Boy Next DoorChapter I
Randy Keith Orton X John Felix Anthony Cena ---------------------------------------------------------- แสงไฟริมทางที่สาดส่องเข้ามากระทบให้ม่านตาของผมต้องรี่ลงนั้น ทำให้ผมรับรู้ว่าตนเองกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ตัวเมือง ท้องฟ้าในเวลานี้มืดสนิท สองข้างทางแม้จะยังมีรถผ่านไปมาบ้าง แต่ก็ถือว่าเงียบเหงากว่าที่เคยพบเจอ ผมเคาะนิ้วลงบนพวงมาลัยเร็วๆทุกครั้งที่รถคันหน้าขับช้าเกินไป ผมสังเกตได้เมื่อผมเงยขึ้นสบกับกระจกส่องหลัง คิ้วของผมนิ่วขมวดมุ่นตลอดเวลา ทำให้หน้าดูแก่ไปอีกหลายปีเลยทีเดียว ผมคงจะเครียดมากเกินไปสินะ ไม่มีเหตุผลอื่นใดแอบแฝงเลยที่พาผมข้ามน้ำข้ามทะเลตรงมาที่นี่ นอกจากความกระวนกระวายใจและเป็นห่วง ถ้าผมไม่ได้มาดูด้วยตัวเองผมคงไม่เป็นอันทำอะไรแน่ๆ หลังจากที่วันนี้...ผมได้รับโทรศัพท์จาก Eddie เรื่องอาการเจ็บของ John เขาโดนแทงที่ผับดังแห่งหนึ่งใน San Jose , California ซึ่ง Carlito Carribbien Cool กับบอดี้การ์ดเจ้า Jesus อยู่ในนั้นด้วย... Ed บอกผมว่า John ถูกแทงข้างหลังบริเวณไต ทำให้เขาต้องพักรักษาตัวอย่างน้อย 7 สัปดาห์ ผมไม่รู้สึกและไม่รับรู้แล้วว่าไอ้การรีบโยนเสื้อผ้าลงกระเป๋า กระทืบๆมันให้ปิดลง ก่อนจะตีตั๋วด่วนมาจนถึง California มันจะเสียเวลาเท่าไหร่? จะเสียเงินเกินความจำเป็นมั้ย? จะไม่มีเวลาพักผ่อนหรือเปล่า? ผมไม่สนแล้วหละครับ ผมลืมมันไปแล้ว... . . . ห้ามเยี่ยมนะครับ คนไข้ต้องพักผ่อน โธ่หมอ...ขอร้องเถอะ ให้ผมดูเค้า ซักนิดก็ยังดี ภายในสถานที่ที่มีแต่สีขาวสว่าง กลิ่นสะอาดจนแสบจมูก ผมซอยฝีเท้าตามทางกรอบสี่เหลี่ยมแนวยาว ส่งเสียงก๊อกๆเป็นจังหวะ สลับกับเสียงส้นรองเท้าของคุณหมอสะท้อนไปทั่ว จวนตัวแล้วผมเอื้อมมือคว้าหลังเสื้อกาวน์ที่คุณหมอสวมใส่ ทำเอาร่างเล็กๆนั้นถูกกระตุกจนเซถลา นะครับ...ขอแค่ดู ให้รู้ว่าเค้าไม่ได้เป็นอะไรมาก นะหมอนะ กราบหละนะ ไม่ได้จริงๆครับ ถ้าคุณอยากให้คนไข้หายเร็วๆ ก็อย่าเพิ่งกวนเค้าเลยนะครับ คุณหมอยกมือขึ้นดันกรอบแว่นให้เข้าที่ ก่อนจะยืนยันคำตอบเดิม นั่นทำให้ผมถึงกับคอตก ผมอยากเจอ John ... ทำไมไม่มีใครเข้าใจผมเลยนะ พอเถอะ Randy เสียงหนึ่งที่ดังขึ้นด้านหลัง และสัมผัสของมือหนักๆที่ไหล่ ทำให้ผมต้องหันกลับไปมอง นายกลับไปพักเถอะ ชั้นจะอยู่เอง ถ้าหมอให้เยี่ยมเมื่อไหร่จะโทรบอกนาย Eddie กล่าวด้วยสีหน้าหมองๆ เขาเองก็คงรู้สึกแย่ไม่แพ้ผมหรอก ก็ John น่ะหลานรักเขาเลยนี่หน่า คุณพักเถอะ Ed ผมจะอยู่รอเยี่ยม John เอง...นะ แต่......... เข้าใจผมหน่อยสิ คุณเองก็รู้ดีว่าผมมาเพื่ออะไร ให้ผมอยู่เถอะนะ Eddie ถอนหายใจยาว แล้วมองมาที่ผมอย่างเอือมๆในความดื้อรั้น แต่ในดวงตาคู่นั้นแฝงด้วยความเข้าใจ ผมมีเพื่อนไม่กี่คนใน Smackdown และหนึ่งในเล็กน้อยนั้นก็คือ Eddie แต่ John คงไม่อยากให้นายทำอย่างนี้ ผมไม่สนหรอกว่า John จะคิดยังไง ผมแค่อยากเจอเค้า เค้าก็ไม่อยากเจอผมก็ช่างเหอะ ชิ ! ......แกนี่นะ Randy ................จะรอก็รอ แต่ถ้าหมอให้เยี่ยมแล้วโทรบอกชั้นด้วยแล้วกัน จนในที่สุดเขาก็ยอมแพ้ . . . ผมนั่งจ้องนาฬิกาข้อมือของตัวเองที่เหมือนว่าเดินช้ากว่าปกติ Eddie กลับไปแล้ว เหลือแค่ผมที่นั่งอยู่บนม้านั่งยาวของโรงพยาบาล ทุกครั้งเลยตั้งแต่ยังเด็ก ช่วงเวลาที่ผมกระวนกระวายใจ อย่างในชั่วโมงคณิตศาสตร์ที่เกลียดแสนเกลียด เวลามักจะเดินไปช้าๆแบบนี้ และเวลาที่ผมมีความสุขกลับผ่านไปอย่างรวดเร็ว และน้อยครั้งเหลือเกินที่จะกลับมาอีกครั้ง เหมือนอย่างตอนนี้ ที่ผมมาอยู่ใกล้ๆ John ... คนที่ผมอยากเจอเสมอ อยากอยู่ใกล้ๆเขาตลอดเวลา แต่ก็ดันมีประตูบานใหญ่บานหนึ่งมากั้นผมกับเขา ไม่ให้ได้พบ ไม่ให้ได้รับรู้เลยว่าเขาเปลี่ยนไปยังไง เป็นอย่างไรบ้าง ระยะหลังมานี่เราไม่ค่อยได้ติดต่อกันเท่าเมื่อก่อน ผมเองก็ยุ่งเสียจนไม่ได้รับรู้ข่าวของเขา ยอมรับเลยว่าผมกำลังสนุกกับชีวิตมาก ส่วนเขาก็ไม่ใช่คนที่จะคอยโทรเช็คว่าผมเป็นอย่างไร เขานิ่ง ...จนบางครั้งผมคิดไปว่าเขาเกลียดผมด้วยซ้ำ ค่อยยังชั่วที่เขาทำให้ผมมั่นใจว่าถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้เกลียดผมแน่ๆ นายเป็นเพื่อนชั้น Randy นายมีชั้นเสมอ เสียงนี้ยังคงก้องอยู่ในสมอง เขาบอกผมก่อนที่ผมจะกดตัดสายโทรศัพท์จากเขา เมื่อหลายเดือนก่อน เขาไม่พูดอะไรเลยในขณะที่ผมเอาแต่เล่าเรื่องของตัวเอง และหลังจากนั้น ผมกับเขาก็ไม่ได้คุยกันอีกจนถึงตอนนี้ ใช่...ผมเป็นเพื่อนสนิทของเขา แต่เขาไม่ใช่เพื่อนสนิทของผม สำหรับเขา ผมเป็นเพื่อนรัก แต่สำหรับผม ผมรักเพื่อน รักเขามาก รักจนไม่อยากจะเป็นเพื่อนกับเขาอีกต่อไป เขาไม่รู้หรอกว่าผมคิดบ้าๆอยู่คนเดียวอย่างนี้ ถ้าเขารู้คงจะหัวเราะเสียงลั่นแน่ๆ ผมรู้ดีว่าเขาจะไม่มีวันรู้สึกอย่างผม ผมดูออก...และนั่นทำให้ผมพยายามลืมความรู้สึกนั้น ลืมมัน ห่างหาย จนละเลยไปในที่สุด หรือนี่อาจเป็นความผิดของผมกันแน่นะ? ที่ผมละเลย... ถ้าผมอยู่ใกล้ๆเขา ผมสาบานว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ถ้าผมไม่เห็นว่า RAW มันยิ่งใหญ่นักหนาและเป็นจุดที่ใครๆก็อยากยืนอยู่ ถ้าผมไม่ต้องการชัยชนะ ถ้าผมไม่เอาแต่เล่นสนุก ผมอาจจะย้ายมาที่ Smackdown และผมจะอยู่กับ John ทุกที่...ทุกที่ที่เขาไป ทุกสิ่งที่เขาทำผมจะรับรู้ ทุกอย่างที่เป็นเขา ผมจะปกป้องไว้ ไม่ให้เขาต้องเจ็บแบบนี้ ทำไมผมเพิ่งจะคิดได้กันนะ คิดได้ในตอนที่มันสายไปแล้ว มันสายไปแล้วใช่มั้ย John ... ชั้นไปยืนข้างๆนายไม่ได้ใช่มั้ย...ใช่มั้ย...... ร้องไห้อีกแล้ว... ผมหละทุเรศตัวเองซะจริง จะต้องมาเสียใจในเรื่องที่สายไปแล้วทุกทีเลย อย่างที่ Benoit บอก... ผมมันเด็กเกินไป ยังเด็กน้อยเกินไปจริงๆ . . . สี่ชั่วโมงผ่านไป...เหมือนสี่วัน ผมนั่งรอจนผล็อยหลับไปหลายรอบ แต่เพราะแสงไฟสว่างจ้า และเสียงเอะอะโครมครามเป็นบางครั้งคราว เวลามีคนไข้ผ่าตัดด่วนหรืออาจจะเป็นคนไข้ฉุกเฉิน แม้แต่ประชาสัมพันธ์ประกาศเลือดขาด ก็ทำให้ผมผวาตื่นทุกที จนในที่สุด ผมเห็นคุณหมอคนเดิมเดินมาพร้อมกับนางพยาบาล 2 คน คุณหมอยิ้มให้เมื่อเห็นผม ดวงตาเล็กๆของคุณหมอคล้ายพยายามปลอบโยน นั่นทำให้ผมมีความหวัง แต่ลึกๆแล้ว...ผมกังวลมากในคราวเดียว ห้าชั่วโมงแล้ว...ตั้งแต่ที่ผมเริ่มหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวนี้ เราไม่ได้เจอกันนานเท่าไหร่แล้ว นายจำได้มั้ย... นายเห็นชั้นครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่เหรอ John ... หกชั่วโมง ยังไม่มีวี่แววคุณหมอ นายเคยบอกว่านายคิดถึงชั้นบ้างหรือเปล่า? ชั้นไม่เคยได้ยินเลย... นายเคยบอกมั้ยว่านายรักชั้นบ้าง มันไม่แปลกหรอกนะที่เพื่อนจะบอกรักเพื่อน แต่นายก็ไม่เคยพูด... เจ็ดชั่วโมงครึ่ง......... ทั้งที่นายไม่เคยเลยซักครั้ง แล้วจะทิ้งชั้นไปแบบนี้เหรอ? นายจะไม่ออกมาเจอชั้นซักหน่อยเหรอ? ชั้นอุตส่าห์มาตั้งไกลนะ ไม่อยากเจอกันเลยหรือไง? แปดชั่วโมง................. ชั้นร้องไห้แล้วนะ...... ชั้นร้องไห้แล้ว.................. ไม่สนใจกันเลยเหรอ?? คุณคะ เสียงหนึ่งทำเอาผมสะดุ้ง จนต้องรีบปาดน้ำตา ผมไม่อยากให้ใครเห็นตอนผมร้องไห้หรอกนะ เกิดมาจนโตป่านนี้ ไม่เคยรู้สึกเหนื่อย และอ่อนแอเท่าตอนนี้เลยจริงๆ ผมเงยหน้าขึ้นเห็นร่างของหญิงสาวผมบลอนด์ หล่อนเป็นพยาบาล และเป็นหนึ่งในสองที่เดินเข้าไปในห้องฉุกเฉินพร้อมกับคุณหมอ ผมแสร้งยิ้มนิดๆให้เธอ ไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่หรอก...ก็คนกำลังร้องไห้ ถึงจะพยายามยิ้มเท่าไหร่มันก็เหยเกอยู่ดีนั่นหละ เราจะย้ายคนไข้ไปที่ห้องพักฟื้นนะคะ คุณเป็นญาติคนไข้ใช่มั้ยคะ? ถึงตอนนี้ เหมือนวิญญาณได้กลับเข้าร่าง ผมรีบลุกขึ้นยืนจนคุณพยาบาลพลอยตกใจไปด้วย เหมือนกับบางอย่างฉุดผมให้ยืนขึ้นได้ กลับมีเรี่ยวแรงและความหวังขึ้นมาอีกครั้ง ถ้าผมฟังไม่ผิด คุณพยาบาลบอกว่าจะย้าย John ไปที่ห้องพักฟื้น... หมายความว่า John ไม่เป็นไรแล้วใช่มั้ยครับ ! ผม..ผมไม่ใช่ญาติครับ แต่ผมเป็นเพื่อนสนิท อ้อ ! ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมสนิทกับเค้ามากที่สุดครับ ผมต้องทำอะไรบ้างครับเนี่ย? ต้องเซ็นอะไรมั้ย? หรือว่าต้องไปจ่ายเงิน? ผมต้องทำอะไรต่อไปครับ? พูดโพล่งออกไปเหมือนคนบ้า ยอมรับว่าไม่ได้ใช้สมองส่วนใดกลั่นกรองสิ่งที่พูดออกไปเลยแม้แต่น้อย อ้อ ค่ะๆๆ ไม่ต้องทำอะไรมากมายเลยค่ะ แค่ช่วยไปลงชื่อกับทางทะเบียนเรื่องห้องอีกทีนะคะ หล่อนยิ้มให้อย่างใจดี แต่ผมไม่มีเวลายิ้มตอบให้เธอหรอกครับ ไม่มีเวลารักษาน้ำใจใคร ลืมแม้แต่จะกล่าวขอบคุณเสียด้วยซ้ำ ยังไม่ทันจะสิ้นคำของคุณพยาบาลดีนัก ผมก็กลับหลังหันแล้วพุ่งตัวไปที่เค้าท์เตอร์ในชั้น 1 ของโรงพยาบาลทันที สิ่งที่ผมหวังที่สุดในตอนนี้ แค่เพียงได้พบ John เท่านั้น . . . ผมเอื้อมจับที่ลูกบิดประตูสีอะลูมิเนียม พลางถอนหายใจยาว ผมหมุกลูกบิดและผลักเพื่อเปิดมันออก ข้างหน้านั้น...ท้องฟ้าที่เคยมืดมิดเมื่อคืน ตอนนี้ฉายแสงเรืองๆ ให้ได้เห็นภายนอกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ ผมกระพริบตาถี่ๆเมื่อภาพเบื้องหน้ามัวพร่า ไม่ชัดเจน เตียงสีขาวสะอาด...... ถังออกซิเจนฉุกเฉินถูกเตรียมเอาไว้...... สายน้ำเกลือพาดระโยงระยาง...... ผมมองไล่ตามการเคลื่อนไหวนั้น สายใสๆลำเลียงหยดน้ำใสสะอาดบริสุทธิ์จากถุงน้ำเกลือ มาตามท่อเล็กๆของสายยาง มาสู่ข้อพับแขนที่ถูกแปะไว้ด้วยพลาสเตอร์สีขาว ผมจินตนาการเห็นปลายเข็มเรียวแหลม ทิ่มผ่านผิวหนังของคนคนหนึ่ง เขาจะเจ็บมากมั้ย? ทั้งหมดนี้...ความผิดใคร? John นอนกึ่งคว่ำบนเตียงพยาบาล นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นใบหน้าของเขา หลังจากที่เราไม่ได้พบกันมานานเหลือเกิน เปลือกตาคู่นั้นปิดสนิท ผิวขาวซีดไร้เลือดฝาด ชุดคนไข้สีขาวของโรงพยาบาลที่เขาสวมใส่ดูไม่คุ้นตา ถึงแม้มันทำให้เค้าดูผ่องพรรณเมื่อกระทบแสงแดดอ่อนๆของอาทิตย์ยามฟ้าสาง แต่มันดูเหมือนฝัน... ไม่ใช่โลกของมนุษย์ ผมก้าวเท้าช้าๆ ไม่อยากให้เกิดเสียงรบกวนเขา ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวตัวหนึ่งที่ข้างเตียง จับมือข้างหนึ่งที่พาดราบอยู่กับเตียงของเขา... มืออุ่นๆที่เคยขยี้ศีรษะของผม แต่นี้กลับเย็นเฉียบ จู่ๆน้ำตาก็รื้นที่คลองตาของผมอีกอย่างบอกไม่ถูก เกลียดน้ำตานี่จัง... มันทำให้ผมมองเห็นหน้าเขาไม่ชัดเอาซะเลย....... John . นายต้องหายเป็นปกตินะ John ชั้นยอมให้นายหัวเราะเยาะความรู้สึกชั้น ยังดีซะกว่านายนอนนิ่งไปแบบนี้ ชั้นจะไม่เถียงนายว่า Metallica เจ๋งกว่า Eminem และจะฟังเพลง Rap กับนาย ชั้นจะไม่ดื้อด้านพูดมากน่ารำคาญ จะเชื่อฟังนายทุกอย่าง จะเป็นเด็กดี............ ...ชั้นอยากเห็นตาสีฟ้าของนาย... ลืมตาเถอะนะ ชั้นคิดถึงนายจริงๆ ขอน้ำหน่อย...... หือ? เสียงใครน่ะ??? หิวน้ำ.................................. John!!!
To be Continued...
|
||
(C) 2005 DESTINY BY TONG |