
Econ Hong4
::::: Economics :::::
นโยบายระหว่างประเทศ
นโยบายการค้าระหว่างประเทศ คือ นโยบายที่แต่ละประเทศใช้ในการนำสินค้าเข้า และส่งสินค้าออก ซึ่งอาจแบ่งออกได้เป็น นโยบายแบบเสรี และ นโยบายแบบคุ้มกัน
นโยบายการค้าแบบเสรี ![]()
เป็นนโยบายที่จะส่งเสริมให้ประเทศต่างๆ นำสินค้ามาทำการค้าขายระหว่างกันอย่าง เสรี โดยปราศจากข้อจำกัดใดๆ ประเทศที่จะถือนโยบายการค้าโดยเสรีจะต้องอยู่ในเงื่อนไข ดังนี้
1. ต้องดำเนินการผลิตตามหลักการแบ่งงาน คือ ทุกประเภทจะต้องเลือกผลิตเฉพาะที่ มีประสิทธิภาพการผลิตสูง
2. ต้องไม่มีการเก็บภาษี หรือมีการเก็บภาษีแต่น้อย โดยไม่มีจุดมุ่งหมายให้เกิดความ ได้เปรียบเสียเปรียบ
3. ต้องไม่มีการให้สิทธิพิเศษและไม่มีข้อจำกัดทางการค้ากับประเทศต่างๆ
หากถือตามเงื่อนไขนี้แล้วในปัจจุบันไม่มีประเทศใดที่จะมีนโยบายการค้าโดยเสรีได้ อย่างเป็น
ทางการเพราะนโยบายลักษณะนี้ประเทศที่กำลังพัฒนาจะเสียเปรียบประเทศที่พัฒนาแล้วเป็น
อย่างมาก แต่บาง ประเทศมีการตกลงร่วมกันอยู่บ้าง เช่น กลุ่มสหภาพยุโรป เป็นต้น
นโยบายการค้าแบบคุ้มกัน![]()
เป็นนโยบายที่มุ่งสนับสนุนภาพการผลิตในประเทศ มีหลักการตรงกันข้ามกับนโยบาย การค้าโดยเสรี คือรัฐบาลจะใช้เครื่องมือต่างๆ เพื่อจำกัดการนำเข้าและส่งเสริมการส่งออก
วัตถุประสงค์ของนโยบายการค้าแบบคุ้มกัน พอสรุปได้ดังนี้
1. เพื่อให้ประเทศช่วยตนเองได้เมื่อเกิดภาวะฉุกเฉิน เช่น เมื่อเกิดสงครามขึ้น อาจจะไม่ มีสินค้าที่จำเป็นบางอย่างใช้ เพราะไม่สามารถนำเข้ามาตามปกติได้ ในยามปกติจึงควรเตรียม การผลิตสินค้าที่จำเป็นสำรองไว้
2. เพื่อคุ้มครองอุตสาหกรรมภายใน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เพิ่งเกิดใหม่ ถ้ารัฐบาล ไม่ห้ามสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาตีตลาด อุตสาหกรรมภายในจะต้องเลิกล้มกิจการ
3. เพื่อป้องกันการทุ่มตลาด การทุ่มตลาด ได้แก่ การส่งสินค้าไปขายประเทศอื่น ในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนเพื่อทำลายคู่แข่งขันในตลาดต่างประเทศ และเมื่อทุ่มตลาดสำเร็จ ได้ครองตลาดแห่งนั้นแล้วก็จะเพิ่มราคาสินค้าให้สูงขึ้นในเวลาต่อมา
4. เพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลการค้า การขาดดุลการค้า คือ มูลค่าสินค้าที่ส่งไป ขายต่างประเทศน้อยกว่ามูลค่าสินค้าที่นำเข้ามา ทำให้ต้องเสียงเงินตราต่างประเทศออกไป จำนวนมาก จึงต้องแก้ไขโดยจำกัดการนำเข้าและส่งออกให้มากขึ้น
เครื่องมือในการใช้นโยบายการค้าแบบคุ้มกัน รัฐบาลอาจใช้มาตรการต่างๆ เป็นเครื่องมือเพื่อกีดกันการนำเข้าและส่งเสริมการส่งออก เช่น
1. การตั้งกำแพงภาษี โดยเรียกเก็บภาษีจากสินค้านำเข้าที่ต้องการจะกีดกันในอัตราสูงกว่าปกติ ทำให้สินค้านำเข้าชนิดนั้นมีราคาสูงจนผู้บริโภคต้องหันมาซื้อสินค้าที่ผลิตได้ภายในประเทศแทน ซึ่งจะช่วยให้การผลิตสินค้าภายในประเทศขยายตัว
2. การควบคุมโควตาการนำเข้า คือ การจำกัดปริมาณสินค้านำเข้าเพื่อสงวนเงินตราต่างประเทศหรือเพื่อแก้ไงภาวะดุลการค้าที่ขาดดุล หรือเพื่อคุ้มครองการผลิตภายในประเทศ เช่น ห้ามนำสินค้าบางอย่างเข้าโดยเด็ดขาดหรือให้นำเข้าตามปริมาณที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น เป็นต้น
3. การควบคุมโควตาการส่งออก เพื่อป้องกันการขาดแคลนสินค้าภายในประเทศ นอกจากนี้ประเทศผู้ผลิตและผู้ส่งออกรายใหญ่ในสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่ง อาจใช้วิธีจำกัดโควตา การส่งออก เพื่อบังคับให้ราคาสินค้าชนิดนั้นในตลาดโลกให้สูงขึ้น อันจะเป็นผลดีต่ออัตราการค้า ของประเทศต่อไป
4. การให้ความอุดหนุนผู้ผลิตและผู้ส่งออก เพื่อคุ้มครองการผลิตภายในประเทศและ ส่งเสริมการส่งสินค้าออกไปขายต่างประเทศ เช่น ยกเว้นภาษีสำหรับผู้ผลิตสินค้าส่งออก ให้เงิน อุดหนุนการส่งสินค้าออกบางอย่าง ลดค่าระวางและค่าขนส่งให้ เป็นต้น
5. การใช้มาตรการอื่นๆ เช่น กำหนดมาตรฐานคุณภาพสินค้าเข้าไว้สูง เพื่อความปลอด ภัยด้านสุขภาพอนามัยของคนในประเทศ

Copyright © 2004 "Econ-Hong4!™. All rights reserved. Do you like it?