Untouchable Affair

-- Chapter I --

Angst Fiction by Tonga Hardcore
??? / John Cena

------------------------------------------------------------------------------

- Thorn -

Chris Benoit :

เสียงเครื่องปรับอากาศในรถยนต์ส่งเสียงฟู่ฟ่าแผ่วๆ พอที่จะทำให้รับรู้การทำงานของมันบนรถยุโรปแสนรักที่ผมหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงซึ่งตอนนี้แสนเงียบเชียบได้ นั่นทำให้ผมถึงกับถอนหายใจออกมายาวๆ อย่างเบื่อหน่ายในความเงียบงันนั้น

การที่ต้องมาขับรถวนเวียนอยู่ในเมืองที่ไม่คุ้นเคยอย่าง Massachusettes น่าเหนื่อยใจมากสำหรับคนอย่างผม ผมกวาดสายตามองซ้ายมองขวาเพื่อสำรวจทางแยกที่ล้านได้แล้วบนถนนใยแมงมุม กลางเมืองที่การจราจรคับคั่งจนน่าตกใจ

“ คนแห่มาทำอะไรที่ Massachusettes นักนะ แต่ก่อนไม่เคยเป็นอย่างนี้เลยนี่หน่า ” ผมบ่น เรียกให้เพื่อนรุ่นน้องที่ร่วมโดยสารมาด้วย เหยียดตัวตรงขึ้นนั่งพิงพนักเบาะทันที ท่าทางนั่นทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะกระแนะกระแหน

“ ชั้นรู้หรอกว่าการนั่งรถมากับคนแก่ พูดไม่เก่งอย่างชั้นมันน่าเบื่อ แต่นายไม่เห็นต้องทำท่าหมดอาลัยตายอยากขนาดนั้นก็ได้นะ Randy!”

ไอ้เจ้าพ่อหนุ่มมาดกวนยักคิ้วก่อนยิ้มให้ผมทีหนึ่ง พลางปิดปากหาววอดใหญ่ จนผมถึงกับส่ายหน้าระอาใจเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าท่าทางที่แสดงออกแบบไม่หักหารน้ำใจกัน อาจจะดูแย่ไร้มารยาทอย่างไรก็ตาม กระนั้นแล้วคงไม่มีใครเชื่อผมว่าเจ้า Randy เป็นรุ่นน้องที่นิสัยดีใช้ได้เลยทีเดียวสำหรับผม

“ ก็ไม่มีอะไรมากหรอก Benoit…” เขามักเรียนผมว่า Benoit แทนที่จะเป็น Chris เพื่อที่จะไม่ไปพ้องกับชื่อ Chris Jericho เพื่อนสนิทของผมอีกคน “ ก็คนจากทั่วทุกสารทิศต้องแห่กันมาดูแม็ทช์ปล้ำของ RAW แน่นอนอยู่แล้ว ” Randy พูดด้วน้ำเสียงกระตือรือร้นตามสไตล์ ก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับโปสเตอร์โฆษณาของ RAW สีแดงโร่ติดหราบนตึกสูง เห็นเด่นชัดมาแต่ไกล

WWE มีแม็ทช์ปล้ำของ RAW ที่ Massachusettes ในคืนวันพรุ่งนี้ ถึงแม้มันจะดูไม่ค่อยสอดคล้องเท่าไหร่กับสิ่งที่ Randy พูดถึง แต่นั่นก็พอจะทำให้ผมยิ้มได้

เราขึ้นเครื่องมาจนถึงที่นี่เมื่อประมาณบ่าย 3 โมงเย็น พร้อมกันหลายคน ทั้งผม Randy และ Jericho . ป่านนี้ Jericho ที่เช็คอินเข้าพักที่โรงแรมแล้ว คงจะหลับไปได้หลายตื่น ผิดจากผมซึ่งเป็นคนเดียวที่มีบ้านญาติและรถที่เมืองนี้ เลยต้องมาตกเป็นทาสความเอาแต่ใจตัวเองของเจ้า Randy น้องเล็กอย่างไม่รู้ตัว เนื่องจากเจ้าเด็กบ๊องโตแต่ตัวเกิดร้องอ้อนวอนให้ผมพามาส่งที่บ้านเพื่อน ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าไม่ได้เจอกันมานานมากแล้วแถว West New Burry

ผมขับรถมาตามทางที่เขาบอก ซึ่งดูจะวกวนมากเกินกว่าคนที่พูดว่า ‘ จำทางได้แน่นอน ' เค้าจะบอกกัน แต่ก็เอาเหอะ ! ผมไม่ถือสาความบ้าของมันหรอก ก็ Randy มันเพี้ยนแบบนี้ประจำอยู่แล้วแหละครับ

“ อ้อ ! จำได้แล้ว Banoit~~ เลี้ยวซ้าย ~~”

“ ชั้นไม่เชื่อนายแล้ว ! West New Burry ......ไปตามทางที่ชั้นจำได้แทนแล้วกัน !”

ขับมาตามทางที่ผมจำได้ท่ามกลางความเงียบที่กลับมาปกคลุมภายในรถไว้อีกครั้ง จนเห็นป้ายบอกทางสีเขียวติดอยู่เหนือศีรษะก็เริ่มโล่งใจ ในที่สุดก็เจ้าเขตของ West New Burry เสียทีนะ ถึงตอนนี้ Randy ที่นั่งหงอยเพราะโดนผมตะหวาดไปเมื่อกี้ก็เริ่มกลับมากระตือรือร้นอีกครั้ง

“ เอ้า ! ทีนี้แหละ ตานายบอกทางบ้างแล้ว ”

“ คราวนี้ชั้นจำได้แน่นอน Benoit”

ตลอดทางที่ตัดเข้ามาในหมู่บ้านซึ่งร่มรื่นไปด้วยต้นไม้สีเขียวสด Randy บอกทางได้ไม่มีผิดเพี้ยน ถึงแม้จะมีหยุดนิ่งคิดไปบ้างเป็นระยะ รถยนต์เคลื่อนผ่านบ้านเดี่ยวส่วนตัวดีไซน์แตกต่างกันหลายหลัง หากแต่ทุกหลังถูกทาด้วยสีขาวเหมือนกันดูเป็นระเบียบ

ผมขมวดคิ้วมุ่นพลางหักพวกมาลัยเลี้ยวตามทางที่ Randy บอก ครุ่นคิดกับตัวเองอย่างสงสัย...ว่าบ้านที่ Randy จะมาให้ได้นี่มันบ้านใครกันแน่??

“ จอดๆๆๆ Benoit หลังนี้แหละ ขอบคุณมากครับ !” สักพักใหญ่ก็มาถึงจุดหมาย ผมสะดุ้งตกใจแทบเหยียบเบรกไม่ทันเนื่องจากไม่คิดว่าถึงที่หมายแล้ว จนรถจอดลงที่หน้าบ้านหลังกะทัดรัดแต่ดูหรูหราด้วยดีไซน์สีขาวสะอาดตา ซึ่งมีรถยนต์ 4-WD สีดำเงาจอดแบบไม่เป็นระเบียบหน้าทางเข้าบ้านอยู่ก่อนแล้ว.

Randy ลิงโลดแทบจะกระโจนออกจากรถไป แป๊บๆก็ได้ยินเสียงมันตบกระโปรงหลังรถของผมดังปังๆ ผมรู้สึกตัวตื่นจากความคิดหลายอย่าง ก้มลงดึงเปิดล็อคกระโปรงหลังให้ ถึงแม้จะมีเสียงเรียกให้สมองสั่งการอื่นๆนอกเหนือไปจากที่เคยทำอยู่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผมคลายความสงสัยต่างๆนานาที่เคยมีได้

สายตาของผมจ้องเขม็งอยู่ที่หน้าประตูบ้านหลังนั้น อยากรู้นักว่าใครคือเจ้าของบ้าน แต่เหมือนกับเจ้าของบ้านจะรู้ความคิดของผมยังไงอย่างงั้น ในที่สุดประตูสีขาวก็ถูกเปิดออก เผยให้ผมเห็นชายหนุ่มตัวค่อนข้างเล็ก ผิวขาวเจิดจ้า ในเสื้อบาสเก็ตบอลสีแดงสดเบอร์ 93 ขับให้ผิวสว่างนั้นดูโดดเด่นท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆยามบ่าย

ผมสีน้ำตาลอ่อน.........ตาสีฟ้า...............ริมฝีปาก.............โหนกแก้ม..........ข้อศอก........ข้อเท้า.........เป็นสีชมพูอ่อนไปหมด แลดูนุ่มนิ่มน่าจับต้อง

มันจะต้องเป็นเขาคนเดียวเท่านั้น... ผมจำได้แม่นยำถึงแม้วันใดสมองผมจะอ่อนเปลี้ยเสียปัญญาไปแล้วก็ตาม แต่เขาคือคนที่ผมจะจำได้ไม่ผิดไปแน่ๆ

คนที่ผมคาดไว้แต่แรกแล้วว่าต้องใช่..................

......... JOHN CENA ......................

“ อ้อ... John Cena จริงๆด้วย ” ผมเปรยออกมาลอยๆ แต่นั่นทำให้ Randy ที่กำลังก้มๆเงยๆขนกระเป๋าสัมภาระลงจากรถ ต้องหยุดสิ่งที่ทำอยู่อย่างตกใจ

Randy ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองไปที่จุดๆเดียวกับผม ปากที่เคยช่างจ้อไม่รู้จักหยุดหย่อนกลับเหมือนเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ เขาพึมพำบางอย่างกับตนเองก่อนจะเอ่ยตะกุกตะกัก ไม่ผิดกับผู้ร้ายที่กำลังหาข้อแก้ตัว

“ ช..ใช่ John Cena ......เพื่อนชั้น ! ชั้นมาเยี่ยมเพื่อนน่ะ ” Randy ร้องในขณะที่กำลังลอบโบกมือให้ John ซึ่งยิ้มกลับมาเช่นกัน คิดว่าผมคงไม่รู้สินะ...คิดผิดไปแล้วล่ะไอ้น้อง ชั้นแก่กะโหลกกะลาซะที่ไหน

John Cena ... ชื่อ John Cena ผมเรียกให้หรูหราไปอย่างนั้นแหละ ที่จริงผมเรียกผู้ชายคนนั้นว่า John ... ลืมไปหรือเปล่าว่าผมก็เด็กเก่า Smackdown! เหมือนกัน แถมยังเคยเป็นเทรนเนอร์ให้กับ John ด้วย

“ มันจะไม่ได้เป็นแค่เพื่อนน่ะซี่... ” ผมกระซิบ “ ไง? John!” ผมตะโกนทักแทรกไปก่อนที่ Randy จะได้พูดอะไรต่อ ในขณะที่คนซึ่งผมเพิ่งทักก็กำลังเดินเข้ามาดูใกล้ๆ คงจะงงสินะว่ารถใครมาจอดหน้าบ้าน และเมื่อ John เห็นว่าเป็นผม ดวงตาสีฟ้าสดใสก็เบิกกว้างเป็นประกาย

John ฉีกยิ้มน่ารัก พลางวิ่งถลาเข้ามาหา ผมคิดถึงรอยยิ้มนี้จนอดไม่ได้ที่จะเปิดกระจกรถให้กว้างกว่าเดิม เพื่อโผล่ตัวไปรับกอดจากเขา

“Chris~~ ชั้นคิดถึงนายชะมัดเลย ” John พูด ก่อนที่ผมจะโน้มใบหน้าขาวเนียนของเขามาจูบย้ำที่ริมฝีปากสีชมพูสด ผมนึกขันในใจระหว่างที่ผละจาก John แล้วเหลือบมองที่ Randy เจ้านั่นถึงกับอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองด้วยซ้ำ... แล้วแบบนี้ยังจะมาแก้ตัวอีกว่าไม่ได้มากกว่าเพื่อน

“ นายสบายดีมั้ย Benoit ? ” John กอดผมแน่นไม่ปล่อย ถึงแม้ว่าการกอดโดยมีประตูรถกั้นกลางจะลำบากซักหน่อยก็เถอะ

“ สบายดี แต่ก็เหงานิดหน่อยนะ ”

น้อยคนที่จะได้เห็นยิ้มของผม ผมไม่ได้หวงมันหรอกนะ หากแต่มันยากที่จะเผยออกมาอย่างไร้สาเหตุ ผมไม่ได้เจอต้นเหตุที่ทำให้ผมยิ้มได้อย่างเต็มใจแบบนี้มานานแล้ว แต่พอได้กลับมาเจออีกครั้ง ความน่ารักของเขาก็ยังคงสามารถทำให้ผมมีความสุขได้เหมือนเดิม

ถึงแม้จะอยากอยู่กับเขา คุยกับเขาให้หายคิดถึง หรือถึงแม้ว่าจะยังอยากแกล้งไอ้เจ้าผู้ร้ายปากแข็งให้งงเต้กกว่าเก่า แต่ผมก็แก่พอจนรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร ดวงตาสีเทาอมเขียวสีเดียวกับตาของผมค้อนมาอย่างน้อยใจ บอกให้ผมรู้ว่านี่ไม่ใช่ที่ของผมอีกแล้ว

“ ชั้นก็คิดถึงนายนะ John แต่ว่าชั้นต้องไปก่อน ไว้โอกาสหน้าเราค่อยคุยกันอีกแล้วกัน ”

สีหน้าของ John สลดลง ดวงตาหวานเยิ้มทำละห้อย และขนตายาวงอนยั่วยวนกันเหลือเกิน ผมอยากจะจูบเบาๆที่เปลือกตาเขาเป็นการปลอบใจอีกซักครั้ง แต่ก็อย่างว่า...ผมแก่พอจะรู้ว่านี่ไม่ใช่ที่ของผม

John หันกลับไปกอดเอว Randy ไว้แน่นพอที่จะทำให้หน้างงๆของเจ้าเด็กไฮเปอร์นั่นคลายหายไปโดยมีรอยยิ้มมาแทน ผมโบกมือให้ทั้งสอง และได้รับคำกล่าวลากลับมาเช่นเดียวกัน

ดูเหมาะกันดีทีเดียว......รุ่นน้องที่ผมรักทั้งสอง

“ ลาก่อน Benoit! เจอกันพรุ่งนี้ ! ขอบคุณที่มาส่งนะครับ ” Randy ยิ้มพูด ผมมองเขาก่อนจะยิ้มตอบ

“ ไม่เป็นไร ยินดีมากไอ้หนู !”

ผมจากมาพร้อมกับความรู้สึกตลกกับโชคชะตาพิลึก โลกเรานี่มันช่างกลมซะจริงนะ กลับได้มาเจอคนที่คิดว่าคงไม่ได้เจอกันง่ายๆได้อีกแล้ว โดยมีคนใกล้ตัวซึ่งไม่เคยเกี่ยวข้องกับเรื่องเก่าๆในชีวิตผมพามา

ผมมองไปรอบๆ หมู่บ้านนี้แล้วอดไม่ได้ที่จะยิ้มจางๆ กลิ่นลมโชยผ่านหน้าต่างรถยนต์ที่ยังไม่ถูกปิด รู้สึกคุ้นเคยกับสายลมบริสุทธิ์นี้ ผมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกดสวิตช์ปิดหน้าต่างขึ้นจนสนิท แล้วเอื้อมมือไปปัดหน้ากากแอร์ขึ้นเป่าใบหน้า

“ เอะใจตั้งแต่แรกแล้วเชียว... หึ ! ทำไมชั้นไม่รู้ว่าบ้านหลังนี้ของใคร Randy เอ้ย....... นายไม่ใช่คนเดียวที่เคยมาที่บ้านหลังนี้หรอกนะไอ้หนู... ”

 

To be Continued...

 

 
 


(C) 2004 DESTINY BY TONG

 
Hosted by www.Geocities.ws

1