
You Are The Only One ...vol 1-2
***********************
...ความรักครั้งแรก...ใครคิดว่ามันสำคัญ
...ทำไมคนเราถึงให้ความสำคัญกับความรักครั้งแรกกันนักนะ...ทั้งๆ ที่....
...มันก็คือความรักที่ผิดหวังดีๆ นี่เอง...
...ความรักที่กำลังเกิดขึ้น ณ ปัจจุบันต่างหาก...ที่สำคัญที่สุดในหัวใจดวงน้อยๆ
ของผม....
+++++++++++++++++++
บรรยากาศยามเช้าอันสดใสครอบคลุมความอ่อนโยนไปทั่วทุกอาณาบริเวณของถนนสีเทาแห่งหนึ่ง..
เป็นเส้นทางที่สะอาดเรียบแต่ทว่าคับแคบเพราะสองข้างทางมีแต่ต้นไม้ขึ้นเต็มสองฟากถนน
และที่นั่น....ปรากฏร่างของชายหนุ่มรูปร่างปราดเปรียวในชุดจ้อกกิ้งสีขาววิ่งใกล้เข้ามา
...เสียงฝีเท้าของเขาทำลายความเงียบที่ปกคลุมถนนสายเล็กๆ นั่น บ้านเรือนส่วนใหญ่ยังคงปิดกันเงียบเชียบ
ไม่มีกิจวัตรยามเช้าอันใดเกิดขึ้น.............
ร่างสูงเช็ดเหงื่อออกจากใบหน้าด้วยผ้าขนหนูผืนเล็ก ขายาวๆ วิ่งมาจากสวนสาธารณะ
วิ่งผ่านแมกไม้ที่ร่มรื่น เข้ามาตามถนนที่นำสู่บ้านหลังเล็กๆ กลางซอยเปลี่ยว
เมื่อวิ่งมาถึงหน้าบ้านเขาก็หยุด ปลายขาทั้งสองข้างวิ่งเหยาะอยู่กับที่ เขามองซ้ายมองขวา
วันนี้ก็เช่นเดียวกับวันอื่น คนหมู่บ้านนี้มักจะตื่นสายกันเป็นประจำ เพราะบ้านส่วนใหญ่จะมีพวกนักศึกษามหาวิทยาลัยอาศัยอยู่กัน
และพวกนี้ถ้าไม่มีเรียนช่วงเช้า ก็มักจะนอนตื่นสาย ยกเว้นหนุ่มที่ออกมาวิ่งจ๊อกกิ้งอยู่คนเดียวในยามนี้
.....อะกานิชิ จิน....
จินวิ่งอยู่กับที่ได้สักพักหนึ่ง เขาก็หยุดเช็ดหน้าเช็ดตา ...
....บ้านของเขาเป็นบ้านหลังเล็กๆ ที่หน้าบ้านมีกล่องใส่จดหมายสีฟ้าเป็นรูปตัวหมาพันธ์ดัชชุนห้อยอยู่
หนังสือพิมพ์ที่รับประจำเสียบอยู่ที่นั่น
ภายในตัวบ้านร่มครึ้มไปด้วยต้นไม้ ซึ่งมันก็เป็นของเจ้าของเก่าที่ปลูกทิ้งเอาไว้
ตัวเขาเองนั้นไม่ค่อยจะสนใจตกแต่งมันสักเท่าไรนัก
....จินกำลังจะไขประตูบ้าน ยังไม่ทันก้าวเข้าไปในรั้ว หูของเขาได้ยินเสียงจามดังมาจากบ้านตรงข้าม
จินอดหันไปมองไม่ได้...บ้านตรงกันข้ามเป็นบ้านของนักศึกษาปริญญาโท ซึ่งเจ้าของบ้านดูเหมือนชีพจรจะลงเท้าอยู่ตลอดเวลา เพราะตั้งแต่เขามาอยู่ที่นี่ จะเห็นเจ้าของบ้านเข้าๆ ออกๆ อยู่เป็นประจำ บางทีก็หายไปสองวัน สามวันบ้าง บางทีก็เป็นอาทิตย์ แต่ระยะนี้ไม่ค่อยเห็นเลยล่ะ
เสียงจามติดๆ กันดังขึ้นอีกครั้ง ซึ่งมันก็ทำให้เขาฉงน บ้านหลังนั้น สีขาวครีม หน้าบ้านมีเทอเรซกว้าง โต๊ะเก้าอี้สนามถูกยกมาวางตั้งไว้ ตัวบ้านอยู่ติดกับรั้วไม้เตี้ยแค่อก ความจริงบ้านในละแวกนี้มีบริเวณเท่ากันหมด คือไม่กว้างมากนัก แต่ก็พอมีเนื้อที่ให้ปลูกสวนหย่อมได้บ้างทางหน้าบ้านและข้างบ้าน
จินเดินข้ามฝั่งไปดูใกล้ ๆ เขาเห็นร่างของใครคนหนึ่งนั่งซุกตัวอยู่ที่ชุดเก้าอี้สนามบนเทอเรซ แต่ว่าเขามองไม่เห็นหน้าคนๆ นั้น เพราะหมอนั่นเอาศีรษะซบกับท่อนแขน ดูเหมือนจะหลับเสียด้วยซ้ำ....เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่นั้น ดูมีราคาแพง....ใครวะ? จะว่าเจ้าของบ้านก็ไม่ใช่ เพราะจินเองก็รู้จักกันดีกับเจ้าของบ้าน
จินเขม้นมองสักพักก็ถอยหลังกลับ มนุษย์ปริศนาคนนั้นจะเป็นใครก็ช่าง
มันก็ไม่เห็นเกี่ยวกับเขาที่ตรงไหน อาจจะเป็นเพื่อนคนใดคนหนึ่งของบ้านหลังนั้นก็ได้
ชายหนุ่มยักไหล่แบบไม่ใส่ใจ เดินถือหนังสือพิมพ์กลับเข้าบ้านตัวเอง แต่ก็อดเหลียวไปมองร่างของคนๆ
นั้นไม่ได้ ยังอยู๋ในท่าเดิม ไม่ขยับเขยื้อนเลย นอกจากเสียงกระแอมไอเหมือนคนเป็นหวัดดังลอดออกมาจากร่างนั้น
จินเดินสะดุดกระถางต้นไม้ที่วางอยู่เกะกะล้ำออกมานอกทางเดิน
โอ๊ย...บ้าชิบ...รกเป็นบ้าเลย จินบ่นกับตัวเอง
กระถางต้นไม้ชักจะเยอะ แต่จะหาต้นไม้สวยๆ มาประดับช่างยากเย็นซะเหลือเกิน กลับจากมหาวิทยาลัยก็ซุกหัวนอน
มีบ้านเล็กๆ อยู่นี่ก็ดีเท่าไรแล้ว
จินอาบน้ำเตรียมตัวจะไปเรียน เขาเดินจิบนมและขนมปังในบ้าน เขาเดินมาพิงกรอบหน้าต่าง
มองไปทางบ้านหลังสีครีม
ยังอยู่อีกแหะ คนแปลกหน้าคนนั้นยังนั่งอยู่ในท่าเดิม
ชายหนุ่มไม่สนใจอะไรอีก พอได้เวลาก็ขี่รถมอเตอร์ไซด์ไปที่คณะ
เรียนและทำกิจกรรมจนเพลิน เวลาผ่านไปโดยไม่รู้ตัว เขาเก็บของใช้ส่วนตัวและแฟ้มลงกระเป๋า
ขี่รถมอเตอร์ไซด์สีแดงกลับบ้าน
....บ้านหลังสีขาว บ้านของนักศึกษาโสด จะมีหญิงสาวแวะมาหาบ้างก็เป็นครั้งเป็นคราว
เขาชะลอรถเมื่อมาถึงประตูรั้ว ...อะไรบางอย่างทำให้เขาหันไปดูบ้านหลังนั้น ตรงที่ๆ
ปรากฏร่างของชายแปลกหน้านั้น บัดนี้ว่างเปล่า
ไม่มีแฮะ....สงสัยกลับไปแล้วล่ะ
จินถอนใจกึ่งโล่งใจ...เจ้าหนุ่มลึกลับคนนั้นไม่ได้นั่งอยู่หน้าบ้านแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นใครซะด้วยซิ...คนสมัยนี้ไว้ใจไม่ค่อยได้...เผื่อเป็นขโมยมาดูลาดเลาแถวบ้านล่ะ...จะว่าไง...
Tu...ru...ru..........
จินเดินไปรับสาย เขายิ้มแป้น....แฟนสาวที่ชื่อคุมิโกะโทรฯ มาหา นัดอยากไปดินเนอร์เย็นนี้
ได้เลยครับ...สำหรับคุมิโกะ จินว่างเสมอ เขาหยอดคำหวานกลับไป
เจอกันที่เดิมนะคะ เธอคนนั้นตอบกลับมา น้ำเสียงร่าเริงไม่แพ้กัน
จินออกอาการเริงร่าอยู่คนเดียว นัดกับสาวคืนนี้ จะลงเอยที่ใด ทำไมเขาจะไม่รู้
จินรีบวิ่งขึ้นไปจัดเตียง เอารูปของคุมิโกะที่หมกอยู่ในลิ้นชักขึ้นมาวางไว้ และเอารูปสาวคนอื่นกวาดลงลิ้นชักจนหมด ก็วันนี้เป็นวันของคุมิโกะคนเดียวนี่นา
จินออกจากบ้านไปตั้งแต่หัวค่ำ วันนี้มีเรียนตั้งแต่เช้าเสร็จแล้วก็มาทำงานพิเศษ พอตกดึกยังไม่ทันเหนื่อย ก็อยากสรรหาสิ่งบันเทิงอย่างอื่นบ้าง...เขากับแฟนสาวเริงรื่นกันตลอดคืน ขากลับก็หิ้วแฟนสาวติดรถมาด้วย สู่วิมานฉิมพลีที่เขาแต่งไว้รอท่า......
เมื่อเสร็จสิ้นกิจของชายหนุ่มหญิงสาวกันเรียบร้อยแล้ว คุมิโกะก็ถามขึ้น
พรุ่งนี้ไปจ๊อกกิ้งหรือเปล่าคะจิน?
ร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวถูกคลุมไว้ด้วยผ้าห่มผืนหนาของจิน...
ชายหนุ่มสั่นหน้า
ถ้าคุมิโกะค้างด้วยผมจะเอาแรงที่ไหนไปวิ่งละจ๊ะ จินกอดร่างอวบไว้ จูบเบาๆ ที่เรือนผมที่ถูกกัดจนเป็นสีทอง
ทำหน้าแบบว่าขอเบิ้ลอีกที
เดี๋ยวไปเรียนไม่ไหวน้า.... เธอว่า แต่ก็เบียดตัวเข้าหา
ไหวซิครับ จินซะอย่าง..พลังม้านะคร๊าบบบ จินคุย..เขาอยากจะลงไปฟัดเธออีกสักตั้ง
แต่เก็บไว้รักยามเช้าดีกว่า...
หนาวมั้ย...เดี๋ยวผมปิดหน้าต่างให้นะ เขาเดินไปจะดึงบานหน้าต่างเข้ามา
แต่สายตาก็มองเลยไปยังจุดเดิม
...ที่หน้าเทอเรซของบ้านตรงข้าม....
.....ไม่อยู่......... จินพูดเบาๆ
แปลกใจตัวเองเหมือนกันว่า...ทำไมเขาต้องใส่ใจกับใครที่ไหนก็ไม่รู้ และก็ใครคนนั้นก็ไม่ได้มายุ่มย่ามอะไรที่บ้านตัวเองซะหน่อย....
*********
เช้าวันรุ่งขึ้น
กว่าจินจะลืมตาตื่นได้ก็เกือบสาย เขาสบถออกมาเบาๆ สลัดผ้าห่มทิ้งอย่างไม่ใยดี
โอ๊ย...สายแล้ว...สายแล้ว... ไปเรียนทันหรือเปล่าวะเนี่ย..
เหลียวหาคนข้างกาย เธอคนนั้นไปแล้ว...คงจะแอบลุกไปตอนเขาหลับ คงจะกลัวไปเรียนสายเหมือนกันล่ะซิ
โห้ย...เพลียชะมัดยาด จินจูงมอเตอร์ไซด์ออกมา ...ยังไม่ทันจะสตาร์ตเครื่องเขาก็ได้ยินเสียงจามเหมือนคนเป็นหวัดดังมาจากบ้านหลังนั้น
เขาชะงักกึก
เอ๋....มาอีกแล้วเรอะ เขาค่อยๆ หันไปดู เจ้าหมอนั่น นั่งอย่างสบายอารมณ์อยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิม
หันหลังให้เขาด้วย คราวนี้ไม่ยักกะหลับ
จินลองเดินไปดูใกล้ๆ ตามประสาเพื่อนบ้านที่ดี
ร่างที่เขาเห็นในระยะใกล้ นั่งปล่อยขาเหยียดยาว กางเกงยีนส์สีเข้มเป็นแบบนำสมัย
....เสื้อกล้ามสีดำที่ใส่อยู่นั้น มองจากภายนอกพอจะบอกให้รู้ว่า ร่างนั้นคงจะเป็นคนที่เพรียวบางไม่น้อย...
...........เอ......เมื่อวานตอนกลับบ้านไม่เห็น ตอนกลางคืนก็ไม่เห็น สงสัยคงจะไปค้างที่อื่น
พอตอนเช้าถึงได้มาอีก.....
จินเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว ...แต่ว่าวันนี้เขาก็สายมากแล้ว...ปล่อยไปก่อนดีกว่า
ถ้าตอนเย็นเห็นอีกครั้ง คราวนี้จะถามให้รู้แน่ชัดเลยล่ะ แต่ถ้าไม่เห็นก็เป็นอันพับเรื่องนี้ไว้
*******************************
ณ ที่เดิม.........
เฮ้!! นาย!! จินตะโกนเรียกคนแปลกหน้าคนนั้น
...เมื่อเขากลับมาจากที่มหาวิทยาลัย แวะเอาของมาเก็บก่อนจะห้อไปทำงานพิเศษที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก
เขาเห็นร่างนั้นยังอยู่ที่เดิม...แต่คราวนี้ข้างๆ ตัวมีถุงพลาสติกใส่ขนมและขวดน้ำวางตั้งอยู่
ร่างนั้นขยับตัวตามเสียงเรียก ท่าทางลุกขึ้นอย่างกระตือรือร้น
นายน่ะ... จินเรียกซ้ำอีกครั้ง
ร่างโปร่งบางนั้นหันมามอง ทำให้จินมองเห็นเขาถนัด
ใบหน้าหวานคมของเด็กหนุ่มคนหนึ่งมองตอบมา ดวงตาเรียวรีสดใสเหมือนน้ำค้างยามเช้ามีแววสงสัยอยู่เต็มไปหมด จมูกโด่งงามขึ้นสัน และริมฝีปากหยักโค้งบางได้รูปที่ราวกับจะยิ้มแย้มเป็นนิจ หน้าตาอ่อนเยาว์เหมือนเด็กวัยรุ่นที่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่วัยหนุ่ม
เอ้อ...นะ...นายมาหาใครที่บ้านนี้หรือ? จินถามเสียงประหม่า ใบหน้าที่หล่อเหลาของคนในรั้วนั้นทำให้ลมหายใจของเขาสะดุด
.....สวยดีแหะ...สวยหวานกว่าสาวๆ ที่เขาควงไปไหนมาไหนทุกคนรวมกันซะอีกแน่ะ...
ผมหรือ? หนุ่มน้อยคนนั้นถามจิน เอามือชี้ที่ตัวเอง
ฮื่อ...นายนั่นแหล่ะ จินพยักหน้า ก็อยู่ด้วยกันสองคน จะให้หมายถึงใครล่ะฟะ
เจ้าหมอนี่
ผมมาหา พี่ทักกี้ฮะ...พี่ฮิเดอะกิ ทากิซาว่า แต่พี่เขา.....ไม่อยู่ ...เนี่ยผมมารอตั้งหลายหนแล้วนะ...คุณพอจะรู้จักเขาหรือเปล่าฮะ?
หนุ่มหน้าใส ถามพลางเสยผมสีน้ำตาลที่ยาวระต้นคอทัดกับใบหู ดูแล้วเหมือนผู้หญิงจริงๆ
ให้ตายสิ
รู้จักซิ เพื่อนบ้านกันนี่นา หมอนั่นน่ะ เดี๋ยวก็มานอนบ้าน เดี๋ยวก็หายตัวไปบ้าง
เอาแน่ไม่ได้หรอก...นัดกันไว้หรือเปล่าล่ะ? จินถามต่อ แต่หนุ่มน้อยรูปงามส่ายหน้า
ยิ้มหวานให้
เขาไม่รู้หรอกฮะ ว่าผมจะมาหา...
เป็นเพื่อนรุ่นน้องหรือ?
เป์นคนบ้านเดียวกันฮะ...มาจากคานาง่าว่า...บ้านพี่ทักกี้เขาอยู่ติดกับบ้านผม...คือเราสองคนน่ะ...เอ้อ.......ผมเป็นแฟนพี่ทักกี้ฮะ
หนุ่มน้อยหน้าใสบอกเขินๆ เขาก้มหน้ายิ้มๆ ขณะพูด
จินมองอย่างทึ่งจัด อ้าปากค้าง ไม่คิดว่าเจ้าหนุ่มหน้าสวยคนนี้จะพูดจาอะไรที่มันตรงเป๊ะขนาดนั้น
ห่ะ...ผะ...ผู้ชายหรือผู้หญิงล่ะเราน่ะ? เขาอดถามไม่ได้
เจ้าหน้าสวยเงยหน้าขึ้นมองเขา สายตาที่จินมองเห็นนั้นบอกได้ว่า หนุ่มน้อยคนนี้มองเขาแบบไม่เข้าใจ...สีหน้าเอ๋อๆ
ขณะที่มองเขานั้นราวกับจะย้ำคำถาม
ก็ผู้ชายน่ะซิฮะ.....เอ๊.....ถามแปลกๆ.... เขาเอียงคอมอง
ผู้ชาย...อ้อ...เอ่อ....เอ๊อะ...แปลกแหะ สมัยนี้ จินบ่นพึมพำ แล้วก็ถามประโยคต่อไป
ชื่ออะไรล่ะ? ฉันชื่อ จิน..อะกานิชิ จิน
ผม...ทางุจิ จุนโนะสุเกะ... เด็กหนุ่มตอบยิ้มแย้ม อวดฟันขาวที่เป็นระเบียบ
จินเผลอมองภาพตรงหน้าราวกับว่ามองหญิงสาวที่ถูกใจ
...เฮอะ...ไอ้หนุ่มนี่ยิ้มสวย...แถมยิ้มบ่อยเสียอีกแน่ะ...
<<<...นี่ถ้าจับเจ้าหมอนี่มาแต่งหญิง ควงอวดไปทั่วมหา ลัย เขาคงจะโดนแม่พวกแฟนสาวรุมอิจฉากันเป็นแถวๆ แน่... >>>
ว่าแต่เมื่อกี้บอกว่าเป็นแฟนกับทักกี้.......เวร&กรรม..ทำไมมันเป็นแบบนี้ไปได้???
จินมองรูปร่างหน้าตาของหนุ่มที่ชื่อทางุจิ จุนโนะสุเกะ หน้าตาท่าทางแบบนี้ สาวเห็นสาวกรี๊ดแน่นอน...แต่ทำไมถึงได้บอกว่ามีแฟนเป็นผู้ชายไปได้นะ..จินส่ายหน้าระอาใจ
ถ้าเขาคิดจะมีแฟนเป็นผู้ชายขอไปลาตายดีกว่า แต่จะว่าไปเจ้าหมอนี่ก็หน้าตาสวยเอาเรื่องเหมือนกันนา....ถ้าจะให้อะกานิชิ
จินมีแฟนเป็นผู้ชายล่ะก็ ขอเล็งเจ้านี่เป็นอันดับแรกก็แล้วกัน แต่ทางที่ดีอย่าไปยุ่งกับพวกนี้จะดีกว่า....
จินหันมามองจุนโนะอีกที
เอ้อ...ฉันคิดว่านายมารออยู่นี่ก็เสียเวลาเปล่านะ ...มีโทรศัพท์ของทักกี้หรือเปล่าล่ะ
ทางที่ดีโทรฯ ไปหาเขาดีกว่า จินแนะ
จุนโนะส่ายหน้า พลางถอนหายใจ เขาเดินเข้ามาเกาะริมรั้ว ชิดจินเข้ามาอีกหน่อย
ผมไม่มีเบอร์โทรฯ อันใหม่เขาหรอกฮะ ลืมขอเอาไว้ แล้วเขาก็เปลี่ยนโทรศัพท์บ่อยด้วย..เอ่อ
คุณพอจะมีไหมฮะ เด็กหนุ่มถาม
ไม่มีหรอก ฉันไม่ค่อยสนิทกับเขาเท่าไรนัก เคยทักทายกันไม่กี่ครั้งเอง แล้วเขาก็ไม่ค่อยอยู่ที่นี่หรอกนะ
ฉันว่านายจะเสียเวลาเปล่าๆ กลับบ้านไปเหอะไอ้หนู
จุนโนะสั่นหน้าแล้วก็ทำปากยื่นอย่างน่าเอ็นดู
เขาเท้าแขนกับขอบรั้ว พูดเสียงอ้อมแอ้ม
กลับได้ไงฮะ...หนีออกจากบ้านมาแล้ว ป่านนี้ที่บ้านเขาคงสาปส่งแล้วล่ะ
อ้าว!!
ไม่อ้าวล่ะฮะ เรื่องจริง...ผมหนีออกจากบ้านเพราะทะเลาะกับคนที่บ้าน เขาค้านกันเรื่องผมจะมีแฟนเป็นผู้ชาย...แต่ว่า..........
จุนโนะยักไหล่
ผมไม่แคร์หรอก ก็เลยกะว่าจะมาหาพี่ทักกี้...แต่ก็นะ.... เขาบุ้ยใบ้ไปทางบ้านของทักกี้
แล้วก็ทำหน้าเศร้า
ผมจะไปตามเขาได้ที่ไหนล่ะฮะ...เฮ้อ...
ฉันก็ไม่รู้หรอก ตามใจนายก็แล้วกัน ฉันต้องไปทำงานแล้วนะ....ถ้าจะอยู่แถวนี้ก็ตามใจ
บ้านฉันอยู่ตรงข้ามนี่แหล่ะ ไงๆ ก็ฝากดูบ้านด้วยก็แล้วกัน คนสมัยนี้ไว้ใจยาก...ไปล่ะ
จินโบกมือให้เด็กหนุ่ม ฝากบ้านเอาไว้ให้หมอนี่ดูแลซะเลย อย่างน้อยถ้ามันคิดมาดูลาดเลาก็จะได้ไม่กล้า...
จินเดินกลับไปที่รถมอเตอร์ไซด์เจ้าเก่า ชำเลืองมาทางจุนโนะนิดหนึ่งก็เห็นฝ่ายนั้นยืนเกาะรั้วมองเขาอยู่เช่นกัน จินโบกมือให้อีกครั้ง แล้วก็ขี่รถจากไป ทิ้งเด็กคานางาว่าให้ยืนทอดอาลัยอยู่อย่างเดียวดาย.....
************************
จุนโนะสุเกะกรอกตาขึ้นแบบจนหนทาง เขาเดินเอื่อยๆ เข้ามานั่งที่เทอเรซ
หยิบถุงอาหารที่ซื้อจากร้านสะดวกซื้อขึ้นมาทาน จะให้ไปไหนได้ล่ะ เงินก็ใกล้หมดแล้ว
เมื่อคืนก็นอนที่โรงแรม ดูดเงินไปหลายอยู่ เขาล้วงกระเป๋าเงิน คลี่ธนบัตรในนั้นดู
ก็เหลืออยู่ไม่มากนัก ต้องเซฟๆ ไว้ กะว่าถ้าเจอกับทักกี้ก็จะขออยู่ด้วยฉันท์คนรักกัน
แล้วเขาก็จะหางานพิเศษทำฆ่าเวลาช่วงที่ยังไม่ได้เอ็นท์...แต่ก็ติดต่อทักกี้ไม่ได้เลย
ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้...
พี่ทักกี้ นายไปอยู่เสียที่ไหนนะ...มาให้ความหวังกับเขาแล้วก็ทิ้งไปซะเฉยๆ ยังพูดจาภาษารักกันได้ไม่เท่าไรเลย.....
จุนโนะซัดของกินจนหมดถุง อากาศร้อนๆ แบบนี้ นึกอยากจะอาบน้ำขึ้นมา จะให้ไปนอนโรงแรมแบบเมื่อคืนเห็นท่าจะไม่รอด เขาเดินดูรอบๆ บ้าน โชคดีที่ยังมีก๊อกน้ำอยู่ข้างบ้าน พออาศัยลูบเนื้อลูบตัวให้คลายร้อนได้บ้าง
จุนโนะเข้าไปภายในบ้านของทักกี้ไม่ได้ เขาจึงยึดหัวหาดปักหลักปูผ้าแพรผืนบางที่หอบเอามาด้วย ปูลงกับพื้นเทอเรซที่เดิม แล้วก็นอนหลับตานิ่ง เอาไว้พรุ่งนี้จะลองไปหาที่มหาวิทยาลัยดู...
...ทักกี้นะทักกี้...มาบอกว่ารักแล้ว ซิ่งหนี สัญญาว่าปิดเทอมต้นจะมาหาก็หายเงียบ...จนกระทั่งเปิดเรียนได้เดือนหนึ่ง ก็ไม่เห็นติดต่อกลับมา เห็นจุนโนะคนนี้เป็นอะไรไปนะ...หรือเห็นเขาเป็นแค่เด็กข้างบ้านที่หลอกให้รักง่ายๆ แล้วหน่ายเร็ว....
จุนโนะปิดเปลือกตาอย่างอ่อนล้า...โชคดีที่ยังปีนข้ามรั้วเข้ามาอาศัยพักพิงที่นี้ได้ เขาหันหลังไปดูบ้านที่อยู่ตรงกันข้าม บ้านของอีตาคนนั้น ชื่ออะไรนะ...อ้อ..อะกานิชิ จิน...
หน้าตาท่าทางก็หล่อดีอยู่หรอก แต่ทำไมต้องทำหน้าชอบกลด้วยเมื่อเขาบอกว่าเป็นแฟนกับทากิซาว่า
....ไม่เคยเห็นผู้ชายชอบกันหรือไง......สมัยนี้น่ะมันเรื่องธรรมดาไปแล้วล่ะพี่ชาย....
จุนโนะหัวเราะเบาๆ เมื่อนึกถึงหน้าตาพิลึกๆ ของจิน ...เด็กหนุ่มยกมือก่ายหน้าผาก
ดวงหน้าของทักกี้ลอยเข้ามาในห้วงความคิด ทำเอาเขาต้องยิ้มคนเดียว
พี่ทักกี้หล่อกว่าตั้งเยอะ...เท่กว่าอีกด้วย ....แล้วก็แมนสุดๆ ...เฮ้อ...คิดแล้วอยากเจอเร็วๆ
จัง จะรู้มั้ยนะว่า คนรักของตัวมารออยู่ที่บ้านแล้วน่ะ....
**************************
ลมฝนแห่งฤดูร้อนเริ่มซัดมาเป็นสายๆ เมื่อจินรีบลงมาเปิดประตูรั้ว
เขาจูงรถมอเตอร์ไซด์ที่เปียกซกเข้าไปเก็บไว้ในโรงรถ ขณะที่เดินมาปิดประตูรั้วก็อดที่จะมองเข้าไปในบ้านตรงกันข้ามไม่ได้
...นั่นไง...ยังอยู่เลย...ชื่ออะไรนะ...อ้อ...ทางุจิคุง หรือ?....
เฮ้...!! นายน่ะ...ยังอยู่หรือเปล่า? จินตะโกนถามอยู่หน้าบ้าน
เขากางร่มยืนชะเง้อคอยาว มองเข้าไปที่ในบ้านหลังสีครีมนั่น เห็นเงาคนเคลื่อนไหวที่ข้างเก้าอี้ชุดบนเทอเรซ
แค่ก...แค่ก...ถ้าหมายถึงผมล่ะก็ ยังอยู่ฮะ... เสียงทุ้มนุ่มผสมกับเสียงไอดังมาให้ได้ยิน
พร้อมๆ กับที่ร่างที่ห่มผ้าแพรลุกขึ้นมายืน
คุณ...เอ้อ...คุณคนข้างบ้าน...ฝนมันสาดเข้ามาน่ะฮะ ผมไม่รู้จะหลบฝนที่ไหนแล้ว...
จุนโนะตะโกนบอกจิน
งั้นมาบ้านฉันก่อนก็ได้...มาซิ จินเอ่ยปากชวน
ดังนั้น ร่างโปร่งบางของจุนโนะก็ไม่รีรอให้ชวนซ้ำสอง เข้าเก็บของลงใส่กระเป๋าเดินทางใบเล็กๆ
ของตัวเอง แบกสะพายหลังวิ่งมาหาร่มที่กางของจิน
ขอบคุณฮะ...หนาวจัง... จุนโนะเข้ามายืนติดกับจินแล้ว ยกมือขึ้นกอดอกของตัวเอง
จินก็เลยจับแขนของเขาไว้ พากันวิ่งมาที่บ้านน้อยสีขาวของตัวเอง
เอ้า..เข้ามาสิ จินวางร่มไว้กับพื้นชายคาบ้าน
จุนโนะยืนลังเลสักครู่ ก็หันมายิ้มจนตาหยี
เดี๋ยวจะเปื้อนบ้านคุณน่ะซิฮะ...
นายเปื้อนฉันก็เปื้อน...ไม่เป็นไรหรอก เข้ามาเหอะ..เดี๋ยวไม่สบายนะ จินเอื้อเฟื้อ
และหนุ่มน้อยหน้าหวานของเขาก็เดินเทิ่งๆ เข้ามาทันที
จุนโนะวางกระเป๋าเป้ลง เขากวาดตามองไปรอบๆ ห้อง
บ้านหลังสีขาวดูจากภายนอกก็น่ารักน่าอยู่ แต่ทำไมข้างในมันถึงได้....
รกหน่อยนะ จินเอ่ยปากในสิ่งที่จุนโนะคิด...
เอ้อ...ไม่เป็นไรฮะ.. จุนโนะยิ้มอีกแล้ว..
<<<...ยิ้มได้ยิ้มดีนะเจ้านี่...รู้ว่ายิ้มสวยก็ยิ้มไม่ยั้งเชียว...>>>
จินโยนผ้าขนหนูผืนสีขาวให้จุนโนะ พลางบอกทางไปห้องน้ำให้ จุนโนะเดินหลีกของที่วางแบบไม่ค่อยเป็นระเบียบหาทางเข้าไปในห้องน้ำจนได้
ส่วนจินก็ขึ้นไปอาบน้ำที่ชั้นบน ...เขามองห้องของตัวเองแล้วก็ส่ายหน้า มีห้องเขาห้องเดียวละมังที่ค่อยน่าดูหน่อย
แล้วคืนนี้จะให้เจ้าหมอนั่นนอนที่ไหนกันล่ะนี่
จินเปลี่ยนเป็นชุดนอนแล้วก็ลงมาที่ชั้นล่าง จุนโนะยังอยู่ในห้องน้ำ
นี่นาย...ทางุจิคุง!!...ยังอยู่หรือเปล่า? จินเคาะประตูห้องน้ำเรียก เอาหูแนบกับประตู
พอได้ยินเสียงคนด้านในบิดลูกบิดประตู เขาก็ชักหน้ากลับเป็นเวลาเดียวกับที่จุนโนะเปิดประตูออก
ยังไม่ตายฮะ เขาตอบ แล้วก็ส่งยิ้มแป้นมาให้ จินเบี่ยงตัวออกเมื่อจุนโนะขอเดินผ่าน
ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแต่ผ้าเช็ดตัวคลุมท่อนล่างผืนเดียว เขาเดินไปที่เป้ของตัวเอง
หยิบกางเกงกับเสื้อกล้ามออกมาถือไว้แล้วก็เดินตัวลีบผ่านจินเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง
โดยมีจินมองตามทุกย่างก้าว
มองเผินๆ ถ้าไม่ดูหน้าอกหน้าใจกันล่ะก็ ผิวเนียนๆ ขาวอมชมพูแบบนี้มันผิวผู้หญิงยังอายชัดๆ
เลยนี่
<<<...สวยนี่หว่า...เจ้านี่...หน้าก็สวยแล้วหุ่นก็ยังเนี๊ยบเฉียบขาดอีกด้วย...เฮ้อ...เมื่อกี้เดินผ่าน ตัวก็หอมกลิ่นสบู่อีกแน่ะ...>>>
จุนโนะกลับออกมาอีกครั้งด้วยชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์
จะนอนในชุดนี้น่ะ? จินเลิกคิ้วถาม ซึ่งฝ่ายถูกถามก็พยักหน้าแต่โดยดี
ก็มีแต่กางเกงยีนส์ขายาวกับขาสั้น คืนนี้คงไม่ใส่ขาสั้นละมังฮะ...หนาวออก จุนโนะบอก
ฉวยเป้เอามาวางลงไว้ที่พื้น
เดี๋ยวใส่ของฉันก็ได้ เป็นการเอื้อเฟื้อจากเจ้าของบ้านอีกครั้ง..เป็นครั้งแรกที่จินมีชายแปลกหน้าที่ไม่รู้จักมักจี่มานอนร่วมชายคาบ้านด้วย
เขาเองก็ไม่ทราบว่าทำไมต้องใจดีกับคนๆ นี้ด้วย...จะไว้ใจได้แค่ไหนก็ยังไม่รู้เลย
ไม่เป็นไรฮะ จุนโนะร้องตอบ
จินส่ายหน้า โบกมือให้ว่อน
ช่างเหอะ..รอเดี๋ยวละกัน...เออว่าแต่..นายนอนที่โซฟานี่ได้มั้ยล่ะคืนนี้น่ะ?
ได้ฮะ...ดีกว่านอนบนเทอเรซบ้านโน้นตั้งเยอะ จุนโนะตอบ
เสียงจินยังดังอยู่ไม่ห่าง
คือบ้านมันออกจะแคบสักหน่อยนะ ความจริงมีห้องเล็กๆ ว่างอยู่ห้องหนึ่ง แต่มันเอาไว้เก็บของน่ะ
คิดว่านายนอนตรงนี้จะสะดวกกว่าน่ะ
จุนโนะไม่ตอบว่าอะไร แต่ในใจนึกไปถึงที่นอนอันแสนสุขที่บ้านของเขาในคานางาว่า อยากอุตริออกมาจากบ้านนี่นาก็ต้องลำบากอาศัยบ้านคนอื่นแบบนี้ล่ะ ...เจ้าของบ้านเดินขึ้นชั้นบนไปแล้ว จุนโนะนั่งเท้าแขนกับเก้าอี้นอน เหลียวมองรอบๆ บ้าน ...บ้านรกแบบชายโสด...ถ้าเป็นบ้านของเขาทำรกแบบนี้คงจะโดนคุณปู่เอ็ดตายล่ะ..แล้วยังแม่บ้านที่จู้จี้ขี้บ่นอีกล่ะ... .เฮ้อ...ยิ่งนึกก็ยิ่งคิดถึงบ้านใหญ่อันแสนสบายของเขา
*********************
จินลงบันไดมาก็พบกับภาพที่น่ามองเป็นที่สุด มนุษย์ผู้ชายที่สวย (อย่างน้อยจินก็ยังคิดว่าจุนโนะสวย) นั่งกอดเข่าบนเก้าอี้ สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ที่กรอบกระจกของมันกำลังถูกสายฝนกระเซ็นซัดสาดอยู่ เสี้ยวหน้าด้านข้างดูเป็นกรอบเงาที่งดงาม จมูกโด่งงามเด่นเห็นเป็นสัน รับกับริมฝีปากบางหยักโค้งที่ดูราวกับจะแย้มยิ้มอยู่เป็นนิจ
.....จินหยุดชะงักที่บันไดขั้นสุดท้าย ไม่อยากจะส่งเสียงรบกวนจุนโนะสุเกะ...เพราะเขาเองก็ไม่อยากให้ภาพคนสวยคนนี้เลือนหายไปนั่นเอง...
นี่ถ้ามีกล้องอยู่ในมือจะไม่รีรอเลยที่จะคว้ามากดชัตเตอร์
และดูเหมือนคนถูกมองจะรู้ตัวโดยสัญชาตญาณ จุนโนะหันมามองคนที่ยืนค้างเติ่งตรงบันได
เห็นจินหอบเอาชุดนอนมาให้ เขาก็ยิ้มกว้างเดินเข้ามาหา จินส่งชุดให้ แล้วก็เดินเข้าไปในครัว
สักครู่ก็เดินถือชามบะหมี่สำเร็จรูปออกมาด้วยสองชาม
บ้านนักศึกษาก็ไม่มีอะไรมากหรอกนะ มีแต่บะหมี่... จินออกตัว
ไม่เป็นไรฮะ ผมทานได้ จุนโนะยื่นมือมารับชามบะหมี่ แถมด้วยยิ้มให้อีกกองโต
เล่นเอาจินอึ้ง
...อาบน้ำแล้วแบบนี้ ดูสดใสขึ้นเยอะเชียว หน้าตาผ่องใส แย้มยิ้มแบบคนไม่มีทุกข์ร้อนอะไรเลย....ดีจังเลยแหะ
จุนโนะนั่งกินบะหมี่จนหมดชาม หลังจากลุกเอาชามของเขาและของเจ้าของบ้านไปล้างแล้วก็เหลียวหาจิน ก็พบว่า...ฝ่ายนั้นเดินไปนั่งดูหนังสือพิมพ์ที่โซฟาอีกตัวซึ่งตั้งอยู่หน้าทีวี
จุนโนะเดินกลับไปนั่งที่โซฟาที่เขายึดเอามาเป็นที่นอนในคืนนี้
เก้าอี้ยาวสีน้ำตาลตัวนี้ตั้งอยู่ชิดขอบหน้าต่างที่มองออกไปจะเห็นบ้านของทากิซาว่าพอดี
เขาเท้าศอกกับกรอบกระจก มองฝ่าความมืดยามราตรีไปที่บ้านมืดสลัวหลังนั้น ....จุนโนะสุเกะถอนหายใจยาว
ไม่เห็นอะไรที่นั่นเลยนอกจาก ...สายฝนที่โรยตัวเป็นม่านบางๆ สีขาวขุ่นลอยละล่องมาจากบนท้องฟ้า
พี่ทักกี้ ไปอยู่ไหนนะ...แล้วเขาจะคอยอยู่อย่างนี้ไปอีกสักกี่วันเชียว....
จุนโนะเหม่อมองบ้านหลังนั้นอยู่ได้สักครู่ ก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครบางคนอยู่เงียบๆ
เขาหันไปทางชายหนุ่มร่างสูงคนนั้น...อะกานิชิ จิน...
จินนั่นเองที่กำลังมองเขาอยู่...
อะ..เอ้อ...มีอะไรหรือฮะ จุนโนะถาม
เปล่า...ไม่มีอะไร ชายหนุ่มปฏิเสธ
เหรอฮะ..เห็นนั่งมองผม นึกว่ามีอะไรซะอีก
ความจริงก็มีง่ะนะ...กำลังนึกสงสัยว่า นายจะเอายังไงต่อไปในวันพรุ่งนี้ จินถามขึ้นมา
เด็กหนุ่มก็เม้มปาก ทำหน้าครุ่นคิด
ผมก็จะลองไปหาเขาที่คณะดู...เผื่อจะได้เรื่องอะไรบ้าง
ทำไมล่ะ...อยากเจอเขามากถึงขนาดนั้นเชียวหรือไง?
ก็คิดถึงง่ะ...พอออกมาจากบ้านก็ไม่รู้ว่าจะไปไหนดี...ก็มีแต่พี่ทักกี้คนเดียวที่พอจะอยู่ด้วยได้
รักครั้งแรกหรือไง? จินอดถามไม่ได้ ก็ดูเจ้าหมอนี่จะคลั่งทักกี้จนออกจะเวอร์ไปสักหน่อยในความรู้สึกของเขา
เด็กหนุ่มไม่ตอบว่าอะไรได้แต่พยักหน้าหงึกๆ จินก็เลยออกความเห็นไปว่า
รู้มั้ยรักครั้งแรกน่ะอยู่ใกล้เคียงกับความผิดหวัง ไม่งั้นก็คงจะไม่มีรักครั้งที่สอง
ที่สามหรอก...รึว่าไง? จินถาม
จุนโนะชักจะเริ่มทำหน้าบึ้ง
....พูดอย่างงี้แช่งกันนี่หว่า...ผิดหวังหรือ? ...ไม่มีทาง....
ผมไม่มีหรอกรักครั้งที่สองที่สามน่ะ ผมชอบรักครั้งแรก พอใจที่ได้มี...อะกานิชิคุงมีแฟนหรือเปล่าล่ะฮะ?
ก็มี......เยอะด้วย
มิน่า...ถึงแนะนำได้ดีจริงๆ ดูท่าทางคุณจะห่างไกลกับคำว่ารักครั้งแรกมากสินะ
จุนโนะค่อน แต่จินกลับส่ายหน้า
ใครว่า...ฉันไม่เคยมีหรอกไอ้รักครั้งแรกนั่นน่ะ...ฉันน่ะมีแฟนก็จริง
แต่ไม่เคยรักใครจริงๆ จังๆ ซะที
ก็ลองรักดูซิฮะ จุนโนะพูดแล้วก็เอาคางเกยเข่า เหม่อมองไปทางบ้านหลังตรงกันข้ามอีกครั้ง
ทำเหมือนจะตัดบทสนทนาเสียอย่างงั้น จินก็เลยพลอยเงียบไปด้วย หันมาสนใจหนังสือพิมพ์ต่อ
แต่หางตาก็ยังอดชำเลืองมองหนุ่มน้อยหน้าหวานที่ข้างหน้าต่างไม่ได้
สักพักหนึ่งจุนโนะก็อ้าปากหาวหวอดๆ จินจึงลุกขึ้นยืน พอดีกับที่จุนโนะเปลี่ยนอริยาบทบ้าง
ง่วงล่ะซิเรา จินยิ้มๆ
ฮะ.. เด็กหนุ่มยิ้มอายๆ พลางตบหมอนให้เข้าที่
จินจึงขอตัวขึ้นไปนอน ทั้งสองกล่าวราตรีสวัสดิ์ จากนั้นบ้านทั้งหลังก็ตกอยู่ในความมืดและเงียบ
.......มีแต่เสียงสายฝนที่ยังคงซัดกระหน่ำลงมาเท่านั้นเอง
***************************************
vol 2 ...
********************
จุนโนะตื่นขึ้นมาในกลางดึกของคืนนั้น เมื่อได้ยินเสียงรถยนต์แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน
เขารีบชะเง้อตัวขึ้นมองทันที ฝนหยุดตกหนักแล้วเหลือแต่ปอยฝนเม็ดเล็กๆ กระเซ็นกระสายมาในขณะนั้น
เห็นแสงไฟจากหน้ารถคันหนึ่งส่องแสงเป็นลำไปตามถนน เสียงปิดเปิดประตูรถดังขึ้นหลังจากที่รถคันนั้นจอดได้ไม่นาน
เขาเขม้นมองไปที่บ้านหลังนั้น เห็นเงาคนตะคุ่มเคลื่อนไหวอยู่หน้าบ้าน โดยไม่รอช้า
...ใครนะ? เอ๋...หรือว่าจะเป็น
จุนโนะเผ่นพรวดเดียวก็ออกไปยืนเกาะริมรั้ว แล้วมองเข้าไปในบ้านหลังสีครีมตรงกันข้ามทันที เขาเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเพ่นพล่านอยู่ในบ้านหลังนั้น นั่นก็แสดงว่าคนที่มาบ้านทักกี้นั่นต้องมีกุญแจไขเข้าไปข้างในได้ และคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก.......
พี่ทักกี้!! จุนโนะร้องออกมาด้วยความดีใจ เขาถลาไปที่บ้านหลังนั้น
ก้าวไปในบริเวณบ้าน
พี่ทักกี้ฮะ เขาร้องเรียกเมื่อเห็นเงาคนเดินผ่านห้องรับแขกไป ร่างนั้นชะงักค้างอยู่กับที่
แล้วก็เดินกลับมาดูทางต้นเสียงเรียก
จุนโนะเห็นร่างของหนุ่มคนหนึ่ง รูปร่างบอบบาง ผิวสีแทนอ่อนระบายไล้ไปทั่วร่าง
แสงไฟจากห้องโถงสาดส่องมากระทบ จับรอบตัวคนๆ นั้นจนเกิดเหมือนแสงออร่าเจิดจ้าไปทั่ว
เขาหันมามองแล้วทำหน้าตื่นๆ มองดูผู้บุกรุกยามวิกาล ผู้เดินเทิ่งๆ เข้ามาในบ้านนี้
ใคร?...ใครง่ะ? จุนโนะเอียงคอมองด้วยความสงสัย ....ไม่ใช่ทากิซาว่านี่นา แล้วหนุ่มคนนี้เป็นใครกันล่ะ
แล้วนายล่ะ เป็นใคร? หนุ่มออร่าจับทั่วตัวถามกลับบ้าง
ผม...เอ้อ... จุนโนะอึกอักๆ สองจิตสองใจว่าจะบอกว่าอย่างไรดี เพราะไม่รู้ว่าหนุ่มแปลกหน้าที่กำลังเดินไปมาในบ้านของทักกี้เป็นใคร...หรือว่าจะเป็นเพื่อนร่วมบ้าน...
จุนโนะยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
ผมเป็นคนบ้านเดียวกับพี่ทักกี้ฮะ..ชื่อจุนโนะ...แล้วคุณ...
อ๋อ...รู้จักกับทักกี้ด้วย...ฉันชื่อ อิมาอิ ซึบาสะ...เป็นเพื่อนร่วมมหาลัย
เป็นเพื่อนร่วมบ้าน และเป็นอีกหลายอย่างเลยแหล่ะ หนุ่มที่ชื่อซึบาสะพูด มองจุนโนะอย่างเอ็นดู
แล้วก็ถามต่อ
แล้วนี่เธออยู่ที่ไหนกันล่ะเนี่ย จู่ๆ ก็โผล่พรวดเข้ามาน่ะ
ผมอยู่บ้านตรงกันข้ามฮะ คือเข้าบ้านนี้ไม่ได้...
อ้อ...เธออย่าบอกนะว่า มาหาทักกี้ที่นี่น่ะ
จุนโนะรีบพยักหน้าหงึกๆ ทำให้ซึบาสะต้องมองเขาใหม่ เห็นอะไรบางอย่างในดวงตาเจิดจ้าของจุนโนะส่องแสงออกมาในขณะที่พูดถึงบุคคลที่สาม
ผมเป็นคนรักของพี่ทักกี้ฮะ จุนโนะพูดอย่างภูมิอกภูมิใจ แต่คนฟังนี่ซิ ทำหน้าเหวอเหมือนโดนผีหลอก
อะไรนะ? ซึบาสะถามเสียงสูงปี๊ด
จุนโนะเดินเข้ามาใกล้ ตอบอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ชัดถ้อยชัดคำ
ผมว่า..ผมเป็นแฟนพี่ทักกี้ฮะ แถมด้วยใบหน้ายิ้มละมัยให้คนฟังอีกรอบ เล่นเอาซึบาสะอ้าปากค้าง
มือไม้สั่นจนต้องแอบไปไขว้กันด้านหลัง
เป็นแฟน????!!...แน่ใจ๋??? เขาถามย้ำอีกครั้ง
อือ..ฮึก จุนโนะพยักหน้าหงึกหงัก
อ้อ..เหรอ...อืมมม??? ซึบาสะเดินวนรอบตัวหนุ่มน้อยร่างสูงโปร่งตรงหน้า พลางเอามือลูบคางใช้ความคิด
บอกว่าเป็นเด็กของทักกี้เหรอ...เอ....จะเอาไงดี หนุ่มต่างจังหวัดมาตามหารักแท้ในโตเกียว...
อืมม.... ซึบาสะหยุดเดิน ถอนหายใจยาว
เมื่อกี้คุณบอกว่าเป็นเพื่อนพี่ทักกี้ งั้นคุณก็พอทราบว่าเขาอยู่ที่ไหนน่ะซิฮะ
จุนโนะถาม
ก็รู้ง่ะนะ...เขาอยู่หอพักที่มหา ลัย...เพราะมีรายงานเยอะ ก็เลยต้องค้างที่นั่น
นี่ฉันก็กำลังมาเอาของที่เขาจะต้องใช้ไปให้
งั้นให้ผมติดรถไปด้วยได้มั้ยอ่ะ จุนโนะรีบเข้าไปเกาะแขนทันที ทำเสียงอ้อน
ไม่ได้หรอกไอ้หนู...คนนอกห้ามเข้า...นายรออยู่นี่แหล่ะดีกว่า แล้วฉันจะบอกให้เขามาหานายที่นี่เอง...รอแล้วกัน
ซึบาสะหันมาฉวยเอาถุงกระดาษใบใหญ่มาอุ้มไว้ พยักเพยิดให้จุนโนะเดินตาม พอทั้งคู่ออกมานอกบ้านแล้ว
ชายหนุ่มก็ล็อคกุญแจบ้านดังกรึ๊บ
นายอยู่บ้านไหนล่ะ เขาหันมาถาม จุนโนะชี้ไปที่บ้านจิน
โน่นฮะ...
รอล่ะกัน เดี๋ยวทักกี้จะมาหาเองแหล่ะ
ขอบคุณฮะ!!...ขอบคุณ จุนโนะจับมือซึบาสะเขย่าแรงๆ ด้วยความดีใจ
ไม่เป็นไร... ชายหนุ่มบอกยิ้มๆ ทำให้ใบหน้าสวยงามนั้นน่าดูขึ้นอีกมาก
ต่างคนต่างยิ้มให้กัน ในความรู้สึกที่แตกต่าง
<<<....ในความรู้สึกของซึบาสะ รุ่มร้อนดังไฟ เจ้าหมอนี่บอกว่าเป็นแฟนกับทักกี้...เดี๋ยวเหอะ จะกลับไปถามให้รู้เรื่อง...ปล่อยไว้ไม่ได้แน่ เจ้าหมอนี่ยิ่งน่ารักอยู่ซะด้วยซิ...>>>
<<<...ส่วนจุนโนะก็หัวใจอิ่มเอิบ ในไม่ช้านี้ซินะ จะได้พบกับคนรักแล้ว...พี่ทักกี้ เค้าจะรอพี่อยู่ที่นี่แหล่ะน้า...>>>
********************
จุนโนะมองตามท้ายรถซึบาสะที่ขับหายไปในความมืดเหลือทิ้งไว้แต่จุดแดงๆ
ท้ายรถสองจุดที่เล็กลงเรื่อยๆ จุนโนะเดินกลับเข้าบ้านของจิน มีร่างสูงของเจ้าของบ้านยืนคาประตูอยู่
ไงล่ะ ทำไมไม่ขอตามเขาไปด้วยล่ะ จินยืนกอดอกถาม
ไม่ล่ะฮะ เขาบอกว่าจะบอกพี่ทักกี้ให้ เขาเป็นเพื่อนกับแฟนผม จุนโนะบอก
จินเบี่ยงตัวจากประตู จุนโนะเดินตัวลีบผ่านเขาไปที่ๆ นอนของตัวเอง จินมองตาม
ดูจากสีหน้าก็รู้ว่าหมอนี่พอมีความหวัง งั้นคืนนี้คงจะนอนหลับฝันหวานแน่ๆ แต่จินขมวดคิ้วมุ่น
คนที่มาที่บ้านทักกี้เมื่อสักครู่ เป็นแค่เพื่อนแน่หรือ? ก็เขาเคยเห็นนี่ว่าเจ้าหมอนี่เคยมาขลุกอยู่กับทักกี้ทั้งวันทั้งคืนนี่นา....เขาหันมาดูหนุ่มน้อยแปลกหน้าที่นอนคุดคู้อยู่ไม่ห่าง
...เอาใจช่วยนะ จินเอ่ยออกมาดังใจคิด
ขอบคุณครับ...ราตรีสวัสดิ์ฮะ จุนโนะพูดเสียงดังในความมืด หลับตาพริ้ม คืนนี้คงจะได้ฝันหวานล่ะ
*******************
ที่คานางาว่า...
ร่างเล็กๆ นอนหลับตานิ่ง ศีรษะซบอยู่กับแผงอกกว้างของชายหนุ่มคนหนึ่ง
ซึ่งใช้หนุนนอนต่างหมอน เขาพลิกตัวขยุกขยิกแล้วก็พักอิงกับอกอุ่นนั้นอีกครั้ง
ผิวกายเปล่าเปลือยของทั้งคู่ชื้นเหงื่อด้วยแรงแห่งความพิศวาสเมื่อยามค่ำคืนที่ผ่านมา
เสียงเครื่องปรับอากาศครางแผ่วเบา ชายหนุ่มที่เอนร่างพิงกับหัวเตียงเอื้อมมือมาลูบไล้ไหล่ขาวเปลือยของร่างเล็กในอ้อมแขน
ผิวเนียนนวลนุ่มละเอียด ใบหน้าสวยเฉี่ยวดูนิ่งสงบยามหลับตาพริ้ม ผิวแก้มแดงระเรื่อด้วยเลือดฝาดแห่งวัยรุ่นหนุ่ม
ทำให้ใบหน้านั้นดูงดงามน่าหลงใหลเกินห้ามใจ ชายหนุ่มก้มลงประทับริมฝีปากอุ่นระอุที่แก้มบาง
อื้อ....พอแล้วน่าาาา ร่างเล็กๆ ขยับตัว ปัดดวงหน้าของชายหนุ่มออก ก่อนที่จะปรือตาขึ้นสบกับดวงตาคมกล้าของเขา
กี่โมงแล้วง่ะ? ร่างขาวผ่องสะอาดตาลุกขึ้นนั่ง หยิบผ้าห่มปลายเตียงมาคลุมเรือนกายเปล่าเปลือยของตัวเองไว้
เกือบสว่างแล้วครับ คุณคาเมะ ชายหนุ่มตอบ
เรอะ...ตายละ ทำไมนายไม่ปลุกฉัน...บ้าจริงเชียว คาเมะรีบร้อนแต่งตัว เสื้อนอนกระจัดกระจายตามพื้นถูกฉวยขึ้นมาใส่ร่างบางอย่างลวกๆ
ทีหลังปลุกด้วยล่ะ เดี๋ยวคุณตาตื่นมารู้เรื่องเข้าจะว่าไง เด็กหนุ่มพูดเหมือนกับจะออกคำสั่ง
ชายหนุ่มรับคำเบาๆ นั่งมองคุณหนูแต่งตัวตาปรอย สายตาดื่มด่ำกับภาพที่เห็น ร่างขาวสะอาดหมดจดของร่างเล็กๆ
นั้น ทำเอาเขาลุ่มหลง คุณหนูคาเมะลงจากวิมานชั้นฟ้ามาให้คนอย่างเขาดอมดม แล้วก็ต้องรีบผละขึ้นแท่นสถิตย์อันสูงส่ง
คาเมะใส่เสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย เขาปรายตามามองคู่นอน
เดี๋ยวไปเอง ไม่ต้องไปส่ง เขาบอก
ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมเดินไปเป็นเพื่อน ...ข้างนอกมันมืด ชายหนุ่มขยับตัวจะลุกตาม
แต่คาเมะกดไหล่เขาเอาไว้
บอกว่าไม่ต้องไง!! เขาทำหน้าบึ้ง คิ้วขมวด ทำให้คนบนเตียงต้องทำตามโดยไม่อาจเลี่ยงได้
ก็ประกาศิตจากคุณคาเมะนาชิ คาซึยะนี่นา
***********************
คาเมะเดินลัดเลาะไปตามหลังตึกออกจากเรือนคนเลี้ยงม้าไปได้ไม่เท่าไรก็ถึงตึกหลังใหญ่สีขาวตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนเนินดินที่ประดับประดาไปด้วยพืชพรรณหลากหลายชนิด เขาก้าวขึ้นบนทางลาดที่ปูด้วยหินแผ่น สองตาก็มองเหลียวไปเหลียวมา กลัวว่าแสงจากโคมไฟที่สนามจะส่องร่างของเขาไปให้ใครเห็นบ้าง เมื่อเดินมาจนถึงประตูหลังตึกที่มีทางลัดขึ้นสู่ห้องของเขา ก็ค่อยโล่งใจ คาเมะเอื้อมไปจับลูกบิดประตู ค่อยๆ เปิดออกอย่างระมัดระวัง ภายในหลังครัวมืดมิด หนุ่มน้อยถอนหายใจ
เมื่อมาถึงห้องของตัวเองได้ เขาก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่ขวางเตียง คว่ำหน้าลงกับที่นอนอันอ่อนนุ่ม ร่างกายที่ได้รับการเติมเต็มจากไฟเสน่หานั้นยังร้อนระอุ ...กี่ครั้งแล้วล่ะนี่ ที่ปล่อยกายให้เขาเชยชม ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ต่างฝ่ายต่างรับความสุขสมจากกันและกัน
...คาเมนาชิ คาซึยะ...
หนุ่มน้อยทายาทอีกคนหนึ่งของตระกูลทางุจิ
หลานตาของทางุจิ เคนอิจิ.......
หนุ่มที่มีใบหน้าสวยเฉี่ยวเป็นอาวุธ พร้อมเสมอที่จะสยบทุกคนที่ได้พบเห็นให้มาหลงใหลได้ไม่ยาก และหนึ่งในจำนวนหนุ่มๆ ที่ยอมแน่นิ่งอยู่แทบเท้าของเขาก็คือ ครูฝึกม้าที่ชื่อ ...นากามารุ ยูอิจิ....
คาเมะพลิกตัวนอนหงาย ดวงตาหลับพริ้ม กายอันร้อนรุ่มถูกดับลงแล้วด้วยหนุ่มคนหนึ่ง แต่ภายในใจกลับเร่าร้อนด้วยแรงคิดถึงในตัวหนุ่มอีกคน หนุ่มข้างบ้านที่ชื่อ ฮิเดอากิ ทากิซาว่า หนุ่มรุ่นพี่ที่สนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็กๆ เป็นอีกคนหนึ่งที่มองข้ามเสน่ห์ของเขาไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ ...ดูเอาเถอะ พ่อหนุ่มทากิซาว่าหรือทักกี้หันไปหลงใหลได้ปลื้มกับญาติของเขา..หลานปู่ที่ชื่อ...ทางุจิ จุนโนะสุเกะ
ทากิซาว่า หนุ่มรุ่นพี่รูปหล่อ เป็นที่ถูกอกถูกใจเขาและจุนโนะสุเกะ ทั้งจุนโนะและคาเมะพยายามเข้าใกล้ทากิซาว่า ในช่วงปิดเทอมของทุกปี ทั้งสามจะขลุกอยู่ด้วยกัน ทั้งขี่ม้า ท่องป่า และตั้งแคมป์ ทักกี้ก็จะไปด้วยทุกครั้ง หนุ่มรุ่นพี่จะมีเวลาว่างมาขลุกอยู่กับพวกเขาก็เฉพาะปิดเทอมเท่านั้น เพราะทักกี้มาเรียนที่โตเกียว จนกระทั่งเมื่อปิดเทอมปลายที่ผ่านมานี้เองที่ ทากิซาว่าบอกรักจุนโนะสุเกะ
...เป็นจุนโนะ...ไม่ใช่เขา...
เจ็บใจนัก เขาสู้จุนโนะไม่ได้ตรงไหน ตัวก็โย่ง...ท่าทางก็เอ๋อๆ...สวยก็ไม่มากไปกว่าเขาสักเท่าไร...ไม่มีมาดคุณหนูอย่างเขาซะด้วยซ้ำ แต่ทำไมถึงโดนสารภาพรักนะ....
คาเมนาชิยังจำได้ดีถึงพวงแก้มสีแดงก่ำ แววตาเขินสุดๆ ของจุนโนะเมื่อทักกี้มาบอกความในใจ
จะคบกับพี่ได้มั้ย....จุนโนะ พี่รักจุนโนะ เสียงทักกี้ดังขึ้นหลังต้นไม้ใหญ่ในสวนหลังบ้าน
คาเมะแอบดูอยู่ไม่ไกล
พี่ทักกี้...........ได้ฮะ...ผม...ผมก็ชอบพี่... เสียงหวานๆ ของจุนโนะตอบให้ได้ยิน....ในใจของคาเมะอยากจะจับตัวญาติข้างแม่มาเขย่าให้คอหัก...กล้าดีอย่างไงถึงมาครองหัวใจของทักกี้ได้....
ทากิซาว่าจากไปในอาทิตย์ต่อมา เมื่อมหาลัยเปิด เขาก็ไปเป็นหนุ่มชาวกรุง
โดยทิ้งคำหวานเอาไว้กับหนุ่มน้อยหน้าหวานนามว่า จุนโนะสุเกะ.....
...เชอะ...เจ้าจุนโนะคงรักเขามากซินะ ถึงขนาดลงทุนมีปากเสียงกับคุณตาของเขา แล้วก็หอบผ้าหอบผ่อนหนีออกจากบ้าน
ไปหาคนรักถึงเมืองกรุง.....โรแมนติกตายล่ะ....เดี๋ยวเห้อะ.ะะะ..
คาเมะย่นจมูก รีบผุดลุกขึ้นนั่งราวกับจะตัดสินใจได้ในวินาทีนั้น จุนโนะไปหาทักกี้ได้
ทำไมเขาจะไปไม่ได้....
เด็กหนุ่มเตรียมเก็บของใช้ส่วนตัวลงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ เสื้อผ้าสุดโปรดถูกระชากลงมาจากไม้แขวน ตัวแล้วตัวเล่า เจ้าตัวตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอาตัวไหนไปดี คาเมะยืนคิดอยู่นาน ตัวนั้นก็ใส่บ่อย ...ชอบ...ตัวนี้ก็ดี...ใส่สบาย จะไปอยู่โตเกียวกี่วันดีล่ะนี่ ...
คาเมะยืนเท้าเอว เอาไปหมดนี่ละกัน...เขาลากกระเป๋าอีกใบหนึ่งออกมา สมบัติมีอยู่เท่าไรเขากวาดลงกระเป๋าจนเต็มแทบจะปิดไม่ได้จนต้องนั่งทับแล้วก็ปิดล็อค
เขากดโทรศัพท์ต่อไปที่ห้องที่เขาจากมาเมื่อครู่ เสียงตอบรับปลายสายไม่มีความง่วงงุน
แสดงว่าคนรับยังไม่ได้นอนเลยสักนิด
ยูอิจิ มาที่ประตูหลังบ้านหน่อย!! เสียงเล็กๆ สั่งความ แล้วก็วางหูโทรศัพท์ทันที
ไม่ยอมให้อีกฝ่ายไต่ถามอะไรเลย
****************************
ยูอิจิแบกกระเป๋าใบใหญ่สองใบมาวางไว้หลังรถ อยากถามใจจะขาดว่าคุณหนูคาเมนาชิตั้งใจจะทำอะไร
แต่ฝ่ายเจ้านายก็ไม่ยอมเปิดโอกาสให้ถาม เพราะทันทีที่ยูอิจิยกกระเป๋าเสร็จ เจ้านายตัวน้อยก็บงการให้เขาขับรถไปโตเกียวทันที
ขับไป!! ห้ามถาม!! ฉันจะนอน!! คาเมะสั่งแล้วก็เอนหัวพิงเบาะรถ หลับตานิ่ง
ครับ...เอ้อ..คุณคาเมะ..ขอถามได้มั้ยครับว่า ทำไมต้องรีบไปตอนนี้ด้วย
ก็ไปตอนเช้าได้ที่ไหนเล่า...คุณตาคุณยายก็รู้ซิ เด็กหนุ่มพูดทั้งๆ ที่หลับตา
แล้วคุณจะไปทำไมล่ะครับ ยูอิจิอดถามไม่ได้
คาเมะลืมตา แล้วหันมาทำตาเขียวใส่
นี่ยูอิจิ...ที่ฉันนอนกับนายน่ะ ไม่ได้หมายความว่า นายต้องมายุ่งวุ่นวายกับเรื่องของฉันทุกเรื่องหรอกนะ!!
มีหน้าที่ขับก็ขับไป อย่าถาม!!
.................. ยูอิจินั่งนิ่งเงียบ ยังคงทำหน้าที่ขับรถต่อไป ริมฝีปากอิ่มเต็มหุบสนิท
แต่ดวงตาที่มองไปยังถนนเบื้องหน้าเพิ่มแววเจ็บช้ำเอาไว้
...ทำไมเขาต้องมาหลงรักคุณหนูสุดเฮี้ยวของบ้านทางุจิด้วย รู้ก็ทั้งรู้ว่าคาเมะจะมีใจให้เขาสักนิดหนึ่งก็หาไม่
นอกจากความสุขทางด้านเรือนกายที่เขาเสนอสนองให้คาเมะจนพออกพอใจแล้ว นอกจากนั้นมันก็คือความรู้สึกว่างเปล่าที่คุณคาเมะมอบให้เท่านั้น...
แล้วก็นี่ ...เรียกเขาให้มาขับรถให้จนเกือบจะรุ่งสางแบบนี้ ต้องมีอะไรลับลบคมในแน่ๆ
ไม่งั้นคงไม่วางใจให้เขามาด้วยถึงขนาดนี้
ชายหนุ่มมองดูหนุ่มน้อยบอบบางที่นั่งอยู่ข้างๆ คงจะเพลียล่ะซิ เมื่อคืนก็ไม่ได้หลับได้นอน เห็นตัวเล็กๆ อย่างงี้เหอะ ร้อนแรงไม่เบา เขาชำเลืองมองใบหน้าที่เห็นได้รางเลือนในความสลัวของฟ้ารุ่งสาง ริมฝีปากจิ้มลิ้มที่ชอบเผยอรอรสจุมพิตจากเขาอย่างไม่เกี่ยงงอน น่ารักนักหนายามมีอารมณ์รักอารมณ์ใคร่
เขาจำได้ดีถึงยามที่คาเมนาชิเกิดอารมณ์รักก็จะเคาะประตูเรียกเขาในยามดึก ร่างเล็กๆ จะยืนพิงกรอบประตู ส่งสายตายั่วยวนมาให้ หน้าสวยๆ เชิดหยิ่งเดินผ่านเขาเข้าห้องไปนั่งรอที่เตียงกว้างของยูอิจิ กระดุมชุดนอนสองสามเม็ดจะถูกเปิดรอท่าไว้อยู่แล้ว เป็นการบ่งบอกให้รู้ว่า
....คืนนี้ นายต้องมาบริการฉันให้ถึงใจ.....
แต่ถ้าคืนไหนมาในสภาพมิดชิด กระดุมเรียงแถวติดอยู่ทุกเม็ด ก็แสดงว่าคืนนั้นจะไม่มีการยุ่งเกี่ยวทางด้านร่างกายโดยเด็ดขาด เมื่อเป็นเช่นนั้น ยูอิจิก็จะเป็นเพียงเพื่อนคุยเฉยๆ ไม่มีเซ็กซ์มาเกี่ยวข้อง ...นานเท่าไรแล้วล่ะที่เป็นเช่นนี้ กี่วัน กี่เดือน กี่ปีที่ผ่านไป...เขาจำไม่ได้ แต่รู้ว่ามันเนิ่นนานมาแล้ว นับตั้งแต่เขามาทำงานที่ตระกูลทางุจิใหม่ๆ และคาเมะยังเป็นเด็กชายที่เพิ่งจะแตกเนื้อหนุ่มเท่านั้นเอง
เขาขับรถต่อไปเงียบๆ รู้สึกว่าร่างของเจ้านายขยับตัวลุกขึ้นนั่งตัวตรง
ดวงตาคมกริบตวัดมองเขาอย่างแน่วแน่
นายแอบมองฉันหรือไง? เขาถามเสียงเข้ม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคุณหนูเล็กประจำบ้าน
ครับ..
ฮึ...อยากได้ฉันอีกแล้วซิ คาเมะเมินมองไปนอกหน้าต่าง หางเสียงภูมิอกภูมิใจนักหนา
เอ้อ....ผม..เพียงแต่นึกอะไรไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้นเอง...
เรอะ!! จอดรถซิ.. คาเมะบอก เอื้อมมือมาวางที่ต้นขาของชายหนุ่ม สายตาที่มองมานั้นดูแวววาวเหลือเกิน
จะดีหรือครับคุณคาเมะ ยูอิจิแทบหมดสมาธิในการขับรถ
บอกว่าให้จอดไง!! เมื่อเสียงเจ้านายสั่งมาแบบนั้น คนขับจึงจำต้องเบนหัวจอดเข้าที่รกร้างข้างทาง
ทันทีที่รถจอดสนิท ร่างเล็กๆ ของคาเมนาชิก็ผวาเข้าหาอ้อมแขนของยูอิจิทันที
ก่อนที่จะถึงโตเกียว ฉันเป็นของนาย ...ยูอิจิ...
ริมฝีปากบางแดงเพราะเลือดฝาดยื่นมาสัมผัสกับริมฝีปากอิ่มหนาของยูอิจิ
เขาประทับจุมพิตนิ่งสนิท ด้วยอารมณ์ที่อ่อนหวาน แต่ดูเหมือนคนตัวเล็กในอ้อมแขนของเขาจะไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น
เสียงจิ๊ปากแสดงอาการขัดใจดังลอดจากปากบางแดงของคาเมะ เขาเป็นฝ่ายเพิ่มแรงจุมพิตให้ร้อนแรงมากขึ้น
...ดูเหมือนคาเมะจะไม่อิ่มจากเมื่อคืน ...เนื้อตัวเนียนนุ่มมือจึงเบียดเข้ามาหายูอิจิอย่างห้ามใจไม่ได้
และชายหนุ่มเองก็ไม่ห้ามตัวเองเหมือนกัน ทั้งๆ ที่รู้ว่าสิ่งที่คุณคาเมะต้องการจากเขานั้น
มันไม่มีความรักแม้แต่นิดเดียว.......
มือเล็กๆ ของคุณหนูแทบจะกระชากกระดุมด้านหน้าของยูอิจิออก ขณะที่ริมฝีปากร้อนผะผ่าวเคลื่อนขยับเข้าหากัน
ยูอิจิเป็นฝ่ายปรับเบาะให้เอนลง จากนั้นคาเมะก็เคลื่อนตัวขึ้น เป็นฝ่ายคุมเกมตามแต่ที่แรงใจปรารถนา
อ๊ะ...อื้อ...ยูอิจิ คาเมะเปล่งเสียงครางออกมาเมื่อรู้สึกถึงกายของคนเบื้องล่างเติมความปรารถนาของเขาให้เต็ม
ยูอิจิได้ยินเสียงเรียกชื่อของเขา อยากให้มันเปล่งออกมาด้วยความรักเหลือเกิน
แต่ว่า...นอกจากช่วงเวลาระทึกใจอย่างเช่นเวลานี้แล้วอย่าหวังเลยว่าจะได้ฟัง........
อ้อมแขนแกร่งของชายหนุ่มกอดกระหวัดรัดร่างบอบบาง ในขณะที่คาเมะซุกหน้าแดงซ่านชื้นเหงื่อกับลำคอของเขา
รอจนจังหวะหายใจเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว คาเมะจึงเงยหน้าขึ้นมา
ก่อนที่จะเข้าโตเกียว ฉันเป็นของนาย แต่ถึงโน่นแล้ว....ห้ามบอกใครเด็ดขาดเรื่องความสัมพันธ์ของเรา
โดยเฉพาะจุนโนะและพี่ทักกี้ เข้าใจมั้ยยูอิจิ? คาเมะพูดอย่างเป็นงานเป็นการ
ทั้งๆ ที่ร่างกึ่งเปลือยของเขายังคงนั่งคาตักของยูอิจิอยู่
ชายหนุ่มพยักหน้า ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้อยู่ที่สองข้างขมับของคนนั่งตัก เช็ดเหงื่อออกให้แต่เบามือ
คุณคาเมะยังไม่บอกผมเลยว่า ชวนผมมาที่โตเกียวนี่ทำไม? ยูอิจิถาม
มาตามพี่ทักกี้...ฉันไม่ปล่อยให้จุนโนะมันทำคะแนนนำลิ่วไปฝ่ายเดียวหรอก...ฉันไม่ยอม
ฉันก็รักพี่ทักกี้เท่าๆ กับจุนโนะเหมือนกัน...คอยดูนะยูอิจิ ...
แล้วคุณไม่เรียนหนังสือหรือครับ...เล่นมาแบบนี้ เรื่องเรียนจะว่าอย่างไร
เชอะ...ก็เหมือนกับจุนโนะล่ะน่า เรื่องเอนท์น่ะปีหน้าก็ได้ ขอพักผ่อนก่อนเด่ะ...เดี๋ยวฉันจะบอกคุณตาเองว่าจะไปตามจุนโนะกลับบ้าน
นายอย่าบอกล่ะว่า ฉันจะไปตามทักกี้
ยูอิจิระบายลมหายใจเฮือกใหญ่...ยังไงๆ คุณหนูก็เอาแต่ใจตัวเองอยู่ดี เรื่องเรียนไม่สนซะแล้ว
ทิ้งมากลางคันซะงั้นล่ะ แถมยังให้เขาโกหกทางบ้านอีก
เมื่อเห็นยูอิจินิ่งงันไป คาเมะก็ซุกหน้าลงที่ซอกไหล่ของชายหนุ่ม คลอเคลียเหมือนแมวน้อย
นะยูอิจิน้าาา....พอไปส่งฉันแล้ว ก็กลับไปบอกแม่กับคุณตาคุณยายว่าฉันไปทำหน้าที่หลานที่ดี
พาหลานชายอีกคนของท่านกลับบ้าน....ไปบอกแบบนี้น้าาา...
แล้วคุณจะอยู่ยังไง
ก็เช่าโรงแรมอยู่ ...เงินมีกลัวอะไร คาเมะบอก ปีนลงจากตัวยูอิจิ
อ่ะ...อูยยย... หน้าสวยเหยเกเพราะเจ็บนิดๆ จากการหักโหมรุนแรงกันเมื่อสักครู่
สะโพกนิ่มๆ ที่ผละออกจากยูอิจิ ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกอ้างว้างเสียเหลือเกิน
ดูซิ...คุณคาเมะนั่งทำไม่รู้ไม่ชี้ เหมือนกับเหตุการณ์ที่ผ่านไปเมื่อสักครู่เป็นการกินข้าวกันธรรมดาเท่านั้นเอง
เอ้า!! ออกรถได้ จะสว่างอยู่แล้ว... คาเมะออกคำสั่ง
ครับ... ยูอิจิสตาร์ตรถ ขับออกไปจากที่นั่น .....สวรรค์บนดินชั่วคราว
คาเมะเอนร่างพิงกับพนักเบาะ หลับตาลงอีกครั้ง ปิดดวงตาคู่สวยลงอย่างอิ่มเอม.....
ยูอิจิ....ลูกจ้างฝึกม้าในบ้าน มาทำงานได้ไม่กี่ปี ตั้งแต่ยังไม่รุ่นหนุ่มละมัง
...ตอนนั้นคาเมะยังเรียนอยู่ม. ต้นซะด้วยซ้ำ เขาเองก็ชอบขี่ม้า พอดีกับที่คุณตาพ่วงตำแหน่งครูสอนขี่ม้าให้ยูอิจิด้วย
ดังนั้นหนุ่มหล่อคนนี้จึงต้องเข้ามาคลุกคลีกับหลานชายเจ้าของบ้านถึงสองคน คือ
จุนโนะสุเกะ และคาซึยะ
หลังจากที่ได้ยูอิจิเป็นคนสอนขี่ม้าได้ไม่เท่าไร คาเมะก็แอบย่องมาเคาะประตูห้องคนเลี้ยงม้าในกลางดึกคืนหนึ่ง
ยูอิจิเปิดประตูมาเจอหนุ่มน้อยร่างเล็กยืนระทดระทวยอยู่ข้างประตู พอคาเมะหันมาเห็นเข้าก็เดินปึงๆ
เข้ามาในห้องเขาอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าสวยขาวส่งประกายตาที่ทำให้เจ้าของห้องนิ่งอึ้ง
เด็กตัวเท่านี้ ยังไม่เต็มสิบห้าเลยล่ะมัง มาถึงก็นั่งกระดิกขา รอให้เขาเดินมาหา
จากนั้นนิ้วเรียวยาวก็ชี้มาที่ตัวเอง
ในครั้งแรกน่ะหรือ ยูอิจิขัดไม่ได้ คาเมะดูเป็นผู้ใหญ่ก่อนวัย เรียนรู้เรื่องรักมาจากไหนกันเขาไม่อาจทราบได้ รู้แต่เพียงว่า สิ่งที่คาเมะต้องการจากเขาน่ะ มันไม่ใช่นิสัยของเด็กชายเลยจริงๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เขาได้รู้หลังจากที่คาเมะทอดกายให้เขาเชยชมแล้วก็คือ คาเมนาชิ คาซึยะยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง ขัดกับกิริยาช่ำชองและเป็นคนเสนอตัวให้เขาก่อนเลย
หลังจากนั้น เกือบทุกครั้งเมื่อสอนขี่ม้าเสร็จแล้ว ทั้งยูอิจิกับคาเมะมักจะหลบเข้าโรงเลี้ยงม้ากันเป็นประจำ หลังกองฟางกองใหญ่จะเป็นที่ๆ อุ่นระอุในการบ่มไฟเสน่หาได้ดีจริงๆ
จุนโนะสุเกะเคยมองตามสองหนุ่มเหมือนกัน มีแววตาที่สงสัยของญาติผู้พี่แต่งแต้มในดวงตาคู่สวยตลอด
แต่คาเมะก็หลบเลี่ยงด้วยวาจาไปด้วยทุกที
ห้ามบอกใครเรื่องที่เรามีอะไรกัน คาเมะมักจะพูดใส่เขาเป็นประจำ
ครับคุณคาเมะ... ยูอิจิมักจะตอบรับเช่นนั้น ซึ่งมันก็ทำให้คาเมะภูมิอกภูมิใจนักหนาที่ผูกมัดยูอิจิได้
ก็สายตาลุ่มหลงของยูอิจิในเวลาที่มองเนื้อตัวเขานั่นล่ะ แทบจะปิดไม่มิดอยู่แล้ว
มันช่างเต็มไปด้วยความรัก...หลง...และบูชามากมาย ...แม้ในยามนี้ ขนาดเขาบอกว่าจะไปตามหาทักกี้
ยูอิจิก็ยังคงยอมทำตามเขาโดยไม่เกี่ยงงอนอะไร....
....เป็นคาเมนาชิ คาซึยะ นี่ช่างแสนสุขเสียจริงเชียว...................
***************************
to be continue