* SCARLET RANSOM *
( 30 Days In Heaven )

- Day 4 : Top Secret -

Randy Orton X John Cena
RATE : NC-17

AU Fiction by Tong

-------------------------------------------------------------------------------------

จอห์นอาบน้ำอาบท่าจนตัวหอมฟุ้ง ก่อนจะถือวิสาสะแอบฉวยเสื้อเชิ้ตในตู้เสื้อผ้าของเจ้าของบ้านมาสวม

คงไม่มีอะไรจะเซ็กซี่ไปมากกว่าเรือนร่างเพรียวผิวขาวผ่อง ซึ่งสวมเพียงเสื้อเชิ้ตผู้ชายสีโอรสของแรนดี้ที่เมื่อเทียบกับตัวเขาแล้วหลวมโคร่ง กับกางเกงขาสั้นสีเขียวที่ดูเผินๆ เหมือนไม่ได้ใส่ ปลายเสื้อยาวกรอมมาเกือบถึงหัวเข่า แขนยาวดูเทอะทะ แรนดี้บอกจอห์นตอนที่เขากำลังแต่งตัวเตรียมออกไปทำงานเมื่อเช้าว่าเป็นเสื้อที่คุณแม่ของเขาซื้อให้ แรนดี้รับมันมาทั้งที่คิดว่าสีสันช่างสุดแสนจะเสร่อสิ้นดี แถมยังขนาดใหญ่เกินไปนิด หากหนุ่มรุ่นๆ ใส่คงจะเชยแย่ น่าแปลกที่พอจอห์นฉวยมันไปใส่แล้วกลับให้อารมณ์น่าฟัดแบบสุดๆ

ก็ใครจะกล้าเถียงว่าต้นขายาวเนียนที่โผล่พ้นเสื้อเนื้อสีหวาน ใบหน้า ลำคอ เนินอก เรียวแขน ทั่วทุกสรรพางของจอห์นอันขาวใสไปหมดนี้ไม่ยั่วยุอารมณ์เร้น ประกอบกับรอยช้ำสีแดงอมม่วงจากการทำรักซี่งระบายอยู่ถ้วนทั่วทุกส่วนสัด บ่งบอกได้ดีถึงดีกรีความเร่าร้อนยั่วยวน และพลังดึงดูดที่ดูจะขยันแผ่ออร่าออกมาไม่รู้จักหยุดหย่อน

ร่างสวยใต้ผ้าเนื้อดีนอนคว้ำเผยส่วนเว้าส่วนโค้งบนโซฟาตัวโต กระดิกขาสลับกันไปมา พลางจ้วงโยเกิร์ตเข้าปากอย่างสบายอารมณ์ จอห์นคิดว่าอันที่จริงก็ดีเหมือนกันที่แรนดี้งานยุ่ง เพราะก็เท่ากับเขาพลอยสบายไปด้วยที่ไม่ต้องคอยเอาอกเอาใจพ่อหนุ่มตลอดวัน แต่วันนี้...จอห์นยอมรับว่าเขากำลังรอคอยการกลับมาของแรนดี้อย่างใจจดใจจ่อ ในหัวมีแต่เรื่องที่ชายหนุ่มรูปหล่อเปรยกับเขาเมื่อคืน

'ผมเคลียร์งานจนเกือบเสร็จ พรุ่งนี้ผมก็จะกลับบ้านเร็วกว่าทุกวันได้ บางทีเราอาจจะออกไปข้างนอกกัน'

จอห์นอยากออกไปข้างนอก อยากเปิดหูเปิดตา ไม่ใช่เพราะว่าจอห์นเบื่อกับการที่ต้องอยู่รอคอยปรนนิบัติแรนดี้ทุกวี่วัน ร่างสวยชินชาไปเสียแล้ว ทว่าเขาเบื่อหน่ายกับการถูกจองจำตลอดเวลากว่า 2 ปีต่างหาก

ใบหน้าหวานพริ้มดวงตาสีสวย ก่อนจะเลียริมฝีปากเมื่อส่งโยเกิร์ตคำสุดท้ายเข้าไปอย่างมีความสุขสุดๆ ถึงแม้ว่าโยเกิร์ตไขมันต่ำนี่จะไม่อร่อยเท่าโยเกิร์ตรสอื่นๆ แต่จอห์นก็ยังไม่กล้าแลกสัดส่วนของเขากับความสุขในการกินอยู่ดี เขาคิดถึงมันอยู่เสมอ...ว่าถ้าร่างสวยๆ นี้ไม่สวยอีกต่อไป ใครจะยังต้องการเขาอีก

.
.
.

จอห์นปล่อยเวลาให้ผ่านไปกับความเงียบงันอยู่ชั่วครู่ จนในที่สุดเสียงออดประตูก็ดังขึ้นเรียกสติของเขากลับมา หนุ่มหน้าหวานเด้งตัวผึง ตาจ้องนาฬิกาที่หลังบาร์เหล้าซึ่งบอกเวลา 17.00 น. พลันฝีเท้าก็วิ่งรี่ไปที่ประตูห้องอย่างรวดเร็ว เปิดประตูต้อนรับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข

ทันทีที่กระชากประตูเปิดออก ภาพผู้มาเยือนหลังบานประตูนั้นเล่นเอาจอห์นถึงกับยิ้มซูบซีด ฝ่ายหนุ่มมาดเซอร์ที่มาเยี่ยมเยือนนั้นก็ดูจะหน้าตาตื่นตระหนกอย่างคาดไม่ถึงพอกัน ก่อนที่รอยยิ้มปีศาจจะผุดขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตยับๆ สีดำกับกางเกงยีนส์สีซีด ผมยาวหยักศกสีบลอนด์ทอง

"เพราะอย่างนี้นี่เอง ไอ้เหี้ยแรนดี้ถึงกระสันอยากกลับบ้านทุกลมหายใจเข้าออก"

-------------------------------------------------------------------------------------

"ผมกลับก่อนล่ะนะครับ ฝากคุณช่วยเอาเอกสารพวกนี้ไปให้พ่อแทนผมด้วยนะครับ คุณเจมส์"

"ได้ค่า กลับบ้านดีๆ นะคะคุณออร์ตั้น" เลขานุการสาวกล่าวรับคำพลางขยับกรอบแว่นตาที่สวมอยู่ มิกกี้ เจมส์ ยิ้มแย้มอำลาชายหนุ่มอายุน้อยซึ่งดำรงตำแหน่งรองประธานที่ปรึกษาบริษัทและผู้จัดการฝ่ายพัฒนาซอฟท์แวร์ในคนเดียว ก่อนจะหอบแฟ้มเอกสารที่แรนดี้เพิ่งนำมาส่งให้เดินหายเข้าไปในห้องทำงานของท่านประธานบริษัท บ๊อบ ออร์ตั้น ตามที่แรนดี้ฝากฝัง

แรนดี้ถอนหายใจอย่างสบายอกสบายใจ พลันเร่งฝีเท้าออกจากที่นั่น เขาผิวปากไปตลอดทางเดินเรียกสายตาและท่าทางแปลกอกแปลกใจของพนักงานหลายๆ คนได้ดี ในที่สุดงานที่แรนดี้ได้รับมอบหมายก็ถูกจัดการจนเสร็จเกือบสมบูรณ์ เท่านี้เขาก็จะพอมีเวลาว่างหลังเลิกงานมากพอที่จะพักผ่อนตามใจได้อีกซักพัก จนกว่าประธานบริษัทจะเรียกประชุมโปรเจ็คอีกครั้ง

"รอด้วยครับ!"

ร่างสูงเร่งฝีเท้าให้ทันเมื่อเห็นว่าประตูลิฟท์กำลังจะปิด จนแทรกตัวเข้ามาอยู่ภายในลิฟท์ได้อย่างทันท่วงที แรนดี้กดลิฟท์ ก่อนที่พ่อหนุ่มสุดเนี๊ยบยกหลังมือขึ้นซับเม็ดเหงื่อน้อยๆ ซึ่งผุดขึ้นที่ขมับ ก่อนจะจัดเสื้อสูทและปกเสื้อเชิ้ตของตนเองไปพลางๆ ภายในลิฟท์ขณะนี้ไม่มีใครนอกจากตัวเขาเองกับหญิงสาวในชุดสูทกับกระโปรงสั้นสีเทาอีกคนเท่านั้น

"สวัสดีค่ะแรนดี้"

"โอ้ หวัดดี...แซม"

เมื่อพบว่าแม่สาวในลิฟท์นั้นคือ ซาแมนธ่า โจทก์เก่า แรนดี้กระตุกยิ้มหยันๆ พลางหันไปมองหล่อนเพียงหางตา ก่อนจะดำเนินกิจกรรมที่ตนเองกำลังทำอยู่ต่อไปอย่างไม่ได้ใยดีเธอนัก หญิงสาวเมื่อเจอท่าทีไม่นับญาติเช่นนั้นก็ถึงกับหน้าเสีย หล่อนหัวเราะแห้งๆ เนือยๆ ออกมาอย่างไร้เหตุผล ทำเอาแรนดี้ซึ่งไม่ชอบหน้าเธออยู่แล้วสมเพชหนักเข้าไปใหญ่

"ไม่สบายหรือเปล่า" หนุ่มหล่อถาม ซึ่งทำให้สาวเจ้าตาเป็นประกายขึ้นมาทันที ทึกทักว่าคำถามนั้นแทนความห่วงใย หารู้ไม่นั่นคือภาษาสุภาพของประโยค 'มึงบ้าหรือเปล่า' ดีๆ ของแรนดี้นี่ล่ะ

"ไม่เป็นอะไรมากหรอก ก็เหมือนทุกวันน่ะ" ซาแมนธ่ายิ้มตอบอย่างชุ่มฉ่ำใจ แรนดี้พยักหน้าตามหงึกหงักแทนการรับรู้ในความหมายของเขา 'ไม่เป็นอะไรมากหรอก ก็บ้าเหมือนเก่าน่ะ'

อาคารสำนักงานเดิมๆ ที่แสนคุ้นเคย วันนี้กลับดูสูงและห่างไกลกว่าทุกวัน ซาแมนธ่ายืนอยู่ที่มุมหนึ่งของลิฟท์ใกล้แพงควบคุมด้วยความรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ผิดจากแรนดี้ที่ยืนอยู่ ณ อีกมุมหนึ่งด้านในลิฟท์ แหงนหน้ามองหน้าปัดลิฟท์ไปพลาง กัดเล็บไปพลางอย่างเมามัน

หญิงสาวกำฝ่ามือที่ชื้นชุ่มไปด้วยเหงื่อของเธอแน่น ก่อนจะถอดถอนลมหายใจเฮือกใหญ่ แล้วรวบรวมความกล้าที่จะเอ่ยบทสนทนาสานต่อความสัมพันธ์กับชายหนุ่ม อดีตคนรักของเธอ "รู้สึกจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษนะคะที่ได้กลับบ้านเร็ว ปกติไม่เห็นเป็นอย่างนี้เลย"

หนุ่มหล่อร่างสูงเหล่สายตามองสาวเจ้าของเสียงหวานนุ่ม พลางหัวเราะลงคอ "ก็บ้านมันน่าอยู่ขึ้นน่ะสิ"

"น่าอยู่ขึ้น?" ซาแมนธ่าเลิกคิ้วโก่งบางเฉียบของเธอขึ้นอย่างแปลกใจ ตลอดเวลาที่คบหาดูใจกันมา เธอรู้ดีว่าแรนดี้บ้างานและเบื่อบ้านขนาดไหน เพราะเหตุนี้อาการอิ่มอกอิ่มใจของแรนดี้ในยามนี้จึงทำให้หล่อนสงสัยใคร่รู้ขึ้นมาได้ไม่น้อย

"ใช่แล้ว" แรนดี้ยิ้มพูดอย่างสบายใจ "อะไรๆ ในชีวิตผมเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเยอะเลยนะ หลังจากคุณทิ้งผมไปเนี่ย..."

ทันทีที่พูดจบประโยค ลิฟท์ก็มาหยุดอยู่ที่ชั้น 3 ที่หมายของแรนดี้พอดิบพอดี "ผมไปล่ะนะแซม โชคดีสำลีแปะหัว" ชายหนุ่มผิวเข้มรีบรวบรัดตัดความด้วยประโยคติดปากของอดัมเพื่อนซี้ ก่อนจะเดินตัวปลิวออกไปจากลิฟท์อย่างรวดเร็ว พนักงานคนอื่นๆ ที่ยืนรอลิฟท์อยู่ที่ชั้น 3 ซึ่งกรูกันเข้ามาในลิฟท์เบียดซาแมนธ่าเข้าไปอัดเป็นปลากระป๋องอยู่ด้านในได้โดยง่าย หล่อนแหกปากโวยวายคาดคั้นหาความหมายจากคำตอบของแรนดี้ แต่ทว่าก็ไม่ทันเสียแล้ว

"หมายความว่าไงคะแรนดี้!! คุณหาว่าชั้นเป็นตัวซวยเหรอ!?! แรนดี้~~~ กรี๊ดดดดดดดดดดดด"

ประตูลิฟท์ที่ปิดงับเข้าหากันทันทีนั้นช่วยลดความเข้มเสียงของซาแมนธ่าได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ไม่อยากจะคาดคะเนถึงสภาพของพนักงานชั้นประทวนซึ่งลงลิฟท์ไปพร้อมๆ กับเจ้าหล่อนเลย แรนดี้สำลักขำ เดินล้วงกระเป๋าตรงไปตามทางเดินที่เชื่อมระหว่างบริษัทและลานจอดรถ เรื่องการพบปะกับอดีตแฟนสาวอย่างซาแมนธ่าโดยบังเอิญนั้นไม่ได้อยู่ในสมองของเขาแม้แต่น้อย

แรนดี้กำลังครุ่นคิดอย่างหนักว่า...คืนนี้จะพาจอห์นคนสวยของเขาไปดินเนอร์ใต้แสงเทียนที่ไหนดีต่างหาก

-------------------------------------------------------------------------------------

"ขอบคุณครับคุณออร์ตั้น!" เด็กคุมลิฟท์ท่าทางเก้ๆ กังๆ ก้มศีรษะขอบคุณจนหัวแทบจะชนพื้น เมื่อนักธุรกิจหนุ่มมาดดีให้ทิปเขาด้วยเงินมากกว่าค่าจ้างของเขาทั้งวันเสียอีก แม้ว่าอากาศภายนอกในวันนี้จะไม่ค่อยสู้ดีนัก ทว่าวันดีๆ ของแรนดี้ก็ดูจะกลายเป็นวันดีของใครหลายๆ คนไปด้วย

หนุ่มหล่อร่างสูงเดินตรงไปตามแนวทางเดินที่แสนคุ้นเคยอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าคมสันระบายไว้ด้วยรอยยิ้มจางๆ ตลอดเวลา จนกระทั่งมาหยุดลงที่หน้าห้องพักของตนเอง โดยปกติที่เขาจะใช้การ์ดรูดเปิดประตูเองด้วยความเคยชิน ทว่าวันนี้กลับนึกสนุก แรนดี้เอื้อมมือขวาขึ้นกดกริ่งครั้งหนึ่ง ความคิดในหัวพลันเตลิดคิดไปถึงรอยยิ้มแสนหวาน เสียงหัวเราะสดใส และรสจูบหอมละมุนที่จอห์นจะมอบให้เขาเป็นการตอบแทน หากอีกฝ่ายรู้ว่าวันนี้เขามีอะไรมาเซอร์ไพรซ์บ้าง

แรนดี้ทำกระตุกคิ้วไม่เท่ากันแบบกวนๆ ตามสไตล์ เมื่อได้ยินเสียงกลอนประตูที่ถูกปลดล็อคจากภายใน ก่อนที่จะพบกับใบหน้าหวานที่เฝ้าคิดถึงมาตลอดวันเบื้องหลังบานประตูนั้น จอห์นอมยิ้มน้อยๆ เอามือไพ่ไว้ด้านหลัง วันนี้ร่างสวยดูมีท่าทีเขินอายเป็นพิเศษ แต่กลับดูน่ารักจนแรนดี้แทบอดใจไว้ไม่ไหว

"สวัสดีครับ จอห์น"

"หวัดดีว่ะไอ้เหี้ยแรนดี้" น้ำเสียงกวนโสตประสาทที่ตอบรับกลับมาแตกต่างจากที่หวังจะได้ยินราวฟ้ากับเหว ทว่านั่นก็ไม่ทำให้แรนดี้อยากจะกัดลิ้นตายไปมากกว่าที่เขาเห็นอดัมอยู่ที่นี่ "แหม๊...วันนี้อารมณ์ดีเชียวนะมึง ทุกวันเห็นฮึดฮัดฟึดฟัดฟาดงวงฟาดงาเป็นควายเห็นผ้าแดง"

"ไอ้เหี้ยอดัม......" แรนดี้รำพึง ตกตะลึงตาค้าง มองเพื่อนซี้มาดเซอร์ของเขาเดินเข้ามายืนเคียงแนบจอห์น ก่อนจะประคองกอดร่างเพรียวสวยนั่น พลางก้มลงจูบเบาๆ ที่โหนกแก้มได้รูปสีชมพูระเรื่อ

"มีของดีเก็บไว้ไม่เคยบอกกูเลยนะไอ้เพื่อนชั่ว"

.
.
.

จอห์นชะเง้อชะแง้จนคอยาวแทบจะเป็นยีราฟ พยายามจะรับรู้ในสิ่งที่สองหนุ่มเพื่อนซี้คุยกันหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ที่ห้องนั่งเล่น มือเรียวขาวบรรจงรินบรั่นดีราคาแพงลิบลงในแก้ว แต่ด้วยความที่ใจไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัวนักจึงทำบาร์เลอะเทอะจนได้

หนุ่มผิวเข้มนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาเดี่ยวสีมืด พลางยกฝ่ามือขึ้นคลึงเบาๆ ที่ขมับของตนเองเพื่อผ่อนคลาย ส่วนอีกหนึ่งหนุ่มเจ้าของผมยาวยุ่งสีบลอนด์ทองก็ยังไม่ละเลิกสายตาบีบคั้นและออกแนวจะเคียดแค้นอาฆาตในคราเดียว อดัมทำหน้าบู้บี้พิกลเมื่อแรนดี้ไม่ยอมให้คำตอบในสิ่งที่เขาถาม หนุ่มมาดเซอร์เสยผมลวกๆ ก่อนจะยิงคำถามต่อไปโดยไม่รอคอยคำตอบอีก

"ไหนมึงตอบกูดิ๊ว่ามึงรู้ตัวมั้ยว่ากำลังทำอะไรอยู่?"

"กูรู้ กูรู้" แรนดี้ตอบขึ้นมาอย่างรำคาญ "กูโตแล้ว ไม่ต้องรอให้ใครมาย้ำหรอกว่ากูกำลังทำอะไรอยู่ กูคิดเองได้"

"เรอะ? งั้นมึงตอบกูดิ๊ว่ามึงไถ่ตัวเค้ามาเท่าไหร่?"

ร่างสูงทำท่าครุ่นคิดสักพัก ก่อนจะตอบไปอีกส่งๆ ราวกับจำนวนเงินค่าไถ่ที่เขาเคยได้จ่ายออกไปนั่นมันแค่น้อยนิดยังไงอย่างงั้น "กูจำไม่ได้ว่ะ ก็...เกือบร้อยล้านมั้ง"

"ไอ้ชิ๊บห๊าย นี่มึงคิดแล้วเรอะไอ้ส้นตี๊น เลิกซะทีเหอะไอ้เหี้ยแรนดี้ ไอ้นิสัยเห็นแก่ตัวจนเกินมนุษย์ของมึงเนี่ย มันเป็นห่าอะไรนักหนา อยากได้อะไรก็ต้องได้ ต้องเอามาเป็นของตัวเองคนเดียวเนี่ย ชอบบงการโน่นนี่ คิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้ารึไงวะ? โลกนี้เป็นของมึงรึไง? ทำไมทำอะไรไม่ปรึกษากูบ้างน้อ... ขอบคุณจ้ะจอห์น มานั่งตรงนี้มา ใกล้ๆ พี่อดัมนี่เลยครับ" อดัมบ่นจ้อไม่หยุดปากอย่างที่ถ้าใครไม่รู้อาจนึกว่าอดัมเป็นบิดาผู้ให้กำเนิดแรนดี้ก็ว่าได้ เขารับแก้วบรั่นดีจากจอห์นก่อนจะทำฉอเลาะโอบเอวบางๆ นั่นมาให้นั่งข้างๆ ตน เล่นเอาแรนดี้มองค้อนฉุนกึ่ก

"ไม่เป็นไรจริงๆ มิสเตอร์โคปแลนด์" เสียงหวานที่เอ่ยแผ่วๆ ขึ้นมาท่ามกลางวงสนทนาเรียกความสนใจของสองหนุ่มไปที่เขา จอห์นกุมมืออดัมก่อนจะว่าต่อ "ชั้นอยู่ที่นี่ได้ มิสเตอร์ออร์ตั้นดูแลชั้นดีออกจะตาย" จอห์นพูดยังไม่ทันจะจบประโยคดีก็กลับทุกอดัมขัดไว้เสียก่อน เขากระพริบตาปริบๆ นัยน์ตาเป็นประกายระยิบระยับ พลางยกนิ้วชี้ขึ้นแตะเบาๆ ที่ริมฝีปากสีเชอรี่ เล่นเอาแรนดี้แทบจะล้วงคอเอาของเก่าออกซะตรงนั้น

"ไม่ต้องพูดแล้วจ้ะที่รัก" อดัมว่าพลางส่งจูบให้จอห์น ซึ่งเพียงแค่หัวเราะแห้งๆ ตอบกลับมา "ไม่ว่าไอ้แรนดี้มันจะดูแลจอห์นดียังไง สิ่งที่มันทำก็ไม่ถูกอยู่ดี คิดดูว่าถ้าคนในครอบครัวมันเกิดรู้เรื่องนี้ขึ้นมา โฮลี่ชิ๊ท! บ้านแตกแน่ๆ"

แรนดี้ที่นั่งทำหน้าสะอิดสะเอียนอยู่นานเบิกดวงตาอย่างนึกขึ้นมาได้ ชายหนุ่มแทบจะคลานลงไปเกาะขาขอร้องอดัม "เออ กูขอโทษมึงว่ะ แต่มึงจะให้พ่อกับแม่รู้เรื่องนี้ไม่ได้นะเว้ย ใครก็รู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด"

"ความลับไม่มีในโลกว่ะแรนดี้ ซักวันท่านก็ต้องรู้"

"แต่ถ้ามึงไม่บอกเค้าก็ไม่มีทางรู้นะโว้ย!"

อดัมทอดสายตาปลงๆ มองเพื่อนรักของตนซึ่งนั่งเหงื่อผุดเต็มหน้าอยู่ตรงหน้าเขา ใบหน้าของแรนดี้ราวกับคนซึ่งแบกโลกและดาวนพเคราะห์ไว้ครบบนบ่า ทำเอาอดัมเพื่อนผู้แสนดีอดถอนหายใจออกมายาวๆ ไม่ได้ "ได้ กูจะไม่บอกใคร แต่มึงก็จ่ายเงินอุดปากพนักงานของที่นี่เยอะๆ เข้าไว้แล้วกัน เพราะกูรับประกันได้แค่ปากกูคนเดียว คนอื่นกูไม่รู้ แล้วจะหาว่าอดัมสุดหล่อไม่เตือน"

"ถุ้ย ถ้าอย่างมึงหล่อแล้วกูเรียกอะไรวะ..."

"มึงก็แค่ชิวๆ บ้านๆ เท่านั้นแหล๊ะไอ้เหี้ยแรนดี้"

"ไอ้หน้ามะเขือยาว"

"ไอ้เด็กยักษ์ดั้งบี้"

ท่ามกลางบทสนทนานั้นมีเพียงเสียงกรีดร้องอยู่ภายในจิตใจดวงน้อยๆ ของจอห์นคนสวยเท่านั้น 'หยุดกัดกันซักทีได้ม้ายยยยยย?'

.
.
.

หลังจากเวลาล่วงเลยมานานแล้วอดัมจึงขอตัวกลับ แรนดี้กับจอห์นจึงเดินมาส่งพ่อหนุ่มอาร์ทติสท์มาดเซอร์ที่หน้าประตู อดัมยังคงไม่ยอมปล่อยแขนและผ่ามือออกจากสะโพกอวบแสนยั่วยวนของจอห์นเลยซักวินาที จนกระทั่งงานเลี้ยงต้องถึงวันเลิกรา

"กูไปก่อนล่ะว่ะ นัดเอมี่แดกข้าวริมน้ำสองต่อสอง"

"อ้าว มึงยังไม่เลิกกันอีกเหรอวะ? คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ไม่เบื่อขี้หน้ากันบ้างหรือไง?"

"ห่าจิก! กูไม่เบื่อหน้าเอมี่หรอก แต่กูเริ่มจะเบื่อหน้ามึงเมื่อกี้นี้แหละ ปุดโธ่..."

เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือของอดัมที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นเป็นคล้ายกับระฆังบอกหมดยกชกไม่ผิดเพี้ยน เมื่ออดัมเห็นว่าเป็นเบอร์ของเอมี่ แฟนสาวก็เลยรีบเร่งบอกลาเพื่อนซี้ และจอห์นคนสวยทันที "กูต้องไปแล้วว่ะ โชคดีนะมึง แล้วเจอกันพรุ่งนี้"

"เออ โชคดี อย่าลืมนะมึง ห้ามบอกใครเรื่องจอห์นเด็ดขาด" แรนดี้ลาบ้างแต่ไม่วายย้ำคำ เขาเดินเข้าไปโอบไหล่จอห์นทันทีที่อดัมผละมือออกจากร่างสวย

อดัมผงกหัวหงึกหงัก "กูไม่หักหลังมึงหรอกน่า แต่มีข้อแม้ว่ะ..."

คำพูดของอดัมทำเอาแรนดี้ชะงัก "จะเอาอะไรกับกูอี๊ก?"

"ไม่มากๆ แค่ให้กูมา เอ็กซ์ เอ็กซ์ เอ็กซ์ กับจอห์นบ้างก็พอ เอิ้กกกกกก ไปล่ะจ้ะคนสวย จุ๊บ จู๊บบบบ!"

ว่าแล้วหนุ่มมาดเซอร์ก็แทบจะสวอนเลกตัวปลิวออกจาห้องไป ก่อนที่จะโดนลูกถีบของแรนดี้เสียก่อน แม้ว่ากริยาท่าทาง การพูดจาของอดัมจะดูยียวนกวนประสาทไปบ้าง แต่ก็เป็นเพื่อนที่แรนดี้คบมานานกว่าครึ่งชีวิต เข้าใจและเป็นห่วงเขาที่สุด ชายหนุ่มมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นว่าอดัมจะไม่มีวันหักหลังเขาเหมือนคนอื่นอย่างแน่นอน

-------------------------------------------------------------------------------------

แรนดี้โอบไหล่จอห์นเอาไว้ ในขณะที่จอห์นก็กอดแรนดี้เช่นกัน ทั้งสองทิ้งตัวล้มลงบนโซฟาตัวยาวในห้องรับแขก ชายหนุ่มมองร่างสวยตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณาสักครู่ กระทั่งเอ่ยขึ้นในที่สุด "ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ"

"เอ๋? อะไรกัน?"

"ก็คุณเล่นยั่วไอ้หน้ายาวนั่นต่อหน้าผม แถมขโมยเสื้อสีเห่ยของผมมาใส่เล่นอีกต่างหาก" คำพูดของแรนดี้ทำเอาจอห์นหัวเราะออกมาชุดใหญ่ พลอยทำให้แรนดี้อมยิ้มไปด้วยแม้ว่าจะกำลังเล่นบทโหดอยู่ก็ตามที

"ไอ้หน้ายาวที่ว่านั่นก็เพื่อนคุณไม่ใช่เหรอ ส่วนเรื่องเสื้อ...ขอโทษนะ จะไม่ทำอีกถ้าคุณไม่ชอบ" จอห์นจูบเบาๆ ที่ปลายคางของอีกฝ่ายแทนคำขอโทษ ซึ่งไม่ว่าใครหากได้รับคำขอโทษแบบนี้ก็คงจะโกรธคนสวยตรงหน้านี้ไม่ลง

"อืม...เรื่องไอ้อดัมยังไม่ยกโทษให้หรอก แต่เรื่องเสื้อ...ผมอยากให้คุณใส่อย่างนี้ทุกวันเลยล่ะ คุณ...เซ็กซี่มากรู้มั้ย..." นัยน์ตาสีเทาประกายมรกตเป็นมันปลาบเมื่อแรนดี้ลดสายตาลงมองเรื่อยมาตามเนินอกขาวผ่อง ตลอดจนต้นขาเรียวเนียนที่โผล่พ้นชายเสื้อสีโอรสนั้น ร่างสูงคลายกอดก่อนจะเปลี่ยนลงมานั่งที่พื้นด้านหน้าจอห์นแทน "ทั้งที่เสื้อโคตรเห่ย..." เขารำพันพลางจูบเบาๆ ที่หัวเข่าของจอห์น "...คุณก็ยังสวย"

จอห์นแตะฝ่ามือลงบนไหล่ของแรนดี้ที่กำลังซุกซนรุกล้ำร่างกายของเขา ทว่าท่าทางปฏิเสธนั้นก็ยั่วยุอารมณ์เร้นได้ดีกว่าอะไรเสียอีก จอห์นเปล่งเสียงหัวเราะใสๆ ออกมาเมื่อแรนดี้ยกขาทั้งสองข้างของเขาขึ้น ก่อนจะดึงเข้ามาแนบสะโพก รูปหล่อโน้มกายกดริมฝีปากจูบปากอวบอิ่มสีเชอรี่รสหวานฉ่ำ เสียงหอบหายใจรวยระรินของแรนดี้บ่งบอกได้ดีว่าเขาต้องการจอห์นมากแค่ไหน

"ทานอะไรมาหรือยัง?"

"เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลังก่อนได้มั้ย..."

.
.
.

เปลวเพลิงสีส้มในเตาผิงสะบัดวูบวาบไปมา ในขณะที่ไม้ฝืนกลิ่นหอมยังคงแตกเปาะแปะ แรนดี้กอดร่างเปลือยเปล่าของจอห์นไว้ในอ้อมแขน คนทั้งสองถูกพันรวมไว้ด้วยกันด้วยผ้าแพรเนื้อมันวาวสีเขียวเหมือนดวงตาของแรนดี้ไม่มีผิด จอห์นที่กำลังนอนหงาย เผยอริมฝีปากชุ่มหายใจเอาไอร้อนๆ ออกมาช่างดูเซ็กซี่นัก แรนดี้อดไม่ได้ที่จะขอลิ้มรสกลีบปากคู่นั้นอีกครั้ง

"ความจริงคืนนี้ผมจะพาคุณออกไปดินเนอร์ แต่ก็ไม่ได้ไปจนได้"

จอห์นสำลักขำ พลางส่ายหน้าเบาๆ เส้นผมเส้นเล็กๆ สีบลอนด์ทองชุ่มเหงื่อนั้นส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ อย่างน่าประหลาด "ไม่เป็นไร ไว้เราดินเนอร์กันที่นี่สองคนก็ได้นี่" ร่างสวยว่าพลางกระชับกอดชายหนุ่มแน่น ดวงตากลมโตสีฟ้าสดยังคงถูดบดบังไว้ด้วยเปลือกตาและแพรขนตางอนยาวนั้น จอห์นหลับตาพริ้มและดูจะมีความสุขมากในยามนี้ แรนดี้ซึ่งดูจะเงียบไปแล้วพักใหญ่ จู่ๆ ก็พูดขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน

"อื้ม...จอห์น ผมยังมีเสื้อเห่ยๆ ที่แม่ซื้อให้อีกเพียบเลย... ผมให้คุณนะ..."

.
.
.

วันที่ 4 พฤศจิกายน
เวลา 20 นาฬิกา 5 นาที

... 26,000 เหรียญสหรัฐ

 

To be Continued...

 

 
 


(C) 2005 DESTINY BY TONG

 
Hosted by www.Geocities.ws

1