TEAR of LOVE

 

Vol 1

***************************

แสงแดดยามรุ่งอรุณส่องลงมาจากท้องฟ้าอันแจ่มใส ทะลุลอดยอดไม้ลามเลียผิวดินเหนือยอดหญ้าจนทำให้น้ำค้างที่เกาะนั้นเหือดแห้งไป เสียงแมลงปีกแข็งขยับปีกกันเซ็งแซ่ ทำให้ทั่วทั้งบริเวณฟังดูร่มรื่นด้วยบรรยากาศแห่งธรรมชาติ เด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินทอดน่องไปตามทางเดินแคบๆ ที่ปูด้วยหินแผ่นบางซึ่งทอดยาวเข้าสู่อาณาบริเวณบ้านอันใหญ่โต ในมือของเขาถือกล่องปิ่นโตห่อด้วยผ้าอย่างดี สองมือถือมันอย่างประคับประคอง ในขณะที่เหงื่อเริ่มไหลลงมาจากซอกคอจนชื้นถึงแผ่นหลัง

เขาเดินผ่านแมกไม้ที่สวนหลังบ้าน จนมาถึงหลังครัว ได้กลิ่นหอมฟุ้งของชาเขียวอบอวลมาแต่ไกล เมื่อเปิดประตูเข้าไป ก็พบกับหญิงวัยกลางคนร่างอ้วนที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตา พร้อมกับลูกมืออีกสองสามคน พวกเธอหันมามองเด็กหนุ่ม แล้วส่งยิ้มให้อย่างใจดี
“มาแล้วเหรอ จุนโนะ วันนี้แม่ทำอะไรมาให้ล่ะ?” เสียงร้องทักพร้อมกับขยับร่างอุ้ยอ้ายเข้ามามองห่อปิ่นโตที่เด็กหนุ่มหน้าตางดงามนำมาวางไว้บนโต๊ะ รอยยิ้มสดใสของเธอทำให้ผู้อ่อนวัยกว่ายิ้มอย่างอายๆ
“แม่ไม่ได้ทำฮะ อันนี้ผมทำเอง... ลองหัดทำดูน่ะฮะ ยังไม่ค่อยดีเท่าไร” เขาแกะห่อผ้าออก เผยให้เห็นตัวเบนโตะหรือปิ่นโตทรงกลมที่พอเปิดข้างในออกดูก็พบกับทงคัตซึจัดวางอยู่รอบถ้วยน้ำจิ้มและแซมด้วยผักชิ้นเล็กๆ อย่างเป็นระเบียบ แม่บ้านมองแล้วก็ทำตาโต
“โห... ทำได้น่ากินจัง จุนโนะจะเอาไปให้คุณหนูล่ะซิ”
“ฮะ...” จุนโนะพยักหน้าน้อยๆ รอยยิ้มอิ่มเอิบในยามเช้าทำเอาบรรดาแม่ครัวมองด้วยความเอ็นดู แต่ในดวงตาของคนที่สูงวัยที่สุดกลับมีรอยกังวลแฝงอยู่ เธอมองจุนโนะห่อผ้าปิ่นโตเอาไว้ตามเดิม เมื่อจุนโนะขอตัวขึ้นไปหา ‘คุณหนูของบ้าน’ เธอจึงร้องเตือนมาว่า
“ระวังหน่อยนะจุนโนะ คุณหนูยูอิจิน่ะเมื่อคืนเมากลับมาด้วย... ป่านนี้ไม่รู้ว่าจะตื่นหรือยัง ...เอ้านี่... เอากระติกชาเขียวอุ่นๆ ขึ้นไปด้วยล่ะ”
“ฮะ..ป้า...” จุนโนะเดินมาหยิบกระติกสุญญากาศที่ป้านานะ แม่บ้านร่างอ้วนส่งให้

เมื่อลับหลังจุนโนะไปแล้ว ป้านานะก็ถอนหายใจยาวเหยียด ส่ายหน้าแบบเห็นใจ เพราะตระหนักดีว่า เมื่อเด็กคนนั้นขึ้นไปพบกับคุณหนูของบ้านในยามเช้าเช่นนี้แล้ว จุนโนะ หรือทางุจิ จุนโนะสุเกะนั้นจะกลับออกไปด้วยสภาพแบบใด
“จุนโนะนี่รักคุณหนูยูอิจิจริงๆ เลยนะป้า... ไม่รู้จะเตือนยังไงแล้วนะ” หญิงวัยอ่อนกว่าแม่ครัวพูดขึ้น พลางมองไปที่ประตูครัวที่จุนโนะเดินออกไปก่อนหน้านี้
“เตือนแล้วก็ไม่ฟังแบบนี้ ก็ต้องปล่อยไปล่ะ แล้วเรื่องมันก็เลยเถิดจนกู่ไม่กลับแบบนี้ จุนโนะเองก็รักคุณหนูนี่นะ แต่คุณหนูยูนี่ล่ะ ใจหินชะมัดเลย ใจดำแถมยังนักเลงอีกต่างหาก ถ้าเด็กของเราเขารับเรื่องนี้ได้ ห้ามไม่ฟัง ก็ต้องยอมล่ะ เนื้อตัวเขานี่นะ”
“กลัวมันจะช้ำก่อนจะเรียนจบน่ะซี้” แม่ครัวอีกคนหนึ่งบ่นแบบปลงอนิจจัง นึกไปถึงดวงหน้าสวยงามของจุนโนะสุเกะ ซึ่งเป็นลูกชายของหัวหน้าแม่บ้านใหญ่ของครอบครัว นากามารุ

นากามารุคนพ่อ เป็นนักธุรกิจอันดับต้นๆ ของประเทศ เศรษฐีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์นับหมื่นล้านที่มีบ้านอันใหญ่โตจนเรียกได้ว่าคฤหาสน์หลังงาม แวดล้อมไปด้วยพรรณไม้นานาพันธุ์ในใจกลางโตเกียว มีลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนเดียว ที่ทั้งเอาแต่ใจและค่อนข้างจะหัวแข็ง แต่ข้อสำคัญ รูปสวย รวยทรัพย์ ซึ่งขณะนี้ได้ใช้เส้นคุณพ่อเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยของรัฐอันเลื่องชื่อ ........

จุนโนะสุเกะจรดฝีเท้าขึ้นบันไดที่ปูด้วยพรมสีขรึม แล้วมาหยุดอยู่หน้าห้องคุณหนูคนเดียวของบ้าน...นากามารุ ยูอิจิ...
ไม่มีเสียงอนุญาตตอบกลับมาเมื่อจุนโนะเคาะประตูห้องอยู่หลายครั้ง เด็กหนุ่มจึงถือวิสาสะย่องกริบเข้ามาในห้อง
ภายในห้องนั้น มืดทึบด้วยผ้าม่านหนาที่ถูกรูดปิดบังหน้าต่างทุกบานจนแสงสว่างจากภายนอกไม่อาจส่องลอดเข้ามาได้เลย กลางห้องมีเตียงกว้างขนาดคิงไซด์ วางเด่นอยู่ใต้โคมไฟระย้าที่ห้อยลงมาจากเพดาน บนเตียงมีร่างของชายหนุ่มวัยยี่สิบกำลังซุกตัวอยู่ในโปงผ้าห่ม โผล่แต่เส้นผมสีน้ำตาลให้เห็นเพียงนิดหน่อย .... ร่างนั้นยังไม่มีวี่แววว่าจะลุกมาทำกิจวัตรประจำวันยามเช้าเหมือนคนอื่นๆ ในบ้านเลยแม้แต่น้อย

จุนโนะสุเกะทรุดตัวคุกเข่าหน้าเตียง เขาแอบเปิดชายผ้าห่มที่คลุมผมของยูอิจิออก เผยให้เห็นใบหน้าที่เรียบเฉย แต่ทว่าหล่อเหลาของเจ้านายหนุ่มตรงหน้า
รอยยิ้มกว้างของจุนโนะปรากฏขึ้น ได้กลิ่นแอลกอฮอล์ระเหยออกมาจากร่างของคนบนเตียง จุนโนะย่นจมูกใส่ ...นี่คงจะเมามาทั้งคืนแน่ๆ....เขาไล้นิ้วเหนือหน้าผากของยูอิจิ ไล้ต่ำลงมาถึงจมูก ปาก แก้มและริมฝีปากอิ่มหนาที่บัดนี้หุบสนิท สายตาที่จับจ้องบนใบหน้าของคนหลับนั้น ฉายแววรักใคร่อย่างปิดไม่มิด

“คุณยูอิจิ....” จุนโนะกระซิบเรียกเบาๆ เขาวางปิ่นโตอาหารไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียง แล้วลุกมาแตะไหล่เจ้านาย เคาะบนต้นแขนของยูอิจิอยู่หลายที ร่างนั้นจึงขยับตัว พลิกไปพลิกมา จนในที่สุดก็ลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย
“ใครวะ? มาปลุกอยู่ได้..” เสียงอู้อี้ดังออกมาจากปากหนา ชายหนุ่มทำหน้ายุ่งแล้วก็ขยับตัวจะนอนต่อ แต่ก็มีมือนุ่มมารั้งไหล่ของเขาให้นอนหงาย เสียงหัวเราะของจุนโนะดังขึ้นอย่างสดใส
“คุณยูอิจิ ตื่นเหอะ... สายมากแล้วน้า... ผมทำหมูชุบแป้งทอดของโปรดมาให้ด้วยล่ะ”
“หมูทอด......เฮอะ... ของแม่นายทำหรือเปล่าล่ะ” ยูอิจิถามออกมาจากใต้โปง
“ผมทำเอง..”
“ไม่เอา...กระเดือกไม่ลง ต้องแม่นายทำซิ จุนโนะถึงจะอร่อย” น้ำเสียงที่ฟังเรียบเฉยๆ นั้น ทำให้จุนโนะหน้าเสีย เด็กหนุ่มกัดปากแล้วก็ผ่อนตัวลงนั่งทับส้นเท้าของตัวเอง เขาหันไปเปิดปิ่นโต ควันฉุยๆ ของหมูชุบแป้งทอดลอยออกมา ส่งกลิ่นหอมเรียกน้ำย่อยจากคนนอนบนเตียงทันที
“โห้ย....บ้าชะมัดเลย นายนี่...” ยูอิจิสลัดผ้าห่มออก เขาลุกขึ้นนั่ง แทบหายง่วงพอๆ กับหายมึน
จุนโนะรินชาเขียวอุ่นๆ ส่งให้ก่อนเป็นอันดับแรก
“แก้เมาฮะ....” เขาบอก ซึ่งยูอิจิก็ทำหน้างอ แต่ก็รับน้ำชามาดื่ม กลิ่นหอมอ่อนๆ ของมันทำให้ชายหนุ่มหายง่วง เขาหยิบคัตซึด้งเข้าปากแบบไม่จิ้มหนึ่งคำ ก่อนจะลุกจากที่นอน
“อื้อ...ทำเองเหรอ...?” เขาชูหมูทอดในมือเป็นเชิงถามจุนโนะที่ยังนั่งคุกเข่าข้างเตียง เด็กหนุ่มพยักหน้าหงึกๆ พร้อมกับส่งรอยยิ้มมาให้
“ไม่ได้เรื่องเลย...ไม่อร่อย... บอกแล้วว่า ฝีมือนายยังห่างไกลจากแม่นายนัก ฉันว่าแม่ครัวชั้นเลวในบ้านนี้ยังทำอร่อยกว่านายอีก แย่เป็นบ้าเลยจุนโนะ”
“ฮะ......” จุนโนะนั่งก้มหน้านิ่ง น้ำตาจวนจะหยดมิหยดแหล่อยู่แล้ว อุตส่าห์ตั้งใจทำเพราะความรัก แต่กลับมาโดนตำหนิแบบไม่ถนอมน้ำใจแบบนี้ เป็นใครจะทนไหว

ยูอิจิพูดแต่ก็หันมาหยิบชิ้นที่สองเข้าปากอีก ... จุนโนะปรายตามองพร้อมกับหยาดน้ำตาคลอเบ้า ...

....ไม่อร่อยแล้วมาหยิบกินอีกทำไม....

เจ้านายหนุ่มหายเข้าไปในห้องน้ำแล้ว เหลือแต่ที่นอนยับยู่ยี่ให้จุนโนะเป็นคนเก็บ เก็บที่นอนไป มองประตูห้องน้ำไปพลาง จนท้ายสุดก็มาหยุดสายตาที่หมูทอดในกล่อง

ก่อนเอามาที่นี่ก็ชิมแล้วชิมอีก สูตรที่ทำก็ใกล้เคียงกับที่แม่ทำแล้วเชียวนา ทำไมถึงไม่ถูกปากยูอิจิได้นะ....

จุนโนะเดินไปเปิดผ้าม่านออกทุกบาน แสงแดดส่องเป็นลำเข้ามา ทำให้ห้องสว่างสดใสขึ้น เขากวาดสายตามองไปทั่วห้อง เห็นกรอบรูปของยูอิจิและผองเพื่อนขนาดใหญ่วางใส่กรอบไว้บนโต๊ะที่ใช้อ่านหนังสือ จุนโนะพิจารณาบุคคลในรูป เป็นคนที่เคยมาสรวลเสเฮฮากับคุณหนูของเขาบ่อยๆ แต่ละคนล้วนแล้วแต่เป็นลูกนักธุรกิจทั้งนั้น จะมีไม่กี่คนที่มาจากชนชั้นธรรมดา ซึ่งก็ไม่ค่อยได้เข้ามาที่บ้านหลังนี้บ่อยนัก
จุนโนะวางรูปไว้ที่เดิม เพื่อนของยูอิจิแต่ละคนล้วนแล้วแต่ไม่น่าสนใจ เจ้าชู้ หยิ่งยะโส และมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ จุนโนะไม่ชอบเลย ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นเพื่อนของยูอิจิแล้วละก็ เขาคงไม่มีวันโผล่ออกมาให้พวกนี้เห็นหน้ากันหรอก ก็ทุกคนล้วนมองเขาแล้วก็ซุบซิบกัน ไม่รู้ว่าพูดถึงเขาว่าอะไรบ้าง และยูอิจิก็ไม่เคยบอกเขาเสียทีว่าเพื่อนพวกนี้เห็นเขาเป็นอะไร....

...............

เสียงประตูห้องน้ำเปิดออก พร้อมกับร่างอันสดชื่นของเจ้านายหนุ่มพันท่อนล่างด้วยผ้าขนหนูเพียงผืนเดียว จุนโนะไม่อาจถอนสายตาไปไหนได้นอกจากเรือนร่างของคนที่เขาเทิดทูนบูชา
“ดีแล้วที่ยังไม่ไป... มานั่งนี่ซิ” ยูอิจิชี้ไปที่เตียง ซึ่งจุนโนะก็ต้องทรุดตัวลงนั่งตามที่เขาสั่งอยู่แล้ว ยูอิจิเดินไปล็อคประตูห้องดังกรึ๊บ แล้วก็เดินยิ้มกริ่มมาหาร่างบางที่นั่งคอยอยู่ก่อนแล้ว
ชายหนุ่มเกี่ยวเสื้อยืดแขนกุดของจุนโนะแล้วก็ย่นจมูก
“ร้อนล่ะซิเรา เหงื่อออกเลยนี่... แต่ไม่เป็นไร ฉันชอบ...” ชายหนุ่มว่าแล้ว ก็ก้มลงสูดดมความหอมหวานของผิวกายที่โผล่พ้นร่มผ้าของจุนโนะ ขบย้ำที่ต้นคอจนเด็กหนุ่มสะดุ้ง
“ปลดผ้าขนหนูให้ทีซิ” ยูอิจิปรายตามองผ้าที่คลุมท่อนล่างของตัวเองเป็นเชิงสั่ง จุนโนะดึงปมขนหนูออก เผยให้เห็นร่างเปลือยของเจ้าของห้อง หน้าแดงเข้มของจุนโนะเรียกเสียงหัวเราะปร่าจากร่างสูงได้ดี ยูอิจิผลักจุนโนะไปกลางเตียง แล้วก็โถมร่างเข้าหา ปล้ำถอดเสื้อผ้าของลูกจ้างออกจนได้
“สาย....สายแล้วนะฮะ...” จุนโนะพูดปนหอบเมื่อตกอยู่ใต้ร่างของยูอิจิ
“ช่างหัวปะไร...ทำยังก๊ะไม่เคย...นี่...ยอมดีๆ ดีกว่าน่า... นายน่ะชักจะน่าเบื่อขึ้นทุกวันแล้วรู้มั้ย...”
ริมฝีปากหนาประทับกับกลีบปากบางของจุนโนะทันทีเมื่อสิ้นประโยค จูบบุ่มบ่ามเอาแต่ใจ จนเนื้อในของกลีบปากชอกช้ำ รวมถึงส่วนอื่นๆ ที่ยูอิจินาบริมฝีปากลงไปอีกด้วย

ความร้อนแรงของ คุณหนูหนุ่มผู้เอาแต่ใจ ที่โหมกระหน่ำกับร่างบางที่ตกเป็นเบี้ยล่าง ทำให้จุนโนะไม่อาจขัดขืนได้ สาเหตุหนึ่งก็เป็นเพราะจุนโนะสุเกะหลงรักยูอิจิคนนี้อย่างหมดใจ ยอมทุกอย่างตั้งแต่ย่างเข้าสู่วัยรุ่นจนมัธยมปลาย และยูอิจิก็ใช้เรือนร่างเขาจนคุ้มกับค่าจ้างที่ให้กับแม่ของเขาและตัวของเขาเอง

‘นายไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น นอกจากทำให้ฉันพอใจก็พอ...’

...นั่นคือถ้อยคำแรกเริ่มก่อนที่จะยูอิจิจะจับเขาเปลื้องผ้าในครั้งแรกที่ได้ตัวเขา ซึ่งความหลงก็ทำให้จุนโนะยอมทอดกายให้คุณหนูยูอิจิจนหมดสิ้น แต่สิ่งที่ได้รับกลับคืนมา ...เขารู้ดีว่ามันไม่ใช่ความรัก...
....มันคือความใคร่ต่างหากที่ยูอิจิมีให้...


ทุกครั้งที่มีอะไรกัน ยูอิจิจะเอาแต่ใจ ไม่เคยคำนึงเลยว่าการกระทำที่รุนแรงเร่าร้อนนั้นจะทำให้ร่างโปร่งบางของจุนโนะช้ำชอกมากน้อยแค่ไหน....

และในครั้งนี้ก็เหมือนกับทุกครั้ง ยูอิจิสะท้านกายไหวเยือกเมื่อถึงขีดสุดของแรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำใส่ร่างบางใต้ร่างของเขา เมื่อเสร็จสิ้นจนสุขสมแล้ว ชายหนุ่มก็พลิกกายนอนหงาย ไม่สนใจร่างกายที่เปลือยเปล่าของตัวเองและของจุนโนะสุเกะ
จุนโนะนอนหอบ สะอื้นเล็กน้อยเพราะเจ็บกาย ผิวกายขาวผ่องบัดนี้แดงระเรื่อเพราะอารมณ์รัก และช้ำเป็นจ้ำเพราะแรงบีบคั้นทั้งจากริมฝีปากและมือหนักของชายหนุ่ม น้ำตาอุ่นจัดไหลลงมาตามหางตากลิ้งลงสู่ที่นอนที่เพิ่งเก็บไปเมื่อสักครู่


...ร้องไห้เพราะ........เพราะอะไรล่ะ...

.....ยอมเขาเองนี่นะ...


แต่จะมีสักครั้งหนึ่งมั้ยที่ยูอิจิจะกอดเขาด้วยความรัก....
เสร็จกิจทุกครั้ง ก็หันหลังให้ทุกที แถมครั้งนี้ก็เช่นกัน ร่างหนากว่าพลิกกายนอนหงาย เมื่อระดับการเต้นของหัวใจลดระดับลงแล้ว ยูอิจิก็ลุกขึ้นคว้าเสื้อผ้าในตู้มาสวมอย่างลวกๆ เขาปรายตามองร่างเปลือยเปล่าของจุนโนะที่นอนระทดระทวยอยู่บนเตียงด้วยความเหนื่อยอ่อน
“ลุกได้แล้วจุนโนะ กลับไปเสียที เอาปิ่นโตบ้าๆ นั่นไปด้วย ฉันจะไปเรียนล่ะ” ยูอิจิสั่งขณะหันหลังให้ ชายหนุ่มแต่งตัวเกือบเสร็จแล้ว และตอนนี้กำลังจะวีนแตกเพราะเมื่อเสร็จสมอารมณ์หมายแล้ว อาการเอาแต่ใจเริ่มปรากฏให้เห็น เมื่อจุนโนะยังชักช้าไม่ทันใจเขา
จุนโนะหยิบเสื้อผ้าที่โดนเหวี่ยงทิ้งมาใส่อย่างอ่อนระโหย เขาเจ็บแปล๊บไปทั่วทุกส่วน แม้ว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งที่เท่าไรที่ได้นอนกับยูอิจิ แต่จุนโนะก็ยังไม่พ้นสภาพการเจ็บกายหลังร่วมรักซะที
“คืนนี้ไม่ต้องมาหานะ ฉันจะไปกินเหล้ากับเพื่อน” ยูอิจิร้องบอกขณะที่จุนโนะกำลังจะเดินออกจากประตู
จุนโนะชะงักมือค้างที่ลูกบิดประตู เขาหันมาถามเสียงแผ่วหวิว
“กินเหล้าอีกแล้วหรือฮะ?”
“เออ...”
“คุณหนูยูอิจิดื่มมากเกินไปแล้วนะครับ”
“ยุ่งน่า...!! อย่ามาทำเสียงแก่แดด สั่งสอนฉันหน่อยเลย รำคาญโว้ย!!” ยูอิจิโบกมือให้จุนโนะออกไปเสียที ซึ่งก็ทำให้ร่างบางสลดลงได้ทันที เสียงตอบรับสั้นๆ ดังแว่วเข้ามาก่อนที่ประตูจะปิดสนิทลง

***********************************

จุนโนะแต่งตัวไปโรงเรียน แม่วิ่งมาเอาข้าวกล่องมาให้ ในนั้นคงจะบรรจุอาหารที่จุนโนะชอบทั้งนั้นเลย จุนโนะยิ้มให้แม่แล้วก็โบกมือให้เธอ แต่สายตาคมเฉียบของแม่ก็ยังอุตส่าห์เห็นรอยปื้นแดงเป็นจ้ำๆ โผล่พ้นคอเสื้อนักเรียนมาจนได้ แม่ถอนหายใจแรง มือประทับบนร่องรอยนั้น จุนโนะอ้าปากค้าง เขาถอยหลังไปสองสามก้าว เพียงชั่ววูบที่ดวงตาของเขาหม่นแสงลง เด็กหนุ่มหลบสายตาคมของแม่ด้วยความอับอาย
“ไปโรงเรียนเถอะ” แม่พูดออกมา ไม่ได้เอ่ยถึงการกระทำของเขาเลยสักนิด แต่จุนโนะก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าแม่น่ะรู้จนไม่อยากจะพูดอะไรออกมาแล้ว

ภายใต้ต้นซากุระที่กำลังออกช่ออ่อนช้อยงดงาม ดอกที่ยังตูมอยู่ยังไม่เริ่มผลิบาน แต่ก็ใกล้เต็มทีแล้ว จุนโนะเดินไปตามเส้นทางนั้น นานๆ ครั้งถึงจะเงยขึ้นดูความงามเหมือนภาพวาดที่ทาบทับเหนือท้องฟ้าเบื้องบน
เสียงแตรรถคุ้นหูดังมาจากทางเบื้องหลัง ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นรถของใคร เสียงเร่งเครื่องอย่างแรงและเบรกดังเอี๊ยดอยู่ข้างๆ ตัวเขา รู้โดยไม่ต้องบอก ว่ายูอิจิหยุดรถแบบนี้เป็นทำนองสั่งให้เขาขึ้นรถไปเรียน เนื่องจากโรงเรียนมัธยมปลายของจุนโนะอยู่ในเส้นทางของยูอิจินั่นเอง
....ถ้าอยู่คนละเส้นทาง ยูอิจิจะมีแก่ใจไปส่งเขาที่โรงเรียนหรือเปล่า ข้อนั้นจุนโนะไม่อาจคาดหวังได้.....

“เดี๋ยวแวะไปรับโคกิกับเมียมันก่อน แล้วก็ไปรับชิเงะกับไอ้โคะ..”
“ครับ...” จุนโนะรับคำ
เงียบกันไปเป็นครู่ จุนโนะก็หันมามองใบหน้าที่เรียบเฉยของคุณหนูของเขา
“คุณหนูยูอิจินี่ใจดีกับเพื่อนจริงๆ นะครับ... มิน่าเพื่อนถึงได้เยอะ”
“ก็แหงล่ะ ก็แค่เพื่อน แต่กับอย่างอื่นน่ะ ฉันไม่ใจดีหรอกนะ”
“อย่างอื่น? อย่างไหนล่ะครับ?”
“ก็อย่างของใช้หรือของเล่น ถ้าฉันหวงล่ะก็อย่าหวังมาแตะ แต่ถ้าของเล่นที่เบื่อแล้ว ฉันก็จะทูลหัวให้เลย” ยูอิจิพูดพลางเหลือบมองหน้าของจุนโนะ เห็นใบหน้าที่อาบน้ำอาบท่าจนสะอาดสะอ้านมานั้นเผือดลง จะรู้ความหมายเป็นนัยๆ ที่เขาเอ่ยถึงหรือเปล่า
“ผมก็คงเป็นของใช้หรือของเล่นของคุณด้วยล่ะซิใช่มั้ย?” จุนโนะถามเสียงเบา แต่ไม่มีเสียงตอบรับนั้น นอกจากเสียงหัวเราะหึๆ ดังมาจากปากของยูอิจิ ชายหนุ่มเลี้ยวรถฉวัดเฉวียนออกนอกเส้นทางของแหล่งซากุระ และมาหยุดพักรอไฟแดงในเมือง
“นายก็ไม่ต่างจากพวกนั้นหรอก จุนโนะสุเกะ...”
“คุณยูอิจิ....” หน้ามุ่ยๆ ของจุนโนะทำให้ยูอิจิหัวเราะชอบใจ เขาเอื้อมมารั้งคอคนหน้าหวานมาใกล้ แล้วก็จุ๊บที่หน้าผากเกลี้ยงเกลานั้นอย่างแรง
“นายจะมาหวังอะไรจากฉันเล่าจุนโนะ ฐานะอย่างนายได้เป็นคู่นอนของฉันก็ดีเท่าไรแล้ว นี่ยังถือว่าให้ความสำราญกับฉันได้อยู่หรอกนะ ไม่งั้นโดนฉันเคี้ยะไปให้เพื่อนแล้ว” ชายหนุ่มพูดตรงๆ จนคนฟังนั่งก้มหน้านิ่ง มือสองข้างบีบกันแน่นอยู่บนตัก จุนโนะเมินหน้าออกไปนอกรถ เมื่อรถเริ่มเคลื่อนตัว ยูอิจิก็พูดอีกว่า
“แล้วก็นะ... แค่นอนกับฉันแค่นี้ อย่าได้ริมาทำเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉันเด็ดขาด อย่ามาขัดคำสั่งฉันด้วย ฉันให้ทำอะไรก็ต้องทำ เข้าใจมั้ย!!”
“..............”
ไม่มีเสียงตอบรับดังมาจากปากบาง นอกจากเสียงลมหายใจที่ทอดยาว
ยูอิจิจิ๊ปากขัดใจ นึกหมั่นไส้คนนั่งมาด้วยเหลือกำลัง ดูเอาเถอะ เป็นแค่เด็กในบ้าน แต่นั่งทำหน้าปั่นปึ่งราวกับเป็นเจ้าหญิงก็ไม่ปาน เขาพูดอะไรไม่ถูกหูล่ะซิ จุนโนะถึงได้นั่งหน้าคว่ำแบบนั้นน่ะ
“อย่ามาทำหน้าแบบนั้นใส่ฉันนะจุนโนะ!!”
เสียงสั่งห้วนจัดดังเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่คนขับจะกระชากรถซิ่งไปเรื่อยๆ ด้วยความขัดหูขัดตา
...นี่ถ้าไม่คิดว่าเมื่อกี้ในห้องนอน จุนโนะได้ให้ความสำราญกับเขามากมายเพียงไหนแล้วล่ะก็นะ.. ป่านนี้เฉดหัวลงจากรถไปนานแล้ว

ดวงตาคู่สวยของจุนโนะเหม่อมองไปยังหนทางเบื้องหน้า ถ้อยคำหยาบคายของยูอิจินั้น ฟังจนเบื่อแล้ว จะมีสักนิดมั้ยที่จะอ่อนโยนกับเขา.....ไม่มีเลย.......
แต่ถ้าพูดจาโต้ตอบออกไป ก็คงไม่แคล้วโดนไสหัวไปให้เพื่อนๆ ของยูอิจิได้ลิ้มลองเป็นแน่
ยูอิจิแวะรับเพื่อนๆ ตามรายทางดังที่บอกไว้ พอครบก๊วนแล้วก็ส่งเสียงสนุกสนานเฮฮากันลั่นรถ แถมยังแซวจุนโนะด้วยถ้อยคำไม่เข้าหูอีกต่างหาก ซึ่งจุนโนะก็เลือกที่จะนั่งเฉย และเมินออกไปนอกรถไม่สนใจฟังในสิ่งที่พวกเพื่อนของยูอิจิพูด
ขณะนั้นใกล้จะถึงโรงเรียนของเขาแล้ว เด็กนักเรียนเดินกันพลุกพล่านจนยูอิจิต้องคอยบีบแตรไล่ เมื่อไม่ได้ดังใจเขาก็ขับเฉียดนักเรียนพวกนั้นไป บางคนแทบจะกระเด้งไปคนละทิศคนละทาง จนมานิ่งสนิทเทียบกับประตูใหญ่ของโรงเรียนชายล้วน ซึ่งก็มีนักเรียนทยอยกันเดินเข้ามามากแล้ว รวมถึงหนุ่มน้อยตัวเล็กคนหนึ่งที่วิ่งเหยาะๆ มาเกาะแขนจุนโนะที่กำลังลงมายืนอยู่ข้างรถพอดี
“อรุณสวัสดิ์ จุนโน้ะ.ะ.ะะ..”
“หวัดดี คาเมะ” จุนโนะทักตอบ
เพื่อนที่ชื่อคาเมะ มองเข้ามาในรถ ซึ่งก็ได้รับการโบกไม้โบกมือมาจากผองเพื่อนของยูอิจิ ส่วนตัวคนขับนั้นกลับนั่งมองเขานิ่งเฉย ส่งแต่สายตาประหลาดมาให้
คาเมะสะกิดแขนจุนโนะยิกๆ
“คนนี้เหรอ เจ้านายที่บ้านน่ะ?” คาเมะอดถามถึงคนขับไม่ได้ จุนโนะคงจะเป็นเด็กในบ้านกิตติมศักดิ์ละซิ ถึงมีเจ้านายรูปหล่อแบบนี้มาส่งถึงโรงเรียนได้
“ฮื่อ...คุณหนูยูอิจิไงล่ะ” จุนโนะบอก
“อ๋อ...คนนี้นี่เอง นายพูดถึงบ่อยนี่นา...ได้เห็นตัวจริงซะที” คาเมะยื่นหน้ามากระซิบกระซาบ กลัวคนที่นั่งเปิดกระจกบนรถจะได้ยิน
จุนโนะพยักหน้า ยิ้มหวานให้ ซึ่งอีกฝ่ายที่ตัวเล็กกว่าก็ยิ้มร่า และรอยยิ้มนั้นก็เผื่อแผ่มาที่ยูอิจิด้วย

ยูอิจิมองผ่านกระจกรถ เห็นหนุ่มน่ารักผิวขาวจัดจนผ่องไปทั้งตัว ใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้นทำให้เขาเผลอตัวยิ้มตอบกลับไป ซึ่งนั่นก็เรียกผิวแก้มระเรื่อจากเพื่อนของจุนโนะได้ทันที


......ชื่อ...คาเมะ.....งั้นเหรอ......


....อืมมม.....น่าสนใจ......น่าสนใจ.....


ดูท่าทางคงไม่ค่อยมีฐานะสักเท่าไร นี่ถ้าเอาเงินฟาดหัว เจ้าคาเมะตัวน้อยผิวขาวคนนี้จะยอมตามก้นเขามามั้ยนะ.....

ยูอิจิมองตามร่างบางสองร่างที่เดินเข้าโรงเรียน ดูท่าทางเจ้าหนุ่มหน้าสวยที่ชื่อคาเมะนั้น คงจะติดจุนโนะไม่เบา เรียกว่าเพื่อนสนิทก็อาจว่าได้ แต่ดูทีหรือ จุนโนะสุเกะไม่แนะนำให้เขารู้จักสักคำ
.....คงกลัวเพื่อนจะรู้จักกับเขาล่ะซิ...


แต่ว่า......


เจ้าเด็กคนนั้นน่ะ ...คาเมะที่น่ารัก... ระหว่างเดินไปกับจุนโนะ เขาเห็นนี่นะว่า แอบเหลียวหลังกลับมามองเขาอยู่เหมือนกัน
ยูอิจิหัวเราะกับตัวเอง...ท่าทางต้องมาส่งจุนโนะทุกเช้าเสียแล้วละมัง.....

เสียงเพื่อนตะโกนแซวกันอยู่บนเบาะหลัง โคยาม่าปีนมานั่งคู่กับเขา เอามือมาโบกตรงหน้าของยูอิจิ
“สนใจไอ้หนูนั่นล่ะซิ มองตาเยิ้มเชียวแก”
“เออว่ะ น่าสน...” ยูอิจิพยักหน้าพลางสตาร์ตรถ ชิเงะที่นั่งเบาะหลังยื่นมือมาสะกิดเขา แล้วก็ยื่นหน้ามาเจรจา
“ถ้าสนคนใหม่...ก็ยกจุนโนะให้พวกเราซะทีซิวะ อยากเอาเต็มแก่แล้ว คนอะไรวะสวยได้สวยดี สวยขึ้นทุกว้านทุกวัน”
“เออ... แล้วจะยกจุนโนะให้ เร็วๆ นี้แหล่ะ” ยูอิจิพูดเท่านั้น เพื่อนๆ ก็ร้องดีใจกันเสียงหลง

ยูอิจิมองกระจกหลัง ทิ้งโรงเรียนชายล้วนไว้เบื้องหลัง

...เพิ่งจะรู้ว่า ...แท้จริงแล้ว ที่โรงเรียนของจุนโนะก็มีอะไรๆ ที่น่าดูอยู่บ้างเหมือนกัน...

***************************

to be con

comment ที่นี่จ้า...

Hosted by www.Geocities.ws

1