WHY

1st WWE RPS Fiction by Tong
Randy Orton (from RAW) X John Cena (from Smackdown)

--------------------------------------------------------------------

ทำไม...เวลาทำงานถึงไม่มีสมาธิ

ทำไม...ตอนที่มีเรื่องดีใจกลับไม่รู้สึกมีความสุข

ทำไม...เวลาอยู่คนเดียวถึงได้รู้สึกเหงา

ทำไม...คนที่ไม่สนใจใครอย่างผมถึงอยากได้เพื่อนคุย

ผมก้มลงมองโทรศัพท์มือถือสีบรอนซ์ในมือ พลางสะบัดหัวแรงๆหวังให้ความรู้สึกหงุดหงิดปนเหงาหงอยของตัวเองหายไปให้หมด ถึงแม้ต่อหน้าใครๆผมจะพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด แซว Eddie ไปเมื่อเช้า... แกล้งให้ Tajiri ตกใจ... กระโดดขี่หลัง Big Show ... เล่าเรื่องตลกให้ Rhyno ฟัง... แต่นั่นก็เหมือนจะไม่สามารถกลบกลื่นความเปลี่ยนไปของผมได้

ทุกคนถามผมว่า... เป็นอะไรหรือเปล่า? ดูไม่เป็นปกติ บ้างก็ว่าดูเหนื่อยๆ อาจจะใช่...ผมเองก็รู้สึกเหนื่อยบ้าง เพียงแต่แปลกตรงที่ผมไม่เคยเบื่อหน่ายการทำงานมาก่อนเลย เบื่อเดินทางไกลๆ เบื่อถ่ายหนัง เบื่อปล้ำกับเจ้า Carlito (ช่วงนี้ต้องปล้ำกับมันตลอด) เบื่อชะมัดยาด เบื่อปั้นหน้าตาให้ขึงขังโกรธแค้นมันตลอด ทั้งที่ชีวิตจริงวิ่งไล่เตะไล่ถีบ เล่นตลกด้วยกันทุกวี่วัน

หลายคนอาจสงสัยว่าเพื่อนใน Smackdown ตั้งมากมาย จะมาเหงาหงอยสร้อยเศร้าเรื่องอะไรกันใช่มั้ยครับ เหอๆ ตอนแรกผมก็คิดแบบนั้น แต่มันไม่เหมือนกันนี่ครับ... คุณเคยมั้ยล่ะ ในตอนที่คุณเพิ่งซื้อเสื้อตัวใหม่มา ด้วยความคิดที่ว่ามันโคตรสวยตอนที่คุณเห็นครั้งแรก แต่พอใส่มันซ้ำไปซ้ำมาหลายๆครั้ง เมื่อคุณส่องกระจกดูอีกที คุณกลับเห็นว่ามันโคตรเห่ย

คุณอยากเห็นแสงสีทั้งที่อยู่ที่ Oklahoma … คุณรู้สึกอยากสูดกลิ่นอายธรรมชาติทั้งที่อยู่ในใจกลาง Las Vegas ... คุณอยากกินของหวานในขณะที่ถือเลมอนไว้ในมือ... และทั้งที่มีคนที่ได้เห็นกันทุกวัน อยู่ตรงนี้ข้างๆคุณ แต่คุณกลับอยากเจออีกคนที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ นั่นแหละครับ...ความรู้สึกเดียวกัน

เสียงโทรศัพท์ที่ถือไว้ในมือจู่ๆก็ดังขึ้น เล่นเอาผมสะดุ้งสุดตัว สติกระเจิดกระเจิงไปหมด ไอ้บ้าที่ไหนฟะโทรมาตอนนี้ ! เบอร์ก็ไม่คุ้น เอ...แต่ก็ดีแฮะ กำลังเหงาๆ พ่อจะคุยใส่ให้หูชาเลยคอยดู หึๆ

“ หวัดดีครับ... Cena พูด ”

“Yo! หวัดดี Johnny!” กรรม...ยังสวัสดีได้ไม่ทันขาดคำแท้ๆ ไอ้เจ้ามนุษย์ที่เห็นทีคงกำลังลิงโลดไฮเปอร์อยู่ปลายสายก็ทักกลับมาเสียงดังลั่น เล่นเอาผมหูแทบหนวก แต่ก็เพราะไอ้ท่าทางแบบนี้ของเขาล่ะที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ผมรู้ทันทีว่าใครกันที่โทรมาหาผมในเวลาแบบนี้ ความคิดที่กะจะคุยใส่ให้หูชาของผมก็ถูกหยุดไว้ทันที

หงุดหงิดจะตายชัก แต่ตอนนี้ยิ้มกว้างจนปากแทบฉีก... งงตัวเองจริงๆเลย “ เลิกเรียกชั้นว่า Johnny ซักทีเหอะ ฟังแล้วจั๊กจี้ชะมัด ”

“ อ้าว...ได้ไงล่ะ ! ทีนายยังเรียกชั้นว่า Randy เลย ”

“ ก็แกชื่อ Randy ไม่ใช่รึไงเล่า ฮ่ะๆ ” จินตนาการที่แล่นเข้ามาในสมองผมทำให้ผมถึงกับหัวเราะก๊าก ถึงแม้ไม่ได้เห็นหน้าค่าตา แต่ผมยังจำท่าทางเวลาที่เจ้าเด็กไฮเปอร์นี่ทำตาโต กลอกไปมาไม่รู้ไม่ชี้ นึกแล้วตลกดีแฮะ

“ เออๆ โทรมามีอะไรรึเปล่า? เห็นเงียบหายไปนาน ”

“ เปล่า แค่อยากรู้ว่าตอนนี้นายอยู่ไหนเหรอ Johnny”

“John! John Cena!”

“ อ้อๆๆ ขอโทษคร้าบ John” ลิงหลอกเจ้าจริงๆเล้ยเจ้านี่ ผมหัวเราะพลางส่ายหน้าอย่างเอือมๆ

“ อยู่บ้าน ”

“ บ้านไหน? ”

“ เอ้า ! ชั้นก็มีบ้านอยู่ที่ Massachusetts ที่เดียวนี่แหละฟะ ”

“ เหรอ? อยู่บ้านเหรอ? ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ” เอ๊ะ ! ไอ้นี่ยังไงของมัน ! ผมฟังแล้วก็อดจะหัวเราะตามเขาไปไม่ได้ ในเวลาที่ผมอารมณ์เสียหรือกำลังหงุดหงิด ก็มี Randy นี่แหละนะที่มักจะช่วยให้ผมกลับมาหัวเราะได้เสมอ

“ ว่าแต่นายเป็นอะไรหรือเปล่า Johnny ... ”

“John โว้ยยยยยยย ”

“ เอ้อๆๆ John ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ” คนที่กำลังพูดจาบ้าบออยู่ปลายสายนั้นจะรู้มั้ยนะ ว่าผมเนี่ย...หัวเราะจนปวดไปทั้งท้องแล้ว “ ไม่ใช่อะไรหรอก แค่จะถามว่าทำไมเสียงเศร้าๆ เหนื่อยเหรอ? ”

“ อืม...งั้นมั้ง เซ็งๆยังไงไม่รู้สิ ”

“ แฟนทิ้งมารึไง? ”

“… เออ......เพิ่งโทรมาบอกเลิกเมื่อวานเนี่ย ”

“ ฮ..เฮ้ย......ล้อเล่นรึเปล่า John”

“ จริงๆ ไม่ได้ล้อเล่น ” ที่นี้ล่ะเสียงเศร้าลงไปถนัด ผมไม่ได้ยินน้ำเสียงกลั้วหัวเราะออกมาอีก เจ้านั้นคงรู้สึกผิดที่พูดอย่างนั้นออกมาสินะ ใช่สิ...ก็แฟนของผมที่เพิ่งเริ่มคบกันไม่ถึง 2 เดือนโทรมาบอกเลิกเมื่อวานนี้ แถมหลังจากนั้นผมก็ลืมกุญแจรถไว้ในรถตัวเอง จนต้องโทรเรียกช่างมาช่วยงัด ซวยบรมตั้งแต่เช้ายันเย็น แต่ไม่รู้ว่าเพราะโทรศัพท์ที่ผมได้รับหลังจากนั่งเซ็งอยู่กับที่มาตั้งนานนี่หรือเปล่า ที่ทำให้ผมแทบจะลืมเรื่องเหล่านั้นเสียสนิท

“ อ้าว ขอโทษนะ Johnny เอ้ย ! John! John! แต่ขอหัวเราะหน่อยเหอะนะ ฮ่าๆๆๆๆๆ ”

“ อะไรฟะ !?! หัวเราะเยาะกันได้เหรอ นายไม่กลัวชั้นฆ่าตัวตายรึไง ”

“ เปล่า ก็รู้ว่านายไม่ใช่คนแบบนั้นนี่หน่า แล้วที่สำคัญชั้นก็มีข่าวดีมากบอกนายถึง 2 ข่าว ข่าวแรกคือ ชั้นเองก็โดนแฟนทิ้งมาเหมือนกัน !! เฮ้ ~~”

“ ห..หา? เลิกกันแล้วเหรอ... ”

“ ใช่ เค้าบอกว่าคบกันมา 3 เดือน ยังเจอหน้ากันไม่ถึง 3 ครั้งเลยอ่ะ ฮ่าๆ ดีใจใช่มั้ยล่ะ John”

“ ท..ทำไมชั้นต้องดีใจด้วยเล่าเจ้าบ้า !”

“ ฮ่าๆๆๆๆ แค่ล้อเล่นเอง ”

ทำไมต้องดีใจด้วย ! นั่นสิ ทำไมต้องดีใจด้วย... ทำไมตอนนี้ถึงยิ้มกว้างกว่าเก่าเป็นเท่าตัว ทำไมถึงลืมความเหงา ทำไมถึงต้องตบเข่าฉาดออกนอกหน้าเมื่อรู้ข่าวนั้น ทำไม...ทำไม...

“ แล้วอีกข่าวนึงนะ John ... นายรู้มั้ยว่าตอนนี้ชั้นอยู่ที่ไหน? ”

“ ไม่รู้ดิ จะรู้ได้ไงฟะ ”

“ ตอนนี้ชั้นอยู่ Massachusetts ไง !! RAW มาที่ Massachusetts ไว้เสร็จงานแล้วชั้นจะไปหานายนะ ! ข่าวดีใช่มั้ยล่า... ”

อึ้ง...พูดไม่ออก ผมแทบจะทำโทรศัพท์หลุดออกจากมือเหมือนพระเอกหนัง เขาอยู่ที่นี่ ใกล้ๆผมหรอกเหรอ

“ โอเช ! งั้นเก็บเอาไว้คุยตอนเจอหน้าชั้นก็แล้วกันนะ John เจอแล้วอย่าอึ้งพูดไม่ออกล่ะ ไปทำงานก่อนนะ Bye!”

ทำไม...เวลาที่กำลังหงุดหงิดเต็มที่ถึงอยากทำงาน

ทำไม...ตอนที่เพิ่งเลิกกับแฟนและควรจะเสียใจ กลับสุขใจมากมายขนาดนี้

ทำไม...เวลาอยู่คนเดียว แต่ได้รับรู้ว่าเขาอยู่ใกล้ๆก็หายเหงาสนิท

ทำไม...คนที่ไม่สนใจใครอย่างผมถึงได้สนใจคนคนนี้นักนะ Randy Orton!

ความรู้สึกงี่เง่าไร้สาเหตุตอนแรกมันคืออะไร ผมเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ คำถามมากมายที่เกิดขึ้นในหัวกลับเพิ่มจำนวนคำถามไว้ให้คิดไม่ตกมากกว่าเก่า รู้แต่เพียงว่าเขา...คือคนที่ทำให้ผมคลายความกังวลจาก 4 คำถามแรก และสร้างคำถามใหม่ขึ้นมาอีก 4 คำถามก็เท่านั้น

Randy! อยากเจอนายเร็วๆชะมัดเลย !

 

:::::::::::::::::::::::::::::::::: F I N ::::::::::::::::::::::::::::::::::

 

 
 


(C) 2005 DESTINY BY TONG

 
Hosted by www.Geocities.ws

1