WE BELONG TOGETHER

AU Fiction by Tonga
Song Inspired by Maraih Carey
Randy Orton X John Cena

Song Inspied : We Belong Together By Mariah Carey
Couple : Orton / Cena
RATE : PG-13

Author's Note : ฟิคสั้นๆ ที่ควรจะเขียนได้ดีกว่านี้ อยากเขียนฟิคอารมณ์เดียวกับ Milked Coffee อีก แต่ขอบอกว่าคิดไว้ แต่เขียนไม่ได้ --- ---''' ทำใจหน่อยเวลาอ่าน ตองก้านี่แย่จริงๆเลย...เสียดายพล็อต แรงบันดาลใจไม่ได้มาจากไหน แต่คิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เท่านั้นเอง ^^

-----------------------------------------------------------------------------

ร่างสูงกอดคร่อมร่างที่เล็กกว่าแนบแน่น ริมฝีปากซุกซนขบกัดที่หัวไหล่ขาวจนเกิดรอยช้ำ ทว่าหอมหวาน ร่างที่อยู่เบื้องใต้สั่นน้อยๆ เมื่อฝ่ามือซุกซนยังคงคลำคลึงไม่เว้นจังหวะ ตลอดเวลาเกือบชั่วโมงที่ปลดปล่อยอารมณ์ด้วยกันบนเตียงตัวเดิมตัวนี้ เจ้าของผิวขาวกระจ่างเบื้องล่างแทบจะไม่โอดครวญโวยวายด้วยความเจ็บปวดแม้แต่น้อย มีเพียงเสียงครางสั่นแผ่วเบาด้วยความเสกสม จนเมื่อ......

"โอ้ย...ไอ้บ้า ! ชั้นเจ็บนะเว้ย !! "

เมื่อพ่อหนุ่มผิวเข้มเห็นว่าควรถึงการปิดบัญชี เขาจับร่างเพื่อนซี้คว้ำลงจนหน้ากดกับหมอนอย่างง่ายดาย ก่อนจะจัดการจบเรื่องเล่าในค่ำคืนเหงาๆนี้ แต่อีกหนุ่มหน้าหวานกลับตะหวาดลั่นกับการกระทำของเพื่อนรุ่นน้อง ก่อนจะลุกขึ้นผลักจนอีกฝ่ายผงะ

"ปัดโธ่ ! John!! จะจบอยู่แล้ว อีกนิดเดียวเอง"

"ไอ้ควาย !! แกไม่มาเป็นชั้นนี่หว่า ไปไกลๆตีนเลย กูเจ็บ !! " หนุ่มหน้าหวาน ตากลมใส ซึ่งรูมเมทสุดแสบเรียกเขาว่า John ด่าจนคอขึ้นเอ็น ชนิดที่ไม่กลัวว่าข้างห้องจะเปิดไฟตื่นขึ้นมาเอาถ้วยฝาขว้างแต่อย่างใด เขาถัดก้นเจ็บๆ ลุกออกจากที่นอน พลันเดินหายเข้าห้องน้ำไป ทิ้งเจ้ารุ่นน้องสุดแสบให้นั่งถอดถอนหายใจ เสียดายอยู่คนเดียว

"อะไรของนายก็ไม่รู้" ร่างสูงผิวเข้มแบบนักกีฬา ทิ้งร่างที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเป็นมัดนอนแผ่กับพื้นเตียงนุ่ม เขาบ่นกะปอดกะแปดราวกับจงใจจะให้อีกฝ่ายได้ยินอย่างนั้น

"แกนั่นแหละ Randy เกิดหื่นอะไรขึ้นมา ลงที่กูทุกที ! ก้นนะเว้ยไม่ใช่กะบะ ไอ้ห่า...อยู่กับแกที่นี่มาปีกว่ายังหาความเปลี่ยนแปลง เป็นผู้ใหญ่ขึ้นไม่ได้เลย อีกปีเดียวชั้นก็เรียนจบแล้วนะ ถ้าชั้นไปแล้วแกจะอยู่ได้มั้ยวะเนี่ย ! " รายนี้ก็ด่าไม่หยุด กว่าเสียงเอะอะโวยวายจะจบลงได้ที่จริงก็ใช้เวลาไม่นาน เพียงแต่ที่นานคือการข่มตาให้หลับลงได้ของเจ้าหนุ่ม Randy ต่างหาก ก็มันค้างน่ะซี...

ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดเลยกับค่ำคืนที่วุ่นวายแต่มีสีสันของหนุ่มโสดสองคน ที่หารค่าเช่า ใช้ชีวิตอยู่ร่วมห้องเดียวในห้องหนึ่งของคอนโดมิเนียมทันสมัยใจกลางกรุง Boston รัฐ Massachusette ไม่ใกล้ไม่ไกลเกินไปจากมหาวิทยาลัย Boston มาเกือบปี

Randy กับ John ไม่ใช่คู่รักกันอย่างที่คุณอาจเข้าใจ เขาทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกัน ซี้กันชนิดที่ว่าคุยกันได้ทุกเรื่อง เข้าใจกันทุกอย่าง แค่สบนัยน์ตาก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ ไอ้เรื่องบนเตียงนั่นก็ไม่ใช่อะไรหรอกนะ ก็แค่เรื่องธรรมดาๆ ของหนุ่มโสดธรรมดาๆ สองคนที่สนิทกันจนคุยได้ทุกเรื่องนั่นแหละ ความเหงามันไม่เข้าใครออกใครนี่นา

.
.
.

รุ่งเช้าอากาศสดใสก็ไปเรียนพร้อมกัน หยุดแวะที่ร้าน Coffee Shop ทานอาหารเช้าพร้อมๆกัน สองหนุ่มจะแยกกันตอนเวลาเรียนกับเวลาทำกิจกรรม ตกเย็นก็กลับบ้านพร้อมกัน บางวันก็แยกกันกลับ ดูแล้วไม่ต่างอะไรกับเพื่อนซี้ทั่วไปเท่าไหร่นักหรอก

Randy ยังเป็นเฟรชชี่ ส่วน John อีกแค่ปีนี้ก็เรียนจบแล้ว นิสัยก็เหมือนบ้าง ไม่เหมือนบ้าง แต่ถึงอย่างไรนั้นก็ยังมีความสนใจคล้ายๆกัน วัยที่ห่างกันเพียงนิดหน่อยนั้นไม่ได้ทำให้เขาทั้งสองแตกต่างกันแต่อย่างใด

Randy คิดว่า John เป็นเพื่อนที่เขารักที่สุด

ส่วน John ก็คิดเหมือนกัน จนกระทั่ง......


"นี่ ! John ...มีเรื่องอะไรจะเล่าให้ฟัง" Randy ยักคิ้วกวนประสาท พลางเข้ามาเอาคางเกยกับไหล่ John ที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์ไปด้วย กินมันฝรั่งบดไปด้วยอย่างคร่ำเครียด

"เรื่องอะไรอ่ะ ?" ปากพูด แต่ตาก็ไม่ได้หันมาสบกับอีกฝ่าย

"คือวันนี้ชั้นเจอผู้หญิงคนนึง แก่กว่าชั้นมั้ง แต่เด็กกว่านาย" ทันทีที่ Randy เริ่มเล่า ก็เรียกความสนใจจาก John ได้ ใบหน้าขาวใสหันมามองอย่างฉงน Randy ไม่รีรอ รีบเล่าต่อด้วยรอยยิ้ม "เธอสวยมากๆเลยนะ เซ็กซี่ด้วย ชั้นเห็นทีแรกก็ปิ๊งเลยว่ะ"

"อ..อ๋อ เรอะ ?" John กระตุกยิ้มเซ็งๆให้ Randy เขากลับไม่ได้ตื่นเต้นด้วย ซ้ำยังดูอึ้งๆ

"ช่าย...ชั้นจะจีบเธอ ! "

เห็นสีหน้ามุ่งมั่น มั่นใจเกินร้อยตามนิสัยเด็กไฮเปอร์ของเพื่อนซี้แล้ว John ก็ลอบถอนหายใจเบาๆ "แล้วแกจะมาบอกชั้นทำซากอะไรล่ะ"

"เอ๋า ก็นายเป็นเพื่อนที่ชั้นรักที่สุดนี่หน่า ชั้นจะทำอะไรก็อยากให้นายรู้ด้วยสิ" พูดจบก็ฉวยผ้าเช็ดตัว เดินผิวปากสบายอารมณ์หายเข้าห้องน้ำไป

ก็นั่นสินะ...ก็เป็นเพื่อนรักกัน จะบอกจะกล่าว อยากเล่าเรื่องก็ไม่เห็นเป็นไร ที่แล้วมาก็คุยกันได้เสมออยู่แล้ว เพียงแต่เวลานี้มันทำให้ John ไม่เข้าใจ เกิดไม่อยากจะรับรู้เรื่องที่ Randy เล่าเมื่อครู่นี้ขึ้นมา เพราะฟังแล้วมัน...เจ็บอยู่ลึกๆ ข้างใน ยังไงพิกล

คิดอะไรในใจเรื่อยเปื่อยได้ไม่ทันไร ตากลมดวงโตสีฟ้าก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อความรู้สึกเสียวซ่านแล่นวาบที่ซอกคอ John ไม่รู้ตัวหรอกว่าใช้เวลาใช้ความคิดนั่นไปนานเท่าไหร่ เพียงแต่เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง Randy ก็มานั่งอยู่ด้านหลัง โดยมีผ้าขนหนูเนื้อนุ่มปกคลุมกายเพียงอย่างเดียว นายตัวแสบจูบเพื่อนรักเบาๆ ที่แผ่นหลังเปลือยเปล่าซึ่งติดกลิ่นหอมของสบู่ ลากเรียวลิ้นไล้ผิวเย็นอย่างซุกซน

"อะไรอีกวะ ! "

"ขอเหอะนะ" Randy กล่าวเสียงอ้อน พลางใช้ไม้ตายขยิบตาให้

"เออๆๆๆ" อีกฝ่ายก็รับไปส่งๆ อันที่จริงไม้นี้ Randy อาจจะใช้ได้กับสาวๆ แต่ใช้ไม่ได้กับ John แน่ ที่ตกลงนั้นก็ด้วยความเอือมระอาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น...งั้นหรือ ?

คงเป็นเรื่องแปลกในสายตาใครต่อใคร อาจจะฟังแล้วดูขำ ถ้าจะบอกว่าเพื่อนรักคู่นี้มีเซ็กซ์กันหลายต่อหลายครั้ง อารมณ์เปลี่ยวไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับวัยหนุ่ม ทั้งสองรู้ดีจึงได้ไม่ถือสากับการแลกเปลี่ยนสิ่งนี้แก่กัน Randy อาจจะคิดอย่างนั้นมาตลอด

John ก็ด้วย......แต่วันนี้กลับชักไม่แน่ใจ กับความรู้สึกลึกๆในใจตัวเองเสียแล้ว

"ชั้นล่ะร้ากกกกกกกกกกกกกกกนายจริงๆเลยเพื่อน ! "

"อย่ามัวแต่พูดมาก หนวกหูเว้ย !! "

.
.
.

"คนนั้นไง ผู้หญิงที่ชั้นพูดถึง" Randy ชี้ไม้ชี้มือ ชวนให้ John ดูหญิงสาวผมบลอนด์ในชุดสีดำดูเซ็กซี่

Simona ...สาวยุโรป นัยน์ตาเย้ายวน Randy ชอบสาวเซ็กซี่ ข้อนี้ John รู้ เลยยิ่งทำให้รู้สึกเซ็งเข้าไปใหญ่กับความรู้สึกของตัวเอง ทำไมเขาจะต้องหงุดหงิดด้วยเวลาที่ต้องฟังเพื่อนรักคอยรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับความสัมพันธ์นั้นทุกวัน ทั้งที่ Simona ก็เหมาะกันกับ Randy ดีอยู่

John มองร่างเพรียวของหญิงสาว พลางแสยะยิ้ม "ไม่เห็นเหมาะกับนายเลย"

"เฮ้ย...เหมาะสิ นายดูดีๆ หล่อนก็สวย ชั้นก็หล่อ ออกจะเหมาะกันเว้ย"

"นั่นสินะ ดาวมหาลัยอย่างนายก็ต้องเหมาะกับคนสวยๆอย่าง Simona " John เปรยเบาๆ

Randy เข้าไปคุยกับเธอคนนั้นมาแล้ว ถึงได้รู้ว่าหล่อนชื่ออะไร เบอร์โทรศัพท์ก็ขอติดมือมาได้ไม่ยากเย็น สำหรับหนุ่มหล่อเสน่ห์แรงอย่างเขาเรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อยเหลือเกิน ถึงตอนนี้ก็นึกตลกตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองเป็นโสดอยู่เนิ่นนาน

"เออ John! ว่าแต่นายเหอะเมื่อไหร่จะมีแฟนล่ะเพื่อนรัก" Randy เชยคางหยอกเพื่อนซี้ ยิ่งชวนอารมณ์หงุดหงิดของ John เข้าไปใหญ่

มือขาวยกขึ้นปัดมือเพื่อนทิ้ง "ก็ชั้นไม่หล่อเหมือนนายนี่หว่า"

"โหย...แค่นี้ทำประชดนะ"

"ไม่รู้ว้อย กลับบ้านล่ะ !! "

.
.
.

คืนนี้ฝนตก ร่างสูงเท่ของชายหนุ่ม กอดประคองร่างเล็กสวยของแฟนสาวเดินเลาะมาตามร่มผ้าใบ ที่หน้าโรงภาพยนตร์แห่งนี้อัดแน่นไปด้วยวัยรุ่นในคืนวันศุกร์ ฝนที่ตกกระหน่ำอย่างโหดร้ายจนหายใจออกมาเป็นควันขาวๆตามกัน ไม่ได้ทำให้ผู้คนคับคั่งนี้น้อยลงแต่อย่างใด

Simona หันมายิ้มให้ Randy "หนังดีนะคะ"

"ครับ" ภาพยนตร์รักโรแมนติกที่สาวเจ้าชวนมาดูนั้น ฉากจบยังติดตรึงตา ถึงแม้ว่าที่แล้วมาจะหนักไปทางหนังแอ็คชั่นยิงกันสนั่นจอ หรือหนังฆาตกรรมสืบสวนสอบสวน แต่พอได้บริโภคหนังดีๆแบบนี้เข้าไป ก็ทำให้รู้สึกชอบภาพยนตร์แนวนี้ขึ้นมาได้

Simona เป็นคณะกรรมการของชมรมภาพยนตร์ที่มหาวิทยาลัย รสนิยมการดูหนังของเธอจึงแตกต่างจากคนทั่วไป หนังที่เธอพามาดูนี้ เพื่อนร่วมกิจกรรมบันเทิงใจในโรงน้อยบางตา หนังก็ไม่มีชื่อนักหรอก เรียกได้ว่าเพิ่งจะเคยได้ยินชื่อเรื่องก็วันนี้ ทว่าก็ซึ้งกินใจดีจัง... ' นึกแล้วอยากพา John มาดูบ้างนะนี่ ' Randy กระหยิ่มนึกในใจ รับรองว่าได้เพื่อนร้องไห้กันก็คราวนี้

"คู่นอนที่ทำให้เราไปถึงจุดสูงสุดของการร่วมรักได้ คือคนที่เรารัก" Simona ว่าต่อ "ชั้นชอบประโยคนี้จริงๆ" สาวสวยทิ้งรอยยิ้มไว้ ก่อนที่จะเดินออกหน้าไป

.
.
.

เดทระหว่างเขากับ Simona ประสบความสำเร็จไปด้วยดีในระดับหนึ่ง สาวเจ้าจูบลาที่ข้างแก้มเบาๆ เมื่อ Randy ไปส่งที่หน้าบ้าน ก่อนที่จะลากลับมาแบบเปียกใช้ได้ทีเดียว

หนุ่มหล่อก้าวยาวๆจนถึงอพาร์ตเม้นต์ นึกแปลกใจว่าทำไมเวลาขึ้นลิฟท์คนเดียวเงียบๆ จากชั้น 1 ถึงชั้น 11 ที่เขาอยู่มันถึงได้นานขนาดนี้ ประโยคเด็ดในภาพยนตร์ที่ดูมาวันนี้ กับเสียงของ Simona ยังคงวนไปมาในสมอง

---- คู่นอนที่ทำให้เราไปถึงจุดสูงสุดของการร่วมรักได้ คือคนที่เรารัก ----

งั้นหรือ ? Randy หัวเราะกับตัวเองเงียบๆ

มันวิเศษขนาดนั้นเลยสินะ ความรักเนี่ย......


ถึงจะมีความสุขแต่ก็รู้สึกล้า สายฝนด้านนอกหนาวจับใจ Randy เดินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง ก้าวขายาวๆออกจากลิฟท์ ห้องของเขาอยู่ทางซีกซ้ายเกือบติดด้านในสุด เสียงผิวปากเป็นเมโลดี้เพลง We Belong Together ดังสะท้อนแนวทางเดินที่ถูกส่องด้วยแสงเหลืองนวลของหลอดไฟสีเงาจันทร์

ผ่านต้นไม้ประดับ

ผ่านมุมอับจากล็อบบี้ย่อย หน้าชั้น 11

ก่อนจะเห็น...ที่หน้าห้องของเขา


ชายหนุ่มผมหยักศก ผิวขาว กับเสื้อเชิ้ตสีดำ เข้ากันได้ดีกับกางเกงยีนส์สไตล์อาร์ติสท์ขายาว กับใครอีกคนที่แสนคุ้นตา แลกจูบกันอย่างดูดดื่ม

" JOHN!! "

ทันทีที่ทั้งคู่ผละริมฝีปากออกจากกัน Randy ตะโกนเรียกสุดเสียง เรียกให้สองคนนั้นหันมา ที่แท้ก็รุ่นพี่ Chris Jericho ประธานชมรมอเมริกันฟุตบอล ดาวเด่นประจำมหาวิทยาลัยนี่เอง

"สวัสดีครับรุ่นพี่ ดึกดื่นไม่กลับบ้านนะครับ" Randy แดกดันทัก เรียกความมึนงงให้กับ Chris ไม่น้อย

"อ..อ้อ กำลังจะกลับน่ะ งั้นชั้นกลับเลยแล้วกันนะ... Bye John! "

.
.
.

"เมื่อกี้ชั้นเห็นนะ John " ลับหลัง Chris ที่เพิ่งลากลับไป Randy กระแทกปิดประตูห้องดังโครม ก่อนจะลงกลอนประตูคล้ายว่าบ้านนี้ไม่รับแขกอีกแล้ว เขาหันมากัดฟันพูดหน้าแดงก่ำ น้ำเสียงลอดไรฟันฟังดูชวนสยองดีแท้

"เห็นอะไร ? เป็นบ้าอะไรวะนายเนี่ย" รายนี้ไม่ใส่ใจแยแส ไม่รู้ว่าเพื่อนเกิดเมายาบ้าอะไรขึ้นมากระทันหันหรือเปล่า John วุ่นวายอยู่กับการจัดหาผ้าเช็ดตัวให้ Randy ต่อไป

"ก็ไอ้รุ่นพี่ขี้เก๊กนั่นกับนายยืนจูบกันหน้าห้องเนี่ย ! ชั้นเห็นนะว้อย"

"แล้วผิดตรงไหนวะ ชั้นจะมีแฟนมั่งไม่ได้หรือไง ?"

"ไม่ได้ !!! ชั้นไม่ชอบ !!! "

ท่าทีของ Randy ทำเอาคิ้วสีอ่อนของ John ขมวดติดกัน Randy มองสำรวจผิวขาวใสบอบบางของคนที่เป็นเพื่อนรัก ตรวจดูว่าไอ้รุ่นพี่ขี้เก๊กที่เขาเรียกสร้างความบอบช้ำอะไรให้ John หรือเปล่า

"ไม่ต้องไปยุ่งกับมันอีกนะ"

"เรื่องอะไรของนายล่ะวะ"

"ก็นายเป็นของชั้นนี่ !! "

"ฮ..ฮ๊ะ ?"

---- คู่นอนที่ทำให้เราไปถึงจุดสูงสุดของการร่วมรักได้ คือคนที่เรารัก ----

"ไม่มีใครเหมือนนาย Simona ก็ไม่เหมือนนาย......ชั้นรักนายนะ John "

"ฮ..ฮ่ะๆ....ฮ่ะๆๆ ก็ใช่ ก็เราเป็นเพื่อนรักกัน" นัยน์ตากลมสีฟ้าหลุบต่ำ เขาไม่แน่ใจอีกครั้งในบรรยากาศที่ก่อตัวขึ้นระหว่างคนสองคนในขณะนี้

"ไม่ใช่ เราไม่ใช่เพื่อนกันหรอก John บอกชั้นสิว่านายก็รักชั้น" มือใหญ่กระหวัดเข้าโอบกอด ก่อนที่รสจูบที่เหมือนแต่ก็แตกต่างจากวันก่อนๆเข้าสัมผัส


I didn't mean it
When I said I didn't love you, so
I should have held on tight
I never shoulda let you go
I didn't know nothing
I was stupid, I was foolish
I was lying to myself
I could not fathom that I would ever
Be without your love
Never imagined I'd be
Sitting here beside myself
Cause I didn't know you
Cause I didn't know me
But I thought I knew everything
I never felt


John กุมมือ Randy ไว้หลวมๆ เขาไม่ได้ปฏิเสธสัมผัสนั้นเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างนี้ดำเนินไปด้วยความรู้สึกที่ทั้งสองต่างรู้สึก...และอาจจะรู้สึกมาแล้วนานแสนนาน

จูบที่ปลายคาง... จูบที่เปลือกตา... จูบที่ฝ่ามือ... ลูบศีรษะ...

จุดมุ่งหมายไม่ได้อยู่ตรงจุดนั้นที่ปลายทางแห่งการร่วมรัก แต่อยู่ที่การอยู่ใกล้ชิดกันอย่างนี้จนราตรีสิ้นสุดลง

ถ้าความรักมันดีอย่างนี้ ทำไมถึงเพิ่งจะรู้สึกได้กันนะ ?
โชคดีเหลือเกินที่ยังไม่สายเกินไป


The feeling that I'm feeling
Now that I don't hear your voice
Or have your touch and kiss your lips
Cause I don't have a choice
Oh, what I wouldn't give
To have you lying by my side
Right here, cause baby

When you left I lost a part of me
It's still so hard to believe
Come back baby, please

Cause We belong together


"เราเป็นของกันมานานแล้ว...นายรู้มั้ย........."



------------------------------- F I N -------------------------------

 

 
 


(C) 2005 DESTINY BY TONG

 
Hosted by www.Geocities.ws

1