| เครื่องอัดอากาศ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||
การอัดอากาศเป็นวิธีหนึ่งที่ใช้พลังงานมากและต้นทุนในการผลิตสูง แม้ว่าอากาศที่ใช้อัดจะได้มาโดยไม่ต้องลงทุน แต่การอัดอากาศต้องใช้แรงดันสูงจึงทำให้ต้องใช้พลังงานสูงตามด้วย ยกตัวอย่าง เช่น ต้องการที่จะอัดอากาศที่ความดัน 100 psi ขนาดของการอัด 100 ft3 /minute จะต้องใช้พลังงานในการอัดถึง 18-22 แรงม้า ซึ่งจะขึ้นอยู่กับการอัดที่จะเลือกใช้วิธี two stage หรือ single stage การที่มีผู้นิยมใช้ Compressed air กันมากเพราะว่าพลังงานที่ได้เป็นพลังงานที่สะอาดและไม่มีอันตราย ไม่เหมือนกับ steam ซึ่งเกิดอันตรายกับผู้ใช้ได้ง่าย แต่การสูญเสีย ( waste ) ที่เกิดขึ้นจะมากกว่าวิธีอื่นๆ เช่น ถ้ารูรั่วขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 1/8 นิ้ว ที่แรงดันภายใน 100 psi อากาศที่ถูกอัดภายในจะไหลออกสู่บรรยากาศถึง 23.2 ft3 /minute และจะต้องใช้กำลังอัดอากาศแทนส่วนที่รั่ว 3.5 kW วิธีการที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการสูญเสีย (waste) ควรดำเนินการดังนี้ 1. ซ่อมแซมรอยรั่วที่ทำให้เกิดการสูญเสียที่ main source ซึ่งรอยรั่วที่เกิดขึ้นจะมีสาเหตุดังนี้
2. ติดตั้ง flowmeter เพื่อที่จะตรวจสอบปริมาณลมที่ใช้ในเวลาทำงาน 3. ระบายน้ำออกอย่างสม่ำเสมอ เพราะการกลั่นตัวของความชื้นจะทำให้เกิดน้ำขึ้นในถังซึ่งจะทำให้เกิดสนิม และมีผลต่ออายุการใช้งานของเครื่องมือที่ใช้ลม (pneumatic tool ) และมีผลต่อการทำงานของเครื่องมือด้วย 4. พิจารณาเลือกขนาดท่อให้เหมาะสม ถ้าท่อขนาดเล็กเกินไปจะทำให้แรงดันสูญเสียมาก ( pressure drop ) 5. ในระบบที่มีพื้นที่ในการใช้งานใหญ่ควรมี meter วัด pressure ติดตั้งอยู่ในแต่ละส่วนหรือในสถานที่จะเกิดการรั่ว ( leak ) ได้ง่าย และจะทำให้ควบคุมปริมาณการใช้ได้ 6. ตรวจสอบความต้องการแรงดันของเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ลมให้เหมาะสม เพื่อหาทางลดความดันของเครื่องอัดลม เพราะการลดความดันของเครื่องอัดลมจะสามารถลดกำลังงานที่ใช้ได้ เช่น
ที่มา : ข้อแนะนำการประหยัดไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม, กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||