เราเล่าเรื่อง | กลับไปContent | ไปหน้าบ้าน

หน้าห้องผ่าตัด

วันและคืนแต่ละวันแต่ละคืนที่หมุนผ่านมีทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี เกิดขึ้นแล้วก็แตกดับสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปอย่างนี้ทุกเมื่อเชื่อวัน

เช้าวันนี้วันที่อากาศครึ้มซึมเซา ฝนเพิ่งหยุดตกได้ไม่นาน มองไปทางไหน ก็ชื้นแฉะด้วยร่องรอยแห่งสายฝนที่สาดกระหน่ำ.......

ฉันนั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลประจำจังหวัดเล็กๆแห่งหนึ่ง ใบนัดเขียนบอกไว้ว่าให้มาถึงโรงพยาบาล 8.30 น. ฉันมาถึงตรงเวลา วันนี้ฉันต้องผ่าตัดเอาก้อนเนื้อที่เป็นส่วนเกินออกจากร่างกาย ก่อนหน้านี้ฉันมารับการตรวจจากคุณหมอผู้ซึ่งจะเป็นผู้ผ่าตัดให้ฉันในวันนี้ คุณหมอผู้นี้เป็นคุณหมอซึ่งเจ้าหน้าที่ห้องพยาบาลของบริษัทแนะนำให้ฉันมาเข้ารับการรักษาจากเธอ

คุณหมอผู้หญิงคนนี้ ทำให้ฉันรู้สึกและซาบซึ้งกับความเสียสละของบุคคลที่อยู่ในอาชีพ"แพทย์"อย่างมาก ตลอดบ่ายที่คุณหมอต้องตรวจคนไข้คนแล้ว คนเล่า ต้องพูดต้องอธิบายสาเหตุอาการต่างๆของโรค และให้คำแนะนำในการปฏิบัติตนของคนไข้

แม้ว่าฉันจะต้องรอคิวอยู่นาน สถานที่ของโรงพยาบาลรัฐก็ไม่ได้ใหญ่โต โอ่อ่า หรูหรา เหมือนกับโรงพยาบาลเอกชนที่เคยใช้บริการ อากาศร้อน ความเย็นจากพัดลมกระจายไปไม่ทั่วถึงกับจำนวนผู้ป่วยและญาติ แม้จะมีเจ้าหน้าที่ให้บริการไม่มาก แต่ฉันก็สังเกตว่าเจ้าหน้าที่ทุกคน ตั้งใจและพยายามรับผิดชอบงานของตัวเองเป็นอย่างดี....นั่นเป็นความรู้สึกในบ่ายวันนั้น

ชุดคนไข้ที่ยังมีกลิ่นอับๆ เจ้าหน้าที่ในห้องผ่าตัดแต่งกายชุดเขียว หลายคนอายุมากทีเดียว ฉันนึกไปถึงภาพหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ฝังใจว่าคงจะคอยแต่จะดุและใส่อารมณ์กับคนไข้ที่งกๆเงิ่นๆ หลายๆคนสภาพมอมแมม เสื้อผ้าที่ใส่ก็ดูเก่าๆ รองเท้าแตะ ฝ่าเท้าหยาบกร้าน เขาคงเป็นชาวไร่ชาวสวนในละแวกนี้ ซึ่งคิดว่าโรงพยาบาลของรัฐคงจะไม่เอาเปรียบค่ารักษาพยาบาล กับพวกเขามากเกินไปนัก

ก่อนถูกเรียกตัวเข้าห้องผ่าตัดฉันต้องนั่งรออยู่นาน คนไข้เด็กๆหลายคน มาเข้าคิวรอ...ด้วยกัน น่าสงสาร ตัวแค่นี้เอง ก็ต้องเผชิญกับคำว่า เจ็บป่วย เสียแล้ว ระหว่างที่รอ คนแล้วคนเล่า ก็ยังไม่ถึงคิวของตัวเองเสียที เก้าอี้นั่งรอก็เป็นเก้าอี้ไม้แข็งไม่ได้บุนวมนุ่มหนา..สบาย เหมือนกับโรงพยาบาลเอกชน ถามตัวเองว่าทำไมเราต้องมานั่งรอ และ นาน ขนาดนี้ เราสามารถไปโรงพยาบาลเอกชน ที่เราจะได้รับความสะดวก สบาย มากกว่านี้ ทันใดฉันก็ฉุกใจคิดขึ้นได้ว่า คนที่ป่วยไข้ทุกคนก็อยากคิดแบบนี้ด้วยกันทั้งนั้นแหละ ใครบ้างล่ะที่จะไม่อยากได้รับอภิสิทธิ์และการรักษาที่ดีเลิศ แต่ถ้าฉันรักษาที่นี่ ค่าใช้จ่ายด้านรักษาพยาบาลของบริษัทที่เป็นสวัสดิการให้พนักงานก็จะถูกลงด้วย ถ้าพนักงานทุกคนคิดถึงแต่ความสะดวกสบาย ชื่อเสียงของโรงพยาบาล บริษัทคงต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายตรงนี้มหาศาลทีเดียวในแต่ละปี

การผ่าตัดผ่านไปด้วยดี พร้อมกับเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นอีกเรื่องหนึ่งในใจของฉันในเช้าวันนี้ การดูแลเอาใจใส่ การพูดจาที่เป็นมิตร ทำให้ห้วงเวลาในห้องผ่าตัดของฉันมีคุณค่าขึ้น แม้จะเป็นโรงพยาบาลรัฐฯ เครื่องไม้เครื่องมือไม่เพรียบพร้อม แต่นั่นหาใช่เรื่องสำคัญมากไปกว่า การที่ฉันได้เห็นภาพของคุณหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ระดับต่างๆ ตั้งใจและรับผิดชอบภาระงานการรักษาที่มากมายเหลือเกินในแต่ละวัน คนไข้บนเตียงรถเข็นผ่านเข้าออกมากมาย นั่นหมายถึงความรับผิดชอบที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องหลีกเลี่ยงไม่ได้

ฉันนึกในใจว่าทำไมคุณหมอหรือเจ้าหน้าที่เหล่านี้จึงไม่คิดไปอยู่โรงพยาบาลเอกชน หรือเปิดคลีนิค ที่จะทำให้มีรายได้มากกว่าแค่การเป็นหมอประจำอยู่ในโรงพยาบาล....ฉันขอบคุณคำว่า "เสียสละ" ที่มีอยู่ในหัวใจ ของผู้คนเหล่านี้จริงๆ และคำๆนี้นี่เองที่ทำให้ฉันและคนอื่นๆได้รับความรู้สึกที่ดีกลับออกไปจากโรงพยาบาลด้วยเช่นกัน


ข้อเขียนชิ้นนี้ขอมอบให้ คุณหมอภัทรวรรณและเจ้าหน้าที่ห้องผ่าตัดทุกคนของโรงพยาบาลระยอง

สวิริญช์ 3 พฤษภาคม 2544

Hosted by www.Geocities.ws

1