|
|
|

|
จับ ๆ ๆ ๆ แล้วก็จับ คราวนี้แมงโม้มาแปลก
หายหน้าหายตาไปนาน
แล้วก็โผล่มาด้วยเรื่องจับๆ
ที่นำเรื่องจับๆ
มาเล่าแจ้งแถลงไข
ก็เพราะแมงโม้เห็นว่าชีวิตเราๆ
ท่านๆ
ในแต่ละวันก็ไม่ได้ห่างไกลปืน
เที่ยงกับคำว่าจับ
จะจับน้อย จับบ่อย
จับถี่ๆ ก็ตามแต่
หรือจะหันหน้าหันหลังหันรีหันขวางถ่างไป
แกว่ง
มา ก็ไม่พ้นไอ้คำว่าจับไปได้แฮะ..
ยกตัวอย่าง เป็นนักมวยก็ต้องใส่กระจับขึ้นชก
เผลอลืมใส่โดนตีเข่า
เข้าตรงจุดห้ามจับ
เป็นโดนลมจับชักตาตั้งได้ง่ายๆ
หิวๆ
ก็เล่นขนมจีนน้ำยาสักจับสองจับ
ให้สบายพุง
ปลิ้นก็ดีใช่ย่อย เมื่อไม่กี่วันมานี้คุณป้าข้างบ้านแมงโม้ก็ได้พบประสบการณ์กับคำว่าจับเข้าเต็มๆ
แกโดน
ตำรวจจับโทษฐานไม่ส่งเสริมหวยรัฐบาล
ก็สารพัดสารพันจะจับกันละจ๊ะ
อย่างน้อยสุดก็ต้องหยิบๆจับๆ
กันมั่งแหละ
ตราบใดที่ยังมีมือสองข้างไว้ให้หยิบให้จับ
สำหรับแมงโม้เองก็ฝันหวานทุกวี่ทุกวัน
ว่าได้
จับ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วไม่มีสิทธิ์จะได้จับ
( แล้วอะไรกันหว่า...ที่อยากจับ
) |
|
แฮ่ะ ๆ..เผลอไม่ได้เป็นนอกเรื่อง
มาเข้าประเด็นตรงเด่กันดีกว่า จับ
ที่นักเลี้ยงปลาอย่างเราๆ
ต้อง
ได้จับแน่ๆ ก็คือ
จับปลาคาร์พยังไงล่ะท่าน
แล้วทำไมต้องไปจับ
มันอยู่ดีๆ
ของมันอยู่แล้วแมงโม้มาชวน
มั่วซั่วให้ไปจับมันทำกระบักกระบวยอะไร
เอาเหอะน่า.. อย่าสงสัยให้มากเรื่องหมอความ
เชื่อผู้มีประ
สบการณ์อย่างแมงโม้แล้วไม่ผิดหวัง
ถ้าตราบใดที่ท่านยังเลี้ยงปลาไว้ในบ่อ
ต้องมีโอกาสได้จับมันสักวัน
เป็นแน่แท้ไม่มีเทียม
โอกาสไหนบ้างที่ต้องจับปลา...
แมงโม้ยกตัวอย่างให้ฟังพอเป็นกระสัยหายกระสัน
ปลาป่วยก็ต้อง
จับมาฉีดมาทายา ปลาออกมาเดินเล่นนอกบ่อก็ต้องจับเข้าบ่อ
หรือเกิดสงสัยขึ้นมาว่า
ปลาที่เลี้ยงไว้เป็น
ปลาหนุ่มหรือปลาสาว
ก็ต้องจับขึ้นมาพิสูจน์กันให้รู้แล้วรู้แรดไป
จะเปลี่ยนถ่ายย้ายบ่อก็หนีไม่พ้นต้องจับ
เห็นหรือยังว่ายังไงก็หนีไม่พ้นการ
จับ และ ณ.ที่นี้
แมงโม้ก็เลยฉวยโอกาสมาเม้าท์แตกสนองตัณหาปาก
ในหัวข้อการจับปลาอย่างถูกต้องตามยุทธวิธี
ให้กับผู้ที่อ่อนด้อยน้อยประสบการณ์ได้นำไปใช้
สำหรับผู้
เชี่ยวชาญชำนาญกระบวนยุทธแล้ว
จะแกล้งทำเป็นซื่อบื้อไม่รู้เข้ามาอ่านก็ไม่ว่ากัน |
 |
|
|
|
จำเป็นมากมั้ยล่ะ
ที่จะต้องจับอย่างถูกวิธี
จำเป็นแน่ขืนเฟอะฟะสุ่มสี่สุ่มหก
บังคับขืนใจจับแบบแม่ค้า
ขายปลาช่อนในตลาดสด
เจ้าคาร์พแสนรักของท่านอาจจะพิกลพิการ
เสียทรงเช้งกะเด๊ะได้ง่ายๆ
เชียว
นา หรือไม่ก็ถ้าปลาตัวนั้นมันใหญ่ขนาดไซต์จั้มโบ้
ถ้าจับไม่ถูกวิธีมันเกิดหงุดหงิดต๊กกะใจขึ้นมาฟาดหาง
ใส่แบบไอ้เข้ ( ไอ้คาร์พฟาดหาง
)
อาจถึงขั้นชักตาตั้งได้ง่ายๆ
มองดูเผินๆ ก็ดูหมูๆ
ไม่น่าจะยุ่งยาก
แมงโม้หาเรื่องฝอยให้มันดูยุ่งยากไปเองหรือปล่าว
ไม่ใช่แน่
นอน.. ปลาคาร์พก็คือปลาคาร์พวันยังค่ำ
จะอยู่นิ่งให้หยิบจับเหมือนปลากระป๋องตราสามแม่ครัวเป็นไม่มี
อ้อ..
มีประสบการณ์มาเล่าให้ฟังอีกนิด
แมงโม้เคยไปเดินที่จตุจักร
เจ้าคาร์พตัวแสบโดดออกจากอ่างมา
ชักดิ้นกระแด่วๆ
ต่อหน้าต่อตา สาวๆ
ที่ยืนอยู่แถวนั้นวี๊ดว้ายกระตู้วู๊กันใหญ่
เจ้าคาร์พก็ยิ่งดิ้นเอาๆ
เรียก
ร้องความสนใจ
กะจะให้มือนุ่มๆ
ของสาวๆมาประคองลงอ่าง
แต่งานนี้คิดผิด
ไม่มีสาวคนไหนมาจับสัก
คน
สุดท้ายดิ้นตกท่อระบายน้ำกลับบ้านเก่าไปเลย
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ปลาหมอตายเพราะปากฉัน
ใด ปลาคาร์พก็ต้องมาตายด้วยความขี้หลีฉันนั้น... |

|
|
|

|
จับปลาอย่างไรล่ะ..ถึงเป็นการจับอย่างถูกวิธี
เอ้ามาเริ่มต้นกัน
ถ้าวันหนึ่งวันใดคุณมีความจำเป็น
ต้องย้ายปลาจากบ่อ
หลังจากที่ไล่ฟาดฟันไล่ช้อนไล่ต้อนจนเข้ากระชอนได้แล้ว
ทำอย่างไรจะจับมัน
ใส่กาละมังได้อย่างว่าว่านอนสอนง่ายไม่ดื้อดึง
ไม่ยากอันดับแรกที่ต้องรู้คือ
การจับปลาไม่ให้ดิ้นเรา
ต้องรู้จุดตายจุดบอดของมันก่อนแล้วทำการจี้จุดซะแบบหนังจีนกำลังภายในเคยดูหรือปล่าว
สาธุชน
โปรดสดับรับฟัง
ปลาคาร์พมีจุดบอดจุดตายอยู่สองตำแหน่งถ้าจับให้ถูกวิธีแล้วมันจะไม่ดิ้น
หรือดิ้น
ก็ไม่ได้ดังใจโก๋
เราจะฉกฉวยโอกาสอันงามช่วงนี้แหละ
ยกโยกย้ายมันได้อย่างสบายมือ
จุดหรือตำ
แหน่งทั้งสองที่แมงโม้กล่าวถึงก็คือ
1.ที่ครีบอกทั้งสองข้างถ้าเปรียบไปแล้วมันก็เหมือนกับไม้พายของเรือ
ถ้าขาดไปซะแล้ว
เรือรบ
ก็กลายเป็นเรือกระดาษได้เหมือนกัน
ถ้าจับอย่างถูกวิธีเจ้าคาร์พสิ้นฤิทธิ์ไปครึ่งหนึ่งแล้ว
2.ช่วงล่างของลำตัวบริเวณใต้ท้องแถวรูทวาร
ถ้าเปรียบครีบอกเป็นแขน
ตรงนี้ก็ต้องถือเป็นขา
แขนขาไม่มีซะแล้ว
มันก็บ้อท่า...ราคาคุย |
|
จับอย่างไรล่ะ..ถึงจะชงัด
เอามือลูบๆ คลำๆ จี้ๆ
ไชๆ ก็ใช่ที่ เจ้าคาร์พก็คงได้แต่จั๊กกะจี๋เคลิบเคลิ้มเท่านั้นเอง
หลักการบานบุรีมีดังนี้
ฟังแมงโม้ฝอย
แล้วจินตนาการตาม
ถ้าคุณเป็นคนถนัดขวาให้เอามือซ้ายล็อคครีบอก
มือขวาจับใต้ท้อง
แต่ถ้าคนเป็นคนถนัดซ้ายก็ให้ทำกลับกัน
การใช้มือล็อคครีบอกทำดังนี้
ใช้ฝ่ามือสอดประคองใต้ส่วนหัว
ใช้นิ้วหัวแม่มือเป็นตัวล็อคบังคับไม่ให้ครับอกสะบัดไปมาได้สะดวก
เช่นเดียวกันนิ้ว
นิ้วทั้งสี่ที่เหลืออยู่
ก็ใช้ล็อคครีบอีกด้านหนึ่งเหมือนกัน
อาจจะให้ครีบอยู่ในระหว่างนิ้วมือ
หรือใช้นิ้วมือบังคับให้ครีบราบสนิทติดลำตัวก็ได้เหมือนกัน
ตาม
แต่ถนัดและจังหวะที่จับได้
สรุปก็คือไม่ต้องการให้ปลาใช้ครีบอกได้สะดวก
เพราะว่าการที่ปลาสามารถแหวกว่ายพรุ่งตัวไปข้างหน้าหรือสะบัดตัวไปมา
แรง
ส่วนหนึ่งเกิดจากครีบอกนี่เอง
จัดการแขนไปแล้วทีนี้มาจัดการขากันต่อ
ขาที่ว่าก็คือส่วนหาง
ให้ใช้มือขวาสอดใต้ท้องค่อนไปทางหางแถวๆรูทวาร
อาจจะสงสัยว่าทำไมไม่จับที่
หางเลย
ทำอย่างนั้นไม่ได้
หางปลาเป็นจุดกำเนิดแรง
แรงถูกส่งมาที่ลำตัว
การที่เราต้องนำมือไปที่ลำตัวบริเวณใต้ท้องก็คือการถ่ายทอดแรงมาสู่มือเรา
เป็น
การลดแรงสะบัดของปลาโดยตรง
ถ้าไม่เชื่อแมงโม้ลองจับที่หางเลยก็ได้
ปลามันจะดิ้นสะบัดแพร่ดๆ
จนจับไม่ไหวเชียวแหละ
ข้อสำคัญอีกอย่างที่เราต้องจับ
ตรงนี้คือเป็นการช่วยประคองลำตัวของปลาไม่ให้กระดูกหักหรือคด
เพราะน้ำหนักของตัวปลาเองที่กดทับลงมาในจังหวะที่เรายกปลาขึ้นเหนือน้ำ
ลองนึกภาพ
ปลาขนาดไซต์ 6 ไซต์ 7
น้ำหนักตัวขนาดไหน
ถ้าไม่เอามือจับประคองใต้ท้องไว้
เวลายกขึ้นเหนือน้ำปลาอาจจะกระดูกบิดเบี้ยวเป็นรถคัตซีงอ
ซี้แหงแก๋...
ไม่ยากอย่างที่คิด...
ลองสักครั้งสองครั้งก็คล่องแล้ว
ของอย่างนี้ไม่มีใครเป็นมาแต่กำเนิด
จำหลักง่ายๆ ขวาล็อคครีบ
ซ้ายบีบท้อง
บีบหรือจับแบบ
ประคองๆ นะจ๊ะ
อย่าถึงกับให้เจ้าคาร์พหน้าแดงหน้าเขียว
นึกถึงตัวเองเวลาโดนบีบแถวๆ
นั้นมั่งก็แล้วกันว่าสุดสยองขนาดไหน
แค่คิดก็เจี๋ยว.. แล้ววุ๊ยส์
|
|

มือขวาสอดใต้ส่วนหัว
ใช้นิ้วหัวแม่มือล็อคครีบไว้
ส่วน
มือซ้ายสอดใต้ท้องประคองลำตัว
ป้องกันกระดูกปลาหัก

สังเกตุที่นิ้วหัวแม่มือดูกันชัดๆ
ล็อคที่ครีบอก
ป้องกันไม่ให้ปลาสะบัดครีบได้ถนัด
|
แมงโม้มีเกล็ดเล็กเกล็ดน้อยมาเสริมอีกนิด
สำหรับการจับปลาในกรณีต่างๆ
กัน
เพราะว่าใน
บางครั้งอาจจะไม่ได้จับปลาจากบ่อหนึ่งไปยังบ่อหนึ่งโดยตรง
ถ้าจับปลาจากกระชอนใส่ถุง
เมื่อช้อนปลาได้แล้วให้เอากระชอนเข้ามาใกล้ตัว
อยู่ในตำแหน่ง
ที่ถนัดไม่เก้ๆ
กังๆ
หัวทิ่มหัวตำตกบ่อ
ให้เอาถุงไปรออยู่ปากกระชอนเลยยิ่งดี
ในถุงใส่น้ำรอไว้ด้วย
อย่ายกปากถุงสูงกว่ากระชอนจะจับปลาใส่ลำบาก
โปรดจงรู้ว่าถึงแม้เราจะจับปลาถูกวิธี
ปลาไม่ดิ้น
ไม่สะบัดตัว
แต่นั่นก็เป็นเพียงชั่วระยะเวลาจิ๊บจ๊อยไม่นานนัก
นอกเสียจากว่าเจ้าปลาตัวนั้นมันดัน
นอนหลับ
ฉะนั้นจะมาเอ้อระเหยลอยชาย
ผิวปากหวีดหวิวจุ๊กกรู๊สบายใจเฉิบไม่ได้
ต้องให้รวดเร็ว
แม่นยำที่สุด
และควรจะสองคนสองแรงแข็งขันช่วยกัน
คนหนึ่งถือถุง
คนหนึ่งจับใส่
ถ้าเล่นบท
ศิลปินเดี่ยว
มือหนึ่งจับถุงมือหนึ่งจับปลาจะยุ่งยากอีรุงตุงนัง
นอกเสียจากว่าเป็นผู้ชำนาญการผ่าน
สมรภูมิรบมาอย่างโชกโชน
อย่างผู้ค้าที่เค้าจับอยู่ทุกวี่ทุกวัน
จับจากถุงลงบ่อ
ก็ยกถุงเทลงไปเลยก็สิ้นเรื่อง
ง่ายไป.. เพราะว่าบางครั้งเราก็ไม่อยากให้น้ำที่
อยู่ในถุงลงไปในบ่อด้วย
โดยเฉพาะกรณีที่ไปซื้อปลาจากที่อื่นมา
ซึ่งเราไม่แน่ใจว่าจะนำเชื้อโรค
อันไม่พึงปราถนาเป็นโปรโมทชั่นพิเศษแถมมาด้วยหรือปล่าว
แมงโม้แนะนำให้ทำความสะอาดถุง
ปลาด้านนอกเอาน้ำฉีดสักหน่อย
แล้วก็นำถุงลงไปแล้วก็แกะปล่อยปลาในบ่อนั่นแหละ
เกิดผิดพลาด
อะไรขึ้นมามันก็ยังตกลงไปในบ่อ
ถ้าอยู่นอกบ่อมันก็จะหัวโหม่งพื้นพสุธา
บวมปูดเป็นลูกมะกรูด
ต้องควักกระเป๋าเสียเงิน
ซื้อยาหม่องตราลิงถือลูกหมูมาถูนวดกันละ
ต่อท้ายอีกนิด หมุนปลา
ไม่รู้ว่าเคยเห็นกันทุกท่านหรือปล่าว
มือใหม่ที่ไปพบเห็นอาจจะ
งงเต็ก เอ๊ะ..ถึงขั้นเล่นมนต์ดำไสยศาสตร์กำกับคาถากันเลยเชียวเหรอ...
ไม่ใช่อย่างนั้น
เค้าเพียง
แต่หมุนให้ปลางง...เวียนหัว
เวลาจับมันจะอยู่นิ่งนานขึ้น
เป็นลีลาลวดลายที่มืออาชีพเค้านิยมทำ
กัน
เหมาะสำหรับย้ายปลาจากบ่อหนึ่งไปยังบ่อหนึ่งซึ่งห่างกัน
ถ้าเป็นมือใหม่แนะนำให้จับใส่กา
ละมังแล้วยกไป
อย่าเลียนแบบดาราดังโดยไม่จำเป็นพลาดขึ้นมาแล้วจะสะอื้น
อีกอย่างเค้ามักใช้
มักทำกับปลาที่ราคาแพง
เรียกว่ากันเหนียวงานนี้พลาดไม่ได้
อ้อ..ลืมบอกวิธีหมุนปลา
ให้จับตรง
หัวและที่โคนหางหมุนสักรอบสองรอบพอแล้ว
ถ้ามากกว่านั้นเดี๋ยวมันจะเวียนหัวตายซะก่อน |
|
|
|
แมงโม้หวังว่าที่เพื่อนๆ
ทนถ่างลูกกะตาอ่านตั้งแต่ต้นจนอวสานนี่
คงได้ความรู้เล็กๆน้อยๆ
ไปใช้ให้เป็นประโยชน์กันบ้างในกรณีจำเป็น
แต่อย่างไรก็ตาม
คงต้องบอกฝากตบตูดตบท้ายว่าไม่ควรอย่างยิ่งที่จับปลาโดยไม่จำเป็น
ไม่ใช่ว่าเหงาเซ็งไม่มีอะไรทำ
จับปลาเล่นดีกว่า
อย่าติ๊งต๊องถึงขนาดนั้น
การจับปลาในแต่ละ
ครั้งมักจะมีผลเสีย เช่นเกล็ดหลุด สีถลอกตามมาเสมอละจ๊ะ
บ๊าย..บาย
ถ้าแมงโม้ไม่โดนเชื้อโรคแอนสะแทกบ้าบออะไรของโก๋บินลาเดน
เล่นงานม้วยมรณาไปซะ
ก่อน
โอกาสหน้าฟ้าใหม่จะมาฝอยให้ฟังอีก
|
|
 |