Untouchable Affair-- Chapter XI --
Angst Fiction by Tonga Hardcore ------------------------------------------------------------------------------ - His Call - Eddie Guerrero : รู้ตัวมั้ยว่าเมื่อคืนนี้ทำอะไรลงไป? ชั้นรู้.................. รู้มั้ยว่ามันผิด? ......รู้..............ชั้นผิดเอง......... ไม่...ชั้นเองก็ผิด John ถึงแม้จะรู้ว่าผิดแค่ไหน แต่ก็ยังไม่กลัวที่จะทำมัน นี่ล่ะนะคือมนุษย์...สัตว์โลกที่เรียกได้ว่าฉลาดที่สุด แต่ก็งี่เง่าที่สุดเช่นกัน ผมกอดเขาเอาไว้หลวมๆจากทางด้านหลัง กระซิบคุยที่ริมหู โซฟานอนยาวหันหน้าให้โทรทัศน์ ผมเห็นภาพของเขาสะท้อนในจอนั้น John ยังคงนอนนิ่งไม่ลืมตา ถึงแม้จะมีแสงแดดอ่อนๆยามเช้ามาเคาะประตูเรียกขนาดนี้ก็ตาม นายจะกลับบ้านเมื่อไหร่? อยากให้ชั้นกลับเหรอ...ถ้าอยากชั้นกลับวันนี้เลยก็ได้ ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น นายอยู่ที่นี่ได้นานตราบเท่าที่นายต้องการ ก็ที่นี่มัน......... บ้านของเรา...ผมเกือบหลุดพูดออกไป โชคดีที่ยังพอมีสติระงับถ้อยคำไว้ได้ก่อน ที่นี่มันบ้านชั้น งั้นชั้นขอไม่กลับ คำพูดของเขาพอจะทำร้ายใจผมได้อย่างดี มันให้ทั้งความสุขและความทุกข์ในคราวเดียว ผมอยากให้เขาอยู่กับผมเรื่อยไป เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องถูกใครคนนั้นทำให้เจ็บอีก... หากแต่ว่าตลอดเวลาที่เขาอยู่ที่นี่ ทั้งผมและเขาก็เจ็บเท่าๆกัน ...เจ็บจากผลแห่งการทำบาปร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้... นายอยู่ได้ แต่อย่าทำร้ายตัวเอง นายต้องกินอะไรบ้าง ไม่งั้นนาย...... ชั้นรู้...ได้............ตอนนี้ชั้นหิวก็ได้ ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะชันตัวลุกขึ้นดึงผ้าห่มมาห่มให้เขา ส่วนผมคงต้องหาอะไรให้เขาทานซักหน่อยล่ะครับ แค่นี้ก็ผอมจนกระดูกชายโครงออกมาอวดโฉมกันสลอนจะแย่แล้ว ตอนนี้ผมหาทางออกให้กับตัวเองไม่เจอ พยายามจะหลีกเลี่ยงแล้ว แต่ก็ไม่สามารถโกหกตัวเองว่าเป็นพี่ชายที่ดีได้ ผมยังรักเขาอยู่...หมดหัวใจ เมื่อมีเขาอยู่ใกล้ๆในคืนเหงาๆเมื่อคืน ทำให้ผมลืมตัว...เผลอคิดไปว่านี่คือคืนวันก่อนๆของเรา ถึงแม้จะรู้อยู่แก่ใจซักแค่ไหนว่าถึงอย่างไรเขาก็ไม่มีวันกลับมารักผม ...สายตาของเขามันฟ้อง... ตัวเขาอยู่กับผม ตาจ้องที่ผม แต่แววตานั้นกลับมองใครที่ไม่ใช่ผม ใครคนนั้นที่ยังคงอยู่ในใจเขาตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ เสียงโทรศัพท์บ้านดังขัดจังหวะการทำอาหารของผมกลางคัน John! เปิด Speaker Phone ให้ชั้นหน่อยสิ ตะโกนออกไปอย่างนั้น กลัวใจตัวเองเหลือเกินว่าจะคิดอะไรไปเกินกว่านี้ ผมทำทุกอย่างเหมือนวันเก่าก่อน ทั้งที่ห่างหายไปนานร่วมครึ่งปี สมควรที่จะลืมได้แล้วแท้ๆ John ไม่ได้ตอบรับอะไรกลับมา ผมได้ยินแต่เสียงก๊อกแก๊กดังๆ พอจะจินตนาการถึงมือที่ตบเปะปะควานหาตัวโทรศัพท์โดยที่ยังขี้เกียจแม้แต่จะลืมตา แต่ก็แม่นยำตรงปุ่มเป๊ะ ...เขาทำอย่างนี้บ่อยๆเวลาที่กำลังเล่นเกมส์อย่างเมามัน แล้วถูกขัดจังหวะด้วยเสียงโทรศัพท์... เสียงสัญญาณดังยาวเหยียดครั้งหนึ่ง ผมยังไม่ทันจะขานคำทักทาย เสียงประหลาดจากปลายสายก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน คล้ายกับเสียงแก้ว...เสียงเพลง......เคล้ากับเสียงสูดลมหายใจของใครซักคน ... John ...นั่นนายรึเปล่า นายอยู่กับ Eddie รึเปล่า... เสียงแหบสั่นพร่านั่นทำเอาผมชะงัก ก่อนจะปิดแก๊ซ ทิ้งตะหลิว และถอดผ้ากันเปื้อนออกในตอนนั้น ทันทีที่ผมก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่ John อยู่ ผมก็เห็นเขานั่งจ้องโทรศัพท์อยู่ก่อนแล้ว ทั้งผม ทั้ง John และทั้งปลายสายเงียบไปพร้อมๆกัน ........................... John ............กลับมาได้มั้ย.................... ............... John หลับตา สูดหายใจลึกๆ .......................มือขาวเอื้อมแตะที่ปุ่มตัดสาย ............ขอร้อง................................. ผมภาวนา......ให้เขาตัดสาย แล้วบอกกับผมว่าเขาจะอยู่กับผม ..................................ชั้นเหงา.................. เสียงจากปลายสายสิ้นสุดลงพร้อมกับเสียงโครมครามน่าหวาดเสียว จริงอยู่ที่ John ตัดสายโทรศัพท์หลังจากได้ยินเสียงสุดท้ายที่สั่นพร่า พร่ำว่า เหงา ' แต่เขากลับทำตรงข้ามกับที่ผมปรารถนา เขาหันกลับมาหาผมเนิบช้า พร้อมกับน้ำตา Ed ...ชั้นต้องกลับบ้าน แล้วคนอย่างผมจะสามารถทำอะไรได้อีก ในเมื่อตอนนี้ผมไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะหักห้ามเขาไม่ให้กลับไปหาคนที่เขารัก ขอโทษ......... เขากล่าวขอโทษ ซึ่งผมไม่รู้จะโทษอะไรเขาได้ แววตาสำนึกผิดนั่นบอกผมว่าเขาไม่สมควรที่จะได้รับการชิงชังหรือโกรธแค้น ผมไม่รู้เลยว่าสมควรจะให้อะไรเขาในตอนนี้ รู้แต่ว่า.........นี่ทำให้ผมรักและเวทนาเขาในตอนนี้เพิ่มขึ้นไปอีก ไม่เป็นไร ชั้นจะไปส่งนายเอง ตลอดทางจากบ้านผมถึงบ้านเขามันไกลพอดู ผมได้แต่กุมมือเขาไว้หลวมๆ John ไม่ได้ร้องไห้ แต่นิ่งไปราวกับว่าวิญญาณของเขาไม่ได้อยู่กับร่างอย่างนั้น เขากอดกระเป๋าเสื้อผ้าไว้แน่น และบีบมือผมไว้เช่นกัน เราไม่รู้ว่าควรจะเริ่มที่ไหน John บอกว่าเขาคงต้องไปที่ St.Louis Missouri บ้านของพ่อลูก Orton ผมเลยคิดว่าควรจะพาเขาไปตั้งหลักที่บ้านก่อนดีกว่า อย่างน้อยก็ได้เอาเสื้อผ้ากับของใช้ส่วนตัวไปบ้าง ผมและ John อยู่ในความเงียบมานาน จนในที่สุดก็ถึงบ้านของเขาที่ West New bury โชคดีที่ผมอยู่ไม่ได้ห่างไกลจากเขามากมาย ไม่เช่นนั้นคงช่วยอะไรเขาไม่ได้ ขอบคุณนะ Ed ไม่เป็นไร ไปเก็บของเถอะ ชั้นจะเลยไปส่งนายที่สนามบิน เขาพยักหน้ารับคำ ก่อนจะวิ่งตรงไป ผมคิดว่าจะลงไปด้วยเหมือนกัน แต่ดันสังเกตว่าประตูบ้านของเขาไม่ได้ล็อคเอาไว้นี่สิ เสียงโครมครามดังขึ้นไม่ห่างจากที่ John บิดลูกบิดประตูออกได้ง่ายดาย ผมเห็นเขาพลุนพลันเข้าไปในตัวบ้าน พลางตะโกน Randy!! เมื่อนั้นผมจึงไม่คิดที่จะลงไปด้วยครับ แค่นั่งรอดูความเป็นไปอยู่อย่างนี้จะดีกว่า ...ไม่อยากเห็นเขาอยู่ด้วยกัน ในเมื่อจบกันแล้ว ก็อย่าให้ผมไปเป็นมือที่สามอีกเลย... เพราะอะไรหรือครับ ก็เพราะผมรู้ว่ามันเจ็บแค่ไหนที่ต้องตกอยู่ในสภาพการมีมือที่สามมาแทรกแซงในความรัก รู้ดีว่าเจ็บเจียนตายเมื่อรู้ว่าคนรัก ไม่ได้ซื่อสัตย์ต่อกันอีกต่อไปแล้ว ผมจับพวงมาลัยไว้ จ้องไปข้างหน้า ไม่ได้จับอะไรเป็นเป้าหมายจริงจัง แค่อยากจะมองไปเรื่อยๆเท่านั้น มองอะไรก็ได้ที่ไม่ทำให้ใจคิดไปถึงเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นในบ้าน ผมอยู่กับตัวเองไปได้ไม่นานเท่าไหร่ ก็ได้ยินเสียงแก้วแตกในบ้านหนึ่งครั้ง ก่อนจะตามมาอีกระรอกใหญ่ ราวกับว่าเกิดสงครามปาแก้วขึ้นในนั้น ผมไม่สนใจครับ ผมยังนั่งนิ่งอยู่ในรถพลางผิวปากรอ ......เสียงที่ดังมากกว่าแก้วล้มดังครืนดังแว่วๆออกมาจากด้านใน...... ผม่ไม่สนใจอีกครับ...... ............................................... ...............................................................ไม่สนใจไม่ได้แล้วล่ะครับ John นายไป...ไหนมา? ภาพแรกที่ผมเห็นหลังจากวิ่งเข้าไปในบ้านคือเศษแก้วแตกเกลื่อนพื้น กลิ่นเหล้าต่างประเทศคลุ้งกระจายไปทั่วห้อง Randy Orton ถูก John พยุงให้นั่งได้อย่างยากลำบาก ตัวใหญ่โตของเขาเอนไปเอนมาด้วยคงสติสตางค์ยังไม่เข้าที่ นายทำอะไรของนาย ทำไมเมาแบบนี้ล่ะ John ............................................. ลุกขึ้นก่อนนะ ฮึ้บ ! ......อ... Eddie ?? ผมรู้ตัว่าผมอิจฉา Randy Orton แต่ผมทนเห็นสภาพนี้เฉยๆทั้งที่ไม่ยอมช่วยอะไรไม่ได้หรอกครับ ชั้นว่าพา Randy เข้าไปในห้องก่อนเถอะ ....................คืนนี้ยาวนานกว่าที่เคยรู้สึก ผมขับรถมาเป็นเวลาทั้งวันเพื่อส่ง John ที่บ้านอย่างปลอดภัย ไม่รู้ว่านี่จะเป็นการทำร้ายตัวเองหรือเปล่า รู้แต่ John คงมีความสุขที่ได้ทำอย่างนี้ ผมไม่เห็นว่าจะมีประโยชน์อะไรที่จะกักขังเขาไว้กับคนที่ไม่มีอะไรอย่างผม ผมส่ง Randy Orton ที่ห้องนอน...ของ John John ขอบคุณผมยกใหญ่ เขายิ้มให้ผม...ยิ้มแบบที่ผมไม่ได้เห็นเลยตลอดช่วงสามวันที่อยู่กับเขา ผมเองก็ยิ้มให้เขา กล่าวแต่ว่า ไม่มีปัญหา ยินดีๆ Viva La Raza แล้วกล่าวพร้อมโบกมือลาอย่างเพื่อน ทั้งที่อยากจะจูบ และกอดเขาไว้อีกครั้ง แม้มันจะเป็นครั้งสุดท้ายก็ตาม เดินยิ้มมาถึงรถ แต่เมื่อปิดประตูและสตาร์ทเครื่องยนต์เท่านั้น...... น้ำตาก็พาลไหล ผมมันบ้าแท้ๆ จะร้องไห้ทำไม ในเมื่อนั่นคือสิ่งถูกต้อง ผมอยากจะช่วยเขาอย่างนี้ต่อไปถึงแม้จะต้องเจ็บเองก็ตาม ดีใจแล้วที่เขายิ้มอย่างนั้นครับ...ผมอยากจะเห็นรอยยิ้มนั้นตลอดไป ดูแล John ดีๆนะ Mr.Randy Keith Orton ขอพระเจ้าคุ้มครอง...อาเมน...
To be Continued...
|
||
(C) 2004 DESTINY BY TONG |