The Red Book Story
- 2 -
Crossover Fiction by Tong
Dominic Monaghan X Frodo Baggins
*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*
"โอย...ข้อเท้าข้า.........."
เสียงเล็กๆ เล็ดรอดออกมาจากแนวไรฟันซี่ขาวสะอาดที่ขบกัดกันไว้ทนความเจ็บปวด ตัวอะไรกันนี่? ดอมินิกยังไม่หยุดฉงนในใจ แต่ด้วยเลือดคนดีมีการศึกษาก็ไม่อาจทำให้เขานิ่งเฉยอยู่ได้ ร่างสูงกระโจนเข้าไปช่วยดูอาการสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ยังคงกุมข้อเท้าตัวเอง ร้องโอยๆ อยู่เบื้องหน้า
"ไหนขอดูหน่อยซิ" ดอมินิกค่อยๆ แตะมือลงบนข้อเท้าขาวเนียน ซึ่งเล็กพอที่ฝ่ามือของเขาจะกุมได้รอบ ร่างเล็กสะดุ้งนิดหน่อย พลันชักเท้ากลับ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นกลัว แต่เมื่อดอมินิกจ้องหน้าคนตรงหน้านิ่ง สายตาหวังดีของเขาก็คงจะสามารถทำให้อีกฝ่ายสงบลงได้ ร่างน้อยๆ นั้นยอมให้ดอมินิกจับข้อเท้า
"ขาแพลงนี่หน่า วิ่งหนีอะไรมา?"
"ข้าวิ่งหนีท่าน"
คำตอบนั้นเล่นเอาดอมินิกสำลักหัวเราะพรวดใหญ่ "หนีทำไม ชั้นน่ากลัวเหรอ?"
ร่างเล็กส่ายศีรษะช้าๆ "ท่านไม่ใช่พราย และไม่ใช่ฮอบบิท"
"ฮอบบิท? อ..อย่าบอกนะว่าเธอ..." ดอมินิกตื่นตะลึงพรึงเพริด เขาลากสายตาสำรวจคนตรงหน้าให้แน่ใจอีกครั้ง ร่างเล็กประมาณสามฟุตกว่าๆ เรียกได้ว่าเท่ากับขนาดเด็กเล็กๆ คนหนึ่งทีเดียว เส้นผมขอดเป็นลอนดูนุ่มน่าจับ หูเรียวแหลมน้อยๆ ที่ปลายคล้ายรูปใบไม้ และอุ้งเท้าซึ่งมีขนอ่อนปกคลุมใหญ่ถ้าเทียบกับตัว "ฮอบบิท?"
"ท่านน่าจะรู้ตั้งแต่แรกเห็นว่าข้าคือฮอบบิท"
"ฮอบบิทไม่มีจริงนี่?" คำพูดของดอมินิกทำเอาร่างเล็กนั้นขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
"ข้านี่ไงฮอบบิท ข้าเป็นแบ้กกิ้นส์ แบ้กกิ้นส์จากไชร์"
"ไชร์.........แบ้กกิ้นส์.....?" ดอมินิกย้ำคำ เขาพยายามนึกไปถึงว่าเคยได้ยินชื่อเหล่านี้ที่ไหนมาก่อน ใช่...จากหนังสือปกแดง "เธอเป็นใครกันแน่?"
"โฟรโด แบ้กกิ้นส์... โฟรโดบุตรแห่งโดรโก"
"พระเจ้า...งั้นช่วยบอกทีว่าที่นี่ที่ไหน?" สีหน้าของดอมเต็มไปด้วยความงงงวย เขามึนไปหมดราวกับถูกทุบด้วยของแข็งหนักๆ เขาพยายามตั้งสติฟังคำตอบจากคนที่บอกว่าตนเองคือ โฟรโด แบ้กกิ้นส์ เพื่อให้แน่ใจว่านี่เขาไม่ได้ฝันไป
"วาลินอร์" สีหน้าของร่างเล็กนี้ก็ไม่ได้ดูสบายใจไปกว่าดอมินิกเท่าไหร่นัก
"วาลินอร์?"
"เกรย์เฮเว่น"
"เกรย์เฮเว่น?"
"นี่อย่าบอกนะว่าท่านมาที่นี่โดยไม่รู้น่ะ"
"ชั้นไม่รู้อะไรทั้งนั้น......" ดอมินิกเอ่ยขึ้น ก่อนที่สติเขาจะหลุดลอยล้มฟุบลงต่อหน้าโฟรโด โฟรโดกรอกตาหน้าตื่น เขาค่อยๆ พยุงตัวขึ้นยืนเขยกๆ พลางหันรีหันขวาง บุคคลที่ไม่ใช่ทั้งพราย และไม่ใช่ฮอบบิทล้มลงตรงหน้าเขา ร่างเล็กพยายามลากข้อแขนของอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นแต่ก็ดูจะไม่เป็นผล เพราะเขาก็เจ็บอยู่แถมตัวเล็กกว่ามาก
"ต้องไปบอกแกนดัล์ฟ ใช่...แกนดัล์ฟ" เขาพึมพำ ก่อนจะเขย่งเร็วจี๋หายเข้าไปในป่า
*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*
ดอมินิกตื่นขึ้นอีกครั้งบนเตียงนุ่มสีขาว เป็นเตียงที่ให้ความรู้สึกสบายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เด็กหนุ่มกรอกสายตาสำรวจห้องห้องนี้ เสาลายสลักงามวิจิตรเป็นรูปโค้งโอบล้อมห้องนี้ไว้ ที่กำแพงประดับไว้ด้วยรูปปั้นอ่อนช้อยงดงาม ทุกอย่างเป็นเงาวาวคล้ายสีเงินมุก ลมเย็นและเสียงทะเลยังคงแว่วมาให้ได้ยิน เด็กหนุ่มขยี้ตาอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง สิ่งเหล่านี้ไม่น่าจะมีจริงนี่หน่า
"ตื่นแล้วรึพ่อหนุ่ม" เสียงของชายชราฟังดูใจดีเอ่ยขึ้นที่ด้านหนึ่งของห้อง ดอมินิกชะงักชั่ววูบก่อนจะพยักหน้ารับช้าๆ
"โฟรโดพบเจ้าที่ชายหาดโน่น พอจะบอกนามเจ้าแก่ข้าได้หรือไม่?" ร่างสูงโปร่งนั้นมอบรอยยิ้มจนตาปิด ดอมินิกไม่รู้สึกหวาดหวั่นเหมือนตอนที่ลืมตาขึ้นมาครั้งแรกในดินแดนนี้
"ผมชื่อดอมินิก โมนาฮาน ผมมาจากแมนเชสเตอร์"
"แมนเชสเตอร์? โอ่...มันนี่ไหนล่ะนั่น" ชายชราในชุดสีขาวสว่างลูบเครายาวของตนใช้ความคิด ดวงตาสีฟ้านั้นจ้องมองเด็กหนุ่มอย่างถูกชะตา
ดอมินิกยิ้มตอบ เขาไม่แปลกใจที่คนที่นี่จะไม่รู้จักเมืองแมนเชสเตอร์ของเขา เขายืดตัวขึ้นนั่งพิงกับหมอน ก่อนจะเริ่มต้นอธิบายสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น "ผมอ่านหนังสือปกแดงของบิลโบ และโฟรโด แบ้กกิ้นส์ คือผมไปยืมมันมาได้จากร้านหนังสือร้านหนึ่งในลอนดอนน่ะครับ"
"ลอนดอน?"
"นั่นเป็นเมืองหลวงของประเทศอังกฤษ"
"อังกฤษ?"
"พระเจ้า..." เด็กหนุ่มคอตก เมื่อพูดอะไรออกไปก็ดูเหมือนว่าชายชราจะไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูดเอาเสียเลย "คือผมไม่รู้จะแนะนำตัวเองยังไง เพราะว่าพูดไปมันก็ดูจะเข้าใจยากมากๆ คือ...ผมมาจากอีกโลกนึงน่ะครับ"
"อีกโลกงั้นหรือ?"
"ใช่ครับ คือมันอาจจะเป็นพวกไทม์แม็คชีน วาร์บโซน หรือว่าประตูกาลเวลาเหมือนในหนังอะไรเทือกนั้นน่ะครับ" หน้าหล่อแยกเขี้ยวยิ้ม หัวเราะแฮะๆ แต่กลับได้รับรอยยิ้มเข้าอกเข้าใจตอบกลับมา พอทำให้เขาสบายใจไปได้อีกเปราะ
"วันที่สามร้อยหกสิบหก ในวันที่แสงดาวแห่งเอเลนดิลสะท้อนกับกระจกมนตรา กระจกแห่งกาลเวลาจะเปิด ก็คงเป็นเรื่องจริงสินะ" ชายชราพูดเนิบช้า ด้วยน้ำเสียงเปี่ยมพลัง "ข้าเคยได้ยินเรื่องนี้มาจากเลดี้กาลาเดรียล" ดอมินิกพยักหน้าตามอย่างเข้าอกเข้าใจ เขาได้อ่านเรื่องราวของเลดี้กาลาเดรียล แห่งไพรทอง ลอธลอริเอนมาแล้วจากหนังสือที่โฟรโดเขียน
"ลุกเถิดพ่อหนุ่ม ใกล้เวลาอาหารเย็นเต็มที... ข้าคือแกนดัล์ฟ พ่อมดขาว หากเจ้าต้องการรู้"
พ่อมดขาวยักคิ้ว ก่อนจะคว้าไม้ท้าวที่วางพิงไว้ใกล้ๆ กันแล้วพาตัวเองเดินออกไปจากห้อง ดอมินิกยิ้มกับตัวเอง เขาไม่อยากจะเชื่อว่าเขาหลุดเข้ามาในโลกแห่งหนังสือที่อ่านได้อย่างไร แต่มันก็เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว ที่สำคัญ...เขาได้พบกับโฟรโด แบ้กกิ้นส์ผู้เขียนหนังสือที่เขายังอ่านไม่จบด้วย ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ฝันก็ตาม แต่เขาก็ยังจะได้คุยเรื่องราวการผจญภัยของโฟรโด หรือถ้าให้วิเศษที่สุด เขาอยากจะให้โฟรโดเล่าเรื่องราวนั้นให้เขาฟัง
โฟรโด แบ้กกิ้นส์... ไม่ใช่อย่างที่คิดไว้เลยแม้แต่น้อย
*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*
ที่โต๊ะอาหาร ดอมินิกได้รับการต้อนรับจากลอร์ดเคเรบอร์นและเลดี้กาลาเดรียลอย่างอบอุ่น ณ ดินแดนแห่งตะวันตกนี้ มีพรายอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก พรายที่ดอมินิกเคยฟังมานิทานจากปู่ย่าตาทวดนั้นไม่เหมือนกับพรายที่เขาได้มาพบเจอนี่เลยจริงๆ พรายในมัชฌิมโลกนี้ดูสง่างามสูงส่ง ไม่เหมือนอย่างทิงเกอร์เบลในการ์ตูนปีเตอร์แพน ของวอลท์ดิสนี่ย์
ใช่...ที่นี่มีแต่พราย พรายเจ้า พรายป่า พราย พราย และพราย ที่จะมีแปลกแยกแตกต่างออกไปก็คือตัวเขา และสองฮอบบิทลุงหลาน บิลโบ และโฟรโด แบ้กกิ้นส์
โฟรโด... ที่โต๊ะอาหารนี้ดอมินิกมองแต่โฟรโด เขาอยากจะพูดคุยกับโฟรโดเหลือเกิน แต่การต้อนรับอันสมเกียรติของเหล่าพรายเจ้าก็ยังไม่สามารถทำให้เขากระดุกกระดิกไปไหนได้ ทุกคนสนใจเรื่องโลกของเด็กหนุ่ม ทั้งภาษาพูดที่ว่าแปลก การแต่งกาย เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ แต่เด็กหนุ่มไม่ได้คิดว่าตัวเองจะน่าสนใจไปกว่าฮอบบิทน้อยที่แสนน่ารักอย่างโฟรโด
"ถ้าให้ผมแนะนำตัวแบบมิดเดิ้ลเอิร์ธ ก็คงจะเป็น... ดอมินิก บุตรแห่งตาออสตินจอมจู้จี้ล่ะครับ" มุกตลกของดอมินิกเรียกเสียงหัวเราะจากเหล่าพรายได้อื้ออึง... รวมถึงโฟรโดด้วย "คือที่โลกของผม พ่อไม่ค่อยจะเป็นไอดอลสำหรับลูกเท่าไหร่นักหรอก"
"ไอดอล?" เลดี้กาลาเดรียลพยายามออกเสียงให้เหมือน
"อ่อ ประมาณว่าเป็นแบบอย่าง เป็นวีระบุรุษน่ะครับ แล้วอีกอย่างเราไม่บอกเพราะไม่ค่อยอยากจะให้ใครรู้ว่าเราเป็นลูกเต้าเหล่าใคร กลัวเสียชื่อพ่อครับ"
"โอ้..." เหล่าพรายหันไปพยักเพยิดต่อกัน เฮฮาสนุกสนาน ดอมินิกเงยหน้าขึ้นสบดวงตากลมโตสีฟ้าสวยที่นั่งอยู่อีกฟากหนึ่งของโต๊ะอาหารตัวยาวใหญ่ โฟรโดดูมีความสุขกับเรื่องเล่าของเขา นั่นพลอยทำให้ดอมหัวเราะตามไปด้วย โฟรโดน่ารักตัวเล็กเหมือนตุ๊กตา น่ากอดเสียจริง
ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งใกล้ๆ กับร่างเล็กที่ริมชายหาด ยามค่ำคืนท้องฟ้ามืดดำ ทำให้เห็นดวงตาน้อยใหญ่อยู่กลื่นฟ้า "ที่บ้านชั้นไม่ค่อยจะเห็นดาวเยอะขนาดนี้เลย" ดอมินิกเอ่ยขึ้น ก่อนจะหันไปยิ้มให้อีกฝ่ายที่นั่งอมยิ้มไม่แพ้กัน แก้มกลมๆ เรื่อด้วยสีชมพูอ่อนๆ เมื่อต้องลมเย็น
"คืนนี้ดาวเอเว่นสตาร์สวยมาก แสงมันเรืองรองกว่าที่เคย" โฟรโดรำพึงรำพัน "ข้าคิดถึงไชร์อยู่บ้างนิดหน่อย ท่านล่ะ ไม่คิดถึงบ้านหรือ?"
"บ้านเมืองชั้นคงไม่มีอะไรให้น่าคิดถึงเท่าไชร์ของเธอมั้ง" ดอมินิกหัวเราะกลบเกลื่อน อันที่จริงเขายังคงกลัวอยู่บ้างว่าจะไม่ได้กลับแมนเชสเตอร์ บ้านของเขา ถึงแม้ที่นั่นอากาศจะวิปริต แถมผู้คนเห็นแก่ตัว รักเพื่อนมนุษย์น้อยกว่าทีมฟุตบอลก็ตามที
"ท่านทำให้ข้าคิดถึงไชร์" โฟรโดว่าต่อ ดอมินิกเลิกคิ้วเล็กน้อยเป็นเชิงให้พูดต่อ "ท่านดูคล้ายเพื่อนของข้าคนหนึ่ง เขาเป็นญาติข้า"
"เหรอ เขาเป็นใครล่ะ หล่อเท่าชั้นหรือเปล่า?"
โฟรโดพยักหน้ายิ้ม "เขาชื่อเมอเรียด็อค แบรนดี้บั๊ก เหล่าสหายชอบเรียกเขาว่าเมอร์รี่ เป็นฮอบบิทตระกูลที่หล่อที่สุดในไชร์เลยล่ะ"
"โอ้ นี่ชั้นจะดีใจมากเลยถ้าเธอไม่ได้พูดเอาใจชั้น" ดอมินิกทอดสายตามองทะเลกว้างใหญ่ เขาไม่รู้ว่าแมนเชสเตอร์อยู่ที่ไหนถ้าเดินทางจากตรงนี้ มันคงไกลมาก ป่านนี้พ่อแม่ กับพี่ชายของเขาคงกำลังช็อปปิ้งกันสนั่นนครทีเดียว เขาไม่ได้น้อยใจหรอกที่ถูกทิ้งไว้ที่บ้านคนเดียว แต่เขารู้สึกเหงานิดหน่อยเมื่อไม่แน่ใจว่าตัวเองจะได้กลับบ้านอีกหรือไม่
เขาเผลอยิ้มเศร้าๆ กับตัวเองเงียบๆ แต่ด้วยการจ้องมาอย่างสม่ำเสมอของโฟรโดก็ทำให้เขารู้สึกตัว ดอมินิกหัวเราะแก้เขินกับรอยยิ้มหวานของโฟรโดนั้น โฟรโดดูเป็นผู้ใหญ่ในกริยาท่าทาง ถึงแม้รูปลักษณ์จะไม่ให้เลยก็ตาม "ชั้นเป็นแฟนหนังสือของเธอนะ"
"แฟน?"
"คือชั้นอ่านหนังสือของเธอ แล้วชั้นก็ชอบมากๆ ถึงจะยังอ่านไม่จบโดนดูดมาก่อนก็เหอะ"
"ถึงข้าจะไม่รู้ว่าท่านไปอ่านมันเข้าได้อย่างไร แต่ก็ขอบคุณ... และถ้าท่านเขียนหนังสือขึ้นมาซักเล่ม ข้าก็คงจะเป็น 'แฟน' หนังสือของท่านด้วยเช่นกัน"
"แล้วสรุปว่าอารากอร์นกับเลโกลัสได้อยู่ด้วยกันหรือเปล่า?" เขาทั้งคู่พากันนิ่งไปพักใหญ่ ก่อนที่ดอมินิกจะทำลายความเงียบขึ้นมาด้วยคำถามน่าขัน โฟรโดยิ้ม พลางทำตาโต ทำให้ดอมินิกต้องกลืนคำถามของเขากลับเข้าไปไว้คิดเป็นการบ้าน
อากาศด้านนอกเริ่มเย็นแล้ว น้ำทะเลก็ขึ้นสูง โฟรโดเอ่ยชวนให้ดอมินิกเข้าไปด้านใน ก่อนที่น้ำค้างจะลงหนักกว่านี้ "ข้าว่าท่านเข้าไปพักผ่อนเถิด วันนี้ท่านคงจะเหนื่อยมากกับคำถามของทั้งพราย และฮอบบิท"
ดอมยิ้มรับความหวังดีจากโฟรโด เขาเหนื่อยจริงอย่างที่ว่า แต่เขาก็มีความสุขมากในคืนแรกที่เกรย์เฮเว่นนี้ "ฝันดีนะโฟรโด"
"ราตรีสวัสดิ์สหายจากแดนไกล" โฟรโดเงยหน้ามองร่างที่สูงกว่าสักพัก ก่อนที่เขาจะกระซิบว่า "ข้าไม่รู้เรื่องของสองคนนั้นต่อจากนี้หรอก เพราะตอนนี้ทั้งสองยังอยู่ที่ตะวันออก ข้าได้แต่เพียงภาวนาให้สหายพรายของข้าสมหวัง" โฟรโดว่า พลางขยิบตาให้ ก่อนที่ร่างเล็กนั้นจะซอยฝีเท้าถี่ๆ หายเข้าไปในความมืดตลอดทางเดินกรวดหินหลากสี ที่เลียบด้วยคบไฟอยู่สองข้างทางนั้น
*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*
คืนนี้ดอมินิกนอนไม่หลับ ถึงแม้ว่าเตียงที่ถูกสร้างด้วยพรายช่างฝีมือนั้นจะแสนสบายเพียงใด เขายังคงคิดมากเกี่ยวกับเรื่องที่ติดพันอยู่ ถ้าพ่อแม่รู้ว่าเขาหายมาอย่างไร้ร่องรอยแบบนี้ท่านจะว่าอย่างไร แล้วเพื่อนๆ ล่ะ อาจจะเรียนไม่จบด้วยกันหมดเพราะว่าเขาไม่ยอมอ่านหนังสือห้าเล่มนั่นให้เสร็จก็เป็นได้ เด็กหนุ่มถอนหายใจยาว ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นคว้าเสื้อคลุมขึ้นมาสวมใส่ แล้วเดินออกจากห้องพักรับรองที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้พร้อมสรรพ
เด็กหนุ่มคิดว่าตนเองสบายใจขึ้นมากแล้วเชียว หลังจากได้พูดคุยกับโฟรโด เขาเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว จนมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบานหนึ่ง สาบานได้ว่าเขาไม่ได้จงใจเดินมาตรงนี้ เพียงแต่เดินเล่นคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ผ่านสวนสวยของคฤหาสน์งาม จนทะลุทางเดินแมกไม้มาที่เรือนรับรองอีกที่หนึ่ง รู้สึกตัวอีกทีเขาก็มาหยุดยืนจ้องประตูห้องนอนของโฟรโดเสียแล้ว
ดอมไม่รู้ว่าที่มิดเดิ้ลเอิร์ธ การเคาะประตูห้องส่วนตัวของผู้อื่นยามวิกาลนี้เป็นการเสียมารยาทอย่างร้ายแรงหรือไม่ แต่เด็กหนุ่มก็ตัดสินใจเคาะ ก็เขาไม่แน่ใจว่าตอนนี้เวลาเท่าไหร่ แล้วก็อยากจะคุยกับโฟรโดให้คลายความกังวลใจที่ตนเองกำลังรู้สึกอยู่ด้วย
เขายืนรออยู่ครู่ใหญ่ก็ไม่ได้รับการตอบรับจากคนด้านใน ดอมินิกถอนหายใจอย่างเสียดายนิดหน่อย ก่อนจะตัดสินใจหันหลังกลับห้องนอนของตนเอง นอนนับแกะอีกไม่กี่ตัวก็คงหลับเองล่ะมั้ง เขาภาวนา ร่างสูงเพรียวกระชับเสื้อคลุมพรายให้แนบตัวแน่นขึ้นให้ร่างกายอุ่น แต่ก็กลับชะงักเมื่อเจอเข้ากับใครคนหนึ่ง
"โฟรโด...ยังไม่นอนหรอกเหรอ ชั้นนึกว่าเธอหลับไปแล้วซะอีก"
"ข้านอนไม่หลับ เลยไปคุยกับท่านเอลรอนด์มานิดหน่อย" โฟรโดยิ้มอ่อนโยน เขาเดินก้าวเข้าไปเปิดประตูห้องนอนของตน ก่อนจะพาตัวเองกลับเข้าไปด้านหลังประตูสีน้ำตาลเงาจนออกทองคำ "ถ้าท่านดอมินิกไม่รังเกียจ ข้าก็อยากจะชวนให้ท่านเข้ามาคุยเป็นเพื่อนข้า"
"รังเกียจอะไรที่ไหน ไม่เคยหรอก" ดอมินิกเอ่ยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ เขาโค้งขอบคุณโฟรโดครั้งหนึ่งก่อนจะลิงโลดตามเข้าไป
ภายในห้องของโฟรโดดูไม่ต่างไปจากห้องที่ดอมินิกพักเท่าไหร่นัก เพียงแต่ทว่ามันไม่ได้อยู่ชั้นบน แล้วก็ไม่ใหญ่โตกว้างขวางเท่ากับห้องอื่นๆ ห้องนี้ถูกดัดแปลงให้ดูอบอุ่นในแบบของฮอบบิทรักสงบอย่างโฟรโด ราวกับโพลงขนาดย่อมๆ ไว้เพื่ออาศัยจนวาระสุดท้ายของชีวิต ดอมินิกกวาดสายตาสำรวจไปรอบๆ ห้อง ก่อนที่จะเอื้อมมือรับถ้วยน้ำชาจากมือของโฟรโด
"เพื่อนๆ เธอกำลังทำอะไรอยู่ที่ไชร์ล่ะโฟรโด? ทั้งแซมไวส์ แกมจี เปเรกริน ทู๊ค แล้วก็เมอเรียด็อค แบรนดี้บั๊ค" ดอมทำหน้านึก พลางยกมือขึ้นนับนิ้วถามถึงเพื่อนๆ ของโฟรโด
ใบหน้างามราวกับตุ๊กตาที่มีชีวิต ผิวอำพันเมื่อกระทบแสงเทียนสีนวลแย้มรอยยิ้มปนโศก "ข้าไม่รู้... แต่เชื่อว่าสหายข้าคงกำลังมีความสุขอยู่ในไชร์ ขณะนี้ที่ไชร์ย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิแล้ว พวกเขาคงกำลังเริ่มเพาะปลูก"
"เธอคิดถึงไชร์มาก แต่ทำไมถึงจากมันมา?" ร่างสูงอดถามไม่ได้ น้ำเสียงที่เคยสนุกสนานฟังดูจริงจังขึ้น "แววตาเธอเวลาที่พูดถึงไชร์ ชั้นรู้ว่าเธออยากจะกลับไปที่นั่น"
"เพราะข้ารู้ว่าข้าเดินหน้าไปไกลเกินกว่าจะถอยกลับได้ บาดแผลที่อกซ้ายข้า มันยังคงเจ็บลึก" โฟรโดยกมือขึ้นสัมผัสที่อกซ้ายของตน แววตาเขาก้มลงต่ำคล้ายกำลังรำลึกถึงอดีต "ถึงข้ายังอยู่ที่นั่น ชีวิตก็คงกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้" ดวงตากลมโตสีฟ้าสว่างเงยขึ้นสบดวงตาสีเทาของดอมินิก ริมฝีปากสีแดงดอกกุหลาบคลี่รอยยิ้มสวยให้ชายหนุ่ม "นี่คงเป็นความแปลกอีกข้อของแบ้กกิ้นส์ ขอบคุณท่านดอมิกนิก ท่านเป็นเพื่อนคุยที่เข้าใจข้ามากกว่าใคร ทั้งที่ท่านไม่ได้อยู่ร่วมเหตุการณ์อันเลวร้ายนั่นกับข้าก็ตาม"
ดอมยิ้มตอบร่างเล็กนั้น เขาค่อยๆ แตะฝ่ามือใหญ่ของเขาลงบนฝ่ามือเล็กๆ ที่วางทาบทับอกซ้าย "มันไม่เจ็บใช่มั้ย?"
"เจ็บ"
"ชั้นไม่เชื่อว่ามันจะเจ็บตลอดไป" ชายหนุ่มโน้มตัวลงจูบที่ซอกคอขาวเนียน เขาค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อของโฟรโดออกช้าๆ รอยแผลเป็นที่อกซ้ายของโฟรโดดูบิดเบี้ยวน่าเกลียด ร่างเล็กพยายามใช้มือปิดบังแผลนั้นไว้ แต่ดอมินิกก็จับฝ่ามือร่างเล็กให้เผยออก "แล้วชั้นก็ไม่คิดว่ามันจะไม่น่ามองอย่างที่เธอคิด"
ริมฝีปากสีแดงสดเผยอน้อยๆ พลางรำพันเรียกชื่ออีกฝ่ายไม่หยุดหย่อน สองมือต่างขนาดกุมกันไว้หลวมๆ ดอมินิกจูบซับน้ำตาร่างเล็กนั้นสม่ำเสมอ เขาปลอบโยนโฟรโดด้วยถ้อยคำกระซิบแผ่วเบาที่ริมหูเรียวแหลมของฮอบบิท โฟรโดฝังร่างของตนบนเตียงขนนกนุ่มนิ่ม โดยมีร่างเพรียวแข็งแรงทาบทับร่างเล็กนั้นอยู่แนบสนิท โฟรโดไม่เข้าใจว่าทำไมถึงปล่อยให้การสนทนาเป็นไปในรูปแบบนี้ เพียงแต่เขารู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกในอ้อมกอดของดอม ราวกับว่า...ไชร์อยู่ใกล้เขาแค่มือเอื้อม
"ลอร์ดเอลรอนด์ เลดี้กาลาเดรียล และแกนดัล์ฟ กำลังปรึกษากันว่าจะใช้ทางใดส่งท่านกลับบ้าน" โฟรโดกอดร่างสูงที่นอนทอดกายอยู่เคียงข้างไว้แน่น เขาแนบใบหน้าของตนลงบนแผ่นอกกว้างของอีกฝ่าย
"ชั้นชักจะไม่อยากกลับ"
"แต่นั่นเป็นคำขอของท่าน แล้วข้าก็ดูออกว่าท่านคิดถึงบ้านเพียงใด" โฟรโดถอนหายใจยาว เขาลืมตาขึ้นในความมืด ท้องฟ้าเริ่มสว่างไสวด้วยแสงดาวแห่งเอเลนดิลอีกครั้ง "ท่านจะไม่จากข้าไปใช่หรือไม่?"
"ชั้นไม่แน่ใจเลย โฟรโด" ดอมินิกยิ้มเศร้า เขาลูบมือเบาๆ ที่ข้างแก้มใสอาบน้ำตาของฝ่ายตรงข้าม "แต่ชั้นจะไม่ลืมเธอ"
"ข้าก็จะไม่ลืมท่าน ไม่มีวันลืม...
To be Continued...
|