Untouchable Affair-- Chapter XV --
Angst Fiction by Tonga Hardcore ------------------------------------------------------------------------------ - Photograph - Vicki Guerrero : ชั้นกำลังยืนเตรียมอาหารค่ำอยู่ในครัวตรงนี้ แต่แล้วก็ได้ยินเสียงคุณแม่ตะโกนดีใจใหญ่ ชั้นยิ้มออกมาเองเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของท่าน ถึงแม้ท่านจะไม่ใช่แม่แท้ๆของชั้น แต่ท่านก็ทำให้ชั้นรู้สึกได้ว่าครอบครัวของชั้นอยู่ใกล้ๆ ตรงนี้ ท่านคือคนเดียวที่ทำให้ชั้นรู้สึกถึงความรัก ความห่วงใยจากคุณแม่แท้ๆที่จากไปแล้ว "Vicki! Vicki! ออกมานี่เร็วๆ" น้ำเสียงของคุณแม่เปี่ยมสุข ชั้นจินตนาการไปถึงหญิงชราเส้นผมสีเงิน แต่ยังดูสุขภาพดีมากกว่าคนวัยเดียวกันคนอื่นๆ กำลังจับไม้จับมือลูกชาย แล้วร้องเรียกให้คนอื่นๆ ในบ้านออกมาเจอลูกชายที่นานๆครั้งจะกลับมาบ้านเสียทีนึง... คิดแล้วชั้นรู้สึกดีใจ และเศร้าใจพร้อมๆ กันอย่างบอกไม่ถูก "ลุง Eddie มาแล้ว~" เสียงของ Chavo ดังตามมาไม่ห่างกันเท่าไหร่นัก ทุกคนดีใจกับการกลับมาของเขาคนนี้ ชั้นยิ้ม ยิ้มอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้ละสายตาไปจากการเตรียมอาหารตรงหน้าเลย ถึงแม้ว่าคุณแม่จะเรียกแล้ว ชั้นไม่คิดว่าตัวชั้นจำเป็นต้องออกไป เดี๋ยวเราก็คงได้เจอกันที่โต๊ะอาหาร ไม่ช้าไม่เร็วนัก ชั้นไม่ควรเอาความคิดถึงมากมายเกินความจำเป็นของชั้นไปทำให้ใครลำบากใจ คุณรู้ไหมคะว่าชั้นแค่อยากเจอเขาจริงๆ ชั้นไม่ได้ต้องการอะไรจากเขามากกว่าที่เป็นอยู่ แค่เขายังไม่หย่ากับชั้น แค่ไม่ไล่ชั้นกลับบ้านไป แค่ยังพูดคุยกับชั้นอยู่เท่านี้ชั้นก็ดีใจมากแล้ว ไม่ได้ต้องการให้เขารักชั้นเท่าเดิมเลย ชั้นเองที่เคยทิ้งเขาไปในวันที่ความคิดว่าทางเดินที่เคยเดินมานั้นผิดทางมาโดยตลอดผุดขึ้นในสมอง ก็คงสมแล้วที่รอยร้าวนั้นจะทำให้เขารักชั้นน้อยลง แต่เมื่อทุกอย่างดูเหมือนจะคลี่คลาย เราได้ปรับความเข้าใจกันแล้ว กลับมาคืนดีกัน แต่หลายสิ่งหลายอย่างที่เคยสร้างมาก็เปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนเดิม ไม่เหมือนเดิมที่ชั้นว่านั้นคือ ไม่เหมือนเดิมเลยจริงๆ ไม่มีเลยแม้แต่น้อย ไม่มีเลยสายตาที่อบอุ่นนั่นซึ่งเคยแสดงความห่วงใย แม้แต่แบบเพื่อนก็ไม่มี ชั้นรู้สึกได้เองว่าเขาต้องลำบากใจมากเมื่อต้องอยู่ใกล้ชิดชั้น ชั้นอาจจะทำให้เขารู้สึกอึดอัด รำคาญใจ ชั้นไม่อยากให้ลูกเห็นแล้วรู้สึกว่าพ่อแม่ของเขาเกลียดกัน อย่างน้อยเป็นสามีภรรยากันไม่ได้ เป็นเพื่อนก็ยังดี ชั้นบอกลูกเสมอว่า พ่อกับแม่ยังรักกันอยู่ เคยรักกันมาอย่างไรก็อย่างนั้น บอกพวกเขามาเสมอ แต่ลูกของชั้นเขายังโตขึ้นทุกวันๆ ลูกสาวคนโตเป็นสาวแล้ว สวยด้วย...ถึงแม้จะเหมือนชั้นแทบทุกกระเบียดนิ้ว แต่สีผมเหมือนพ่อราวกับถอดพิมพ์เดียวกันออกมา การที่เขาโตขึ้นอย่างฉลาดนี้น่าจะเป็นที่น่ายินดีของพ่อแม่ แต่นั่นก็ทำให้ชั้นหลอกลูกต่อไปไม่ได้ แต่ก็คงต้องฝืนหลอก ไม่มีพ่อแม่คนไหนหรอกที่อยากหลอกลวงลูก แต่ชั้นยังคงต้องรอให้ลูกสาวคนเล็กโตกว่านี้ก่อน และพร้อมที่จะเข้าใจว่าพ่อของพวกเขาหมดรักแม่แล้ว เท่าที่เป็นอยู่ตอนนี้พ่อแสดงทั้งนั้น พ่อแค่ต้องการให้ลูกมีความสุข ไม่อยากให้เป็นปมด้อยอะไรในใจลูก...เท่านั้นเอง ลูกสำคัญสำหรับ Eddie เสมอ
"แม่คะ พ่อมาแล้วค่ะ" ชั้นหันไปมองตามเสียงเรียกของ Sherryl ลูกสาวคนโตที่โผล่เพียงศีรษะเข้ามาในครัว เธอมองหน้าชั้นพลางกระพริบตาปริบๆ ส่วน Shalon คนเล็กคงกำลังนัวเนียอยู่กับพ่อของเขานั่นล่ะ "รู้แล้วจ้ะ เดี๋ยวแม่ออกไป" "เดี๋ยวหนูทำต่อให้ค่ะแม่ ออกไปหาพ่อก่อนได้มั้ยคะ" ชั้นอึ้ง ไม่รู้จะบอกลูกยังไง ไม่อยากออกไปตอนนี้แต่ก็ทนเห็นสีหน้าเศร้าๆ ราวกับน้ำตาจะไหลออกมาจากตาลูกเฉยๆไม่ได้ ชั้นวางมีดลง แล้วเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน "ได้จ้ะ เดี๋ยวแม่ตามออกไป" คำตอบของชั้นทำให้ Sherryl ยิ้ม ริมฝีปากบางของเด็กสาววัยแรกรุ่นคลี่เปิดอวดโฉมฟันสวยๆ เรียงกันเป็นระเบียบ ก่อนที่จะวิ่งนำชั้นออกไป ชั้นยังไม่ตามออกไปทันที......ชั้นไม่รู้ว่าจะซ่อนความรู้สึกนี้ไปได้อีกนานเท่าไหร่ บางทีชั้นกับ Eddie เราควรที่จะได้คุยกันจริงจังสักครั้ง ถึงเขาจะไม่รักชั้นแล้ว แต่อย่างน้อยทำเพื่อลูกก็ยังดี วันนี้คุณแม่ดูมีความสุขมากกว่าทุกวัน ท่านทานอาหารไปหัวเราะไปอย่างสนุกสนาน บ้านนี้มีอารมณ์ขันกันทุกคน แต่ถ้าจะพูดให้ถูกต้องพูดว่าชาวเม็กซิกันส่วนใหญ่เป็นแบบนี้ พวกเราชอบอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ บ่อยครั้งจะนัดกันมาสังสรรค์ ชอบรวมญาติ พูดคุยกัน โต๊ะอาหารของครอบครัวชาวเม็กซิกันเลยมักจะใหญ่โตแบบนี้ Chavo เอาเรื่องตลกมาเล่า รายนี้มักจะหยิบจับเรื่องเล็กๆน้อยๆ เอามาเล่าให้สนุกสนานเช่นนี้ประจำ. Sherryl ดูไม่ซึมเหมือนตอนที่เข้าไปหาชั้นในครัวแล้ว เด็กสาววัยรุ่นก็แบบนี้ มองทีไรชวนให้สดใสทุกครั้ง Shalon นั่งใกล้พ่อของเธอ เธอดูมีความสุขมากกว่าทุกวันเช่นกัน มีแต่เขาคนนั้นนี่สิ ที่ไม่เฮฮาเหมือนเมื่อก่อนแม้แต่น้อย... Eddie นั่งเขี่ยอาหารในจานโดยที่เพิ่งจะทานไปไม่ถึงสามคำด้วยซ้ำ เขาไม่ได้หัวเราะไปกับมุกของ Chavo เอาแต่ถอนหายใจยาวๆ เหมือนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ใจเขาลอยไปไกลแล้ว Eddie สะดุ้งนิดหน่อย เมื่อเกิดเสียงกริ๊กของเนื้อสแตนเลซกระจบจานกระเบื้องตอนชั้นตักอาหารไปใส่ในจานของเขา "กินซักหน่อย ชั้นตั้งใจทำมากเลยนะ" "ใช่ซีๆ Eddie แม่ไม่เห็นลูกกินอะไรเลย ข้าวเช้าก็ไม่กินแล้ว กินข้าวเย็นหน่อยนะลูก" คุณแม่เสริม Shalon เห็นดังนั้น เธอลูกขึ้นคุกเข่าบนเก้าอี้ พลางเอื้อมตักอาหารแทบทุกอย่างบนโต๊ะใส่ในจานของพ่อเธอ "พ่อคะ กับข้าวของแม่อร่อยไม่เปลี่ยนเลยนะ พ่อกินเยอะๆนะคะ" คำพูดด้วยเสียงเล็กๆ ของหล่อนทำให้ชั้นพลอยยิ้มตามไปด้วยเลย แต่ชั้นก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจจาก Sherryl ซึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆชั้น ตอนนี้ที่ทำให้ชั้นไม่สบายใจเอาเสียเลย "พ่อ................" Sherryl พูด "พ่อเป็นอะไรหรือเปล่าคะ? ดูพ่อไม่ค่อยสบาย พ่อซึมมากเลยค่ะ โทรมด้วย ผิวพ่อซีดไปทั้งตัว หน้าซีด แถมแทบจะไม่ยิ้มเลยด้วยซ้ำ" ชั้นตกใจ รีบเอื้อมมือไปจับแขน Sherryl เธอดูกังขาประกอบไปด้วยความทนต่อไปไม่ไหว ยังไงชั้นก็อธิบายไม่ถูก รู้แต่ชั้นควรจะรีบหยุดนิสัยพูดตรงออกไปโถ่งๆของเธอโดยเร็ว ก่อนที่จะทำให้ Eddie ไม่พอใจ "เปล่า พ่อแค่เหนื่อยเท่านั้นเอง" Eddie นิ่งไปสักพัก ก่อนจะหัวเราะหึในลำคอ แล้วยิ้มออกมาอย่างเป็นปกติ "งั้นตอนนี้พ่อกำลังคิดถึงเรื่องอะไรอยู่เหรอคะ? ดูเหมือนพ่อจะลอยๆ พิลึกน่ะ" "Sherryl" ชั้นกัดฟัน แต่ Eddie กลับยกมือขึ้นปราม บุ้ยใบ้ว่าไม่เป็นไร "คิด......คิดสิ กำลังคิดว่า.......ก่อนพ่ออกมาจากบ้าน ลืมวางไม้ขีดไฟไว้ใกล้เตาแก๊สหรือเปล่า"
หลังจากทุกคนอิ่มหนำแล้ว แต่ยังคงนั่งคุยกันจนดึก จนเวลาสักสี่ทุ่มครึ่งโดยประมาณ Sherryl ก็ขอตัวไป เธอคงอยากจะไปนอนฟังเพลงในห้องนอนส่วนตัวมากกว่าจะมานั่งฟังคนแก่คุยกันกระมัง ส่วน Eddie ก็ขอตัวไปพักผ่อนเป็นคนที่สอง คุณแม่ไม่ได้ว่าอะไร ชั้นคิดว่าตอนนี้ดีที่สุดที่ชั้นกับ Eddie จะได้คุยกันเสียที "คุณแทบไม่คุยกับชั้นเลย ใจร้ายจังนะ" "อ้อ...เปล่า ผมแค่พูดไม่ออก ผมเหนื่อยจริงๆ ขอโทษนะ Vicki" "เหนื่อยเพราะอะไรบอกชั้นได้มั้ยคะ เกี่ยวอะไรกับเด็กหนุ่มที่รับโทรศัพท์ชั้นเมื่อเช้านี้หรือเปล่า" ชั้นไม่ได้คิดเลย ว่าคำถามนี้จะทำให้เกิดปัญหาหรือเปล่า ถ้า Eddie อยู่ในอารมณ์นี้เพราะเด็กหนุ่มนิรนามนั่นจริง แม้มันจะเป็นเรื่องแปลกแต่ชั้นก็คงไม่ควรจะถามสินะ แต่เพราะชั้นไม่ได้คิดเลยนี่สิ ชั้นพลั้งปากถามออกไปแล้ว Eddie หันมองหน้าชั้นขวับทันทีเมื่อชั้นพูดจบประโยค ชั้นตกใจและเริ่มคิดทบทวนว่าเมื่อครู่พูดอะไรออกไป ผิดตรงไหนหรือเปล่า มันคงจะสายไปแล้ว ชั้นจึงเลือกที่จะถามต่อในเรื่องนี้ เผื่อว่าอย่างน้อยจะช่วยแบ่งเบาเรื่องน่าลำบากใจของเขาได้บ้าง "คุณทะเลาะกับเพื่อนหรือ?" "............................................" เขาเงียบ ก้มหน้าก้มตาหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าเดินทางของเขา ลมเย็นๆที่โชยเข้ามาในหน้าต่างห้องนอนนี้พัดเส้นผมของชั้นปลิว เท่าที่ชั้นรู้มาห้องนอนห้องนี้เป็นของ Eddie ตั้งแต่เขายังเด็ก เขาย้ายออกจากห้องนี้เมื่อแต่งงานกับชั้น ห้องถัดไปจากห้องนี้อีกไม่ไกล เป็นห้องที่ใหญ่โตขึ้น ปัจจุบันชั้นเองยังนอนห้องนั้นอยู่กับ Shalon ส่วน Eddie...เมื่อเขากลับมาบ้านก็จะตรงดิ่งมาห้องนี้อย่างรู้ดีว่าอยากจะนอนที่ไหน ชั้นหมายถึงว่า...เขาย้ายมานอนห้องนี้ ตั้งแต่เมื่อประมาณครึ่งปีก่อนได้ "เด็กผู้ชายที่รับโทรศัพท์นั่นใครหรือ Eddie?" "............................................" "คงเป็นเพื่อนสนิทของคุณนะคะ แต่คุณผิดใจกันหรือ คุณถึงดูไม่สบายใจแบบนี้น่ะ" "Vicki...ขอร้อง ช่วยหยุดพูดถึงเค้าซักครู่ได้มั้ย ไม่มีอะไรเกี่ยวกับเค้า ได้โปรดเถอะอย่าพูดถึงเค้า" Eddie เสียงสั่นในเฮือกสุดท้ายที่พูด ชั้นเสียใจ ไม่มีใครตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ แต่มันก็แสดงให้ชั้นเห็นได้ชัดเจนว่าต้นเหตุความเครียดของเขา คือเด็กหนุ่มที่รับโทรศัพท์ชั้นเมื่อเช้าจริงๆ ชั้นไม่รู้จักเขาหรอก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใคร เขาอาจจะเป็นเพื่อนสนิทของ Eddie คนหนึ่งก็ได้ นี่ชั้นคงจะเดามากไป ขอโทษที่อาจทำให้คุณรู้สึกแย่ไปด้วย ชั้นไม่เคยตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้น ไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่ "ขอโทษค่ะ ชั้นแค่อยากให้คุณรู้สึกดีขึ้น ช่างเถอะนะ ยังไงคุณก็มีชั้นกับลูก บางครั้งอะไรที่มันขัดใจก็ปล่อยวางมันไปบ้างเถอะ" "ผมจะรู้สึกดีขึ้นมากถ้าคุณเลิกพูดถึงเรื่องนี้ซักที ตกลงมั้ย? เราจะเลิกพูดเรื่องนี้กัน" แค่นี้ก็คงจะพอทำให้ชั้นร้องไห้โฮออกมาตรงนี้ได้เลย แต่ชั้นเพียงพยายามจะกลั้นเอาไว้ ความอดทนมันโหดร้ายสำหรับทุกคน แต่น่าแปลกที่มันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตอยู่ คนเราจะต้องทนมากเท่าไหร่ ถึงจะได้สิ่งที่ตัวเองหวัง...ชั้นเองก็อยากลองอดทนดูซักตั้ง หากมันพอจะทำให้ชั้นได้คำตอบจากปากเขาบ้าง ว่าทำไม... 'คนอื่น' ถึงได้สำหรับสำหรับเขาเหลือเกิน "ทำไมนะ Eddie ชั้นอยากรู้เสียจริง" "ขอโทษที่ผมให้คุณรู้ทุกอย่างไม่ได้หรอก Vicki" "ต่อให้คุณขอโทษชั้นอีกซักสิบครั้งก็ไม่ทำให้ชั้นหายอยากรู้หรอก" Eddie หอบผ้าเช็ดตัวกับเสื้อผ้าออกมาจากกระเป๋าเดินทาง เขาลูกขึ้นยืนไม่มองชั้นเลยแม้แต่เสี้ยวหน้า ส่วนชั้นนั้นยังคงเอาแต่จ้องเขา "เมื่อไหร่เราจะได้คุยกันซักทีคะ อย่างน้อยมันจะทำให้เราทั้งคู่ไม่รู้สึกอึดอัดขนาดนี้ ตอนนี้ไม่มีอะไรเคลียร์เลยซักอย่างน่ะ" "ผมไม่รู้ คุณอาจจะอึดอัดมากถ้าเราไม่ยอมพูดกัน แต่ผมอึดอัดมากแน่ๆ ถ้าต้องพูดออกมา" ชั้นมองตามแผ่นหลังของเขาที่เดินหายเข้าไปในห้องน้ำ เขาใจร้ายจริงๆ ไม่เหลือเลยแม้แต่เยื่อใย แล้วต่อไปนี้จะบอกลูกยังไงได้กันล่ะ ชั้นไม่รู้หรอกนะว่าอะไรทำให้เขาเย็นชากับชั้นแบบนี้ จะเป็นการแก้แค้นที่ชั้นเคยใจร้ายกับเค้าหรือไม่นั้น ช่างเป็นเกมจิตวิทยาที่โง่เง่าจริงๆ เกมของคนโง่...... จริงที่สิ่งที่ชั้นกำลังพยายามทำอยู่ไม่ใช่เพื่อลูกอย่างเดียว ชั้นก็อยากจะทำเพื่อตัวเองด้วย ชั้นยังรัก Eddie อยู่...เราแต่งงานกันมาเป็นสิบปีแล้ว ถึงแม้จะเคยเลิกรากันมาครั้งหนึ่งก็ตาม อย่างน้อยก็อยากเป็นที่ปรึกษาให้ได้ ชั้นอยากรับรู้สิ่งที่เขากำลังรู้สึกอยู่ ถ้าให้คำแนะนำได้ยิ่งจะทำให้รู้สึกดีกว่าที่เป็น ไม่รู้สิ...ชั้นอาจพูดงง แต่ก็เท่าที่เห็นนี้ ชั้นไม่อยากให้ครอบครัวเราแตกสาแหรกขาด ไม่อยากให้ลูกมีปมด้อย ไม่อยากให้เขาไปจากชั้นจริงๆ ต่อหน้าพระเจ้า ในทะเบียนสมรส เรายังเป็นของกันและกัน แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ใจเขาไม่ได้อยู่กับชั้นอีกแล้ว หลายคนบอกว่าชั้นไม่จริงใจ ที่กลับมาหาเขาในช่วงเวลาที่เขาได้ทุกอย่างกลับคืนมา ทั้งชื่อเสียงและเงินทอง ชั้นไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรให้ทุกคนเชื่อว่าชั้นไม่ได้เป็นอย่างที่ใครกล่าวหา ชั้นกลับมาเพราะเขาเป็นกลับตัวแล้ว ไม่ใช่เพราะสมบัติภัสถานสักหน่อย และนี่คงเป็นคำตอบที่จะทำให้ชั้นเสียใจที่สุดถ้าเขาเฉยเมยกับชั้น เพราะเชื่อคำครหาของคนอื่น 'คนอื่น' ที่มักจะสำคัญสำหรับเขาเสมอ ตอนนี้ถ้าเลือกได้ ชั้นอยากจะลองเป็น 'คนอื่น' สำหรับเขาบ้างเหลือเกิน Eddie กำลังอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำ ชั้นยังไม่ละความพยายามที่จะคุยเรื่องลูกกับเขา แล้วชั้นก็มั่นใจว่าหากเป็นเรื่องลูก เขาต้องยอมคุยกับชั้นเป็นแน่ ก็เมื่อครู่ชั้นมัวแต่นอกเรื่องไปไกลจนทำให้เค้ารู้สึกไม่ดี ได้...เกมแรกชั้นผิดเอง ชั้นคุกเข่าลงใกล้กระเป๋าเสื้อผ้าสีดำที่ยังไม่ทันได้รูดซิปปิดดีของเขา จะจัดเสื้อผ้าเข้าเก็บในตู้เสียหน่อย กองไว้ตรงนี้รกเหลือเกิน หากวางคาประตูไว้อย่างนี้ไม่ช้าก็เร็วคงต้องมีใครสะดุดหัวทิ่มบ่อเป็นแน่ ในกระเป๋าของเขามีเสื้อสีฟ้าอ่อน กับเขียวอมฟ้าอ่อนๆอยู่ ชั้นไม่เคยเห็นพวกมันมาก่อนเลย มันทำให้รู้สึกได้ว่าชั้นกับ Eddie เราเริ่มห่างเหินกันมากขึ้นๆทุกวัน ชั้นไม่รู้หรอกว่ามันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่สำหรับเขา เหมือนชั้นได้แต่มองเขาเดินจากชั้นไปจากตรงนี้ ไม่มีอะไรที่ชั้นรู้เกี่ยวกับเค้าเลย ...เสื้อเชิ้ตที่ไม่ได้ถูกรีด...มีดโกน...แปรงสีฟัน...ยาสีฟัน...น้ำยาบ้วนปาก...กระเป๋าสตางค์... กระเป๋าสตางค์หนังสีน้ำตาลเข้ม ชั้นยิ้มเมื่อเห็นมัน กระเป๋าสตางค์ใบนี้ Sherryl กับ Shalon รวมเงินกันซื้อให้ Eddie ในวันเกิดของเขาเมื่อสองปีก่อน ตอนนี้มันยังอยู่ในสภาพดีและเงาวับ อย่างน้อยมันก็เป็นสิ่งเดียวที่ยังคงบ่งบอกได้ดีว่าลูกยังสำคัญสำหรับเขา แม้ว่าจะไม่มีอะไรเกี่ยวกับตัวชั้น...ก็ช่างมันเถอะ ที่จริงชั้นควรจะรับรู้ได้ด้วยตัวเองนานแล้วล่ะว่า 'ครอบครัว' ของชั้นมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แค่นี้น้ำตาก็เริ่มเอ่อคลอ ชั้นรู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูก ไม่ใช่ว่าจะพยายามทำตัวเป็นนางเอกละครน้ำเน่า แต่ชั้นเสียใจจริงๆที่แม้แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ยอมบอกเหตุผลกับชั้น ชั้นมองกระเป๋าสตางค์ใบนี้...สุดท้ายก็คงเหลือแต่ชั้นที่ถูกทิ้ง และชั้นรู้...ว่ามันคงจะเป็นนิสัยที่แย่มากที่จะเปิดกระเป๋าสตางค์ของเขาในตอนนี้สภาพจิตใจระหว่างชั้นกับเขา เราไม่ได้เป็นสามี-ภรรยากันแล้ว แต่ก็อดไม่ได้จริงๆที่จะเปิดมัน รูป...ชั้นเห็นรูปที่ด้านซ้ายมือ ซึ่งเป็นส่วนที่สะดุดตาและมองเห็นก่อนอื่นเป็นอันดับแรกของกระเป๋าสตางค์ รูป...สามีชั้น Eddie ยิ้มอย่างเป็นสุขเหลือเกิน สุขชนิดที่ว่าแค่มองภาพถ่ายยังรู้สึกได้ถึงความสุขทั้งใจและกายของเขา เขายิ้มจนตาปิด ริมฝีปากฉีกยิ้มอย่างไม่ห่วงมาดเท่ แต่นั่นยิ่งทำให้เขาน่ารักเหลือเกิน ดูสว่างไสวอย่างที่หาดูได้ยาก เขาใส่เสื้อสีเขียวอมฟ้าอ่อนๆ ดูเหมือนจะเป็นตัวเดียวกับที่อยู่ในกระเป๋าเดินทางใบนี้ แขนกำยำโอบรอบเอวบางของ 'เด็กหนุ่ม' ที่ยืนข้างๆแน่นและยื้อไว้แนบกาย แน่นจนเน้นให้เห็นส่วนโค้งของลำตัวเด็กหนุ่มคนนั้นได้ดี รูป...ของเขากับเด็กหนุ่มคนที่ชั้นเคยในจากจอโทรทัศน์ ผิวของเขาขาวกระจ่างราวกับเนื้อหิมะ สวมเสื้อกล้ามผ้ายืดสีดำยิ่งเน้นให้ผิวนั่นดูขาวกว่าเก่า ที่โหนกแก้มมีสีชมพูอ่อนๆระเรื่ออยู่ ริมฝีปากสีสด ดวงตากลมโตสีฟ้าอ่อน เด็กหนุ่มยิ้มหน้าทะเล้นดูน่ารักน่าชัง ล้อมแขนโอบลำคอของสามีชั้นไว้ มือข้างหนึ่งบีบกุมกันอยู่ แก้มของทั้งคู่แนบสนิทไม่เหลือช่องว่าง รูป...รูปถ่ายที่ชั้นจ้องมองไม่วาง ก่อนจะปาดน้ำตา ชั้นถือวิสาสะดึงรูปออกจากกระเป๋าด้วยมือสั่นๆ ก่อนจะพลิกดูด้านหลัง กระดาษมันที่ประทับตรายี่ห้อฟิล์มเป็นสีเทาจางๆอยู่ทั่วนั้น ถูกเขียนทับด้วยหมึกสีดำที่ไม่มีวันลบออกได้ เป็นลายมือหวัดๆ แต่ไม่ยากเกินกว่าที่จะอ่านมัน 'วันครบรอบ 5 ปี Smack down! (สองปีที่เรารู้จักกัน)......รัก......จาก John' รูป...ที่โหดร้าย ชั้นอยากจะฉีกมันทิ้งตรงนี้ ตอนนี้ แต่ชั้นไม่มีสิทธิ์ทำใช่มั้ย? "Vicki! คุณทำอะไรน่ะ" "นี่หรือคะ...คำตอบ......? ได้แค่นี้ใช่มั้ย ชั้นมันแก่แล้ว เก่าแล้ว แค่นี้ใช่มั้ย?" ชั้นเก็บกักอารมณ์ไม่อยู่อีกแล้ว ชั้นไม่เข้าใจเหตุผลเพียงแค่นี้หรอก เป็นคุณจะรู้สึกยังไงที่สามีคุณห่างเหินทิ้งไป ทิ้งทุกอย่าง ทั้งครอบครัว ความรัก ความคิดถึง ความห่วงใยที่คุณมีให้กับเขา ให้กับ...ให้กับเด็กผู้ชายคนนึง หลังรูปคู่ที่ดูหวานแหววนี้ถึงจะมีรูปของลูกสาวทั้งสองคนก็ตาม แต่ก็แค่ถูกซ่อนไว้เบื้องใต้เท่านั้น "คุณน่าจะบอกชั้นบ้าง อย่างน้อยชั้นก็จะได้ไม่ต้องหวัง" "คุณเห็นแก่ตัวที่สุดเลยค่ะ Eddie..." ชั้นคิดอะไรไม่ออก รู้ตัวว่าเอาแต่พูดไปโดยไม่ได้ไตร่ตรองอะไร Eddie ถอนหายใจก่อนจะมองหน้าชั้น พลางส่ายหน้าระเหี่ยใจ "มีอะไรก็พูดออกมาเถอะ ไม่ต้องเก็บไว้แล้วล่ะ" ชั้นว่า "เปล่า...ก็แค่อยากให้คุณเปิดใจให้กว้างบ้าง บางทีคนที่เห็นแก่ตัวที่สุดน่าจะเป็นคุณนะ Vicki...ในเมื่อคุณไม่รักผม คุณพาลูกทิ้งผมไปแล้ว ผมจะไม่มีสิทธิ์รักใครได้อีกเลยใช่มั้ย ผมต้องเป็นฝ่ายรออยู่ฝ่ายเดียวในขณะที่หนุ่มๆ มารุมล้อมคุณเหรอ ไม่ยุติธรรมเลยซักนิดนะ..............แต่ก็ช่างเถอะ" Eddie พูดออกมาโพล่งใหญ่ ก่อนจะพูดคำว่า 'แต่ก็ช่างเถอะ' ด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ เขายักไหล่ พลางทำท่าจะเดินออกจากห้อง แต่ชั้นก็เรียกเขาไว้ทัน "เดี๋ยว!" เขาหยุดกึกเมื่อได้ยินเสียงชั้น "คุณถูก" ใช่...ชั้นเห็นแก่ตัวที่สุด พร่ำแต่ว่าถ้าไม่มี Eddie แล้วลูกจะทำอย่างไร ที่แท้ชั้นก็แค่อยากเป็นที่หนึ่งของเขา ชั้นไม่หวังให้ใครเข้าใจความรู้สึกทั้งหมดของชั้นหรอก พูดไปก็ไม่มีใครเข้าใจ...ก็โจทก์ ย่อมที่จะแก้ต่างให้ตัวเองอยู่แล้ว คุณคงคิดกันอย่างนี้ ได้...ชั้นจะไม่เถียง แต่ช่วยบอกชั้นทีเถอะว่าตอนนี้ชั้นควรทำอย่างไร สิ่งที่ 'ควรทำ' กับสิ่งที่ 'อยากทำ' ย่อมเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกันเสมอ "ทำไม...แล้วทำไม......คุณไม่พาเด็กคนนี้มารู้จักชั้นบ้างล่ะคะ?" ชั้นฝืนยิ้ม ทำใจดีสู้เสือ Eddie เหลือบสายตามองชั้น แล้วกระตุกยิ้ม ชั้นไม่เข้าใจสิ่งที่เขากำลังคิดอยู่ รู้แต่มันคงจะทำให้ทั้งเขาและชั้นรู้สึกแต่ในทางลบ "ผมเกือบต้องพาเค้ามา แต่เค้าไม่ยอมมาน่ะ กี่ครั้งที่ชวน เค้าก็ปฏิเสธทุกครั้ง" "กลัวที่จะพบชั้นหรือเปล่าคะ?" "ไม่หรอก คงกลัวที่จะพบลูกเรามากกว่า" น้ำเสียงของเขาดูชื่นชมเด็กหนุ่มคนนั้นเสียจริง Eddie พูดว่า 'ไม่หรอก' ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นใจ ชั้นออกจะเคืองนิดๆกับประโยคนั้น แต่จะทำอะไรได้...... "ตอนนี้ก็ยังกลัวอยู่เหรอคะ?" "ก็ไม่อีกนั่นล่ะ" Eddie ถอนหายใจยาวเหยียดอีกครั้ง "เฮ้อ...เค้าก็คงแค่......แค่เหนื่อย" "......เหรอ........" ชั้นรู้ว่าสิ่งที่กำลังคิดอยู่ ที่หัวใจกำลังเรียกร้องช่างเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ ที่ใครๆจะต้องประณามหยามเหยียดชั้นแน่ แต่ก็กลับฝืนความคิดบ้าๆนี้ไม่ได้ ชั้นก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่เหมือนผู้หญิงอื่นทั่วไป ที่อยากจะเก็บคนของชั้นเอาไว้ให้เป็นของชั้นแต่เพียงผู้เดียว ...ก็ชั้นรักของชั้น มันผิดเหรอ... "คุณจะรักเค้าก็ได้ แต่ชั้นขอได้มั้ย......เก็บชั้นไว้ด้วย รักชั้นด้วย ชั้นเป็นแม่ของลูกสาวคุณ ชั้นยอมให้คุณรักคนอื่น ชั้นยอมให้คุณนอกใจชั้น แต่...Eddie ขอร้องเถอะ เรากลับมาเป็นเหมือนเดิม เป็นครอบครัว เป็นพ่อ แม่ ลูกสาว และ...อาจจะเป็นน้องชายของพ่อ ชั้นคิดว่ามันจะดีสำหรับคุณ ชั้นและลูกๆ มันคงไม่ยากไปใช่มั้ยคะ คุณยังรักชั้นอยู่...ชั้นรู้ ชั้นยอมให้คุณมีคนอื่นได้ กี่คนก็ได้ แต่ขอแค่ชั้นยังเป็นที่หนึ่งสำหรับคุณ" "พอเถอะ พอ...พอ Vicki......ขอบคุณจากใจจริง คุณเป็นผู้หญิงที่ดี...แต่...แต่ผมทนนอกใจ John ไม่ได้หรอก ผมรักใครอีกนอกจากเค้าไม่ลง ขอโทษนะ" เพิ่งจะเข้าใจวันนี้ว่า หัวใจสลาย มันเป็นอย่างไร เพิ่งจะรับรู้ความเป็นจริงว่าความเจ็บปวดเมื่อสูญเสียสิ่งที่รัก มันจะทรมานซักแค่ไหน ชั้นคงทำกับ Eddie ไว้มากมายจริงๆ ชั้นก็แค่ผู้หญิงใจร้ายเห็นแก่ตัวที่หนึ่ง เป็นนังมารร้ายในสายตาใครต่อใครที่รัก Eddie... แต่มันก็คงสาสมแล้วสินะ ชั้นจะเป็นนางฟ้าไปได้อย่างไร ในเมื่อกับอีแค่การทำใจให้รักคนที่ Eddie รักด้วยยังทำไม่ได้ ชั้นเองก็ยังคงจะดีไม่เพียงพอ ไม่พอสำหรับเขา......ผู้ชายที่แสนดี ผู้ชายที่จะมีรักในหัวใจตลอดกาล.....
To be Continued...
|
||
(C) 2004 DESTINY BY TONG |