S T A Y

( I Miss You )

Gale Harold / Randy Harrison (POV)

Song Inspired by Lisa Loeb , Stay (1994)
RPS Song Fiction by Tonga Hardcore

-----------------------------------------------------------------------------

ปัง !! เสียงก้นแก้วน้ำกระทบพื้นโต๊ะไม้โอ๊คขัดเงานี้จนดังสนั่น มือของผมบีบแก้วนั่นจนสั่นราวกับต้องการทำให้มันแตกละเอียดคามือ เสียงรถราบนถนนกับแสงไฟที่ไม่เคยสงบลงในเมืองอันไม่เคยหลับไหล ที่ผมได้ยิน ได้รับรู้ความเป็นไปของมันอยู่บนอพาร์ตเม้นต์สูงเสียดฟ้านี่ เริ่มทำให้ผมรู้สึกว่า ผมมาทำอะไรในที่ที่ไม่ได้เป็นของผม

เด็กบ้านนอกอย่างผม นักเรียนการแสดง นักแสดงนำละครเวที ผมมาทำอะไรในแอล.เอ. เมืองแห่งวงการภาพยนตร์นี่ ทั้งๆที่ชีวิตของผม ณ เมืองใหญ่นี้ควรจะจบลงไปแล้ว

"ผมผิดหวังในตัวคุณ มาก เกล เราอาจจะไปกันไม่ได้แล้วจริงๆ"

"ไม่เป็นไรแรนดี้ ชั้นว่าชั้นเคยคุยกับนายเรื่องนี้แล้วนะ ในเมื่อนายตัดสินใจแล้วก็ไม่จำเป็นต้อง..."

You say I only hear what I want to.
You say I talk so all the time so.

ผมฟาดกระเป๋าสัมภาระของบนโต๊ะตัวเดิมโครมใหญ่ ผมไม่ต้องการฟังคำพูดของเขาอีก คำพูดที่เคยทำให้ผมรู้สึกว่าเขารัก เขาเป็นห่วงผมมาตลอดเวลา 5 ปีที่ได้รู้จักกัน ตอนนั้นผมอาจจะยังเด็กเกินไปในที่นี้ อาจจะยังดูบ้านนอกหลอกง่าย อาจจะยังไม่มีความเป็นตัวของตัวเองพอ เกินกว่าที่จะรับรู้ว่าความสัมผัสระหว่างผมกับเขาตลอด 5 ปี สุดท้ายมันก็แค่คู่ขาหรือรูมเมทธรรมดาๆเท่านั้น

"...ไม่จำเป็นต้องผูกมัดกับอะไร หรือใครที่นี่" ผมล้อเลียนเพราะรู้ดีว่าสิ่งที่เขากำลังจะบอกนั่นคืออะไร "ได้ เกล ได้ ! ผมจะไป ไปให้พ้นๆหน้าคุณซักที ! "

นั่นคือประโยคสุดท้ายที่ผมบอกกับเขา ก่อนที่จะจากออกมา ภาพแววตาของเขาที่หลุบต่ำลงไม่สู้หน้าผมยังคงติดตา มันอาจจะดูยากเกินกว่าที่จะตัดสินใจในเร็ววัน แต่จนแล้วจนรอดมันก็คงต้องสิ้นสุดเสียที ตำแหน่งเพื่อนร่วมงานมันควรจะหลุดลอยจากตัวผมไปตั้งแต่ซีรี่ย์ที่เราแสดงร่วมกันมากว่า 5 ปีจบลง เป็นผมเองที่ดันทุรังอยู่นั่น ยืนยันว่าจะเลิกเล่นละคร เลิกเล่นภาพยนตร์แล้ว แต่จะยังอยู่กับเขาอย่างนี้ตลอดไปในฐานะ...คนรัก

ผมหายใจเอาควันขาวๆออกมา ในขณะที่เอื้อมมือไปปัดหน้ากากแอร์รถยนต์ไปให้พ้นตัว เม็ดฝนเกาะพราวที่ข้างหน้าต่าง แสงไฟรถสะท้อนบนพื้นถนนเปียกแฉะไม่ขาด ไม่นานฝนก็เริ่มตกลงมาหนาเม็ดขึ้น ผมเปิดระบบที่ปัดน้ำฝนให้เริ่มทำงาน

ไม่เคยรู้สึกเหนื่อยขนาดนี้มาก่อนที่ต้องนั่งนิ่งๆ ในขณะที่รถด้านหน้าติดกันยาวเป็นพรืด ไม่แน่ว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุอะไรข้างหน้านั่นหรือเปล่า ผมเริ่มรู้สึกว่าการขับรถในขณะที่ฝนตกหนักนี้เองมันน่าเบื่อหน่ายยิ่งนัก


And I thought what I felt was simple,
and I thought that I don't belong,
and now that I am leaving,
now I know that I did something wrong 'cause I missed you.
Cos I missed you.

...ก็เพราะว่าเคยมีเกลคอยเป็นสารถีให้ตลอดเวลาที่มาเยี่ยมเยือนแอล.เอ.

And you say I only hear what I want to:
I don't listen hard,
don't pay attention to the distance that you're running
to anyone, anywhere,
I don't understand if you really care,
I'm only hearing negative: no, no, no.

ผมไม่คิดว่าการที่จะทนอยู่กับเขาต่อไปนั้นเป็นการดีต่อทั้งผมและเขา เราเองต่างลำบากใจกัน ผมเคยมีความสุขแม้ว่าจะเหนื่อยแค่ไหนที่ต้องเทียวไปเทียวมา ซ้อมละครเวที ก่อนจะกลับมาที่ซึ่งผมเรียกว่าบ้าน ที่ที่มีเขาอยู่ข้างๆผม นานมาอย่างนี้เกือบปี ความสุขของผมเหมือนค่อยๆโดนบั่นทอน ผมไม่รู้ว่ามันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แต่ผมเหนื่อยหน่ายกับมัน

เขาผลักไล่ไสสั่งให้ผมไปอยู่กับบรรณาธิการหนังสือชื่อดังฉบับหนึ่ง ที่เคยมีข่าวว่าตกลงคบหาดูใจกับผมมาตั้งแต่ตอนที่เขาได้สัมภาษณ์ ทั้งเขาและผมรู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ใช่ความจริง แต่เขายังกลับบอกกับผมว่า "ชั้นไม่ห้ามถ้านายอยากจะไปอยู่ที่ไหน กับใคร ขอแค่นายสบายใจก็พอ" โอเค มันเคยฟังดูดี

แต่สำหรับผมในตอนนี้ ผมรู้ว่าเขาไม่เคยแคร์

So I turned the radio on, I turned the radio up,
and this woman was singing my song:
lover's in love, and the other's run away,
lover is crying 'cause the other won't stay.

Some of us hover when we weep for the other who was
dying since the day they were born.
Well, well, this is not that;
I think that I'm throwing, but I'm thrown.

เสียงเพลงที่ดังขึ้นเมื่อผมค่อยเอื้อมมือสีซีดเผือดของตัวเอง ค่อยๆเร่งเสียงมัน นี่อาจจะเป็นเพลงของผม ไม่รู้สิ...ทั้งที่ตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว และก็คิดว่ามันมากเกินพอแล้วที่จะทบทวนอะไรอีก ผมกลับรู้สึกว่าตนเองกำลังว้าเหว่อย่างหาที่สุดไม่ได้ เดินก้าวผ่านประตูของอพาร์ตเม้นต์หลังนั้นมายังไม่ถึงชั่วโมง แต่กลับเจ็บปวดราวกับจากมาเป็นอาทิตย์

เริ่มต้นที่ร้องไห้ กำลังจะพ่ายแพ้ต่อความจริงในจิตใจ ทั้งที่ผมอาจจะแพ้หมดคราบแล้วตั้งแต่ยังไม่ได้บอกเลิกเขา

And I thought I'd live forever, but now I'm not so sure.
You try to tell me that I'm clever,
but that won't take me anyhow, or anywhere with you.

ผิดที่ผมคิดว่าตัวเองปีกกล้าขาแข็งพอที่จะไม่ทนอยู่ แต่ตอนนี้ผมไม่แน่ใจว่าจะอยู่ได้ สิ่งที่เขาบอกกับผม พยายามให้ผมทำในสิ่งที่ใจอยากนั้น ผมขอบคุณ แต่อยากให้เขารู้ว่าถ้ามันไม่ช่วยให้ผมมีเขาได้ มันก็ไร้ประโยชน์จริงๆ สิ่งที่ผมอยากทำคืออยู่กับเขา...อยู่กับเขาเท่านั้น

You said that I was naive,
and I thought that I was strong.
I thought, "hey, I can leave, I can leave."
Oh, but now I know that I was wrong, 'cause I missed you.
Yeah, I miss you.

เมื่อรถที่ติดแหง่กอยู่นานเกือบสิบห้านาทีเริ่มเคลื่อนตัว เท้าผมเหยียบคันเร่ง มองเกวัดความเร็วที่หน้าปัดตรงหน้าที่ค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้นช้าแล้ว ผมถอนหายใจยาวเหยียด

You said, "I caught you 'cause I want you and one day I'll let you go."
You try to give away a keeper, or keep me 'cause you know you're just
scared to lose.

ผมตัดสินใจเลี้ยวรถที่ยู-เทิร์นตรงหน้านี้ ก่อนที่อะไรบางอย่างจะพาผมกลับไปในที่ที่ผมเพิ่งจากมา

เมื่อผมผลักประตูตรงหน้าให้เปิดออก ผมพบเขายืนรออยู่ เกลเหมือนกำลังจะเอ่ยอะไรขึ้นบางอย่าง ที่ก็กลับกลืนคำพูดของเขาลงไปทั้งหมด ก่อนจะยกมือโบกใบ้ให้ผมพูดก่อน

"คุณพูดก่อน..." ผมย้อน

เขาอ้ำอึ้ง ถูมือลงบนด้านข้างกางเกงยีนส์ที่เขาสวมใส่ พลางถอนหายใจหนักหน่วง เขาเดินเข้ามาใกล้ผมก่อนจะวางฝ่ามือนั่นลงบนต้นคอของผม มือนั่นค่อยรูดลงไปถือมือขวาที่ผมกำหูกระเป๋าสัมภาระไว้แน่นด้วยอาการชุ่มเหงื่อ

...เขาปลดมือผมออก...

"อยู่ที่นี่เถอะ ชั้นคิดว่าชั้นอยากให้นายอยู่"

And you say, "Stay."
And you say I only hear what I want to.

"ผมคิดถึงคุณ เกล..."


:..:..:..:..:..:..:..:..:..:..:..:..:..:..:..:.. F I N ..:..:..:..:..:..:..:..:..:..:..:..:..:..:..:..:

 

 
 


(C) 2004 DESTINY BY TONG

 
Hosted by www.Geocities.ws

1