|
ONE RINGLOTR Fiction By Tong ------------------------------------------------------------ บทที่ ๑ หยาดน้ำตาเจ้าชายพราย ท้องทุ่งสีเขียวขจีกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาบนพื้นดินเบื้องหน้า ต้นหญ้าพริ้วไหวตามสายลมเย็น ม้าคู่กายกะเทาะเกือกบนเชิงหินผาแข็งแกร่ง อารากอร์นเหม่อมองน่านฟ้าอย่างไร้จุดหมาย เหมือนดั่งอยากจะโผบินไปให้ถึงริเวนเดลล์ในชั่วพริบตา อาร์เวนบังคับม้ามาเคียงข้าง นางสูดหายใจรับอากาศบริสุทธิ์ หุบเขามิสตี้ทอดบรรจบโอบรอบสุดลูกหูลูกตา คล้ายกับโอบกอดดินแดนมิดเดิ้ลเอิร์ธไว้เนิ่นนาน นานมากแล้วที่ข้าไม่ได้เยี่ยมชมกับธรรมชาติ หากไม่มาสัมผัสด้วยตา ข้าคงลืมไปแล้วว่าในดินแดนแห่งเราจะมีสถานที่งดงามปานวาดเช่นนี้อยู่ อาร์เวนกล่าว อารากอร์นยิ้มจาง องค์ราชันย์บังคับม้าให้เบี่ยงตัวกลับ ก่อนที่จะรับสั่งออกมา เราเดินทางต่อเถิด มิเช่นนั้นจะถึงจุดหมายล่าช้าไปอีก ว่าแล้วจึงตีบังเหียน ควบม้ารวดเร็วออกหน้าไป อาร์เวนมองตามพลางส่ายศีรษะ ขบวนข้าราชแห่งอาณาจักรกอนดอร์เริ่มการเดินทางอีกครั้ง เพื่อให้ถึงจุดหมายโดยเร็วตามราชประสงค์ขององค์ราชันย์ ที่นั่น ... อาจมีอะไรมากมายรอคอยอยู่ หากแต่ที่แน่นั้นคือข้าต้องการจะค้นหาเพียงบางอย่างนั้นมากขึ้นทุกที เจ้าจะยังรอคอยข้าหรือไม่ ? ยังคิดถึงข้าอยู่หรือไม่ ? อยากพบหน้าเจ้าเหลือเกิน ... สหายน้อย จากมหานครกอนดอร์ ลัดเลาะเส้นทางยาวไกลหลายราตรี ในที่สุดก็เข้าถึงเขตแดนแห่งความงามและกลิ่นอายพฤกษา ในยามนี้จันทราครองท้องนภามืดมิด จริงอยู่อย่างที่คิด ... ริเวนเดลล์อัดแน่นไปด้วยแมกไม้ ท้องฟ้าเปิดกว้างเพรียบพร้อมด้วยธรรมชาติ ง่ายดายเหลือเกินที่จะเห็นทะเลดาวมากมายอย่างที่องค์ราชันย์ได้ยล เป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับท่านอีกครั้ง ... ราชันย์แห่งกอนดอร์ เอลรอนด์กล่าวอย่างยินดี ผู้ครองดินแดนแห่งเหล่าพรายแต่งกายในชุดเสื้อคลุมสีขาวสว่าง ในเพลานี้ฟ้ามืดมิดสนิทแล้ว ถือเป็นยามนิทรา ริเวนเดลล์สว่างไสวด้วยแสงของโคมไฟสีฟ้า สะท้อนกับสถาปัตยากรรมที่เลืองล้ำค่า เคล้าเสียงธารน้ำไหลรินจากน้ำตกหลายที่ ถึงแม้จะห่างไกลนักแต่ก็คุ้มค่าเหลือเกินที่ได้มาเยี่ยมเยือนอีกครั้ง ขออภัยที่ข้ามารบกวนในเพลานี้ อารากอร์นเอ่ย พลางก้มศีรษะกึ่งทักทายกึ่งทำความเคารพ ท่านพ่อ ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน อาร์เวนลงจากหลังม้า นางกล่าวด้วยรอยยิ้มเปี่ยมด้วยความปิติ เอลรอนด์จับมือเรียวสวยของนางเอาไว้ ข้าเองก็คิดถึงเจ้า บุตรแห่งข้า ขออภัย อารากอร์นกล่าวขัดขึ้นอย่างสุภาพ ยามนี้ท่านกับอาร์เวนคงมีอะไรต้องคุยกันมากนัก เห็นควรว่าข้าต้องขอตัว ได้ ได้ ข้าจะให้คนพาท่านไปยังที่พัก เอลรอนด์โอบที่เอวบางของบุตรตรีไว้อย่างรักใคร่ เขาดูอารมณ์ดีและยิ้มไม่จางไปตั้งแต่ได้พบหน้าอาร์เวน อารากอร์นมองหน้าอาร์เวนแล้วยิ้มให้ เหล่าพรายดูงดงามทวีขึ้นเมื่ออยู่ในดินแดนของพวกพ้อง -- บางทีอาจจะผิดมหันต์ที่แยกอาร์เวนออกไปอยู่ในที่ที่ไม่เหมาะกับนาง ขอบคุณท่าน ข้าขอตัว อืม ใช่ ! อารากอร์นหยุดและแสดงสีหน้านึกบางอย่างขึ้นได้ ขอประทานอภัยแก่ข้า ท่านเอลรอนด์ หากแต่ว่า เลโกลัส? เข้านอนแล้วท่าน ดูเหมือนหลานข้าหาจักสบายดีไม่ งั้นรึ อืม ขอบคุณ ข้าขอตัว สีหน้าขององค์ราชันย์ในยามนี้ดูผิดหวัง อารากอร์นก้มหน้าลงพลางส่งสายบังคับม้าให้แก่พรายสารถี ก่อนจะตามผู้นำไปยังห้องพัก อาร์เวนมองตามหลังผู้เป็นที่รักยิ่ง สีหน้านางแลดูเศร้าขึ้นมาชั่ววูบหนึ่ง บางทีนางอาจจะเห็นความระทมในส่วนลึกของจิตใจ ที่แม้แต่ตัวอารากอร์นเองก็ยังไม่อาจล่วงรู้ว่าตนเองนั้นเก็บงำความทุกข์อะไรเอาไว้ -- ข้าหวังว่าการมาริเวนเดลล์ในครานี้ จักทำให้ท่านได้ครุ่นคิดสิ่งนั้นได้ แม้ข้ามิอาจหยั่งรู้ใจท่าน หากแต่ข้าไม่ต้องการให้ท่านปวดร้าวใจ ข้ารักท่านเหลือเกิน ข้าไม่ต้องการให้ท่านเจ็บ ราชันย์แห่งข้า แสงจันทร์สาดส่องเข้าทางหน้าต่างบานสูงจากพื้นถึงเพดาน ห้องส่วนตัวของเจ้าชายพรายอับแสงลงตั้งแต่หัวค่ำเช่นนี้มาหลายคืน ลมบริสุทธิ์พัดพริ้วกระทบแพรม่านบางนั้นเบาๆ ช่างเป็นบรรยากาศที่ชวนให้สบายจิต หากแต่ลมนั้นช่างหนาวเหน็บ ร้าวจับขั้วหัวใจยิ่งนักสำหรับความคิดของใครบางคน ดวงตาสีฟ้าราวดวงดาวร้อยเรียงฉายเด่นท่ามกลางความมืด องค์ชายน้อยแห่งเมิร์กวูดไม่อาจข่มตาสู่ห้วงนิทรามาหลายราตรี ร่างบางนอนบนเตียงสีขาวสะอาดและยังคงเหม่อมองท้องฟ้ามืดและดาราสว่างไสวนั้นอย่างแน่วนิ่ง ไม่ไหวติง ลมหายใจถูกผ่อนออกมาแผ่วๆในแต่ละวินาที ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีเสียงสรวลสุขท้นเหมือนดั่งที่เคยเป็น เจ้าชายแลดูล้าเหลือเกินกับการมีชีวิตที่เป็นอำมตะ มีความทรงจำที่มิอาจสิ้นสูญ -- ทั้งที่ข้า ข้าอยากจะลืมสิ้นเสียทุกสิ่งทุกอย่าง เลโกลัส เสียงหนึ่งดังขึ้นในความเงียบงันนั้น ประสาทหูที่ดีเป็นพิเศษของพรายได้ยินตั้งแต่เสียงฝีเท้าที่ย่างก้าวเข้ามาซึ่งพยายามให้เบาที่สุดตั้งแต่แรกเริ่ม ความจำอันเป็นเลิศจำได้แม่นยำว่าเสียงพูดนี้เป็นเสียงของใคร แต่ทว่าเจ้าชายพรายสดับแล้วก็หลับตาลงอย่างแช่มช้า โดยที่ยังไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามองว่าใครคือผู้ขานนามของเขา เลโกลัสกล่าว พอทีเถิด ข้าเหนื่อยเกินพอแล้ว เลโกลัส พอที ข้าไม่ต้องการจะชอกช้ำอีกกับภาพนิมิตที่เกิดจากความงมงายของข้า เขาบอก ก่อนจะลืมตาขึ้นมองดาวบนฟ้าอีกครั้ง ทุกครั้งที่ข้าหลับตา ท่านจะปรากฏกายและเอ่ยชื่อข้า แต่พอข้าตื่นขึ้นและเริ่มไขว่คว้า ภาพของท่านก็จะยิ่งห่างไกลออกไปทุกที ข้าเหนื่อยกับการวิ่งหาความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง ข้าเหนื่อย เหนื่อยมากพอแล้ว หากแต่ข้าคือความจริง ข้าคืออารากอร์น สหายร่วมรบของเจ้า อารากอร์นเอ่ย พลางก้าวฝีเท้ามาหยุดลงที่ข้างเตียงแล้วนั่งลงที่ขอบเตียงนั้น เขายิ้มขมขื่น แตะหัตถ์ลงบนต้นแขนของเจ้าชายพราย แววตาขององค์ราชันย์ไหวระริกแลดูหม่นหมอง เจือด้วยความเศร้าอย่างแสนสาหัส เลโกลัสได้ฟังพลันตื่นจากภวังค์ ร่างบางนั้นพลิกตัวกลับมามองชายร่างสูงในชุดเทียมกษัตริย์อย่างฉงนใจ เจ้าชายส่ายศีรษะช้าๆ ไม่อยากปักใจว่านี่คือความจริง ไม่ใช่ภาพนิมิตในมโนภาพแห่งความหวังในราตรีกาลอย่างทุกครา ไม่จริง ข้าไม่เคยปดเจ้า สหายข้า สิ้นคำเพียงไม่กี่เสี้ยววินาที อารากอร์นรวบร่างกายของเลโกลัสไว้ภายในอ้อมกอด ร่างบางถวิลหาความอบอุ่นนี้มานานเหลือเกิน ยิ่งรู้ว่าห่างไกลกันก็ยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยว เม็ดน้ำตาเกาะพราวบนแพรขนตางอน จนในที่สุดโอรสแห่งเมิร์กวูดก็หลั่งน้ำตาออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ อารากอร์น โอ..ไม่ เป็นท่านจริงๆ หนึ่งหยาดน้ำบริสุทธิ์ที่ไม่เคยถ่ายทอดออกมาต่อสายตาใครๆ หาใครหยั่งรู้ไม่ว่าภายในห้องนี้ น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าหลั่งรินแทบไม่ขาดสาย เลโกลัสพยายามหลบใบหน้าไม่ให้อารากอร์นแลเห็นเครื่องหมายแห่งความอ่อนแอ แต่ก็หาได้หลบพ้นไม่ ผู้ทรงธรรมลูบเรือนผมสีทองประกายอันแสนนุ่มลื่นนั้นแผ่วเบา แม้พระองค์เองก็ไม่อยากเชื่อในบัดนี้เลยว่านี่คือความจริง บุคคลที่เฝ้าคะนึงหามานานหลายรอบดาราจรมาอยู่ตรงนี้แล้ว มาอยู่ภายใต้อ้อมอกเป็นครั้งแรก คิดถึงเจ้าเหลือเกินเลโกลัส หากข้าไม่ได้คิดไปเอง เจ้างดงามขึ้นมาก ร่างสูงเชยใบหน้าเรียวได้รูปของอีกฝ่ายให้หันมาจ้องตา เลโกลัสหลบตาสั่นไหว อารากอร์นมองสำรวจแล้วยิ้มอย่างใจดี หากแต่เป็นความงามบนความโศก ข้าไม่ต้องการให้เจ้าเป็นเช่นนี้ น้ำตาไม่เหมาะกับเจ้าหรอก และปาดน้ำตาด้วยปลายนิ้วของพระองค์ ตลอดเวลาข้าหวังพบหน้าเจ้า ข้าเฝ้าแต่ภาวนาว่าจะได้เห็นรอยยิ้มของเจ้าอีกครา ข้าอยากจ้องสายตาซุกซนแสนกลของเจ้า ความเงียบเข้าปกคลุมบริเวณนี้อีกครั้ง จักจั่นร้องหรีดหริ่งเรไร ใบไม้สีดสีกันเป็นทำนองเพลงแห่งเหล่าพราย เลโกลัสหลับตาลงพลางเบือนหน้าหนีแววตาอันเป็นประกายที่จับจ้องมา เขาส่ายหน้าอดกลั่นความนัยอย่างยากลำบาก พรายหนุ่มกลัวว่านัยน์เนตรนี้จะบอกทุกสิ่งทุกอย่างซึ่งยังคั่งค้างใจ หากแต่จะผิดมหันต์หากเผยออกไปให้ราชันย์ได้รับรู้ ข้ารู้แก่ใจดีว่าไม่เป็นอันควรที่บุกรุกห้องบรรทมของยุวราชแห่งเมิร์กวูดในกาลนี้ แต่ข้าคงอดรนทนไม่ได้ถ้าให้รอคอยจนถึงรุ่นสาง ท่านโหดร้ายกับข้านัก ท่านโหดร้ายกับทุกคน ท่านกำราบทุกชีวิตด้วยคำหวานของท่าน โอรสน้อยกล่าวแกมประชดประชัน ก่อนจะผละร่างออกจากอ้อมกอดของอารากอร์น แล้วทิ้งตัวนอนลงบนเตียงอีกครั้ง พรายหนุ่มมองทะเลดาวนิ่งๆ แต่ยิ่งมองก็ยิ่งขมขื่นใจจึงหลับตาลงเสีย ยามใดข้ามองดาว ข้ามักจะนึกถึงแต่คำพูดของท่าน หากแต่ข้าทำไม่ได้ ถึงแม้สิ่งที่เจ้าพูดจะถูกต้อง หากทว่ามันไม่ได้ถูกทั้งหมด เลโกลัส ถึงแม้ข้าจะโหดร้ายต่อใครๆ แต่ข้าจะไม่มีวันโหดร้ายกับเจ้า นี่คือความสัจจริง อารากอร์นมองใบหน้าขาวสว่างนั่น พลางลูบไล้เบาๆอย่างอ่อนโยน หากข้าเลือกได้ ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าต้องรอ เลือก ? ท่านได้เลือกแล้ว และท่านก็เลือกในสิ่งที่ถูกต้อง เลโกลัสดันศอกยกตัวให้ลุกขึ้น เจ้าชายจ้องสายตาองค์ขัตติยะด้วยแววตาเศร้า พลางยิ้มจาง ท่านเลือกเมืองบ้าน ท่านเลือกประชาราษฎร์ของท่าน ท่านเลือกสิ่งที่ท่านควรเลือก และข้ายินดี ข้ายินดีกับท่าน เรียวปากสีแดงดุจกลีบกุหลาบขยับเอื้อนเอ่ย พรายเลโกลัสกุมมือของอารากอร์นไว้หลวมๆ มีคำหลายหมื่นแสนคำที่ข้าอยากบอกท่าน แต่ข้าคงบอกมันไม่ได้ในยามนี้ ขอบอกท่านสั้นๆเพียงว่า ข้าคิดถึงท่านเช่นกัน คิดถึงเหลือเกิน อ้อมกอดถูกมอบให้กันและกันอีกครั้ง เนิ่นนานนักแต่ก็เทียบไม่ได้กับระยะเวลาที่อยู่ห่างไกลกัน เลโกลัสยิ้มแต่หยาดน้ำตาบริสุทธิ์นั้นก็ยังคงหลั่งไหล น้ำตาต้องแสงจันทราดุจอัญมณีล้ำค่า อารากอร์นโน้มตัวร่างสูงเพรียวบางน่าทะนุถนอมนั้นให้นอนลงบนเตียง ผิวของเลโกลัสขาวผ่องดุจหิมะขาวในฤดูหนาว ดวงตาสีฟ้านั้นสุกสกาว เนื้อกายช่างหอมหวน กษัตริย์แห่งกอนดอร์แตะปลายจมูกลากไล้ไปตามปรางแก้ม กอดแนบแน่นให้หายคลายจากความคิดถึง ขออภัยที่พูดจาประชดท่าน ข้ากลัวที่จะพูดมันออกไป ยุวราชแห่งเมิร์กวูดกล่าว เขาอยู่ภายใต้การควบคุมของราชันย์จากต่างแดนอย่างสิ้นเชิง แต่อ้อมกอดแนบแน่นนั้นก็ไม่ทำให้อึดอัดเลยแม้แต่น้อย เจ้ายังเด็กนัก ข้าเข้าใจ อารากอร์นพูด ก่อนจะชิงหอมแก้มโอรสน้อยเบาๆ เด็กหรือ ? เลโกลัสทำตาโต รอยยิ้มซุกซนผุดขึ้นบนพักตร์สะอ้านทรงสิริโฉม พลางเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะ เจ้ายังเป็นเด็กในสายตาข้า ไม่ว่ากาลจะผ่านไปกี่ร้อยกี่พันปี ทรงยิ้ม แล้วลูบระเรื่อยไปตามเส้นผมสีทองสวยของเลโกลัส ไม่ว่าข้าจะเกิดแล้วเกิดใหม่สักกี่แผ่นดิน เจ้าก็จะยังเป็นเด็กน้อยในสายตาข้า ท่านพูดเหมือนอาร์เวน ง งั้นหรือ ? รอยยิ้มของราชันย์มลายหายไปในพริบตา ความเงียบเข้าปกคลุมภายในห้องอีกเป็นครั้งที่เท่าไรก็มิอาจคะเนได้ อารากอร์นหลุบสายตาต่ำคล้ายอยากจะหลบเลี่ยงนามนี้ในคราวที่สนทนากับเลโกลัสเสียทุกครั้ง เขาไม่อยากแม้แต่จะนึกถึงความรู้สึกของเลโกลัสเอาเสียเลย หากแต่ทว่าอีกฝ่ายกลับเป็นฝ่ายพูดชื่อนี้ขึ้นมาเองเสียนี่ อันที่จริงในยามนี้ท่านควรจะอยู่กับอาร์เวน ไม่ใช่กับข้าที่นี่เลย เลโกลัสว่า พลางเอื้อมอ้อมแขนโอบกอดอย่างแนบแน่นตอบ พรายหนุ่มหยุดพูดลงเมื่อน้ำเสียงสั่นเครือ อารากอร์นขมวดคิ้ว เขาหลับตาลงอย่างขื่นใจ รู้สึกเจ็บร้าวข้างในน้อยๆ หากแต่มันจมลึกอย่างมหันต์นัก พระภูวนัยทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะตัดสินใจพูดออกไป เจ้าบอกว่าข้าเลือกในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว แต่สิ่งที่ถูกต้องมันอาจจะไม่ใช้สิ่งที่ใจข้าเพรียกหาเสมอไปมิใช่หรือ ? ในยามนี้ข้าขอเลือกตามใจข้าบ้างจะได้หรือไม่เล่า ? ยังไม่รอให้ได้กล่าวตอบ อารากอร์นแตะที่ปลายใบหน้า พลางเชยคางเรียวสวยของเลโกลัส ก่อนจะประทับจูบลุ่มลึกเนิ่นนาน จุมพิตอันแสนศักดิ์สิทธิ์ใต้แสงดาวนับล้าน ดวงจันทร์ยังคงสาดส่องแสงสว่างพร่างพราว ดาราระยิบพริบตา กับสัญญาที่เคยให้ไว้ร่วมกันว่าจะอยู่เคียงกันตลอดไป ในเพลานี้มันอาจจะดูโหดร้ายยิ่งนักกับอาร์เวน เลโกลัสรู้ดี เขาจึงเลือกที่จะปิดความนัยนี้เป็นความลับเสีย อย่างน้อยมันก็อาจจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดที่จะไม่ทำให้อารากอร์นและอาร์เวนเจ็บปวด ถึงแม้ผู้ที่ต้องแบกรับความโศกไว้นั้นจะเป็นเขาแต่เพียงผู้เดียวก็ตามที รุ่งอรุณในวันแรก ณ ริเวนเดลล์ แสงสีทองอร่ามส่องสะท้อนขึ้นจากหลังหุบเขาที่อยู่ไกลสุดลูกหูลูกตา น้ำค้างต้องแสงตะวันเป็นประกายห้าแฉกงดงามนัก ใบไม้โบกช้าๆด้วยสายลมเย็นฉ่ำ เหล่านกน้อยร้องเพลงเจื้อยแจ้วอย่างสดใส คล้ายเป็นการต้อนรับการมาเยือนของกษัตริย์แห่งกอนดอร์และองค์ราชินีของพระองค์ แพรผ้าห่มนุ่มนวลโอบพันรอบร่างกายของทั้งสองไว้ตลอดคืน แสงอบอุ่นจากภายนอกสาดเข้ามาทางหน้าต่างอ่อนๆ ต้องกับดวงตาของเจ้าชายน้อยให้ตื่นขึ้นจากนิทรา เลโกลัสกระพริบตาถี่ๆให้ชินกับแสง พลางมองไปรอบๆบริเวณภายนอกหน้าต่างบานใหญ่ตรงหน้า อารากอร์นโอบต้นแขนแข็งแกร่งเยี่ยงนักรบรอบเอวบางของเลโกลัส ร่างสูงขยับน้อยๆเมื่อคนในอ้อมกอดเคลื่อนกาย พระองค์รี่ตาขึ้นแล้วกล่าว ยังเช้าอยู่มากนัก เจ้ายังต้องการพักผ่อนให้มากกว่านี้ อย่าเพิ่งรีบร้อนไปเลย หากแต่จะไม่ควร ท่านหายไปทั้งคืน เลดี้อาร์เวนคงจะเป็นห่วง เราควรรีบไปที่โต๊ะอาหารให้ทันเวลาเสียดีกว่า อารากอร์นมองตามร่างของเลโกลัสที่ลุกพรวดพราดออกจากเตียงไป พระองค์แลแล้วก็ถอนหายใจออกมายาวๆ พลางยันตัวให้ลุกขึ้นนั่งช้าๆ ส่ายศีรษะไปมาไล่ความงุนง่วง ก่อนจะจำต้องทำตามที่เลโกลัสบอกอย่างเสียไม่ได้ มหาราชันย์แห่งกอนดอร์ปรากฎกายที่โต๊ะอาหารพร้อมกับยุวราชแห่งเมิร์กวูด ในเวลานี้ทุกคนนั่งประจำที่ของตนอยู่แล้ว ขาดแต่สองที่นั่งที่ว่างลง อาร์เวนเห็นทั้งสองแล้วนางก็ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนที่จะตรงรี่เข้ามาหาอารากอร์น นัยน์ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเป็นห่วง ข้าตื่นมาแล้วไม่พบท่าน ใจข้ากระวนกระวายยิ่งนัก ท่านหายไปไหนมาหรือ ? ข้าไปชมความงดงามของท้องฟ้าแห่งริเวนเดลล์กับสหายน้อย เราสนทนากันให้หายคิดถึงจนรุ่งสาง เจ้าไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงหรอก อาร์เวน อารากอร์นตอบอย่างเป็นธรรมชาติ ดุจกับว่าตลอดทางเดินที่เงียบสงัดที่ก้าวมา มีเพียงเสียงฝีเท้าของทั้งสอง ในสมองขององค์กษัตริย์ก็คงกำลังครุ่นคิดสรรหาคำตอบนี้มาตั้งแต่แรกเริ่ม อาร์เวนฟังแล้วจึงยิ้มอย่างโล่งอก นางหันมองมาทางเลโกลัสแล้วยิ้มปลาบปลื้มใจ พลันวางมือเรียวลงบนไหล่ของเลโกลัส และอีกขึ้นหนึ่งประคองใบหน้าพระอนุชาอย่างรักใคร่ ท่านดูไม่เติบโตขึ้นเลย แต่รูปโฉมงามงดขึ้นขนัดตา ท่านเองก็งดงามไม่เสื่อมคลาย เลโกลัสกล่าว ก่อนที่ทั้งสามจะเดินมาที่โต๊ะอาหาร เป็นไปอย่างที่คิด ที่นั่งของแขกบ้านแขกเมืองผู้มาเยือนกับยุวราชจากแดนป่าห่างไกลกันนัก อารากอร์นมองเลโกลัสแล้วก็ถอนหายใจ เอลรอนด์ยิ้มแย้มใบหน้าสดใส บัดนี้ก็พร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว ไม่จักต้องรอสิ่งใด ข้ายินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับกษัตริย์แห่งกอนดอร์อีกครั้ง เขากล่าว พลางเหลือบสายตามองที่อาร์เวนด้วยรอยยิ้ม เจ้าชายพรายเสวยน้อยมากก็วางช้อนส้อมลง เรียกให้ทุกสายตาฉงนใจกลับไปให้ความสนใจที่เขา ข้าเห็นจักต้องขอตัว เขากล่าวเสียงแผ่ว อะไรกัน ? เจ้าเสวยน้อยมากมายหลายวันแล้วหลานข้า ข้ากลัวว่าเจ้าจะทรุดลงไปในเร็ววัน เอลรอนด์ว่าด้วยสีหน้าเป็นห่วง ก่อนจะเลิกคิ้วเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ ที่สำคัญ ข้ามีเรื่องที่จะบอกเจ้าด้วย เลโกลัส ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงสีทองอร่ามแห่งนี้รวดเร็วและชะงัดนัก อารากอร์นชะงักเล็กน้อย พลางเหลือบสายตาไปจับจ้องเอลรอนด์สลับกับสีหน้ากังวลใจของเลโกลัส เอลรอนด์ยิ้มใช้ผ้ากันเปื้อนเช็ดที่ปาก ก่อนจะกล่าวต่อไป เลโกลัส ท่านเติบโตขึ้นมาก อย่างกล้าหาญ อย่างสง่าผ่าเผย สายตาของกษัตริย์ครึ่งมนุษย์ครึ่งพรายผู้ปกครองริเวนเดลล์เป็นประกายระยิบ ข้าอยากจะบอกท่านมานาน แต่หาได้เจอกับโอกาสอันควรไม่ ในครานี้เห็นดีว่าจักได้บอกท่านต่อหน้าอาร์เวนด้วย เสียงของเอลรอนด์ดังสะท้อนในห้องโถงอันโอ่อ่า สายลมหอบหิ้วถ้อยคำนั้นเข้ากระทบโสตประสาทที่แทบแข็งตรึงของอารากอร์นให้แตกสลาย เจ้าควรจะมีคู่ครองที่เหมาะสม เพื่อจักได้เป็นคู่คิดแห่งเจ้าในยามยุวราชเติบใหญ่กลายเป็นกษัตริย์ในวันข้างหน้า ต .. แต่ว่า เลโกลัสแย้งขึ้นยังไม่ทันขาดคำ เอลรอนด์ก็พูดขัดขึ้นอีก ข้ารู้ พรายหนุ่มเยี่ยงเจ้าคงยังไม่ต้องการคู่คิดคู่ครองในเพลานี้ แต่สักวันวันนั้นก็ต้องมาถึงมิใช่หรือ ? หลานข้า ยุวเรศแห่งลอธลอริเอนเหมาะสมกับเจ้ายิ่ง เจ้าจักทำความรู้จักคุ้นเคยกับนางเสียบ้าง ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากปากของเลโกลัส ประสาทหูราวกับตื้อตึงไปเลยเมื่อได้ยินประโยคนั้น อารากอร์นตื่นใจอย่างยิ่งก่อนที่จะลุกพรวดขึ้นจากที่นั่งโดยที่ไม่ทันรู้ตัว เลโกลัสยังเด็กอยู่มาก เขายังรักการล่าสัตว์ การศึก และการผจญภัยในพงไพรแดนดินอันเป็นที่รัก คงจะยังไม่เหมาะกระมังกับการมีคู่ครอง อารากอร์นพูดโพล่งออกมาเสียเฉยๆ ทำให้ทั้งความเงียบเข้าครอบครองทั่วบริเวณอีกครั้ง เอลรอนด์หัวเราะหึๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น ถูกแล้วลอร์ดอารากอร์น ท่านพูดไม่มีผิดโผ แต่ข้ามิได้บังคับให้หลานข้าอภิเษกในเร็ววันหรอก ข้าเพียงแต่อยากให้ทั้งสองรู้จักกันก่อน ขออภัย อารากอร์นพูด ถึงแม้สีหน้าจะยังสื่อชัดว่ารับไม่ได้กับเรื่องที่เอลรอนด์มาแถลงในเช้าวันนี้นัก เอลรอนด์ยิ้ม แล้วหันไปหาเลโกลัสที่นั่งเงียบไม่ไหวติง สายตาของเจ้าชายทอดลงต่ำไม่ได้ใส่ใจสิ่งใดรอบข้าง ยุวเรศอิลลิเวียนส์งดงามยิ่งนัก ทั้งยังปราดเปรื่องในด้านต่างๆหลายแขนง เจ้าไม่จำต้องลำบากใจเลยในการทำความรู้จักกับนาง ข้ารับรองได้ หลานข้า ข .. ข้า น้ำเสียงกระอึกกระอักสั่นเคราอยู่ในลำคอของเลโกลัส คำพูดมากหลายที่อยากจะตะโกนเพื่อบ่ายเบี่ยงหน้าที่อันไม่ต้องการข้องเกี่ยว หากแต่คงเป็นสิ่งที่องค์อิลลูวาทาร์มอบหมาย จึงทำให้ข้อขัดแย้งมากมายถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอ ข้าจักได้บังคับเจ้าไม่ อยู่ที่ความเห็นควรและความรู้สึกผิดชอบของเจ้าเอง เลโกลัส ขออภัย ข้าจำต้องขอตัว พรายหนุ่มกระชากเก้าอี้ออก ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากตัวห้องโถง ผ่านกรอบประตูรูปโค้งสีทองสว่างนั้นไป อาร์เวนมองตามร่างนั้นที่เลยลับไป นางถอนหายใจออกมาช้าๆ แต่หนักหน่วงนัก เห็นทีต้องใช้เวลามาเยียวยาในการณ์นี้ ข้าเองก็จักต้องขอตัวเช่นกัน อารากอร์นพูดแทรกขึ้น พลางลุกจากที่นั่ง ข้าเห็นว่าเราไม่ควรปล่อยให้เวลากัดกร่อนจิตใจเขานานนักหรอก มองอาร์เวนพลางยิ้มอบอุ่น แล้วราชันย์แห่งกอนดอร์ก็วิ่งเหยาะๆ ตามเลโกลัสออกไป ยังไม่ทันที่อาร์เวน หรือแม้กระทั่งเอลรอนด์จะรั้งไว้ทัน ร่างนั้นก็ไปไกลเสียแล้ว เอลรอนด์ส่ายศีรษะอย่างเหนื่อยหน่าย และพูดด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม ข้าเองอาจจะผิดที่พูดกดดันเขา แม้ข้าจะย้ำแล้วย้ำอีกว่าไม่ได้ขู่เข็น หากแต่ข้าพยายามบีบคั้นเขาด้วยคำพูดของข้า ท่านพ่อ อย่าคิดมากไปเลย ข้ารู้ว่าท่านหวังดีกับเลโกลัส หากแต่อาจต้องรอเขาบ้าง เขายังเยาว์อยู่นัก อาร์เวนปลอบ วางมือลงบนแขนของผู้เป็นพ่อ พลางบ่ายสายตาไปตามทางที่สาดส่องเข้ามาด้วยแสงเหลืองนวลดุจอำพันของดวงอาทิตย์ ภาวนาให้สายลมพัดหอบเอาความขุ่นเคืองในเช้าวันนี้ให้มลายหายไปให้เร็วที่สุด ม้าเจ้าสีขาวถูกควบบังเหียนออกจากคอกอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะมองเห็นได้ ผ่านเหล่าพรายสารถีที่ดูแลม้าชวนให้หันมองกันเป็นตาเดียว ผ่านแมกไม้ตีสะบัดเป็นเสียงแกรกกรากไปตามทาง ท่านเลโกลัส !! พรายสารถีผู้ดูแลคอกม้านายหนึ่งวิ่งหอบออกมาจากคอกม้า พลางตะโกนเสียงลั่น แต่ก็ดูจะไม่ทันเอาเสีย เพียงครู่ก็ต้องกรีดร้องกันเป็นเสียงเดียว เมื่อม้าทรงกษัตริย์สีน้ำตาลเข้มอีกตัววิ่งผ่านลู่พวกเขาไป จนเส้นผมยาวของเหล่าพรายแทบพันกันยุ่ง อารากอร์นตีบังเหียนสุดกำลังพาสุดยอดม้าศึกวิ่งทะยานออกไปบนวิถีด้านหน้า ถึงแม้เจ้าจะต้องการหนีปัญหา
แต่เจ้าไม่ควรหนีข้าเลย
จบตอน
|
||
(C) 2004 DESTINY BY TONG |