Your Song:: Songfic / AU by Tongkun :: ------------------------------------------------------------------------------- เฮ้ย! เปลี่ยนเพลงๆ ไม้กลองเคาะกันเป็นจังหวะสองครั้ง แล้วเสียงโซโล่เปียโนที่แสนนุ่มหูก็ลอยพริ้วดุจเต้นระบำได้ในอากาศ เด็กชายร่างเล็กและผอมบาง ดวงตาวาววับเหมือนแก้วเป็นประกายเมื่อมาถึงห้องซ้อมดนตรี ริมฝีปากสีแดงสดยิ้มระเรื่อย เขานั่งลงบนเก้าอี้ที่มุมหนึ่งของห้องซ้อมอย่างเช่นทุกวัน It's a little bit funny this feeling inside น้ำเสียงแหบทุ้มมีเสน่ห์ลอดริมฝีปากบางไปพร้อมกับถ่วงทำนองเพลง เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งนั่งบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง มือเรียวยาวของเขาจับคอร์ดกีต้าร์ ทุกถ้อยคำที่ร้องไปตามเนื้อเพลงนั้นฟังดูจริงใจไพเราะเป็นที่สุด สายตาของดอมินิกยังคงจับจ้องไปที่จุดๆเดียวไม่ได้ละไปที่อื่น ณ มุมห้องนั้น เอไลจาห์นั่งฟังอยู่ด้วยรอยยิ้ม If I was a sculptor, but then again, no . บนทางเดินที่ปูด้วยหินอ่อนสีเท่าลาดยาวลอดซุ้มประตูทะลุตัวอาคารเรียนทรงยุโรป ร่างเล็กหอบกองหนังสือไว้กับอก หนุ่มน้อยเส้นผมสีน้ำตาลเข้มฮัมเพลงเบาๆ แต่เมื่อเขาได้ยินเสียงฝีเท้าที่เมื่อครู่ยังดังอยู่ไกลๆ เร่งกระชั้นใกล้เข้ามา เขาจึงหยุดเดินและหันไปมอง อ้าวน้องไลจ์! บังเอิญจังเลยนะครับ ดอมินิกชะงักเล็กน้อยเมื่อเอไลจาห์หันมากระทันหัน แต่ก็ไม่วายถูๆไถๆทักไป ดอมินิกเรียนอยู่ชั้นปี 3 ที่โรงเรียนไฮสคูลแห่งนี้ เขาเป็นมือกีต้าร์และนักร้องนำของวงดนตรีที่ฟอร์มขึ้นเองกับเพื่อนๆ ดอมไม่รู้ตัวหรอกว่าตัวเองทั้งหล่อ เท่ และเก่งขนาดไหน ถึงจะเรียนไม่เก่งนักก็เถอะ สาวๆในโรงเรียนกรี๊ดเขาแทบคลั่ง แต่เขากลับเฝ้ามองหนุ่มน้อยหน้าใสที่เอาแต่ยิ้ม ไม่ค่อยพูดค่อยจากับใคร เอไลจาห์เป็นน้องชายของเพื่อนที่เป็นมือกลองในวง เพิ่งจะเข้ามาเรียนที่นี่ปีนี้เป็นปีแรก ตอนเย็นๆก็จะตามพี่ชายมานั่งฟังเพลงที่ห้องซ้อมทุกวัน ดอมชอบเอไลจาห์มาก ข้อนี้แซ็คเองก็รู้ดี แต่จนถึงทุกวันนี้แซ็คก็ยังไม่เคยช่วยเหลืออะไรนัก แถมยังชอบพูดให้ดอมเคืองเสมอๆ ว่า อย่าไปหลงไลจ์มันมากนักเลยน่า อย่างแกน่ะไปหาสาวเปรี้ยวๆ เซ็กซี่ๆเหอะ! เอ่อ...น้องไลจ์ครับ หลังจากที่เงียบกันมาพักใหญ่ ดอมจึงพูดขึ้นในที่สุด วันนี้ให้พี่ไปส่งที่บ้านนะครับ ทุกเย็นเอไลจาห์จะไปฟังเพลง แล้วก็จะกลับบ้านพร้อมกับดอมเสมอ ช่วงระหว่างนั้นทั้งสองได้พูดคุยกันมากขึ้น ตลอดเวลาดอมเอาแต่เฝ้ามองหนุ่มน้อยคนนี้อยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าไปพูดคุย เพราะเอไลจาห์ไม่ค่อยพูดกับใครนัก ถึงแม้เขาจะเอาแต่ยิ้มแต่ก็ดูเหมือนมีเรื่องเศร้าในใจเสมอ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เอไลจาห์ก็เป็นที่รักของบรรดาเพื่อนๆพี่ชาย . เหมือนเช่นทุกครั้ง เมื่อเอไลจาห์มาถึงห้องซ้อม ดอมินิกก็จะสั่งให้เพื่อนๆในวงเล่นเพลง Your Song ร่างเล็กหลับตาพริ้มจนเห็นเป็นแพขนตางอนยาว ฟังเพลงนี้ด้วยรอยยิ้มบริสุทธิ์ And you can tell everybody this is your song พี่แซ็ค ทำไมพี่ดอมถึงเล่นแต่เพลงนี้ล่ะฮะ? เสียงใสเอ่ยถามพี่ชาย เมื่อเขาเดินเข้ามาพักดื่มน้ำ แซ็คนั่งลงข้างๆน้องชายของเขาก่อนจะยิ้มออกมา ท้องฟ้าภายนอกเปลี่ยนเป็นสีส้ม ดวงอาทิตย์ฉายแสงซีดๆส่องผ่านบานกระจกหน้าต่างเข้ามา ตกลงประทบบนพื้นมันเรียบของแกรนด์เปียโนในห้องซ้อม ดอมินิกเก็บกีต้าร์ใส่กล่องที่มักสะพายติดตัวไปด้วยเสมอๆ เพื่อนๆก็ต่างเก็บสัมภาระของตัวเอง เอไลจาห์นั่งลงบนเก้าอี้เหล็กดัดลวดลายอ่อนช้อยสีดำที่ตั้งอยู่ใกล้กับน้ำพุใจกลางโรงเรียน รูปปั้นสีดำรูปหญิงสาวถือคนโทรินน้ำลงสู่เบื้องล่าง ภายนอกนี้ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดใบไม้พริ้วไหว ดอมินิกนั่งลงข้างๆเด็กชาย มองใบหน้านั้นด้วยรอยยิ้มอบอุ่น I sat on the roof and kicked off the moss So excuse me forgetting but these things I do เพลง Your Song บรรเลงไปด้วยกีต้าร์อะคูสติก คลอด้วยเสียงแหบเท่ๆของดอมินิก เพลงนี้เพราะเหลือเกินในความรู้สึกของเอไลจาห์ หากแต่วันนี้มันช่างเพราะมากอย่างลึกล้ำ เพราะกว่าและเศร้ากว่าทุกวัน จากวันนั้น...ดอมก็ไม่เจอเอไลจาห์ที่ห้อมซ้อมดนตรีอีกเลย เสียงเพลง Your Song สิ้นสุดลงในวันนั้น ไม่มีใครได้ยินเสียงดอมร้องเพลงนั้นอีก จนกระทั่ง... .
ร่างของดอมหยุดลงที่หน้าประตูห้องพักหนึ่งในโรงพยาบาล เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะผลักบานประตูเข้าไป ภาพร่างบอบบางของเด็กหนุ่มผิวสีซีดขาวในชุดสีขาวบริสุทธิ์นอนอยู่บนเตียง ร่างนั้นหลับตาพริ้มงดงามราวยุวภูติน้อยๆ ดอมยืนนิ่งงัน ไม่ช้าน้ำใสๆก็เอ่อในคลองตาของเขา แซ็คเล่าว่าเอไลจาห์เกิดมาไม่แข็งแรงตั้งแต่เด็ก เขาเป็นโรคเลือดชนิดหนึ่ง หมอบอกว่ามันคือโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ทุกคนรู้ดีว่าถึงอย่างไรวันนี้ก็มาถึงและยอมรับกับมัน เอไลจาห์ถูกเลี้ยงมาอย่างทะนุถนอม แต่ยิ่งนานวันทุกคนก็ยิ่งรักเขา เมื่อถึงเวลาก็ล้วนทำใจยอมรับไม่ได้ ดอมินิกก็คนหนึ่งที่เฝ้าโทษโชคชะตา โทษว่าพระผู้เป็นเจ้าช่างโหดร้าย... ความรักของเขากำลังผลิบานดีแท้ๆ ใครเหรอฮะ? เสียงแผ่วเบาเอ่ยลอดริมฝีปากน้อยๆนั้น ดอมสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เอไลจาห์ยันตัวเองขึ้นนั่งพลางยกมือขึ้นขยี้ตาอย่างงัวเงีย เมื่อพบว่านั่นคือดอมก็เผยยิ้มออกมาในที่สุด น้องไลจ์ครับ พี่ขอกอดได้ไหม? ห้องซ้อมดนตรีที่เคยเปิดและมีเสียงดนตรีดังลอดออกมาทุกเย็นกลับปิดสนิทเหมือนห้องร้าง ไม่มีใครอยู่ที่นั่นหรือมีกะใจจะไปฟังเพลง ทุกคนวนเวียนไปเยี่ยมเอไลจาห์ที่โรงพยาบาลตลอด ห้องซ้อมจำเป็นถูกเปิดขึ้นที่นั่น ร้องแต่เพลง Your song ถึงแม้จะต้องทนโดนคุณพยาบาลดุเอาหน่อยก็เถอะ นับจากวันนั้น ในที่สุดวันที่เจ็ดก็มาถึง ดอมเดินมาตามทางเงียบสงัดของโรงพยาบาล ผ่านประตูห้องนับสิบจนมาหยุดที่หน้าห้องเดิมนี้ เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไป ทุกคนยืนอยู่รอบๆเตียงสีขาวบริสุทธิ์นั้น คุณวู๊ด คุณนายวู๊ด แซ็ค และเพื่อนๆในวงดนตรี ความรู้สึกเย็นเยียบเสียดแทงเข้ามาในหัวใจของดอมินิกในทันที แซ็คหันมามองที่เขาด้วยน้ำตานองหน้า ดอมแหวกวงล้อมเข้าไป เบื้องหน้านั้นร่างของเอไลจาห์นอนนิ่งอยู่ มีสายมากมายพาดระโยงระยาง บนจมูกของเด็กหนุ่มมีเครื่องช่วยหายใจครอบอยู่ เสียงแหลมเล็กของอุปกรณ์วัดการเต้นของหัวใจดังเป็นจังหวะเนิบนาบ ดวงตาสีแก้วสุกสกาวเมื่อเห็นหน้าคนที่รอ ถึงมันจะรี่ลงแทบปิดอย่างเหนื่อยล้า หากแต่เหมือนกับดวงดาวประกายพฤกษ์ที่วาววับในคืนเดือนแรม เอไลจาห์ยิ้มออกมาช้าๆ เขาขยับริมฝีปากอย่างยากลำบากขอให้หมอถอดเครื่องช่วยหายใจออก สภาพนั้นทำให้คุณนายวู๊ดร่ำไห้ออกมาอย่างไม่อายใครอีก ร่างเล็กยิ้ม เขาดูสว่างไสวในชุดสีขาวน่ารักและงดงาม ริมฝีปากขยับเขยื้อนเอ่ยยากเย็น เสียงที่ลอดออกมาได้นั้นก็แสนแผ่วเบา ดอมกัดริมฝีปากมองร่างนั้นอย่างอดทนต่อน้ำตา เอไลจาห์บอก ร้องเพลงให้ผมฟังที It's a little bit funny this feeling inside If I was a sculptor, but then again, no And you can tell everybody this is your song I sat on the roof and kicked off the moss So excuse me forgetting but these things I do And you can tell everybody this is your song ไม่มีเสียงดนตรี มีเพียงเสียงของดอมดังเคล้ากับความโศกเศร้าไร้ที่สิ้นสุด เสียงกระซิกร่ำไห้ดังขึ้นแทรกเป็นระยะ พี่ๆทุกคนทำใจไม่ได้กับภาพนั้น ต่างทรุดตัวลงปล่อยโฮอย่างไม่อายใคร บทเพลงเหมือนจะไม่สามารถจบลงได้ มันเศร้าเกินไปที่จะให้ร้องเพลงในยามนี้ แต่แล้ว... ...while you're in the world น้ำเสียงเล็กใสหวานหูแผ่วเบา แต่กลับได้ยินชัดเจนในห้องที่เงียบเหงานี้ เอไลจาห์ร้องประโยคสุดท้ายออกมาด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้าย จับจ้องใบหน้าของคนที่...เป็นรักครั้งแรกของเขา สิ้นเสียง...ดวงตานั้นเปลี่ยนเป็นสีเทาและหลับลง ด้วยรอยยิ้ม ตี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เหตุผลที่พี่ร้องแต่เพลงนี้ เพราะมันคือเพลงของไลจ์ไง พี่รักไลจ์มากนะ ดอมเอ่ยขึ้นในเสียงร้องไห้ระงมของทุกคนรอบข้าง เขาก้มลงจูบที่เปลือกตาปิดสนิททั้งสองข้างของเอไลจาห์ ภาวนาให้วิญญาณของเขาได้ยินเสียงนี้ ตลอดเวลาที่มีไลจ์อยู่บนโลก ฤดูใบไม้ร่วงสวยเสมอ แต่มันจะ...ไม่สวยอีกแล้วตั้งแต่วันนี้ . ครั้งสุดท้าย น้องไลจ์พยายามจะบอกกับผมและเราทุกคนว่า...การมีชีวิตอยู่คือความสวยงามของชีวิตหรือเปล่านั้น ผมไม่อาจทราบได้ ผมได้แต่เพียงหวังอยู่เสมอว่าเขาจะมองเห็นพวกเราด้วยความสุขอยู่ที่ไหนสักแห่ง...บนสวรรค์ ใช่ครับ บนสวรรค์ ผมมั่นใจ เสียงกล่าวสุทรพจน์ในพิธีศพดังกังวานไปทั่วบริเวณ ทุกคนโศกเศร้าท่วมท้น นกน้อยร้องเพลงอาลัยอยู่บนกิ่งไม้ ถ้าฟังไม่ผิด มันคือ Your song มันจะเป็นเพลงของเขาตลอดไป และเขาจะสถิตอยู่ในหัวใจของผมตลอดกาล หัวใจอันแตกสลายไม่เหลือชิ้นดีของผม ผมจะพยายามรักษามันเอาไว้เพื่อให้เขาอยู่ตรงนั้น โลกของผมสวยงามมีสีสันเพราะเขา เอไลจาห์ จอร์แดน วู๊ด
The End
|
||
(C) 2004 DESTINY BY TONG |