|
ONE RINGLOTR Fiction By Tong ------------------------------------------------------------ บทที่ ๕ ดาราสนธยา เสียงฮือดังอื้ออึงขึ้นภายในห้องโถงแห่งคฤหาสน์ลาสโฮมลี่เฮ้าส์ในยามเช้าตรู่ พร้อมกับทหารพรายและมนุษย์อีกหลายชีวิตกำลังวิ่งวุ่นอลม่าน ลอร์ดเอลรอนด์เบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพ ยังไม่เข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เอลรอนด์รั้งตัวเอลลาดานได้ก็ยิงคำถามเข้าใส่บุตรชาย เอลลาดานโค้งศีรษะให้ผู้เป็นบิดาครั้งหนึ่ง เขาส่ายหน้ายากลำบากใจ ลอร์ดอารากอร์นหายตัวไป ท่านพ่อ อาร์เวนว้าวุ่นใจยิ่งนัก ลูกต้องขอตัว เอลรอนด์จ้องมองแผ่นหลังของพรายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มซึ่งรีบเร่งวิ่งจากไป พร้อมกับยกมือขึ้นกุมขมับ อาร์เวนหนอ อาร์เวน เหตุใดเรื่องมากมายถึงเฝ้ารุมเร้าแต่เจ้านัก ร่างงามในอาภรณ์ชั้นยอดนอนแนบใบหน้าลงบนหมอนสีขาวนุ่ม เสียงร่ำไห้กระซิกแผ่วเบาอย่างอดทน นางลูบมือเรียวยาวลงบนผืนผ้าปูสีขาว ณ ที่ซึ่งเป็นของสวามี ทบทวนความคิดของตนเองกับนานาคำพูดที่อารากอร์นเคยกล่าวไว้ เหตุใดทุกถ้อยคำของเขาถึงดูว่างเปล่า เหตุใดยามสัมผัสถึงรู้สึกห่างไกล เหตุใดจุมพิตแผ่วหวานคล้ายกับไร้รัก เหตุใดดวงตาที่มองกลับมา ภาพสะท้อนในนั้นกลับมีใครที่ดูไม่เหมือนนางอยู่ นางได้แต่คร่ำครวญกับตัวเองในใจ เมื่อลืมตาตื่นมาแล้วไม่พบกับอารากอร์นอยู่เคียงข้าง อาร์เวนกระวีกระวาดขอร้องให้ทหารพรายช่วยตามหาราชาของนาง ทั้งที่เจ้าหญิงพรายแห่งริเวนเดลล์และลอริเอนผู้ถูกอบรมให้รอบคอบ ใจเย็น เฉลียวฉลาด แต่ความรู้สึกกลัวที่ยังคงฝังอยู่ในส่วนลึกของดวงใจนางทำให้นางไม่สามารถมัวแต่นั่งไตร่ตรองอยู่ได้ ไม่ได้กลัดกลุ้มที่อารากอร์นจะหายตัวไปอย่างไม่มีวันกลับมา แต่โศกาตรงที่ เขาผู้นั้น ยิ่งดูเหินห่างจากนางไปมากเข้าๆ จุดมุ่งหมายของการมาเยือนริเวนเดลล์ในครานี้เพื่อที่จะให้กษัตริย์แห่งกอนดอร์ลืมสิ้นความทุกข์โศก ปัญหาในใจจักผ่อนคลาย แต่กลับกลายเป็นอาร์เวนนี่เองที่เจ็บช้ำมากกว่าเดิมหลายเท่านัก ท่านอยู่ที่ไหน เอเลสซาร์? ใยท่านไม่อยู่เคียงข้างข้าในคืนอันเหน็บหนาว? มีอะไรในริเวนเดลล์ให้ท่านติดใจหรือ? ท่านถึงได้ลืมข้า มีอะไรงดงามไปกว่าดาราสนธยาอีกในอิมราดริส เอสเทล? นางพรายกำมือแน่น ตั้งคำถามมากมายกับตนเอง เอลเทส ใช่คนเดียวกับ อารากอร์น หรือไม่? แล้ว อารากอร์น ใช่คนเดียวกับ เอเลสซาร์ จริงหรือ? นางตอบไม่ได้ และยังหาคำตอบให้กระจ่างแก่ใจตนมิได้เลย ไอแดดอุ่นแห่งรุ่งอรุณไล้ผิวกายสีขาวผ่องใสของเจ้าชายพราย ผู้ทรงอาภรณ์เนื้อผ้าแพรลื่นสีเงินบางเบา เส้นผมนุ่มเจือกลิ่นหอมอ่อนๆของพรายทำให้อารากอร์นยังไม่ยอมผละมือออกจากรอบสะโพกโค้งกลมกลึง ก้มลงสูดกลิ่นหอมจากเส้นไหมสีทองอร่ามอีกครั้ง เลโกลัสจับเข็มขัดหนังประดับด้วยหัวเข็มขัดรูปต้นไม้ขาวขึ้นคาดรอบเอวกษัตริย์เอเลสซาร์ พลางอมยิ้ม ก่อนจะจัดเครื่ององค์ให้เข้าที่ ตรวจดูความเรียบร้อยเป็นอันเสร็จ อารากอร์นมองตัวเองในกระจกแล้วก็อดหัวเราะเสียงใสออกมาไม่ได้ เจ้าทำเหมือนกับข้าเป็นเด็กเล็กนัก ก็ท่านงอแงไม่ยอมลุกจากเตียงเสียที นั่นรึผู้ใหญ่? แล้วเจ้าไม่อยากให้ข้าแต่งตัวให้บ้างหรือ เลโกลัส? ข้าแก่เกินกว่าจะทำอะไรทำนองนั้นแล้ว เห็นทีว่าท่านคงเกิดช้าเกินไปหลายพันปี ร่างสูงล่ำสันงดงามอย่างมนุษย์หัวเราะร่วนอีกครั้ง ยุวราชประคองใบพักตร์เรียวได้รูป พลันสังเกตว่าทุกเสี้ยวหน้าที่เขารักเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลาและความเหน็ดเหนื่อย เจ้าชายพรายถอนหายใจยาว ตลอดเวลาที่ผ่านมา ท่านคงเหนื่อยมาก ข้าเหนื่อยเพราะไม่มีเจ้าเคียงข้าง อารากอร์นตัดบทขึ้นด้วยรอยยิ้มหยอกล้อ องค์ราชันย์ไล้นิ้วเรียวประดับด้วยธำมรงค์แห่งกษัตริย์ไปตามปรางค์แก้มเนียน เรื่อยจนถึงปลายคาง ลำคอ จนถึงไหล่ พาตัวเจ้าชายพรายมานั่งลงที่เก้าอี้หน้ากระจก อารากอร์นหยิบหวีทองขึ้นแปรงเกศาเรียบตรงยาวสลวย กลิ่นหอมโชยแตะจมูกน่าหลงใหลทุกครั้งที่จรดแปรงลง สางมาตามแผ่นหลังสง่า ทีแล้วทีเล่าอย่างทนุถนอม รอยยิ้มอ่อนหวานระบายบนใบหน้าทรงสิริโฉมของเจ้าชายพราย มิใช่ว่าท่านยิ่งเหนื่อยเพราะมีข้าเข้ามาในชีวิตหรอกรึ? นั้นคือเหตุผลข้อเดียวที่จะไม่มีวันเป็น เลโกลัส ข้ายินดีมีเจ้า และข้าไม่เคยรู้สึกเหนื่อยเพราะเจ้า มีแต่ความเหนื่อยระอาบรรเทาลงทุกวินาทีเสียด้วยซ้ำ พรายหนุ่มมองเห็นแววตาซื่อสัตย์ในคำพูดผ่านทางเงาของกระจก ภาพที่ปรากฏสะท้อนทุกอิริยาบถ ทุกสรรพางค์กายที่เขารัก เจ้าชายอมยิ้มลึกๆกับคำพูดนั้น ก่อนจะจับมือที่ถือหวีทองของอารากอร์นไว้เพื่อหยุดเขา พอเถิดท่าน งานนี้ไม่ใช่สิ่งที่องค์ขัตติยะพึงทำ แต่ข้าทำได้ น้ำเสียงนั้นเจือความน้อยเนื้อต่ำใจอยู่ลึกๆ ให้ข้าทำเองเถิด ข้าจะปล่อยให้ท่านทำตามใจเมื่อใดที่ท่านสามารถเกล้าและถักเก็บผมให้ข้าได้
|
||
(C) 2004 DESTINY BY TONG |