Milked Coffee

[ Chapter I ]

Randy Keith Orton X John Felix Anthony Cena
AU Fiction by Tongkun

-----------------------------------------------------------------

“ ขอ Espresso Classic ที่นึง ไม่ใส่น้ำตาลนะครับ ”

“ ได้เลยพ่อหนุ่ม แหม...คอกาแฟตัวยงเลยนี่นา ดื่ม Espresso แท้เหมือนลุงเลย ฮ่าๆๆ ”

ชายวัยกลางคนพุงพลุ้ยยิ้มให้ชายหนุ่มแปลกหน้าอย่างใจดี ก่อนเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนผูกเอวของตนแล้วหันกลับไปวุ่นวายอยู่กับเครื่องทำกาแฟขนาดใหญ่ด้านหลังเค้าเตอร์

หนุ่มร่างสูงผิวเข้มในชุดสูทมองไปรอบๆ สำรวจบรรยากาศร้าน Coffee Shop สุดอบอุ่นนี้เป็นครั้งแรก หลังจากเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองที่อาจจะดูแปลกตาไปเสียบ้างสำหรับหนุ่มนักเรียนนอกอย่างเขา

“ ชื่ออะไรเหรอพ่อหนุ่ม? ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันเลย ” ชายเจ้าของร้านหันมายิ้มให้อีกครั้ง พลางถามด้วยน้ำเสียงเอ็นดู เขายิ้มจนแก้มกลมๆเปล่งเป็นสีแดงสด เส้นผมสีเงินหยักเป็นลอนของลุงสะท้อนแสงจากโคมไปสีเหลืองนวลของร้านเป็นเงาวาว

“ ผมเหรอครับ? ” ร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกเรียกในขณะที่กำลังสำรวจมองรูปถ่ายเก่าๆ บนฝาผนังไม้สีเข้มของร้านเพลินๆ “Randy ครับ... เพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานเอง ” แต่ก็ยิ้มตอบเมื่อได้รับไมตรีจากคุณลุง

“ อย่างนี้ร้านของชั้นก็เป็นร้านกาแฟร้านแรกของพ่อหนุ่มใน New York น่ะซี่ ร้านลุงกาแฟเป็นต้นตำหรับของ America เชียวนะ ฮ่าๆๆ ” คุณลุงกล่าว หัวเราะอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับวางแก้วกาแฟที่มีควันลอยฉุยลงตรงหน้า พลอยทำให้ Randy ยิ้มตามไปด้วย

กลิ่นกาแฟหอมหวนแตะปลายจมูก บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ทำให้ความหนาวใจหลังจากที่ต้องจากบ้านไปอยู่แปลกที่แปลกทางคลายหายไปอีกครั้ง เมื่อได้กลับมาเยือนบ้านเกิด ถึงแม้จะไม่ใช่เมืองเกิดของ Randy แต่ถ้าเป็น America แล้ว ที่ไหนก็เรียกได้ว่าบ้าน

“ อรุณสวัสดิ์ฮะ ! ลุง Barley”

ภายในร้านกาแฟที่มีเพียงเสียงกรุ้งกริ้งของช้อนกระทบกับถ้วย และเสียงพูดคุยกันยามเช้าของแขกเรื่อแล้ว จู่ๆเสียงของหนุ่มหน้าตาสดใสในเสื้อบาสสีขาว สะพายเป้กีฬาพาดบ่าสีดำ กับหมวกปีกที่เข้าชุดกันก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงดังกังวานหวานหูของโมบายที่แขวนไว้ที่ประตูร้าน

หนุ่มผิวขาวผ่องวางเบ้ลงบนเค้าเตอร์ก่อนจะทิ้งร่างนั่งลงบนเก้าอี้ตัวถัดจาก Randy ถึงแม้จะไม่รู้จักแต่ก็พอเดาได้ว่าท่าทางเป็นกันเองนี้ ถ้าไม่เป็นเพราะหนุ่มเจ้าเป็นลูกค้าประจำแล้ว ก็คงรู้จักกับคุณลุง Barley เจ้าของร้าน Milk & Coffee นี้เป็นแน่แท้

“ ขอเหมือนเดิมฮะลุง ” เขายิ้มจนตาปิด อากาศเย็นๆด้านนอกทำให้จมูกได้รูปสวยนั้นมีสีแดงจางๆ และท่าทางร่าเริงในยามเช้า ทำให้รุ่งเช้าของเมืองใหญ่ที่แสนสับสนวุ่นวายพลอยดูสดใสไปขนัดตา Randy อดไม่ได้ที่จะลอบมองท่าทางที่มีรูปแบบของตัวเองนั่น แล้วยิ้มกับตัวเอง

“ นมสดกับขนมปังเนย ~~” คุณลุง Barley ร้องหยอกล้อ “ กินเหมือนๆกันทุกวี่วัน ไม่เบื่อบ้างหรือ John ? ดูนี่...ลอง Espresso หอมๆแบบคุณคนนี้บ้าง แล้วจะหลงรักกาแฟจนโงหัวไม่ขึ้นเชียวล่ะ ”

“ ผมก็เห็นลุงพยายามหว่านล้อมผมแบบนี้มานานแล้วนะฮะ แต่ผมไม่หลงกลลุงหรอก กาแฟน่ะขมก็ขม แถมยังมีคาเฟอีนอีกต่างหาก ” คำพูดนี้ของหนุ่มหน้าใสที่ลุง Barley เรียกอย่างกันเองว่า John เล่นเอา Randy ต้องกลั้นหัวเราะไว้เลยทีเดียว

“ ก็ใครเค้าดื่มกาแฟเป็นเหยือกอย่างที่นายดื่มนมกันเล่า ไอ้เด็กนี่ก็... เค้าดื่มกันพอเป็นพิธี สูดกลิ่นกาแฟหอมๆ ใช้ความคิดคุยกับตัวเองตอนเช้า เตรียมเริ่มต้นวันใหม่ของเราด้วยอารมณ์ดี นี่แหละชีวิตคน American” ลุง Barley พูดพลางทำท่าประกอบ ดวงตาของลุงเป็นประกายขึ้นมาทันทีเมื่อพูดถึงเรื่องกาแฟ

“ ไม่ล่ะ ผมดื่มนมเหมือนเดิมแหละดีแล้ว ” แต่ฝ่ายนี้ก็ไม่ได้คล้อยตามแต่อย่างใด John คว้าแก้วโตๆที่บรรจุนมสดไว้เต็มมา แล้วยกขึ้นดื่มอย่างเอร็ดอร่อย นมน่ะเหรอ...ไม่เป็นจะเป็นสิ่งที่น่ากลัวเหมือนที่เด็กๆ American ทั่วไปกลัวนักหนาซักหน่อย

Randy ยิ้มเมื่อเห็น John ดื่มนมอั้กๆ ตอนที่ตัวเขาเองยังเป็นเด็กก็มักโดนคุณแม่บังคับให้ดื่มนมเป็นประจำ แล้วเขาก็แสนจะเกลียดไอ้ของเหลวรสจืดๆมันๆเลี่ยนๆนี่เสียจริง แม้จะโตขึ้นมาแล้วได้ดื่มกาแฟ ก็ไม่เคยขอให้ใส่นมลงในกาแฟหอมกรุ่นของเขาแต่อย่างใด

ร่างสูงพลิกข้อมือจ้องลงบนหน้าปัดนาฬิกาสีทองราคาแพงของตน ก็รู้ว่าเวลาในการอยู่กับตัวเองในยามเช้านั้นหมดลงแล้ว. Randy จับกระเป๋าสตางค์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเปิดออก แล้ววางเงินลงบนเค้าเตอร์ สบตากับคุณลุงมอบรอยยิ้มให้ ก่อนจะคว้าหูกระเป๋าทำงานของตนมากระชับไว้ในมือ

“ อ้าว จะไปแล้วเหรอพ่อหนุ่ม? ”

“ ครับ ต้องไปทำงานแล้ว กาแฟรสชาติดีมากครับ ขอบคุณนะครับ ”

“ อ้อ งั้นก็โชคดีนะ ! ถ้าไม่รังเกียจพรุ่งนี้เรามาคุยเรื่อง Espresso กันอีกแล้วกันนะพ่อหนุ่ม ” ลุง Barley โบกมือลา ยิ้มแก้มปริให้อย่างที่ชอบทำกับลูกค้าทั่วไป แต่น้อยคนนักที่คุณลุงจะง้อให้มาที่ร้านอีกนอกจากคนที่คุณลุงถูกชะตาจริงๆ

“ ท่าทางภูมิฐาน สุภาพ ยิ้มแย้มแจ่มใส แถมหน้าตาก็หล่อเหลาเอาการ ไม่รู้ลูกเต้าเหล่าใครกันน้อ ~~” ว่าแล้วก็ก้มลงขะมักเขม้นกับการกรอกเมล็ดกาแฟใส่โถต่อไป

ถึงแม้กาแฟที่นี่จะไม่ใช่รสชาติดั้งเดิมเหมือนอย่างของ Brazil แต่ไม่รู้ว่าทำไมมันช่างมีเสน่ห์และหอมกรุ่นกว่าอย่างเห็นได้ชัดสำหรับ Randy. อาจจะเป็นเพราะ Brazil ไม่ใช่บ้านเกิด คนที่นั่นก็พูดกันคนละสำเนียง อาจจะเป็นเพราะคุณลุงเจ้าของร้านที่สนุกสนานเฮฮาของที่นี่ ดีกว่าเจ้าของร้านหน้าตาบึ้งบูดของที่โน่น หรืออาจจะเป็นเพราะว่าลูกค้าขาประจำที่น่ารักคนนั้นกันนะ?

.
.
.

รถราแล่นบนถนนขวักไขว่ แสงไฟสีแดงที่ฉายรูปคนเดินถนนปรากฏเป็นสัญญาณจราจร สั่งให้ต้องหยุดฝีเท้าในการเดินสำรวจเมืองเพลินๆนี้ไปโดยปริยาย ในเมืองใหญ่มีแต่ความรีบเร่งวุ่นวาย ผู้คนพลุกพล่าน คนทำงานยืนไม่เป็นสุขพะว้าพะวังในชั่วโมงเร่งด่วนกลัวว่าจะไปทำงานสาย หรือจะโดนหักเงินเดือน แต่ Randy ไม่... ไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องรีบเร่ง

ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายที่รอเขาอยู่ตั้งแต่วันแรกที่ได้จับงานนั้น ก็พอบอกดีกรีลูกชายประธานบริษัทได้อยู่ในๆ แต่การเป็นเด็กเส้นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่เอาถ่านแต่อย่างใด. Randy ทั้งเรียนดีและเป็นที่รักของทุกคนเชียวล่ะ ดังนั้นเมื่อเพิ่งจบปริญญาตรีสาขาบริหารงานธุรกิจจากเมืองกาแฟอย่าง Brazil ด้วยเกรดเฉลี่ยน่าดูชม ก็ไม่แปลกเลยที่บริษัทคุณพ่อจะรีบจองตัวมาร่วมงาน

มองรถแล่นผ่านหน้าไป เห็นบนกระจกรถสะท้อนใบหน้าตนเอง แต่ละคัน...แต่ละคัน...ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย เคยอยู่อย่างไรก็อยู่อย่างนั้น เคยทำอะไรก็ทำอย่างนั้น ตื่นเช้ารีบร้อนอาบน้ำแต่งตัว คว้ากระเป๋าและหนังสือเรียน แวะร้าน Coffee Shop แล้วก็มุ่งหน้าไปเรียน ตอนนี้ถึงแม้จะเรียนจบมาแล้ว.........แต่มันก็เหมือนเดิม

ทั้งเบื่อทั้งเหนื่อยจนไม่อยากจะมองตัวเองยืนเฉยๆ ในขณะที่รถรถผู้คนยังคงทะยานไปสู่เบื้องหน้า ตามเส้นทางของแต่ละคน. Randy ก้มหน้าลงมองเท้าของตน รองเท้าหนังมียี่ห้อสีดำเงา เสื้อสูทที่ไม่ใช่เครื่องแบบนักเรียน......เน็คไทน์.......... แค่นี้ล่ะมั้งที่เปลี่ยน แค่ภายนอกเท่านั้น แค่รูปลักษณ์ดูภูมิฐานน่าเชื่อถือสมกับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายคนใหม่ของบริษัทใหญ่ แค่ดีกรีนักเรียนนอก แค่ลูกชายประธานบริษัทอันแสนมั่งคั่ง มีเงินให้ใช้ไม่ขาดมือ

แต่เหล่านั้น......ใครต้องการเสียเมื่อไหร่?

สำคัญแค่ภายในตัวผู้ชายคนนี้ ก็แค่ผู้ชายธรรมดาที่อยากจะมีชีวิตธรรมดาๆ อยากเหมือนคุณลุง Barley ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และมีความสุขกับทุกวันของตัวเอง ตื่นเช้ามามองท้องฟ้าสดใส มีมุมสงบอยู่ใน New York เมืองที่แสนจะวุ่นวายสับสนนี้ หรืออยากจะเหมือน.........

Randy ชะงักความคิดวูบหนึ่งของตน สะบัดสายตามองร่างที่เพิ่งจะเดินมายืนทางด้านซ้าย และหยุดอยู่กับที่เพราะสัญญาณจราจรเช่นเดียวกัน ร่างนั้นสูงน้อยกว่า Randy ประมาณซักสิบเซนต์ได้ สวมหมวกปีก บนบ่าสะพายเป้กีฬา สวมเสื้อบาสเก็ตบอล กางเกงยีนส์ขายาว และรองเท้ากีฬาคู่สวย ในปากคาบขนมปัง ที่หูมีสายหูฟัง Walkman

ในตัวของเขาคนนี้มีอะไรบางอย่างที่ทำให้ Randy สนใจ...... ในความรู้สึก...ลึกๆ......และอดจะแอบยิ้มไม่ได้เมื่อได้เจอ ที่สำคัญก็คือ...เคยพบกันแล้วที่ร้าน Coffee Shop ของคุณลุง Barley เมื่อกี้นี้เอง

Randy นิ่งมองอยู่อย่างนั้น ด้วยรอยยิ้ม มองกริยาท่าทาง มองความเป็นตัวของตัวเอง มองผมสีน้ำตาล มองตาสีฟ้า มองลักยิ้ม มอง...มอง...มองจนเริ่มรู้สึกว่านั่นทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดขึ้นมาบ้าง

ไม่รู้จักคนคนนี้หรอก แต่พอจะจำได้คับคล้ายคับคลาว่าคุณลุง Barley เรียกเขาว่า John . ชายหนุ่มที่คิดว่าชื่อ John ยืนไม่นิ่ง แลซ้ายแลขวา ทั้งๆที่สัญญาณจราจรก็มีบอกอยู่แล้วว่าจะข้ามถนนได้เมื่อไหร่ แต่นั่นก็ไม่ทำให้เขาอยู่นิ่งๆได้ซักนาที ในปากยังเคี้ยวขนมปังหงุบหงับ...

แลซ้าย......แลขวา................

แลซ้าย...............แลขวา...................

และเมื่อแลขวาอีกครั้ง ก็ได้รับรอยยิ้มจากคนที่ทำให้ต้องอยู่ไม่สุขนี่ไง มันรู้สึกว่ากำลังมีใครจ้องมอง เหมือนถูกบีบจนไม่ให้มีอากาศหายใจยังไงอย่างงั้นเชียว

“ สวัสดีครับ ” Randy ทักออกไปดื้อๆ ส่วนคนที่ถูกทักยืนงงๆอยู่ครู่หนึ่งก็ยิ้มตอบ พลางดึงหู Walkman ออก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกสำหรับ Randy ที่ได้เห็นคนคนนี้ยิ้ม แต่เป็นครั้งแรก...ที่ได้เห็นรอยยิ้มนี้ตรงๆ เป็นรอยยิ้มที่สดใสมาก รู้สึกได้ว่าลึกๆแล้วมันสดใสมากกว่าที่เห็น

“ หวัดดีฮะ ” เขาเอื้อมมือส่งให้ Randy จับเสียอย่างนั้น คน New York เป็นกันเองแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?

“ ผม Orton ครับ Randy Orton… ยินดีที่ได้รู้จัก เมื่อกี้เราเจอกันที่ร้านกาแฟ ไม่รู้คุณจำผมได้หรือเปล่า ”

“ จำได้สิ หลังจากคุณออกมาก่อนผมนิดเดียว ลุง Barley ก็ชมคุณให้ผมฟังเปราะเลยล่ะ ” ชายหนุ่มผิวขาวยักคิ้ว พลางกล่าวอย่างเอือมๆ ก่อนจะได้มองหน้ากันนิ่งๆแล้วหัวเราะออกมาพร้อมๆกัน

“ เหรอครับ? คน New York ใจดีกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลยนะ ทั้งคุณลุง Barley ทั้งคุณ...คุณ......เอ่อ........?? ”

“ อ้อ ! Cena ครับ John Cena จะเรียกผมยังไงก็ได้แล้วแต่คุณชอบ แต่ถ้าเรียกผมว่า John นั่นจะทำให้ผมสบายหูมากกว่า ” พูดจบก็ส่งมือมาให้จับอีกที คล้ายกับเป็นความเคยชิน “ ความจริงทั้งผมแล้วก็ลุง Barley ไม่ใช่คน New York หรอกนะ โอ๊ะ !! ข้ามถนนเถอะ... ”

มือที่ยังจับกันเพื่อแทนการทักทายอยู่นั้น จู่ๆก็ถูกดึงให้เดินตามไปเพื่อข้ามถนน ในขณะที่สัญญาณรูปคนข้ามถนนนั้นเปลี่ยนเป็นสีเขียว เล่นเอา Randy ก็ตั้งตัวไม่ทันเหมือนกัน ความรู้สึกในตอนนี้เหมือนกับทุกอย่างหยุดนิ่ง ในมืออุ่นๆ ผู้คนขวักไขว่แต่ทางเดินด้านหน้ากลับเหมือนไม่มีใครขวาง ทั้งที่...อยากให้เดินไปช้าๆ อยากให้เวลานี้คงอยู่นานๆ

สักครู่ก็มาถึงอีกฝากหนึ่งของถนน John หันกลับมายิ้มให้และปล่อยมือ ผิดกลับ Randy ที่ยังค้างเติ่งไม่ยอมปล่อยมือ “ แล้วคุณจะไปไหนต่อเหรอ John ? ”

“ ผมจะไปเรียน พรุ่งนี้เราคงจะเจอกันอีกที่ร้านของลุง Barley แหละ ถ้าคุณติดใจกาแฟของลุงเค้าอ่ะนะ Bye! เจอกันพรุ่งนี้ ! ผมหมายถึงน่าจะเจอนะ ” John โบกมือ พลันวิ่งหายเข้าไปในฝูงชน

~ เด็กว่าเราจริงๆด้วยสิ ~ Randy คิดกับตัวเอง ลองนึกๆดูแล้วตอนเขาอายุเท่านี้ เค้าเป็นแบบนี้หรือเปล่านะ? มีความสุขกับตัวเองหรือเปล่า? สนุกกับชีวิตมั้ย?

ไม่เลยสินะ ชีวิตของเค้าก็แบบนี้...... เป็นแบบนี้มานานแล้ว

.

.

.

เสียงปรบมือดังขึ้นเกรียวกราว. Randy ยิ้มพลางโค้งตัวให้กับผู้อาวุธโสกว่าในบริษัท และหัวหน้าแผนกอื่นๆในห้องประชุม ชายหนุ่มอายุยังน้อยกระชับเสื้อสูทก่อนจะนั่งลงที่เดิม แล้วขีดเขียนบางอย่างลงในสมุดส่วนตัว และการประชุมของบริษัทยังคงดำเนินต่อไป

“ ในเมื่อลูกชายกลับมาแล้ว ส่วนของการบริหารงาน ผมก็อยากจะมอบให้ลูกชายเป็นคนดูแลไปเลย เพราะผมน่าจะไว้ใจเขาได้ดีที่สุด ”

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับ Bob Orton ท่านประธานบริษัท แต่ Randy ก็ยังคงก้มหน้าลงขีดเขียน เขาไม่ได้จดอะไรอีกเลยนอกจากภาระหน้าที่ที่เขาต้องรับเข้ามาดูแล บริหารน่ะเหรอ? จะยากซักเท่าไหร่กัน เพียงแต่ว่า...มันเยอะแยะเสียจนงงไปหมดแล้ว เมื่อคืนกว่าจะนอนก็ดึกดื่นเที่ยงคืน ถ้าหากไม่ได้ Espresso ของคุณลุง Barley เมื่อเช้านี้ พ่อหนุ่มคงจะน็อคตาย

แต่จะปฏิเสธอะไรได้. Randy รักพ่อที่สุด เรียนจบมาก็อยากจะช่วยกิจการของพ่อ

ทั้งที่...ไม่ได้อยากเรียนบริหารงานธุรกิจเลยแม้แต่น้อย

ไม่ได้อยากเรียนจบแล้วทำงานเลย

ไม่ได้อยากมีชีวิตเหมือนผู้ใหญ่วัยทำงาน

ยังอยากสนุกกับชีวิตเหมือนที่คนอายุเท่าๆกันได้ทำ เหมือนอย่าง John

“Randy ลูกไหวนะ? ” มือหนาอบอุ่นแตะลงที่ไหล่ ภายหลังจบการประชุม. Randy หอบแฟ้มเข้าไว้ในแขนพลางหันไปยิ้มให้กับเจ้าของเสียงทุ้มนั้น

“ ไหวครับพ่อ ไม่ต้องห่วง ”

แววตาของผู้เป็นพ่อแฝงความห่วงใย ชายวัยกลางคนผมสีน้ำตาลทองยิ้มอย่างอ่อนโยน พลางตบเบาๆที่หลังของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน “ ถ้าไม่ไหวก็บอกพ่อ ถ้าเหนื่อยก็บอกนะลูก พ่อจะได้แบ่งหน้าที่ให้คนอื่นๆ ”

“ ไม่เป็นไรครับพ่อ ผมไหว... แล้วที่สำคัญ พ่อจะได้หมดห่วงด้วย ”

Bob มองสำรวจใบหน้าของลูกชาย แล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มปลื้มในตัวของ Randy . ตลอดมาลูกคนนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยแม้แต่น้อย ไม่เคยขัด ไม่เคยโต้แย้ง และยอมทำทุกอย่างตามที่ Bob ต้องการ บางครั้งก็อยากถามเหมือนกันว่าแท้จริงแล้วลูกต้องการอะไร แต่ก็มักจะได้รับคำตอบกลับมาว่า

“ ผมจะทำทุกอย่างให้พ่อดีใจ ให้พ่อไม่ต้องเหนื่อยอีก พ่อไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ ตอนนี้ผมเองก็...มีความสุขดี ”

“ อืม...พ่อไม่รู้จะเชื่อลูกดีหรือเปล่านะ แต่ลูกก็อย่าหักโหมล่ะ ถ้าไม่ไหวหรือไม่พอใจอะไรก็บอกพ่อนะ ” Bob กอดคอลูกชาย แล้วพากันเดินออกมาจากห้องประชุม หลังจากที่คนอื่นๆทยอยออกไปกันหมดแล้ว

“ พอใจครับ พอใจทุกอย่างอยู่แล้ว แค่ที่พ่อเหนื่อยเพื่อผมมาขนาดนี้ก็พอแล้วครับ ”

“ พ่อรักลูกนะ Randy”

“ ผมก็รักพ่อ ” Randy โน้มตัวพ่อมากอดไว้ เรียกได้ว่าเวลาที่ได้ให้กำลังใจตัวเองนอกจากเวลาดื่มกาแฟแล้ว ก็คือเวลาที่ได้กอดพ่อไว้แน่นๆ แล้วท่องไว้ว่า...ทุกอย่างที่ทำก็เพื่อพ่อเท่านั้น

ชายร่างท้วมลูบศีรษะลูกชายด้วยความรัก “ เดี๋ยวเย็นนี้เราไปดูฟิตเนตของบริษัทเรากันนะ พ่อว่าลูกจะต้องชอบแน่ๆถ้ารู้ว่ามันพัฒนาไปขนาดไหน ”

“ ครับพ่อ มีอะไรให้ผมช่วยก็บอกได้นะครับ ”

ทั้งสองพ่อลูกหยุดการเดินลงที่หน้าห้องส่วนตัว ที่ในขณะนี้ป้ายชื่อหน้าห้องเปลี่ยนเป็น Randy Orton เรียบร้อยแล้ว. Bob ตบไหล่ลูกชายเบาๆอีกครั้งพลางยิ้มให้ ก่อนจะเดินจากไป... Randy ถอนหายใจยาวๆ แล้วเตรียมเริ่มงานกองพะเนินที่ติดข้างไว้สมัยที่บริษัทมีปัญหากับผู้จัดการฝ่ายคนเก่า

.

.

.

“ ไว้มีโอกาสค่อยคุยกันอีกนะครับท่านประธานฯ ”

Randy มองชายอายุราวๆ 40 ปีในชุดสูทจับมือกับพ่อ พลางกล่าวอำลาหลังจากที่เดินพาชมรอบๆฟิตเนต และคุยงานกันมานานชั่วโมงกว่า

ฟิตเนตนี้เป็นโครงการของบริษัทเครื่องกีฬาระดับโลกที่ Bob เป็นเจ้าของ มันเริ่มสร้างก่อนที่ Randy จะไปเรียนต่อที่ Brazil ไม่นาน จนในขณะนี้เป็นรูปเป็นร่างและเจริญรุ่งเรืองมากทีเดียว ทั้งได้รับความนิยมจากผู้คนหลายวัย มีทั้งฟิตเนต ทั้งสนามสควอช สระว่ายน้ำในร่ม ร้านอาหารเพื่อสุขภาพและอีกมากมาย ในภายหลังได้เพิ่มบริการของเซาน่า มาสซาจ และสปาร์เข้าไป ทำให้เศรษฐกิจของบริษัทในขณะนี้มีแต่ขึ้น ขึ้น ขึ้นอย่างฉุดไว้ไม่อยู่

Bob เป็นนักธุรกิจคุณภาพโดยแท้จริง แต่เขาก็ไม่เคยเอาแต่ทำงานจนทิ้งครอบครัว สำหรับ Randy นั้น Bob เป็นฮีโร่ตลอดกาล มากกว่านักอเมริกันฟุตบอลขวัญใจเขาในวัยเด็กเสียอีก

“Randy เดี๋ยวพ่อจะไปดูงานที่ปรึกษาเรื่องโปรเจ็คใหม่ ยังไงลูกไปเดินดูรอบๆฟิตเนต หรือไม่ก็หาอะไรดื่มที่ร้านอาหารก่อนก็ได้นะ พ่อว่างานตรงนี้มันยังไม่ค่อยขึ้นตรงกับลูกเท่าไหร่ ลูกคงเหนื่อยแล้วด้วย...นะ......พักก่อนเถอะลูก ”

“ ครับพ่อ ก็ว่าจะไปหากาแฟกินซักหน่อย เสร็จแล้วโทรหาผมแล้วกันนะครับ ”

“ จ้ะลูก Bye! แล้วเจอกัน ”

หลังจากที่ลากับพ่อ Randy ยังอยากอยู่กับตัวเองเงียบๆ เขาเดินดูรอบๆตึกสูงแห่งนี้อีกครั้ง มองด้วยความรู้สึกรับผิดชอบ...และพยายามมีความสุขกับงานตรงนี้ให้มากที่สุด

พยายาม......ใช่...พยายาม

เดินเรื่อยเปื่อยมาในที่สุดก็เจอร้าน Coffee Shop ภายในคนไม่พลุกพล่าน เป็นมุมสงบมุมหนึ่งของอาคารนี้ และสไตล์ดูทันสมัยกว่าร้านลุง Barley มากราวฟ้ากับเหว กลิ่นกาแฟหอมหวนอบอวลในร้าน แต่ไม่รู้ว่ารสชาติจะสู้กับร้านคุณลุงได้หรือเปล่านะ

Randy มองเห็นโต๊ะนั่งที่มุมเงียบๆของร้าน ที่ตรงนั้นเปิดไฟสลัว และมีต้นไม้ประดับอยู่ เขาเดินตรงเข้าไปอย่าไม่ลังเล เพราะบรรยากาศนี้ที่เขาชอบมาตั้งแต่อยู่ Brazil ... นึกแล้วอยากเดินไปกอดพ่อแล้วบอกขอบคุณอีกครั้ง ที่ทำร้านนี้ขึ้นมา ทำให้รู้ว่าตลอดเวลาพ่อคิดถึงเขาเสมอ

ร่างสูงทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่หุ้มด้วยหนังสัตว์เงามีราคา กวาดสายตาไปรอบๆ อยากจะสำรวจที่นี่ให้ถ้วนทั่ว แต่ก็กลับสะดุดอยู่ที่โต๊ะเล็กๆที่มุมลึกของร้าน เป็นมุมที่เงียบมาก...และถ้าไม่สังเกตก็คงจะมองไม่เห็นเป็นแน่

ที่นั่นมีร่างหนึ่งนั่งหันข้าง ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือเล่มหนาเตอะ และไม่รู้ว่าทำไมร่างนั้นถึงได้ดูคุ้นตายิ่งนัก. Randy ขมวดคิ้วเพ่ง เห็นกระเป๋ากีฬาวางอยู่บนโต๊ะสีไม้มะเกลือ ถัดจากกระเป๋า...มีแก้วขนาดใหญ่ที่บรรจุนมสดไว้เต็ม เสียแต่ตรงที่ต้นไม้ประดับดันวางขวางระหว่างระดับสายตา ทำให้ไม่สามารถมั่นใจได้ว่าใครกันแน่ที่ว่าคุ้นตานั่น

“ รับอะไรดีคะ? ” บริกรสาววางเมนูลงบนโต๊ะ พลางยิ้มให้

Randy ไม่แม้แต่จะคิดหยิบเมนูขึ้นมาดู เขาพูดออกไปอย่างเคยชิน “Espresso ไม่ใส่น้ำตาลที่นึงครับ ” โดยไม่มองหน้าบริกรสาว สายตาทั้งสองยังคงจดจ่อที่ร่างนั้น

“ รอซักครู่นะคะ ” สิ้นคำ บริกรสาวผมบลอนด์เก็บเมนูและกำลังจะเดินกลับไป. Randy เองก็ลุกพรวดขึ้นจากที่นั่ง แล้วเดินตรงเข้าไปที่มุมเล็กๆอีกมุมหนึ่งของร้านเช่นกัน

ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ ภาพที่อยู่เบื้องหลังต้นไม้ประดับนั้นก็ค่อยๆเด่นชัดขึ้น... นิ้วมือเรียวขาวคีบปากกาไว้ระหว่างนิ้ว พลางจับมันเคาะลงกับโต๊ะไม้มะเกลือเป็นจังหวะที่เร็วกว่าเพลงคลาสสิคในร้าน ทำให้รู้ได้ว่าเจ้าของมือนี้คงไม่ได้กำลังให้ความสนใจกับเพลงของร้านแต่อย่างใด

...และมันก็ทำให้ Randy ได้มั่นใจ ว่าคนคนนี้เป็นใครอย่างที่เขาคุ้น...

“ วันนี้เราเจอกันสามครั้งแล้วนะครับเนี่ย ”

เมื่อ Randy ทัก อีกฝ่ายก็ดึงหูฟัง Walkman ออกจากหู ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตา ท่าทางเหมือนเดิม... และรอยยิ้มที่มีมอบกลับมาเหมือนๆเดิม

“ อ้าว ! Mr.Orton!!”

 

To be Continued...

 

 
 


(C) 2005 DESTINY BY TONG

 
Hosted by www.Geocities.ws

1