Untouchable Affair-- Chapter XXVI --
Angst Fiction by Tonga Hardcore ------------------------------------------------------------------------------ - Time is Now - Dave Batista : ผมอยากตบหัวตัวเองแรงๆดูซักครั้ง หรือถ้าเป็นไปได้ก็อยากใส่ Batista Bomb ตัวเองซะเลย ทำไมถึงได้โง่งี่เง่า หัวช้า จับไม่ได้ไล่ไม่ทันใครทั้งสิ้น ในขณะที่วิ่งอยู่นี้หากจู่ๆ ก็หกล้มตกท่อไปก็คงไม่แปลกใจตัวเองอีกแล้ว "--------- คุณมีข้อความเสียงทั้งสิ้น 4 ข้อความ ----------" "Dave นายอยู่ไหน มาหาชั้นหน่อยได้มั้ย...ขอร้องล่ะ.......ชั้นไม่อยากอยู่คนเดียว" "Dave รับโทรศัพท์ที............" "ไม่เอานะ Dave อย่าทิ้งชั้นสิ.................รับที...ตอนนี้ชั้นต้องการนายนะ" "ถ้าไม่มีนาย..............ชั้นไม่อยากอยู่แล้ว.................." ตั้งแต่ประมาณสามทุ่มของวันนี้ ผมออกเที่ยวที่ผับแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียวกับ Hunter และ Rig ด้วยอาการเซ็งถึงที่สุด ก็อย่างที่บอก...ผมเบื่อเที่ยวกลางคืนแล้ว แต่สองคนนั้นก็เซ้าซี้ให้ผมมาจนได้ บอกว่าผับที่นี่อาจจะไม่เหมือนผับที่อเมริกาก็เป็นได้ สงสัยอยู่เหมือนกันว่ามันจะไปต่างอะไรกันมากมาย นอกจากที่นี่มีคนเอเชียอยู่เต็มก็เท่านั้น แต่ผมก็โดนลากมาจนได้ มันมักเป็นอย่างนี้เสมอ... ผมหลบออกมาจากสถานที่ที่มีแต่วัยรุ่น คนทำงาน แถมเสียงดังอึกทึก คว้าโทรศัพท์มือถือออกมาหวังจะดูเวลาซักหน่อย แต่เวลาก็ดูจะสำคัญน้อยกว่า missed call ที่ฝากไว้เป็นสิบสาย รวมทั้ง voice mail ด้วย แค่ได้ฟังผมก็รู้สึกชาไปทั้งร่าง และนั่นก็เป็นเหตุผลให้ผมวิ่ง...เหนื่อยจนหอบแฮ่กอย่างนี้ ญี่ปุ่นวุ่นวายเหลือเกิน แม้จะดึกดื่นเอาป่านนี้แล้วแต่คนก็ยังพลุกพล่าน ผมเกลียดสภาพนี้...สภาพที่ผมต้องรีบเร่งเพื่อใครคนนึงที่สำคัญที่สุด เขากำลังรอคอยผม แต่ผมดันหลงทาง ที่สำคัญไม่มีใคร ณ ที่นี้สื่อสารกับผมรู้เรื่อง! ข้อความสุดท้ายนั้นยังคงก้องดังอยู่ในโสตประสาท ราวกับจะย้ำเตือนความบ้องตื้นของตัวเอง น้ำเสียงเหงาๆ ที่ร้องขอให้ผมรับโทรศัพท์ ประณามผมว่าทำไมถึงไม่รับ? ทำไมถึงไม่สนใจ? มันจะมีอะไรสำคัญมากไปกว่าโทรศัพท์จากเขา? คำว่า Dave...ชื่อผมที่เปล่งออกมาจากลำคอของเขา................ไม่มีอะไรในโลกสำคัญไปกว่านั้นอีกแล้ว John.......รอชั้นหน่อยนะ............................ชั้นจะไปหานายเดี๋ยวนี้ อย่าเพิ่งหนีชั้นไป .......ชั้นขอร้องนายบ้างล่ะ....... เปิดประตูที ชั้นกราบล่ะนะ ผมภาวนา ทุกจังหวะที่รัวมือเคาะลงบนประตูไม้ขัดเงาบานใหญ่ของห้องพักโรงแรม ไม่รู้ว่าอะไรทำให้ผมมั่นใจว่าอีกไม่ช้าจะต้องมีคนมาเปิดประตูให้ผมเข้าไป ผมมั่นใจว่า John อยู่ในนั้น...แม้อีกใจหนึ่งจะกลัวเหลือเกินกับสิ่งที่จะต้องเผชิญทั้งด้านหน้าและรอบข้าง John นายได้ยินชั้นมั้ย ขอร้องเถอะพระเจ้า ดลใจให้เขาเปิดประตูที แค่นี้ลูกจะไม่ขออะไรอีกแล้ว ทันทีที่ผมเริ่มต้นประสานมือขอพรจากพระเจ้า เสียงกร๊อกแกร๊กของเส้นโซ่ และกลอนประตูก็เริ่มดัง ใจผมโล่งไปเปราะเหมือนดันภูเขาออกจากอกไปครึ่งลูก แต่ที่เหลืออีกครึ่งคือ...ผมกลัวว่าคนที่เปิดประตูจะไม่ใช่ John คิดเพียงเท่านี้ผมก็เริ่มจะยืนนิ่งๆไม่เป็น พื้นที่ของโรงแรมชั้นนี้เป็นส่วนที่พักของค่าย Smack down! สมองผมคงอัมพาต ไตร่ตรองคำตอบไม่ถูกแน่ว่ามาทำอะไรตรงนี้ พระเจ้า ลูกรู้ว่าลูกผิดคำสัญญา แต่ลูกขอร้องอีกข้อ...ขอให้คนในห้องนั้นเป็น John ----- แกร๊ก ----- ".........Dave................................" "โอ้...ขอบคุณพระเจ้า......ขอบคุณ ขอบคุณ..........."
John ยิ้มให้ผม รอยยิ้มของเขาตอนนี้ดูแล้วชวนให้เศร้าใจไปด้วยได้ไม่น้อย แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นรอยยิ้มที่สวยมาก ผมรวบมือที่ยังคงกำลูกบิดประตูไม่ปล่อยของเขา พาตัวเองเดินข้ามธรณีประตูเข้าไปในห้องพัก ก่อนที่ใครจะมาเห็นเข้าเสียก่อน เสียงประตูงับปิดลงดังขึ้นเมื่อผมใช้แผ่นหลังดันให้มันปิด John เอื้อมมือผ่านผมมากดล็อคและคล้องโซ่ที่ประตูด้วยตัวเอง หลังจากนั้นก็ทำให้รู้สึกว่าในห้องนี้มันเงียบสงบดีจริงๆ เงียบจนสามารถทำให้คนรู้สึกเหงาขึ้นมาได้ง่ายๆ ประกอบกับ RAW Magazine ของผมที่วางแผ่เปิดหน้าซึ่งผมพยายามปกปิตเขาวางอยู่บนโต๊ะกระจก ผมรู้ทันทีถึงเหตุผลที่ทำให้ John โทรหาผม เขาคงจะคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนเครียดเองอีกแล้ว ตอนนี้เราอยู่กันเพียงลำพังสองคน เป็นช่วงเวลาที่ผมไม่ได้คาดหวังเอาไว้ก่อนหน้าการมาญี่ปุ่นนี้เลย เขากอดผมไว้...ซุกใบหน้าขาวใส่กับอกผม เขาไม่ร้องไห้ แถมยังดูผ่อนคลายขึ้นแล้วด้วยซ้ำ "ชั้นนึกว่านายจงใจไม่รับโทรศัพท์ชั้น" "บ้าเหรอ ใครจะทำอย่างนั้นกันล่ะ" เขากระซิบเบาๆ และผมก็ตอบเขากลับไปเบาๆ เช่นกัน "ทำไมนายชอบคิดว่าใครๆ จะต้องเห็นนายไร้ค่าด้วยนะ กับแค่คนคนเดียว...ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเป็นเหมือนกันหมดซักหน่อย" "บ่นอีกแล้ว" "ไม่ได้บ่น แค่พูดให้ฟ.......ฟัง.........." ผมพูดต่อไปไม่ได้อีกเมื่อ John เอื้อมแขนโอบรอบคอผมไว้ แล้วประกบริมฝีปากต่อปากผม ผมรู้ว่าเราอาจจะคิดถึงกัน หรือต้องการซึ่งกันและกันอยู่ตลอด แต่ถึงอย่างไรผมก็มั่นใจว่าความรู้สึกทั้งหมดมันเกิดตามมากับความรัก ไม่ใช่ความรักที่ตามมาจากเซ็กซ์ จูบกันเนิ่นนาน จนหัวเข่าเริ่มอ่อน เขาตัวสั่นแทบทรุดลงกับพื้น เหมือนเรากำลังดูดกลืนเรี่ยวแรงของอีกฝ่าย ในขณะเดียวกันก็หักล้างกันจนไม่เหลือแรงแม้แต่จะยืนให้มั่นคง ผมหยุดจูบ พยุงตัวเขาที่ยังคงไม่ยอมแพ้ในเกมนี้ไปที่เตียงนอน ผมไม่เข้าใจเหตุผลที่ John เอาแต่เฝ้าดูนิตยสารเล่มนั้นซ้ำไปซ้ำมา ทั้งๆที่มันต้องตอกย้ำความคิดของเขาแน่ๆ ผมไม่เคยแน่ใจว่า John จะลืม Randy ไปแล้วทั้งหมด แต่อย่างน้อยผมก็กล้าพูดได้เต็มปากว่าเขาลืม Randy ไปแล้วทุกครั้งที่อยู่กับผม ...ผมต้องการแค่นี้ก็พอใจแล้วครับ ไม่หวังให้เขาลืมให้หมดหรอก เพราะมันเป็นไปไม่ได้... เวลาจะช่วยบรรเทาให้อะไรๆดีขึ้น ผมเชื่อว่าซักวัน John จะลืมผู้ชายคนนั้นได้ลง "ถ้า Guerrero กับ Mysterio กลับมาตอนนี้นายจะว่ายังไง" "ไม่หรอก กว่าจะมาก็คงตลาดวายนั่นแหละ" "ทำไมนายไม่ไปกับสองคนนั้นล่ะ" "เป็นนายจะยังมีหน้าไปอีกเหรอ......กับแฟนเก่าที่นายเลวกับเค้าซะมาก แต่เค้าก็ยังรักนายอยู่น่ะ" น้ำเสียงของเขาฟังดูเจ็บปวดพิลึก เขาคงจะต้องเจ็บมากเพราะตอนนี้มันเจ็บมาถึงผม ผมคนนี้ที่ไม่อยากทำให้เขาต้องเจ็บอีกต่อไปแล้ว ผมทำได้แน่...ผมเชื่ออย่างนั้น "นี่ อย่าคุยเรื่อง Guerrero เลย คุยเรื่องนายดีกว่า" ผมลูบมือลงบนศีรษะ ก่อนจะประคองใบหน้าที่ดูเหนื่อยล้าของเขาเอนลงกับพื้นราบของผ้าห่มนวมซึ่งปูตึงแน่นกับเตียงตัวริมในสุด John ปล่อยตัวเองสบายๆ ก่อนจะหลับตาลงซักพัก "คุยเรื่องนายดีกว่า" "ไม่ คุยเรื่องของเราดีกว่า.....ชั้นกับนาย" เมื่อผมจูบเขาเบาๆที่ปลายจมูก ก็เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นรอยยิ้มสดชื่นอย่างไม่ได้เคลือบแฝงความเศร้าเอาไว้ "ชั้นชอบตานายจัง...John" "แต่ชั้นชอบกล้ามนายชะมัดเลย Dave" ผมดีใจแล้วที่ได้ยิน ไม่ใช่ดีใจที่เขาเยินยอ แต่ทว่าดีใจเหลือเกินที่ได้ฟังเสียงหัวเราะของเขา เรื่องราวระหว่างเราที่เกิดขึ้นด้วยความไม่แน่ใจของทั้งเขาและผม ตอนนี้มันเติบโตมาแค่ไหน... ใช่...มันไม่ได้มากมายเท่าไหร่เลย เรารู้จักกันแทบนับสัปดาห์ได้ John เหงาและต้องการใครซักคน ส่วนผมก็สงสารเขา คนอื่นอาจจะมองว่ามันไร้เหตุผลก็ได้ เขาไม่ได้ง่าย ผมก็ไม่ง่าย เขาไม่ใช่เศษขยะไร้ค่า และผมก็ไม่ได้มองเขาเป็นของเล่น ในมุมมองของคนบนโลกที่กว้างขวาง สังคมที่ใหญ่ที่สุด หากมองลงมาดูแล้ว ความสัมพันธ์ของผมกับ John มันก็แปรไปได้ร้อยแปด มันก็จริงที่ว่า...ล้านคนล้านความคิด แต่ผมจะต้องสนใจอะไร ในเมื่อมันก็เป็นเรื่องของผมกับ John จะดีจะร้ายก็ตัวผม ตัว John แล้วทำไมจะต้องสนใจใครด้วย "ชั้นน่าจะเจอนายเร็วกว่านี้นะ Dave จะได้ไม่เหมือนชั้นไปแย่งพ่อของใครมาอีก" "ลืมซะเถอะ John ชั้นมันก็แค่เด็กใจแตก ที่สำคัญเรื่องมันก็นานมาแล้ว" "ลูกนายจะชอบชั้นมั้ยนะ" ร่างที่อยู่ภายใต้การควบคุมของผมเอ่ยถามเบาๆ John เริ่มต้นที่จะปลดเข็มขัดของผมออก แต่ก็ไม่ไวเท่าที่ผมดึงเสื้อยืดที่เขาสวมอยู่จนหลุดออกมาเรียบร้อย "ชอบหรือไม่ชอบก็เป็นเรื่องของมัน ไม่สำคัญหรอก มันสำคัญแต่ว่าชั้นชอบนาย...ซึ่งมันก็คือเรื่องของชั้น" ...มันก็แค่เรื่องของเรา... ...ในความเป็นจริงแล้ว มันก็มีแค่เราสองคน... ลืมคนอื่นเถอะ เวลานี้..........ให้เหลือแค่เรา......สองคน
"แล้วชั้นรักนายน้อยซะเมื่อไหร่......John Cena"
To be Continued...
|
||
(C) 2004 DESTINY BY TONG |