Untouchable Affair

-- Chapter XI --

Angst Fiction by Tonga Hardcore
??? / John Cena

------------------------------------------------------------------------------

- His Call -

Eddie Guerrero :

“ รู้ตัวมั้ยว่าเมื่อคืนนี้ทำอะไรลงไป? ”

“ ชั้นรู้.................. ”

“ รู้มั้ยว่ามันผิด? ”

“ ......รู้..............ชั้นผิดเอง......... ”

“ ไม่...ชั้นเองก็ผิด John”

ถึงแม้จะรู้ว่าผิดแค่ไหน แต่ก็ยังไม่กลัวที่จะทำมัน

นี่ล่ะนะคือมนุษย์...สัตว์โลกที่เรียกได้ว่าฉลาดที่สุด แต่ก็งี่เง่าที่สุดเช่นกัน

ผมกอดเขาเอาไว้หลวมๆจากทางด้านหลัง กระซิบคุยที่ริมหู โซฟานอนยาวหันหน้าให้โทรทัศน์ ผมเห็นภาพของเขาสะท้อนในจอนั้น John ยังคงนอนนิ่งไม่ลืมตา ถึงแม้จะมีแสงแดดอ่อนๆยามเช้ามาเคาะประตูเรียกขนาดนี้ก็ตาม

“ นายจะกลับบ้านเมื่อไหร่? ”

“ อยากให้ชั้นกลับเหรอ...ถ้าอยากชั้นกลับวันนี้เลยก็ได้ ”

“ ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น นายอยู่ที่นี่ได้นานตราบเท่าที่นายต้องการ ก็ที่นี่มัน......... ” บ้านของเรา...ผมเกือบหลุดพูดออกไป โชคดีที่ยังพอมีสติระงับถ้อยคำไว้ได้ก่อน “ ที่นี่มันบ้านชั้น ”

“ งั้นชั้นขอไม่กลับ ”

คำพูดของเขาพอจะทำร้ายใจผมได้อย่างดี มันให้ทั้งความสุขและความทุกข์ในคราวเดียว ผมอยากให้เขาอยู่กับผมเรื่อยไป เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องถูกใครคนนั้นทำให้เจ็บอีก... หากแต่ว่าตลอดเวลาที่เขาอยู่ที่นี่ ทั้งผมและเขาก็เจ็บเท่าๆกัน

...เจ็บจากผลแห่งการทำบาปร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...

“ นายอยู่ได้ แต่อย่าทำร้ายตัวเอง นายต้องกินอะไรบ้าง ไม่งั้นนาย...... ”

“ ชั้นรู้...ได้............ตอนนี้ชั้นหิวก็ได้ ”

ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะชันตัวลุกขึ้นดึงผ้าห่มมาห่มให้เขา ส่วนผมคงต้องหาอะไรให้เขาทานซักหน่อยล่ะครับ แค่นี้ก็ผอมจนกระดูกชายโครงออกมาอวดโฉมกันสลอนจะแย่แล้ว

ตอนนี้ผมหาทางออกให้กับตัวเองไม่เจอ

พยายามจะหลีกเลี่ยงแล้ว แต่ก็ไม่สามารถโกหกตัวเองว่าเป็นพี่ชายที่ดีได้

ผมยังรักเขาอยู่...หมดหัวใจ

เมื่อมีเขาอยู่ใกล้ๆในคืนเหงาๆเมื่อคืน ทำให้ผมลืมตัว...เผลอคิดไปว่านี่คือคืนวันก่อนๆของเรา ถึงแม้จะรู้อยู่แก่ใจซักแค่ไหนว่าถึงอย่างไรเขาก็ไม่มีวันกลับมารักผม

...สายตาของเขามันฟ้อง...

ตัวเขาอยู่กับผม ตาจ้องที่ผม แต่แววตานั้นกลับมองใครที่ไม่ใช่ผม

ใครคนนั้นที่ยังคงอยู่ในใจเขาตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่

เสียงโทรศัพท์บ้านดังขัดจังหวะการทำอาหารของผมกลางคัน

“John! เปิด Speaker Phone ให้ชั้นหน่อยสิ ” ตะโกนออกไปอย่างนั้น กลัวใจตัวเองเหลือเกินว่าจะคิดอะไรไปเกินกว่านี้ ผมทำทุกอย่างเหมือนวันเก่าก่อน ทั้งที่ห่างหายไปนานร่วมครึ่งปี สมควรที่จะลืมได้แล้วแท้ๆ

John ไม่ได้ตอบรับอะไรกลับมา ผมได้ยินแต่เสียงก๊อกแก๊กดังๆ พอจะจินตนาการถึงมือที่ตบเปะปะควานหาตัวโทรศัพท์โดยที่ยังขี้เกียจแม้แต่จะลืมตา แต่ก็แม่นยำตรงปุ่มเป๊ะ

...เขาทำอย่างนี้บ่อยๆเวลาที่กำลังเล่นเกมส์อย่างเมามัน แล้วถูกขัดจังหวะด้วยเสียงโทรศัพท์...

เสียงสัญญาณดังยาวเหยียดครั้งหนึ่ง ผมยังไม่ทันจะขานคำทักทาย เสียงประหลาดจากปลายสายก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน คล้ายกับเสียงแก้ว...เสียงเพลง......เคล้ากับเสียงสูดลมหายใจของใครซักคน

“ ... John ...นั่นนายรึเปล่า นายอยู่กับ Eddie รึเปล่า... ”

เสียงแหบสั่นพร่านั่นทำเอาผมชะงัก ก่อนจะปิดแก๊ซ ทิ้งตะหลิว และถอดผ้ากันเปื้อนออกในตอนนั้น

ทันทีที่ผมก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่ John อยู่ ผมก็เห็นเขานั่งจ้องโทรศัพท์อยู่ก่อนแล้ว

ทั้งผม ทั้ง John และทั้งปลายสายเงียบไปพร้อมๆกัน

“ ........................... John ............กลับมาได้มั้ย.................... ”

............... John หลับตา สูดหายใจลึกๆ

.......................มือขาวเอื้อมแตะที่ปุ่มตัดสาย

“ ............ขอร้อง................................. ”

ผมภาวนา......ให้เขาตัดสาย

แล้วบอกกับผมว่าเขาจะอยู่กับผม

“ ..................................ชั้นเหงา.................. ”

เสียงจากปลายสายสิ้นสุดลงพร้อมกับเสียงโครมครามน่าหวาดเสียว

จริงอยู่ที่ John ตัดสายโทรศัพท์หลังจากได้ยินเสียงสุดท้ายที่สั่นพร่า พร่ำว่า ‘ เหงา '

แต่เขากลับทำตรงข้ามกับที่ผมปรารถนา

เขาหันกลับมาหาผมเนิบช้า พร้อมกับน้ำตา

“Ed ...ชั้นต้องกลับบ้าน ”

แล้วคนอย่างผมจะสามารถทำอะไรได้อีก

ในเมื่อตอนนี้ผมไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะหักห้ามเขาไม่ให้กลับไปหาคนที่เขารัก

“ ขอโทษ......... ”

เขากล่าวขอโทษ ซึ่งผมไม่รู้จะโทษอะไรเขาได้ แววตาสำนึกผิดนั่นบอกผมว่าเขาไม่สมควรที่จะได้รับการชิงชังหรือโกรธแค้น ผมไม่รู้เลยว่าสมควรจะให้อะไรเขาในตอนนี้ รู้แต่ว่า.........นี่ทำให้ผมรักและเวทนาเขาในตอนนี้เพิ่มขึ้นไปอีก

“ ไม่เป็นไร ชั้นจะไปส่งนายเอง ”

ตลอดทางจากบ้านผมถึงบ้านเขามันไกลพอดู ผมได้แต่กุมมือเขาไว้หลวมๆ John ไม่ได้ร้องไห้ แต่นิ่งไปราวกับว่าวิญญาณของเขาไม่ได้อยู่กับร่างอย่างนั้น เขากอดกระเป๋าเสื้อผ้าไว้แน่น และบีบมือผมไว้เช่นกัน

เราไม่รู้ว่าควรจะเริ่มที่ไหน John บอกว่าเขาคงต้องไปที่ St.Louis Missouri บ้านของพ่อลูก Orton ผมเลยคิดว่าควรจะพาเขาไปตั้งหลักที่บ้านก่อนดีกว่า อย่างน้อยก็ได้เอาเสื้อผ้ากับของใช้ส่วนตัวไปบ้าง

ผมและ John อยู่ในความเงียบมานาน จนในที่สุดก็ถึงบ้านของเขาที่ West New bury โชคดีที่ผมอยู่ไม่ได้ห่างไกลจากเขามากมาย ไม่เช่นนั้นคงช่วยอะไรเขาไม่ได้

“ ขอบคุณนะ Ed”

“ ไม่เป็นไร ไปเก็บของเถอะ ชั้นจะเลยไปส่งนายที่สนามบิน ”

เขาพยักหน้ารับคำ ก่อนจะวิ่งตรงไป ผมคิดว่าจะลงไปด้วยเหมือนกัน แต่ดันสังเกตว่าประตูบ้านของเขาไม่ได้ล็อคเอาไว้นี่สิ

เสียงโครมครามดังขึ้นไม่ห่างจากที่ John บิดลูกบิดประตูออกได้ง่ายดาย ผมเห็นเขาพลุนพลันเข้าไปในตัวบ้าน พลางตะโกน “Randy!!” เมื่อนั้นผมจึงไม่คิดที่จะลงไปด้วยครับ แค่นั่งรอดูความเป็นไปอยู่อย่างนี้จะดีกว่า

...ไม่อยากเห็นเขาอยู่ด้วยกัน ในเมื่อจบกันแล้ว ก็อย่าให้ผมไปเป็นมือที่สามอีกเลย...

เพราะอะไรหรือครับ

ก็เพราะผมรู้ว่ามันเจ็บแค่ไหนที่ต้องตกอยู่ในสภาพการมีมือที่สามมาแทรกแซงในความรัก

รู้ดีว่าเจ็บเจียนตายเมื่อรู้ว่าคนรัก ไม่ได้ซื่อสัตย์ต่อกันอีกต่อไปแล้ว

ผมจับพวงมาลัยไว้ จ้องไปข้างหน้า ไม่ได้จับอะไรเป็นเป้าหมายจริงจัง แค่อยากจะมองไปเรื่อยๆเท่านั้น มองอะไรก็ได้ที่ไม่ทำให้ใจคิดไปถึงเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นในบ้าน

ผมอยู่กับตัวเองไปได้ไม่นานเท่าไหร่ ก็ได้ยินเสียงแก้วแตกในบ้านหนึ่งครั้ง ก่อนจะตามมาอีกระรอกใหญ่ ราวกับว่าเกิดสงครามปาแก้วขึ้นในนั้น

ผมไม่สนใจครับ ผมยังนั่งนิ่งอยู่ในรถพลางผิวปากรอ

......เสียงที่ดังมากกว่าแก้วล้มดังครืนดังแว่วๆออกมาจากด้านใน......

ผม่ไม่สนใจอีกครับ......

...............................................

...............................................................ไม่สนใจไม่ได้แล้วล่ะครับ

“John นายไป...ไหนมา? ”

ภาพแรกที่ผมเห็นหลังจากวิ่งเข้าไปในบ้านคือเศษแก้วแตกเกลื่อนพื้น กลิ่นเหล้าต่างประเทศคลุ้งกระจายไปทั่วห้อง Randy Orton ถูก John พยุงให้นั่งได้อย่างยากลำบาก ตัวใหญ่โตของเขาเอนไปเอนมาด้วยคงสติสตางค์ยังไม่เข้าที่

“ นายทำอะไรของนาย ทำไมเมาแบบนี้ล่ะ ”

“John ............................................. ”

“ ลุกขึ้นก่อนนะ ฮึ้บ ! ......อ... Eddie ?? ”

ผมรู้ตัว่าผมอิจฉา Randy Orton

แต่ผมทนเห็นสภาพนี้เฉยๆทั้งที่ไม่ยอมช่วยอะไรไม่ได้หรอกครับ

“ ชั้นว่าพา Randy เข้าไปในห้องก่อนเถอะ ”

....................คืนนี้ยาวนานกว่าที่เคยรู้สึก

ผมขับรถมาเป็นเวลาทั้งวันเพื่อส่ง John ที่บ้านอย่างปลอดภัย

ไม่รู้ว่านี่จะเป็นการทำร้ายตัวเองหรือเปล่า รู้แต่ John คงมีความสุขที่ได้ทำอย่างนี้

ผมไม่เห็นว่าจะมีประโยชน์อะไรที่จะกักขังเขาไว้กับคนที่ไม่มีอะไรอย่างผม

ผมส่ง Randy Orton ที่ห้องนอน...ของ John

John ขอบคุณผมยกใหญ่ เขายิ้มให้ผม...ยิ้มแบบที่ผมไม่ได้เห็นเลยตลอดช่วงสามวันที่อยู่กับเขา

ผมเองก็ยิ้มให้เขา กล่าวแต่ว่า “ ไม่มีปัญหา ยินดีๆ Viva La Raza” แล้วกล่าวพร้อมโบกมือลาอย่างเพื่อน

ทั้งที่อยากจะจูบ และกอดเขาไว้อีกครั้ง แม้มันจะเป็นครั้งสุดท้ายก็ตาม

เดินยิ้มมาถึงรถ แต่เมื่อปิดประตูและสตาร์ทเครื่องยนต์เท่านั้น......

น้ำตาก็พาลไหล

ผมมันบ้าแท้ๆ

จะร้องไห้ทำไม ในเมื่อนั่นคือสิ่งถูกต้อง

ผมอยากจะช่วยเขาอย่างนี้ต่อไปถึงแม้จะต้องเจ็บเองก็ตาม

ดีใจแล้วที่เขายิ้มอย่างนั้นครับ...ผมอยากจะเห็นรอยยิ้มนั้นตลอดไป

ดูแล John ดีๆนะ Mr.Randy Keith Orton

“ ขอพระเจ้าคุ้มครอง...อาเมน... ”

 

To be Continued...

 

 
 


(C) 2004 DESTINY BY TONG

 
Hosted by www.Geocities.ws

1