
You Are The Only One ...vol 3-4
***********************
เสียงไขกุญแจห้องดังกริ๊กที่หน้าประตู ทำให้ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะหนังสือ
เขามองไปที่ประตูห้องที่กำลังเปิดออกกว้าง ร่างของเพื่อนร่วมห้องเข้ามาพร้อมกับหอบเอาลังกระดาษมาเต็มอ้อมแขน
แถมปลายมือยังหิ้วถุงพลาสติกใบใหญ่ติดมาอีกด้วย
เดี๋ยวๆ ซึบาสะ เขาร้องบอก รีบไปช่วยแบกลังวางกับพื้น
โอย...หนัก ซึบาสะสลัดแขนบอบบางของตัวเองเพื่อไล่ความเมื่อยขบ พอเห็นเตียง
เขาก็ทิ้งตัวลงนอนหงายเหยียดยาวอยู่ตรงนั้น สายตามองมาที่หนุ่มรูปหล่อที่ยืนยิ้มด้วยความสดใส
แม้เวลาจะล่วงไปค่อนคืนแล้วก็ตาม
ทำแฟ้มเสร็จแล้วหรือทักกี้ ซึบาสะถาม
อือ...เสร็จแล้ว..เมื่อกี้ฉันโทรฯ ไปคอนเฟิร์มกับทางโน้นแล้วนะ พรุ่งนี้จะได้ออกเดินทางกันแต่เช้า...
ทักกี้ทรุดตัวลงนั่งใกล้ๆ ร่างบางของซึบาสะ
ไปแต่เช้าง่ะแหล่ะดีที่สุด ...แล้วนายย้ำสมัครพรรคพวกของเราหรือเปล่า ห้ามสายเด็ดขาด...ไม่งั้นรถไปก่อน
ไม่รอจริงๆ ด้วย ให้ตามไปกันเอง ... ซึบาสะถามย้ำ ไม่ค่อยอยากจะมองหน้าหล่อๆ
นักหรอก เห็นหน้าทักกี้แล้วก็พาลนึกไปถึงใครอีกคน ...
แย่จัง! หล่อยให้นายหอบของอยู่คนเดียว ทักกี้ตีขาซึบาะสะเบาๆ
ไม่เป็นไรหรอก ก็ฉันอาสาเอง นายก็ไม่ว่างนี่นา อีกฝ่ายตอบ ยื่นมือมาแตะที่หลังมือของทักกี้
กุมซ้อนเอาไว้อย่างนั้น
ซึบาสะนึกดีใจที่ทักกี้ไม่ได้ไปที่บ้านหลังนั้น
<<<...ไปด้วยเก๊าะเจอ....น่ะซิ..>>>
...ฮึ!!.....จะบอกดีมั้ยเนี่ย..ว่ามีไอ้หนุ่มหน้าอ่อนมาหาถึงโตเกียวแล้วน่ะ ...
หลังออกค่ายคราวนี้ หวังว่าฉันจะได้มีเวลาว่างบ้างนะ ทักกี้พูดพลางถอนหายใจ
เหลียวหน้ามาดูคนนอนอยู่ข้างๆ
อืมมม... เสียงครางตอบรับดังมาจากร่างของซึบาสะ สายตาเหม่อลอยจับนิ่งอยู่บนเพดานห้อง
ทักกี้ทุ่มเวลาให้กับงานที่คณะมากแค่ไหนทำไมเขาจะไม่รู้ ปิดเทอมคราวที่แล้วก็ไม่ได้อยู่เฉย
เดินทางกันตลอด อยู่กับเขาและทำกิจกรรมร่วมกัน แต่ก็ยังอุตส่าห์ปิดบังเรื่องแฟน...
อยากคาดคั้นถามเรื่องคนรักของทักกี้ที่คานางาว่า แต่ใจหนึ่งก็กลัวคำตอบที่จะได้รับ และไม่อยากไปสะกิดหัวใจของทักกี้ด้วย แต่อีกอย่างหนึ่งที่เขาคิดได้ในเวลานี้ก็คือ ทำอย่างไรถึงจะมัดใจของชายหนุ่มคนนี้ให้อยู่ ถ้าทำได้ ต่อให้เป็นแฟนตัวจริงมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า เขาก็ไม่หวั่น....
ทักกี้... ซึบาสะลุกขึ้นมานั่ง ลำตัวบางแนบชิดกับร่างของทากิซาว่า
เขาเกยคางไว้บนบ่าของคนข้างเคียง
ทักกี้...ถ้าเสร็จจากออกค่ายแล้ว นายจะกลับไปอยู่ที่บ้านเช่าอย่างเดิมหรือเปล่า
เขาถาม มองหน้าด้านข้างของบัดดี้ร่วมคณะ หน้าหล่อคมเข้มนั้นหันมาจ้องตาตอบ ริมฝีปากหยักโค้งสวยได้รูปคลี่ยิ้มออกมา
ทำไมล่ะ อยากให้ฉันอยู่ที่นี่ต่อหรือไง?
นายจะอยู่ต่อไปได้มั้ย ใบหน้าอ่อนบางแนบกับหัวไหล่ของทักกี้
แล้วบ้านนั้นล่ะ?
ยกเลิกสัญญาเช่าซิ ...อยู่หอพักที่นี่ดีกว่า อย่าไปเลยนะ... ซึบาสะอ้อน ในใจนึกถึงหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่เพิ่งจะได้รู้จักกันเมื่อสักครู่...
เด็กหนุ่มรูปสวยที่มาจากคานางาว่า คนที่บอกว่าเป็นแฟนทักกี้ ...เขาจำได้แล้ว หน้าตาแบบนั้นน่ะ เป็นคนเดียวกับที่อยู่ในรูปติดกระเป๋าเงินของทักกี้ ว่าจะถามหลายหนแล้วว่าใครคือคนที่ทักกี้พกรูปติดตัวด้วยตลอดเวลา แต่ก็ไม่กล้าถามซะที เพิ่งจะมานึกออกเมื่อกี้นี้เอง
....ที่แท้ก็แฟนทักกี้..........
อดเจ็บไม่ได้ เพราะเป็นแค่บัดดี้ใช่มั้ยทำให้ซึบาสะได้สิทธิ์แค่ตรงนั้น
ไม่มีวันก้าวข้ามไปเป็นอย่างอื่นได้ แม้ว่าเขากับทักกี้จะมีความสัมพันธ์ทางร่างกายกันอย่างลึกซึ้งแล้วก็ตาม...แต่นั่นก็เพราะความเหงาของชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่หรือ
ซึบาสะมองร่างของทากิซาว่า มองอ้อมแขนล่ำสันที่เคยโอบกอดเขามานับครั้งไม่ถ้วน
กอดเพราะความรู้สึกอย่างอื่น....จะใช่ความรักสักนิดหนึ่งหรือไม่นะ แม้แต่คำว่ารักสักคำก็ไม่เคยหลุดออกมาจากปากของคนๆ
นี้
แล้วหนุ่มน้อยคนนั้นล่ะ ทักกี้จะรู้สึกลึกซึ้งมากน้อยแค่ไหนกันเชียว...แม้แต่ชื่อเสียงเรียงนาม
ทักกี้ก็ไม่เคยเอ่ยให้ฟัง พอลองถามว่ามีคนรักหรือยัง คำตอบที่ซึบาสะได้รับจากปากบางนั่นก็คือ
........จะรู้ไปทำม๊าย...มีหรือไม่มีเขาก็ไม่ได้อยู่ที่นี่...ที่อยู่ตรงนี้คือบัดดี้ของฉันต่างหาก...
และนั่นก็เป็นคำตอบที่ทำให้ซึบาสะต้องพยักหน้าจำยอม.....ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว
แล้วนี่เขาควรจะบอกทักกี้ดีมั้ยว่า...ใครคนนั้นได้มาตามหาเขาถึงโตเกียว...
ถ้าทักกี้รู้ล่ะ จะต้องรีบกลับบ้านไปหาคนๆ นั้นแน่ๆ
ซึบาสะกำลังสองจิตสองใจว่าควรจะบอกเรื่องของจุนโนะสุเกะกับทักกี้ดีหรือไม่...
ตั้งใจว่าจะกลับมาเล่นงานให้หนำใจ แต่คิดดูอีกที ทักกี้จะพอใจในการกระทำแบบนั้นหรือ?
เขาล่ะกลัวใจทักกี้จริงๆ ถ้าฝ่ายนี้รักทางนั้นมากอาจจะไปหาเจ้าหนุ่มคนนั้นก็ได้
แล้วเขาล่ะ จะต้องถูกทิ้งให้อยู่เดียวดายน่ะซิ...สู้เก็บเงียบเอาไว้คนเดียวดีกว่า
เขาเงียบไปนานทีเดียว จนทักกี้ต้องเรียกซ้ำๆ หลายครั้ง เจ้าตัวถึงจะรู้สึก
...อะไรนะ??
ฉันถามว่านายอยากให้ฉันอยู่ด้วยหรือ?...
อื้อ...อยาก......อยากอยู่ด้วยกันได้มั้ยอ่ะ? ซึบาสะเม้มริมฝีปากรอคอยคำตอบ
ได้...อยู่นี่ก็ดี ไม่ต้องไปๆ มาๆ...เอาไว้ว่างๆ ค่อยไปเก็บของที่บ้านโน้นกัน
ซึบาสะใจหายวาบ...จะไปบ้านโน้น...ไม่ได้นะ...ไม่อยากให้เจอกับจุนโนะสุเกะ...อย่างน้อยก็ไม่ใช่เวลานี้นะ....
ซึบาสะผวาเข้าเกาะแขนของทักกี้แน่น ท่าทางกระตือรือร้น
ฉันไปเก็บให้ก็ได้...นายไม่ต้องไปหรอก
เอางั้นหรือ?..งั้นให้กลับมาจากไปออกค่ายก็ได้ ทักกี้ยิ้มแป้น ...ทีนี้เขาจะได้ไม่ต้องเสียคนๆ
นี้ไป ...
ขอโทษทีเหอะไอ้หนู...ฉันก็รักคนๆ นี้เหมือนกับนายนั่นแหล่ะ...
ดึกมากแล้ว นอนกันเหอะ ทักกี้ชวน เขาปิดไฟกลางห้อง เหลือไว้แต่ไฟตามที่ผนังอยู่ดวงเดียว
ร่างบอบบางของซึบาสะนอนขยับที่ให้อย่างเคย แต่คราวนี้ทักกี้กลับนอนลงกลางเตียง
คว้าร่างบางๆ ของบัดดี้มากอดไว้ในอ้อมแขน
ขอกอดหน่อย...ไม่ได้กอดนายมาหลายวันแล้ว
กอดแน่นๆ ก็ได้ ทากิซาว่า ซึบาสะซุกหน้ากับซอกไหล่ของทักกี้ นัยน์ตาหรี่ปรือเมื่อรู้สึกว่าใบหน้าคมคร้ามเริ่มโฉบต่ำแนบกับดวงหน้าของเขา
ริมฝีปากอิ่มเต็มถูกปิดแน่นสนิทด้วยปากหยักโค้งของทากิซาว่า.....ร่างกายบอบบางถูกคลึงเคล้าเหมือนเช่นหลายครั้งที่ผ่านมา....ราตรีที่ทั้งสองคนตั้งใจว่าจะนอนให้หลับถูกทำให้ล่าช้ากว่าเดิม
เพราะมีอย่างอื่นที่น่าทำมากกว่านอนหลับเป็นไหนๆ...........
***************************************
รุ่งเช้า
จินตื่นขึ้นมาเพราะมีเสียงดังโพล้งเพล้งอยู่ชั้นล่าง เขารีบพรวดพราดลุกขึ้น
เสียงเหมือนอะไรบางอย่างแตก...
....จริงสิในตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ตามลำพังในบ้านของตัวเอง แต่มีหนุ่มหน้าสวยมาค้างด้วยเมื่อคืน
เมื่อจินล้างหน้าล้างตาเสร็จก็รีบลงมาชั้นล่างทันที ทันเห็นจุนโนะสุเกะกำลังกวาดเศษชามกระเบื้องกวาดลงตะกร้าขยะพอดี
เมื่อกี้เสียงอะไรเหรอ? จินถาม
จุนโนะชี้ไปในถังขยะ แล้วหันมายิ้มแห้งๆ
ชามแตก...ผมเป็นคนทำแตกเอง เขาบอก
ก็ต้องเป็นนายอยู่แล้ว คงไม่ใช่แมวที่ไหนหรอก จินหัวเราะแล้วก็ชี้ไปที่เด็กหนุ่ม
จุนโนะหัวเราะเก้อๆ มองผ้ากันเปื้อนที่ด้านหน้าเป็นลายการ์ตูนทอม แมวจอมซ่าในทอมแอนด์เจอรี่นั่นเอง
เดี๋ยวผมจะหาซื้อชามมาให้ใหม่นะครับ
ไม่ต้องหรอก...แล้วนายจะทำอะไรล่ะ ทางุจิคุง
ผมจะทำอาหารเช้าให้คุณทาน...ผมเรียกคุณว่าจินได้มั้ยฮะ จุนโนะขอ ...จินพยักหน้าอนุญาต
งั้นให้ฉันเรียกนายว่าจุนโนะก็แล้วกันนะ
ได้ฮะ....คุณนี่ใจดีจัง... เด็กหนุ่มกล่าวอย่างชื่นชม ดวงหน้าแจ่มใสที่ยิ้มให้จินนั้น
บอกให้รู้ว่าหนุ่มคนนี้ตื่นนานแล้ว จินกวาดสายตาไปทั่วครัว รู้สึกว่าห้องนี้จะสะอาดกว่าเดิมซะอีกแน่ะ
จานชามถูกเก็บเข้าที่เรียบร้อย ขวดซ้อสหรือกระปุกน้ำตาลก็ถูกเก็บเข้าชั้นหมด
นายจัดครัวเองหรือนี่ จินอดถามไม่ได้
ก็ต้องเป็นผมอยู่แล้ว คงไม่ใช่แมวที่ไหนหรอก จุนโนะย้อนด้วยใบหน้ายิ้มละมัย
จินชะงักไปนิดหนึ่ง รู้สึกสนุกกับการได้ต่อปากต่อคำกับเจ้าหน้าหวานคนนี้
แล้ววันนี้จะเอายังไง? จินถามเป็นงานเป็นการ
ให้ผมติดรถไปมหา ลัยด้วยได้มั้ยฮะ รู้สึกว่าพี่ทักกี้จะเรียนอยู่ที่เดียวกับคุณ
ได้สิ ....เตรียมเก็บของหรือยังล่ะ เดี๋ยวพอทานอาหารเช้าเสร็จจะได้ไปกัน
ยังไม่ได้เก็บฮะ...คือ...เอ้อ.... จุนโนะรีรอ อยากให้จินชวนให้อยู่ด้วยอีกสักคืนสองคืน
ถ้าพบทักกี้แล้วเขาอาจจะไม่ต้องอาศัยชายหนุ่มอยู่ก็ได้ แต่ตอนนี้ชายคนรักอยู่ที่ไหนก็ยังไม่รู้เลย...
เขารอให้จินชวนอยู่ต่อ แต่จินไม่ได้พูดว่าอะไร... จุนโนะแอบทำปากยื่นใส่... แล้วก็ขอตัวไปเก็บของซึ่งก็ไม่มีอะไรมากนัก
เป้ใบเดียวกับรองเท้าผ้าใบถูกวางเอาไว้ตรงโซฟา
จินกับจุนโนะทานอาหารเช้าด้วยกัน จินรู้สึกถูกปากมาก ไม่คิดว่าเจ้าหนุ่มคนนี้จะทำอาหารเป็น
อร่อยนะ ...อยู่บ้านทำให้แม่กินบ่อยล่ะซิ
เปล่าฮะ ที่บ้านมีคนทำให้กินอยู่แล้ว แค่ของง่ายๆ แบบนี้ แค่ไปยืนดูเขาทำที่โรงครัวก็ทำได้
จุนโนะพูด....
แต่ฉันว่านายทำได้อร่อยกว่าฉันอีกนะ.....
ขอบคุณฮะ...
นี่ถ้าไม่เจอแฟนล่ะก็ ฉันแนะนำว่านายควรจะกลับบ้านดีกว่า แล้วนี่ไม่เรียนหนังสือหรือไง?
จุนโนะจิบนมเป็นอึกสุดท้าย วางแก้วลงแล้วก็สั่นหน้า
ไม่ได้เรียนฮะ
อ้าว!!
ดร็อปไว้ฮะ ปีหน้าค่อยสอบเข้ามหา ลัย ตอนนี้ก็ลุยอ่านหนังสือไปก่อน คือผมป่วยตอนสอบเทอมต้นพอดี
เวลาเรียนไม่พอ ก็เลยหนักหัว คุณปู่บอกว่าให้รอไว้เอ็นท์ปีหน้าก็ได้ ช่วงนี้ก็พักผ่อนก่อน
อืมม..เวลาพักผ่อนของนายก็คือการตามหาแฟนสินะ จินถาม จ้องมองหน้าหวานแบบตำหนิกรายๆ
ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของวัยรุ่นแบบจุนโนะเท่าไรนัก
ผมไม่ได้ทิ้งการเรียนนะฮะ แล้วมานี่ก็มาดูลาดเลาว่าจะสอบเข้าที่มหาลัยนี้ดีมั้ย..
จะได้เข้าใกล้แฟนว่างั้นเหอะ...ทักกี้น่ะเขาเรียนปริญญาโท แต่นายยังไม่ได้เอ็นท์เลย
...คงห่างกันหลายปีเชียวล่ะ
จุนโนะพยักหน้า
ฮะ...เขาแก่กว่าผมประมาณ ห้าหกปี เด็กหนุ่มมองดูชายหนุ่ม คะเนอายุของจินก็คงอ่อนกว่าทักกี้...คงจะราวๆ
ยี่สิบละมัง
อืมมม....แน่ใจนะว่าเขาไม่มีใครทางนี้ จินลองถามหยั่งเชิงดู
แต่ใบหน้ายิ้มหวานที่ตอบกลับมานั้น ทำให้จินเดาออกว่า จุนโนะคงมีความมั่นใจในตัวเองน่าดู
ไม่มีหรอก เขาบอกว่าเขารักผม..จะมีคนอื่นได้ไง?...ถึงมี ผมก็ไม่ยอมหรอก...
เด็กหนุ่มพูดอย่างมาดมั่น
ถึงงั้นก็เหอะ ถ้าเกิดผิดหวังขึ้นมาก็กลับบ้านเกิดไปซะ อย่าปล่อยให้ผู้ใหญ่ที่บ้านเป็นห่วง..
แล้วนี่ เขาไม่ได้ติดต่อมาหานายเลยรึไง? จินถาม
จุนโนะส่ายหน้า
ผมเคยโทรไปหา แต่ทักกี้ไม่ได้ใช้เบอร์เดิมแล้ว
แล้วทักกี้เขาไม่คิดจะโทรหานายหรือไง?
ก็เคยโทรไปหาที่บ้านฮะ แต่ได้คุยมั่งไม่ได้คุยมั่ง โทรศัพท์ของผมก็เพิ่งจะทำหายตอนมาถึงโตเกียวใหม่ๆ
ด้วย จุนโนะพูดเศร้าๆ
เฮ้อ....... จินถอนหายใจดังๆ ...อยากจะถามซะนักว่า เป็นแฟนกันได้อย่างไรเนี่ย.......
ถึงยังงั้นก็เหอะ ขอแนะนำว่าทำอะไรให้คิดถึงคนทางบ้านด้วย ว่าเขาจะเป็นห่วงเราแค่ไหน...
.................
จุนโนะไม่ตอบ ได้แต่เก็บจานชามไปล้าง
เงียบๆ แบบนี้ จินก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเห็นด้วยกับที่เขาพูดหรือเปล่า?
เสร็จแล้วก็ไปกัน จินชวน
ฮะ
***************************
ยูอิจิขับรถมาจอดหน้าโรงแรมหรูแห่งหนึ่งย่านใจกลางเมืองตามคำสั่งของคุณคาเมนาชิ
เด็กหนุ่มดูจำนวนเงินและบัตรเครดิตที่อยู่ในกระเป๋า แล้วก็ออกความเห็นว่า
จะพักที่นี่แหล่ะ หรูดี..ฉันชอบ
แต่ว่า...ถ้าคุณคาเมะจะอยู่นาน ผมว่าอย่าดีกว่า
เอ๊ะ!! ทำไมง่ะ..ฉันอยากพักที่นี่ คาเมะกระแทกหลังกับเบาะอย่างขัดใจ
ผมว่า ถ้าคุณจะอยู่นาน ผมเสนอบ้านเช่าดีกว่า ประหยัดกว่าตั้งเยอะ ยูอิจิพูดอย่างเกรงๆ
เงินฉันมี...กลัวอะไร บ้านเช่าเล็กเท่ารูหนูน่ะ ฉันไม่เคยอยู่ อยู่ไม่ได้...
แล้วถ้าทางบ้านไม่เอาเงินเข้าบัญชีให้ล่ะครับ จะใช้จ่ายอย่างไร
อืมมมม... คาเมะชักลังเล
งั้นไปหาบ้านเช่าดีๆ แพงๆ ให้ฉันอยู่ก็แล้วกัน เสร็จแล้วนายก็กลับคานางาว่าได้...
คุณจะอยู่ได้ไงคนเดียว ชายหนุ่มยังไม่วายเป็นห่วง
เอ๊...นายนี่....อยู่ได้ซิเล่า...ฉันไม่ใช่เด็กอมมือนะ...หรือนายจะเถียงว่าฉันเป็นเด็ก...
คาเมะหันมามองหน้ายูอิจิอย่างมีความหมาย
.................
ยูอิจิไม่ตอบได้แต่ขับรถไปเรื่อยๆ หาบ้านเช่าหลังไม่ใหญ่มากนักแต่คุณคาเมะชอบ
ก็ตกลงไปเจรจาเช่าจนได้
ทำได้ดีมาก ยูอิจิ หาบ้านได้เร็วเหมือนเรื่องโกหก... ...เดี๋ยวไปหาซื้อของใช้กัน...อยู่จัดบ้านก่อนแล้วค่อยกลับ
งั้นผมยังไม่ต้องกลับคานางาว่าน่ะซิครับ ยูอิจิหันมาถามยิ้มๆ อย่างดีใจที่ยืดเวลาได้อยู่กับคุณหนูผู้เอาแต่ใจต่อ
คาเมะพยักหน้าแบบไม่สนใจคนพูดสักเท่าไร สายตาเขากวาดไปทั่วบ้านอย่างพอใจ
บ้านก็ดีนะ พอใช้...ค่าเช่าแพงไปนิด แต่ก็ไม่เป็นไร...แต่ต้องหาซื้อของเข้าบ้านเยอะเลยล่ะ
คาเมะบ่นแล้วก็หันมาเกาะแขนยูอิจิ เงยหน้าสวยๆ ขึ้นฉอเลาะ
ฉันอยู่นี่คนเดียว บางคืนมันก็เหงาง่ะนะ ยังไงๆ นายก็ขับรถมานอนกับฉันบ้างก็ได้...เปิดมือถือไว้ล่ะกัน
คืนไหนฉันเหงา นายก็ต้องขึ้นมาหาฉันนะ กับที่บ้านน่ะขับรถแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว
งั้นให้ผมอยู่ด้วยดีมั้ยครับ คุณคาเมะ
ไม่ได้!! คาเมะทำหน้างอ สลัดแขนยูอิจิทิ้ง
อยู่ได้ไง เดี๋ยวพี่ทักกี้รู้เรื่องจะว่าไง...ฉันก็แห้วน่ะซิ ไม่อยากแพ้จุนโนะ...รู้มั้ย?
แต่คุณทักกี้รักคุณหนูใหญ่นะครับ...
คาเมะหันขวับมาขว้างค้อนเต็มๆ สีหน้าบึ้งตึง ปากยื่นแบบไม่สบอารมณ์
อย่าพูดแบบนั้นนะ ฉันไม่อยากฟัง ถ้าฉันแห้ว จุนโนะก็ต้องแห้วด้วย
ยูอิจิลอบถอนหายใจ คาเมะนี่ยังเด็กอย่างว่าจริงๆ ซะด้วย กับคุณจุนโนะสุเกะ โตก็โตมาด้วยกัน เล่นก็เล่นด้วยกัน เป็นญาติสนิทกัน มีกันสองคนพี่น้อง ดูเผินๆ เหมือนจะรักกันดี ถ้าไม่มีคนที่ชื่อ ทากิซาว่าเข้ามาทำลายความสัมพันธ์ของเด็กหนุ่มทั้งสองโดยการบอกรักคุณหนูจุนโนะ ทำให้คุณคาเมะอิจฉาอย่างออกนอกหน้า นี่คงเป็นสาเหตุหนึ่งละมังที่ทำให้คุณจุนโนะต้องออกจากบ้าน เพราะอยู่ไปก็รำคาญคุณหนูคาเมะนั่นเอง
************************
จุนโนะสุเกะนั่งรอจินตรงม้านั่งยาวๆ ใต้ต้นไม้ มีกระเป๋าเป้วางไว้ข้างๆ
เขาแหงนหน้าขึ้นดูยอดไม้เบื้องบน เสียงนกร้องดังเจื้อยแจ้ว ลมเย็นๆ พัดมาทำให้สบายเนื้อสบายตัวเหลือเกิน
จินบอกให้เขานั่งรอที่นี่ แล้วตัวเขาเองก็ขี่รถไปที่คณะของทักกี้
จุนโนะนั่งรอเกือบชั่วโมงแล้วนะนี่ ชักจะเริ่มง่วงซะแล้ว เมื่อคืนก็ไม่ค่อยได้นอน
เพราะต้องลงมาเจรจากับคนที่ชื่อซึบาสะอีกก็ตั้งค่อนคืนแล้ว หนำซ้ำยังแปลกที่อีก
แล้วก็ต้องตื่นมาแต่เช้า ทำอาหารให้เจ้าของบ้านกินเป็นการตอบแทน
...อาการง่วงงุนชักจะเข้ามาครอบงำ แสงแดดยามสายส่องลอดแมกไม้ลงมา ทำให้บรรยากาศอบอุ่นจริงๆ
เขาลุกไปนั่งเอนหลังพิงต้นไม้ กะว่าจะหลับตาเฉยๆ แต่ความง่วงก็ทำให้เขาหลับไปอย่างง่ายดาย
จินขี่รถมาจอดไว้ที่ริมถนนเล็กๆ ตรงหน้าต้นไม้ใหญ่ เขาเห็นร่างของจุนโนะนั่งเหยียดขาที่พื้นหญ้า
ลำตัวเอนพิงกับลำต้น ศีรษะที่มีผมสีน้ำตาลปกคลุมถูกลมตีจนยุ่งเหยิง แต่กระนั้นก็ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาของจุนโนะน่าดูยิ่งขึ้นไปอีก
จินเดินเข้าใกล้ ไม่อยากรบกวนคนนอนหลับมากนัก แต่ว่า...ยังไงๆ ก็ต้องปลุก
จุนโนะ... เขาเขย่าตัวสองสามที เด็กหนุ่มก็ปรือตาขึ้นมอง เมื่อเห็นว่าเป็นใคร
ใบหน้าที่งัวเงียก็เปิดยิ้มกว้าง
อ่ะ...จินมาแล้ว...เป็นไงมั่งฮะ เจอมั้ย
ไม่เจอ...เขาบอกว่าทักกี้กับเพื่อนที่คณะไปออกค่าย...เก็บของไปตั้งแต่เช้า ก็ที่นายเห็นเพื่อนเขามาเอาของที่บ้านนั่นแหล่ะ
ไปไหนฮะ... จุนโนะครางด้วยความผิดหวัง
ที่นางาซากิ...
โห!!...นางาซากิ...ไกลจัง... จุนโนะหน้ามุ่ย จินก็ได้แต่มองหน้าแล้วก็บอกว่า
ว่าไงล่ะเรา..ฉันขอแนะนะ ว่าให้กลับไปรอเขาที่บ้านนายจะดีกว่า พอถึงเวลา แฟนนายเขาก็กลับไปเองนั่นแหล่ะ
จินเสนอแนะ จุนโนะก้มหน้าจ๋อย แล้วก็เงยขึ้น
ผมเพิ่งจะทะเลาะกับทางบ้านมา เขาบอกว่าอย่ากลับไปให้เห็นหน้าอีก จุนโนะพูดเศร้าๆ
แบบไม่รู้จะทำยังไงดี
ฉันก็ไม่รู้หรอกนะ แนะได้แค่นี้เอง...ฉันต้องไปเรียนแล้วล่ะ โชคดีนะ จุนโนะสุเกะ
จินตบบ่าเด็กหนุ่มเบาๆ ให้กำลังใจ หวังว่าอย่างน้อยคงจะกลับบ้านไปก่อนละน่า
ขอบคุณฮะ...จิน จุนโนะเงยหน้าขึ้นยิ้มให้
เล่นเอาจินใจหาย...เขาคงจะไม่ได้เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มแบบนี้อีกแล้วซิ....
จินเดินกลับไปที่รถมอเตอร์ไซด์ เขาสตาร์ตรถกำลังจะขี่ไปที่ตึกเรียน
ก็อดหันไปมองจุนโนะไม่ได้ นั่นไง...เจ้าเด็กหนุ่มคนนั้นยังนั่งมองเขา ทำตาละห้อย
น่าสงสารเป็นบ้าเลย ....จินโบกมือให้อีกครั้ง จุนโนะยิ้มน้อยๆ โบกมือตอบแล้วก็เอนหลังพิงต้นไม้อย่างเดิม.....
จุนโนะหยิบกระเป๋ามานั่งนับเงิน เหลืออยู่ร่อยหรอเต็มที เหลือแต่บัตรเครดิตที่ไม่รู้ว่าคุณปู่กับพ่อของเขาจะเอาเงินเข้าบัญชีให้หรือเปล่า...
<<<...เฮ้อ...จะทำอย่างไรดีละทีนี้..จะไปไหนดี....>>>
************************
เวลาเย็น..จินขี่รถออกจากมหาลัยในทันทีที่หมดเวลาเรียน เขาขี่ผ่านต้นไม้ที่จุนโนะเคยนั่งรอเขาอยู่เมื่อเช้า
ไม่เห็นร่างสูงโปร่งอยู่บริเวณนั้น นี่แสดงว่าจุนโนะคงจะกลับคานางาว่าไปแล้ว...กึ่งโล่งกึ่งใจหายอย่างไรชอบกล
อย่างน้อยเขาก็ถูกชะตากับเด็กหนุ่มคนนี้ล่ะ
เขาแวะไปซื้อของกินที่ตลาดเสร็จแล้วก็ขี่รถผ่านสวนสาธารณะกลับบ้านเพื่อไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกลับออกมาทำงานพิเศษ
รูปของหญิงสาวคนล่าสุดยังตั้งเด่นอยู่ที่โต๊ะภายในห้อง จินเก็บลงลิ้นชัก เผื่อจะมีนัดกับเพื่อนนักศึกษาสาวคนอื่นและพามาค้างด้วย
จะได้ไม่ฉุกละหุก
จินมองไปที่มือถือ ไม่ยักกะมีสาวคนไหนโทรฯ มาเลยแฮะในวันนี้ สงสัยต้องนอนเดียวดายอีกคืนแล้วละมัง
จินทำงานที่ร้านซ่อมมอเตอร์ไซด์เสร็จแล้วก็ขี่รถเรื่อยๆ เฉื่อยๆ กลับบ้าน ใจก็นึกไปถึงหนุ่มหน้าหวานคนนั้น ป่านนี้คงกลับไปนอนสบายที่บ้านแล้วละมัง จินยิ้มๆ เมื่อนึกถึงหน้าตาเอ๋อๆ น่ารักของจุนโนะ เมื่อผ่านสวนสาธารณะ เขาก็อดมองเข้าไปไม่ได้ แต่แล้วสายตาของเขาก็สะดุดกับสิ่งหนึ่งในสวนแห่งนั้น
ร่างของใครคนหนึ่งนอนคุดคู้อยู่กับเก้าอี้ตัวยาวบนศาลาหน้าร้อนในสวน
จินรีบจอดรถ ลางสังหรณ์อย่างหนึ่งทำให้เขาเดินเข้าไปใกล้ร่างที่นอนตะคุ่มในความมืด
จุนโนะ........ จินครางออกมา เมื่อเดินมาถึงตัวหนุ่มปริศนาคนนั้น
...ใช่จริงๆ ด้วย ...จินใจหาย ไม่คิดว่าเจ้าหมอนี่จะดื้อ ไม่ยอมกลับบ้าน และทำไมมานอนที่สวนสาธารณะให้ยุงกัดเล่นแบบนี้
จุนโนะ... จินเขย่าตัวร่างโปร่งเพรียวนั้นแรงๆ เป็นเหตุให้ร่างที่นอนอยู่ทะลึ่งพรวดพราด
ลุกขึ้นมานั่งอย่างตกใจ
อ๊ะ...โอ๊ย...จิน..........ตกใจหมดเลย จุนโนะพูดอย่างตื่นเต้น ผวาเข้าจับแขนของจินไว้แน่น
เขย่าๆ อย่างดีใจ
ทำไมมานอนอยู่ตรงนี้ ทำไมไม่กลับบ้าน จินถาม
ก็กลับไม่ได้นี่ฮะ...บอกแล้วว่าทะเลาะกับทางบ้าน จะกลับไปได้ไง ต้องรอให้คุณปู่คุณย่าหายโกรธก่อนค่อยกลับ
จุนโนะบอก
งั้นทำไมไม่ไปหาฉันที่บ้าน มานอนตรงนี้ได้ไง?
ก็...คุณบอกให้ผมกลับ คำหนึ่งก็ไล่ สองคำก็ไล่ ผมไม่กล้ากลับไปหาคุณหรอก...
จินยกมือเกาหัวแกรกๆ เมื่อได้ฟังคำตอบของเด็กหนุ่ม
ใครบอก?...ฉันไม่ได้ว่าอะไรนายซะหน่อย ฉันเพียงแต่เสนอให้กลับบ้านก็เท่านั้นเอง
ถ้านายไม่อยากกลับ จะ...เอ้อ...จะมาค้างบ้านฉันก็ได้
อ่ะ??? จริงหรือฮะ...ผมไปนอนบ้านจินได้จริงๆ หรือ? เสียงแสดงความตื่นเต้นนั้น
ทำให้จินปฏิเสธไม่ลง เขาพยักหน้าด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง จุนโนะแสดงอาการดีใจสุดๆ
จนแทบจะกระโดดกอดคอเขาเลยล่ะ เด็กหนุ่มรีบเก็บผ้าแพรประจำตัวยัดใส่กระเป๋า แล้วก็แบกใส่หลัง
เดินนำหน้าจินไปที่รถมอเตอร์ไซด์อย่างไม่รอช้า
แหมรีบร้อนจริงนะ จินหัวเราะ ส่ายหน้าด้วยความเอ็นดู
ผมเมื่อยนะฮะ นอนคู้อยู่ตรงนั้นน่ะ อยากอาบน้ำด้วย แล้วก็หิว... จุนโนะบอกเขินๆ
เขาเกาะเอวจินไว้แน่น เมื่อจินเริ่มสตาร์ตรถ พาเด็กจรจัดกลับเข้าบ้านอีกครั้งหนึ่ง
*******************************
เสียงฮัมเพลงเบาๆ ดังมาจากในครัว เมื่อจินโผล่หน้าเข้ามามองก็เห็นจุนโนะกำลังยืนเช็ดจานอย่างมีความสุข
ใบหน้าสวยหวานยิ้มแป้นเมื่อหันมาเห็นจินเข้า
นายจัดครัวฉันเสียเรียบเชียว จินเอ่ยปากชม
ก็มาอาศัยเขาอยู่นี่ฮะ ก็ต้องช่วยทำงานบ้าน
งั้นถ้าฉันให้นายอยู่ต่อไปเรื่อยๆ นายพอจะช่วยฉันดูแลบ้านมั้ยล่ะ
ได้ฮะ จุนโนะร้องเสียงใส ดีใจสุดๆ
ไม่ต้องกลับคานางาว่า แถมยังได้อยู่บ้านตรงกันข้ามกับบ้านทักกี้อีก หนำซ้ำคนร่วมบ้านเดียวกับเขายังดูท่าทางใจดียิ่งกว่าใครทั้งหมด
จุนโนะเดินมาโค้งตัวต่อหน้าจิน
ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ จุนโนะพูดเสียงดัง
ตามสบายก็แล้วกันจุนโนะ อืมมม...ถ้าจะให้นอนในห้องรับแขกคงจะไม่เหมาะ นายขึ้นไปทำความสะอาดห้องเล็กๆ
ที่ฉันใช้เก็บของดูก็แล้วกัน ปัดกวาดเช็ดถู ก็กว้างขึ้นเองง่ะ...
ฮะ...งั้นผมจะทำกับข้าวให้จินกินทุกวันด้วยนะฮะ แถมเป็นพ่อครัวอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย
จุนโนะพูดยิ้มๆ พอวางจานแล้ว ก็รีบตามจินขึ้นไปดูห้องเก็บของ
เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายดังเอื้อก ห้องรกอย่างกับรังหนู มีข้าวของที่จินไม่ใช้วางอยู่ครึ่งห้องได้ละมัง
ลองเลือกดู จะเก็บไว้ใช้หรือจะขายจะทิ้งยังไงก็แล้วแต่ ของพวกนี้ฉันไม่เอาแล้ว
จินอนุญาต
เด็กหนุ่มเหลียวมองรอบๆ ตัว ถ้าจะทำความสะอาดกันจริงๆ ก็คงกินเวลาเป็นวัน
ตกลงฮะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะเริ่มจัดห้อง แต่วันนี้ ...ขอนอนที่เดิมก่อนดีกว่า
อือ... จินตอบรับในลำคอ เขาเดินกลับเข้าห้องตัวเอง ค้นหาเสื้อยืดกับกางเกงนอนได้สองสามตัวมายื่นให้จุนโนะสุเกะ
ใส่ของฉันไปก่อนนะ รู้สึกว่านายจะเอามาน้อย.. จินปรายตามองเสื้อผ้าของจุนโนะ
ดูปราดเดียวก็รู้ว่า ถึงแม้จุนโนะจะใส่แต่เสื้อยืดธรรมดา เขาก็พอจะดูออกว่ามันมียี่ห้อ
ราคาคงไม่น้อยทีเดียว นึกอยากจะถามจริงๆ ว่าพื้นเพเดิมของเจ้าหมอนี่เป็นอย่างไร...
คงจะมีฐานะดีไม่ใช่ย่อย
เสียงจุนโนะเดินลงไปข้างล่างแล้ว โทรศัพท์ของจินถึงดังขึ้น
จินจ๋า....นี่ฉันนะ.....ซาจิโกะ... เสียงหวานๆ ปลายสายอีกข้างดังขึ้น
วันนี้ว่างมั้ยเอ่ย..ให้ซาจิโกะไปหานะคะ
จินยืนนึก ซาจิโกะ...อืมมม....คนไหนหว่า...เมื่อวันก่อนคูมิโกะ...วันนี้ซาจิโกะ.....อาทิตย์ที่แล้ว
เอมิโกะ และยังมีอีกหลายโกะเลยล่ะ
แต่แล้วจินก็นึกออก...อ้อ....สาวผมซอยตัดสั้น....เพื่อนร่วมมหาลัยแต่คนละคณะนั่นเอง....
เอ้อ...วันนี้เหรอ...ไม่ได้หรอก...มีญาติมาค้างด้วย จินจำใจต้องปฏิเสธ
จะเอาผู้หญิงมาค้างบ้านตอนนี้น่ะหรือ...นึกกระดากจุนโนะขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ
งั้นจินมาหาเราซิ..นะ ...ไม่เจอจินมาหลายอาทิตย์แล้วน้าาา...คิดทึ้งง..คิดถึง
อืมม...ก็ได้ เดี๋ยวเราไปหานะ จินวางสาย เขาเดินลงไปชั้นล่าง
พบจุนโนะกำลังตบหมอนให้เข้าที่
จะนอนแล้วหรือ?
ฮะ... จุนโนะโยนหมอนลงไป พอเห็นจินแกว่งกุญแจรถในมือ จุนโนะก็เลิกคิ้ว
เดี๋ยวฉันจะออกไปหาเพื่อนสักหน่อยนะ นายนอนได้เลย ไม่ต้องห่วง ฉันจะไขกุญแจเข้ามาเอง
จินบอก แล้วก็เดินออกไปจากบ้าน
จุนโนะนอนไม่หลับ เขามองไปทางบ้านตรงกันข้าม ยังคงเงียบเชียบอยู่เหมือนเดิม อีกอาทิตย์หนึ่งหรือเปล่านะที่พวกมหาลัยจะกลับมาจากตั้งค่าย
อีกตั้งอาทิตย์แน่ะกว่าจะได้เจอคนรัก....
....คนรักหรือ???
...จุนโนะอยากจะหัวเราะเยาะให้กับตัวเอง นี่เขามาทำอะไรที่โตเกียวแห่งนี้นะ มาตามหาหัวใจ
หัวใจที่ทักกี้เป็นคนมาสะกิดให้มันเกิดรอยแย้มบานของความรัก
<<<.....พี่รักนายนะ...คบกับพี่นะ...>>>
เสียงทักกี้เคยบอกไว้ เป็นคนขอคบด้วยแท้ๆ แต่ก็ไม่ยอมกลับมาเยี่ยมเลย
อ้างว่าทำกิจกรรมเยอะ เคยพาเขาเดทแค่สี่ห้าครั้งแล้วก็หายเงียบไป เหลือไว้ให้คิดถึงถ้อยคำหวานหู
กับสายตาหยาดเยิ้มที่มองจ้องตาเขาเท่านั้นเอง ...แล้วนี่จะมีหวังได้เจอกันมั้ยเนี่ย......เฮ้อ......
.....เหงา...เหงาจริงๆ นะ จินก็ไม่อยู่...นี่เขาต้องนอนในความมืดคนเดียวหรือนี่
**************************************************************
vol 4 ...
**********************
ยูอิจิเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าเช็ดตัวผืนเดียวที่คลุมร่างกายท่อนล่าง
คุณคาเมะนั่งไขว้ห้างรออยู่ที่เตียง ในที่สุดยูอิจิก็ไม่ได้กลับคานางาว่าในวันนั้น
เพราะเหตุผลที่ว่า
นายต้องช่วยฉันจัดบ้านก่อน จะให้เจ้านายทำเองได้ไง เสียงออกคำสั่งที่ได้ยิน
ทำให้ยูอิจิยินดีเสียยิ่งนัก อย่างน้อยก็จะได้ยืดเวลาอยู่กับเจ้านายที่รักไปได้อีกหนึ่งวัน
แล้วเวลานี้ล่ะ คุณหนูคาเมะอาบน้ำก่อนเขา เนื้อตัวสะอาดสะอ้าน นั่งนิ่งอยู่ในชุดเสื้อคลุมตัวหรู
แต่ยูอิจิก็รู้ว่าภายใต้เสื้อคลุมนั้น มีแต่เรือนร่างเปล่าเปลือยขาวนวลรอเขาอยู่
อาบช้าจัง...มานี่ซิ คาเมะตบที่นอน ทำท่าเหมือนแขกหนุ่มมาเที่ยวผู้หญิงยามราตรีอย่างไงอย่างงั้น
ยูอิจิก้าวมายืนตรงหน้า คาเมะมองหน้าท้องแกร่งด้วยกล้ามท้องดูเข้มแข็งชวนให้ใจระทึก
เวลานี้ยูอิจิก้าวล้ำความเป็นวัยรุ่นมาได้ด้วยวัยเพียงยี่สิบเอ็ดปี ยังดูเด็กสำหรับหน้าที่การงาน
แต่คาเมะรู้ดีว่า ยูอิจิห่างไกลความเป็นเด็กในเรื่องของผู้ใหญ่นัก
มือเรียวสวยของคาเมะยื่นมาลูบไล้หน้าท้องแกร่งเพรียว เขาเงยหน้าขึ้นมอง สบตาดำคมคู่นั้น ดวงตาที่ก้มมองเขาอย่างจงรักภักดี ทำไมคาเมะจะไม่รู้ว่ายูอิจิไม่อาจมองผู้หญิงคนไหนได้อีกนอกจากตัวเขา....
มือน้อยๆ แตะอยู่กับขอบผ้าเช็ดตัว กระตุกทีเดียวมันก็หลุดออก คาเมะยิ้มอย่างน่ารัก
ดวงหน้าหวานฉ่ำมองยูอิจิอย่างมีความหมาย
สวยจัง... เสียงอุทานออกมาจากริมฝีปากบาง เขาเอ่ยชมเรือนร่างเปลือยเปล่าของยูอิจิ
กลีบปากสวยคลี่ยิ้มอย่างอิ่มเอม คาเมะกางแขนออกกว้าง ยูอิจิทนไม่ไหวอีกต่อไป
เขาผวาเข้าหาเจ้านายน้อยๆ ทำให้ทั้งคู่ล้มกลิ้ง หงายหลังลงกับที่นอน
ทั้งริมฝีปากและฝ่ามือใหญ่ ซุกไซ้ตามเนื้อตัวบอบบางจนคาเมะสั่นสะท้าน
เสื้อคลุมถูกกระชากออกจากตัว ด้วยหนุ่มร่างใหญ่ รอยจ้ำแดงปรากฏขึ้นทุกที่ที่ยูอิจิลากริมฝีปากผ่าน
คาเมะนอนบิดตัวครวญครางบนที่นอน อ้อนวอนขอความรักที่ยูอิจิจะต้องมอบให้อย่างรุนแรงและเร่าร้อน
อย่าอ่อนโยนกับฉัน ยูอิจิ... คาเมะวิงวอนอยู่ใต้ร่างด้วยเสียงกระเส่า
ยูอิจิอยากจะทนุถนอมร่างน้อยนี้ใจแทบขาด แต่เมื่อคุณคาเมะสั่ง เขาจึงต้องเพิ่มแรงโหมกระหน่ำจนคาเมะร้องครางไม่เป็นเสียง
อ๋า....อาาาา....ยูอิจิ...เยี่ยมไปเลย คาเมะคราง แล้วร่างกายก็กระตุกเฮือกตามแรงอารมณ์ที่ได้ปลดปล่อย
ร่างชื้นเหงื่อของยูอิจิพับลงที่อกอ่อนละมุนของคาเมะ เจ้านายหนุ่มน้อยประคองหน้าของเขาขึ้น
ประทับจูบให้เป็นรางวัลที่ทำให้เขาถึงอกถึงใจ
ยูอิจิล้มตัวลงนอนข้างๆ เมื่อเวลาระทึกใจผ่านพ้นไปแล้ว คาเมะผวาตามมากอดเขาเอาไว้
กล่อมหน่อย ง่วงแล้ว คาเมะสั่ง ยูอิจิจึงยกมือขึ้นลูบแผ่วเบาที่เรือนผมสีอ่อนของเด็กหนุ่ม
นวดคลึงศีรษะจนคาเมะรู้สึกสบาย
เด็กหนุ่มอมยิ้ม เขาไล้ฝ่ามือไปตามท้องน้อยและวกขึ้นมาที่อกกว้างของยูอิจิ
ได้กลิ่นสบู่หอมๆ โชยมาจากร่างของครูฝึกม้า เขาสูดกลิ่นกายของชายหนุ่มเข้าไปเต็มๆ
นี่แหล่ะเสน่ห์ของยูอิจิอยู่ตรงนี้ กลิ่นนี้แหล่ะที่คาเมะชอบ ไม่มีกลิ่นเหงื่อที่น่ารังเกียจ
นอกจากกลิ่นกายที่หอมกรุ่น ทำให้คาเมะรู้สึกดียิ่งนักยามที่นอนซุกซบกันอยู่เช่นนี้
พรุ่งนี้ค่อยกลับแล้วกันนะ คืนนี้ดึกแล้ว...มานอนกล่อมฉันดีกว่า คาเมะพูดงึมงำ
ขยับตัวให้สบายขึ้นแล้วก็หลับตานิ่ง....จนลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ บอกให้คนนอนกอดรู้ว่า
คุณคาเมะเข้าสู่ห้วงนิทราไปเรียบร้อยแล้ว...
ยูอิจิถอนหายใจเบาๆ เขาก้มลงมองดวงหน้าที่เห็นลางเลือนในความมืด ไม่เห็นชัดนัก
แต่ก็พอจะรู้ว่า ดวงหน้าสวยคงจะมีรอยยิ้มบางๆ ระบายไปทั่ว ก็คืนนี้มีความสุขจนล้นแล้วนี่นา.....ส่วนตัวเขาเองล่ะ
ถ้าวันใดคุณคาเมะพบคุณทักกี้ วันนั้นเขาก็คงช้ำใจไปอีกหลายเท่า....
****************************
จินดับเครื่องยนต์ก่อนที่จะมาถึงประตูบ้านของเขา เพราะไม่อยากให้เสียงมอเตอร์ไซด์ดังรบกวนเวลานอนของคนในบ้าน
เขาไขกุญแจเข้าไป มองไปที่โซฟาเห็นร่างของจุนโนะผุดลุกขึ้นนั่ง จากนั้นแสงไฟที่โคมเหนือโซฟาก็ถูกเปิดให้สว่างขึ้น
อ้าว!! ทำไมยังไม่นอนล่ะ จินถาม
ก็เป็นห่วงจิน...ขี่รถมอเตอร์ไซด์ออกไปตอนกลางคืน ไม่รู้ว่าดื่มกลับมาด้วยหรือเปล่า...มันนอนไม่หลับฮะ
จุนโนะพูดเสียงงัวเงีย จนจินอยากจะหัวเราะออกมา ก็น้ำเสียงง่วงงุนแบบนี้น่ะหรือ
ไม่ได้นอน....นี่คงแสดงว่าเจ้าหมอนี่เพิ่งจะตื่นได้ไม่นานเท่าไร
จินพูดขอบใจ เขายีหัวจุนโนะเล่น แล้วก็บอกให้นอนซะ
พอจินพูดจบ จุนโนะก็ล้มลงนอนทันทีทันใด พร้อมเสมอแล้วที่จะหลับ
ขอบใจนะจุนโนะ จินไม่วายหันไปยิ้มให้ จุนโนะยิ้มตอบ...เขาปิดไฟที่โคมแล้วก็กล่าวราตรีสวัสดิ์
เมื่อจินขึ้นไปแล้ว จุนโนะก็อมยิ้ม สาบานได้ว่าเขาได้กลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงโชยออกมาจากตัวเจ้าของบ้านด้วย
นี่แสดงว่าจินคงจะไปหาความสุขนอกบ้านล่ะซิ เขานึกสงสัยว่าก่อนๆ มา จินเป็นฝ่ายพาผู้หญิงเข้าบ้านหรือว่าไปหาสาวที่นอกบ้านกันแน่
เขาคงไม่ได้เป็นคนทำให้จินต้องออกไปลำบากนอกบ้านหรอกนะ ถ้าจินอยากพาสาวเข้าบ้านก็ได้นี่นา พรุ่งนี้จุนโนะต้องรีบจัดห้องให้เป็นส่วนตัวแล้วละมัง จินจะได้ไม่กระดากใจที่จะพาใครเข้าบ้าน....
จุนโนะหัวเราะเบาๆ อยากรู้จริงๆ ว่ารสนิยมในการเลือกผู้หญิงของจินจะเป็นอย่างไร...สาวสวย...หรือน่ารัก หรือว่าชอบแบบเซ็กซี่กันแน่.......
****************************************
กลิ่นอาหารหอมฉุยโชยเข้ามาถึงห้องนอนชั้นบน ทำให้จินไม่อาจทนนอนเฉยได้อีกต่อไป
เข้ารีบเข้าห้องน้ำ แต่งเนื้อแต่งตัวแล้วก็ลงมาข้างล่าง เยี่ยมๆ หน้าเข้าไปดูในครัว...นั่นไง...
หนุ่มร่างสูงโปร่งใส่ผ้ากันเปื้อนยืนทอดไก่อยู่หน้าเตา ใบหน้าเป็นมันย่อง มือข้างหนึ่งจับตะหลิว
แต่ตัวยืนเสียห่างกระทะ ใบหน้าเหยเกเพราะกลัวน้ำมันจะกระเด็นใส่ ดูท่าทางกลัวๆ
กล้า หมดสภาพพ่อครัวคนเก่งแบบเมื่อวานลิบลับ
จินหัวเราะขำ เขาพิงลำตัวกับขอบประตูหัวเราะจนตัวสั่น จุนโนะหันมาเห็นเข้าพอดี
เขายิ้มตาหยีส่งมาให้ ร่อนจานไก่ผ่านหน้าเขาไป กลิ่นหอมของไก่ทอดโชยมากระทบจมูกจินอย่างจัง
เด็กหนุ่มยังคงร่อนจานไก่ส่ายไปส่ายมาไม่ยอมวางที่โต๊ะอาหารเสียที จินสูดจมูกแล้วเดินตามร่างสูงโปร่งไปทั่วห้องครัว
จนกระทั่งจุนโนะวางจานลงกับโต๊ะ จินถึงหยุดเดิน
ฮ้า.........หอมจริง...สุดยอด.... จินเอ่ยปากชม ซึ่งก็ทำให้จุนโนะยิ้มแก้มปริ
จินทานก่อนนะฮะ ผมยังไม่หิว จุนโนะบอก เขาหันหลัง เก็บล้างของในซิงค์ ขณะที่จินซัดไก่ทอดอย่างเอร็ดอร่อย
วันนี้จะทำอะไรเอ่ย จินถาม
ต้องเก็บของในห้องเก็บของก่อนเป็นอันดับแรก สงสัยวันนี้ผมคงต้องทำทั้งวันแหล่ะฮะ
ของที่ไม่ใช้ก็ขนมากองไว้หน้าบ้านก็ได้ จะได้ทิ้ง หรือนายจะดัดแปลงอะไรไว้ใช้ก็ตามใจ
ฉันให้สิทธิ์เต็มที่เลย
ขอบคุณฮะ...อืมม...จะให้ผมทำความสะอาดห้องให้คุณด้วยมั้ยฮะ จุนโนะหันหน้ามาถาม
ก็เอาซิ...นายจะเหนื่อยหรือเปล่าล่ะ?
ไม่เป็นไรฮะ ผมเต็มใจทำ แค่จินให้ผมอยู่ด้วยก็ดีจะแย่อยู่แล้ว...แล้วอีกอย่างคือ....คือว่า...
จุนโนะก้มหน้า เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน ใบหน้าเข้มจัดขณะที่หยุดพูด เขามองหน้าจิน
ก็เห็นชายหนุ่มถือส้อมค้างไว้ สายตามีคำถาม
คือ...ถ้าจินจะ...เอ้อ...จะพาแฟนมานอนคุยเล่นที่บ้านอย่างที่เคยทำ ผมจะสบายใจมากเลยฮะ...
หือ???...แฟน???...มานอนคุยเล่น???.... จินทวนคำของหนุ่มน้อยตรงหน้าอย่างขำๆ
ฮะ...คือเมื่อคืนจินต้องไปนอนที่อื่น เพราะมีผมมาอยู่ด้วยใช่ไหมฮะ...ผมไม่อยากทำให้ชีวิตประจำวันของคุณเปลี่ยนไป
จุนโนะพูด
งั้นเหรอ...จุนโนะสุเกะ... รู้มั้ยฉันไม่เคยพาแฟนมานอนคุยเล่น แต่...พามาทำอย่างอื่น.....หึ...หึ....แล้วก็ถ้านายไม่อยากให้ฉันเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันล่ะก็
นายก็คงต้องทนนั่งดูฉันเล่นจ้ำจี้กับแฟนบนโซฟาที่นายนอนแน่ๆ เพราะบางทีฉันกับแฟนก็ไปไม่ถึงห้องนอน...ฮะ...ฮะ...
จินหัวเราะก๊าก เมื่อเห็นจุนโนะหน้าแดงก่ำเพราะไม่คิดว่าจินจะพูดอะไรตรงความหมายเป๊ะแบบนี้
เด็กหนุ่มรีบหันหลังไปจัดข้าวของที่วางกระจัดกระจาย เก็บให้เข้าที่ ในขณะที่จินก็หันไปสนใจไก่ทอดในจานตรงหน้าต่อ บ่อยครั้งที่เขาจะหันมามองจุนโนะที่ยืนอยู่ที่อ่างล้างจานด้วยใบหน้าที่ยิ้มๆ ...
หากจุนโนะคิดจะมาขออาศัยอยู่กับเขาก็คงต้องทำใจในเรื่องที่ต้องมาเจอปัญหาของเขากับแฟนสาวหน่อยล่ะ....
วันนี้จินมีเรียนทั้งวันหรือเปล่าฮะ
มีแค่ช่วงเช้า เรียนเสร็จจะรีบกลับมาช่วยนายทำความสะอาดห้องดีมั้ย
ดีฮะ จุนโนะยิ้มแป้น ยินดีเป็นอย่างยิ่ง เขาทรุดตัวลงนั่งตรงกันข้ามจิน หยิบไก่ทอดที่จินกินไม่หมดมากิน
อ๊ะ...เค็มไปหน่อย เขาทำหน้าเสีย เมื่อกี้จินซัดเข้าไป แต่ไม่เห็นว่าอะไรเลย
อือ...เค็มไปนิด แต่ก็อร่อยดี ถ้าฉันทำเองก็เค็มกว่านี้อีก จินปลอบใจ
ฉันต้องไปล่ะ เดี๋ยวสาย
โชคดีฮะ จุนโนะขยับตัวลุกตาม
อืออ....แล้วเจอกันตอนบ่าย จินโบกมือให้ โดยมีจุนโนะเดินมาส่ง
จินจูงมอเตอร์ไซด์ออกมาหน้าบ้าน หันไปมองดูคนมาส่ง จุนโนะยืนยิ้มอยู่ในชุดกันเปื้อน
ในมือยังถือน่องไก่อยู่เลย แถมเอาน่องไก่โบกมือบ๊ายบายให้เขาเสียอีกแน่ะ ...จินส่ายหน้าด้วยความเอ็นดู
...
...มีเจ้าหมอนี่มาอยู่ด้วยก็มีชีวิตชีวาไปอีกแบบ....
*********************************
จินหอบตำราเรียนเข้ามานั่งในห้องเลกเชอร์ เขาเห็นคูมิโกะนั่งปล่อยผมทองยาวสยายอยู่ริมห้อง
ก็เดินเข้าไปนั่งด้วยโดยไม่รอช้า
จิ้นนน....แหม ...เมื่อวานคูมิโกะว่างนะ ไม่ยักกะโทรมาหาเรา...ไปกับสาวอื่นแน่เลยเนี่ย
เธอว่าพลางกระแซะเข้ามาใกล้ เอาคางเกยบ่าเขา
วันนี้น้าาา...
จินเตรียมจะเออออห่อหมกด้วยแล้วเชียว แต่ใบหน้าของจุนโนะก็ลอยฉวัดเฉวียนเข้ามาพร้อมกับชูน่องไก่ทอดในมือ..
ไม่ได้หรอก!! จินตอบโดยอัตโนมัติ
ทำไมง่ะ มีนัดกับสาวอื่นแล้วเหรอ?
เปล่า...แต่มีญาติมาอยู่ด้วย ต้องไปช่วยเขาจัดห้อง
หือ....ญาติ!! ผู้หญิงหรือผู้ชายง่ะ...ถ้าผู้หญิงล่ะก็ ไม่ยอมนะ!!
หญิงสาวกระฟัดกระเฟียด
ผู้ชาย.....
แล้วไป...
คูมิโกะพยักหน้า แต่ก็เหล่ดูจินเงียบๆ ทำไมจะไม่รู้ว่าจินมีสาวที่ไหนควงอยู่บ้าง
และเธอเองก็เป็นหนึ่งในบรรดาสาวๆ ของอะกานิชิ จิน ถึงแม้จะคบหากันแบบไม่จริงจังนักแต่มันก็อดหวงไม่ได้นี่หว่า
คุมิโกะย่นจมูกใส่ จากนั้นก็เริ่มเปิดตำราเรียน จินก็เลยต้องหันมาสนใจเรื่องเรียนด้วยเหมือนกัน
ระหว่างเรียนเขาหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของแฟนสาว ...ก็สวยดี....แต่ทำไมไม่มีเสน่ห์ก็ไม่รู้....ไม่เหมือนเด็กหนุ่มคนนั้น....น่ารัก...น่ามองกว่าเป็นไหนๆ
พอคิดแล้วก็สะดุ้งเฮือก
...เฮ้ย!!...คิดแบบนี้ได้ไง....
*************************
จุนโนะขนของที่ไม่ใช้ออกมาวางข้างนอกบ้าน ขนขึ้นๆ ลงๆ อยู่หลายเที่ยวเล่นเอาหอบ
เสื้อกล้ามของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ทำงานจนร้อน จุนโนะเปลี่ยนมาใส่กางเกงยีนส์ขาสั้นชายกรุยทำงาน
เขากำลังนั่งเหยียดขาพักเหนื่อยอยู่ที่บันไดเตี้ยๆ หน้าบ้าน ในขณะที่จินขี่รถกลับบ้านพร้อมกับข้าวกล่องของมื้อกลางวัน
หิวหรือยัง จุนโนะ? เสียงถามดังขึ้นอย่างร่าเริง จุนโนะเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตายิบหยีเพราะต้องสู้แสงตะวันที่ส่องมากระทบกับร่างของจินพอดิบพอดี
หิวฮะ ตอบแบบไม่เกี่ยงงอน
พักให้หายเหนื่อยก่อน เดี๋ยวค่อยทาน จินวางกล่องข้าวลง รู้สึกว่าท้องของตัวเองเริ่มจะร้องจ๊อกๆ
แล้ว จุนโนะเองก็คงไม่ต่างกันเท่าไรนัก
ชายหนุ่มนั่งลงข้างจุนโนะที่นอกชานหน้าบ้าน
พักหายเหนื่อยแล้วฮะ จุนโนะว่าพลางหยิบข้าวขึ้นมากล่องหนึ่ง ทำตาโตขณะเปิดฝากล่อง
กินล่ะน้าาา.... เขาว่า
จินมองคนข้างๆ เพลิน คงจะเหนื่อยล่ะซิถ้า เหงื่อไหลโทรมเชียว
เขาพิจารณาดูหนุ่มน้อยคนนี้ชัดๆ ผิวขาวอมชมพูเป็นมันเพราะหยาดเหงื่อ ผิวแก้มฝาดด้วยความร้อนและเลือดหนุ่มวัยกำดัด จินไล่สายตาไปตามปาก คอ คิ้ว คาง ที่รวมกันแล้วเกิดเป็นใบหน้าของมนุษย์ผู้ชายที่จิ้มลิ้มเหลือเกิน
เขาหยุดสายตานิ่งที่แผ่นอกกว้างที่โผล่พ้นขอบเสื้อกล้ามออกมา เสื้อที่เปียกเหงื่อ ทำให้เห็นถึงผิวกายในร่มผ้า รวมถึงตุ่มไตสีเข้มที่เกาะแนบกับผ้าเปียก จินรีบเบนสายตาออกเมื่อชักจะเห็นอะไรที่มันล้ำเส้น เห็นจุนโนะตอนกลางวันกลางแดดแบบนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งมองแมลงปอปีกสีสวยเหมือนสีรุ้งยามต้องกับแสงอาทิตย์ บอบบางแต่สวยงามและอดทน เหมือนคนไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคขวากหนามที่ขวางกั้น
...มาตามความรักที่ห่างหาย...จะสมหวังมากน้อยแค่ไหน เขาเองก็ไม่อาจตอบได้ ...ในใจนึกภาวนาขอให้จุนโนะสมหวังกับคนรักทีเถอะ หากไม่สมหวังเขาเองก็ไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะทนกับความผิดหวังได้มากน้อยแค่ไหน
สำหรับเขาน่ะหรือ ขออย่าได้พบเจอความรักที่ไม่สมหวังเลย....จินคิด... อยู่ไปวันๆ แบบนี้ก็ดี อย่าได้ไปหลงรักใครเข้าให้เชียว.....
ทั้งคู่ช่วยกันเก็บของบนห้องเล็กอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จุนโนะขนของออกมากองไว้เต็มลานบ้าน จินเป็นคนเลือกดู อันที่ใช้ได้ไม่ได้ ก็จับแยกเอาไว้เป็นส่วนๆ
ขณะที่กำลังพิจารณากล่องใส่หนังสือเก่าๆ เขาก็ได้ยินเสียงโครมครามดังมาจากในบ้าน แล้วก็ตามด้วยเสียงร้องโอ๊ย...ของจุนโนะสุเกะ จินทิ้งหนังสือ รีบวิ่งไปดูต้นเสียง
ร่างของจุนโนะนั่งก้นจ้ำเบ้าตรงที่พักบันได บนตักมีลังไม้วางอยู่เอียงๆ
โอย....อูย....เจ็บ....บบ... เขาร้องคราง คลำหัวเข่าป้อยๆ
จินวิ่งพรวดเดียวมาหยุดยืนที่บันไดขั้นล่างๆ จับหัวเข่าเด็กหนุ่มดู
มีรอยถลอกจากลังไม้และรอยเขียวๆ ปรากฏขึ้น
เกิดอะไรขึ้นน่ะ จุนโนะ? จินถาม
มองไม่เห็นทางก็เลยก้าวพลาดฮะ ไถลมาตั้งแต่ชั้นบน ดีนะมีที่พักบันได ไม่งั้นลงไปนอนจูบพื้นข้างล่างแล้ว
จุนโนะบอก ยกลังมาวางไว้ข้างๆ เขาชักหัวเข่ามาดู มือจินแตะที่หัวเข่าเขียว เขามองหน้าเหยเกของจุนโนะแล้วก็หัวเราะเบาๆ
พักกันแค่นี้ดีมั้ย?...นายเหนื่อยแล้วล่ะ หยุดก่อนเถอะ เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยมาทำใหม่
ก็ดีฮะ... จุนโนะพยายามลุกขึ้นยืน แต่ก็ลำบากเต็มทน จินสอดแขนเข้าใต้รักแร้ของจุนโนะออกแรงยกร่างโปร่งขึ้นมา
ขอบคุณฮะ จุนโนะหันมายิ้มให้
รอยยิ้มของเจ้าหนุ่มคนนี้ทำให้จินเบิกตากว้าง ก็ใบหน้าใกล้กันจนแทบจะนับขนตาได้
...จินเกิดอาการใจเต้นโดยไม่มีสาเหตุ...จุนโนะยังคงยิ้มให้แบบซื่อๆ จินยิ้มตอบแบบเผลอไผล
สองขาค้างอยู่กับที่ หิ้วปีกเจ้าหน้าหวานอยู่อย่างนั้น จนจุนโนะต้องสะกิดจินจึงรู้สึกตัว
อ่ะ...ค่อยๆ ลงนะ จินพูด รีบกระตุกใจกลับคืนมาสู่ภาวะปกติ
ไม่เป็นไรฮะ ผมลงเองได้ จินหนักแย่เลย จุนโนะพูดเบาๆ แต่คนคอยช่วยพยุงพูดค่อยๆ
ว่าไม่เป็นไร
จินจัดแจงหายามาทาแผลให้จุนโนะ รอยเขียวช้ำนั้นตัดกับผิวขาวๆ ของหนุ่มน้อย จินคลึงไปด้วยสังเกตไปด้วย
ผิวนวลๆ กับรอยแผลนี่ดูมีเสน่ห์ไม่หยอกเลยแฮะ
...อ่ะ...ผิวก็นุ๊มนุ่ม.....
จินหน้าร้อนซู่
...เอ๊ะ...คิดอะไรอีกแล้ววะเนี่ย...บ้าจริง!!
จุนโนะรู้สึกวูบๆ วาบๆ ที่แก้ม สังเกตว่าจินจะมองขาของเขานานผิดปกติ
สายตาซอกแซกแทบจะมองลอดเข้าไปใต้กางเกงยีนส์ขาสั้นของเขาละมัง
เอ้อ...จิน...ทำแผลเสร็จแล้วใช่มั้ยฮะ จุนโนะกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ พยายามจะดึงขากลับ
อ๋อ...เหรอ...แหะ..แหะ.. จินหัวเราะเขินๆ แล้วก็ถอนมือออกจากเข่า เขาถอยไปนั่งที่โซฟาเบาะเดี่ยว
มองจุนโนะลูบคลำรอยช้ำเขียวๆ นั่นต่อไป โดยที่เขาก็ไม่เข้าใจว่า จะต้องมานั่งมองเด็กคนนี้ทำไมกัน?...
******************************
ในตอนเย็น จินแต่งตัวออกจากบ้านไปทำงานพิเศษเหมือนเช่นเคย เขาโบกมือให้จุนโนะที่กำลังยืนเลือกของอยู่หน้าบ้าน
มอเตอร์ไซค์คู่ชีพแผดเสียงดังสนั่นจากนั้นเขาก็ขี่รถออกไปสวนกับรถยนต์คันใหญ่คันหนึ่งที่กำลังแล่นเข้ามาในซอยเล็กๆ
แห่งนี้
....อย่างช้าๆ ที่รถยนต์คันหรูคันนั้นแล่นเข้ามา เรื่อยๆ...เฉื่อยๆ...
ทางซ้ายมือละมั้ง ฉันว่า..ดูตามที่อยู่นี่ก็น่าจะเป็นในซอยนี้แหล่ะ คาเมะกางแผ่นกระดาษออกดู
เอานิ้วชี้ไปที่ข้างทางด้านซ้ายมือที่มีบ้านตั้งอยู่ในรั้วเตี้ยๆ
หยู๊ดดดด....หยุดก่อน...ฮึ!! เจอใครบางคนเข้าให้แล้ว... คาเมะบอก ชะเง้อไปทางด้านขวามือ
เห็นร่างของจุนโนะกำลังยืนก้มๆ เงยๆ เก็บของที่ลานหน้าบ้านหลังหนึ่ง
ยูอิจิจอดรถไว้เยื้องๆ บ้านของจิน ....รถยังไม่ทันจอดสนิทดี คาเมะก็เปิดประตูผัวะออกไป
....ใช่จุนโนะจริงๆ ด้วย...งั้นบ้านหลังนั้นก็บ้านทักกี้น่ะซิ...เชอะ..ในที่สุด
จุนโนะสุเกะก็ล้ำหน้าเขาไปอีกจนได้
เจอแล้วนะครับ...คุณจะทำอย่างไรต่อไป ยูอิจิถาม มายืนซ้อนหลังคาเมะตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้...
ฉันก็ไม่รู้!! คาเมะบอก
อ้าว!! ยูอิจิเหลือบมองคาเมะ เห็นคุณหนูเจ้าปัญหาจ้องไปที่หนุ่มร่างสูงโปร่งเขม็ง
คาเมะขยับตัวเดินเข้าไปหาร่างนั้น
อะแฮ้ม.. เสียงกระแอมที่ดังขึ้นทำให้จุนโนะสุเกะเหลียวมามอง....ดวงตาเบิกค้างอยู่อย่างนั้นเมื่อมองเห็นว่าเป็นใคร
คาเมะ!!
หวัดดี...พี่ชาย!! คาเมะส่งเสียงยียวนทักทาย สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงเดินอาดๆ
มายืนเบื้องหน้า ยืดลำตัวจนสุดส่วนสูง ถึงยังงั้นก็ยังต้องเงยขึ้นมองใบหน้าของญาติผู้พี่อยู่ดี
คาเมะยื่นหน้ายื่นตาทำท่าสำรวจร่างกายคนตรงหน้า มองกวาดจนทั่วตัว
แล้วก็ย่นจมูกใส่
ชิ...หนีออกจากบ้านมา เป็นไง เจอสุดที่รักหรือเปล่าล่ะ?..เชอะ..ดูท่าทางเหมือนสาวใช้เลยเนอะ
คาเมะมองหน้ามอมแมมของจุนโนะอย่างกวนๆ
ฉันไม่ได้หนีออกจากบ้านนะ เข้าใจซะใหม่ แล้วนายมาทำอะไรที่นี่ จุนโนะถามกลับ
เรื่องของฉัน
ก็ดี..งั้นนายก็อยู่ของนายไป อย่ามายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของฉัน จุนโนะพูดเสียงขึ้นจมูก
เชิดหน้าขึ้น
ไม่อยากยุ่งหรอก ถ้าคุณตาไม่ขอให้ฉันมาตามนายกลับบ้าน คาเมะว่าเข้าให้ เล่นเอายูอิจิไม่กล้ามองสบตาจุนโนะเลย
..คุณคาเมะนะ..ว่าไปได้น้ำขุ่นๆ
แน่ใจเรอะที่พูดมานั่นน่ะ อย่าเอาคุณปู่มาอ้างดีกว่า นายมันฮึ่มๆ อยากจะมาอยู่แล้วนี่...อย่าพูดดีกว่าคาเมะ...นายมาทำอะไรทำไมฉันจะไม่รู้..ยูอิจิก็นะ
ไม่รู้จะตามใจกันไปถึงไหน ไม่เบื่อบ้างหรือไง..ฉันยังเบื่อนายเลย คาเมะ
ก็ดี เพราะฉันมานี่ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับนายอยู่แล้ว คนที่ฉันอยากจะให้เกี่ยวน่ะหรือ?...ฮึ!!
คาเมะหรี่ตามองหน้าจุนโนะ แล้วก็ตวัดสายตามองเข้าไปในบ้าน
ไม่อยู่หรือไง ทักกี้แฟนนายน่ะ...คุณตาจะว่าอย่างไงน้า...หลานชายคนโตหนีมาอยู่กับผู้ชาย..
ลอยหน้าลอยตาพูดจนจุนโนะอดหมั่นไส้ไม่ได้
แล้วไง คุณปู่คุณย่าก็รู้ พ่อกับแม่ฉันก็รู้ ว่าแต่นายเห้อ..อ...อ......คงยังไม่มีใครรู้ว่าหนีมาทำอะไรกับ......เอ้อ....ยูอิจิ..ที่โตเกียว
จุนโนะทำเสียงเยาะๆ ปรายตามองครูหนุ่มฝึกม้าอย่างมีความหมาย เขาก้มลงสำรวจเนื้อตัวของญาติผู้น้องบ้าง
ผิวขาวบางกับร่องรอยคิสมาร์กที่โผล่พ้นเสื้อคอกว้างแขนกุดนั่นน่ะ คงจะบอกได้ดี
โดยไม่ต้องให้เดาว่าเกิดอะไรกับคาเมะบ้าง คงไม่ใช่แค่มากันท่าเขากับทักกี้อย่างเดียวละมั้ง
เอ๊ะ!! หมายความว่ายังไง... คาเมะถามเสียงขุ่น
จุนโนะไม่ตอบ แต่สีหน้าอมยิ้มซ่อนแววขบขันเอาไว้ เขาชี้ไปที่รอยแดงเป็นจ้ำที่ซอกคอและเนินอกของคาเมะ
เพียงแค่ชี้เท่านั้น คาเมะก็หน้าแดงก่ำ รีบดึงคอเสื้อขึ้นสูง
ไม่ต้องให้บอกหรอกนะ เรื่องของนายกับยูอิจิน่ะ...
จุนโนะ!! นายรู้? รู้ได้ไง??
ฉันไม่ได้ซื่อบื้ออย่างที่นายคิดหรอกนะ ไอ้เต่าน้อย...ไอ้กองฟางที่คอกม้าน่ะ
พวกนายเข้าไปทำอะไรกัน อย่าคิดว่าคนอื่นเขาจะไม่รู้นะ...ช่างเหอะ ฉันไม่สนใจหรอกว่านายจะไปนอนกับใครที่ไหน
แต่ขอบอกอย่างหนึ่งนะ ฉันไม่ได้อยู่กับผู้ชายในลักษณะที่นายอยู่กับยูอิจิ ...แล้วคนที่ฉันอยู่ด้วยน่ะเขาเป็นเพื่อนกับฉัน
แล้วฉันก็ไม่ได้เป็นแฟนกับเขาด้วย...
คาเมะขมวดคิ้วสงสัย
เพื่อน???...งั้นบ้านนี้ก็ไม่ใช่บ้านพี่ทักกี้น่ะซิ คาเมะหันไปมองบ้านตรงกันข้าม
บ้านหลังสีครีมที่ยังคงปิดเงียบเชียบอยู่ เขากัดริมฝีปากครุ่นคิด แสดงว่าจุนโนะยังไม่เจอทักกี้...งั้นเขาก็ยังมีความหวัง...
นายก็รู้ว่าพี่ทักกี้เขารักฉัน...รู้ไม่ใช่เหรอ? จุนโนะตอกย้ำความรู้สึกเดิมๆ
ไม่เห็นแคร์เลย...ฉันก็ชอบพี่ทักกี้เท่าๆ กับนายเหมือนกัน..ทำไมนายไม่เปิดโอกาสให้ฉันบ้างนะจุนโนะ
คาเมะต่อรอง
จุนโนะถอนหายใจ ยกมือเท้าเอว มองคนตรงหน้าอย่างปลงอนิจจัง
ฉันจะเปิดโอกาสให้ ถ้าพี่เขามีใจกับนายด้วย แต่นี่เปล่าเลย...
ไม่รู้ง่ะ ฉันจะตามพี่เขาให้เจอ...แล้วถ้าเจอ ฉันจะบอกว่าฉันก็รักเขาไม่น้อยไปกว่าที่นายรัก...คอยดูนะจุนโนะ
ฉันไม่ยอมแพ้หรอก...อุตส่าห์มาถึงที่แล้ว เต่าน้อยประกาศปาวๆ ต่อหน้าญาติหนุ่ม
จุนโนะทำหน้างอใส่คาเมะ
เขาเห็นหน้าของยูอิจิที่ยืนทำหน้ากระอักกระอ่วนก็สงสาร คาเมะพูดอะไรไม่ถนอมน้ำใจยูอิจิบ้างเลย
นายคนฝึกม้าคนนี้น่ะ เห็นๆ อยู่ว่าเทอดทูนบูชาคาเมะมากแค่ไหน ยอมทุกอย่าง ยอมแม้กระทั่งปล่อยดวงใจของตัวเองให้หลุดลอยไปหาคนอื่น
จุนโนะก้มมองคาเมะ อยากจะว่าให้มันมากกว่านี้ คาเมะแสดงอย่างชัดเจนเลยว่า อยากจะแย่งทักกี้ไปจากเขา ดูเอาเถอะ แสดงออกอย่างโจ่งแจ้งไม่เกรงใจยูอิจิบ้างเลย
นายอย่ามาก่อกวนอะไรแถวนี้เลย ฉันขอร้อง กลับไปเหอะ...กับพี่ทักกี้น่ะ
นายอย่าคิดหวังเลยคาเมะ คนที่นายควรจะเอาใจใส่ให้มากๆ น่ะ น่าจะเป็นคนอื่นมากกว่านะ
จุนโนะพูดเป็นเชิงปราม
คาเมะแหงนมองคนที่ยืนข้างหลัง สีหน้าของยูอิจิที่มองตอบมานั้นมีแววตำหนิเขากรายๆ
แต่จะให้เอ่ยออกมาเป็นคำพูดน่ะหรือ คงไม่มีทาง
วันนี้กลับก่อนก็ได้ ...ไป...ยูอิจิ...ถอยไปตั้งหลัก... คาเมะสะบัดหน้ากลับ
สองมือล้วงกระเป๋ากลับไปที่รถโดยมีสายตาละเหี่ยของจุนโนะมองตามหลัง....เฮ้อ...เค้าความยุ่งยากเริ่มคืบคลานมาแล้วหรือเนี่ย....
*************************
คาเมะกระแทกตัวกับพนักเบาะ ทำหน้าบึ้งตึง
โว้ย!!..จุนโนะรู้เรื่องของเรา เนี่ยจะเอาไปบอกคุณตามั้ยเนี่ย...เฮ้อ..ดันมาถือไพ่เหนือกว่าเราได้
เขาร้องอย่างคับใจ ยูอิจิแตะหลังมือของเขา พูดน้ำเสียงราบเรียบ
กลับบ้านเถอะครับคุณคาเมะ
ไม่...ยังไม่อยากกลับ อยากเจอพี่ทักกี้ง่ะ เดี๋ยวนายกลับคานางาว่าไปได้แล้วนะ
แล้วคุณจะไปไหนมาไหนสะดวกหรือครับ
แท็กซี่มี นายกลับไปเหอะ...ไว้ฉันโทรเรียกค่อยมา
คุณคาเมะ...เอ้อ...รักคุณทักกี้มากถึงเพียงนี้เลยหรือ? ยูอิจิพูดอย่างน้อยใจ
คาเมะหันขวับมา ดึงมือยูอิจิออกจากตัว
ไม่รู้...คงงั้นละมั้ง อะไรที่มันไม่สมหวัง ฉันก็อยากได้...
แต่ถ้าได้จนสมใจแล้วก็เบื่อใช่มั้ยครับ? ชายหนุ่มถาม คนที่รักคุณหนูน่ะ นั่งอยู่ตรงนี้นะ
ทำไมไม่สงสาร ไม่ถนอมน้ำใจกันบ้าง ...
นายเองก็อย่าจริงจังมากนักซิ ยูอิจิ มีหน้าที่ทำให้ฉันพอใจก็น่าจะพอใจนะ จะมีสักกี่คนเชียวที่ฉันลดตัวมาสนิทชิดเชื้อถึงขนาดนี้น่ะ
คาเมะบอก ทำหน้าเชิดๆ ราวกับภูมิใจเสียนักหนา
ยูอิจิสงบปากสงบคำ เขาขับรถไปที่บ้านเช่าอย่างเงียบๆ คาเมะคอยชำเลืองมองคนขับเป็นระยะๆ เห็นใบหน้าหล่อเข้มเฉยเมย เขาก็กระแซะเข้ามาใกล้ วางมือกุมซ้อนทับมือเรียวของยูอิจิบนกระปุกเกียร์
คืนนี้ยังไม่ต้องกลับคานางาว่าก็ได้ ให้ค้างคืนหนึ่งเอ้า...
ครับ.. เสียงตอบรับเนิบๆ หลุดออกมาจากปากของยูอิจิ
คาเมะหัวเราะคิกคัก ทำนิ้วเป็นปูไต่จากข้อมือของยูอิจิไต่เดี๊ยะมาจนถึงต้นแขนของชายหนุ่ม
โกรธหรือไง?...คืนนี้ให้ทำโทษก็ได้..เอาป๊าว? ยูอิจิไม่ตอบอะไร ได้แต่ลอบมองใบหน้าของคาเมะ
เด็กหนุ่มช้อนตาขึ้นมองตอบ เขยิบท่านั่งเข้าใกล้เขาอีกหน่อย...แนบหน้าสวยกับบ่าของยูอิจิ
แล้วก็บ่นพึมพำ
แหม...พูดแค่นี้ทำน้อยใจ....
***********************
to be continue