่อ ท่าทางเจ้าชู้และรุกเก่งจนเขาเองแทบเข่าอ่อน
“รอนะ.....”
“ไม่....ไม่ดีกว่าครับ...”
“ต้องรอ.....!!” ยูอิจิย้ำเป็นครั้งสุดท้าย แล้วก็ปล่อยคางมนของคาเมะ
เขาอาศัยความรวดเร็วฉกแก้มหอมของหนุ่มน้อยฟอดใหญ่ ไม่แคร์สายตาของนักเรียนคนอื่นที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้น เมื่อสูดดมความหอมหวานนั้นแล้ว เขาก็ปล่อยให้คาเมะทรุดไปนั่งเข่าอ่อนกับพื้นถนน ตัวเองรีบกลับเข้าไปนั่งในรถและขับออกไปอย่างรวดเร็ว
“อ๊ะ?? คุณยูอิจิ.....” คาเมะจับแก้มของตัวเอง รู้สึกร้อนผ่าวทั้งสองข้างแก้มนวล

.......ให้ตายซิ.......ผู้ชายคนนี้ ทำไมถึงได้ทำอะไรอุกอาจแบบนี้นะ
.......อยู่ๆ ก็มาหอมแก้มเขา.....

“บ้าจริง......” เขาพยายามลุกขึ้น แข้งขายังสั่นพั่บๆ หัวใจดวงน้อยเต้นรัวกระหน่ำ ยูอิจิทำแบบนี้หมายความว่าไงกัน
.....สนใจเขาอย่างนั้นเหรอ......
.....ขอมารับกลับบ้าน ไม่ใช่สิ สั่งว่าเขาต้องรอ.....
“เรื่องอะไรล่ะ ไม่ใช่จุนโนะนี่จะได้ฟังคำสั่ง...” บ่นอุบอิบกับตัวเอง สองขาพาเขาเข้าไปในตึกเรียนได้อย่างไรไม่รู้ได้ มารู้ตัวอีกที ก็มายืนอยู่หน้าห้องโฮมรูมของตัวเองแล้ว และจุนโนะก็กำลังเดินตามเขามาติดๆ
“คาเมะ...ใจลอยไปถึงไหนกัน ฉันเรียกตั้งนานแล้ว” จุนโนะทักเมื่อเห็นอาการเหม่อของเพื่อนรัก
“จุนโนะ......” คาเมะไม่รีรอที่จะเล่าให้จุนโนะฟังถึงเรื่องที่เขาพบกับยูอิจิ แต่เว้นเอาไว้หน่อยนึงตอนที่ยูอิจิหอมแก้ม ...อันนั้นไม่ได้เล่าหรอก .....ก็มันน่าอายนี่นะ โดนชายหนุ่มฉกแก้มไปได้
“ฮื่อ......ฉันรู้แล้วล่ะ เห็น....” จุนโนะพยักหน้างึกๆ ยกมือเท้าคางมองคาเมะอย่างค้นคว้า อยากรู้นักว่าเพื่อนรักคนนี้จะรู้สึกอย่างไรกับยูอิจิ
ก็เขาเห็นนี่นะ ยังไม่ได้เข้าไปในโรงเรียนหรอก ยูอิจิคงไม่สนใจล่ะซิ ที่เขายังยืนมองตามรถของยูอิจิไป เห็นจนกระทั่งเจ้านายหนุ่มจอดรถข้างๆ เพื่อนของเขา ทำท่ากรุ้มกริ่มใส่ และเจ้าเพื่อนคนนี้ก็ตัวสั่นงักๆ จุนโนะเห็นแต่ท่าทางที่ยูอิจิแสดงออกนอกหน้า เห็นแล้วก็ใจวูบดิ่ง เจ็บลึกในอก เห็นชัดๆ เลยว่า ตัวเป้าหมายของยูอิจิคือคาเมะนั่นเอง
และยิ่งคาเมะมาเล่าให้ฟังว่า ยูอิจิขอให้คอย เพราะต้องการมารับไปส่งบ้านด้วยแล้ว จุนโนะก็ถึงกับซึม หัวใจสั่นเหมือนกับคาเมะ แต่ต่างกันตรงที่หัวใจของเขานั้น มันสั่นเพราะความเสียใจ .....รู้ตัวดีล่ะว่า ไม่มีสิทธิจะยับยั้งความต้องการของยูอิจิได้เลย ... นี่เขากำลังจะถูกเขี่ยทิ้งจริงๆ สินะ
“คาเมะ.....นายคิดอย่างไรกับคุณยูอิจิ?” จุนโนะลองถามดู แต่คำตอบที่ได้ก็คือ
.....ใบหน้าที่แดงระเรื่อของคาเมะ......
“นายชอบเขาหรือ?” จุนโนะถามต่อ
“ไม่รู้ซิ....” คาเมะตอบว่างั้น
“แล้วตอนเลิกเรียน นายจะรอเขามั้ยอ่ะ?”
“ไม่หรอก......” คาเมะส่ายหน้า มองหน้าจุนโนะ สีหน้าหม่นหมองนั้นน่ะทำให้คาเมะอึ้งจนต้องทำออกมา
“จุนโนะ.....นายกับคุณยูอิจิน่ะ...เอ้อ......คือ......ฉันหมายความว่า นายกับเขา......อือ....ชอบกันหรือเปล่า?”
“..............”
จุนโนะไม่ได้ตอบ นอกจากยิ้มเศร้าๆ ส่ายหน้าให้คาเมะ

............ไม่ได้ชอบหรอก คนที่ไม่มีความรู้สึกอะไรเลยก็คือยูอิจิ


สำหรับเขาน่ะ ไม่ได้ชอบ แต่ว่า...รัก.....ต่างหากล่ะ

...........................................................

แต่เมื่อเวลาเลิกเรียนมาถึง คนที่บอกว่าจะไม่ยอมคอยยูอิจินั้น กลับโอ้เอ้ไม่ยอมกลับบ้านสักที จนจุนโนะต้องเดินกลับบ้านแต่เพียงลำพัง ...... และพอเขาหันกลับไปมองที่ประตูทางเข้าโรงเรียน เขาก็เห็นคาเมะเดินออกมายืนอยู่หน้าประตูรั้วตั้งนาน และแล้วรถสปอร์ตคันหรูของยูอิจิก็ขับมาจอดข้างๆ จุนโนะเห็นคาเมะอิดเอื้อนอยู่นานกว่าจะยอมเข้าไปนั่งในรถของยูอิจิ และรถคันงามคันนั้นก็เลี้ยวขวับไปทางบ้านของคาเมะ

ใบหน้าสวยงามของจุนโนะสลดลง ขอบตาร้อนผ่าว เขายืนพิงต้นซากุระข้างถนน แหงนหน้าขึ้นเพื่อไม่ให้น้ำตาไหลลงมา หัวใจดวงน้อยถูกบีบอัดจนเจ็บปวดไปหมด.......
.....ในที่สุด คาเมะก็ชอบยูอิจิจริงๆ ด้วย......
.....ความเป็นห่วงเพื่อนมีพอๆ กับความเสียใจเมื่อตระหนักได้ในขณะนั้นว่า ความรักที่มีอยู่อย่างกระท่อนกระแท่นของเขาต่อยูอิจินั้นดูเหมือนจะถูกฝังกลบไปเสียแล้ว......

............................

จุนโนะเดินคอตกกลับบ้านอย่างเซื่องซึม ระหว่างทาง เขาเห็นรถสีบรอนซ์ที่ดูคุ้นตาจอดอยู่ข้างทาง แต่อารมณ์ยามนั้นไม่ได้สนใจเท่าไรนัก จนกระทั่งชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนพิงรถอยู่ขยับตัวมายืนขวางทางเขา เมื่อจุนโนะเงยหน้ามองนั้น ก็พบกับรอยยิ้มแจ่มใสของ อะกานิชิ จิน ฉายชัดบนใบหน้าหล่อเหลานั้น
“ดีจัง....ได้เจอกันอีกแล้ว จุนโนะสุเกะ....” จินเอ่ยทักทาย เห็นดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำของจุนโนะเบิกกว้าง และแล้วรอยยิ้มเศร้าก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงามของจุนโนะ
“คุณจิน......”
“ไหน...ไหน...บอกว่าเรียกชื่อเฉยๆ ไง เรียกจินนะ... ไม่ใช่คุณจิน....”
“เอ้อ.....ครับ...จิน......”
“ฉันมารอตั้งนานแน่ะ” จินบอก เขาฉวยกระเป๋านักเรียนของจุนโนะมาถือไว้ แตะข้อศอกของเด็กหนุ่มเป็นเชิงให้เดินไปขึ้นรถ
“คุณง่ะนะมารอผม....”
“ฮื่อ.....มาดักรอตั้งเกือบชั่วโมง”
“จิน.......” จุนโนะครางออกมาเบาๆ มองหน้าชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจอะไรเลย

ตลกดีเหมือนกัน ...ในขณะที่คาเมะมียูอิจิมาคอยรับ .....เขาเองก็มีคนที่มาดักพบเหมือนกัน....
.....อะกานิชิ จิน......
เพื่อนอีกคนของยูอิจิ....

.....จุนโนะไม่คิดว่าจินจะมีความรู้สึกเป็นพิเศษกับเขาหรอก....แต่การที่ชายหนุ่มบอกว่ามาดักรอพบเขานั้น ก็ทำให้อดคิดไม่ได้......
.....จะมาแบบเดียวกับพวกโคยาม่าหรือเปล่าก็ไม่รู้.....
แต่ดูจากท่าทางที่เคยพบกันนั้น เขาออกจะชอบจินมากกว่าเพื่อนคนอื่นๆ ของยูอิจิ.....
คงจะสุภาพและไม่เห็นเขาเป็นของเล่นหรอกนะ........

.....อะกานิชิ จิน

*********************

to be con

comment ที่นี่จ้า...

Hosted by www.Geocities.ws

1