LOVERS

RPS/Songfic by Tong
Song Inspired by คนรักกัน , Izax

Viggo Mortensen X Orlando Bloom

----------------------------------------------------------------

“ ไว้เจอกันนะฮะ แล้ว...อ้อ ! ผมรักคุณนะ ”

เสียงใสๆที่เขาบอกลาด้วยประโยคนี้ทุกครั้งยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท ผมทอดสายตาออกไปเบื้องนอกบานหน้าต่างกระจกใส ภายนอกดูวุ่นวายสับสน ทุกชีวิตมีแต่ความลังเลรีบร้อนหรือไงนะ โลกนี้มันช่างยากที่จะเข้าใจเสียจริง

ผมนั่งอยู่ตรงนี้อยู่พักใหญ่แล้ว ก้มมองนาฬิกาข้อมือทีไรยิ่งตอกย้ำว่าเวลาเดินเร็วนัก เร็วกว่าที่ผมคิด เร็วกว่าเมื่อสมัยผมยังเด็ก มันเร็วเมื่อผมมองดูตัวเองแล้วพบกว่า ผมดูแก่ขึ้น แต่มันแสนจะเนิบช้าตอนผมมองหลายคนที่เด็กกว่าค่อยๆเติบโต ส่วนผมต้องอยู่คนเดียวในโลกมืดๆ วกวนสับสนเหมือนในตอนนี้

ฝนเริ่มตั้งเค้าเมื่อราวหนึ่งชั่วโมงก่อนผมจะมาถึงที่นี่ ผมเดินเรื่อยๆมาตามถนนในเมืองที่ไม่ค่อยคุ้นเคยจนกระทั่งเม็ดฝนหยดลงบนปลายจมูก... ลอนดอน เมื่อคืนหิมะตก ตอนนี้ฝนตก ไม่แน่สักวันหนึ่งเมืองนี้มันต้องกลายเป็นทะเลทรายได้แน่ๆ ให้ตายเถอะ !

ตอนนี้กระจกร้าน coffee shop ที่ผมนั่งอยู่เกาะเต็มไปด้วยหยดน้ำฝน ลมกรรโชกราวพายุขนาดย่อม ในร้านยิ่งอื้ออึงไปด้วยผู้คนที่เข้ามาขลุกกันหลบฝน อันที่จริงผมเกือบจะชินแล้วกับเสียงอึกทึมครึกโครม แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ได้เคยนึกชอบมันขึ้นมาสักนิด ผมเกลียดด้วยซ้ำ...โดยเฉพาะในเวลาแบบนี้

ผมก้มลงกดโทรศัพท์มือถือที่จับมันกลิ้งไปกลิ้งมาในมืออยู่ครู่ใหญ่ เบอร์ที่ผมคุ้นเคย เจ้าของโทรศัพท์เครื่องนี้นั่นล่ะ เขาให้ผมไว้ใช้ติดต่อเวลาที่ผมอยู่นอกบ้าน “ ผมโทรหาคุณที่บ้าน คุณก็ไม่เคยอยู่เลย หรือว่า...จะไม่ยอมรับโทรศัพท์กันแน่ก็ไม่รู้ ” เขาเคยบ่นผม ใช่...เขาคนนั้นนั่นล่ะ

เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังอยู่พักใหญ่ ผมเกือบจะวางสายแล้ว แต่ในขณะที่ผมคิดปลายสายก็ตอบกลับมา “Hi Vig!” เสียงนั้นที่ผมคุ้นตะโกนแข่งกับเสียงเอะอะรอบข้าง “ คุณอยู่ไหนฮะ? ”

“ ฉันต่างหากที่ต้องถามนาย ” ผมย้อนเสียงเรียบ

“ หา? อะไรนะฮะ !?!”

“ ฉันต่างหากที่ต้องถามว่านายอยู่ที่ไหน? ” ผมพูดให้ดังขึ้นอีก ไม่เคยมีอะไรเปลี่ยนไปเลยในน้ำเสียงนั้น ยังคงสนุกสนานร่าเริง แต่ถึงอย่างไรผมก็กลัวเวลา กับช่องว่างระหว่างเขาและผมอยู่ดี

“ อ๋อ ! ผมอยู่ที่สตูดิโอ ถ่ายแบบอยู่ อ๊ะ ! ช่างภาพเรียกแล้วฮะวิก งั้นเดี๋ยวเจอกันที่ coffee shop ที่เดิมนะ รักคุณฮะ ”

สายตัดไปแล้ว ห้วนๆแบบที่ผมต้องเจอบ่อยๆ ไม่...ผมไม่ได้คิดอะไร แค่รู้สึกกลัวนิดๆเท่านั้นเอง

กี่วัน กี่วันมาแล้วที่ไม่เจอ
กี่คืน ที่รอแต่เธอ แต่เธออยู่ไหน

“ ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองแก่ก็ยิ่งกลัว ความกลัวกับความแก่เป็นของคู่กัน ” ฌอน บีน เพื่อนสนิทคนหนึ่งของผมเคยพูดไว้ ก็อาจจะจริงของเขาก็ได้ เพราะในขณะที่ผมรู้สึกว่าผมแก่ตัวลง ความกลัวต่างๆก็พากันรุมทำร้ายผมลึกๆ

แต่ฌอนต้องกลัวอะไรอีกล่ะ? ผมเคยคิด แล้วก็ได้คำตอบจากเขาในที่สุด “ กลัวที่จะต้องเสียคนที่รักไป นี่ล่ะที่คนแก่อย่างฉันกลัวที่สุด ” จริงสินะ ทุกคนกลัวสิ่งนี้รวมทั้งตัวผมเอง เหมือนกันล่ะฌอน ฉันกลัวอย่างที่นายกลัว แต่ฌอนมีทุกอย่างที่ผมมีและหลายๆอย่างที่ผมไม่มี ครอบครัวที่อบอุ่น ลูกสาวที่น่ารัก เงินทอง ชีวิตส่วนตัว อะไรต่ออะไรอีกเยอะแยะ ส่วนผม...โดดเดี่ยว อ้างว้าง

ถ้าผมต้องเสียเขาไปในสักวัน ผมจะทำอย่างไรต่อไป? จะทำอะไรได้ ในเมื่อผมยินดีให้ทุกอย่างแก่เขา ไม่มีข้อผูกมัด ไม่มีข้อกังขาใดๆอยู่แล้ว ผมพร้อมที่จะรับความเจ็บปวด...อีกครั้ง?

ผมไม่คิดมาก่อนว่าจะเอาตัวเข้ามาเกี่ยวข้องกับพลังบางอย่างนี้อีกแล้ว ตั้งแต่มันจบลงด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสของทุกฝ่าย แต่มันก็เกิดขึ้นอีกจนได้ ผมก้าวขาลงไปในน้ำวนทั้งที่มีตอไม้ให้ยึดเกาะ ผมรู้สึกตัวเสมอในสิ่งที่ผมตัดสินใจทำ แต่ทำไมถึงยังทำอีก...ผมไม่รู้

“ สุขสันต์วันเกิดนะ รักคุณฮะ ”

“ ผมรักคุณนะ แล้วเจอกันฮะ ”

“ ผมรักคุณ ราตรีสวัสดิ์ฮะวิก ”

“ ผมรักคุณ แล้วคุณรักผมไหม? ”

ผมคิดว่าผมเข้าใจทุกคำที่เขาพูด แต่มันไม่ช่วยให้ในส่วนลึกของผมดีขึ้น เขาพูดเพราะความเคยชิน หรือบางทีสิ่งที่เขาต้องการผมไม่เคยให้เขากันแน่นะ? คำพูดที่จะยืนยันในสิ่งที่ผมคิด ผมไม่เคยพูดมันออกไป นี่หรือเปล่าที่ทำให้บางอย่างขาดหาย ไม่รู้...ผมไม่รู้

นี่หรือ ที่เธอว่ารัก
แล้วมันยังไง เกิดอะไร มันเกิดอะไร

สองชั่วโมงผ่านไปจนได้ สองชั่วโมงที่ผมจมอยู่กับความคิดของตัวเอง จนรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อบริกรเรียกผม “ มิสเตอร์ครับ... มิสเตอร์ !” เสียงนั่นทำเอาผมสะดุ้ง

“ มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ? เครื่องดื่ม? ของว่าง? ”

“ เอสเพรสโซ่ที่นึงแล้วกัน ” ผมตอบ เขาพยักหน้าพลางก้มจดลงในสมุดเล็กๆในมือ ก่อนจะยิ้มให้ผม แล้วกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง หน้าที่หรือ? ใช่แล้ว...หน้าที่ แล้วผมล่ะ? มานั่งทำอะไรอยู่ที่นี่?


คล้ายๆไม่รักกันจริง หรือฉันมันคิดไปเอง
ไม่เข้าใจ ไม่มีวันเข้าใจ

ผมไม่รู้...ผมบอกว่าผมไม่รู้

ก็คนที่รักกัน เขาไม่ทำแบบนี้
ไม่หนีหน้าไป ไม่ทำให้ใครต้องรอเก้อ

บางสิ่งที่เราเห็นมันวางอยู่ตรงหน้า มันอาจจะจับต้องไม่ได้ บางสิ่งที่เราคิดว่ามันมีอยู่เต็ม แท้จริงแล้วอาจจะไม่มีเลย เหือดแล้งแห้งกรัง จมปลักดักดานอยู่กับความคิดของเราฝ่ายเดียวก็เป็นได้ล่ะมั้ง

คนที่เขารักกัน เขาต้องคิดถึงกันเสมอ
ต้องไม่ทิ้งอีกคนให้เพ้อคอย

คุณคิดอย่างนั้นไหม? ส่วนผมเองก็ยังไม่แน่ใจเสียทีเดียวว่ามันเป็นอย่างนั้นหรือไม่กันแน่ ไม่รู้...ผมไม่รู้

.

.

.

สามชั่วโมงผ่านไปแล้วอย่างช้าๆ รู้สึกเจ็บตะหงิดๆเมื่อเห็นเข็มนาฬิกามันเดินไม่ยอมหยุด อยากรู้จริงว่าใครเป็นคนกำหนดให้มันเดิน

กาแฟที่สั่งได้แล้ว ผมสั่งมันไปทั้งที่ไม่อยากแตะต้องมันแม้แต่น้อย ทุกวันนี้ก็แทบจะนอนไม่หลับอยู่แล้ว ขืนดื่มเข้าไปผมคงต้องนั่งทรมานทั้งคืน ผมเบื่อกับการที่ต้องลุกขึ้นมาทำงานกลางดึกเต็มที ถึงแม้มันจะทำให้ช่วงนั้นงานล้นมือไม่มีเวลาว่างไปคิดเรื่องอื่น แต่ผมก็เริ่มเหนื่อยหน่าย

ผมก็เหมือนคนแก่ทั่วไป ที่อยากจะกินให้ลง นอนให้หลับ ตื่นให้เต็มตากับเขาบ้างสักที

ระบบสั่นของโทรศัพท์มือถือที่วางไว้บนโต๊ะสั่นครืดขึ้น ผมผงะน้อยๆ ก่อนจะคว้ามันขึ้นดู... เป็นเขาจริงๆ “ ไง? ” ผมทักเมื่อกดรับสาย เสียงโหวกเหวกที่ดังลอดผ่านหูเข้ามาทำให้ผมขมวดคิ้ว

“ วิกฮะ ! คุณอยู่ไหนฮะ? ” ผมเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหน้าหันหลังมองซ้ายมองขวา ด้านนอกร้าน coffee shop ยังแน่นอึงไปด้วยผู้คน สายฝนดูยิ่งจะกระหน่ำแรงขึ้นกว่าเก่าเสียอีก ผมมองหาอะไร? มองหาใคร ผมไม่รู้...

“ อยู่ที่ร้าน โต๊ะเดิม ” ผมตอบในขณะที่สายตาก็ยังคงสอดส่าย ราวกับ Dark Lord มองหาแหวนแห่งอำนาจเลยทีเดียว “ แล้วนายล่ะ? ”

“ ผมต้องแวะเอเจนซี่ก่อนน่ะฮะ เค้าเพิ่งโทรหาผมเมื่อกี้นี้เอง ” น้ำเสียงนั้นฟังดูมีแววกังวล ณ ปลายสายอีกทางคงมีฝนตกหนักไม่แพ้ที่นี่ ผมได้ยิน...เสียงฝนอันโหดร้าย ตัดพ้ออย่างโหดร้ายเหลือเกิน

“ ....... ” ผมนิ่งไป ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี

“ วิกฮะ ฟังอยู่หรือเปล่า? ”

“ อ..อืม ”

“ อย่าเงียบไปดื้อๆอย่างนั้นสิ เออ...อื้ม ! คุณรอได้ใช่ไหมฮะ? ”

รอหรือ? แทบจะรอไม่ไหวแล้ว ผมไม่อยากรอ ผมไม่อยากต่อสู้กับเวลา แต่ไม่รู้ว่าอะไรทำให้ผมปฏิเสธไม่ได้ เพราะอะไรทำให้ผมพูดออกไปแบบนั้น เพราะใครที่ทำให้ผมต้องยอมจำนนต่อเวลาทุกครั้ง ใครกัน? ผมไม่รู้ว่าใคร...ผมไม่รู้

“ ได้ จะรอ ”

“ แล้วผมจะรีบนะฮะ อยากเจอคุณด้วย แค่นี้นะฮะ ! รักมากนะ... ”

คุณเคยเห็นวัตถุโบรานที่ถูกทิ้งไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติไหม? ผมเคยลองคิดดูเล่นๆนะว่า มันถูกตั้งโดดเดี่ยวอยู่ที่นั่น ถ้ามันมีชีวิตเหมือนในนิทานมันจะกำลังคิดอะไร ผมรู้สึกว่ามันเหมือนผมชั่วแว่บหนึ่ง คำตอบคือไม่รู้...ผมไม่รู้ว่ามันจะคิดอะไร เพราะจริงๆแล้วผมไม่เหมือนมันสักหน่อย

มันถูกตั้งอยู่อย่างมีเกียรติ ถึงโดดเดี่ยวแต่มีค่าควรเมืองในสายตาผู้อื่น ส่วนผม...ไร้ค่า ไร้ค่าแม้กระทั่งในสายตาตัวเอง


คล้ายๆจะทิ้งกันไป หรือฉันมันคิดไปเอง
เจ็บไปเอง เจ็บไปหมดทั้งหัวใจ

ชั่วโมงที่สี่กำลังจะเริ่มต้นหลังสิบห้านาทีต่อไปนี้ ผมมาทำอะไรที่นี่กันแน่? มาเพื่อนั่งมองนาฬิกามันเดินเท่านี้หรือ? ไม่รู้...คงงั้นมั้ง

ผม take flight มาจากนิวยอร์คเมื่อวานและมาถึงลอนดอนตอนสามทุ่ม เพียงแค่เขาโทรบอกผมว่าเขากลับมาลอนดอนและอยากเจอผม ผมไปที่บ้านของเขาแต่ไม่เจอ บ้านหลังนั้นปิดเงียบ ลงกลอนอย่างดี ผมเลยไปหาโรงแรมแถวนั้นค้างคืน

เขาโทรมาราวตีสามของดึกคืนที่ผ่านมา บอกผมว่าเพิ่งถ่ายหนังส่วนของวันนั้นเสร็จ ผมบอกเขาว่าไม่เป็นไร ผมเพิ่งมาถึงเมื่อตีหนึ่งนี้เอง ผมบอกอย่างนั้น

คนที่เขารักกัน เขาต้องคิดถึงกันเสมอ
ต้องไม่ทิ้งอีกคนให้เพ้อคอย

ผมไม่อยากมานั่งอยู่ตรงนี้เลย เวลานานๆทำให้ผมได้คิด คิดคำถามมากมายที่ไม่เคยหาคำตอบได้ ผมไม่น่ามาที่นี่ ไม่น่าสานต่อสายใยบางอย่างที่เริ่มเปื่อยบางเลือนลางลงทุกวี่วัน ทั้งที่ผมอยากตัดขาดแท้ๆ ไม่น่ามาที่นี่เลยจริงๆ

กาแฟในถ้วยสีชาตรงหน้าถูกคนวกไปวนมาจนเย็นชืดแล้ว สายฝนด้านนอกเริ่มซาลง แต่ก็ไม่แน่ ที่ตาผมเห็นเหมือนมันจะหยุดแล้ว แต่ถ้าออกไปยืนตรงนั้นมันอาจจะทำให้ตัวผมเปียกตั้งแต่หัวจรดเท้าในพริบตาก็ได้ ไม่รู้...ไม่มีใครรู้ จนกว่าจะกล้าเอื้อมมือไปสัมผัสมัน

ถ้าเราเอื้อมมือไปสัมผัส แล้วพบว่าทุกอย่างที่เห็นนั้นว่างเปล่า ก็ไม่รู้จะทำมันเพื่ออะไรให้เจ็บปวดใจเท่านั้น แต่ถ้าทำแล้วได้สติขึ้นมาบ้างก็คงจะดี

ผมสัมผัสเสียงในหัวใจตัวเอง ผมมาทำอะไรที่ที่ผมไม่น่าจะมา ทั้งที่ไม่อยากมา คำตอบอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ผมไม่เคยกล้าสัมผัส ผมกลัว กลัวความจริง...... ผมมาเพื่อพบเขา ผมอยากเจอเขา

.

.

.

“ วิกฮะ ! ผมขอโทษ...ผมไปเจอคุณไม่ได้แล้ว ด่วนจริงๆฮะงานนี้ ”

“ ช่างเถอะ ไม่เป็นไร ”

“ ขอโทษจริงๆนะฮะวิก แล้วผมจะแวะเอากุญแจบ้านซ่อนไว้ที่เดิมนะฮะ ”

แล้วเขาล่ะ ที่แท้แล้วเขาอยากเจอผมจริงไหม? ผมอยากถาม อยากถามออกไปให้เขาได้ตอบผมตอนนี้ คำถามที่ผมครุ่นคิดมาตลอดห้าชั่วโมงกว่า ไม่สิ...ตั้งแต่วันแรกที่ผมกับเขาเจอกันต่างหาก

“ เจอกันพรุ่งนี้นะฮะ ! ผมรักคุณ วิกโก้ ”

ผมรักเขา

แล้วเขาล่ะ?


ต้องไม่ทำร้ายหัวใจ คนรักกัน

เขารักผมหรือไม่กันแน่?

.............ไม่รู้.........................................

......ผมไม่อยากรู้...............................................

 

Fin

 

 
 


(C) 2004 DESTINY BY TONG

 
Hosted by www.Geocities.ws

1