Untouchable Affair-- Chapter XXXV --
Angst Fiction by Tonga Hardcore ------------------------------------------------------------------------------ - Rest In Pieces - Dave Batista : กี่วันมาแล้วที่ผมไม่สามารถติดต่อเขาได้... กี่คืนที่ไม่ได้เห็นหน้า ไม่ได้ยินแม้แต่เสียง... ผมไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน เป็นอย่างไรบ้าง แต่เหล่านี้คงไม่ทรมานเท่าการที่ผมไม่เคยรู้เลยว่าผมทำผิดอะไร... ผมไม่เคยเข้าใจข้อความสุดท้ายที่เขาทิ้งไว้ให้ผม ...John...ถ้านายไม่อยากทำร้ายชั้น แล้วทำอย่างนี้เพื่ออะไร? ชั้นไม่เข้าใจนายเลย... .......................................................................... นั่งกำโทรศัพท์มือถือแน่นจนมือชุ่มเหงื่อมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่มืด จนตอนนี้ดาวเกลื่อนฟ้า ผมก็ยังคงจ้องหน้าจอเดิมอยู่ ผมเครียด...และไม่รู้ว่าจะปรึกษาใคร ไม่คิดว่าใครจะช่วยผมได้นอกจากเจ้าของเบอร์โทร.นี้ บางทีเขาอาจจะรู้อะไรบ้างก็ได้ ...ผมตัดสินใจแล้วว่าควรจะหยุดทิฐิ กังวลเรื่องศักดิ์ศรีบ้าบอที่ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นในเวลาคับขัน ลองสงบศึก แล้วทำอะไรซักอย่างเสียที ตรู๊ดดดดดดดด.......ตรู๊ดดดดดดดดด......ตรู๊ดดดดดดดดดดดดดดด "...............ฮัลโหล!" เสียงเดิมที่ตะโกนแข่งกับเสียงเพลงดังกระหึ่ม ท่ามกลางบรรยากาศแสนคุ้น มันยังคงเหมือนเดิม เสียงจ่อกแจ่กจอแจ พูดคุยกันระงมหู พร้อมเสียงดนตรีจังหวะหนักแน่นดังแทรกเข้ามาในหู ผมได้ยินอย่างชัดเจน แต่ปลายสายนี่สิที่เป็นฝ่ายฟังไม่ได้ศัพท์เสียเอง "หวัดดี Randy นี่ชั้นเอง" "ห๊า! ใครนะครับ!" แบบนี้เล่นเอาผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ รับประกันว่าถ้าไอ้บ้านั่นอยู่ใกล้ๆ ผมคงกระชากคอเสื้อแสนแพงของมัน ลากคอมาตะโกนกรอกหูได้แน่ๆ "ชั้นเอง Dave" ผมเปล่งเสียงให้ดังขึ้น คงพอจะทำให้เขาฟังถนัดขึ้นได้ "Dave...?................มีเรื่องอะไร? สำคัญมากมั้ย เพราะตอนนี้ชั้นมีธุระ" คำพูดที่เขาถามกลับ กับเหตุผลที่พยายามจะบอกให้ผมวางสายนี่ฟังไม่ขึ้นเสียเลย ผมคงคิดผิดจริงๆที่เลือกโทรหามัน "ไม่รู้ว่ามันสำคัญสำหรับนายหรือเปล่า แต่มันสำคัญมากสำหรับชั้น ขอเหอะ...ช่วยหยุดไอ้ธุระปัญญาอ่อนของนายก่อนได้มั้ย Randy! ออกมาจากผับนั่นก่อน!" "ธุระของนายก็ปัญญาอ่อนสำหรับชั้นเหมือนกันว่ะ Dave" ถ้อยทียียวนกวนประสาท ทำเอาเส้นความอดทนของผมขาดผึง "งั้นถามจริงเหอะ John เคยสำคัญสำหรับนายบ้างมั้ย..." "J..John? John ทำไม?" "John หายไปไหนไม่รู้ จู่ๆก็ติดต่อเค้าไม่ได้! เบอร์มือถือก็ปิดไปแล้ว! ชั้น...ชั้นไม่รู้ว่า........" "ด..เดี๋ยว! Dave! Dave! ใจเย็นๆ!! ชั้นจะออกไปเดี๋ยวนี้" .......................................................................... ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผมกับเจ้า Randy จะมีวันกลับมาคุยกันดีๆได้อีก หลังจากที่เค้าก้าวเดินออกจาก Evolution แม้ว่าผมกับเขาจะเคยมีเรื่องบาดหมางกันรุนแรง แต่ผมก็มั่นใจว่าหมอนี่ยังคงนับถือผมเป็นพี่ชาย ในขณะที่เขานั่งขมวดคิ้วอยู่บนโซฟาที่บ้านผมใน Washinton DC เรื่องของหนึ่งคนสำคัญที่หายตัวไป ก็สามารถทำให้ศึกระหว่างผมกับ Randy สงบลงได้ ไม่ตลอดไปแต่อย่างน้อยก็ตอนนี้ "ชั้นคิดว่านายน่าจะรู้อะไรบ้าง แล้วอีกอย่าง...ชั้นไม่รู้จะเริ่มที่ไหน" ผมเริ่มพูด หลังจากปล่อยให้ Randy นั่งหน้าตาบอกบุญไม่รับอยู่พักหนึ่ง ความสนิทสนมระหว่างผมกับเขาดูพร่องไปเยอะ ไม่แน่ใจว่าเพราะเรื่องในกลุ่ม หรือเรื่อง John กันแน่ "..........................เหรอ.........แล้วทำไมนายคิดว่าชั้นจะรู้? ก็นายเป็นแฟนเค้านี่ นายยังไม่รู้แล้วชั้นจะรู้ได้ไง?" จู่ๆ ไอ้เด็กที่ผมเพิ่งจะนึกชมในความมีเหตุผลขึ้นของมันในใจไปเมื่อครู่ ก็กลับพูดค่อนแคะ Randy คว้าแก้วเบียร์ขึ้นกระดกรวดเดียวหมด พลางลอยหน้าลอยตาพูดประชดประชัน เล่นเอาผมหมันไส้ อยากเอาขวดเบียร์ฟาดหัวมันนัก "นี่แกเลิกทำเป็นเล่นซักทีได้มั้ย จะแฟนชั้นก็ John แฟนนายก็ John หรือจะแฟนใครก็คือ John คนเดียวกันทั้งนั้น" "J...John แล้วไง?" "เฮ้ย! ไอ้เวร Randy! ถ้าเหตุผลที่ทำให้แกถ่อมาหาชั้นถึงบ้าน คือการแค่อยากกวนประสาทชั้นล่ะก็...ไสหัวกลับนรกไปเลย!" น้ำเสียงผมจริงจังพอที่จะทำให้ไอ้แสบนี่สลดลงได้ สายตาของเขามองต่ำใช้ความคิด แม้ว่า Randy จะเป็นคนแบบนี้ แต่ผมไม่เชื่อว่าเขาจะลืม John แล้วจนหมด ส่วนลึกของเขาคงยังเป็นห่วง John อยู่บ้างไม่มากก็น้อย ...ไม่ว่า Randy หรือใครทั้งนั้น... "ชั้นจะไม่ขอร้องให้นายช่วยหรอกถ้านายไม่เต็มใจ แต่อยากให้นายรู้ไว้ซะว่า ตลอดเวลาที่ John อยู่กับชั้น ใจเค้ายังมีนายอยู่ตลอด เค้าไม่เคยลืมนายได้ ถ้านายไม่รักเค้าได้โปรดช่วยหยุดทำร้ายเค้าซักที ถือว่า[u]อดีต[/u]พี่ชายของนายขอร้องก็แล้วกัน" "...................................................." "ชั้นไม่ส่งนะ โชคดี!" "ด..เดี๋ยว Dave! ชั้น...ชั้นเจอ John ครั้งสุดท้ายเมื่ออาทิตย์ก่อน............" .......................................................................... เรื่องที่ Randy เพิ่งเล่าจบไปทำเอาผมต้องกุมขมับ พลางร้องโอยออกมาอย่างหมดปัญญา ผมไม่เข้าใจการกระทำของเจ้า Randy ผมไม่รู้ว่าสมองมันอัดแน่นไปด้วยอะไรเลยจริงๆ... ไม่รักงั้นเหรอ? ไม่รักก็ไม่รักสิ แต่จะบอกคำว่าไม่รักให้ฟังดูดีกว่านี้ได้มั้ย แค่ฟัง...ผมก็เจ็บแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้ John จะต้องทนเจ็บปวดขนาดไหน ผมเข้าใจมันดีว่าการที่เรารักคนที่เราไม่มีวันเป็นที่หนึ่งในหัวใจเขานั้น ผมเข้าใจมันพอๆกับ John นั่นล่ะ "ชั้นขอโทษ Dave..." เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินคำนี้จากปากเขา ถ้อยคำขอโทษที่บรรจงเปล่งออกมาเจือด้วยแววสำนึก ในเวลานี้ผมไม่รู้จะโทษว่าเป็นความผิดใคร เพราะผมเองก็มีส่วนผิด......สินะ.............. "ไม่รู้ว่านายจะขอโทษชั้นเรื่องไหน เพราะมันเยอะเหลือเกิน... แต่ช่างเหอะ! นายพอจะรู้มั้ยว่าจะติดต่อใครที่สนิทกับ John ได้อีกบ้าง?" "ก็ไม่ได้รู้จักใครใน Smackdown เลยนี่นา" Randy สบถ ก่อนจะทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ ภายในห้องเงียบสงัดราวกับบ้านร้าง เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม กลิ่นอายแห่งความสุข...ทั้งหมดจางหายไปจากบ้านหลังนี้ ตั้งแต่ John ได้จากไป "ชั้นว่ามีอยู่คน!" จู่ๆ Randy ก็พูดทำลายความเงียบขึ้น ด้วยใบหน้าจริงจังไม่แพ้ผม จนผมสะดุ้งตื่นจากความคิดร้อยแปดในหัว "Chris Jericho.............ชั้นติดต่อ Jericho ได้!" .......................................................................... Jericho เองก็อยู่ใน DC สมาชิก RAW ยังคงอยู่เที่ยวต่อหลังจบ Houseshow ในบ้านเกิดผมเมื่อวาน ระหว่างที่ผมกับ Randy กำลังบึ่งรถไปที่ที่พัก ด้วยรถของ Randy เอง ผมก็ได้ฟังเหตุผลแห่งการเลิกราระหว่าง Randy กับ John ...อันที่จริงจะเรียกว่าเลิกราก็ไม่ใช่ "ทำไมนายคิดว่า Jericho จะรู้?" "ชั้นไม่แน่ใจหรอกว่าเค้าจะรู้อะไรมั้ย แต่อย่างน้อย Jericho ต้องช่วยเราหาทางออกได้บ้างแหละ ตาคนนั้นเค้ารู้จักคนเยอะแยะถมไป" "..........คำตอบไม่เคลียร์" Randy หันมามองหน้าผมก่อนถอนหายใจยาวเหยียด "นายมันจอมคาดคั้นจริงๆเลย Dave..........ก็เพราะ..." เขาหันกลับไปมองทางด้านหน้า พลางเอื้อมมือข้างขวามาปิดเครื่องเสียงลง "คืนที่ชั้นกับ John ทะเลาะกัน John บอกว่าเค้ากับ Jericho เคยคบกัน" "อืม.....................งั้นเหรอ............" ทั้งผมทั้ง Randy เราต่างคนต่างเงียบเสียงลง บทสนทนาจบลงเพียงเท่านี้ ผมเบือนหน้ามองออกไปนอกกระจกข้างประตู ไอความเย็นจากภายนอกเกาะจนผืนแผ่นเรียบใสเกิดฝ้า ถ้าให้เปรียบมุมมองในสายตาผมมันก็คงเหมือนกัน ผมรู้สึกเหมือนคราวนั้น รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี รู้สึกเหมือนช่วงเวลาที่มองใบหน้าหมดอาลัยตายอยาก เหมือนนัยน์ตาสีฟ้าดวงกลมสุกใสที่จ้องจนสะท้อนภาพของผม แววตาที่มองมา ราวกับว่าจะไม่ได้มองอีกแล้ว ทำไมผมถึงดูไม่ออก......ทำไมสัมผัสไม่ได้ถึงความเศร้านั้นจากเขา...... ผมพลาดเสียแล้วกับรักครั้งนี้ ทั้งที่จะไม่มีการผูกมัด ไม่ยึดติด...แต่กว่าจะรู้ตัวอีกที ผมก็รักเขามากเกินไป รักจนขาดไม่ได้ รักจนไม่อยากจะเสียเขาไปเลยจริงๆ ...ผมคิดถึงเขา.........ยังคงต้องการเขาอยู่ตลอดเวลา........ บานประตูไม้มะเกลือผิวขัดมัน ที่กลางประตูนั้นติดไว้ด้วยป้ายเหล็กสลักหมายเลขห้องพัก #754 ทั้งผมทั้ง Randy ยืนจ้องมันนิ่งราวกับจะสามารถทำให้มันเปิดเองได้ ที่จริงผมไม่มีสิทธิ์คิดอยู่แล้ว... แต่ Randy คงกำลังชั่งใจว่าควรจะเคาะประตู หรือจะเอาการ์ดรูดเข้าไปเลยดี "ชั้นควรทำไงดี Dave" Randy ถามอย่างสับสน ถ้าเป็นเมื่อก่อน ตอนที่ทั้งเขา Chris Jericho และ Chris Benoit ยังสนิทกันอยู่ เจ้า Randy คงพุ่งตัวเข้าไปตามนิสัยไร้มารยาทส่วนตัว แต่ตอนนี้เราทุกคนเหมือนกับจะมองหน้ากันไม่ติด ผมแทบจะเดาอนาคตไม่ออกเลยจริงๆ ก้มมองนาฬิกาข้อมือ เข็มของมันชี้บอกเวลา 4 ทุ่ม 15 นาที ผมตอบเขาไปว่า "เคาะดีกว่า" Randy พยักหน้ารับ ก่อนจะเคาะประตู... รออยู่ไม่นานลูกบิดประตูก็ถูกหมุนคลายกลอนออก แต่ไม่ยักกะมีคนมาเปิดประตูรับ ผมแปลกใจ เลิกคิ้วมองหน้า Randy อย่าต้องการคำตอบ เขาแค่ยักไหล่อย่างเหนื่อยหน่าย แล้วตอบด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ "สองคนในห้องเคอร์ฟิวชั้นตั้งแต่ชั้นเริ่มจีบ Stacy Keibler" ...ไม่แปลกที่จะเป็นอย่างนั้น เพราะผมเองก็จำได้ว่าเคยประสาทเสียกับเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน... Randy ผลักประตูเข้าไป ก่อนจะเชิญให้ผมตามเข้าไปด้วย ไม่แปลกใจว่าทำไม Randy ถึงได้ออกเที่ยวกลางคืนตั้งแต่หัวค่ำ เมื่อผมสัมผัสได้กับบรรยากาศกดดันภายในห้องนี้ Chris Jericho ตวัดสายตาเย็นชามามอง Randy ก่อนถอนหายใจเสียงดังลั่นอย่างจงใจให้ได้ยิน ก่อนจะหันไปใส่ใจการกินมันฝรั่งทอด ควบคู่กับการดูรายการทีวีภาคค่ำต่ออย่างสบายอารมณ์ "หวัดดี Jericho" Randy ทัก แต่ได้รับแค่การพยักเพยิดหน้ารับทราบกลับมา อันที่จริง Jericho กับตัวผมเองก็ไม่ได้สนิทสนม หรือจะชอบหน้ากันนัก แต่ก่อนหวังจะให้เขาช่วยก็ได้ทักทายเขาเหมือนกัน "สวัสดี Jericho" "หวัดดี Batista! ลมอะไรหอบมาล่ะนี่!" สภาพนี้...ถ้าผมเป็นไอ้ Randy คงเอาหัวโขกฝาตาย "เอ่อ...เออใช่! Benoit ด้วย! Benoit!" ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบคำถามของ Y2J เจ้า Randy ก็ตะโกนขึ้นมาอย่างนึกขึ้นได้ ท่ามกลางบรรยากาศมาคุที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในห้อง ไอ้เด็กไฮเปอร์ตรงรี่เข้าไปกดปิดสวิชต์ทีวีที่ Jericho ดูอยู่ เล่นเอาเจ้าตัวอ้าปากค้าง "บ้าอะไรของแกวะ Randy!!" "Benoit! Benoit ล่ะ Jericho!?!" "อาบน้ำอยู่ไงโว้ย เปิดทีวีชั้นเดี๋ยวนี้ ก่อนที่หน้าหล่อๆของแกจะเกิดรอยขีดข่วน!" "เอะอะอะไรกัน? ชั้นอยู่นี่ Randy! มีอะไร เรียกซะลั่น" ทันทีที่ Randy กับ Jericho เริ่มต้นโวยวาย Chris Benoit ก็โผล่ออกมาจากห้องน้ำในภาพหัวเปียกกระเซิง เขาเองก็คงงงไม่แพ้ผมกับ Y2J นักหรอกในตอนนี้ Randy สงบลง พลางกรอกตาไปมา ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับลมหายใจที่ค่อยๆผ่อนออก "ชั้นว่าคืนนี้ เรา 4 คนมีเรื่องต้องคุยกันยาวเลยล่ะ" .......................................................................... ผมเพิ่งจะรู้ก็ตอนนี้เอง เรื่องราวมากมายของ John "ไม่อยากเชื่อว่านายจะเกี่ยวด้วยเลยนะ Benoit" Randy กระตุกยิ้มหยัน แววความไม่พอใจฉายในแววตาเขา "ถ้างั้น John ก็โกหกชั้น" "แต่ที่ John โกหก ก็คงจะพอทำให้นายรู้ว่าเค้ารักนายแค่ไหน เด็กคนนั้นเป็นจอมโกหก...มันก็อาจจะจริง แต่ชั้นรู้ว่าเค้าไม่เคยโกหกว่ารักใคร เด็กคนนี้...โกหกเพราะรัก......ชั้นรู้" ประโยคสุดท้ายของ Benoit แผ่วลงจนแทบไม่ได้ยิน ผิดปกติจน Jericho เห็นท่าไม่ดีต้องเอื้อมมือไปตบไหล่ให้กำลังใจ Benoit "เฮ้ๆ เป็นอะไรกันไปหมด เฮฮาหน่อยดีกว่าพรรคพวก!....อ่ะอ้าว ไหงมองชั้นกันหน้าเหี้ยมอย่างนั้นล่ะ ชั้นว่านะ ตอนนี้ไม่สำคัญหรอกว่าอดีตมันจะเลวร้ายยังไง ชั้นรู้ว่าเราทุกคนก็ต่างต้องเจออะไรร้ายๆมาพอกัน ชั้นเองก็รู้...รู้ดีว่าการที่ปล่อยเด็กน่ารักอย่างนั้นให้หลุดมือไปมันท้อขนาดไหน" Jericho เรียกให้ทุกคนหันกลับไปสนใจเขาอีกครั้ง "แต่ถึงท้อ......แต่ถึงจะท้อ..............ก็ไม่ได้หมายความว่าเราเสีย John ไปนี่หน่า ชั้นว่าเรามาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะไปตามหา John ได้ที่ไหน อีกไม่นานก็จะ WrestleMania แล้ว ชั้นไม่อยากให้ John พลาดโอกาสชิงแชมป์โลก" "พอเหอะ Jericho นายไม่ต้องพยายามตลกก็ได้ ชั้นรู้ว่านายก็เครียดพอกัน" "..................ก็ใช่ แล้วไง Dave! ชั้นเครียดก็จริง แกล้งทำตลกไปงั้นก็จริง แต่ชั้นก็ไม่เหมือนนายที่หมดหวัง ยอมแพ้ ตั้งแต่ยังไม่ได้แข่งนี่หว่า!" "ถ้านายไม่หุบปากมีเรื่องแน่ Y2J!" "ก็มันจริงนี่! ลืมตามองดูนะ Batista! มองดูความจริง อะไรที่ทำให้นายมาที่นี่ ใครที่นายกำลังห่วงว่าจะอยู่ที่ไหนตอนนี้! เหตุผลมันอยู่ในใจนายหมดแล้ว ชั้นนับถือที่นายพยายามตามหา John ถึงมันยากนายก็พยายาม แล้วทำไมถึงท้อทั้งที่มาได้ครึ่งทางแล้ว? นายมันโชคดี! สังวรณ์ไว้ด้วยว่านายมันโชคดีแค่ไหนที่อย่างน้อยก็เป็นคนสุดท้ายที่ John มาลา! เค้ารักนายเห็นมั้ยวะ!!" "............................................." "แกด้วยไอ้ Randy! นั่งหน้าโง่อะไรอยู่วะ? ตามใจ! ถ้านายถอย ชั้นจะตามเค้ากลับมาเอง! ให้มันรู้กันไปว่าไอ้คนโง่ที่กี่ชาติก็ลืมเด็กน่ารักนั่นไม่ได้ มันยังพยายามเพื่อเค้านั่นมากกว่าคนที่เค้ารักนักหนาซะอีก" คำพูดของ Jericho ที่แฝงไว้ด้วยความเจ็บปวด ผมเชื่อว่ามันเสียดแทงจิตใจของหลายๆคนในห้องนี้ หรืออาจจะเป็นทุกคน? ผมไม่รู้... "พอได้แล้ว Chris!" Benoit ปรามสงบสงคราม ทำให้ Jericho กระแทกกระทั้นนั่งลงกับที่ได้ "ชั้นพอจะนึกออกแล้วว่า ใครที่น่าจะรู้เรื่อง John มากกว่าพวกเราทุกคนในที่นี้" "ใคร?" "Eddie Guerrero เจ้านั่นช่วยเราได้แน่...ถ้ามันยอมช่วยอ่ะนะ" .......................................................................... ทั้ง Benoit, Jericho, Randy และผม เดินทางไปเพื่อพบ Guerrero ที่ Florida ผมภาวนาขอให้เที่ยวบินนี้ไปถึงที่หมายโดยเร็ว และเขายอมเปิดใจช่วยซักครั้ง คงจะมีแต่ Randy เท่านั้นล่ะมั้งที่ไม่อยากจะสู้หน้า Guerrero เลย "นี่ชั้นต้องไปด้วยเหรอ" ไอ้ตัวปัญหาพูดพลางเกาศีรษะ สีหน้าของเขาไม่ค่อยจะสู้ดีนัก แต่ก็ต้องหัวทิ่มเพราะแรงตบของ Jericho "ปัญหามันเกิดก็เพราะแกนั่นแหละ จะไม่ไปได้รึไงวะ รู้ว่าโง่ แต่จะพูดอะไรหัดพยายามคิดหน่อย ประสาท!" เมื่อไปถึงที่บ้านพักส่วนตัวของ Guerrero ที่แอบมาสร้างไว้เพื่ออยู่คนเดียวที่ Florida ซึ่งอันที่จริงรู้มาว่าเขาสร้างไว้เพื่ออยู่กับ John ผมสัมผัสได้ถึงความเงียบและมืดหม่นของบ้านหลังนี้ ไม่บอกคงไม่รู้ว่ามีคนอยู่ Guerrero ออกมาเปิดประตูรับพวกเรา แต่พอเห็นหน้า Randy เท่านั้นก็ปิดประตูไล่ทันที ทำให้ Benoit กับ Jericho ต้องช่วยกันดันประตูไว้ พลางพูดให้เขาใจเย็นลงก่อน น่าแปลกที่ตัวจริงของ Guerrero เป็นคนไม่ค่อยพูดพล่ามอะไรมากนัก ผมนึกว่าเขาจะเป็นคนตลก สนุกเฮฮามากกว่า เห็นหน้าซึมๆแบบนี้ไม่ค่อยเหมือน Guerrero ที่ฉลองชัยกับแฟนๆบนเวทีซักนิด Guerrero ยอมสงบลงเมื่อ Benoit ตะโกนบอกว่า "พวกเรามาเรื่อง John! เค้าหายตัวไป ติดต่อไม่ได้มาเกือบ 2 อาทิตย์แล้ว" สงครามยื้อประตูจึงหยุดลงได้ ผมเห็นในสายตาของ Guerrero ความรู้สึกของเขามันแรงพอที่จะทำให้คนรอบข้างรู้ได้ว่า เขารัก John แค่ไหน และยังคงรักอยู่จนถึงตอนนี้ แม้จะไม่ได้พูดออกมาก็ดูออก ก็สมควรอยู่...เท่าที่ผมเคยรู้จาก Randy บาดแผลในใจของ Guerrero คงจะลึกที่สุด แถมยังติดเชื้อเสียด้วย เมื่อพวกเราเข้ามานั่งภายในบ้าน ผมเริ่มต้นที่จะเล่าเรื่องเดิมอีกเป็นรอบที่ 3 จากนั้นก็เป็นทีของ Guerrero ที่จะเล่าเรื่องของเขาบ้าง พวกเราฟังอย่างตั้งใจ ผมเห็นเขาเล่าไปน้ำตาคลอไป ชวนให้ผมสลดตาม โดยเฉพาะ Randy เจ้านี่คงเป็นคนแรกที่น้ำตาร่วงตามติดมาเป็นรายที่สองต่อจาก Guerrero "Guerrero ชั้นขอโทษ" "ช่างเหอะ Orton ตอนนี้นายคงรู้แล้วว่าชั้นต้องเจ็บแค่ไหน ถ้านายรัก John จริงๆ" "เรื่องของนายสองคนไว้คุยกันเองแล้วกันนะ แต่ Eddie นายพอจะรู้มั้ยว่าสถานการณ์แบบนี้ John น่าจะไปที่ไหน?" เป็นอีกครั้งที่ Benoit เปิดประเด็นในเรื่องที่คนอื่นอาจจะลืมไปแล้วว่ากำลังทำอะไรอยู่... ตอนนี้คงไม่ใช่เวลาสะสางปัญหาคาใจเก่าๆสินะ Guerrero หยุดคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะตอบออกมาอย่างมั่นใจ "บ้านแน่ๆ เค้าต้องกลับบ้านพ่อแม่ที่ Massachusette" "งี้เราต้องแห่กันไป Massachusette อีกมั้ยเนี่ย" Jericho ว่าบ้าง ก่อนจะรีบกุลีกุจอควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋า เตรียมบุ๊คตั๋วเดินทางเต็มที่ "ไม่ต้อง ชั้นมีเบอร์ที่บ้านเค้า ไว้ลองโทรดู" การตัดสินใจมาหา Guerrero เป็นการตัดสินใจที่ไม่ผิดไปเลยจริงๆ .......................................................................... ผมเปิดสปีคเกอร์โฟน กดเบอร์ พลางรอสาย หลังจากที่นั่งเงียบมานาน รอสัญญาณไม่นานเท่าไหร่ก็มีคนรับ ที่ปลายสายเป็นเสียงของชายชรา ผมไม่แน่ใจ แต่พอรู้ว่าเขาเป็นพ่อของ John ซึ่งวัยน่าจะอยู่แค่กลางคน ผมก็พอจะสังหรณ์ใจไม่ดีได้ว่าน้ำเสียงเศร้า จนฟังดูแก่วัยนั้นเกิดจากอะไร "John ไม่อยู่หรอกพ่อหนุ่ม" คำตอบนั้น เรียกเสียงถอดถอนหายใจจากทุกคน "เอ่อ ไม่ทราบว่าคุณพ่อพอจะรู้มั้ยว่าเค้าไปไหน มือถือเค้าก็ติดต่อไม่ได้น่ะครับ" ที่ปลายสายเงียบลงไป จนผมต้องย้ำคำ "คุณพ่อครับ?" ".....................พ่อก็ไม่รู้........" "เอ่อ ครับ เท่านี้ล่ะครับ ขอโทษที่รบกวน" "เดี๋ยวพ่อหนุ่ม!" "ค..ครับ?" "..............................John ฆ่าตัวตายเมื่ออาทิตย์ก่อน เจ้าชายของพ่อไม่มีวันกลับมาแล้ว...เค้าไปแล้ว..." รอบกายเหมือนเงียบสงัด ขาผมสั่นจนต้องเอามือท้าวโต๊ะพยุงตัวเองไว้ ผมคิดอะไรไม่ออก สมองตึ้อตึงไปหมด...นี่ผมหูฝาดไปใช่มั้ย "ศพอยู่ที่โบสถ์ St.Anthony ถ้ายังไงก็มาเยี่ยมเค้านะ" คุณพ่อบอกเป็นประโยคสุดท้าย ก่อนจะวางหูไป "ไม่จริง!!! ชั้นไม่เชื่อ" "Eddie! ยอมรับความจริงซักที นี่ไม่ใช่ในฝันนะเว้ย เค้าไปแล้วนายเข้าใจมั้ย!" "ไม่!! เค้าสัญญากับชั้นแล้ว สัญญาแล้วว่าจะไม่ทำร้ายตัวเอง.................เค้าไม่เคยรักษาสัญญาเลย" เสียงที่ดังโหวกเหวกอยู่เบื้องหลัง ทำให้ผมอยากจะวิ่งหนีไปให้ไกลจากที่นี่ ผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าวันนี้จะมาถึงเร็วอย่างนี้ ไม่อยากเชื่อว่าการค้นหาจะสิ้นสุดลงอย่างน่าเศร้า John จากไปแล้ว จากไปโดยไม่มีโอกาสได้รู้ว่า ตัวเขานั้นมีค่ามากมายมหาศาลสำหรับคนอีกหลายคนมากแค่ไหน ภาพ Benoit กับ Guerrero กอดกันร้องไห้ กับ Jericho ที่นิ่งแข็งเป็นหิน ผมเหลือบสายตามองไปที่ Randy ที่ยืนนิ่งไม่พูดไม่จาอะไร ก่อนที่ผมจะได้เห็นน้ำตาของเขากลิ้งตกจากคลองตาลงสู่พื้น "ชั้นฆ่าเค้า" คนที่สวยงามคนนั้น จะรับรู้มั้ยว่าการจากไปของเขา พาเอาหัวใจที่แตกละเอียดเป็นเสี่ยงอีกกี่ดวงตามไปด้วย
To be Continued...
|
||
(C) 2004 DESTINY BY TONG |