EVERYTIME YOU CRY

Song by Farnham John
Songfic/RRS by Tongkun
Dominic Monaghan X Elijah Wood

-------------------------------------------------------------------

“ เฮ้ย อย่าคิดมากน่า หน้ามุ่ยอย่างกับไม่ใช่นายอย่างนั้นแหละ ” ผมทักขึ้นพลางตบเบาๆที่บ่าของเอไลจาห์เบาๆ หลังจากที่เดินตามหาเขามาพักใหญ่ จู่ๆเขาก็ปลีกตัวออกมาจากกลุ่ม และผมก็มาพบเขานั่งหน้าหงิกอยู่ตรงนี้

“ ดอม...แง้ ~~” เขาแกล้งร้องแงขึ้นมาเสียแก้วหูผมแทบแตก ก่อนจะรวบเอวไว้จนผมแทบล้ม แต่มันก็ไม่ได้ยากเกินไปกว่าที่ผมจะรู้ว่านั่นเป็นแค่วิธีกลบเกลื่อน ลูกไม้ตื้นๆที่ไม่เคยตบตาผมได้เลย...

เขากำลังร้องไห้ แต่ไม่อยากให้ใครรู้

ผมทรุดตัวนั่งลงบนพื้นทรายละเอียดข้างๆร่างเล็กนั้น ลมทะเลพัดปะทะใบหน้าของผมแผ่วเบา เหลือบไปมองคนข้างๆ ไลจ์หันหน้ากลับไปทิศเก่า ทอดดวงตาสีแก้วนั้นออกไปไกลแสนไกล ผมเห็นแววความเศร้าซึมในนั้น ตลอดเวลาที่ผมรู้จักเขามา ผมคิดว่าเขาไม่ใช่คนอ่อนแอนะ เขาแค่...เป็นคนอ่อนไหวเท่านั้น

Never before have I seen you look so blue
I can't find a cure and nothing comforts you
But the light at the end of the tunnel
Doesn't shine at the end of the day

ใบต้นสนเรียงรายเลียบแนวหาดส่วนตัวโบกไหวตามแรงลม ที่ Malibu สวรรค์แห่งการพักผ่อนนี้ ขณะที่คนอื่นๆ กำลังสนุกสนานกับการกิน เต้น พูดคุยกันหลังจากห่างหายกันไปนาน

พีเจมีความสุขกับการตักอาหารใส่จานคนอื่นๆ ฌอนกับบิลก็เอาแต่ยืนเกาะขอบโต๊ะอาหารไม่ปล่อย ออร์แลนโด้เต้นอยู่กลางฟลอร์อย่างไม่สนใจใคร หน้าเจ้านั่นแดงพอๆกับวิกโก้เพราะฤทธิ์เหล้า เอียนคุยอยู่กับลิฟ เคทก็มากับแฟนหนุ่ม บีนนี่ดูแลความเรียบร้อยแบบเจ้าบ้านที่ดี ตอนนั้นผมเห็นไลจ์เดินหลบออกมาจากด้านในเงียบๆ มานั่งอยู่ท่ามกลางแสงดาวสว่างไสวนี้คนเดียว

“ เป็นอะไรไปหืม? กลับไปเต้นข้างในเหอะ มานั่งตากลมอยู่คนเดียวเดี๋ยวก็ไม่สบายแย่หรอก ” ผมปลอบเขา ทำไมผมจะไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรไป ผมรู้ดี...รู้ดีทุกอย่าง...

“ ไม่ล่ะ นายไปเต้นกับคนอื่นๆเหอะ ” เสียงเล็กๆนั่นสั่นเครือ เขาหลบหน้าไม่มองผมตรงๆ เสียงสูดลมหายใจแรงๆนั่นทำให้ผมมั่นใจว่าเขาเพิ่งร้องไห้ฟูมฟายมาสดๆร้อนๆ

ผมเอื้อมมือไปโอบไหล่เขา ปลอบเขาเหมือนทุกครั้งที่เห็นเขารู้สึกไม่ดี “ ไม่เห็นมีใครคิดมากเลย นายนั่นแหละคิดมากอยู่คนเดียว กลับเข้าไปเหอะน่า เดี๋ยวบีนนี่จะเสียใจนะ ” ไลจ์ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เพียงแค่สั่นหัวน้อยๆแทนคำตอบ ผมไม่ตื๊อเขาอีกเพราะคงไม่มีประโยชน์กับคน อกหัก แบบเขาหรอก

“ ไม่ตื๊อก็ได้ แต่ฉันจะอยู่กับนายที่นี่ล่ะ ” พูดแล้วผมก็ก้มลงพับขากางเกงยีนส์ขายาวตัวโตของผมขึ้น ไลจ์มองผมอย่างงงๆอยู่ครู่หนึ่ง

“ ทำอะไรอ่ะ? ”

“ นั่งเฉยๆเบื่อแย่ ไปเล่นน้ำกันเหอะ ” ผมส่งมือให้เขา เขามองผมอย่างไม่แน่ใจ ดวงตาคู่นั้นสุกใสท่ามกลางความมืด มันสะท้อนกับแสงดาวที่ตกลงกระทบผืนน้ำระยับเป็นระลอก ผมเห็นในตาของเขา

เอไลจาห์ยิ้มจางๆให้ผม ก่อนจะส่งมือเขาให้ ผมจับไว้มั่นก่อนจะฉุดตัวเขาให้ลุกขึ้น ท่ามกลางแสงจันทร์ สายลม ดวงดาว ก่อนจะออกวิ่งนำ “ ใครถึงน้ำก่อนชนะ !”

“ อ๋า ! ขี้โกงนี่นา !”

Every time you cry
Save up all your tears
I will be your rainbow when it disappears
Wash away the pain
'til you smile again
I will be the laughter in your eyes
Every time you cry

ผมวิ่งมาถึงชายหาดก่อน คลื่นซัดเข้าฝั่งเนิบช้ากว่าเมื่อกลางวัน น้ำก็ขึ้นสูงกว่าเดิม ผมแตะเท้าลงในน้ำแล้วนั่งลงที่นั่น ไลจ์วิ่งตามมาถึงทีหลังก็นั่งลงข้างๆผม เขาหันมาพลางพูดทั้งที่ยังหอบแฮ่ก “ เหนื่อยเป็นบ้า !”

“ หัวเราะได้แล้วสิ ” ผมแซว แต่นั่นกลับทำให้เสียงหัวเราะสดใสเมื่อครู่นั้นเงียบลงไปดื้อๆ ผมหันไปมองใบหน้าขาวนั้น จมูกของเขายังคงเป็นสีแดงจัดทุกครั้งที่เขาโกรธหรือร้องไห้ ผมมองอยู่อย่างนั้นเงียบๆจนรู้สึกว่าที่ผมเห็นนั้นไม่ได้ตาฝาด เม็ดน้ำตากลมๆกลิ้งลงจากคลองตา ไลจ์ก้มหน้างุด แต่ผมเชยคางเขาขึ้นมอง

“ อย่าร้องได้ไหม...ฉันรู้สึกแย่นะ ”

“ ไม่เกี่ยวกับนายหรอกน่า ไม่เห็นต้องรู้สึกแย่เลย ”

“ ไอ้บ้า ไม่เคยรู้เลยใช่ไหมเนี่ย... ”


Time has a way of wounding what has healed
What can I say? I know just how you feel
Your soul is dark and troubled
Like a river running wild

ผมโน้มตัวเขาเข้ามาใกล้ ร่างเล็กซบหน้าลงบนไหล่ของผม ตอนนั้นผมรู้สึกถึงความเปียกชื้นผ่านลอดเนื้อผ้าเข้ามาสัมผัสผิวกาย เสียงกระซิกเข้ามากระทบโสตประสาทของผม ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่ผมเห็นเขาร้องไห้ ผมเคยเห็นมาแล้วก่อนนี้... เมื่อนานมาแล้ว ที่นิวซีแลนด์

ทำไมผมจะจำไม่ได้ ตอนนั้นเขาเดินมาหาผมที่เทรลเลอร์ กอดผม แล้วร้องไห้หนัก ตัวผอมบางนั้นสั่นสะท้าน พร่ำบอกกับผมแต่คำว่า เขากับบีนนี่จะไม่มีวันเป็นไปได้เลยหรือ? ผมหาคำตอบที่ดีต่อทั้งเขาและบีนนี่ให้ไม่ได้ทั้งที่ผมรู้คำตอบดี เพราะถ้าผมบอกเขาออกไป ไลจ์ต้องร้องไห้อีก และผม...จะเจ็บปวดแบบนี้อีก

มันเจ็บมากอย่างบอกไม่ถูก เจ็บลงไปถึงขั้วหัวใจ เหมือนมีใครมาทำร้ายของรักให้แตกหักไปต่อหน้า

ผมจึงอยากจะปลอบเขาให้หายร้องไห้ อยากเช็ดน้ำตา อยากปกป้อง อยากดูแลไม่ให้เขาต้องเจ็บปวด ถ้าเป็นผม...เขาคงไม่ต้องร้องไห้ ผมสัญญาว่าจะไม่มีวันทำให้เขาร้องไห้อีกต่อไป นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผมมาอยู่ตรงนี้

ถึงตอนนี้บีนนี่ดูจะไม่คิดอะไรทำนองนั้นแล้ว แต่ไลจ์คงรู้สึกแย่อยู่เมื่อต้องพบหน้า ผมเห็นตั้งแต่ตอนที่เรานั่งรถของบีนนี่มาด้วยกันว่าเขาดูแย่ เด็กยังไงก็ยังเป็นเด็กวันยังค่ำ

Well, you know that's what I'm here for
I will give you what you need, more
There will be no hesitation
I will reap no reward

“ บ้าหรือไง มาร้องไห้ใส่ฉันเนี่ย ” ผมตัดบทเมื่อเริ่มรู้สึกว่าเสียงสะอื้นแผ่วลง คราวก่อนก็แบบนี้ เขาร้องไห้จนผล็อยหลับไปบนอกผม เหมือนเด็กน้อยที่กำลังหลงทางเลยทีเดียว

“ ขอบคุณนะดอม ขอบคุณอีกที ” เสียงเล็กๆแผ่วพร่าและเงียบหายไป ผมผละออกจากตัวเขา อีกครั้งที่เขามองผมเหมือนว่าอยากบอกอะไรบางอย่าง แต่ผมกลับเป็นฝ่ายหลบตาเขาแทน
“ ไปดีกว่า ไม่อยากเห็นเด็กร้องไห้ ” ผมลุกขึ้น ปัดทรายที่กางกาง ก่อนจะหันหลังให้เขา

“ เฮ้ ! เดี๋ยวสิ ! มาง่ายๆแล้วก็จะไปดื้อๆแบบนี้น่ะหรือ? ”

“ เออ...ก็เด็กขี้แยหายร้องไห้แล้วนี่ ”


Every time you cry
Save up all your tears
I will be your rainbow when it disappears
Wash away the pain
'til you smile again
I will be the laughter in your eyes
Every time you cry

เมื่อไหร่กันนายถึงจะรู้สักที? ฉันเห็นนายเศร้าเพราะฉันมองที่นาย ฉันมองแต่นาย ก็แค่เหตุผลง่ายๆที่เด็กโง่ๆอย่างนายไม่เคยอยากจะรับรู้เท่านั้นล่ะ เจ้าขี้แย

เหตุผลตายตัวที่อยากจะปลอบโยนนาย ไม่อยากให้นายร้องไห้ อยากทำให้นายยิ้ม อยากให้นายรู้สึกว่ามีฉันอยู่ข้างๆ มันก็เพราะ...ฉันรักนายไง.........

“ เดี๋ยวดอม ! รอด้วยซี่ ! จะไปไหนน่ะ? ”

“ ไม่อยากจะคุยกับคนอมทุกข์หรอก ! แน่จริงตามให้ทันเหอะ !”

 

Fin

 

 
 


(C) 2004 DESTINY BY TONG

 
Hosted by www.Geocities.ws

1