|
* SCARLET RANSOM *
( 30 Days In Heaven )
- Day 3 : Personal Jesus -
Randy Orton X John Cena
RATE : NC-17
AU Fiction by Tong
-------------------------------------------------------------------------------------
ชายหนุ่มหน้าหล่อนั่งใช้นิ้วทั้งสิบเคาะแป้นพิมพ์ของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คส่วนตัวไปเรื่อยเปื่อย พลางกัดริมฝีปากใช้ความคิด มาดสมบูรณ์แบบที่ใครๆ มักจะเห็นขณะนี้ดูแตกต่างไปจากที่เคยลิบลับ เขาถอดเสื้อสูทสีเข้มพาดไว้กับพนักเก้าอี้ แขนเสื้อเชิ้ตสีเลือดนกถูกพับขึ้นมาจนถึงข้อศอก เน็คไทถูกคลายออกคาดคอไว้ยับๆ กระดุมเสื้อปลดลงยาวไปถึงกลางอก แรนดี้จ้องนัยน์ตาสีเทาอมฟ้าที่จอคอมพิวเตอร์เขม็ง พลางสายตาก็ลากไล่ไปตามตัวอักษรภาษาประหลาดอย่างคล่องแคล่ว เม็ดเหงื่อใสๆ ผุดขึ้นที่ขมับของชายหนุ่ม แม้ว่าอากาศภายในออฟฟิศจะเย็นจัดจนไอน้ำเกาะมัวๆ ที่หน้าต่างก็ตาม
เขาผละมือออกจากแป้นพิมพ์ในที่สุด ขยำมือทั้งสองข้างของตน ก่อนจะถูมือเข้าด้วยกัน ริมฝีปากได้รูปพ่นควันขาวๆ ออกจากปากและรู้สึกว่าลำคอของตนแห้งผาก ร่างสูงเบนสายตาไปมองที่หน้าปัดนาฬิกาข้อมือของตน ทันทีที่เข็มยาวกระดิกตรงกับเลข 12 และเข็มสั้นเคลื่อนมาชี้ที่เลข 7 เสียงโทรศัพท์มือถือของแรนดี้ก็ดังขึ้นทันที ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาแรงๆ กับความตรงเวลาจนเกินความจำเป็นของเพื่อนซี้
"ว่าไงวะอดัม...ได้เรื่องบ้างมั้ย?" แรนดี้กรอกเสียงลงในโทรศัพท์ ทันทีที่กดรับสาย
ปลายสายที่คงกำลังหอบแฮ่กๆ ด้วยความรีบร้อนจัดการธุระที่เพื่อนฝากฝังให้ทำให้ทันเวลา พูดเร็วๆ ออกมาจนฟังแทบไม่ได้ศัพท์ "กู...จัดการให้...มึง...เรียบร้อยแล้ว มึง..มานี่...ได้เลย"
"เออดี ขอบใจมึงมากเลยว่ะ" แรนดี้กระตุกยิ้มอย่างพอใจทันทีที่ได้ยิน เขาแค่กล่าวขอบคุณอดัมผู้แสนเหน็ดเหนื่อยสั้นๆ ก่อนจะวางสายไป รูปหล่อจัดแจงปิดคอมพิวเตอร์ของตน ก่อนจะหอบเสื้อสูทกับเอกสารบางอย่างติดไม้ติดมือไปด้วย แล้วเดินตัวปลิวผิวปากหายออกจากห้องทำงานไป
-------------------------------------------------------------------------------------
จอห์นนอนสบายๆ อยู่บนโซฟาตัวยาวในส่วนของห้องรับรองแขก พลางปิดปากหาววอดใหญ่ ร่างสวยเอี่ยวตัวนิดๆ หันไปมองนาฬิกาแขวนที่อยู่ด้านหลังบาร์เหล้าก็ให้ถอนหายใจออกมาเบาๆ ขณะนี้เวลาปาเข้าไปเกือบ 5 ทุ่มแล้ว จอห์นคนสวยซึ่งใช้เวลาทั้งวันอยู่กับการนั่งๆ นอนๆ ดูทีวีพลาสม่าจอยักษ์จนเกือบจะครบสี่ร้อยกว่าสถานีทั่วโลกก็ย่อมไม่แปลกที่จะเบื่อหน่ายกันบ้าง คืนนี้แรนดี้กลับดึกกว่าที่เคย แต่จอห์นก็เข้าใจว่าทำไมจึงต้องเป็นเช่นนั้น... เขาเจียมตัวเสมอ ไม่มีสิทธิ์บ่น แล้วก็รู้ว่าตนเองทำได้แค่เพียงรอต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าเจ้านายจะกลับ
ดวงตาสีฟ้าสดที่ค่อยๆ เริ่มหรี่ลงด้วยความงุนง่วงเข้าครอบงำ "ถ้าไม่มาจะหลับแล้วนะ..." ริมฝีปากสีเชอรี่ขยับบ่นกับตัวเองเบาๆ มือขาวเรียวสวยวางทาบกับพื้นกำมะหยี่นุ่มของโซฟาตัวโต พลางแนบแก้มนวลนั่นลงตาม แต่ยังไม่ทันจะข่มตัวเองให้หลับลงได้สนิท เสียงปลดกลอนแม่เหล็กประตูหน้าห้องก็ดึงขึ้นมา เล่นเอาจอห์นสะดุ้งรีบลุกขึ้นจากที่นั่ง
ทันทีที่พบหน้า จอห์นโผตัวเข้ากึ่งกอดกึ่งโหนแรนดี้จนตัวเองเท้าไม่ติดพื้น เสียงหวานกระซิบคำที่ชายหนุ่มขอร้องให้บอกกับเขาทุกครั้งที่กลับบ้าน "ยินดีต้อนรับกลับบ้าน รูปหล่อ" จอห์นว่า พลางซบใบหน้าสวยลงกับบ่ากว้างที่ติดกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงนั้น "หายไปไหนมา?"
แรนดี้หัวเราะน้อยๆ น้ำเสียงออดอ้อนของจอห์น แม้จะฟังดูง่วงๆ พิกลในคืนนี้ แต่ก็ไม่เคยทำให้เขานึกเสียดายเงินที่ลงทุนไปเลย เขายกฝ่ามือขึ้นลูบบนเส้นผมนุ่มสีบลอนด์สวย สูดกลิ่นหอมๆ สัมผัสแก้มนุ่มด้วยปลายจมูก "ผมเคลียร์งานจนเกือบเสร็จ" แรนดี้ตอบเสียงระรื่น "พรุ่งนี้ผมก็จะกลับบ้านเร็วกว่าทุกวันได้ บางทีเราอาจจะออกไปข้างนอกกัน"
ดวงตาสีฟ้าสว่างที่เคยจะปิดเสียให้ได้กลับเบิกกว้างขึ้นทันที "ว่าไงนะ? ออกไปข้างนอกเหรอ!?"
"ใช่ที่รัก คุณอยู่บนนี้คงเบื่อใช่มั้ยล่ะครับ"
"โอ้ แรนดี้ คุณน่ารักจริงๆเลย" จอห์นกอดแรนดี้แน่น ก่อนจะหอมแก้มเข้าให้อีกฟอดใหญ่ ประโยคที่เขาพูดออกมานั้นจริงใจอย่างไม่ได้เสแสร้ง ไม่เคยมีแขกคนไหนน่ารักกับเขาเท่านี้ ช่างอ้อน ช่างเอาใจ พูดจาเพราะๆ ปากหวานๆ แม้ว่าพฤติกรรมที่กล่าวมานั้นจอห์นรู้ว่าแรนดี้ไม่ได้จริงใจทำ อย่างที่เขาคิด มันเป็นพื้นฐานนิสัยของผู้ชายเจ้าชู้ หรือมารยาทงามที่ครอบครัวปลูกฝังมาให้ แต่จอห์นก็ยังชอบนิสัยน่ารักๆ เหล่านี้ของพ่อหนุ่มรูปหล่ออยู่ดี
เพราะอย่างน้อย จอห์นถือว่านั่นคือการ 'ให้เกียรติ' ซึ่งน้อยครั้งนักที่จอห์นจะได้รับจากใครสักคน
ร่างเพรียวรั้งต้นคออีกฝ่าย โน้มใบหน้าหล่อลงมามอบจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากนานครู่ใหญ่แทนคำขอบคุณ มือนุ่มๆ สอดเข้าไปตามช่องว่างของแนวกระดุมเสื้อเชิ้ตสีสด ลูบเล่นบนหน้าท้องแข็งแกร่งด้วยกล้ามเป็นมัดๆ แล้วจึงผละออก จอห์นยิ้มเป็นสุข จนแรนดี้หัวเราะลงคออย่างมีเลศนัย ใบหน้าของคนทั้งสองใกล้กันจนจอห์นรู้สึกถึงไออุ่นๆ ที่พ่นออกจากปากเคล้ากลิ่นหอมสะอาดสะอ้านของสเปรย์ดับกลิ่นปากชัดเจน ชายหนุ่มหรี่ดวงตาสีเทาอมฟ้ามองคนสวยด้านหน้า พลางกระซิบเสียงแผ่ว
"น่ารักงั้นเหรอครับ?" แรนดี้คลายกอด ก่อนจะวางฝ่ามือลงบนหัวไหล่ของจอห์น ดึงร่างสวยนั่นเข้ามาแนบชิดข้างกาย แล้วโอบรอบแขนเข้ากับต้นคอระหงส์ "มานี่สิ แล้วค่อยบอกว่าผมน่ารักหรือเปล่า" ชายหนุ่มกระตุกริมฝีปากยิ้ม พลางขยิบตาเจ้าชู้
จอห์นเลิกคิ้วอย่างฉงนใจเมื่อได้ฟัง แรนดี้มักจะชอบทำอะไรให้เขาแปลกใจอยู่เรื่อย ใบหน้าสวยไม่ได้ว่าอะไรต่อ พลันสมองก็ครุ่นคิดไปต่างๆ นานา เขามองร่างสูงที่ควบคุมตัวเขา โยนเอกสารมากมายที่หอบมาด้วยไว้ใกล้ๆ ประตูห้อง ก่อนจะพาเขาเดินออกไปจากที่นี่โดยไม่ยอมขยายความอะไรเพิ่มเติมสักคำ
.
.
.
"คุณจะพาชั้นไปไหนเหรอ? นี่ดึกมากแล้วนะแรนดี้" จอห์นถามเสียงอ้อน พลางซบใบหน้าสวยลง แล้วจูบเบาๆ บนซอกคอของหนุ่มมาดผู้ดี แรนดี้แค่เพียงยิ้มแทนคำตอบ ตอนนี้ทั้งสองเดินเข้ามาในเขตลานจอดรถชั้น 7 ของตึกสูงระฟ้านี้ ซึ่งต้องลงลิฟท์มาถึงจะพบที่หมาย จอห์นไม่รู้เลยว่าตอนนี้เขาควรจะตื่นเต้นอะไร รู้แต่ว่าเขาง่วงเต็มทน แล้วตาทั้งสองข้างก็กำลังจะปิดลงอยู่รอมร่อแล้วถ้าแรนดี้ไม่พูดกับเขา หรือเขาจะตั้งคำถามอะไรขึ้นมาบ้างทั้งที่รู้ดีว่าจะไม่ได้รับคำตอบ
บริเวณลานจอดรถของอาคารเปิดไฟเอาไว้เรืองๆ ให้แสงสว่าง ลานกว้างขวางแน่นขนัดไปด้วยรถยนต์ราคาแพง บรรยากาศเงียบเชียบ ไม่มีแม้แต่ลมพัดผ่าน อย่างที่เรามักเห็นกันบ่อยๆ ในฉากฆาตกรรมในหนังสืบสวนสอบสวนยังไงอย่างงั้น แรนดี้หยุดฝีเท้าของเขาลง ทำให้เสียงส้นรองเท้าหนังกระทบพื้นซีเมนต์ ซึ่งเป็นเพียงเสียงเดียวที่อยู่เป็นเพื่อนในขณะนี้เงียบลงไป
จอห์นสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เมื่อรู้สึกตัวอีกทีเขาก็กำลังยืนอยู่ด้านหน้ารถยนต์คันงาม สีบรอนซ์สวย กระจก ตาไฟหน้ารถ และล้อแม็กเงาวับ จอห์นขมวดคิ้วอย่างสงสัยเมื่อเห็น ทว่าคำถามมากมายที่ถูกตั้งขึ้นในหัวก็กลับได้รับคำตอบ เมื่อเขาเลื่อนสายตามองไปที่ป้ายทะเบียนรถ
"--- CHERRY 54 ---"
"MERCEDES BENZ S-CLASS S550 ให้เชอรี่พายคนสวยของผม" แรนดี้เอ่ย พลางกดจูบที่ขมับของจอห์น ก่อนจะวางกุญแจรถคันงามตรงหน้าลงบนฝ่ามือนุ่มๆ "ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ Benz ที่ดีที่สุด แต่ผมก็ว่ามันสวยที่สุด...เหมือนคุณ"
คนสวยอ้าปากค้างพูดอึกอัก "หยุดปากหวานซักทีเถอะ...คุณมันจะน่ารักเกินไปแล้วนะ" ก่อนจะหันกระโดดเข้ากอดแรนดี้เสียแน่น เรียกเสียงหัวเราะให้กับชายหนุ่มได้ไม่น้อย "คุณซื้อให้ชั้นงั้นเหรอ? นี่ชั้นฝันไปหรือเปล่าเนี่ย?"
"ไม่หรอกคร้าบ ผมอยากจะให้ของขวัญสำหรับความน่ารักของคุณ"
"ชั้นเหรอ? จริงน่ะเหรอ?"
"ผมว่าคุณเลิกถามแล้วลองเข้าไปดูในรถดีกว่ามั้ยครับ"
แรนดี้กอดเอวจอห์นไว้หลวมๆ ก่อนจะพาคนสวยที่กำลังตื่นเต้นจนมือเย็นเฉียบเดินไปด้านที่นั่งคนขับ ร่างสูงเปิดประตูรถให้เสร็จสรรพ ปล่อยให้จอห์นนั่งลงบนเบาะหนังสีอ่อนเนื้อดี มองดวงตาคู่สีฟ้ากลมโตฉายประกายแวววาวลากไล่ไปตามหน้าปัดรถยนต์ที่เปล่งแสงสีฟ้าอมเขียวเมื่อสตาร์ทเครื่อง เกตรวจสอบความพร้อมและสภาพรถ กับหน้าจอ LCD แสดงแผนที่จากดาวเทียม มือสวยลูบลงบนแผงกั้นหน้ารถสีครีมเบาๆ อย่างรักใคร่ แต่ที่ดูจะถูกอกถูกใจร่างสวยนี้มากที่สุดคงจะเป็นป้ายชื่อฉลุฝังด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ บนตัวอักษรอ่อนช้อยเรียงต่อกันสองบรรทัดเป็นคำว่า "30 DAYS RANDALL'S" และสัญลักษณ์รูปผลเชอรี่น่ารัก สายสร้อยเงินเส้นเล็กๆ คล้องเอาไว้กับกระจกส่องหลังสะท้อนแสงระยิบ
แรนดี้มองแล้วอดยิ้มไม่ได้ ไม่รู้เพราะอะไร...เขาถึงได้มีความสุขกับการทำให้คนคนนี้ดีใจนัก
จอห์นหยุดสำรวจของขวัญชิ้นใหญ่ของเขาสักพัก เมื่อรู้สึกได้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องที่เขาไม่วาง พาลให้ทำตัวไม่ถูกขึ้นมาทันตา จอห์นไม่แน่ใจว่าเขากำลังดีใจจนออกนอกหน้าเกินไปจนดูน่าเกลียดไหม ยิ่งด้วยแรนดี้ไม่ยอมพูดอะไรออกมาบ้างก็เลยเริ่มอึดอัด "คุณไม่ขึ้นมาเหรอ?" เสียงที่ไม่ว่าในอารมณ์ไหนก็ให้อารมณ์เซ็กซี่เอ่ยถามขึ้นเบาๆ
อีกฝ่ายไม่ได้ตอบ เพียงแต่ปิดประตูให้จอห์น แล้วเดินไปอีกด้านหนึ่งของรถ จอห์นแปลกใจที่แรนดี้ไม่เข้ามานั่งด้านที่นั่งข้างคนขับ ทว่าเปิดประตูที่นั่งด้านหลังแทน เจ้าของใบหน้าขาวสวยที่สายตาของแรนดี้จับจ้อง มองเขาผ่านทางกระจกส่องหลัง จอห์นคิดว่าแรนดี้ดูฮ็อตเกินกว่าจะต้องมาทุ่มเทอะไรมากมายให้กับผู้ชายบริการอย่างเขาเช่นนี้ ส่วนแรนดี้ก็คิดว่าจอห์นสวย แล้วก็ช่างทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองหมกมุ่นจนดูโรคจิตไปเลยทีเดียว
"ข้างหลังนี่กว้างกว่าที่คิดนะ" แรนดี้เปรยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ "สบายจนผมไม่อยากกลับขึ้นไปที่ห้องแล้วล่ะ"
จอห์นก้มหน้าลงแอบหัวเราะ ก่อนที่มือสวยจะยกขึ้นป้องที่หน้ากากแอร์ซึ่งในเวลานี้ปรับให้อุณหภูมิภายในรถเข้าที่เข้าทางแล้ว จึงกดปุ่มล็อคประตูรถทั้งสี่ด้าน แรนดี้ชันตัวขึ้นจากที่กึ่งนั่งกึ่งนอนมานั่งตัวตรง เพียงแค่เขาสัมผัสปลายนิ้วที่หน้าจอ LCD ซึ่งมีติดตั้งไว้ที่ด้านหลังผนักรองศีรษะ เครื่องเสียงรถก็ทำหน้าที่โชว์คุณภาพเสียงผ่านทางลำโพงใยแก้วที่ถูกซ่อนเอาไว้ในทันที ดนตรีเมทัลหนักๆ ผสมจังหวะเร่าร้อน เข้ากันได้ดีกับอารมณ์และเนื้อเพลงที่ราวกับยั่วยุไม่ให้ทั้งคู่เอาแต่นั่งอยู่เฉย
"มานี่สิที่รัก" แรนดี้เอื้อมมือไปสะกิดที่หัวไหล่ขาวที่เผยให้เห็นเด่นภายใต้เสื้อไร้แขนที่จอห์นสวมใส่ ร่างเพรียวไม่ขัดเขิน แทรกตัวผ่านช่องว่างระหว่างเบาะสองเบาะด้านหน้าไปยังที่นั่งด้านหลังได้อย่างสบาย ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งคร่อมบนตักแรนดี้โดยไม่ต้องรอให้ชี้นำ แรนดี้ชอบที่จะเห็นเม็ดเหงื่อใสๆ ซึมผุดบนลำคอขาวสวย ทุกครั้งที่จอห์นสะบัดศีรษะไปด้านหลังพลางลูบมือลงบนลำคอและแผ่นอกของตนเองนั้น แรนดี้พยายามข่มอารมณ์ดิบๆ ของตนได้ลำบากนัก
จอห์นเลียริมฝีปากบางของตน เขากำลังคิดว่าแรนดี้ที่ดูไม่เนี๊ยบเท่าที่เคยเห็นในค่ำคืนนี้ดูร้อนแรงแบบฮาร์ดคอร์ เส้นผมสีดำที่กำลังชุ่มเหงื่อชี้ตั้งมั่วๆ อย่างไม่ได้ตั้งใจ ทว่าเสริมให้รูปหล่อนี้ยิ่งเท่และมีเสน่ห์ มาดนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่แรนดี้มักเป็นทำให้จอห์นเกือบลืมไปเสียสนิทว่าชายหนุ่มยังอายุน้อย เหล่านั้นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เขาเป็นหรือรักที่จะเป็นเสียทีเดียว นิ้วเรียวกดปลายเล็บลงหนักๆ ที่ลำคอของชายหนุ่มเล่นเอาหายใจขัด ทว่ารอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อคมนั้นสามารถตอบในสิ่งที่จอห์นกำลังคิดได้ดีกว่าคำพูดเสียอีก
"คุณเป็นตัวเองได้นะ ถ้าอยู่กับชั้น..." จอห์นลูบฝ่ามือลงบนศีรษะของเด็กหนุ่ม ก่อนจะจูบเบาๆ ที่หน้าผาก แรนดี้ดูจะชะงักไปเล็กน้อยในสิ่งที่จอห์นพูดขึ้นมาลอยๆ "ชั้นแค่อยากให้คุณสบายใจ เอ่อ...คือ ขอโทษที่คิดอย่างนี้นะ แต่ว่า..."
"ไม่เป็นไรหรอกจอห์น คุณมีสิทธิ์คิด" แรนดี้พูด รอยยิ้มปีศาจผุดขึ้นบนใบหน้าคมสันอีกครั้ง "แต่คุณมั่นใจได้เลยว่าผมสบายใจมาก แล้วก็เป็นตัวเองมากตอนอยู่กับคุณ" พลางฝังรอยเขี้ยวบนลำคอระหงส์ที่ยึดเกร็งจนเห็นแนวกระดูกเซ็กซี่ของจอห์น แพรขนตางอนหนาสีน้ำตาลบลอนด์ขยับระริก พร้อมลมหายใจที่พ่นผ่านลำคอออกจากริมฝีปากที่อ้าออก "วันนี้ผมเหนื่อยจัง ขอนั่งเฉยๆนะครับ" เสียงทุ้มพูดกล่าวประโยคมีนัยซึ่งเดาได้ไม่ยากเย็น
จอห์นกระตุกยิ้มให้ในคำตอบอย่างตรงไปตรงมาของเด็กหนุ่ม พลางค่อยๆ ปลดเข็มขัดหนังของแรนดี้ออกแล้วใช้มันคล้องรั้งต้นคอพลันกระชากเข้ามาหาตัว ทั้งคู่แลกรสจูบร้อนแรง รุกราน บีบรัด และเค้นหนักกว่าทุกครั้งไปตามแนวทางของดนตรี เรือนร่างสุดเซ็กซี่ค่อยๆ เบียดเบื้องล่างลงบนจุดนั้นยั่วอารมณ์ของอีกฝ่าย พลางมือก็ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีแดงเลือดนกช้าๆ ริมฝีปากสีเชอรี่ไล่จูบเรื่อยลงมาตามแผ่นอกหนาสีแทนของอีกฝ่าย ก่อนจะกัดเบาๆ หยอกที่ยอดอกแมนๆ นั่นอย่างขี้เล่น
มือหนาทั้งสองข้างตะปบลงบนบั้นเอวเว้า แรนดี้ถอดเสื้อเนื้อบางของจอห์นออกเร็วๆ ก่อนที่ริมฝีปากจะตรงเข้าแทะเล็มลิ้มรสความหวานของริมฝีปากสีเชอรี่อย่างกระหาย แล้วเรื่อยลงมาสร้างตำหนิที่หน้าอกขาวเกลี้ยงเกลา หน้าท้องแบนราบของจอห์นยุบลงเมื่อเขาหายใจออกมาแรงๆ ด้วยความเสียวซ่าน แผ่นออกสะท้านขึ้นลงหนักหน่วงทุกครั้งที่แรนดี้เค้นคลึงสะโพกอวบ ร่างสวยที่ส่ายเร่า และใบหน้างามไร้จุดบกพร่องซึ่งเปล่งเสียงครางในลำคออยู่ทุกชั่วขณะทำให้แรนดี้ไม่อยากจะเผลอหลับตาลงเลย
จอห์นลูบฝ่ามือล้วงลงในกระเป๋าด้านหลังกางเกงของแรนดี้ ก่อนจะชักกลับมาโดยมีกระเป๋าสตางค์ของชายหนุ่มติดมือมาด้วย เมื่อเปิดมันออกธนบัตรหนาเป็นปึกในนั้นก็แทบจะทะลักหลุดออกมา แรนดี้อมยิ้มทำคิ้วไม่เท่ากันในขณะที่มองสิ่งที่จอห์นกำลังทำ นี่เป็นอีกครั้งแล้วที่เขาไม่สามารถจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายจะงัดไม้เด็ดอะไรมาเล่นอีก แต่ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปจากครั้งก่อนก็คือเขาไม่คลางแคลงใจอีกแล้ว เพราะแน่นอนว่าไม่ว่าจอห์นจะทำอะไร ย่อมทำให้แรนดี้ไปถึงฝั่งฝันได้อย่างแน่นอน
ในที่สุดก็ประจักษ์ว่าสิ่งที่ร่างสวยพยายามค้นหาจากในกระเป๋าสตางค์ของแรนดี้นั้นคืออะไร จอห์นยกซองถุงยางอนามัยที่เพิ่งค้นเจอขึ้นมาฉีกด้วยปาก ก่อนจะก้มลงสวมมันให้กับอีกฝ่าย จอห์นเซ็กซี่ยั่วยวนจนเกินห้ามใจ ยิ่งโดยเฉพาะเวลาที่เขากัดเล็มริมฝีปากล่างของตนแล้วมองตรงมา ทุกครั้งที่ร่างเพรียวส่ายเร่าไปตามจังหวะดนตรี แรนดี้อยากจะครอบครองทุกส่วนของจอห์นเอาไว้
แรนดี้ออกแรงกดสะโพกขาวที่เผยให้เห็นชัดเจนภายใต้กางเกงซุปเปอร์โลว์ที่ขณะนี้ร่นหลุดลงมากกว่าเดิม รั้งให้ร่างกายของจอห์นแนบชิดกับเขามากขึ้น ร่างสูงซ่านสั่นไปทั่วทุกสรรพางค์ ตั้งแต่หน้าอกตลอดจนถึงท้องน้อย บางสิ่งบางอย่างในร่างกายกำยำกำลังเกร็งเครียดและต้องการหาทางออก
ใบหน้าสวยลากไล้ริมฝีปากซุกซนไปทั่วทุกจุดที่ไวต่อความรู้สึก ที่ใบหู ต้นคอ หน้าอกแน่น หน้าท้องแข็งแกร่ง และวนกลับไปที่ริมฝีปาก แรนดี้หลับตาพลางจินตนาการภาพจอห์นที่กำลังเปลือยเปล่านั่งคร่อมอยู่บนหน้าตักของเขา กลิ่นหอมอ่อนๆ จากร่างสวยตรงหน้าที่กำลังคลุ้งเคล้าอยู่ภายในตัวรถยั่วยวนอารมณ์ได้ดียิ่งกว่าน้ำหอมราคาแพงจากต่างประเทศเสียอีก บั้นท้ายงอนที่เสียดสีเบาๆ เบื้องล่างให้เสียวซ่านก่อนจะถอยหนีอย่างหยอกเย้าทำให้สุดหล่อแทบคลั่ง
จอห์นดึงกางเกงของแรนดี้ลง แล้วถอดกางเกงของตนออกบ้าง เขาก้มลงต่ำจูบเร้าที่หน้าท้องเรื่อยลงมายังท้องน้อย ก่อนจะเหยียดเรียวขายาวสวยไร้ที่ติข้างหนึ่งยกผ่านมาอีกด้าน แรนดี้แอบฉกฉวยจูบต้นขาขาวเนียนนุ่มนั่นอย่างหลงใหล จนเมื่อจอห์นนั่งอยู่บนตักแรนดี้โดยหันหลังให้ เป็นสัญญาณว่าช่วงไคลแม็กซ์ในตอนท้ายของจังหวะร้อนที่บรรเลงมาเกือบชั่วโมงกำลังจะสิ้นสุดลง
"คุณเก่งจัง ทนชั้นได้เป็นชั่วโมง"
"อย่าช้าที่รัก ผมกำลังจะบ้า"
เจ้าของใบหน้าหวานขยับเบียดกายเข้ากับอีกฝ่าย อนุญาตให้ร่างสูงล่วงล้ำเข้าสู่ร่างกายของเขา แรนดี้ขบกัดไปตามต้นคอ แนวบ่า ตลอดจนหัวไหล่มนที่กำลังสั่นระริก เสียงครางกระเส่าของจอห์นจากที่แผ่วพร่า เปล่งแผดเสียงนั้นดังขึ้นแข่งกับเบสหนักๆ จนได้ยินชัดเจน แรนดี้ไม่ได้ยินเสียงใดอีกนอกจากเสียงของจอห์นที่ร้องเรียกชื่อเขา ร้องขอสัมผัสด้วยประโยคสุดเซ็กซี่ "หนักขึ้นอีก แรนดี้ แรงอีก"
น้ำหนักที่กดขย่มทับคล้ายกับทำให้โลกทั้งโลกลอยเคว้ง ในขณะที่แรนดี้ฝังร่างและเบียดส่วนของเขาเข้าไปลึกที่สุดภายในร่างกายสวยๆ ในอ้อมกอด แล้วเฝ้ามองจอห์นช่วยตัวเองไปด้วย ฟังเสียงร้องอย่างสุขสม พร้อมทั้งลิ้มเลียขบกัดจุดสัมผัสอ่อนไหว นำพาให้ทั้งคู่ถึงจุดสุดยอดของการร่วมรักไปพร้อมๆ กันอย่างงดงาม
"โอ้ พระเจ้า ผมไม่ไหวแล้วจอห์น"
"ชั้นก็ไม่.............อ๊ะ........"
ทันทีที่ได้ปลดปล่อย ราวกับสมองขาวโพลน จอห์นเอนตัวพิงกับแผ่นอกหนาของแรนดี้ กล้ามเนื้อทุกส่วนตลอดจนปลายเท้าที่เคยเกร็งขืนจนสั่นเทาค่อยๆ คลายออกและผ่อนคลายลง หนุ่มหน้าหวานหันใบหน้าไปจุมพิตเบาๆ ที่แนวกรามคมได้รูปของชายหนุ่มรูปหล่อที่ในเวลานี้ดูจะกึ่งหลับกึ่งตื่นคล้ายเพิ่งตื่นจากฝันอันแสนหวาน
-------------------------------------------------------------------------------------
แรนดี้เคาะปลายนิ้วลงบนหัวไหล่ขาวอวบที่เขากอบกุมอยู่ไปตามจังหวะเพลงร็อคบัลลาร์ดฟังสบาย อีกมือของชายหนุ่มคีบมวนบุหรี่ยื่นออกไปนอกหน้าต่างรถซึ่งเปิดเอาไว้เล็กน้อย เขานั่งสบายๆ และดูเหมือนกำลังใช้ความคิดโดยมีจอห์นเอนกาย หนุนศีรษะกับแผงอกของเขาอยู่ใกล้ๆ สองแขนบางกอดเอวอีกฝ่ายเอาไว้
ดวงตาสีเทาอมฟ้าก้มมองใบหน้าขาวสวยจากมุมของเขา โหนกแก้มโค้งยกสูงรับกับปรางแก้มเนียนสีชมพูระเรื่อ แพรขนตายาวงอนสีบลอนด์กระพริบช้าๆ เสียงฮัมเพลงเบาๆ ถูกเปล่งออกมาจากลำคอระหงส์ แรนดี้อดคิดไม่ได้ว่าเพราะเหตุใจจอห์นถึงเป็นคนที่ดูมีความสุขอยู่ได้ตลอดเวลา ทั้งที่ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น
"ผมอิจฉาคุณจัง" แรนดี้เปิดบทสนทนาขึ้น เขากระซิบแผ่วๆ ที่ริมหูของจอห์น ก่อนจะจูบเย้าบนโหนกแก้มใส "ดูคุณมีความสุขจังเลยนะ"
ร่างบางในอ้อมกอดหัวเราะคิกคัก พลางช้อนหางตามองคู่สนทนา ริมฝีปากสีเชอรี่แย้มน้อยๆ พอยั่วยวน ทว่าเท่านั้นก็พอทำให้แรนดี้อยากจะจับจอห์นฉีกเสื้อผ้าออกเสียเดี๋ยวนั้นได้อีกง่ายๆ "คุณจะมาอิจฉาชั้นทำไม ชั้นต่างหาที่น่าจะอิจฉาผู้ชายเฟอร์เฟ็คอย่างคุณ"
"ผมเหรอ? ผมมีอะไรน่าอิจฉา?"
จอห์นยักไหล่กับคำถามโง่ๆ ของแรนดี้ "ถามได้ คุณมีทุกอย่าง ทั้งเงิน ทั้งชาติตระกูล ทั้งความรู้ หน้าที่การงาน ทั้งอนาคต ทั้งอิสระ แค่นี้จะยังอยากได้อะไรอีก?"
ชายหนุ่มถอนหายใจ เขาไม่ได้ตอบแต่เพียงเบือนสายตาออกไปมองด้านนอกกระจกใสๆ ของรถยนต์ราคาแพงสุดกู่คันนี้... คำตอบของคำถามนั้นแรนดี้มีอยู่ในใจแล้ว ระยะหลังมานี้เขาครุ่นคิดถึงมันแทบจะทุกเวลา ทว่ามันยังคงยากนักที่จะพูดออกไป
"คุณมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า แรนดี้?" ร่างสูงที่ถอนหายใจยาวเหยียด เรียกให้จอห์นต้องขยับตัวหันมามองแรนดี้ตรงๆ อย่างต้องการทวงคำตอบ บวกด้วยความแปลกใจในความเงียบที่อีกฝ่ายสร้างขึ้นอีกครั้ง แววตาคาดคั้นเป็นนัยนั่นทำให้เด็กหนุ่มยอมจำนน
"คุณคิดว่าผมเป็นคนยังไงเหรอ จอห์น? ตอบมาตรงๆ นะครับ"
"ฮ..เฮ้ ถามอะไรน่ะ ชั้นตอบไม่ได้หรอก......"
แรนดี้ยิ้มเรียบๆ ใบหน้าของชายหนุ่มที่ดูคาดเดาอารมณ์ได้ยากในตอนนี้ทำให้จอห์นกลัวที่จะตอบ แรนดี้เชยใบหน้าสวยของจอห์นขึ้นมา แล้วสบนัยน์ตาสีฟ้าสว่างซึ่งฉายแววกังวลอยู่น้อยๆ "ผมบอกคุณแล้วไงว่าคุณมีสิทธิ์คิด ตอบมาเถอะจอห์น ผมอยากรู้"
จอห์นไม่รู้จะตอบอย่างไรเพราะที่แล้วมาไม่เคยมีแขกคนใดตั้งคำถามนี้กับเขา ประกอบกับตัวเขาเองก็ยังไม่แน่ใจว่าเขารู้สึกอย่างไร และควรจะรู้สึกอย่างไรกับแรนดี้ แต่ทุกครั้งที่จอห์นพยายามหลบตา แรนดี้ก็รั้งใบหน้าจอห์นเอาไว้จนไม่สามารถหลบพ้นได้สักครั้ง ในเมื่อหนีไม่พ้น จอห์นจึงต้องตอบออกมาอย่างเสียไม่ได้
"คุณน่ารักมากแรนดี้ คุณมีพร้อมทุกอย่างจนชั้นไม่เข้าใจว่าทำไมคุณต้องจ้างชั้นมาอยู่ที่นี่... แต่ก็ช่างเถอะ ชั้นไม่อยากรู้หรอกว่าทำไม ที่จริงชั้นก็ไม่อยากคิดอะไรทำนองนี้หรอกนะ แต่มันก็ช่วยไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ...ก็คุณเล่นทำตัวเหมือนเจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วยชั้นจากบนหอคอยสูงลิบลับนั่น คงไม่แปลกที่ชั้นจะมองคุณเป็นเทพบุตร" จอห์นลอยหน้าลอยตาตอบออกมาทื่อๆ แต่นั่นก็ยิ่งทำให้จอห์นดูน่ารักเข้าไปใหญ่ในสายตาของแรนดี้ คำตอบนั้นถูกใจเสียจนทำให้ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาดังๆ
เขาเองก็ไม่รู้จนทุกวันนี้ว่าเพราะอะไรถึงต้องยอมเสียเงินมหาศาล แถมยังจ้างจอห์นมาด้วยกติกาบ้าบอที่ตนเองตั้งขึ้น เพียงแค่เพื่อให้ร่างสวยนี้มานอนอยู่ในอ้อมกอดของเขาทุกคืน จนถึงตอนนี้แรนดี้ก็ยังคงไม่ได้คำตอบอยู่ดี ชายหนุ่มรูปหล่อรู้แต่เพียงว่าตัวเขามีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำลงไป รู้สึกคุ้มค่า และไม่เสียดายเลยที่ตัดสินใจทำเช่นนั้น
"ผมน่ะเหรอเทพบุตร? หึ...ซาตานต่างหากล่ะ"
.
.
.
วันที่ 3 พฤศจิกายน
เวลา 23 นาฬิกา 59 นาที
... 28,000 เหรียญสหรัฐ
To be Continued...
|