Milked Coffee

[ Chapter III ]

Randy Keith Orton X John Felix Anthony Cena
AU Fiction by Tongkun

-----------------------------------------------------------------

เช้าวันนี้อากาศแสนดี ท้องฟ้าโปร่งมีแสงแดดอ่อนๆฉายให้อบอุ่น ลุง Barley ที่ก้มๆเงยๆจัดแก้วมากมายใต้เค้าเตอร์ให้เป็นระเบียบเหยียดตัวขึ้นก่อนจะยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อ พลางมองลอดระแนงไม้สีเข้มอีกฟากหนึ่งของร้านออกไปมองฟ้า ลุงยิ้มร่าให้แสงตะวัน

ถึงแม้ว่าเมื่อวานท้องฟ้าสวยๆจะถูกบดบังด้วยเมฆครึ้มเทา แต่อากาศวิปริตของ New York ก็ไม่เคยทำให้ลุง Barley ร้องไห้ได้สักวัน เพราะลุงรู้ดี...ว่าวันใหม่ย่อมมีท้องฟ้าที่แจ่มใสรอลุงอยู่

“My heart goes Shalalalala! Shalala in the morning. Woh Woh Woh Shalalalala! Shalala in the sunshine.”

“ แหม...มีความสุขจริงนะครับลุง ผมล่ะแอบหมันไส้ ” เสียงของลูกค้าขาประจำผู้น่ารัก ปรายหางตามาทางชายแก่อารมณ์ดี เขากระพริบตาปริบๆโบกขนตางอนยาวสวยสีเข้มนั้นเป็นการหยอกล้อลุง Barley ที่เอาแต่เต้นกับร้องเพลง

“ แน่นอน John! ชีวิตคนน่าสนุกจะตาย เราควรจะภูมิใจนะที่พระเจ้าเลือกให้เราเกิดเป็นคนคนนี้ เพื่อให้เรารักตัวเอง เพื่อให้เรารักคนรอบข้าง เพื่อให้มีเวลาที่มีแต่ความ ~~~ สุขใจ ” คุณลุง Barley พูดไปหัวเราะไปจนหน้าแดง

John มองแล้วยังนึกขำ เขายกแก้วนมสดขึ้นดื่มอั่กๆจนหมดเกลี้ยง ก่อนที่หนุ่มหน้าใสผิวขาวสะอ้านจะคว้ากระเป๋าเป้คู่ใจกับหนังสือกองโตของเขาหอบเข้าไว้แนบเอว “ ลุงคร้าบ ~ ผมไปเรียนก่อนนะครับ ขอบคุณสำหรับนมสดกับขนมปังเนย ”

“ จ้า John~ ขอบคุณแม่วัวตัวโตๆที่ผลิตนมมาให้ John ดื่ม ขอบคุณข้าวโอ๊ตกับธัญพืชที่กลายมาเป็นขนมปังให้ John กิน ” ชายชราหัวเราะเอิ้กอ้ากไม่ต่างกับคนเมาเชียวล่ะ ด้วยเพราะอารมณ์ดีๆ และความใจดีของลุง Barley ผู้เป็นเจ้าของร้านต่อทุกๆสิ่งในโลก ทำให้ John ชอบร้านนี้ที่สุด และเป็นที่ที่จะทำให้เขาอารมณ์ดีตั้งแต่เช้าวันนี้จนถึงวันใหม่

John โบกมือลาลุง Barley ที่โบกมือหยอยๆอยู่หลังเค้าเตอร์และยิ้มให้อย่างสดใส ชายหนุ่มกัดริมฝีปากเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรสักอย่างเพียบแว่บหนึ่ง แต่อากาศของวันนี้ก็สดใสเกินกว่าจะเก็บเอาเรื่องชวนหัวมาคิดให้วุ่นวาย เขาโยนความคิดนั้นทิ้งเสีย แล้วหันหลังกลับหมายจะเดินออกจากร้าน แต่ก็ต้องชะงักด้วยบานประตูร้านที่ถูกผลักเข้ามา

แผ่นกระจกใสโปร่งที่บุบานประตูมีสไตล์นั้นไว้ ทำให้ John สามารถมองทะลุผ่านไปจนรู้ได้ว่าผู้ที่ผลักมันเข้ามานั้นเป็นใคร

นั่นทำให้เขายิ้ม......ยิ้มสดใสกว่าเมื่อครู่นี้มาก

ยิ้มอย่างลืมสิ่งที่ครุ่นคิดไปโดยปริยาย

“ ไง? Randy!”

John เอื้อมมือแตะที่ต้นแขนของเจ้าของชื่อนั้นอย่างเป็นกันเอง เขาดีใจจริงๆที่เจอ Randy ในเช้านี้ เพราะหลังจากวันแรกที่ได้พบกัน เขาก็ไม่ได้พบกับ Randy ที่นี่อีกเลย ถามไถ่จากลุง Barley แล้วว่า Randy ได้มาที่นี่อีกมั้ย ลุงก็ตอบด้วยน้ำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจว่าไม่ได้เห็นอีก

“ หวัดดี John! ดีใจจังที่เจอนาย ” Randy ร้องทัก เขายิ้มอิ่มเอมใจไม่แพ้กัน เป็นยิ้มที่แทบจะไม่มีใครเคยเห็นมันเลยนอกจาก John.

Randy สวมชุดสูทและผูกเน็คไทน์ตึงเปรี๊ยะ ทรงผมเรียบร้อย กระเป๋าเอกสาร และนาฬิการาคาแพง เขาเหมือนเดิมทุกๆอย่างและไม่เคยเปลี่ยนแปลง เป็นเช่นไรก็เป็นเช่นนั้นเสมอมา หากแต่ Randy คงไม่เคยรู้ว่ามี John คนหนึ่งล่ะที่มองเขาเปลี่ยนไปแล้ว Randy ดูสดใสขึ้นเมื่อพบกับ John และมีปฏิกิริยาอย่างมากกับมืออุ่นๆที่แตะลงบนต้นแขนของเขาแทนการทักทาย

Randy ตื่นเต้นกับสัมผัสนั้น......

“ ชั้นก็ดีใจ แต่เสียดายตรงที่ชั้นต้องรีบไปเรียนแล้วนี่สิ เฮ้อ...วันนี้นายมาสายจังเลยนะ ”

“ ชั้นตื่นสาย ” น้ำเสียงของ Randy รวมถึงสีหน้าและดวงตาดูเศร้าลงไปทันที เมื่อได้ยินประโยคตัดพ้อของ John แถมยังนึกโทษตัวเองอยู่นิดๆที่ดันมาตื่นสายเอาวันนี้ซะได้ “ แย่จริงๆเลย ”

“ ฮ่ะๆๆ เอาเหอะ ไม่ใช่ความผิดของนาย ยังไงชั้นไปก่อนนะ ! เราคงจะเจอกันโดยบังเอิญอีกเป็นครั้งที่ห้านั่นล่ะ ” John ยักคิ้วพูด เขากระชับหนังสือเข้ากับตัว

Randy รู้สึกเสียดายจริงๆ แต่ก็ต้องยอมรับแล้วกล่าวคำอำลา John . ถึงอย่างไรเขาก็ยังยินดีที่อย่างน้อยก็ได้พบกันในเช้าวันอากาศสดใส ทั้งเขาและ John พบกันโดยบังเอิญหลายครั้งในย่านดาวน์ทาวน์นี้ บางทีก็แอบนึกเข้าข้างตัวเองไปเหมือนกันว่า John อาจจะมารอเขาที่ร้านคุณลุง Barley ก็เป็นได้

ช่างเป็นความคิดที่เข้าข้างตัวเองอย่างไร้เหตุผล ข้างๆคูๆที่สุดเท่าที่เคยคิดมา

ชายหนุ่มมองตามหลังเสื้ออเมริกันฟุตบอลสีแดงสด และกางเกงยีนส์แบ๊กกี้สี่ส่วนที่เดินเร็วๆออกจากร้านไป นั่นเป็นภาพที่ติดตาเหลือเกินกับชายหนุ่มหน้าละอ่อนที่มักสวมหูฟัง Walkman ไว้กับหู แล้วแบกหนังสือเล่มหนาๆเป็นตั้ง ริมฝีปากบางสีชมพูสดคลี่ยิ้มอวดฟันเรียงสวยเมื่อพอใจ และชอบหัวเราะจนตาปิดอย่างอารมณ์ดี

Randy หวั่นไหวกับคนคนนั้น

หวั่นไหวต่อตาสีฟ้าอ่อนกระจ่างสวย สดใสเหมือนท้องฟ้ายามฟ้าเปิด

หวั่นไหวต่อผมสีอ่อนเส้นเล็กๆที่โผล่พ้นหมวกปีกใบสวย

หวั่นไหวต่อผิวขาวสะอาด ระเรื่อด้วยสีแดงของเลือดฝาดและมีกลิ่นหอมจางๆ

หวั่นไหวเหลือเกินกับสัมผัสอุ่นๆที่ส่งผ่านมาจากฝ่ามือขาวนุ่มละมุน

เขายอมรับว่าเขาหวั่นไหวกับสิ่งเหล่านี้จนไม่สามารถโกหกตัวเองอีกต่อไปได้ เขาชอบทุกอย่างที่เป็น John เพราะ John เป็นเหมือนอีกด้านของเขา ชอบ John มากเพราะ John มีทุกอย่างที่ Randy ไม่มี...... และสิ่งเหล่านั้นก็ประกอบเป็น John Cena ได้อย่างลงตัวที่สุด

.

.

.

เสียงส้นรองเท้าสูงแหลมกระทบพื้นทางเดินของสถานีรถไฟใต้ดิน ส่งเสียงก๊อกๆสะท้อนไปทั่วห้องโถงยาวแห่งนี้ หญิงสาวในชุดสูทกับกระโปรงสั้นเต่อกระชับสายสะพายกระเป๋าหนังใบเล็กขึ้นไว้ที่บ่า หล่อนสะบัดผมยาวเงาพลิ้วสีบลอนด์ทองที่ตกลงมาปรกใบหน้าไปให้พ้นอย่างอารมณ์เสีย ในขณะที่เห็นคนที่หล่อนไม่อยากจะเห็นหน้าอีกในเวลานี้วิ่งเหยาะๆตามมา

“Maria! คุณอย่าหนีสิ ยังไงวันนี้ก็ต้องคุยกันให้เข้าใจ...คุณอยากแต่งงาน ผมก็ขอคุณแต่งแล้วไง ขอวันนี้คุณจะให้แต่งพรุ่งนี้เลยเหรอ ” Randy คิ้วขมวดยุ่งเหยิง พยายามพูดให้เสียงเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ในสถานีรถไฟใต้ดินสาธารณะ ทั้งที่อยากจะตะหวาดแม่คนเรื่องมากนี่ให้รู้แล้วรู้รอด

Maria บอกว่าเธอทนรอ Randy มานาน แต่ชายหนุ่มเองก็รู้สึกระอาใจเหมือนกันที่ต้องมาอดทนกับความเอาแน่เอานอนไม่ได้ของผู้หญิงเอาแต่ใจคนนี้...... ลูกคนรวยมันงี่เง่าแบบนี้ทุกคนเลยรึไง(วะ) !

“ เวลาของคุณมันยืดเยื้อมานานแล้ว Randy! ชั้นเป็นผู้หญิงนะ ชั้นอายเต็มทน ! คุณบอกให้ชั้นให้เวลาคุณอีกซักห้าหกเดือน เฮอะ ! แล้วไอ้เวลาที่ชั้นรอคุณอยู่ตั้งห้าหกปีมันยังไม่พอเหรอ ยังใช้ชีวิตหนุ่มโสดไม่พออีกรึไง !?!”

เมื่อบ่ายวันนี้ Maria ยังอารมณ์ดีอยู่แท้ๆ หลังจากที่ Randy โทรมาหาและชวนเธอออกไปทานข้าวกลางวัน หัวใจของหล่อนพองโตเมื่อได้เห็นแหวนแต่งงานวงโต เพชรหลายกะรัตส่องประกายวิบวับอยู่ตรงหน้า ช่างเป็นช่วงเวลาที่หญิงสาวทุกคนรอคอยมาค่อนชีวิต ถึงแม้จะผิดหวังไปหน่อยกับคำขอแต่งงานที่ไร้ความโรแมนติกโดยสิ้นเชิงของคู่หมั้น แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา...เธอคิดว่าเธอรักผู้ชายคนนี้หมดหัวใจ และเขาเป็นคนที่เธอจะแต่งงานด้วย เธอตอบตกลงทันทีและรับแหวนไว้

แต่เวลาแห่งความสุขของเธอช่างสั้นนัก... Maria ปาแหวนราคาหลายล้านคืนให้ Randy ก่อนจะด่ากลับอีกสักสองสามกระบวนคำ เธอมีน้ำโหด้วยประโยคต่อท้ายของคู่หมั้นที่ว่า ‘ แต่ยังไงก็ขอเวลาผมอีกซักห้าหกเดือนนะ '

“ นี่ถ้าอายจริงก็เงียบเสียงไว้หน่อยได้มั้ย Maria” ร่างสูงกัดฟันกรอด เขาจ้องหญิงสาวเขม็งด้วยอารมณ์หงุดหงิด นั่นทำให้หล่อนถึงกับอึ้งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

“ ก็ช่างสิ ! ให้เค้ารู้กันไปเลยว่าในโลกมันยังมีผู้ชายโง่ๆแบบนี้อยู่น่ะ... นรกอะไรทำให้คุณเปลี่ยนไปขนาดนี้กันฮึ Randy? คุณไม่เคยขึ้นเสียงกับชั้นมาก่อนเลยนะ ทำไม? ชั้นมันไม่ดีรึไง? ไม่คู่ควรกับคุณงั้นเหรอ? ”

“ นี่ Maria! มันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ ”

“ รำคาญนักก็ไปให้พ้นเลยสิ จะตามมาหาอะไรไม่ทราบ !?!”

สถานการณ์ดูจะเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ คล้ายจะเป็นสงครามขนาดย่อมภายในสถานีรถไฟใต้ดินอันวุ่นวายนี้ เรื่อยมาตลอดทางจนถึงส่วนของชานชลา เสียงผู้คนจ่อกแจ่กจอแจยังพอที่จะบรรเทาคำสบถด่าเหล่านี้ลงได้บ้าง แต่ก็ไม่ทั้งหมด... ยังมีบุคคลอื่นซึ่งยืนอยู่ใกล้เคียงกับบริเวณเส้นเหลืองของชานชลา ที่หันมาให้ความสนใจกับกรณีพิพาทของคู่หมั้นคู่นี้อยู่เนืองๆ

...รวมถึงหนุ่มผิวขาว นัยน์ตาสีฟ้า ที่สวมเสื้ออเมริกันฟุตบอลสีแดงสด ซึ่งกำลังยืนรอรถไฟเที่ยวต่อไปอยู่ด้วย...

เหตุการณ์แบบนี้เหมือนกับว่า Randy เคยผ่านมันมาแล้วครั้งหนึ่ง

“…John………” ชายหนุ่มพึมพำ

เบื้องหน้าของเขามีผู้คนพลุกพล่านหนาตาในเวลาเลิกงาน ทำให้ภาพเจ้าของชื่อที่ Randy เอ่ยถึงนั้นขาดหายเป็นระยะ แต่นั่นก็ไม่สามารถทำให้เขามองข้ามไปได้

ดวงตาสีฟ้าสดสุกสกาวจ้องมาที่เขา ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้ว...... รู้แต่ในแววตาคู่นั้นแฝงไว้ด้วยความกังวลอย่างบอกไม่ถูก. Randy ถึงกับชะงักงัน เมื่อ John ส่งยิ้มเศร้าๆมาให้ เขาไม่รู้ว่าควรจะทำหน้าอย่างไรดีในเวลานี้ ความคิดร้อยแปดพุ่งพล่านในสมอง ในขณะขบวนรถไฟกำลังวิ่งโฉบเข้ามาเทียบชานชลาด้วยความเร็วสูง

“ ไว้เราทั้งคู่อารมณ์เย็นลงแล้วค่อยมาคุยกันใหม่เถอะนะคะ Randy!” แรงสะบัดของ Maria ที่จู่ๆก็กระชากมือออกทำให้ Randy ตื่นจากภวังค์อีกครั้ง ร่างสูงเหลือบมองที่ Maria ซึ่งกำลังจะเดินขึ้นรถไฟไป แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมอง John อีกที

เมื่อมองกลับไป John ยังคงจ้องกลับมาอยู่เช่นเดิม ผิวสวยยิ้มให้อีกครั้งก่อนที่จะชี้มือ ทำตาโตเป็นเชิงให้ Randy ตามคู่หมั้นไปในรถไฟขบวนนี้

Randy พยักหน้ารับ เขายิ้มออกมาในที่สุด

ยิ้มรับให้กับความหวังดี และมิตรภาพที่ John หยิบยื่นให้

สองเท้าก้าวยาวๆเพื่อให้ทันเป้าหมาย ในขณะที่ Maria เข้าไปในขบวนรถไฟแล้ว

Randy เอื้อมมือ...............และคว้าไว้จนได้

คว้าข้อมือ................................................

ของ John ไว้ได้

นั่นทำให้ John ที่กำลังจะเบียดผู้คนขึ้นไปในตัวรถต้องหยุดการกระทำนั้นไว้ ตากลมมองหน้า Randy ผู้ที่ควรจะไปยืนอยู่ภายในรถไฟโบกี้ถัดไปอย่างแปลกใจ...... แปลกใจจนลืมที่จะก้าวขึ้นรถไฟใต้ดิน และพลาดการโดยสารเที่ยวนี้ไปจนได้

“ ชั้น...จะไปส่งนาย......ที่บ้าน ” Randy หายใจแรงส่งเสียงแฮ่กๆให้รู้ว่าต้องใช้ความพยายามแค่ขนาดไหนที่จะตามให้ทัน John.

“ แล้วแฟนนาย...??? ”

“ เค้าไปแล้ว ช่างเค้าเหอะ ”

ไม่เพียงแค่รู้สึกแปลกใจเท่านั้น แต่ John ยังตกใจกับการกระทำของ Randy เอามากๆ อันที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ Randy จะดีต่อเขา แต่ถ้าให้เทียบกับเรื่องคู่หมั้นแล้ว John คิดว่าตัวเองยังไม่ควรได้รับไมตรีมากมายถึงเพียงนี้

เขากลัว......จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ต้องเกิดรอยร้าวขึ้นระหว่าง Randy และแฟนสาว

“ อืมมมมมมมม ” John เม้มริมฝีปากจนเกือบเป็นเส้นตรง “ ชั้นกลับเองดีกว่านะ ไม่อยากรบกวนเวลาของนายเท่าไหร่ ”

“ รบกวนอะไรกัน... ชั้นเป็นคนชวนนายเอง ไม่เห็นเป็นการรบกวนอะไรซักหน่อยนี่ คิดมากไปรึเปล่า? ” Randy พูด จ้องหน้า John เสียจริงจังตาแทบไม่กระพริบ นั่นทำให้ John กระตุกยิ้มพลางหัวเราะในลำคอเบาๆ

“ นายนั่นแหละ คิดน้อยไปรึเปล่า? เวลาของนายในการตามไปง้อแฟนน่ะ นายควรจะใช้มันให้คุ้มนะ ชั้นเลยไม่อยากไปรบกวนเวลานั้นของนาย ” ขนตายาวกระพริบสองทีปริบๆก่อนจะปิดลงถาวร John ถอนหายใจยาวเหยียด พลางใช้มือตบลงเบาๆที่ไหล่ Randy “ ตามเธอไปเหอะ ชั้นว่าเธออยากให้นายง้อนะ ส่วนชั้นน่ะอยากกลับบ้านเองอยู่แล้ว นายไม่ต้องไปส่งชั้นหรอก ” น้ำเสียงนั้นถ้อยตำหนิ

Randy ยอมรับว่าผิดหวังอย่างแรงกับคำตอบของ John บางทีเขาอาจจะคิดน้อยเกินไปจริงๆนั่นล่ะ ที่แสดงอาการเป็นผู้ชายที่ไร้ความรับผิดชอบแบบนี้ออกไป เขายิ้มแห้งๆให้ John อย่างสำนึกผิด แล้วก็ได้รับรอยยิ้มปลอบใจในแบบฉบับของ John กลับมา ทั้งๆที่คิดว่า John จะโกรธเขาเป็นฟืนเป็นไฟเสียอีก

“ ชั้นจะไปแล้ว ส่วนนายก็ไปได้แล้วเหมือนกัน ไว้เราค่อยคุยกันใหม่...เมื่อนายง้อแฟนสำเร็จ โอเค๊? ” แก้มขาวของ John เปล่งเป็นสีแดงเรื่อๆที่โหนกแก้ม เวลาเขาหัวเราะหรือกำลังอารมณ์ดี ริมฝีปากบางนั้นยิ้มเปิดเผยไม่มีปิดบัง นั่นทำให้ดูเหมือนว่าจะเดาความรู้สึกของ John ได้ไม่ยากเลย แต่สำหรับคนคิดมากอย่าง Randy แล้ว...เขาไม่มั่นใจว่า John จะคิดอย่างที่พูดทุกอย่างหรือเปล่า มันคล้ายกับว่า...เขากำลังเก็บงำความรู้สึกไม่พอใจบางอย่างอยู่ในนั้น

Randy ไม่แน่ใจนัก

แล้วก็ได้แต่ภาวนาว่าขอให้ทั้งหมดนั่น ล้วนแต่เป็นเรื่องที่เขาคิดไปเอง

.

.

.

John เดินฮัมเพลงตามจังหวะดนตรีจากหู Walkman คู่ใจ ก้าวเท้ามาตามตรอกแคบข้างอาคารที่อยู่อาศัย ในยามนี้ท้องฟ้ามืดดำแต่โปร่งใส ใน New York ไม่เคยมองเห็นความสวยงามของดวงดาวเลย ขอแค่ฟ้าเกลี้ยงไร้เมฆบดบัง ลมเย็นพอประมาณพัดผ่านให้ชื่นใจเท่านี้ก็หายากแล้ว

ดึกดื่นเอาป่านนี้คงหาคนมาเดินสวนทางกันตามตรอกซอกซอยนี้ลำบาก ทางลัดสู่บ้านทางนี้จึงดูจะเงียบเหงาและวังเวงไปบ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นมุมสงบอีกมุมหนึ่งสำหรับ John . ชายหนุ่มผิวสวยเดินเป็นจังหวะไม่รีบเร่งเหมือนอย่างเคย และใช้เวลากับการมองไปรอบๆตัว สำรวจความเป็นไปของสิ่งต่างๆรอบตัว... อ่านป้ายประกาศ... โฆษณา... ยิ้มเมื่อเห็นเจ้าแมวนอนหลับบนแนวรั้ว... สูดหายใจเข้าเต็มปอดเมื่อลมพัดผ่าน

จากอีกถนนหนึ่ง ตลอดจนทะลุถึงอีกด้านของอีกถนนหนึ่ง John ไม่ลืมที่จะแอบมองเข้าไปในร้าน Milk & Coffee ที่ดูเหมือนจะปิดทำการแล้ว ภายในร้านเปิดไฟไว้เพียงสลัวๆ John ยิ้มอีกครั้งอย่างสดชื่น จินตนาการถึงชายชราที่กำลังเทนมสดลงในถาดเพื่อเลี้ยงลูกแมวลูกหมา ร้องเพลงเต้นรำ และมีความสุขกับสิ่งที่รัก

ร้าน Coffee Shop เล็กๆ ณ มุมหนึ่งของถนนสายย่อยใน New York

มุมเล็กๆที่แสนอบอุ่นอีกมุมหนึ่งท่ามกลางความวุ่นวาย

.......โลกนี้มักจะมีสองด้านเสมอ......

และ John รู้ดีว่าในขณะที่เขามีความสุข รู้สึกสบายใจหลังจากได้ออกกำลังกายที่ฟิตเนตแล้ว อาจจะมีบางคนที่กำลังทุกข์ใจจนถึงขีดสุดด้วยเช่นกัน ลุง Barley เคยบอก John ว่าในเวลาที่เรากำลังสุขใจจนสุดขีด ถึงอย่างไรก็อย่าลืมนึกถึงคนที่กำลังเป็นทุกข์อยู่ในขณะนั้นด้วย

คิดมาเรื่อยเปื่อยจนถึงตอนนี้ สายตาที่สาดส่ายไปมารอบๆ บริเวณถนนอันคุ้นเคยที่ใช้เดินทางระหว่างบ้านสู่มหาวิทยาลัยแทบทุกวี่วัน ก็ต้องสะดุดกับเงาตะคุ่มในตรอกถัดไปใกล้ๆร้านของคุณลุง Barley

John รี่ดวงตากลมที่กลายเป็นสีน้ำตาลในที่มืด เพ่งมองอย่างตั้งใจ ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เขาให้ความสนใจกับเงานั้นนัก รู้แต่ว่าเขาไม่ควรที่จะละเลยจากความทุกข์ของคนคนหนึ่งในเวลาที่เขากำลังมีความสุขล้น

“Randy…” John อุทานทันทีเมื่อเดินเข้าไปใกล้ แสงไฟจากรถยนต์ที่วิ่งผ่านทำให้เขาพบว่าบุคคลที่นั่งหมดสภาพกองอยู่กับพื้นในตรอกแคบมืดๆนั้นคือ Randy

“John ... หมดแล้ว......ชั้นหมดแล้ว.............ไม่เหลืออะไรแล้ว ” ภาพของชายหนุ่มร่างสูงผิวเข้มที่แสนภูมิฐานในชุดสูทสีเข้มที่ John เห็นในร้าน Coffee Shop เมื่อเช้านี้หายไปหมดสิ้น เหลือแต่เพียงไอ้หนุ่มเสเพล เสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ยติดกระดุมไม่ครบเม็ด กับกลิ่นแรงๆฉุนจมูกของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกครั้งที่เขาพึมพำบางอย่าง เรียกได้ว่า ' หมดแล้ว ' อย่างที่เจ้าตัวว่าไม่มีผิด. แต่ถึงอย่างไร Randy ก็ยังไม่ถึงกับไร้สติขนาดที่จะจำไม่ได้ว่าผู้ที่เข้ามาดู และช่วยเขาก่อนที่จะถูกไอ้มืดที่ไหนกระทืบซ้ำแล้วชิงทรัพย์ไปเสียก่อนนี้เป็นใคร

แสดงว่า Randy คงจะยังไม่เมามาก พอจะยังมีสติอยู่บ้าง

หรือว่า...ในเวลานี้

ทุกอย่างที่เขาเห็นคือ John กันแน่?

“ บ้าชะมัด ” John สบถเบาๆ ร่างที่เล็กกว่าสอดแขนเข้าใต้รักแร้ร่างซึ่งใหญ่โตกว่าอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะพยายามพยุงให้ยืนขึ้นอย่างทุลักทุเล John เกร็งข้อขาแทบแย่จนในที่สุด Randy ก็ลุกขึ้นทรงตัวได้ ถึงแม้จะเอนซ้ายแถลขวาไปบ้าง แต่นี่คงพอจะทำให้สามารถพาคนคนนี้ไปนอนพักในที่ปลอดภัย ก่อนที่จะโดนหามไปขายให้ Host Club ซะก่อน

“ เมาเป็นหมาเลย ดูได้ซะที่ไหนล่ะเนี่ย ” John เบี่ยงศีรษะหลบเมื่อ Randy เอนมาซบที่ไหล่. John คิดอยู่เสมอว่าตัวเองให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายจนร่างกายแข็งแรงเอาการ แต่พอเจอน้ำหนักที่เอนทับมาอย่างไม่เกรงอกเกรงใจของ Randy ก็เล่นเอาเหนื่อย แถมกลิ่นเหล้านี่มันทำให้คลื่นเหียนอยากจะอาเจียนเสียให้ได้

“ เธอมีคนใหม่แล้ว...... ”

“ ??? ”

“Maria ...เธอคงไม่แต่งงานกับชั้นแล้ว............ ”

น้ำเสียงเหนื่อยล้าและอ่อนแรงนั้น ฟังขาดๆหายๆไร้ความต่อเนื่อง แต่นั่นทำให้รับรู้ว่าผู้พูดเสียความรู้สึกกับเหตุการณ์ที่ว่ามามากเพียงใด เมื่อ Randy สูดหายใจ มันก็พอจะทำให้เดาได้ไม่ยากว่าเขาเพิ่งผ่านการเสียน้ำตามาสดๆร้อนๆ

John คลายคิ้วที่ขมวดยุ่งออก แล้วลองสลัดความหงุดหงิดหมันไส้เมื่อเห็นสภาพซังกะตายของ Randy แล้วมองดูเขา ใบหน้าคมหล่อเหลานั้นดูซีดและหม่นหมอง... ความโกรธเกรี้ยวซ้ำเติมคงช่วยอะไร Randy ในตอนนี้ไม่ได้หรอก คงจะต้องให้แต่ความเข้าใจเท่านั้นกระมัง

“ ...... John ............ชั้น...ชั้นควรทำไงดี? ”

John ได้แต่ถอนหายใจยาวๆให้กับคำถามนั้น ไม่ใช่เพราะความรำคาญหรือสมเพช เพียงแต่เป็นความรู้สึกอยากจะช่วยแต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย. ~ นี่ชั้นควรจะทำอะไรซักอย่างใช่มั้ย Randy . ชั้นควรที่จะเป็นคนให้คำตอบนายเหรอ? ชั้นไม่เข้าใจ... ไม่เข้าใจเรื่องของนายกับเธอคนนั้นหรอก ~

.

.

.

ร่างของ Randy ถูกทิ้งลงบนเตียงขนาดควีนไซส์นุ่มๆ ซึ่งตั้งอยู่ ณ มุมหนึ่งของห้องนี้ ห้องหนึ่งในคอนโดมิเนียมสไตล์อบอุ่นอันเงียบสงบในย่านที่พักอาศัยของ New York. โคมไฟสีเหลืองนวลที่หัวเตียงถูกเปิดส่องแสงสว่างเรืองๆให้กับห้อง ตามด้วยร่างอีกร่างหนึ่งนั่งลงข้างๆ Randy อย่างเหนื่อยล้า

“ หนักชะมัดเล้ย...ต้องเช็ดตัวให้นายมั้ยเนี่ย...... ต้องเช็ดให้มั้ย......... ” John ตวัดหางตามามองคนไข้จำเป็นซึ่งคงกำลังป่วยทางใจขนานหนัก พลางบ่นกับตัวเองถึงสิ่งที่กำลังครุ่นคิด

อันที่จริงก็ไม่อยากจะลาก Randy กลับมาที่บ้านของตัวเองหรอกนะ เพราะมันช่างเสี่ยงต่อคำครหาของพี่ป้าน้าอาแถบนี้เหลือว่า นอกจาก John ที่ครองโสดเป็นเพศพรหมจรรย์อยู่นานนมจะหันมากินเนื้อเด็กแล้ว แถมยังเป็นเด็กผู้ชายซะด้วย เพียงแต่ John มืดแปดด้านกับการหาทางพา Randy กลับไปส่งที่บ้านแล้วน่ะสิ ก็เลยต้องจำใจ

~ ยังดีกว่าปล่อยเอาไว้ข้างถนนอย่างนั้นล่ะว้า ~ คิดแล้วก็ถอนหายใจใหญ่ พ่อหนุ่มหน้าหวานหอบแฮ่กๆอย่างไม่เกรงอกเกรงใจ. John หันรีหันขวางอยู่ซักพักก่อนจะตัดสินใจทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดี...โดยการทิ้งร่างมโหราฬครั้นยังแสนจะหนักอึ้งของ Randy เอาไว้อย่างนั้น ให้นอนพังพาบบนเตียงของ John ให้หนำใจ ส่วนตัวเจ้าของบ้านก็แอบย่องไปอาบน้ำอาบท่าให้สบายกายก่อนล่ะ

ประมาณเกือบๆชั่วโมงผ่านไป John ก็ออกมาจากห้องน้ำอย่างหอมฟุ้ง ละอองน้ำอุ่นๆยังเกาะพราวอยู่บนเส้นผมสั้นสีน้ำตาลอันยุ่งเหยิงของเขา แก้มทั้งสองข้างเปล่งปลั่งเป็นสีแดงเรื่ออย่างสุขภาพดี พ่อหนุ่มสวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงสบายๆสี่ส่วนแบบที่ชอบ มีผ้าขนหนูพาดบนไหล่พลันใช้มันซับที่ใบหน้าเบาๆด้วยความสดชื่น

John มักจะกลับจากฟิตเนตและมาถึงบ้านในเวลาหัวค่ำเช่นนี้ประจำ หลังจากออกกำลังกายแล้วได้อาบน้ำอุ่นจากฝักบัวผ่อนคลาย ก่อนจะอ่านหนังสือก่อนนอนนี่เป็นเวลาที่สุขขีที่สุดเวลาหนึ่ง John ชอบใช้เวลากับตัวเอง...และนี่ก็เป็นความเป็นตัวของตัวเองของเขามากที่สุด ถึงแม้ใครหลายคนอาจจะมองว่าเขาเป็นคนเก็บตัวและเข้าใจยากก็ตามที

เพียงแต่ในวันนี้การใช้เวลาอยู่กับตัวเองของ John มันผิดแผกแปลกไปนิดหน่อย

ก็ไอ้ตรงที่ว่าคืนนี้ John มี Randy เป็น Roomate อยู่ด้วยนี่สิ...... และตอนนี้ Randy ก็ตื่นขึ้นมานั่งทำหน้างงเต้กอารมณ์ว่าเมาค้างอยู่บนเตียง แถมยังกำลังจ้องมาทางนี้อีกด้วย

“ บ้านนายเหรอ? ” Randy ถามกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เขามองดูรอบๆห้องอย่างสนใจ หากแต่ว่าสีหน้าของ Randy กลับดูเหมือนคนกำลังจะตายเสียให้ได้ ไม่ได้ตื่นเต้นร่วมไปกับคำถามของเขาแม้แต่น้อย

“ อย่าเปลี่ยนเรื่องน่า ตอนนี้ชั้นอยากรู้มากกว่าว่าทำไมถึงทำกับตัวเองอย่างนี้ ถึงจะอกหักรักคุดขนาดไหนก็เหอะ...ทำไมทำตัวเองไร้ค่าห๊ะ Randy ? ชั้นไม่เข้าใจนายจริงๆ ” John ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาพูดทุกอย่างที่ติดค้างในใจเพื่อตำหนิ Randy เพื่อนที่อายุน้อยกว่าเขาถึง 3 ปี

“ ชั้นไม่ได้อยากจะจุ้นจ้านกับชีวิตนายนักหรอกนะ เพราะถ้านายไม่ใช่เพื่อนชั้นล่ะก็...ชั้นจะไม่ใยดีนาย แถมจะสมเพชสภาพตอนเห็นนายที่ข้างถนนนั่นด้วยซ้ำ ”

John กระแทกเสียงอย่างมีน้ำโห เขาลืมตัวไปชั่วขณะหนึ่งและเริ่มรู้สึกตัวเมื่อเห็นว่าสีหน้าของ Randy นั้นสลดลงไปอีกครั้ง. ใบหน้าเศร้าก้มลงมองพื้นทันทีที่ John ตำหนิ เล่นเอา John เองยังรู้สึกผิดขึ้นมาตะหงิดๆ

“ เฮ้...เป็นอะไรไป? ”

“John……………………..”

“ ว่าไง? ”

เสียงของ Randy เบาราวกระซิบ เรียกได้ว่าถ้าหากที่นี่ไม่ใช่ห้องของ John ก็คงจะไม่สามารถได้ยินเสียงนี้ได้เป็นแน่. ร่างสูงเรียกและอีกฝ่ายก็ตอบรับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง John ค่อยๆเดินเข้ามาหา Randy ก่อนจะวางมืออุ่นๆนั้นลงบนเส้นผมเหี้ยนเกรียนสีอ่อน แล้วลูบมันเบาๆ

“ ชั้น......ชั้นไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น...........แล้วชั้นควรจะทำยังไงต่อไป ”

“ ช่างเหอะ......นายลองลืมเรื่องของเธอไปก่อนได้มั้ย...ตอนนี้น่ะ ”

สิ้นคำพูดของ John ก็คล้ายกับว่าความอดทนที่กลั้นเอาไว้มันหมดลงแล้ว. Randy Orton ผู้จัดการฝ่ายบริหารของบริษัทใหญ่ระดับโลก สุดท้ายก็ถึงจุดที่ต้องตะโกนออกมาว่า ‘ ชั้นก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ' เท่านั้น

Randy ไม่สามารถควบคุมความรู้สึกของตัวเองไว้ได้อีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อเวลา John อยู่ใกล้ๆแบบนี้ จิตใจที่ทรุดอยู่แล้วกึ่งหนึ่งกลับอ่อนแอลงซ้ำอีก เขากอดเอวของ John ไว้แน่นมาก กำมือบนเนื้อผ้ายืดสีขาวจนยับเป็นริ้ว ในขณะซบซุกใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตาบนเสื้อของ John .

กอดเอาไว้......แล้วให้มืออุ่นๆนั้นเยียวยาอาการในเวลานี้

อาการสิ้นหวัง......ท้อแท้.........และรู้สึกว่าได้ทำผิดพลาดทุกอย่างตลอดชีวิตที่ผ่านมา

“ ตอนนี้มีแต่ชั้นกับนาย......ลืมเธอก่อนเถอะนะ...ลืมซะ......ขอร้อง...... ”

“John… นายกอดชั้นนะ อย่าปล่อยนะ ”

“ อื้ม...ชั้นอยู่กับนายเสมอ......เพื่อน ”

John กอด Randy ไว้อย่างนั้นจนเสียงสะอื้นอันแหบพร่าค่อยๆเงียบลงในที่สุด ก่อนที่ John เองจะง่วงงุนทนไม่ไหวจนต้องทิ้งตัวลงนอนข้างๆกัน เขาจูบเบาๆที่หว่างคิ้วของคนที่เขาเรียกว่า ‘ เพื่อน ' อย่างแผ่วเบา ใบหน้ายามหลับของ Randy ต่อให้ดูอย่างไรก็คงเป็นเด็กวันยังค่ำ ภาระหน้าที่ที่ต้องแบกรับอยู่นี้มันคงจะเกินตัวไปกระมังสำหรับคนที่ภายในใจอ่อนแอได้ถึงเพียงนี้

Randy อ่อนแอด้วยช่วงวัยที่เขาละทิ้งมันให้พ้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว

อ่อนแอเพราะกักเก็บความกดดันทั้งหมดเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว โดยไม่ได้ระบายมันออกมา

อ่อนแอด้วยชีวิตไร้รสชาติ มีแต่ขม ขม และขมเหมือนกาแฟ Espresso ที่ไม่ใส่ทั้งนมและน้ำตาล

อ่อนแอเพราะไม่เคยได้รับความรักในรูปแบบหนึ่งซึ่งตัวเขาเองยังไม่รู้ว่ารูปแบบไหน และจะสามารถได้รับจากใคร? รู้แต่ทว่าในเวลานี้...เหมือนกับ John ได้เติมเต็มความรู้สึกบางอย่างให้กับเขา และทำให้เขาสามารถข้ามผ่านค่ำคืนอันแสนยากเย็นนี้ไปได้แล้ว

ถึงแม้ John เองจะต่อสู้กับความง่วงไม่ไหวจนต้องเบียดนอนข้างๆ Randy บนเตียงขนาดควีนไซส์ที่จำต้องนอนในทางขวาง และไม่สามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเพื่อนรุ่นน้องคนนี้ว่าจะกอดเขาไม่ไว้ปล่อยได้ แต่มือข้างหนึ่งของทั้งสองยังคงประสานจับกันไว้ บีบกันแน่นราวกับกลัวว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะหนีหายไปไหนเสีย

จับกันไว้......จนราตรีอันยาวนานสิ้นสุดลง

.

.

.

แสงทองอบอุ่นส่องลงกระทบเปลือกตาของชายหนุ่มผิวเข้ม ไล้ให้ผิวกายนี้ผ่องอำพันขึ้นอีกทวีคูณจนกลายเป็นสีทองเหมือนแสงอาทิตย์ คล้ายกับเป็นการเคาะประตูปลุกของดวงตะวันในยามเช้า เรียกให้ Randy ที่กำลังหลับใหลอย่างสบายต้องฝืนความขี้เกียจลืมตาขึ้นจนได้

เขารู้สึกหนาววาบหนึ่งและรู้สึกโหวงเหวงอย่างบอกไม่ถูก เมื่อความอบอุ่นที่มีตลอดคืนดูจะขาดหายไป Randy จ้องมองเพดานห้องสีขาว มันยังคงแกว่งไปมาไม่นิ่ง อาจจะเป็นผลกระทบจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เมื่อคืน ร่างสูงสะบัดศีรษะแรงๆสองที แต่นั่นก็ไม่ทำให้สร่างลงเลย ~ เมาค้างซะแล้ว บ้าจริงๆเลยเรา ~

ในเวลาเช้าๆอันแสนวุ่นวายเช่นนี้ แต่บนตึกสูงไม่รู้กี่ชั้นที่ John พาเขาขึ้นมาสามารถหลบหลีกความสับสนวุ่นวายของเมืองใหญ่ได้ ภายในห้องเงียบสงัด...ยังคงได้ยินแค่เสียงลมหวิว และเสียงกริ๊กหนึ่งคล้ายเสียงก้นถ้วยกาแฟกระทบจานรอง ตามมาด้วยพื้นเตียงที่ยุบลงยวบด้านข้าง ทำให้ Randy อดไม่ได้ที่จะกรอกสายตาเบลอๆไปมอง

กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นลอยกระทบปลายจมูก บนโต๊ะไม้ขนาดเล็กที่วางไว้ข้างๆกับหัวเตียงมีถ้วยกาแฟสีสันสดใสวางตั้งอยู่ ควันขาวๆลอยม้วนชวนให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า และ Randy ก็สามารถเดาได้ไม่ยากว่าถ้วยนี้มาจากไหน

เขามองกลับไปอีกด้าน พบเพียงแผ่นหลังที่ปกทับด้วยเสื้อยืดสีดำ ทำเป็นหลับไม่รู้ไม่ชี้ Randy นึกขันกับภาพนั้น ร่างสูงกระตุกยิ้มทันควันแต่พยายามกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้. John คงคิดว่าเมื่อคืนเขาเมาจนจำเหตุการณ์อะไรไม่ได้เลยกระมัง ถึงจะจำไม่ได้ว่าก่อนนอน John ใส่เสื้อสีอะไร......ก็สีขาวไม่ใช่เหรอ?

และ Espresso ไม่ใส่นมถ้วยนี้ ก็คงเป็นฝีมือของ John สินะ

“ ไม่ไปเรียนเหรอ? ”

“ .......................................... ”

“ ขอบคุณนะสำหรับเรื่องเมื่อคืน ชั้นรู้สึกดีขึ้นมาก...เพราะนาย ”

“ .......................................... ”

“ หึ...นี่ John ชั้นรู้ว่านายตื่นแล้ว แถมอาบน้ำอาบท่าแต่งตัวแล้วด้วยซ้ำ ”

“ .......................................... ”

“ แถมยังชงกาแฟให้ชั้นถ้วยนึง ขอบคุณนะ วันนี้ชั้นคงมีแรงไปขอโทษ Maria แล้วล่ะ ”

สิ้นคำสุดท้ายของ Randy . John ก็เด้งผึงเหมือนติดสปริงลุกจากเตียง เขาเบิกตากลมโตสีฟ้าสดใสนั้นอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง เมื่อกี้ Randy พูดว่าอะไรนะ? จะไป ' ขอโทษ ' Maria หรือ??

“ แต่เธอทรยศนาย? ”

Randy ยิ้มละมุนให้กับ John ที่รอฟังคำตอบอย่างเคลือบแคลงสงสัย ร่างสูงถอนหายใจคล้ายกับกำลังครุ่นคิดสิ่งที่ต้องการจะพูดออกมาอย่างหนัก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจพูดมันออกมาตามที่ใจคิดทั้งหมด...อย่างที่เขาไม่เคยได้ทำมาก่อน

“ ไม่... Maria เธอเป็นคนดีและออกจะดีเกินไปสำหรับชั้น... เธอรอชั้นมาเกือบ 5 ปีอย่างซื่อสัตย์ เธอรักชั้นมาก ทั้งๆที่ผู้หญิงสมบูรณ์แบบอย่างเธอจะสามารถหาคนที่ดีกว่าชั้นได้ง่ายๆ แต่กลับเป็นชั้นนี่แหละ......ที่นอกใจเธอ ”

John ไม่ได้ตอบหรือแสดงความคิดเห็นแทรกขึ้นมา เขารู้ดีว่าตอนนี้ Randy คงกำลังต้องการจะอธิบายอะไรบางอย่าง ในเวลานี้ก็ทำได้แต่อยู่เฉยๆ แล้วเป็นผู้ฟังที่ดี เพื่อที่จะได้รับรู้ในสิ่งที่ต้องการจะรู้สำหรับสาเหตุของเรื่องเมื่อคืนนี้

“John… เราเจอกัน 3 ครั้งภายในวันเดียว มันแปลกอยู่นะที่จะเกิดขึ้นในเมืองใหญ่อย่าง New York . ชั้นเชื่อเรื่องพระเจ้า ชั้นเชื่อเรื่องพรหมลิขิต ชั้นเชื่อว่าไม่ใช่เราที่สามารถกำหนดได้ว่าเราควรจะเจอกันที่ไหน เมื่อไหร่ และควรจะรู้จักกันมั้ย......ชั้นเชื่อว่าคนบนฟ้ากำหนดมัน

“ นายเข้ามา และให้ชั้นในทุกสิ่งที่ชั้นไม่เคยได้........ ชั้นละเลย Maria จนเริ่มรู้สึกว่าชั้นไม่ได้รักเธอ...............ชั้นนอกใจเธอ ” สายตาสีเทาเข้มหลุบต่ำ อ้ำอึ้งอยู่สักพัก จนในที่สุดก็เงยขึ้นสบตาตรงๆกับผู้ฟัง “ ชั้นรักนาย John ...... ชั้นไม่ได้รักเธอ ชั้นรู้ว่าชั้นไม่ได้รักเธอมาตั้งแต่แรกแล้ว ชั้นแค่ทำทุกอย่างที่พ่ออยากให้ทำ ชั้นแค่หลอกตัวเองว่านั่นคือสิ่งที่ชั้นอยากจะทำ และ...และจนชั้นได้เจอกับนาย ชั้นถึงได้รู้ว่าชั้นอยากจะทำอะไร

“ ชั้นจะถอนหมั้น เพื่อที่จะไม่เป็นการบังคับใจใคร ทั้งชั้น และ Maria ...... พ่อรักชั้น ท่านจะเข้าใจ......... ”

John จ้องลึกลงไปในดวงตาสีเทาเข้มที่เคยหลบตาเขาบ่อยๆ ในวันแรกที่เจอกัน เวลานี้มันไม่หลบหรือสับส่ายแม้แต่น้อย ตาคู่นั้นจ้องตรงมาพร้อมทั้งเปี่ยมไปด้วยความสัจจริงในความรู้สึกของคนคนหนึ่ง มุ่งมั่น และต้องการคำตอบ

ดวงตาสีฟ้าถูกบดบังด้วยเปลือกตาชั่วครู่. John เม้มริมฝีปาก พลางหัวเราะในลำคอเบาๆแทนคำตอบทั้งหมดที่ไม่สามารถเดาได้ว่าคืออะไร

แต่ Randy เข้าใจ เขายิ้มออกมาอย่างสดชื่นเช่นกัน...สดชื่นกว่ารอยยิ้มใดๆในเช้าไหนๆที่เคยพบเจอ ร่างสูงส่งมือให้คนตรงหน้า และได้รับมือขาวนุ่มของอีกฝ่ายมาไว้ในมือ ถึงตอนนี้ Randy รู้สึกคล้ายกับว่าได้สัมผัสความนุ่มนวลของครีมนมสดบนเค้กกาแฟ ได้ลิ้มรสมันยามหิวโหย และเริ่มที่จะรู้ตัวว่าชื่นชอบความหวานเช่นนี้เป็นครั้งแรก

...นมสดอันแสนหอมหวาน ถูกรินลงผสมใน Espresso ขมๆถ้วยนี้ได้อย่างลงตัว...

.

.

.

“ อรุณสวัสดิ์ครับลุง Barley” หนุ่มผิวขาวสะอ้านสุขภาพดี กล่าวทักทำให้ชายชราที่กำลังก้มๆเงยๆอยู่หลังเค้าเตอร์ไม้ตัวเดิมนี้ จนทำให้ชายชราต้องหันมาทักตอบอย่างเคยชิน

“ อรุณสวัสดิ์ John เอานมสดกับขนมปังเนยเหมือนเดิมนะ ” ลุง Barley ขานรับอย่างรู้แกว แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อ John เอื้อมมือมารั้งไว้ก่อนที่ลุงจะหันเดินไปที่ตู้เย็นเพื่อเอาถังนมสดออกมา

เสียงกรุ๊งกริ๊งของโมบายที่ประตูร้านกระทบกันเป็นเสียงไพเราะสดใส ก่อนที่ประตูซึ่งบุไว้ด้วยกระจกใสจะถูกดันให้เปิดออก ร่างสูงของหนุ่มผิวเข้มในชุดสูทก้าวเข้ามาภายในร้าน ลุง Barley ยิ้มให้เขาอย่างกับไม่ได้เจอกันมานานแสนนาน

“ อ้าว Randy อรุณสวัสดิ์ ! วันนี้มาพร้อมๆกับ John เลยนะ ปกติเห็นคลาดกันทุกที ” คุณลุงพูดเสียงสูงอย่างตื่นเต้น

ทั้ง John และ Randy หันมองหน้ากันแล้วกลั้นหัวเราะ. John ยักไหล่พลันฉีกยิ้มสดชื่นในแบบฉบับของเขาให้กับลุง Barley ผู้ใจดี

“ ลุงคร้าบ ~~ ขอ Cappucino สองที่ครับ ”

 

THE END

 

 
 


(C) 2005 DESTINY BY TONG

 
Hosted by www.Geocities.ws

1