Untouchable Affair

-- Chapter XXIX --

Angst Fiction by Tonga Hardcore
??? / John Cena

------------------------------------------------------------------------------

- Not Enough -

Eddie Guerrero :

ผมนอนหลับตาอยู่ภายในห้องที่เงียบสนิท นอกจากเสียงเครื่องปรับอากาศซึ่งยังคงดังเอื่อยเรื่อยไปอย่างนี้เสมอ

ค่ำคืนอันยาวนานของผมยังคงไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งโหดร้าย และเงียบเหงาวังเวง ทั้งที่คืนนี้กว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปตีสองกว่า แต่มันก็ไม่สามารถทำให้ผมรู้สึกว่าชั่วข้ามคืนมันสั้นลงไปได้... ตราบใดที่ผมยังคงคิดถึง ในเรื่องที่ผมอยากจะลืม

...มนุษย์เราหลงรักความหอมกรุ่นของรสกาแฟแสนขม มัวเมากับความสนุกสนานชั่ววูบที่รู้ว่ามันผิด และต้องแลกมาด้วยความทุกข์ตลอดชีวิตที่เหลือ...

ผมเองก็เป็นแค่มนุษย์คนหนึ่งซึ่งเลือกที่จะทรมานเท่าไรก็ได้ เพียงขอแค่ได้รัก โดยที่รู้อยู่แก่ใจเสมอว่ายิ่งผมไม่ลืมเท่าไหร่ ผมก็จะเจ็บมากขึ้นและยาวนานเท่านั้น แม้ความสุขที่มองเห็นเลือนลางจะผสมอยู่กับความทุกข์ใจอย่างแสนสาหัส แต่ผมรู้ตัวว่าถ้าผมเลือกจะลืม ความสุขน้อยนิดที่ผมหลงเหลืออยู่ มันจะไม่เหลืออีกเลย

อยู่ใกล้แค่นี้ สนิทสนมกันขนาดนี้ แต่จับต้องไม่ได้

ตราบใดเขาก็ยังเขาเป็นเขา จิตวิญญาณของเขา เราเอามาไม่ได้ ก็เลยต้องปล่อยมันไปตามโชคชะตา

พยายามอย่างไรก็นอนไม่หลับ ผมตัดสินใจลืมตาขึ้น ตอนนี้อยากได้ยานอนหลับซัก 2-3 เม็ดมากระแทกหัวให้หลับได้ จริงอยู่ที่อีกไม่นานก็เช้า แต่พรุ่งนี้เช้าก็ไม่ยังไม่ใช่เวลาทำงานอยู่ดี ที่ญี่ปุ่นไม่มีอะไรพอจะฉุดผมขึ้นจากหลุมที่ตัวเองขุดขึ้นแล้วฝังตัวลงไปได้เลย

ท่ามกลางความมืด ยังคงมีแสงสลัวที่ส่องลอดผืนผ้าม่านผืนใหญ่ที่หน้าต่างนั่น ใจกลางเมืองใหญ่ในวันเสาร์สุดสัปดาห์ หนุ่มสาวชาวอาทิตย์อุทัยยังเดินกันเกลื่อนไนท์บาร์ซ่า ผมเคยอยู่ที่ญี่ปุ่นนี่เมื่อนานมาแล้ว จนถึงตอนนี้ที่ได้กลับมาอีกครั้งอะไรๆ ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเท่าไหร่ ผิดตรงที่เมืองนี้เอาแต่เจริญขึ้นๆ อย่างฉุดไม่อยู่เลยทีเดียว

เมื่อม่านตาของผมขยายตัวปรับให้ชินกับความมืด ผมเบนหน้าไปทางขวาออกนอกหน้าต่าง เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่จะเช้า ผมเลือกนอนเตียงตัวริมสุดติดหน้าต่างก็เพราะผมนอนไม่ค่อยจะหลับ ถ้าเกิดอยากออกไปยืนนอกระเบียงดูทิวทัศน์ยาวค่ำคืนของโตเกียวแทน จะได้ไม่รบกวนรูมเมทที่คงกำลังนอนหลับกันอย่างสบายอกสบายใจ แต่พอเอาเข้าจริงก็ไม่อยากเปิดหน้าต่างเลย นึกถึงลมหนาวข้างนอกแล้วเกิดขยาดทีเดียวครับ

ขยาดจนต้องเบือนหน้าหนีแสงสว่างเรืองๆด้านนอก มองมาอีกทาง......ผ่านร่างป้อมๆของ ReyRey ซึ่งกำลังนอนหายใจแรงๆ อ้าปากหวออย่างหมดสภาพนักมวยปล้ำสุดเท่ มองไปที่เตียงตัวในสุด

ช่างเป็นสภาพเตียงที่ผมคุ้นตา ผ้าห่มนวม รวมถึงผ้าห่มรองสีขาวถูกดึงออกมาขยุ้มไว้บนเตียงทั้งหมด มันยับย่นแถมพูนฟูเป็นกองใหญ่เบ้อเริ่ม ร่างของผู้ชายที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็เป็นเด็กชายในสายตาผมคุดคู้อยู่ในนั้น โดยมีกองผ้าห่มที่ดูหนักอึ้งทับตัวเขาจนหมด ยกเว้นใบหน้าที่โผล่ออกมาแค่ส่วนของตาและจมูก

ดวงตากลมโตสีฟ้าสะท้อนกับแสงที่ส่องเข้ามาจากภายนอก ไม่ต่างอะไรกับไพลินหรือคริสตอลเจือสี ผมยิ้มเมื่อเกิดนึกถึงภาพของเด็กชายซึ่งกำลังจมอยู่ในกองหิมะถล่มกองโต เขากระพริบตาปริบๆ โบกขนตางอนยาวสีอ่อนนั้น คล้ายกับพยายามจะถามผมว่า 'นายเองก็นอนไม่หลับเหรอ?'

เมื่อ John เห็นว่าผมก็ยังไม่หลับ เขาก็พยายามดันกองผ้าห่มนวมนั่นออกจากที่ทับตัวเขาอยู่ จนพวกมันไหลลงไปกองอยู่ปลายเตียง เขาลุกขึ้นยืนขยี้ตา ก่อนจะเดินตรงมาที่เตียงผม ผมมองตามเขาเฉยๆ...แค่มองเฉยๆเท่านั้น จนเขาเดินมาหยุดลงที่ข้างเตียงด้านขวาติดกับหน้าต่าง ยืนย้อนแสงจากภายนอกทำให้ผมมองหน้าเขาไม่ถนัดถนี่ ก่อนที่เขาจะคุกเข่านั่งลงที่ข้างเตียง

"ว่าไงหนุ่มน้อย?" ผมทักอย่างเป็นกันเอง

John ทำหน้าเศร้าคิ้วตก พลางถอนหายใจเบาๆ "ชั้นนอนไม่หลับ ขอนอนกับนายนะ Eddie"

ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพียงแต่ขยับตัวไปอีกทางให้เหลือพื้นที่เตียงพอจะรองรับเด็กผู้ชายตัวไม่ใหญ่โตให้ได้นอนข้างๆ John ขยับตามมาเอนกายลงเคียงผม ก่อนที่เขาจะโอบแขนเข้าที่เอวผม แล้วกอดผมไว้อย่างที่ในอดีตมันเคยเกิดขึ้นทุกวัน

ก่อนที่จะมาญี่ปุ่น ผมกับเขาไม่ได้เจอกันนานเท่าไหร่ ผมเองยังนับไม่ถูกเลย แต่ยังคงจำได้แม่นยำว่าคำสุดท้ายที่ผมพูดกับเขาคืออะไร... ผมบอกเขาว่า 'แล้วชั้นจะคิดถึงนาย' แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ผมยังคงคิดถึงเขาตลอดเวลา

ผมก็ยังเหมือนเดิม เป็นคนเดิม

เพียงแต่ความเจ็บปวดในส่วนหนึ่งในช่วงเวลาเล็กน้อย หลังจากที่ลากับเขา ได้ถูกกลืนหายไปด้วยความน่ารักของลูกสาวทั้งสองของผมได้บ้าง

ผมสอดมือเข้าระหว่างมือนุ่มๆของเขา แล้วกระชับมือนั้นไว้ ในขณะที่เขาซุกหน้าลงกับอกผม ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกว่าไม่อยากให้ค่ำคืนนี้ผ่านไปเลยจริงๆ

"John......นายเป็นไงบ้าง?" ผมกระซิบพูดอย่างแผ่วเบาที่สุด กลัว Rey จะสะดุ้งตื่นขึ้นมาตอนนี้

"ไม่ค่อยดีเลย Ed..." หางเสียงของเขาสั่นพร่าขึ้นมาจับขั้วหัวใจ พลันฝ่ามือของเขาก็บีบมือผมแน่นขึ้น "ชั้นคิดถึงนาย"

"นายเข้มแข็งกว่านั้น John"

"...ถ้าชั้นเข้มแข็งจริงอย่างนายว่า มันก็คงไม่มีวันนี้"

"วันนี้...ถึงยังไงมันก็ต้องมาถึง นายวิ่งทวนเข็มนาฬิกาไม่ได้หรอก John" ผมถอนหายใจยาวเหยียด "วันนั้นที่นายตัดสินใจไปจากชั้น กล้าที่จะบอกชั้นว่านายรักคนอื่นแล้ว ชั้นว่านั่นคือความเข้มแข็งของนาย"

".............."

"นายทำในสิ่งที่ชาตินี้ชั้นคงไม่กล้าทำ และคงจะไม่มีวันทำได้"

John เงยหน้าขึ้นสบตาผม ดวงตาสีฟ้าเหมือนลูกแก้วดูฉงนใจในสิ่งที่ผมพูด คิ้วของเขาขมวดมุ่นจนทำให้ผมรู้สึกกลัวว่าผมกำลังพูดสิ่งที่สร้างสรรค์หรือบ่อนทำลายกันแน่ "ทำไม Eddie...ทำไมนายยังยกย่องชั้น ชั้นเลวกับนายขนาดนี้? ด่าชั้นมาเหอะ มันคงจะพอทำให้ชั้นรู้สึกว่าได้ไถ่บาปออกไปบ้าง"

"ไม่หรอก นายไม่ได้เลว นายไม่ผิด ความรักไม่ใช่เรื่องผิดอะไร"

"................." John นิ่งไปวูบหนึ่ง เขามองหน้าผมนิ่ง จนผมกลับเป็นฝ่ายที่อยากจะหลบตาเขาเสียตอนนี้ "ชั้นอยากให้นายรู้จริงๆ ว่าชั้นมันชั่วช้าขนาดไหน"

"อย่างดีนายก็ร้ายได้แค่ลอร์ดโบโรเมียร์ใน Lord of the Ring เท่านั้นล่ะ"

ผมรู้ว่าอย่างดีที่สุดผมก็ทำได้แค่ปลอบใจเขาทุกครั้งที่เขาต้องการ ผมทำไม่ได้เท่ากับที่เคยทำ ผมรู้ตัวว่าตอนนี้ผมเป็นได้แค่ไหน อาจจะแค่เพื่อนหรือพี่ชายของเขาเท่านั้นเอง แม้จะรู้ตัวว่าเป็นได้แค่ไหน แต่จนถึงวันนี้ผมก็ยังไม่กล้าสรุปเองว่าผมมีค่าแค่ไหนสำหรับเขา...

เขาคงตลกกับคำพูดของผมแน่ๆ แต่สารภาพตรงนี้เลยว่าที่ผมพูดเสมอว่าผมไม่ได้รู้สึกโกรธ John เลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ คือความจริงที่สุด อันดับแรกสุดที่ผมค้นพบหลังจากวิ่งวนอยู่ในเขาวงกตของความสับสนภายในจิตใจตัวเอง ผมรู้ตัวว่าผมรักเขามากเกินกว่าจะโทษเขา จะประนาม จะด่าเขาได้

คำปลอบใจของผมที่มีให้เขา แม้จะมากมายแค่ไหนก็คงไม่พอจะทำให้เขารู้สึกบรรเทา หรือแม้แต่กลับมารักผมอย่างที่เคยเป็น ความรักมันบังคับใจกันไม่ได้ ผมยังรักเขาขนาดนี้ ให้ตายแทนเลยก็ได้ ทำไมเขาถึงจะรักใครซักคนเท่าที่ผมรักเขาไม่ได้

มันก็จริง

แต่มันน่าเสียใจตรงที่...ผมเคยเป็นคนที่เขาจะตายแทนได้ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว

'John นายไม่ได้อ่อนแอ'

'มันไม่ใช่ความผิดของนาย'

'ไม่มีใครแทนที่นายได้'

'ชั้นยังอยู่ตรงนี้เพื่อนายเสมอ'

แค่นี้มันคงยังไม่พอ...ที่นายต้องการ

..............เพราะแค่ชั้น มันคงยังไม่พอสำหรับนาย

......ชั้นยังมีค่าไม่พอ......

"นายยังคิดถึงชั้นอยู่มั้ย Eddie" น้ำเสียงสะลึมสะลือของเขาเปล่งขึ้นเบาๆในความเงียบ ผมลูบศีรษะเขาไปเรื่อยๆ หลังจากปล่อยให้ความเงียบค่อยๆกล่อมเขาให้หลับลง เสียงหัวใจของผมยังคงเต้นสม่ำเสมอ John เคยบอกผมว่ามันไพเราะและน่าฟังที่สุด นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ผมไม่อยากหยุดการเต้นของหัวใจตัวเองลง

เพราะ John รักหัวใจดวงนี้ ผมจึงไม่อยากฆ่ามัน

ความมืดช่างโหดร้าย ไม่ต่างอะไรกับจอฉายหนังที่จะคอยแต่ปรากฎภาพอดีดอันแสนหวานเป็นฉากๆ

ผมเห็นภาพเขาจูบผมที่ริมฝีปากแล้วบอกว่า 'ถ้าพรุ่งนี้โลกจะแตก นายจะเป็นคนสุดท้ายที่ชั้นใช้เวลาอยู่ด้วย'

ภาพที่เรากอดกันแนบแน่น แล้วฉีกยิ้มใส่กล้องวีดีโออัติโนมัติที่ถูกตั้งไว้ข้างเตียง เขาบอกผมว่า 'หลังจากโลกถึงจุดดับสูญไปแล้วครั้งนึง ถ้าวีดีโอม้วนนี้กลายเป็นฟอสซิล แล้วมีนักประวัติศาสตร์มาค้นเจอ ตำนานจะต้องกล่าวว่ามนุษย์คู่แรกที่พระเจ้าสร้างขึ้นไม่ใช่ Adam กับ Eve แต่ต้องเป็น Eddie กับ John'

ภาพที่เขากินอาหารแม็กซิกันที่ผมทำ เผ็ดจนหน้าแดง แต่ก็ยิ้มทั้งน้ำตาว่า 'ถ้าชั้นเป็นผู้หญิง ชั้นจะแต่งงานกับนาย'

ภาพที่เราสัญญากันทุกคืนว่า เราจะอยู่ด้วยกันไปจนตาย จนกว่าโลกจะถึงวันกาลปาวสาน จนกว่าจะไม่ได้เกิดมาอีก จนกว่าคำว่ารักจะถูกอารยธรรมแห่งโลกใหม่ลืมเลือน เราจะไม่มีวันหยุดรักกัน

แต่มันก็แค่นั้น......มันยังไม่เพียงพอ

ชั้นไม่อยากรู้หรอก John ว่านายเลวทรามต่ำช้ามากกว่าที่ชั้นรู้อย่างไร เพราะถึงยังไงชั้นก็ยังจะทำตามสัญญาที่ชั้นเคยให้ไว้กับพระเจ้าอยู่ดี

"อย่าถามอีกเลยที่รัก...เพราะมันเป็นเรื่องที่เราสัญญากันว่าจะไม่พูดถึงมันอีก

 

To be Continued...

 

 
 


(C) 2004 DESTINY BY TONG

 
Hosted by www.Geocities.ws

1