หน่วยปราบปรามยาเสพติดสหรัฐกล่าวว่าการค้ายาเสพติด
อะซา ฮัทชินสัน
ผู้บริหารสำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐ
(ดีอีเอ) กล่าวในการให้ปากคำ
ต่อคณะกรรมาธิการ
สภาคองเกรสว่าด้วยการดำเนินคดีความและนโยบายด้านยาเสพติดเมื่อ
วันที่ 3 ตุลาคม
ศกนี้ว่า
กลุ่มปกครองทาลิบัน
ของอัฟกานิสถานมีอิทธิพล
อย่างสูงในการควบคุมการปลูก
และจัดจำหน่ายพืชฝิ่นของประเทศ
รวมทั้งในการค้าเฮโรอีนที่ได้จากฝิ่น
วิลเลียม บัค
เจ้าหน้าที่สำนักกิจการยาเสพติดระหว่างประเทศและการปราบปราม
ในสังกัด
กระทรวงการต่างประเทศ
สหรัฐ กล่าวต่อคณะกรรมาธิการฯ
ว่า ข้อมูลการข่าวของกระทรวงการต่างประเทศ
ว่าด้วยการค้ายาเสพติด
ในภูมิภาคชี้ว่า
กลุ่มทาลิบันมีรายได้อย่างน้อย
40 ล้านดอลลาร์
จากการเรียก
เก็บภาษีพืชฝิ่น
แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
มาร์ค เซาเดอร์
และสมาชิกสภา
ผู้แทนราษฎร
เอลิจาห์
อี. คัมมิงส์
ซึ่งเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการฯ
ทั้งคู่ ชี้ว่าทาลิบัน
มีรายได้ จากการนี้สูงถึง
50 ล้านดอลลาร์
เจ้าหน้าที่ของสำนักงานปราบปรามยาเสพติดและกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่าพวกตนไม่มี
หลักฐานที่แน่ชัดที่จะโยงเงินกำไรจากการค้ายาเสพติดกับนายโอซามา
บิน ลาเด็น
ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นหัวหน้าผู้ก่อการร้าย
หรือกับเครือข่ายก่อการร้าย
"อัล เคดา"
ของเขา บัคกล่าวว่า
"ถึงแม้ว่าเราจะไม่มีหลักฐาน
ที่แน่ชัดที่โยง
นักค้ายาเสพติด
กับผู้ก่อการร้าย
ในอัฟกานิสถานโดยตรง
แต่ความรับผิดชอบของทาลิบันนั้นชัดเจน
โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึง
ข้อเท็จจริงที่ว่า
ในทางพฤตินัยนั้นทาลิบัน
ครอบครองเนื้อที่
ในประเทศ
ถึงร้อยละ 90"
นายฮัทชินสัน
ผู้บริหารสำนักงานปราบปรามยาเสพติด
ยังแสดงความมั่นใจเกี่ยวกับสาย
โยงใยระหว่างยาเสพติด
กับการก่อการร้ายในอัฟกานิสถาน
เขากล่าวว่า
"การจัดหาแหล่งกบดาน
ให้กับบิน
ลาดิน เป็นผลมาจากการที่ทาลิบันให้การสนับสนุนการค้ายาเสพติด
ความเกี่ยวข้อง
อันนี้ แสดงถึงความสัมพันธ์แบบน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าที่อันตราย"
เครือข่ายระหว่างนักค้ายาเสพติดกับขบวนการก่อการร้ายได้ดึงดูดความสนใจของหน่วยงานปราบปราม
ระหว่างประเทศในระยะหลายปีที่ผ่านมา
บัคกล่าวว่าความวิตกกังวล
ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ
เกี่ยวกับแนวโน้มดังกล่าว
"เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ"
หลังจากเกิดกรณีก่อการร้าย
ในสหรัฐเมื่อ
วันที่ 11 กันยายน
ที่ผ่านมา
บิน ลาเด็น
และเครือข่ายอัลเคดา
คือผู้ต้องสงสัยหลัก
ในการจี้เครื่องบินพาณิชย์
4 ลำ ซึ่งในเวลาต่อมาได้พุ่ง
เข้าชนอาคารในนครนิวยอร์ก
และกรุงวอชิงตัน
และตก ในในรัฐเพ็นน์ซิลเวเนีย
ฮัทชินสันกล่าวในแถลงการณ์ที่เตรียมไว้แถลงว่า
"ระดับผลกำไรจากยาเสพติด
ที่นำไปใช้สนับสนุน
กิจการก่อการร้าย
รวมทั้งขอบเขต
ที่องค์กรทั้งสอง
จะต้องพึ่งพาแหล่ง
หรือระบบฟอกเงิน
และลักลอบขนถ่ายเงิน
เดียวกัน
เป็นเรื่องที่
ทางสำนักงานปราบปราม
ยาเสพติดสหรัฐวิตกกังวล
มากที่สุด" ฮัทชินสันกล่าวว่า
"ในปัจจุบัน
ในกลุ่ม (ผู้ค้ายาเสพติด)
เราได้เห็นการรวมตัว
ของอาชญากรรมที่
ดำเนินการ
แบบองค์กรจัดตั้งและการก่อการร้ายข้ามชาติ.
. .
แม้ว่าทางสำนักงาน
ปราบปรามยาเสพติดสหรัฐจะไม่ได้มุ่งเป้าความสนใจไปที่ผู้ก่อการร้ายโดยตรง
แต่เราก็สามารถทำได้
และจะมุ่งติดตามจับกุม
นักค้ายาเสพติด
ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
กับกิจกรรมก่อการร้าย
ไม่ว่าที่ไหนก็ตามในโลกที่เราจะติดตามหาได้"
นายมาร์ค เซาเดอร์
ประธานคณะอนุกรรมการ
เรียกการวมตัวกัน
ของนักค้ายาเสพติด
กับผู้ก่อการร้าย
ว่าเป็น
"การรวมพลังมืด"
ข้อมูลการข่าว
ระหว่างประเทศชี้ว่า
มีความสัมพันธ์ดังกล่าวอยู่จริง
ระหว่างกลุ่มกบฏ
และนักค้ายาเสพติดในโคลัมเบีย
เปรู และพม่า ฮัทชินสันได้มอบใบเสร็จรับเงินฉบับหนึ่งให้แก่คณะกรรมาธิการโดยกล่าวว่า
เอกสาร ดังกล่าวเป็นหลักฐานที่แสดงว่าทางการทาลิบันจัดเก็บภาษีผลผลิตฝิ่นอย่างเป็นระบบ
ผู้บริหารสำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐยังได้ยื่นเสนอข้อมูลซึ่งแสดงการเพิ่มขึ้น
อย่างต่อเนื่องของผลผลิตฝิ่นและพื้นที่เพาะปลูกฝิ่นในอัฟกานิสถานตลอดช่วงทศวรรษ
ที่เริ่มต้นด้วย
พ.ศ.2533 อย่างไรก็ตาม
มาในปี พ.ศ. 2543 ทางการทาลิบันได้ออกคำสั่งห้ามการปลูกฝิ่น
ต่อมาโครงการควบคุม
ยาเสพติดแห่งสหประชาติ
ออกมาประกาศว่าความพยายามดังกล่าวสัมฤทธิ์ผล
และได้มี
การต่ออายุ คำสั่งห้ามปลูกฝิ่นมาถึง
พ.ศ. 2544 แต่ฮัทชินสันตั้งข้อกังขาว่าในการดำเนินมาตรการดังกล่าว
ทางการทาลิบันมุ่งมั่น
ที่จะลดปัญหาการลักลอบค้ายาเสพติดจริงหรือไม่
ถ้าการเพาะปลูกฝิ่นลดลง
ปริมาณเฮโรอีนในเขตเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ก็น่าจะลดลงด้วย
แต่ฮัทชินสันกล่าวว่า
การณ์กลับไม่เป็นอย่างนั้น
เขาชี้ว่าทาลิบันอาจ
กักตุนผลผลิตฝิ่น
ของปีก่อนๆ
เอาไว้ขายในอนาคต
และขณะนี้พยายาม
ผลักดัน
ราคาฝิ่น ในภูมิภาค
ให้สูงขึ้น
ด้วยการควบคุม
อุปทาน บัครายงานถึงการดำเนินความร่วมมือระหว่างประเทศที่สำคัญในการปราบปรามผล
ผลิตฝิ่นของ
อัฟกานิสถาน
ด้วยกระบวนการทางการทูตซึ่งเขาเรียกว่า
"หกบวกสอง" ซึ่งประเทศที่
เข้าร่วมประกอบ
ด้วย สหรัฐ
รัสเซีย
และอีก 6 ประเทศที่มีเขตแดนติดกับอัฟกานิสถาน
ได้แก่
อิหร่าน
ปากีสถาน จีน เติร์กเมนิสถาน
ทาจิกิสถาน
และอุสเบกิสถาน
เขากล่าวว่าประเทศ
ทั้งหมดนี้
ได้รับผลกระทบ
จากการค้ายาเสพติดของอัฟกานิสถาน
และมีจำนวนผู้ติดยาเสพติดเพิ่มขึ้น
เขากล่าวชมเชย
อิหร่านที่ได้ทำการปราบปราม
เส้นทางลำเลียงยาเสพติดในประเทศ
จนสามารถจับกุม
และยึดยาเสพติดได้เป็นจำนวนมาก