The Red Book Story
- 3 -
Crossover Fiction by Tong
Dominic Monaghan X Frodo Baggins (Elijah Wood)
*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าที่สาดแสงลอดบานหน้าต่างกระจกใสเข้ามากระทบเปลือกตา ทำให้เด็กหนุ่มเริ่มรู้สึกตัวว่าตนเองได้จมอยู่ในห้วงนิทรามานานเกินไปแล้ว เขาบิดขี้เกียจอย่างเกียจคร้าน ก่อนจะยกมือขยี้ตาแรงๆ ปลุกตัวเองให้ตื่นจากฝันหวาน แล้วพบว่าตนเองกำลังนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟาตัวยาวนุ่ม ในห้องนั่งเล่นของบ้านนี่เอง
ฝืนในเตาผิงมอดหมด ดอมินิกสลัดหัวแรงๆ ก่อนจะติดสปีดวิ่งไปเปิดโทรทัศน์ดูว่าวันนี้วันที่เท่าไหร่
วันที่ 1 มกราคม 2001
เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเขาเมื่อคืนก่อนเป็นเพียงแค่ฝันเท่านั้น เขาถอนหายใจออกมาอย่างเสียดายสุดขีด ก็ฝันนั้นมันเหมือนจริง แถมหวานเจี๊ยบเสียจนอดภาวนาให้มันเป็นความจริงไม่ได้เลยนี่หน่า
เด็กหนุ่มเอื้อมมือสะเปะสะปะไปรอบๆ ตัว ก่อนจะยกกองหนังสือเก่าหนักอึ้งขึ้นมาวางบนตัก มานั่งเสียอกเสียใจไปก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไร อย่างน้อยวันนี้เขาก็ได้กลับมาอยู่ที่บ้านด้วยอารมณ์กระปรี้กระเปร่าสุดๆ ไม่ได้กะปลกกะเปลี้ยเหมือนเมื่อหลายวันก่อน ดังนั้นตอนนี้ก็เหมาะอย่างยิ่งที่เขาจะสะสางงานซึ่งสามารถชี้ชะตาชีวิตทั้งเขาและเพื่อนๆ ในกลุ่มให้ลุล่วง สู้เค้าดอมินิก!
"เสร็จแล้วโว้ย!!" เสียงคุ้นๆ ของนักศึกษารูปงามนามเพราะนายเดิมแหกปากลั่นบ้าน พลางยกแขนขึ้นสุดตัวสลัดผีขี้เกียจออกจากร่างกายไปจนหมดสิ้น เขาดึงแผ่นกระดาษที่เพิ่งพิมพ์ออกมาจากเครื่องพิมพ์อิ้งค์เจ็ตสามัญประจำบ้านออกมากอง ก่อนจะรีบลากกระเป๋าเดินทางใบเดิมที่ยังไม่ได้ขนเสื้อผ้าออกมาตั้งแต่กลับจากลอนดอนคราวที่แล้ว เตรียมตัวเดินทางสู่เมืองหลวง บ้านเกิดเพื่อนสุดรักสุดชังทันที
ก่อนจะทยานตัวออกจากบ้าน เขาไม่ลืมที่รวบหนังสือประวัติศาสตร์ทั้งห้าเล่มที่รวมๆ แล้วอายุมากกว่าสมาชิกตระกูลโมนาฮานสามชั่วโคตรเสียอีก แน่นอนว่าดอมินิกไม่ลืมหนังสือปกแดง เขายังอ่านไม่จบ และจะอ่านให้จบระหว่างการเดินทางสู่ลอนดอนให้ได้ แต่ทว่า...หนังสือหายไปไหน?!
หาแทบจะพลิกบ้านแล้วก็ยังหาหนังสือเจ้าปัญหานั่นไม่พบ คล้ายกับการงมเข็มในมหาสมุทรแข่งกับเวลาที่กระชั้นเข้ามาทุกที ถ้ามัวแต่โอ้เอ้อยู่เขาคงไปไม่ทันรถแน่แท้ ดอมินิกแน่ใจเสียยิ่งกว่าแน่ว่าแม้โฟรโดจะเป็นเพียงตัวละครในความฝันแสนหวาน แต่หนังสือปกแดงที่เขาหอบหิ้วมาจากลอนดอนนั้นไม่ใช่ฝันแน่ แต่ด้วยเวลาที่ไม่เคยคอยท่าน เขาจำต้องทิ้งเรื่องของหนังสือปกแดงไว้เบื้องหลัง แล้วรีบเดินทางสู่ลอนดอนโดยพลัน
ณ ร้านหนังสือเก่าแก่ร้านเดิม เด็กหนุ่มทิ้งหนังสือตั้งเบ้อเริ่มลงบนเค้าเตอร์ สายตาของเขาจ้องชายชราหลังงองุ้มอย่างไว้ใจนักจนออกจะกลัวเกรงด้วยซ้ำ รอว่าเมื่อไหร่ชายชราผู้นี้จะเอ่ยคำว่า "หนังสือคืนไม่ครบ" ขึ้นมาให้เขาสบายใจเสียที แต่ก็ไม่เลย...ชายชราหนังเหี่ยวหงำเหงือกผู้นั้นยังคงนั่งจดบันทึกอะไรยิกๆ ในสมุดโดยไม่ได้พูดอะไรออกมาซักคำ
ดอมินิกเดินงงๆ เข้าไปภายในร้าน กะว่าถ้าหากหนังสือปกแดงในร้านนี้มีอีกซักเล่ม เขาจะยืมกลับไปอีกครั้ง เสียแต่จำไม่ได้แล้วนี่สิว่าหนังสือนั้นวางอยู่ชั้นไหน เพราะเมื่อขึ้นบันไดไปที่ชั้นสามของร้านก็ไม่พบบันไดที่เคยวางพาดชั้นหนังสืออยู่แล้ว ดอมินิกเดินกลับลงมาชั้นล่างอย่างหมดหวัง
ร่างสูงเพรียวถอดถอนหายใจยาว เขายกหลังมือขึ้นขยี้จมูกตนเองไปมา ก่อนที่สายตาจะไปจับที่หนังสือเล่มหนึ่งซึ่งมีสันปกสีแดง อะไรเป็นอะไรยังไม่รู้ เด็กหนุ่มคว้ามือจับหนังสือหมับด้วยความเร็วระดับปรมาจารย์ตั๊กม๊อ แล้วออกแรงดึงหนังสือเต็มเหนี่ยว ทว่า...หนังสือหลุดตามมือออกมาด้วยพร้อมกับมีอีกมือคว้าอยู่ ณ อีกด้านหนึ่งของหนังสือ
ดอมินิกขวัญหนีดีฝ่อ กว่าจะทำใจมองไปที่ฝั่งตรงข้าม หาเจ้าของมือปริศนานั่นก็เล่นเอานานอยู่ "ข..ขอโทษครับ"
อีกฝ่ายยอมเป็นฝ่ายปล่อยมือจากหนังสือนั่น พลางมองสบตาดอมผ่านทางช่องวางของตู้หนังสือที่เรียงรายเป็นซองนี้ "ผมเองก็ต้องขอโทษด้วยครับ" เขามอบรอยยิ้มน่ารักให้กับดอมินิก เล่นเอาพระเอกดอมของเราถึงกับชะงักค้างนิ่งแข็งราวกับรูปปั้น
"ฟ...โฟรโด......"
อีกฝ่ายที่ถูกเรียกว่า 'โฟรโด' หันรีหันขวางมองหน้าทีหลังที แววตากลมโตสีฟ้าฉายแววความสงสัยอย่างเต็มเปี่ยม หนุ่มน้อยยกมือขึ้นเกาศีรษะสีน้ำตาลเข้มที่ถูกตัดจนสั้นอย่างงงงวย "ถ้ากำลังหา Lord of the Ring มันอยู่ซองถัดไปนี้ครับ" เขาว่าตามที่ตนเองเข้าใจ
ดอมินิกยังคงค้างเติ่งราวกับถูกกด stop เขาคิดอะไรไม่ออกนอกจากสิ่งที่เขาเห็นนี่ คนคนนี้...ไม่ผิดอะไรจากโฟรโดที่ตัดผมสั้นลง ตัวสูงขึ้น แล้วก็แต่งตัวตามสมัยนิยมเช่นเด็กนักเรียนธรรมดาเท่านั้น
*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*
ที่กลางร้าน Coffee shop ที่มีผู้คนไม่มากแห่งนี้ ดอมินิกจ้องคนตรงหน้าด้วยแววตายินดี หนุ่มน้อยที่แนะนำตัวกับเขาว่าชื่อ เอไลจาห์ กำลังขยับริมฝีปากสีแดงสดเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตนตามที่ดอมินิกถาม ดูก็รู้ว่าหนุ่มดอมสนใจน้องหน้าสวยคนนี้เหลือเกิน
"ผมเรียนอยู่ที่ออกซ์ฟอร์ดนี่เองครับ"
"ออกซ์ฟอร์ด..." ดอมินิกเบิกตาโตอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ก็เอไลจาห์ดูเด็กและน่ารักเกินกว่าที่จะเรียนอยู่ในขุมนรกความรู้อย่าง Oxford นี่นา "ว่าแต่ชอบอ่านหนังสือเก่าเหรอครับ"
"ชอบครับ ชอบมากๆเลย" เอไลจาห์ยิ้ม ก่อนจะยกถ้วยกาแฟขึ้นดื่ม "ว่าแต่ดอมเถอะครับ ชอบหนังสือเก่าเหมือนกันเหรอ?" หน้าใสถามกลับบ้าง
"พอดีว่าผมเรียนโบราณคดีอยู่ที่แมนเชสเตอร์น่ะครับ ยืมหนังสือไปทำวิทยานิพนธ์ วันนี้ได้ฤกษ์เอามาคืน"
"ยืมหนังสือไกลจังเลยนะครับ... ว่าแต่ดอมเป็นแฟน Lord of the Ring ด้วยเหรอ?" เมื่อพูดถึงตรงนี้ แววตาของเอไลจาห์เป็นประกายวิบวับ น้ำเสียงเขาตื่นเต้นอย่างออกนอกหน้า
"ผมอ่านได้แค่ครึ่งเล่มเอง หนังสือก็หายไปซะอย่างนั้น" ดอมินิกบ่นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ด้วยว่ายังเสียดายอยู่ "ว่าแต่ไลจ์พอจะรู้มั้ยครับว่าจะหาผลงานของนักเขียนที่ชื่อ โฟรโด แบ้กกิ้นส์อ่านอีกได้ที่ไหน?"
"โฟรโด......โฟรโด แบ้กกิ้นส์" เอไลจาห์พึมพำ ก่อนจะสำลักกาแฟ หัวเราะพรวดออกมาในที่สุด เล่นเอาดอมินิกงงเต้ก "โฟรโดเป็นตัวละครในนิยายของ J.R.R. Tolkien เท่านั้นล่ะครับ ไม่มีโฟรโดจริงๆหรอก ส่วนจะหาผลงานของโทลคีนเพิ่มเติมได้ที่ไหน ถ้าดอมสนใจผมช่วยได้ครับ เพราะผมเป็นนักศึกษาชมรมโทลคีนศึกษาที่อ๊อกซ์ฟอร์ดด้วย" ร่างเล็กยิ้มแก้มปริ คำอธิบายด้วยความรู้ระดับเซียนของพ่อหนูทำเอาดอมินิกอ้าปากค้าง ดอมประหลาดใจมากและไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องราวของโฟรโดจะเป็นเพียงนิยายที่ใครคนหนึ่งเขียนขึ้น ก็เขา...fuck โฟรโดมาแล้วเห็นๆ
"แล้วไลจ์จะอยู่ลอนดอนกี่วันครับ?" ดอมละล่ำละลักคำพูดออกมา เขายิ้มเจื่อนๆ ด้วยสมองยังคงประมวลสิ่งที่เพิ่งเกิด และกำลังเกิดไม่ทันนัก
"สองวันครับ แต่วันนี้ยังพอมีเวลา ผมจะพาดอมไปทัวร์ร้านหนังสือทั่วลอนดอนเลย"
"งั้นเหรอ...ขอบคุณครับ งั้นเราไปกันเลยดีมั้ย"
"ดีครับ!" เอไลจาห์ลุกขึ้นพรวด ก่อนจะยกเป้ขึ้นสะพายบ่าอย่างกระตือรือร้น
ดอมินิกยิ้มกับตัวเองเงียบๆ ร่างสูงเพรียวค้อมตัวลงเล็กน้อย พลางล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงเตรียมจ่ายทิปพนักงาน แต่ทว่าก็กลับควานไปเจอกับอะไรบางอย่างในกระเป๋าของตน เขาค่อยๆ เอามันออกมาโดยไม่ให้ใครสังเกตเห็นแม้แต่เอไลจาห์
เข็มกลัดพรายรูปใบไม้สีเขียว เครื่องหมายแห่งมิตรภาพของคณะผู้ถือแหวน
"แม่พระ..." เด็กหนุ่มอุทาน ก่อนจะรีบนำเข็มกลัดเก็บซ่อนไว้ที่เดิมเมื่อเห็นว่าเอไลจาห์มองมาเร่งเขา
เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นระหว่างดอมินิกกับโฟรโด ภาพสวรรค์บนดิน แดนอำมตะที่ถูกขนานนามว่าเกรย์เฮเว่น ...อาณาจักรอาร์นอร์ นางพญาไพรเลดี้กาลาเดรียลผู้เลอโฉม พ่อมดขาวแกนดัล์ฟ รวมถึงลอร์ดเคเรบอร์นและเอลรอนด์ผู้สูงศักดิ์ อาจจะเป็นแค่เพียงฝันที่เหมือนจริงและอาจจะเหมือนมากเกินไปซักหน่อย ดอมถอนหายใจออกมาพลางกระตุกมุมปากยิ้มน้อยๆ เขาเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มเบื้องหน้าที่หันมายิ้มให้เขาเช่นกัน
เขาปล่อยโฟรโดให้เลือนหายไปกับภาพฝัน แต่สำหรับเอไลจาห์...เขาจะไม่ปล่อยให้หลุดมือไปอีกแน่นอน
"ดอม! เร็วครับ รถบัสมาแล้ว"
"ครับผม" ร่างสูงโอบแขนเข้ากับรอบคอของเด็กหนุ่มอีกคนที่สวมเสื้อโค้ชตัวหนา ปกคลุมตัวเองให้พ้นจากอากาศหนาวของกรุงลอนดอน สองร่างเดินเคียงข้างกันไปบนถนนหินกรวดสีเทาเข้มจนออกดำมะเมื่อม สู่แสงแดดแห่งรุ่งอรุณที่แสนสดใสให้ไออุ่นในฤดูหนาว
THE END
|