Untouchable Affair

-- Chapter XXXVIII --

Angst Fiction by Tonga Hardcore
??? / John Cena

------------------------------------------------------------------------------

- Here By Me -

Randy Orton :

ผมฆ่าเขา ฆ่าคนที่รักผม

ผมทำร้ายเขา ผมบีบคั้นให้เขาตาย

ผมฆ่าเขา ฆ่าคนที่...ผมรัก

..........................................................
.....................................................................................

ตลอดเวลาที่ผมกลับมาอยู่บ้านที่ St.Louis พ่อบอกผมเสมอว่า บางทีการที่เราได้ทำอะไรพลาดไปเพียงครั้ง มันก็อาจจะทำให้เราต้องทนทุกข์ไปตลอดชีวิต แต่การที่ยอมทนทุกข์อยู่กับความผิดพลาดเพียงครั้ง เปลี่ยนให้มันเป็นสิ่งที่เราจะระลึกถึงไปตลอดชีวิต เพื่อเริ่มก้าวเดินต่อไปอย่างเข้มแข็งขึ้นไม่ดีกว่าหรือ?

ผมรู้ดีว่าทุกสิ่งที่พ่อบอกกับผม สอนผมมาตั้งแต่ผมยังเด็ก ท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็นแค่การปลอบใจตัวเองเท่านั้น มันไม่เคยช่วยให้คนอย่างผมเข้มแข็งขึ้น หรือแม้แต่จะดีขึ้นสักเท่าไหร่เลย พ่อบอกว่า "มันผ่านไปแล้วลูก" "เราเอากลับมาไม่ได้" "เราแก้ไขอะไรไม่ได้" ก็จริงอยู่ แต่พ่อรู้มั้ย ที่มันเจ็บปวดที่สุดสำหรับผมก็คือ การที่ผมไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ เอากลับมาไม่ได้นี่แหละ

ผมยังไม่เคยได้บอก John เลย ผมลืมที่จะบอกเขาว่า 'ผมรักเขา' มากแค่ไหน คำว่ารักที่ออกมาจากใจของผม คำที่ John คนเดียวเท่านั้นที่สมควรจะได้รับมัน

"หล่อมากเลย Randy"

ผมมองพ่อที่มอบรอยยิ้ม ผ่านภาพสะท้อนของกระจกเงาบานใหญ่ ในขณะที่มือกำลังจัดระเบียบเน็คไทสีดำ ผมไม่คิดว่าตัวเองจะหล่อได้เลยในวันนี้ วันที่ผมต้องใส่สูทสีดำทั้งชุดกับเสื้อเชิ้ตสีขาว วันที่ตาของผมเลื่อนลอย ขอบตาบวมช้ำ หมดอาลัยตายอยากกับชีวิต "ผมไม่อยากรู้หรอกพ่อ ว่าหล่อหรือเปล่า"

"โอ่ นี่ใช่ลูกหรือเปล่านี่? Randy Orton เนี่ยนะ จะไม่ใส่ใจว่าตัวเองจะหล่อหรือยัง" พ่อเหน็บแกมหัวเราะ

"นี่คงไม่ใช่ผมมั้งพ่อ ตัวผมจริงๆ คงตายตาม John ไปแล้ว"

ผมได้ยินเสียงพ่อถอนหายใจยาวเหยียด ร่างท้วมนั้นสวมใส่เสื้อผ้าเหมือนผมไม่มีผิดเพี้ยน ดูเผินๆแล้วราวกับแฝดคนละฝา ใช่ ผมขอให้พ่อไป Massachusette กับผมด้วย "Randy ฟังพ่อนะ ลูกจะอยู่ในสภาพนี้ไปตลอดชีวิตไม่ได้ ลูกยังหนุ่มแน่น ยังมีชีวิตอีกยาวไกล ทำใจซะเถอะลูก John เค้าไปดีแล้ว"

"ไปดีแล้ว ไปดีแล้ว ไปดีแล้ว ไปดีแล้ว! ไปดีแล้วงั้นเหรอ!?! เลิกพูดคำนี้ซะทีเหอะ ผมเบื่อ!!!"

"โอ้ไม่ Randy..."

พ่อกอดผม ผมที่กำลังเริ่มต้นที่จะร้องไห้อย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง "ไม่เห็นว่าความตายมันจะดีตรงไหน" ผมรำพันในขณะที่ฝ่ามือขยุ้มเสื้อสูทของพ่อจนเกือบยับย่น

จำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ผมเสียน้ำตาให้กับการที่ไม่มี John อยู่ด้วย ผมแค่เหงา ผมอยากให้เขากอดผม อยากให้เขาจูบ ผมอยากได้เขายิ่งกว่าใคร แต่ตอนนี้มันต่างกันโดยสิ้นเชิง บอกตามตรงว่าคิดอะไรไม่ออกนอกจากว่าผมรู้สึกผิดกับสิ่งที่ผมทำลงไปทุกอย่าง รู้สึกผิดกับทุกๆคน ผมร้องไห้ให้กับการที่ไม่มี John อยู่ เพราะผมรู้ว่าผมรักเขาและผมลืมบอกเขา โดยทิ้งให้เขาตายจากไปเพราะการที่ผมบอกเขาว่า ผมไม่เคยรักเขาเลย

ผมหลอกตัวเองมาโดยตลอด ผมเอาแต่คิดอยู่อย่างนั้นว่าคนอย่างผมไม่มีวันรักใคร ผมไม่ชอบการผูกมัด ผมไม่ชอบให้ใครมาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ การแสดงอาการทำนองนั้นล้วนแล้วแต่เป็นความงี่เง่าที่เกิดจากสิ่งไร้ตัวตนที่เรียกว่า ความรัก ซึ่งก็ไม่เคยเห็นว่ามันจะน่าพิสวาทด้วยตรงไหนสำหรับผม ผมเกลียดความรัก ผมรู้ตัวเองดี

แต่ทั้งที่รู้ตัวเองดี รู้ทั้งรู้ว่าการผูดมัด การหึงหวงทำตัวเป็นเจ้าของนั้นเกิดจากอะไร ทั้งที่รู้ตัวเสมอว่าผมเองนั้นรู้สึกโกรธเกรี้ยวทุกครั้งที่ John ไปทำสนิทสนมกับใคร ย้ำตลอดเวลาว่าเขาเป็นของผมคนเดียว แต่ทำไมคนโง่ๆ อย่างผมกลับไม่เคยรู้เลยว่า นี่ล่ะคือผมรัก John อย่างไม่มีข้อสงสัย

จะมีใครที่ดีกับผมเท่า John จะมีใครจริงใจ ยอมผมทุกอย่างเท่าเขาคนนั้นอีก ไม่มีใครรัก ไม่มีใครสงสาร ไม่มีใครยอมเอาตัวเองเข้าไปปกป้องคนเลวๆนี้อย่างเขา ทั้งที่ใครต่อใครก็รอคอย ทั้งที่เขาควรจะมีคนรักที่แสนดี แล้วก็น่าภาคภูมิใจยิ่งกว่าผมเป็นร้อยเป็นพันเท่า แต่เขาก็ไม่เคยทรยศผม เขารักษาสัญญาที่มีต่อผมทุกอย่าง มีแต่ผมเท่านั้น...ที่ไม่เคยเห็นถ้อยคำเหล่านั้นมีค่าเลย

ผมรักเขา ผมรู้อยู่แก่ใจ แต่ผมเลือก...ที่จะแกล้งลืมมัน

I hope you're doing fine out there without me
‘Cause I'm not doing so good without you
The things I thought you'd never know about me
Were the things I guess you always understood

ทำไมต้องให้รอจนเมื่อมันสายเกินไปแล้ว ถึงจะยอมรับ ทำไมโง่เง่าถึงขนาดนี้

"บอกผมทีครับพ่อ ว่ามันไม่จริง"

..........................................................
.....................................................................................

So how could I have been so blind for all these years?
Guess I only see the truth through all this fear,
And living without you…

ผมไม่กล้าพอที่จะเดินเข้าไปเผชิญหน้ากับสิ่งนั้น มันยังเร็วเกินไปไม่ใช่หรือ? นกเหล็กลำใหญ่ยักษ์กำลังเคลื่อนที่อยู่กลางท้องฟ้ากว้างใหญ่ ผมไม่เคยกลัวการเดินทางไกลๆ และรักที่จะไปในที่ที่แตกต่าง ผมไม่เคยร้องไห้บนนี้ ไม่เคยเบื่อหน่าย ทว่า...เวลานี้มันกลับตรงข้ามกับที่เคยเป็น พ่อจับมือผมไว้ บอกให้ผมเข้มแข็ง ขอบคุณพระเจ้าที่อย่างน้อยก็ให้ผมมีพ่ออยู่ข้างๆ แม้จะอยากสาปแช่งพระองค์ที่พราก John ไปจากชีวิตผม

หรือจะผิดที่กล่าวโทษพระเจ้า
...ไม่มีใครพราก John ไปจากผมได้ แต่กลับเป็นผมเองที่ผลักไสไล่ส่งเขา

มันคงจะกลายเป็นตราบาปกับจิตใจผมกว่าเศษสามส่วนสี่ในชีวิตเป็นแน่ ถนนสายนี้ อนาคตของผมคงต้องมืดหม่น ไร้แสงสว่างอย่างที่เคยเป็น

And everything I have in this world
And all that I'll ever be
It could all fall down around me.
Just as long as I have you,
Right here by me.

..........................................................
.....................................................................................

บริเวณสุสานในยามเช้าตรู่ ลมเย็นชื้นพัดผ่านยิ่งทำให้บรรยากาศหม่นหมองนี้ดูมืดมนยิ่งขึ้นไป ผมชักฝีเท้ากลับเมื่อเห็นกลุ่มคนในเสื้อผ้าสีดำสนิทยืนอยู่ไม่มากมายนักใกล้กับหลุมศพหลุมหนึ่ง พ่อที่เดินนำไปแล้วหันกลับมาที่ผมก่อนจะถอนหายใจ น้ำเสียงอาทรณ์จากพ่อเกือบทำให้ผมร้องไห้ "มาเร็ว ลูกทำได้"

เสียงของพ่อแม้จะไม่ดังนัก แต่ท่ามกลางความเงียบรอบข้าง เสียงนั้นเรียกให้คนอื่นๆหันมามองที่ผม Jericho ที่มาคนเดียว ขอบตาเขาช้ำไม่แพ้ผม Benoit มาพร้อม Nancy ในอ้อมแขนของเขาหอบช่อดอกทิวลิปสีขาวสะอาดไว้ Dave ยืนก้มหน้านิ่ง ผมไม่เห็นแววตาที่ถูกซ่อนอยู่ใต้แว่นตาสีชานั้นได้... ส่วน Guerrero ซึ่งดูเหมือนจะมาพร้อมศรีภรรยา อาการไม่สู้ดีนัก เขากอดกรอบรูปที่มีริบบิ้นสีขาวคาดนั้นไว้

ผมกลัวที่จะสู้หน้าพวกเขา รวมถึงครอบครัวของ John ไม่รู้ว่าทำไมความรู้สึกผิดจึงได้ถ่าโถมใส่ผมไม่รู้จักหยุดหย่อน ผมเดินตามแรงจูงของพ่อเข้าไปภายในบริเวณสุสาน ผมคงจะมาไม่ทันพิธีที่โบสถ์สินะ

I can't take another day without you
‘Cause baby, I could never make it on my own
I've been waiting so long, just to hold you
And to be back in your arms where I belong

Bob พ่อของผม กำลังเข้าไปแสดงความเสียใจกับพ่อของ John ส่วนผมไม่มีความกล้าหาญถึงขั้นนั้น ผมหลบเข้ามาหาคนรู้จักเงียบๆ "ชั้นมาสายสินะ" ผมกระซิบเสียงพร่า เมื่อก้าวเข้ามายืนข้างๆ Jericho

"ชั้นด้วย เราทุกคนมาไม่ทันพิธีที่โบสถ์ ยังไม่ได้เห็นหน้า John เลย แต่เขาต้องสวยมากแน่ๆ" น้ำเสียงสั่นของ Jericho ทำให้ผมมั่นใจว่าเขาเองก็เพิ่งร้องไห้มาหมาดๆ ผมอยากจะคุยกับเขาต่อ อยากจะบอกเขาว่าผมขอโทษ แต่บทสนทนาระหว่างผมกับ Jericho ก็ต้องหยุดลงเมื่อเด็กหนุ่มวัยรุ่นในชุดสูทสีดำส่งดอกกุหลาบให้ พิธีอำลากำลังจะเริ่ม ส่วนตัวผมอยากจะอำลาไปไกลๆจากงานนี้

ชายวัยกลางคนยกมือขึ้นขยับกรอบแว่นของเขา ไม่มีแม้แต่น้ำตาและรอยยิ้ม เขาวางดอกกุหลาบลงบนหลุมศพ "พ่อรักลูกนะ John ถึงมันจะต้องกลายเป็นแบบนี้ พ่อก็รักลูกนะ" ดอกกุหลาบถูกวางซ้อนลงไปทีละดอก สิ่งที่คนอื่นๆในครอบครัวของ John ต้องการจะบอกคงถูกกลืนหายไปในลำคอหมด บรรยากาศเงียบงัน ผมได้ยินเพียงเสียงลมหวีดราวกับเสียงเพลงไว้อาลัยอันแสนเศร้า

"อย่าลืมยิ้มหวานๆ คิดถึงชั้นด้วยนะ John" ดอกกุหลาบของ Jericho ถูกวางลงเป็นดอกแรกของพวกเราเหล่า...เพื่อนร่วมงาน

"หลับให้สบายนะ" กุหลาบของ Benoit เป็นดอกที่สอง เขาวางมันลงและแตะมือไว้อย่างนั้น...นานครู่ใหญ่ ราวกับเขาอยากจะสัมผัส John ได้อีกครั้ง

"ขอโทษนะจ๊ะ แล้วก็ขอบคุณด้วย" ดอกไม้ของ Nancy ถูกวางลง หล่อนกล่าวด้วยรอยยิ้มนางฟ้า ก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

"เราจะจดจำคุณค่ะ" Mrs.Guerrero ไม่กล่าวอะไรไปมากกว่านั้น หล่อนหันไปพยักหน้าให้ Guerrero เป็นเชิงบอกว่าถึงตาเขาแล้ว และหลังจากนั้นผมไม่เห็นปฏิกิริยาของเขา เพราะเป็นผมที่ก้มหน้ามองพื้น ผมไม่อยากเห็นบรรยากาศแบบนี้อีกแล้ว เสียงรอบกายเงียบงันลงไปอีกเหมือนแม้แต่ลมก็หยุดพัด กดดันผมอย่างรุนแรง

"...ชั้นรักนาย..."

ผมเงยหน้าขึ้น ทันเห็น Guerrero จูบที่ดอกกุหลาบเบาๆ ก่อนจะวางมันลงไปบนหลุมศพ Mrs.Guerrero กระตุกยิ้มเศร้าๆกับตัวเอง

Dave ที่ยืนนิ่งอยู่นานด้านหลังทุกคนก้าวเข้ามาใกล้หลุมศพ ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ผมพอสัมผัสได้ว่าเขาทรมานมากแค่ไหน เขาวางดอกกุหลาบลง

"ชั้นสบายดี แต่...คิดถึงนายมาก"

อยากรู้ว่าตอนนี้ John จะกำลังทำหน้าอย่างไรอยู่ เขาอาจจะเศร้าเสียใจ หรือกำลังยิ้มอย่างเป็นสุขกันแน่ ผมกลัวเหลือเกินว่าเขาจะจากไปทั้งที่ยังโกรธและเกลียดผม ไม่อยากให้มันเลวร้ายถึงขั้นนั้น --- คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จนรู้สึกตัวอีกทีก็ถูกพ่อดันจนมายืนอยู่หน้าหลุมศพเรียบร้อยแล้ว ผมไม่รู้จริงๆว่าอยากพูดอะไร ผมอ้ำอึ้งอยู่ครู่ใหญ่

"ชั้น...ชั้นนึกไม่ออกว่าจะพูดอะไร" ผมกัดริมฝีปากตัวเองแน่น "มันหายไปพร้อมๆกับนาย...John"

Sorry I can't always find the words to say
But everything I've ever known gets swept away
Inside of your love…

And everything I have in this world
And all that I'll ever be
It could all fall down around me.
Just as long as I have you,
Right here by me.

ทุกคนกำลังจะแยกย้ายกันกลับหลังจากจบพิธี ก่อนจะกลับผมเลือกเดินเข้าไปหา Guerrero ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดลใจ ผมรู้แต่ผมต้องทำ "เดี๋ยว Guerrero!" เขาค่อยๆชลอฝีเท้าลง ก่อนจะหมุนตัวหันกลับมาทางผม "ชั้นขอโทษ"

สมองของผมไม่ทันประมวลได้ว่าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น มันเร็วมากจนมองไม่ทัน รู้สึกถึงความเจ็บปร่าที่ริมฝีปาก และรสคาวของของเหลวไหลซึมภายในปาก ผมลงไปนั่งกองอยู่กับพื้นหญ้า Guerreo กำหมัดแน่นพลางมองมาที่ผม ทุกคนที่เหมือนว่าจะแยกย้ายกันไปแล้วกรูเข้ามาห้ามปรามสงครามนี้ไว้

แต่ผมกับ Guerrero รู้ดีว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ไม่ใช่การวิวาท

"ชั้นว่าคำนั้นนายควรจะบอกกับ John ในพิธีอำลาซะมากกว่า" Guerrero ว่า "ชั้นทั้งโกรธ ทั้งเกลียดนาย จนเหนื่อยที่จะรู้สึกอะไรแล้ว Orton เราทุกคนก็ผิดด้วยกันทั้งนั้น ที่สำคัญ John เค้าไม่อยากให้ชั้นเกลียดนาย"

"แต่ชั้น..."

"ถ้าจะบอกว่านายเป็นคนทำร้าย John ล่ะก็...นี่ไง เหตุผลที่ชั้นชกหน้านายเมื่อกี้" Guerreo ถอนหายใจยาวเหยียด แม้ว่าเขาจะพูดจาเหมือนปลงตก แต่สีหน้าของเขากลับเป็นอีกอย่าง เขาเงยหน้าขึ้นมองทุกคนที่ยืนล้อมพร้อมหน้ากันอยู่ ก่อนจะกลืนน้ำลายอึกใหญ่ "ผมตัดสินใจแล้ว ผมจะเลิกเล่นมวยปล้ำ"

"ว่าไงนะ Eddie?" Benoit ย้ำคำอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ผมเองก็เหมือนกัน ไม่มีใครคิดว่าคนที่คลุกคลีอยู่ในวงการมวยปล้ำมาเกือบ 20 ปีจะพูดอย่างนี้ แม้แต่ภรรยาของ Guerrero เองก็อึ้งไปเหมือนกัน "นายไม่จำเป็นต้องทำขนาดนั้นนี่"

"ชั้นแน่ใจแล้ว Chris"

"แล้วความฝันของนายล่ะ! ความฝันของ John!?"

"ชั้นไม่เหลืออะไรแล้ว Chris! ชั้นหมดกำลังใจในวงการนี้แล้ว ชั้นไม่อยากเห็นสังเวียน ไม่อยากเห็น Titantron ไม่อยากเห็นอัฒจรรย์ ไม่อยากเห็นคนดู ชั้นไม่อยากนึกถึงวันเวลาเก่าๆนั่นอีกแล้ว เข้าใจมั้ย!!" กำแพงที่ Guerrero สร้างขึ้นป้องกันตัวเอง ความเข้มแข็งที่แสร้งทำมาพังทลายลงแล้ว

"E..Eddie คุณไม่จำเป็นต้องทำขนาดนั้นนะครับ" คุณพ่อของ John เอื้อมมือแตะที่ไหล่ของ Guerrero สีหน้าของชายวัยกลางคนดูซีดเซียว

"ผมตัดสินใจแล้วครับ"

****** ผลั๊วะ!! ******

"ทำมาเป็นสอนชั้น ตัวเองที่แท้ก็ขี้ขลาด สุดท้ายนายเองก็ต้องเป็นไอ้ขี้แพ้อย่างนี้อยู่วันยังค่ำ!"

เรียงกรีดร้องหลายเสียงดังขึ้น พร้อมกับที่ Guerrero เซไปสองสามก้าว ก่อนจะเสียทรงตัวทรุดของกองกับพื้นด้วยแรงหมัดของผม สิ่งที่เขากำลังจะทำทำให้ผมมีน้ำโห Jericho กับ Benoit เข้ามาหิ้วปีกรั้งผมที่กำลังจะเข้าไปกระทืบ Guerreo ซ้ำ "นายมันขี้แพ้! และจะไม่มีวันชนะอะไรได้เลย!! ไปตายแทน John ซะไป อย่างน้อย John ก็ยังมีความฝัน และเค้าจะไม่หยุดมันง่ายๆอย่างนี้แน่!!"

แม่ของ John ตกใจถึงกับทรุด จน Dave เข้าไปประคองเอาไว้ ตาผมพร่ามัวไป ไม่รู้ว่าเพราะความโกรธหรือเพราะน้ำตากันแน่ ประสาทหูราวกับชา ได้ยินเพียงเสียงของคุณพ่อ John ดังอู้ๆอยู่ใกล้ๆ "ไปกันใหญ่แล้ว"

"แล้วนายดีกว่าชั้นเท่าไหร่กัน Orton นายนั่นแหละขี้ขลาด ไม่กล้ายอมรับสิ่งที่ตัวเองทำ ไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับ John!"

"ก็ไม่รักไง ก็บอกไปแล้วว่าไม่รัก จะเอาอะไรกับชั้นอีก!!"

"ไม่รักงั้นเหรอ!?! ที่พูดมาน่ะจริงแล้วหรือไง? ถ้าเก่งนักก็พูดออกมาสิว่านายรัก John น่ะ! ไอ้นรกเอ้ย"

Jericho กับ Benoit พยายามห้ามผม ในขณะที่พี่ชายกับน้องๆของ John เข้าไปรั้ง Guerrero ไว้ สิ่งที่เขาพูดเสียดแทงใจผมไม่น้อย ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงไม่กล้าพูดในสิ่งที่คิด ผมกลับที่จะเปิดเผยว่าตนเองมีความรัก ผมกลัวในสิ่งที่งี่เง่าเหลือเกิน ผมเองสินะที่ขี้ขลาดที่สุดในที่นี้

"เฮ้ย Batista! พูดอะไรหน่อยดิ๊ จะรอให้มันฆ่ากันตายก่อนหรือยังไง?" Jericho ตะโกนลั่น ส่วน Dave ที่ยืนพยุงร่างเล็กของคุณแม่อยู่ไกลๆ ก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดอะไรซักคำ "เฮ้ย ไอ้ Dave!!"

"ปล่อยมัน ถ้าอยากฆ่ากันให้ตายก็เอาเลย ถ้ามันทำให้ John หัวเราะได้ล่ะก็ ชั้นก็อยากเห็นพวกนายฆ่ากันตายเหมือนกัน" นั่นคือประโยคแรกที่ Dave พูดตั้งแต่มาที่นี่ หากไม่นับคำพูดในพิธีไว้อาลัย แม้เขาจะไม่ตะเบ็งเสียงด่าหรือเข้ามาห้าม แต่ก็ทำให้ทั้งผมและ Guerrero สงบลงได้ครู่หนึ่ง

"อีกคนก็งี่เง่า อีกคนก็หมดหวัง นายคิดว่านายเจ็บแล้วใช่มั้ย ไม่สู้แล้วเพราะเรื่องแค่นี้ใช่มั้ย ถ้าคิดอย่างงั้นก็กอดคอกันลงนรกไปซะ ชั้นไม่เคยข้องเกี่ยวอะไรกับสิ่งที่พวกนายช่วยกันสร้าง ช่วยกันทำลายหรอก ชั้นมันมาทีหลัง ชั้นมันไม่รู้อะไรเลย แต่ชั้นก็ต้องทนรับชะตากรรมเดียวกับพวกนาย ชั้นต้องทนทรมานแค่ไหนพวกนายไม่เข้าใจหรอก ชั้นไม่เคยอายที่บอกว่าชั้นรักเค้า และชั้นไม่คิดจะเลิกทำสิ่งที่กำลังทำอยู่ เพราะมันคือสิ่งที่ John รัก"

"พอแล้ว!! พอกันทีพ่อหนุ่ม!!! อย่าทำให้อะไรๆมันเลวร้ายไปยิ่งกว่านี้เลยนะ"

คุณพ่อของ John เข้ามาขวางพวกเราเอาไว้ ร่างนั้นค่อยๆคุกเข่าลงขอร้อง "ผมขอโทษ ขอโทษทุกคน แต่ผมทนให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปอีกไม่ได้แล้ว" Benoit ทนไม่ได้เข้าไปพยุงคุณพ่อไว้ บอกท่านว่าไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ แต่ท่านก็ยังยืนยันที่จะคุกเข่าอยู่อย่างนั้น ก่อนจะละล่ำละลักสิ่งที่ทำให้พวกเรารู้สึกเจ็บจี๊ดที่ขั้วหัวใจยิ่งกว่า
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

"John ยังอยู่ เขาแค่ป่วยหนักเท่านั้น..."

ไม่มีใครในที่นี้ไม่เสียความรู้สึกสักคนที่เหมือนโดนแหกตา ตัวผมเองก็ยังไม่ปักใจเชื่อสิ่งนั้นจนกว่าจะได้พบ John ซึ่งพ่อของเขาอ้างว่า John แค่มีปัญหาทางจิตหลังจากผ่านวินาทีเฉียดตาย เขาพยายามฆ่าตัวตายจริง แต่เหมือนว่ามันยังไม่ถึงเวลานั้น เขาไม่พูดกับใคร เขาไม่ยิ้ม บางครั้งแค่นั่งนิ่งๆก็น้ำตาไหลอาบแก้ม และไม่ทานอาหาร

ผมไม่อยากจะเชื่อสิ่งนั้น ผมเสียความรู้สึกมาก ทุกคนก็เป็นเหมือนกัน

แต่ถึงแม้มันจะเจ็บปวดอยู่ซักหน่อยกับเรื่องโกหกบ้าๆบอๆของครอบครัว Cena ที่ไม่รู้จะพยายามทำไปเพื่ออะไร แต่เมื่อความจริงก็คือความจริงวันยังค่ำ พรุ่งนี้...ก็อาจจะยังไม่สายเกินไป

As the days grow long I see
That time is standing still for me
When you're not here

Sorry I can't always find the words to say
Everything I've ever known gets swept away
Inside of your love

And everything I have in this world
And all that I'll ever be
It could all fall down around me.
Just as long as I have you,
Right here by me.

 

To be Continued...

 

 
 


(C) 2004 DESTINY BY TONG

 
Hosted by www.Geocities.ws

1